Group Blog
 
All blogs
 

My everyday skincare ตอนที่ 2 :Night & Vitamin care

มาต่อกันที่ตอนที่ 2 จ้า ครั้งนี้เปิดโต๊ะรอบดึก
สกินแคร์ช่วงค่ำจะเน้นความชุ่มชื้นเป็นพิเศษค่ะ เพราะเรานอนยาว ไม่ค่อยได้ลุก
ขึ้นมาดื่มน้ำ ถ้าไม่บำรุงให้ชุ่มชื้นก่อนนอนแล้ว ตื่นมาหน้าจะแห้งตึง หรือไม่บางที
ก็หน้ามันแต่ภายในรู้สึกแห้งค่ะ หน้าเราขับน้ำมันออกมาเคลือบผิว แต่ข้างในแห้ง
ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นนี่แหละ เป็นผิวที่เกิดริ้วรอยได้ง่ายที่สุดเลย
ใครที่ยังไม่ได้ใส่ใจในสกินแคร์รอบดึก ลองปรับเปลี่ยนความคิดใหม่น้า
เดี๋ยวริ้วรอยมาแล้วจะเสียใจ...


สำหรับสกินแคร์รอบดึกที่เราใช้ประจำก็มีดังนี้จ้า

Image Hosted by ImageShack.us


เบอร์ 1 Clinique Repairwear Lase focus
ตัวนี้ใช้ทั้งเช้าและเย็นเลยล่ะ ทาเป็นอันดับแรกหลังจากการล้างหน้าค่ะ
จะช่วยลดริ้วรอยร่องลึกต่างๆ


เบอร์ 2 ROJUKISS stem cell
ตัวนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ ใช้ทั้งเช้าและเย็น ช่วยลดรอยแดงรอยดำต่างๆ


เบอร์ 3 SKII SIGNS EYE CREAM
eye cream เน้นความชุ่มชื้นที่พอดีค่ะ ใช้ต่อเนื่องมาปีนึงแล้ว ยังไม่หมดกระปุกซักที
ถามว่าเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรมั้ย ไม่ค่อยเห็นนะคะ แต่ชอบที่มันชุ่มชื้น
แต่ไม่เหนอะหนะ (บางยี่ห้อบำรุงดีมาก แต่เหนอะ แล้วก็อุดตันด้วย)
ถ้าหมดกระปุกนี้ก็คงลองเปลียนเป็นยี่ห้ออื่นบ้างแล้วล่ะ


เบอร์ 4 LIBOTE sakura Intensice Serum
เซรั่มตัวนี้ให้ความรู้สึกเหมือนน้ำแร่ค่ะ เหลวมาก เกือบเป็นน้ำ ทาแล้วหน้ารู้สึกเหมือน
เติมน้ำให้ผิว ซึมไวมาก ไม่ทิ้งคราบหรือความมันใดๆ เพิ่งได้มาไม่นาน
แต่ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นที่ชอบค่ะ


เบอร์ 5 VITACREAM B12
ครีมหน้าเด้งตัวนี้ใช้มานานแล้วแหละ ที่ญี่ปุ่นฮิตๆก็เลยใช้ตาม
แล้วก็ติดใจค่ะ... มันบำรุงชุ่มชื้นมาก มีความมันทิ้งไว้บนใบหน้าเหมือนกัน
แต่พักนึงก็จะซึมลงผิวค่ะ เราใช้ทาทั่วหน้า และคอ (คอเนี่ยจำเป็นนะคะ
ต้องบำรุง เพราะหน้าดึงได้ แต่คอเนี่ย ลำบากค่ะ) ตัวนี้ช่วยเรื่องหลุมสิวด้วย
ซึ่งจุดนี้ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน แต่เรื่องรอยแผลสิวนี่หายไวขึ้นค่ะ


เบอร์ 6 EUCERIN HYALURON-FILLER
รูปนี้เราหยิบผิดกระปุก ดันเอากระปุก day cream มาถ่าย ขออภัยด้วยค่ะ
กระปุกของ night cream ด้านในจะสีออกม่วงๆ

ครีมตัวนี้นี่แบบ Night cream สุดๆ บำรุง ชุ่มชื้นมากๆ มันเยิ้มค่ะ
แต่...มันเริ่ดตรงที่หลังจากนวดๆครีมให้ซึมลงผิวแล้ว มันจะเนียนนุ่มเลยล่ะ
ความรู้สึกต่างจากการทาครีมตัวอื่น ตัวนี้ทาแล้วเหมือนมีฟิล์มเคลือบผิวนิดๆ
นอนห้องแอร์ยาวๆ ตื่นมาหน้าก็ยังนุ่มค่ะ



