Group Blog
 
All blogs
 

Review: BIODERMA Cleansing water กลับมาแล้ว!!!




สาวๆที่รักผิวหลายๆคนคงพอจะคุ้นหูกับแบรนด์ BIODERMA กันมาบ้าง
แบรนด์นี้เคยวางขายในไทยจนทำให้เราติดใจแล้วจู่ๆก็หายแว้บไป หาซื้อกันไม่ได้
ต้องฝากหิ้วกันยกใหญ่ แต่ในวันนี้ เค้ากลับมาแล้ว เย่...

Cleansing Water ที่แสนโด่งดัง กลับมาให้เราหาซื้อกันได้ง่ายๆเหมือนเดิมแล้วค่ะ
ดังไม่ดังยังไง...เค้าโฆษณากันว่า ยอดจำหน่ายทั่วโลกในทุกๆนาที จะขายได้ 15 ขวดเลยทีเดียว โอ้วว


สำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้จักแบรนด์นี้ วันนี้แป้งขอรีวิวในส่วนของ Cleansing water ให้ชมกันก่อน
เพราะต้องยอมรับเลยว่า ของเค้าดีจริง ดังจริง คุ้มค่าจริง


สำหรับ Cleansing water จะมี 2 สูตรให้เลือกค่ะ คือสีชมพู สูตร Sensibio H2O




จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

อ่อนโยนเหมือนน้ำ สะดวกในขั้นตอนเดียว ทั้งเช็ดทำความสะอาดผิวรอบดวงตา
และผิวหน้า ทั้งยังไม่มีสารก่อให้เกิดการระคายเคือง
Oil-free, Soap-free, Alcohol-free, Perfum-free
และด้วยนวัตกรรม Micelle ทำให้ไม่ต้องล้างซ้ำด้วยน้ำ

สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง – ธรรมดา ผิวแพ้ง่าย ผิวที่เพิ่งผ่านการเลเซอร์ มีพวกรอยแดง หรืออักเสบ
ในสูตรนี้จะมีส่วนผสมของ Laminiaria จะช่วยยับยั้งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง
และ Enoxolone ช่วยต่อต้านการอักเสบ ลดอาการแดงของผิว
ทั้งสองส่วนผสมนี้เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ BIODERMA ค่ะ




ส่วนอีกสูตรนึง คือสีเขียว สูตร Sebium H2O





จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

สำหรับสูตรนี้จะช่วยทำความสะอาดลึกถึงรูขุมขน ขจัดน้ำมันส่วนเกินโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
ตัวนี้ Oil-free, Soap-free, Alcohol-free และเป็น Non-comedogenic ไม่ทำให้อุดตัน
สูตรนี้จะเหมาะกับผิวผสม – ผิวมัน หรือผิวที่เป็นสิวได้ง่าย ผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง

ในสูตรนี้จะมีส่วนผสมของธรรมชาติที่ช่วยในเรื่องการคุมต่อมไขมัน
Ginko biloba leaf extract ลดการเกิดเซลล์ผิวตาย
Mannitol ช่วยควบคุมต่อมไขมันให้ทำงานอย่างสมดุล และลดการสะสมของไขมัน
ทั้งสองส่วนผสมนี้เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ BIODERMA เช่นกันค่ะ




ในส่วนต่อไป เราไปดูว่า สูตรอ่อนโยนอย่าง Sensibio H2O ซึ่งเป็นสูตรที่เราใช้บ่อยๆ
จะทำความสะอาดได้ดีแค่ไหนกัน

อุปกรณ์ที่มาทดสอบกันในวันนี้






หลังจากทาลงบนแขนแล้ว ก็ทิ้งไว้ 10 นาทีให้ทุกอย่างเกาะผิว

แล้วก็ลองเช็ดออกด้วย cleansing water ที่เทลงบนสำลีแผ่น

ผลออกมาเป็นแบบนี้...




ลบครั้งเดียว ยังทำความสะอาดเครื่องสำอางที่กันน้ำไม่หมด
แต่เมื่อลบครั้งที่ 3 ทำความสะอาดได้หมดจดเลยล่ะ


สำหรับวิธีการเช็ด...



