ขอบคุณทุกท่านที่แวะมานะคร้าบ อย่าลืม Comment ให้ด้วยนะขรั่บ !!!
 
คู่กรรม (2013)

Trailer : 

เรื่องย่อ :


คงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวความรักสักเรื่องผ่านตัวอักษรให้ออกมางดงาม และตราตรึงเข้าไปในใจของผู้อ่าน เฉกเช่นเดียวกับสิ่งที่ ทมยันตี นักเขียนเจ้าของผลงานที่ครองใจแฟน ๆ อย่างมากมาย และยาวนานได้ถ่ายทอดไว้ในบทประพันธ์เรื่อง คู่กรรม ที่ถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที และภาพยนตร์มานับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการตีความที่เหมือน หรือแตกต่างกันออกไปตามทรรศนะของผู้กำกับแต่ละคน และที่สำคัญทุกครั้ง ก็เป็นการทำให้บทประพันธ์เรื่องนี้มีแต่จะทรงคุณค่ายิ่งขึ้นไป ครั้งหนึ่ง...เหตุการณ์ต่อไปนี้ได้เคยเกิดขึ้นจริง ๆ ในปี พ.ศ. 2485 สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เริ่มต้นขึ้น กองทัพญี่ปุ่นได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อใช้เป็นฐานทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในเขตพระนครของกรุงเทพฯ เนื่องจากประเทศไทยได้เซ็นสัญญาร่วมรบกับกองทัพญี่ปุ่นในฐานะพันธมิตร และประชาชนทุกคนต้องให้ความร่วมมือกับกองทัพญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ หากผู้ใดฝ่าฝืนจำต้องได้รับโทษ ซึ่งแน่นอนว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นด้วยกับกฎหมายข้อบังคับของรัฐบาล คู่กรรม โดยมีเนื้อหาใจความสำคัญว่า เมื่อเกิด ‘ความรัก’ ขึ้นท่ามกลางสงคราม ระหว่างหญิงสาวชาวไทยนามว่า อังศุมาลิน และทหารญี่ปุ่นนามว่า โกโบริ ความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติและเหตุผลทางการเมือง ก็อาจผันเปลี่ยนเป็น ‘รักต้องห้าม’ ไปได้ และในปีนี้ พ.ศ. 2556 เริ่มมีกระแสข่าวเป็นที่จับตามองจากทุก ๆ สื่อ หลังจากมีการประกาศจากค่าย M๓๙ ว่าจะมีการสร้าง คู่กรรม ใหม่อีกครั้ง โดยมีพระเอกละครที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุด ณ เวลานี้อย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ มารับบทเป็น โกโบริ สมทบกับนางเอกใหม่ อรเณศ ดีคาบาเลส สาวน้อยวัย 18 ปี เจ้าของแววตาใสซื่อ ที่มีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาเหรียญทองแบดมินตันเยาวชนแห่งชาติ มารับบทเป็น อังศุมาลิน พร้อมด้วยการตีความจากบทประพันธ์ครั้งใหม่จากผู้กำกับที่มีเอกลักษณ์ในการกำกับเฉพาะตัวอย่าง เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล ส่งผลให้การสร้าง คู่กรรม ครั้งใหม่นี้อาจสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ให้ผู้ชมจดจำภาพตำนานรักข้ามชาติในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม เรียว-กิตติกร คุยให้ฟังว่า “ผม ไม่ดูหนังเวอร์ชั่นเก่า ก่อนจะลงมือสร้างเลย เพราะจะทำให้รู้สึกกดดันมาก ทำไมถึงเป็น คู่กรรม ผมว่าโครงสร้างของ คู่กรรม นั้นดีอยู่แล้ว เป็นเรื่องราวที่มีมุมหลายมุมให้เอามาทำอยู่เยอะมาก และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ผมคงไม่สามารถคิดหรือเขียนพล็อตเรื่องอะไรดีเท่านี้ได้อีกแล้ว คนจะถามเสมอว่าของเก่ามันดีอยู่แล้วจะ ทำของใหม่ทำไม ผมว่ามันดีตามยุคสมัย คือให้มันเป็นไปตามยุคมากกว่า ของดีต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุค อย่างรำไทยยุคใหม่ ควรจะรำแบบประยุกต์รึเปล่า ต่างคนต่างความคิด แต่ส่วนตัวคิดว่าต้องทำ ถ้าไม่ทำมันจะหายไป คือยังไงลายเซ็นของทุกคนไม่เหมือนกัน ใครทำก็ไม่มีทางเหมือนกัน อาจจะทำง่ายกว่าด้วยซ้ำ เพราะว่ามีการบ้านที่คนอื่นทำแล้ว แต่ในอีกแง่ถ้าเราทำจากการบ้านของคนอื่นก็จะเป็นการกดดันตัวเอง เราก็ทำของเราไป” นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้กำกับหนุ่มลงมือสืบค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างหนักหลายเดือน เพื่อผลลัพธ์ที่จะนำมาใช้ในภาพยนตร์ ‘สมจริง’ มากที่สุด อีกทั้งสถานที่จริงและหลักฐานจริง ที่เขาต้องพิถีพิถันในการคัดกรองข้อมูลอย่างหนัก “เรื่องนี้หนักที่งานสร้างตัวละคร กว่าจะสร้างให้เป็นตัวละคร โกโบริ–อังศุมาลิน ผมใช้เวลาไปกับการสร้างตัวละครเยอะ ซ้อมเยอะ ใช้เวลากับช่วงพรีโพลเยอะ มีเรื่องที่ต้องตัดสินใจเยอะ ช่วงถ่ายนิดเดียวแต่งานก่อนถ่ายเยอะมาก เช่นตกลงจะมีไฟฟ้ามั้ย จะนอนมุ้งหรือไม่นอนมุ้ง มียุงหรือไม่มี ยุ่งนะเรื่องการสร้างความเชื่อเรื่องตัวละคร สร้างบรรยากาศ รีเสิร์ชข้อมูลจริงที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น สงคราม การเดินทาง จำนวนผู้คน รายละเอียดมันเยอะ ซึ่งทั้งหมดก็ต้องรีเสิร์ชเอง” กับคำถามที่ว่าเขาจะสรรสร้าง คู่กรรม ออกมาเป็นอย่างไร “ผมมองว่าญี่ปุ่นในสมัยนั้นเป็นเพื่่อนบ้านที่กำลังมีเรื่องเท่านั้น ไม่ได้เป็นศัตรูกับเรา ผมไม่อยากไปรื้อประเด็นในเรื่องประวัติศาสตร์ขึ้นมา เพียงแต่คิดว่า คนไทยเราในสมัยนั้นรักกันกับญี่ปุ่นเสียด้วยซ้ำ” การตีความโดยอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ในมุมมองของเรียว จึงไม่ใช่การเน้นภาพของสงครามหรือความขัดแย้ง แต่ภาพที่เขาอยากให้คนดูได้เห็นคือ ‘ความรัก’ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสงคราม โดยมีอุปสรรคจากเชื้อชาติและเหตุผลทางการเมือง “คู่กรรม ของผมเป็นหนังรักวัยรุ่น ดังนั้นจะไม่มีอะไรที่เยิ่นเย้อยืดยาดแน่นอน โกโบริเจอกับอังศุมาลินก็จีบกันเลย งอนกันง้อกันเลย” ผู้กำกับเน้นย้ำให้เห็นภาพในหนังได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นภาพจำเจที่คนดูเคยเห็นในความเป็น คู่กรรม จะไม่มีทางได้เห็นเลยในฉบับของเขา