ต่อกันที่ Vitamin care กันบ้าง เราก็ทานประจำอยู่ไม่กี่ตัวค่ะ
ทานหลากหลายไม่ได้เน้นผิวอย่างเดียวจ้า

Image Hosted by ImageShack.us


ตัวแรกขาดไม่ได้เลยคือ Blackmores BIO C ค่ะ
แนะนำให้ซื้อแบบ 500mg นะคะ ก่อนหน้านี้เราทานผิดมาตลอดลเลย
ทานครั้งละ 1000mg พอได้คุยกับคุณหมอแล้ว เค้าบอกว่าเราทานเกินจำเป็น
เพราะแต่ละครั้งร่างกายดูดซึมได้ไม่หมดหรอก ให้แบ่งทาน เช้า 250-500 mg
อีกเม็ดก็ทานช่วงเย็น

วิตซีตัวนี้เป็นวิตซีจากธรรมชาติจึงปลอดภัย ไม่แพ้ค่ะ ช่วยเรื่องป้องกันหวัด
และผลพลอยได้คือผิวขาวค่ะ


Blackmores Radiance Marine Q10
ขวดชมพูนี้ช่วยเรื่องผิวโดยตรงค่ะ ลดริ้วรอยลึก รอยแดงดำต่างๆ
ก็เห็นหลายคนแนะนำ เลยทานต่อเนื่องกันมา (เห็นเฮียโดมแกก็ทานเหมือนกัน
ผิวเนียนเด้งเชียว)


Banner Chlorophyll
ช่วยเรื่องขับถ่ายค่ะ ร่างกายขับถ่ายเป็นเวลามากขึ้น กินง่ายถ่ายคล่อง


Blackmores Bilberry 2500
ทานเพื่อบำรุงสายตาค่ะ บิลเบอร์รี่ช่วยบำรุงสายตาโดยตรงเลย
ใช้คอมเยอะก็ต้องบำรุงค่ะ


Mega Calcium D
แคลเซียมเม็ด โตที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลยล่ะ บำรุงกระดูกและฟันค่ะ


Mega Garlic Oil
น้ำมันกระเทียมในรูปแคปซูลค่ะ เราเป็นคนทานกระเทียมไม่ได้ เลยเสริมด้วยตัวนี้
ป้องกันมะเร็ง ป้องกันหวัด เสริมภูมิให้กับร่างกายค่ะ



นอกจากการบำรุงด้วย skincare และวิตามินเสริมแล้ว
แน่นอนว่าสุขภาพและผิวที่ดี ต้องมาจากภายในเป็นอันดับแรก
เพราะฉะนั้น You are, what you eat ค่ะ ทานพวกผักและผลไม้เยอะๆ
นอกจากขับถ่ายดีแล้ว ผิวพรรณดีขึ้นแน่นอนค่ะ ที่อยากแนะนำคือ
Apple ค่ะ ปกติเราชอบทาน apple fuji ของญี่ปุ่น มีขายทั่วไป ลูกละ 20 บาท
อร่อย กรอบ และช่วยบำรุงผิวได้ดีเลยล่ะ

เริ่มดึกมากแล้ว วันนี้ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ
ปลายปีจะมา รวมสรุป Kirari's Best 2010 กันค่า


Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Kirari's talk
หน้าสารบัญบล๊อก
Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2553    
Last Update : 22 มิถุนายน 2554 12:00:38 น.
Counter : 2605 Pageviews.  

เปิดโต๊ะ...My everyday skincare ตอนที่ 1 Day care



มีสาวๆหลายๆคนมักถามว่าตอนนี้น่ะใช้สกินแคร์อะไรอยู่บ้างเหรอ
อยากให้แนะนำบ้าง...จริงๆแล้วสกินแคร์เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง การดูแลผิวที่สม่ำเสมอ
ต่างหากที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเราเสีย ในครั้งนี้ เราก็มาเปิดโต๊ะให้ดูเลยว่า
สกินแคร์ที่เราใช้ประจำในทุกๆวันตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังมีอะไรบ้าง