เราจะเทลงบนสำลีแล้วเช็ดบริเวณดวงตาก่อน หลังจากนั้นก็เช็ดบริเวณผิวหน้าค่ะ




เปลี่ยนสำลีบ่อยๆน้า อย่าไปงก เดี๋ยวไม่สะอาดค่ะ

สำหรับมาสคาร่ากันน้ำ ก็ทำความสะอาดได้เช่นกันค่ะ
หลังจากที่ใช้แล้วจะรู้สึกได้เลยว่า มันไม่ได้ละลายมาสคาร่า แบบที่ออยล์ทั่วไปทำความสะอาด
แต่มันจะทำความสะอาดดึงออกมา ดูจากสำลีน่าจะพอเข้าใจเนาะ...




เวลาลบตาจะไม่ค่อยเลอะเทอะเท่าไหร่ แต่จะใช้เวลาลบนานกว่าออยล์นิดนึงค่ะ

โดยรวมแล้วเราชอบมากสำหรับ Cleansing water สูตรอ่อนโยนแบบนี้
ไม่ต้องล้างออกด้วยน้ำ ความรู้สึกหลังเช็ดออกจะเหมือนผิวปกติ ไม่มันเหนอะ
ไม่แห้งตึงค่ะ สำหรับคนที่แพ้ง่าย แพ้ออยล์ และแอลกอฮอลล์ แนะนำให้ดูแบรนด์นี้เป็นอีกทางเลือกค่ะ
หาซื้อไม่ยากค่ะ มีวางขายทั่วไปตาม Watson ร้านขายยา และตามโรงพยาบาลจ้า




Update
มีหลายๆคนสอบถามเรื่องราคาเข้ามา เลยไปดูมาให้ค่า

100ml = 400 บาท
250 ml = 850 บาท
500ml = 1450 บาท











Kirari's talk




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2554    
Last Update : 26 สิงหาคม 2554 21:22:59 น.
Counter : 17900 Pageviews.  

Review: Dermaction PLUS Face serum & Eye serum



ครั้งนี้มีสกินแคร์ตัวใหม่มารีวิวให้ชม 2 ชิ้น เป็นผลิตภัณฑ์จาก Dermaction PLUS
ซึ่งเน้นในเรื่อง Anti- aging หรือการลดริ้วรอยค่ะ
วันนี้แป้งขอรีวิวตัว eye serum และ Face serum หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาระยะหนึ่งนะคะ




จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

ในผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของชุดบำรุงผิวนี้จะประกอบไปด้วย 3 ประสิทธิภาพหลักๆ นั่นคือ
Aqua-Lift ™ ยกกระชับผิว พร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน ตึง กระชับ
Aqua-Hydrate ™ บำรุงให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนาน
Aqua-Protect™ มีวิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ

พร้อมกับใช้เทคโนโลยี Liquid Crystal Lamellar (LCL) ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ
การกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว เน้นที่การเติมความชุ่มชื้น และกักเก็บ
ทำให้ริ้วรอยที่จะเกิดลดลง

นอกจากเทคโนโลยีนี้แล้ว แพคเกจการบรรจุก็เป็นแบบสุญญากาศ
ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความบริสุทธิ์อยู่เสมอ

เอาล่ะ...ไปแพคเกจกันก่อนว่าแบบสุญญากาศมันเป็นอย่างไร





ตอนแกะกล่องมา จะมีตัวล๊อคหัวปั๊มค่ะ พอเปิดใช้ก็ดึงจุกออก
จากแพคเกจ ดูดีพอสมควรเลยล่ะ แล้วชอบที่มันเป็นแบบสุญญากาศ
พวกเนื้อเซรั่มจะได้คงประสิทธิภาพสูงสุด เพราะไม่ได้สัมผัสอากาศภายนอก

ขอเริ่มรีวิว Face Serum กันก่อนเลย...