ที่มา : //www.majorcineplex.com/news/koo-gum-m39
----------------------

ตอนที่ได้ยินว่าจะนำมาทำเป็นหนังใหม่อีกครั้งก็รู้สึกดีนะ เพราะยังไงก็โตมากับเรื่องนี้ ดูมาหลายเวอร์ชั่น แต่เอาเข้าจริงพอได้ชม อยากบอกว่ามันห่วยมาก
การดำเนินเรื่อง การนำเสนอมันไม่ประติดประต่อในความรู้สึก ไม่มีตอนใหนให้จดจำเลยหลังจากดูจบ แม้ฉากตอนก่อนโกโบริจะตาย หลาย ๆ เวอร์ชั่นที่ผ่านมา
ทำได้ดี แต่เวอร์ชั่นนี้ถือว่าสอบตก หนังมันไม่ได้ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปกับมันได้เลย พาลไปถึงนักแสดงที่นางเอกเล่นแข็งทื่อ พระเอกบทไม่ส่งเท่าที่ควร

ถ้าเป็นแฟนนวนิยายเรื่องนี้ยังไงก็คงต้องดู แต่ถ้าไม่ใช่ผ่านเลยไปเลย อย่าเสียเวลา





Create Date : 05 พฤษภาคม 2560
Last Update : 5 พฤษภาคม 2560 11:56:22 น. 2 comments
Counter : 386 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
 
 
 
เรากลับชอบเวอร์ชั่นนี้มากที่สุด เป็นหนังที่ดูในโรงมากที่สุด 7 รอบ ให้ดูอีกก็ยังอยากดู แต่เราไม่ชอบนิยาย อ่านได้ครึ่งเดียว น่าเบื่อชะมัด
 
 

โดย: mm IP: 49.228.221.183 วันที่: 5 พฤษภาคม 2560 เวลา:23:46:01 น.  

 
 
 

เรื่องนี้ทำให้เราได้สัจธรรมว่าหนังที่ห่วยมากของคนหนึ่ง อาจเป็นหนังที่รักมากชอบมากของอีกคน ศิลปะไม่ได้วัดด้วยไม้บรรทัด แต่วัดด้วยหัวใจ จนป่านนี้เรายังงง ทำไมคนถึงชอบว่ามันห่วยมากมายนัก
 
 

โดย: mm IP: 49.228.221.183 วันที่: 5 พฤษภาคม 2560 เวลา:23:51:20 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
kid^_^
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




New Comments
[Add kid^_^'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com