ในครั้งนี้จะยกในส่วนของ Day care ก่อนนะคะ

Image Hosted by ImageShack.us

อันนี้คือสิ่งที่ใช้จริงในทุกๆวันค่า ส่วนสกินแคร์บางตัวที่ซื้อมาใหม่ ก็เอามาใช้ปนๆ
บ้างเป็นบางวัน แต่เบสหลักๆจะใช้เจ้าพวกนี้แหละในการบำรุงผิวหน้าตอนเช้าค่ะ


Image Hosted by ImageShack.us


เบอร์ 1 Clinique Repairwear Lase focus
เซรั่มตัวนี้ใช้ทาเป็นอันดับแรกหลังจากการล้างหน้าค่ะ จะช่วยลดริ้วรอยร่องลึกต่างๆ
เราทาบริเวณรอบดวงตาเป็นหลัก เนื้อเซรั่มซึมลงผิวไวมาก ไม่มีความมัน
ไม่ได้รู้สึกว่าชุ่มชื้นขึ้น แต่ทาต่อเนื่องแล้วรู้สึกว่าริ้วรอยมันตื้นขึ้นเหมือนกัน
เลยใช้ต่อเนื่องมาตลอด


เบอร์ 2 ROJUKISS stem cell
เสต็มเซลล์ทาทั่วหน้าค่ะ ลดรอยแดง รอยดำสิวต่างๆ อันนี้เห็นผลดีเหมือนกันค่ะ
รอยมันจางลง แต่ยังไม่หายหรอกนะ ใช้มาพักนึงแล้วเห็นความต่างค่ะ
เลยจะใช้ต่อๆไป เนื้อเซรั่มซึมไว ไม่มันเช่นกัน ทาแล้วแห้งซึมเข้้าผิวเลย


เบอร์ 3 Impress IC Revitalizing Moist Up Essence
เอซเซนส์กลิ่นหอมกุหลาบ ซึมไวไม่มันเลย กลิ่นหอมมากๆ ใช้แล้วมีความสุขค่ะ
หลังทาแล้วรู้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้นไม่แห้งตึง เราใช้ทาทั่วหน้าค่ะ


เบอร์ 4 EUCERIN white solution extra treatment serum SPF10
เซรั่มเข้มข้นพิเศษเพื่อผิวที่ขาวขึ้น ผสมสารกันแดดเล็กน้อยค่ะ
ทาทั่วหน้าเช่นกันรวมถึงลำคอด้วย เนื้อเซรั่มซึมไวปานกลาง ไม่ทำให้มันเลยล่ะ



เบอร์ 5 Peach Miki Everyday is Sunday SPF40 PA+++
กันแดดหน้าสุดรักเลย เนื้อค่อนข้างหนืด ไม่ก่อให้เกิดความมัน ไม่เป็นสิวค่ะ
บริเวณสิวก็ทาได้นะ เราลองมาแล้วทาทั่วหน้า สิวไม่อักเสบเพิ่ม
หลังทาแล้วหน้าจะดูสว่างขึ้นนิดนึง ใช้แทนเบสเมคอัพได้เลย
เราทาทั้งใบหน้าและลำคอค่ะ


เบอร์ 6 POND'S Gold Radiance Youthful Glow Day cream SPF 15 PA++
daycream ผสมอนุภาคทองคำ เนื้อครีมมีวิ้งๆทาแล้วโกลว์ดีค่ะ
เราใช้ทาคอ เพื่อบำรุงอีกชั้นค่ะ แถมเนื้อครีมมันจะปรับสีบริเวณคอให้ดูสว่างขึ้น
เวลาเมคอัพก็หมดปัญหาหน้าวอกค่ะ


สำหรับตา และปาก เราก็มี item ที่ใช้ประจำในช่วงเช้าสองตัวนี้เลย

Image Hosted by ImageShack.us

สำหรับ eyecream ช่วงเช้า เราใช้ EUCERIN HYALURON Filler eye treatment SPF15
อายครีมตัวนี้ให้ความรู้สึกเหมือนมีฟิล์มเคลือบผิว ไม่มันเลยค่ะ แต่งตาทับก็ไม่เป็นคราบ
ที่สำคัญที่เราเลือกใช้คือมีสารกันแดดและเน้นการเติ่มร่องลึก ริ้วรอยต่างๆ