Dermaction Plus
Anti-aging Concentrated Face Serum


เซรั่มตัวนี้ เหมาะกับสาววัยทำงาน หรืออายุเกิน 20 ปีค่ะ
เน้นในเรื่องการลดริ้วรอยโดยใช้เทคโนโลยี LCL พร้อมสารสกัดที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ
ทำให้ริ้วรอยที่จะเกิดลดลง



เนื้อเซรั่มสีขุ่นขาว เมื่อทาลงบนใบหน้าแล้ว ใช้เวลาเกลี่ยเพียงเล็กน้อย
เนื้อเซรั่มก็ซึมสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว มีกลิ่นบางๆค่ะ
เวลาทาเราจะบีบลงบนนิ้ว แล้วแตะบริเวณใบหน้า 3 จุด คือ หน้าผาก แก้มซ้าย และขวา
แล้วใช้วิธีนวดวนๆค่อยๆให้เซรั่มซึมลงสู่ผิวค่ะ




ความรู้สึกหลังใช้ 14 วัน (เช้าและเย็น)

หลังใช้ทันทีก็มีความรู้สึกที่ต่างออกไปค่ะ คือผิวหน้าชุ่มชื้นจากภายใน
สาวๆที่มีปัญหาผิวมัน น่าจะชอบเซรั่มตัวนี้นะ เพราะมันซึมลงผิวไวมาก
และไม่ทิ้งความมันเลย บำรุงผิวจากภายในให้ชุ่มชื้นแต่ไม่ทำให้หน้ามันค่ะ
หลังจากใช้ไประยะหนึ่ง ก็รู้สึกว่าผิวเรียบเนียน ไม่แห้งตึงในช่วงนอนที่ต้องอยู่ในห้องแอร์นานๆ
รวมๆ เราถือว่าโอเคนะ เซรั่มราคาไม่แพง แล้วบำรุงได้ดีทีเดียว



มาต่อกันที่ Eye serum

Dermaction Plus
Anti-aging Replenishing Serum



eye serum ที่ใช้ได้ทุกสภาพผิว เน้นในเรื่องลดริ้วรอยและลดความหมองคล้ำใต้ดวงตา
ด้วยวิตามิน A,C,E และ Co enzyme Q10



เนื้อเซรั่มสีครีมอ่อนๆ มีกลิ่นหอมบางๆ ทาแล้วซึมลงผิวเร็วเช่นกัน
วิธีการทา แนะนำให้บีบเซรั่มลงบนนิ้วนาง
(นิ้วนางจะเป็นนิ้วที่เราทาครีมได้ถนัด แต่มีน้ำหนักที่น้อย จะได้รบกวนผิวน้อยกว่าการใช้นิ้วอื่น)
หลังจากนั้นก็ค่อยๆแตะเซรั่มที่บริเวณใต้ตา เกลี่ยจากหัวตาไปหางตาค่ะ
และเราจะทาบริเวณเปลือกตาบางๆค่ะ


ความรู้สึกหลังใช้ 14 วัน (เช้าและเย็น)

เรื่องความชุ่มชื้นรู้สึกได้ชัดเจน รู้สึกว่าผิวรอบดวงตาเต่งตึงขึ้น
สิ่งที่ชอบอีกอย่างคือ ทาอายเซรั่มตัวนี้ช่วงเช้า สามารถแต่งหน้าต่อได้ทันที
และไม่ก่อให้เกิดคราบด้วย แต่ในช่วงกลางคืน หากต้องการบำรุงให้ชุ่มชื้นแบบสุดๆ

แนะนำให้ทาด้วย eye cream อีกชั้นค่ะ เพราะเนื้อเซรั่มจะแห้งซึมลงสู่ผิวทันที
บางทีอาจจะแห้งไปสำหรับการอยู่ในห้องแอร์นานๆ
ในด้านการลดรอยหมองคล้ำ เรายังไม่เห็นผลด้านนี้ เนื่องจากเรายังนอนดึกต่อเนื่อง
ไม่เปลี่ยนนิสัยนี้ ครีมไหนๆก็คงเอาไม่อยู่

โดยรวมเราค่อนข้างพอใจกับผลิตภัณฑ์ 2 ชิ้นนี้ค่ะ
ในชุดเค้ามีผลิตภัณฑ์หลากหลายมาก ใครสนใจลองแวะเวียนไปที่ Watson ได้ค่ะ
มีวางขายทุกสาขา หาซื้อง่าย และราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับค่ะ











Kirari's talk




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2554    
Last Update : 26 สิงหาคม 2554 21:23:18 น.
Counter : 5772 Pageviews.  

Review: Floral Temptation by watsons



วันนี้มารีวิวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสุดหอมจากเซ็ท Floral Temptation ค่ะ
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ แน่นอนว่าต้องเป็นกลิ่นหอมๆจากดอกไม้หลายชนิด
พร้อมกับการบำรุงผิวไปในตัว เรียกได้ว่ามีสปาหอมๆได้ง่ายๆที่บ้านเลยล่ะ

ก่อนหน้านี้ได้วางขายมา 3 กลิ่นค่ะ ตอนนี้มีมาใหม่ล่าสุดอีก 1 กลิ่น
ซึ่งเป็นกลิ่นที่เราชอบมากที่สุดเลย
นั่นคือกลิ่น Japanese cherry Blossom ค่ะ หอมหวานได้อารมณ์ญี่ปุ่นๆดี
อยากให้คอมพิวเตอร์ส่งกลิ่นได้จัง 555 คงหอมสดชื่นกันถ้วนหน้าเลยล่ะ

เราไปดูผลิตภัณฑ์ในแต่ละชุดกันเลยดีกว่า

เริ่มจากรูปรวมๆของผลิตภัณฑ์ค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us


วันนี้มากันทั้งครอบครัวเลยล่ะ


มาดูกันที่เจลอาบน้ำกันก่อนเลย...
Shower Gel 250ml ราคา 120 บาท

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Shower Gel จะมีลักษณะเป็นเจลใสค่ะมีส่วนผสมของสาหร่ายทะเลว่านหางจระเข้
และกลิ่นหอมจากดอกไม้ต่างๆทำให้ระหว่างที่อาบน้ำก็จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆด้วยและที่สำคัญ
หลังอาบน้ำแล้วไม่รู้สึกตึงผิวค่ะเจลอาบน้ำมีฟองน้อยหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้
แต่อาบได้ง่ายมากลื่นๆผิวและล้างออกง่ายไม่แสบผิวค่ะ
กลิ่นไม่ค่อยติดผิวเท่าไหร่หลังอาบแต่ช่วงที่อาบแฮปปี้สุดๆค่ะมันไม่ฉุนเกินไป




หลังจากอาบน้ำแล้วก็มาทาโลชั่นบำรุงผิวและล๊อคความชุ่มชื่นให้ผิวตลอดวัน
Body Lotion 250mlราคา 160 บาท

Image Hosted by ImageShack.us

Body Lotion มีลักษณะเป็นครีมบางเบา ไ่ม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

มีส่วนผสมของสารสกัดจากผลไม้และดอกไม้รวมทั้งวิตามิน C และ E
และว่านหางจระเข้ ทำให้ผิวชุ่มชื้น และแน่นอนว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วย



และนอกจากบำรุงผิวกายแล้ว ก็มาบำรุงผิวมือด้วย Hand cream
Hand cream 30ml ราคา 50 บาท

Image Hosted by ImageShack.us

หลอดมีขนาดเล็ก พกพาได้สะดวกค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

เนื้อครีมแห้งซึมไว ไม่ทำให้เหนียวหรือมัน
มีส่วนผสมของสารสกัดจากดอกไม้ โจโจบาออยล์ สวีทแอลมอนด์
วิตามิน E และสารสกัดจากน้ำผึ้ง

ในชุดผลิตภัณฑ์ก็จะแบ่งออกเป็น 4 กลิ่นค่ะ หอมทุกกลิ่นจริงๆ



เริ่มจากกลิ่น Japanese cherry blossom กลิ่นหอมหวานสไตล์ญี่ปุ่นๆ
ให้อารมณ์สดชื่น นุ่มละมุน กลิ่นนี้เราชอบที่สุดเลย