ส่วน Lip care เราใช้ Berli POPS lip care ค่ะ
ผสมสารกันแดดเช่นกัน บำรุงได้ดี ไม่มันเกิน ไม่เยิ้ม เติมร่องปากเวลาทาลิปทับ
แล้วสีลิปดูสม่ำเสมอค่ะ และกลิ่นหอมน่าหม่ำมากๆเลยล่ะ



สำหรับ Day care ของเรายังไม่หมดนะ นอกจากใบหน้าแล้ว พวกกันแดดก็สำคัญมาก

Image Hosted by ImageShack.us

โลชั่นบำรุงผิวตอนนี้เราใช้ซิตร้าสูตรล่าสุดค่ะ เป็นสูตรเข้มข้นกว่าเดิม
แต่ทาแล้วก็ไม่ได้เหนอะหนะอะไรเลย สบายผิว กลิ่นหอมดีค่ะ

สำหรับ กันแดดที่ทาตัว เราใช้ BIORE UV Aqua Rich SPF30 PA+++
ชอบที่สุดค่ะกันแดดตัวนี้ ทาแล้วเหมือนทาด้วยโลชั่นน้ำ เบาสบายมากๆ
แป้ปเดียวก็แห้ง มีกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนมะนาวๆ ทาแล้วสบายผิวมาก
ไม่มีความรู้สึกเหมือนทากันแดดเลยล่ะ ช่วงกลางวันที่แดดแรงๆก็ทาทับได้
ไม่เหนอะไม่มีคราบขาวด้วยค่ะ


นอกจากนี้ เวลาช่วงกลางวันเราจะเติมกันแดดบริเวณหน้าด้วยไอเท็มสุดรักนี้เลย
LIBOTE sakura hydrating mist SPF30 PA+++
เป็นเสปรย์น้ำแร่ผสมกันแดดค่ะ กลิ่นหอมมากกก ฉีดแล้วรู้สึกสดชื่น
แต่ต้องระวังอย่าให้เข้าตานะคะ เราเคยทำเข้าตาทีนึง แสบมากกกก
แต่แป้ปนึงก็หายค่ะ


นี่ก็เปิดโต๊ะมาครึ่งนึงแล้วล่ะ ในครั้งหน้าจะมาเปิดที่เหลือ นั่นคือ
Night Care, Make-off items และ Vitamin Care ค่ะ
นอกจากนี้บล๊อกถัดๆไปที่จะอัพต่อเนื่องจะเป็นในส่วนของ Kirari's Best ค่ะ
ไอเท็มไหน เมคอัพตัวไหน ที่ตลอดปี 2010
โดนใจเราที่สุด ก็จะมาเปิดโต๊ะให้ดูเช่นกัน แล้วพบกันใหม่นะคะ


Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Kirari's talk
หน้าสารบัญบล๊อก
Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2553    
Last Update : 22 มิถุนายน 2554 12:00:14 น.
Counter : 2971 Pageviews.  

รู้จักผิวหน้าของตัวเองอย่างแท้จริงครั้งแรกกับ dermalogica


Image Hosted by ImageShack.us

เมื่อหลายวันที่ผ่านมาเราได้แวะไปที่เคาท์เตอร์ dermalogica เป็นครั้งแรก
หลังจากที่เคยได้ยินชื่อนี้มาบ้างใน Aster Spring และก็เห็นเพื่อนๆ beauty blogger
พูดถึงแบรนด์นี้กันหลายคนว่าวิเคราะห์ผิวหน้าได้ลึก และแตกต่างจากแบรนด์อื่น
ด้วยความอยากรู้เลยอดที่จะแวะไปเยี่ยมไม่ได้ ครั้งนี้เราไปที่สาขาพารากอนค่ะ
เคาท์เตอร์สีขาวสะอาดตา จัดวางสินค้าโชว์อย่างเป็นระเบียบ

Image Hosted by ImageShack.us


ไปถึงก็เจอคุณก้อย PR สาวสวยผิวดี๊ดียืนอยู่พอดี เลยขอแชะซักภาพ

Image Hosted by ImageShack.us


ก่อนที่จะวิเคราะห์สภาพผิวกับเครื่อง Face Mapping เราก็ต้องกรอกข้อมูล
พร้อมกับตอบแบบสอบถามเรื่องผิวหน้าและปัญหา รวมถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำทุกวัน
เพื่อเป็นข้อมูลคร่าวๆให้กับทางผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาผิวเรา

Image Hosted by ImageShack.us

หน้าตาเครื่อง Face Mapping เป็นแบบนี้ค่ะ ด้านในที่เห็นเป็นแสงฟ้าๆม่วงๆ เป็น
แบลคไลท์ไม่อันตรายต่อผิว ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ

เครื่อง Face Mapping เนี่ยเป็นการวิเคราะห์ผิวที่เป็นเอกลักษณ์ของ dermalogica
สามารถบ่งบอกถึงสุขภาพผิวของเราอย่างแท้จริง การวิเคราะห์จะแบ่งออกเป็นโซนๆค่ะ
ผู้ที่ทำการวิเคราะห์ให้เราก็จะบอกว่าแต่ละจุดเรามีปัญหาอะไร และควรป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร

การวิเคราะห์ด้วย Face Mapping พอเราส่องที่กระจกในเครื่องจะเห็นเป็นสีๆดังนี้
สีน้ำเงิน คือ สุขภาพผิวดี
สีขาวหรือแถบขาว คือ มีการคั่งค้างของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
สีม่วงอ่อน คือ ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น
สีม่วง คือ ผิวที่ขาดน้ำมันและความชุ่มชื่น
สีน้ำตาลอ่อน คือ การเริ่มเป็นฝ้าที่ใต้ผิวหน้า
สีน้ำตาลเข้ม คือ การเป็นฝ้า หรือ กระที่บนผิวหน้า
สีส้มอ่อน คือ ผิวมัน
สีแดง คือ ผิวเป็นสิวอุดตัน และสิวเสี้ยน



และแล้ว ผลการวิเคราะห์ของเราก็ออกมา.....

Image Hosted by ImageShack.us

จากเดิมที่เราคิดเองอยู่เสมอว่าเราเป็นคนผิวมัน แต่แท้ที่จริงแล้ว ตอนนี้ผิวเราแห้ง
ที่หน้ามันเป็นเพียงการขับน้ำมันเพื่อเคลือบผิวช่วงที่เราอยู่ห้องแอร์ (ซึ่งก็ทั้งวัน)
แต่ผิวด้านในจริงๆแล้วแห้งมาก โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก และรอบดวงตา
(ในขณะนั้นลองจับหน้าผากดู มีความมันนิดๆ แต่ไม่คิดว่าภายในจะแห้งนะเนี่ยย)
เข้าใจผิดเองมาตลอด หากปล่อยไปแบบนี้ ริ้วรอยก่อนวัยจะมาเยือนได้ง่ายๆเลย

ส่วนบริเวณโหนกแก้ม เห็นเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ เริ่มมีฝ้าและกระใต้ผิวหนัง
ตอนนี้ยังไม่เกิดบนผิวหน้า แต่ถ้าหากไม่ป้องกันและดูแลดีดีแล้ว ก็จะขึ้นมาบนผิวหน้าได้

บริเวณจมูกและคางมีสิวอุดตันและสิวเสี้ยนอยู่ เห็นเป็นแถบแดงๆเต็มเลย T T

ส่วนบริเวณหน้าผากเหนือคิ้วก็มีเซลล์ที่ตายแล้วอยู่จำนวนมาก เห็นแล้วก็ตกใจเหมือนกัน
ต้องสครับบริเวณนี้เป็นพิเศษแล้วล่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

หลังจากเห็นผลจาก Face Mapping แล้วก็ต้องรีบบำรุงแล้วล่ะ และนิสัยที่ผิดๆก็ต้องเลิก
หลังจากวิเคราะห์ผิวหน้าแล้ว เราก็เข้ารับบริการ Treatment ที่เหมาะกับผิวหน้า
ทางผู้เชี่ยวชาญได้เลือกทรีทเม้นท์ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้เราค่ะ
ซึ่งการทำทรีทเม้นท์จะใช้ผลิตภัณฑ์ของ dermalogica ทั้งหมด ปลอดภัยเพราะ
ปราศจาก Mineral Oil, Lanolin, Comedogenic สามตัวนี้เป็นสาเหตุหลักๆของ
สิวอุดตันเราค่ะ และก็ยังไม่มีน้ำหอมอีกด้วย เราจึงวางใจได้ระดับนึงเลยว่า
ไม่น่าจะแพ้แน่ๆ

การทำทรีทเม้นท์แบบ Microzone เราต้องย้ายไปที่ห้องซึ่งอยู่ชั้นล่างสุดค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