Image Hosted by ImageShack.us


Vanilla Blossom ให้กลิ่นหอมหวาน ดูน่าทะนุถนอม เป็นสาวหวานเลดี้สุดๆ

Image Hosted by ImageShack.us


Apple Blossom and Magnolia
ให้กลิ่นที่รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

Image Hosted by ImageShack.us


และปิดท้ายด้วยกลิ่น Sea Petals
ให้กลิ่นหอมแบบเย็นสบาย รู้สึกผ่อนคลาย

Image Hosted by ImageShack.us



ถ้าจะถามว่ากลิ่นไหนหอมที่สุด ตอบยากจริงๆค่ะ
เพราะแต่ละคนก็ชอบต่างกัน แนะนำว่าลองไปเทสท์กลิ่นกันดีกว่า
Floral Temptation มีขายตามร้าน watsonsทั่วประเทศ หาซื้อง่ายสุดๆเลยค่า









Kirari's talk










 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2554 23:41:51 น.
Counter : 2506 Pageviews.  

Review : Hada Labo ARBUTIN Whitening Lotion โลชั่นสูตรหน้าขาวเนียนเด้ง



Hada Labo เป็นแบรนด์สกินแคร์จากญี่ปุ่นที่ราคาไม่แพง และขายดีสุดๆ
ติดอันดับต้นๆของญี่ปุ่น รวมทั้งประสบความสำเร็จในอีกหลายๆประเทศที่วางจำหน่าย
ไม่ว่าจะเป็น จีน เกาหลี ฮ่องกง มาเลเซีย ไต้หวัน สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทยด้วย

จุดเด่นของ Hada Labo คือสกินแคร์ที่ใส่ใจผิวที่เรียบง่าย และใส่ใจในส่วนผสม
ตามแบรนด์คอนเซปต์ที่ว่า “Perfect X Simple”
ด้วยส่วนผสมที่เป็นประโยชน์และอ่อนโยนต่อผิว ผ่านกระบวนการผลิตในมาตรฐานของ GMP
และผ่านการทดสอบความระคายเคือง จึงสามารถใช้กับผิวหน้าได้อย่างวางใจ


ผลิตภัณฑ์ของ Hada Labo มีให้เลือกหลากหลาย ตามแต่สภาพและปัญหาผิวค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เน้นความชุ่มชื้น, เน้นเรื่องความขาวกระจ่าง และ กลุ่มที่เน้นเรื่องการผลัดเซลล์ผิว

ในวันนี้เราขอมารีวิวในไลน์ของความขาวใสค่ะ
และ Item ที่เราใช้อยู่ก็คือ “Hada Labo Arbutin Lotion”
ใช้หลังล้างหน้าเช้า เย็นค่ะ ช่วยกระชับรูขุมขน พร้อมปรับผิวให้กระจ่างใส





ส่วนผสมที่น่าสนใจ...
ในไลน์ของ ARBUTIN Whitening จะมีส่วนผสมเด่นคือ

Arbutin : ช่วยจัดการกับจุดด่างดำต่างๆ ปรับผิวหน้าให้ขาวใสมากยิ่งขึ้น
Vitamin C : ปรับโทนผิวที่ถูกทำร้ายจากสภาวะต่างๆ เช่นแสงแดด ให้ดูขาวขึ้น
Hyaluronic : เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอลล์ สี และมิเนรัลออยล์



แพคเกจเป็นพลาสติกค่ะ ฝาเปิดปิด เนื้อเป็นน้ำใสๆเลย ไม่มีกลิ่น
ดูอ่อนโยนต่อผิวดีค่ะ หาซื้อไม่ยากเลย ปริมาณ 170 ML ราคา 495 บาทเท่านั้นเอง



สำหรับวิธีใช้ Hada Labo ARBUTIN Whitening ก็เป็นแบบฉบับของ Hada Labo ค่ะ
ต้องตบๆกดๆ ให้ผิวเนียนเด้ง การตบผิวหน้าเบาๆ หรือการกดนวดจะช่วยให้
เลือดหมุนเวียน ผลคือดูมีเลือดฝาด ผิวดูสุขภาพดีขึ้นค่ะ




ความรู้สึกหลังใช้...

เนื้อเป็นน้ำใสๆ มีความหนึบในช่วงแรกค่ะ ตอนที่ตบๆช่วงแรก
จะรู้สึกว่าผิวหน้าหนึบติดมือ ตอนแรกก็งงๆว่ามันจะเหนอะตลอดหรือเปล่า
แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้ 2-3 นาที มันก็ซึมลงผิวหมด ผิวหน้าเนียนลื่นค่ะ
รู้สึกผิวชุ่มชื้นจากภายใน ไม่แสบผิว ไม่แสบตา อ่อนโยนต่อผิวและดวงตาดีค่ะ
ผิวหน้าโดยรวมนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ผิวโดยรวมดูดีขึ้นไม่ดูแห้งซีด
แต่ดูสุขภาพดีขึ้น (เป็นเพราะเราตบตามวิธีการใช้ของเค้าด้วยล่ะมั้ง
เหมือนกับว่าเป็นการกระตุ้นผิวหน้าให้เลือดหมุนเวียนมากขึ้น)





ตัวนี้สามารถใช้เป็น Mask หน้าได้ด้วยค่ะ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว โดยการมาส์กควรทำ
อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งค่ะ เรามาดูอุปกรณ์ในการทำมาส์กกันเลย...



มีแค่สามอย่างเองค่ะ Hada Labo shirojyun lotion
เม็ดมาส์กหน้า (หลายแบรนด์มีขายค่ะ เราใช้ของ Shiseido)
ถ้วยเล็กๆใบนึงค่ะ



ใช้เม็ดมาส์กหน้าเม็ดนึงวางในถ้วยที่เตรียมไว้




หลังจากนั้นก็หยด Hada Labo ลงไปให้ชุ่ม รอพักนึงให้เม็ดขยายตัว
แล้วก็แกะไปแปะที่หน้า ทิ้งเอาไว้ 15 – 30 นาที หรือจะมาส์กนอนไปเลยก็ได้ค่ะ




หลังจากแกะมาส์กออกแล้ว ก็รอให้หน้าแห้งแล้วลองสัมผัสดูค่ะ
จะรู้สึกถึงความเด้ง และเนียนนุ่มเลยล่ะ
หากมีเวลาลองมาส์กก่อนแต่งหน้าค่ะ จะช่วยให้เครื่องสำอางติดทน
และแต่งหน้าได้สวยยิ่งขึ้น




หากใครที่มองหาโลชั่นที่กระชับผิวที่เน้นเรื่องความขาวใส ลองดู Hada Labo ARBUTIN Whitening
ไว้เป็นอีกตัวเลือกนะคะ ของดี หาง่าย ราคาไม่แพงค่ะ







Kirari's talk





 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 22 มิถุนายน 2554 12:04:25 น.
Counter : 18633 Pageviews.  

Review : New! NIVEA Express hydration Body lotion ซึมไว ชุ่มชื้นยาวนานตลอดวันด้วย Hydra IQ



หลังจากที่ผ่านหน้าหนาวปลายมีนา เข้าเดือนเมษาก็เริ่มเข้าสู่หน้าร้อนกันแบบจริงจังแล้ว
ในส่วนของ skincare ของเราก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศเช่นกันค่ะ
โดยปกติเราเป็นคนที่มีผิวหน้ามัน ผิวกายแห้ง เนื่องจากชอบอาบน้ำอุ่น
และยิ่งในช่วงอากาศแห้ง ผิวจะแตก เราจึงจะปรับใช้สกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นสูง
และปกป้องผิวจากอากาศแห้งได้สูงสุด แต่ในช่วงหน้าร้อนหรือหน้าฝนนี้
เราจะปรับใช้สกินแคร์ที่ให้ความรู้สึกสบายผิว แต่ยังคงความชุ่มชื้นตลอดวัน