เปิดเข้าไปเป็นห้องเล็กๆ อุปกรณ์ครบ วันนี้พี่สาเป็นผู้ทำทรีทเม้นท์ให้ค่ะ
เราก็ีรีบจัดแจงเปลี่ยนชุดคลุม

Image Hosted by ImageShack.us

สำหรับขั้นตอนการนวดมีตั้งแต่การ Cleansing เลยล่ะ
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการคลีนเราแอบกรี๊ดมาก หอมแบบสปาเลย
มันเป็นน้ำมันมะกอก และผลแอปริคอตค่ะ หลังนวดและเช็ดออกแล้ว เราก็ลอง
จับผิวหน้าดู มันเด้งๆกระชับ รู้สึกดีมากๆ หลังจากนั้นก็ล้างหน้าด้วยโฟม
(เราไม่ต้องลุกเลยค่ะ เค้าจัดการให้ โดยการเช็ดด้วยผ้าและสำลีแทนการล้าง)

Image Hosted by ImageShack.us

แล้วก็ลงทรีทเม้นท์ มีการกดจุดร่วมด้วย สบายหน้ามากๆ ปิดท้ายด้วยการมาร์ส
ซึ่งที่นี่เป็นการมาร์ส 2 ชั้นค่ะ ตอนลงชั้นสุดท้ายเนี่ย แอบหนักหน้าเหมือนกันนะ
แต่ตอนดึงมาร์สออก รู้สึกสดชื่น หน้าเด้งกระชับที่สุด ไม่เหนอะหน้าอีกด้วย

ถึงเราจะมีรอยแดงสิวอยู่ แต่พอส่องกระจกแล้ว บริเวณที่ผิวไม่มีรอยเนี่ย
มันใสกิ๊งเลย รู้สึกชอบการมาร์สหน้าสองชั้นนี่แล้วสิ

หลังจากนั้นก็มีชาสตอเบอร์รี่ร้อนๆมาบริการด้วยค่ะ สดชื่นสุดๆ
ระยะเวลาที่ทำทรีทเม้นท์ก็ประมาณ 1 ชั่วโมงพอดีเลยค่ะ


พอกลับมาที่เคาท์เตอร์ปุ้ป เราก็รีบขอดูเจ้า Cleansing Oil ที่เราปลื้มทันที
อีกตัวที่ชอบมากเพราะกลิ่นหอมหวานก็เป็นตัวบำรุงปากและรอบดวงตาค่ะ
น่าใช้มากๆสองตัวนี้ เป็น wish list ของเราเลยล่ะ

Image Hosted by ImageShack.us


ก่อนกลับก็ได้ giftset ที่เหมาะกับผิวหน้าเรามาทดลองใช้ค่ะ
ต้องขอขอบคุณ dermalogica ที่เปิดโปงความจริงของผิวเราให้ฟัง
หากรู้ตัวช้ากว่านี้อาจจะสายไปก็ได้ ต้องขอบคุณมากๆเลยค่ะ
(เครื่อง Face Mapping นี่ยิ่งกว่ากระจกแห่งความจริงของแพทย์คลินิคอีกนะเนี่ย)
ใครอยากไปวิเคราะห์ผิวหน้าแบบนี้ก็แวะไปได้ที่เคาท์เตอร์ dermalogica ได้เลยค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us



Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Kirari's talk
หน้าสารบัญบล๊อก
Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2553    
Last Update : 22 มิถุนายน 2554 11:59:59 น.
Counter : 1699 Pageviews.  

Review: POND'S gold radiance & Citra ตัวล่าสุด

เมื่อเดือนก่อนเราได้รับสินค้าทดลองใช้มามากมาย เมื่อใช้ได้ระยะหนึ่งแ้ล้ว
ก็ได้เวลามารีวิวให้เพื่อนๆได้ชมกัน

ในครั้งนี้ขอรีิวิวในส่วนของ POND'S gold radiance และ Citra Nourishing UV white lotion


เริ่มจาก POND'S gold radiance

Image Hosted by ImageShack.us

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เน้นในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอยแบบ 4 มิติ
4 มิติแห่งวัยมีอะไรบ้างน่ะเหรอ...
ริ้วรอย
ความหมองคล้ำ
สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ความชุ่มชื่นที่เสียไป

เราได้เป็นกิฟท์เซทกล่องสีทองๆนี้มาค่ะ ประกอบด้วย
Youthful Glow day cream SPF15 PA++
Precious Youth serum (mini size)

Image Hosted by ImageShack.us


Youthful Glow day cream SPF15 PA++

Image Hosted by ImageShack.us

Day cream ที่มีส่วนผสมของอนุภาคทองแท้ เนื้อครีมบางเบา ซึมค่อนข้างไว
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ เนื้อครีมมีความวาวอยู่ในตัวค่ะ ทาแล้วหน้าสว่างวิ้งๆ
ไม่ทำให้หน้ามัน เนื้อครีมมีกลิ่นน้ำหอมค่อนข้างแรงเหมือนกัน แต่ลองแล้ว
ยังไม่มีอาการแพ้ค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

ลองถ่ายกับแฟลชดู เห็นความวาวของผิว

Image Hosted by ImageShack.us


อีกชิ้นหนึ่งที่อยู่ในกล่องคือ Precious Youth serum (mini size)

Image Hosted by ImageShack.us

เซรั่มที่ผสมอนุภาคทองคำแห้และวิตามินบี 3 เน้นเรื่องการลดรอยด่างดำบนใบหน้า
ตัวเซรั่มเป็นเหมือนเจลใส มีเกล็ดทองอยู่ด้านในด้วยล่ะ
หลังจากทาแล้วก็ซึมลงผิวทันที ไม่เหนอะหน้าค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us


ปิดท้ายที่ mini review ของ Citra Nourishing UV white lotion ตัวใหม่ล่าสุด
ขวดสีม่วงๆ

Image Hosted by ImageShack.us

บอกตามตรงว่าเราเป็นแฟนของซิตร้ามาตั้งแต่เปิดตัวที่ไทยรุ่นแรกๆแล้วล่ะ
(สมัยมัธยมโน่นน) ส่วนหนึ่งที่ชอบและใช้มาโดยตลอดนั่นคือ กลิ่นหอม
และไม่เหนอะตัวเลย

รุ่นใหม่นี้ก็เช่นกัน เป็นสูตรสำหรับผิวแห้งมาก นั่นคือจะบำรุงเป็นพิเศษ แต่เมื่อทาแล้ว
ก็ไม่รู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะเลย

ในสูตรใหม่นี้จะผสม SHEA BUTTER, Vitamin B3 และก็มีสารกันแดดด้วย
ถ้าถามเรื่องกลิ่น แน่นอนว่าหอมมาก (แต่ส่วนตัวเราชอบสีชมพูมากกว่านิดนึง)
ตอนนี้ก็เป็นโลชั่นประจำบ้านไปแล้วล่ะ เหมาะกับอากาศที่ไทย หรือคนที่อยู่ในห้องแอร์
ตลอดทั้งวัน ก็ควรบำรุงเป็นพิเศษค่ะ โลชั่นตัวนี้ทาซ้ำได้เรื่อยๆ ไม่เหนอะแน่นอนจ้า


ครั้งหน้ามีผลิตภัณฑ์ที่รอรีวิวอีกเยอะเลย แล้วจะทยอยอัพให้ชมกันนะคะ
บ๊ายบาย



Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Kirari's talk
หน้าสารบัญบล๊อก
Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 22 มิถุนายน 2554 11:59:28 น.
Counter : 2629 Pageviews.  

Review: ARTISTRY intensive skincare renewing peel (after 6 weeks)

หลังจากครั้งก่อนได้รีวิวผลการใช้ ARTISTRY intensive skincare renewing peel จาก
ความรู้สึกแรกที่ได้ทดลองใช้ ตอนนี้ผ่านไป 6 สัปดาห์ เราก็ใช้จนครบ 12 ครั้งแล้วล่ะ
เลยมารายงานผลตามที่สัญญากับเพื่อนๆเอาไว้

สภาพผิวเรา...เป็นคนผิวขาวมาก (แต่ตอนนี้คล้ำขึ้นเนื่องจากเพิ่งกลับจากทะเลจ้ะ)
ผิวหน้าเป็นผิวผสม รูขุมขนกว้างบริเวณจมูก มีสิวอุดตันประปราย รอยแดงรอยดำสิวยังคงมีอยู่