ในครั้งนี้ขอพูดถึง Body Lotion ค่ะ เราใช้อยู่หลายแบรนด์ ในวันนี้ขอพูดถึง

NIVEA Express hydration Body lotion ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุดจากนีเวีย






จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

ซึมไว ให้ความชุ่มชื้นทันทีและชุ่มชื้นยาวนานด้วยนวัตกรรม Hydra IQ
ที่ช่วยในเรื่องการเพิ่มจำนวนของช่องน้ำในผิว ทำให้การส่งผ่านน้ำในผิวดีขึ้น ผิวจึงชุ่มชื่น
ซึมซาบเร็วและผิวชุ่มชื่นยาวนานกว่า ในขณะที่โลชันตัวอื่นๆ จะเน้นเติมความชุ่มชื่นให้ผิว
แต่ไม่นานน้ำก็ระเหยออกไป จุดนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นและจุดขายที่น่าสนใจที่สุด




ส่วนผสมเด่นในผลิตภัณฑ์

Sea Minerals ที่ให้ความชุ่มชื้น พร้อมกับนวัตกรรม Hydra IQ ที่ทำให้ซึมลึกสู่ผิว




ระยะเวลาการทดลองใช้

เพิ่งเริ่มใช้ได้ 3 วันค่ะ ใช้ทุกครั้งหลังอาบน้ำตอนเช้า และก่อนนอน






ความรู้สึกหลังใช้

ต้องยอมรับในเรื่องประสิทธิภาพในการซึมซาบไว โลชั่นตัวนี้ซึมไวจริงๆค่ะ
ผิวรู้สึกชุ่มชื้นทันทีหลังทา ไม่เหนียวเหนอะหนะ
แต่ไม่ใช่ว่าผิวจะเรียบลื่นๆเหมือนไม่ได้ทานะคะ มันจะรู้สึกชุ่มน้ำค่ะ
สภาพผิวเราจากแห้งๆ จะดูดีขึ้นทันที
ในเรื่องความชุ่มชื้น ทำได้ดีมากๆค่ะ ผิวไม่รู้สึกแห้งตลอดวัน




สรุป

บอดี้โลชั่นขวดนี้ เหมาะกับผิวเราค่อนข้างมาก เพราะนอกจากซึมไวในแบบที่เราชอบแล้ว
ก็ยังบำรุงให้ผิวดูดีในทันทีโดยไม่ทำให้ผิวรู้สึกเหนอะหนะเลย...
*ตอนนี้ยังไม่มีวางจำหน่ายในไทย แต่คิดว่าอีกไม่นานเกินรอคงจะวางจำหน่ายทั่วไปค่ะ









Kirari's talk





 

Create Date : 06 เมษายน 2554    
Last Update : 22 มิถุนายน 2554 12:03:48 น.
Counter : 1180 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

KiRaRi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 98 คน [?]






สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน
KiRaRi blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และ
เพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่
กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

กฎหมายพรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทาง
คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ให้ความคุ้มครอง
สำหรับผู้เสียหายจากการสวมรอย
สำหรับการโพสข้อความรูปภาพโดยแอบอ้าง
ว่าเป็นบุคคลอื่นเท่ากับเป็นการนำเข้าข้อมูล
ที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และทำให้
ผู้อื่นเสียหายแล้วมีความผิดตามมาตรา 14 (1)
มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน
1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


"พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์"




เพื่อนๆสามารถค้นหาทุกสิ่งใน blog
โดยการพิมพ์ keyword เพื่อค้นหาได้ที่นี่ค่ะ

Custom Search






Created since: 23 JAN 2009



KiRaRi on Thailand Blog Award 2010

Bloggang Popular Award 201





ในหน้าของ Kirarista Fanpage จะเป็นการอัพเดท
Blog entry, Kirari TV, Kirarista item
หากอยากติดตามการอัพเดท สามารถแอดที่หน้านี้ค่ะ

Kirarista

Promote Your Page Too



Kirarista Instagram

Kirari on twitter



Ads by Google
Friends' blogs
[Add KiRaRi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.