ความรู้สึกหลังการใช้ครบ 12 ครั้ง

รู้สึกได้ว่าผิวหน้ากระชับขึ้น รูขุมขนเล็กลงเล็กน้อย ผิวหน้าชุ่มชื้นไม่แห้งตึง
สำหรับเรื่องความขาวใส เราว่าค่อนข้างเห็นผลเหมือนกันค่ะ เพราะหน้าเราสว่างจากแต่ก่อน
หลังล้างหน้าเสร็จ ตอนนี้หน้าขาวกว่าคอแล้ว ทั้งนี้อาจะเป็นเพราะใช้สกินแคร์ที่ช่วยในเรื่อง
ผิวขาวร่วมด้วย จึงเห็นผลชัดเจนมากขึ้น สำหรับความรู้สึกยิบๆที่ผิวหลังจากทาบนใบหน้า
เมื่อใช้ต่อเนื่อง ความรู้สึกยิบๆนั้นค่อยๆหายไปค่ะ ครั้งหลังๆไม่ค่อยแสบหรือระคายผิวแล้วล่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

Note: นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวจากการที่ได้ใช้สินค้านี้ค่ะ สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกต่างจากเราได้
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความสม่ำเสมอในการใช้สกินแคร์ตัวนี้นะคะ


มาดูรูปเปรียบเทียบกันดีกว่า
(ถ่ายบริเวณใต้ตาใกล้บริเวณจมูกซึ่งเป็นจุดที่มีปัญหารูขุมขนกว้างค่ะ ซูมสุดๆแล้ว)

Image Hosted by ImageShack.us


มาเทียบเป็นตารางหัวข้อกันดีกว่า
ตารางนี้จะเป็นผลสำรวจจาก ARTISTRY หลังการใช้สินค้า 12 ครั้งค่ะ
ที่เป็นหัวใจคือการให้คะแนนของเราเองค่ะ คะแนนเต็มคือ 3 ดวงจ้ะ

Image Hosted by ImageShack.us


หลายคนคงสงสัยว่า ARTISTRY intensive skincare renewing peelเนี่ยมีส่วนผสมอะไร
ทำไมถึงออกฤทธิ์รวดเร็วใน 8 นาที และเมื่อใช้ครบแล้ว ก็ช่วยแก้ปัญหาผิวได้ดี
เราขอหยิบยกเอาส่วนประกอบที่เรียกได้ว่าเป็นนางเอกของสินค้าตัวนี้มาแนะนำให้รู้จักกันค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us


โดยรวมแล้ว เราว่า ARTISTRY intensive skincare renewing peel
นอกจากความรู้สึกเนียนนุ่มหลังการใช้แล้ว หากใช้เป็นประจำต่อเนื่อง
ผิวหน้าจะเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ต่างจากการทาครีมบำรุงผิวธรรมดาทั่วไป
ทำให้เรารู้สึกรักผิวและอยากให้ความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นนี้คงอยู่ตลอด
หลังจากหมดหลอดนี้แล้ว ก็อดใจไม่ได้ที่จะต้องซื้อต่อค่ะ เพราะใช้แล้วเห็นผลจริง
แถมประหยัดเวลา ประหยัดเงินในการทำทรีทเม้นท์หน้าไปเยอะเลยล่ะ...





Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

Kirari's talk
หน้าสารบัญบล๊อก
Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 22 มิถุนายน 2554 11:57:39 น.
Counter : 1853 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

KiRaRi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 98 คน [?]






สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน
KiRaRi blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และ
เพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่
กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

กฎหมายพรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทาง
คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ให้ความคุ้มครอง
สำหรับผู้เสียหายจากการสวมรอย
สำหรับการโพสข้อความรูปภาพโดยแอบอ้าง
ว่าเป็นบุคคลอื่นเท่ากับเป็นการนำเข้าข้อมูล
ที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และทำให้
ผู้อื่นเสียหายแล้วมีความผิดตามมาตรา 14 (1)
มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน
1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


"พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์"




เพื่อนๆสามารถค้นหาทุกสิ่งใน blog
โดยการพิมพ์ keyword เพื่อค้นหาได้ที่นี่ค่ะ

Custom Search






Created since: 23 JAN 2009



KiRaRi on Thailand Blog Award 2010

Bloggang Popular Award 201





ในหน้าของ Kirarista Fanpage จะเป็นการอัพเดท
Blog entry, Kirari TV, Kirarista item
หากอยากติดตามการอัพเดท สามารถแอดที่หน้านี้ค่ะ

Kirarista

Promote Your Page Too



Kirarista Instagram

Kirari on twitter



Ads by Google
Friends' blogs
[Add KiRaRi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.