Life on My Pace
Group Blog
 
All Blogs
 
อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม (2) แปะรูปต่อ

แฮ่กๆกว่าจะย่อรูปหมด เล่นเอาแทบแย่ บางทีคนถ่ายถ่ายไม่เรียงกัน เล่นเอาอิชั้นต้องใช้สมองในการลำดับความอย่างหนักว่าคำบรรยายกับภาพตรงกันรึเปล่า หวังว่าคงไม่ผิดนะ

บล๊อกที่แล้วจบลงด้วยการเจอคุณพี่ไกด์กิติมศักดิ์ที่จุดพัก ลืมบอกชื่อไปว่าบริเวณอุทยานจะมีจุดพัก 2 แห่ง ชื่อ "บ้านกาแฟ" 1 และ 2 บ้านกาแฟ 1 มีขายแต่น้ำผลไม้ไทยๆ ส่วนบ้านกาแฟ 2 จะมีขายกาแฟสดรสเข้มข้นราคาย่อมเยาด้วย ถามคุณไกด์ว่าทำไมบ้านกาแฟ 1 ไม่มีกาแฟขาย ได้ความว่ากว่าจะชงได้อร่อยอย่างงี้ก็ต้องเทรนคนชงอยู่นาน บรรดาผู้บริหาร (คงหมายถึงครอบครัวคุณเจ้าของ) ต้องชิมกันต่อคนต่อวัน วันละ 2-3 แก้ว ถ้าในอนาคตเทรนคนชงฝีมือดีเพิ่มขึ้นได้ก็จะขายที่บ้านกาแฟ 1 ด้วย


เข้าเรื่องดีกว่า ต่อกันที่หมู่กุฎิพระสงฆ์ 4 ภาค งานไม้แต่ละกุฏิจะสร้างตามลักษณะบ้านแต่ละภาคจริงๆ ด้านในมีรูปหุ่นขี้ผึ้งพระเกจิอาจารย์ที่เป็นที่รู้จักกุฏิละ 2 องค์ ด้านในติดแอร์ วันที่ไปอากาศค่อนข้างอ้าวฝน บรรยากาศข้างนอกร้อนเอาเรื่อง ดีที่ได้แอร์ช่วยชีวิต ^^"

ในส่วนของไม้ที่นำมาสร้าง ดูแล้วไม้เป็นไม้จริงๆ พี่ไกด์บอกว่า "ทำให้อาจารย์ บางทีอยู่ๆก็มาเอง" โอ้วขนลุกค่ะ

เนื่องจากอิชั้นไม่ค่อยสันทัดเรื่องพระสงฆ์มากนัก เคยได้ยินแต่ชื่อของท่าน ฉะนั้นจึงไม่สามารถบรรยายเองได้ ขอค้นข้อมูลมาอ้างอิงด้วยละกัน จริงๆแล้วคุณพี่ไกด์เล่าเกร็ดสนุกๆเพิ่มเติมเยอะเลย เพราะพี่ไกด์เคยบวชเรียนหลายปี และชอบอ่านหนังสือเกร็ดประวัติศาสตร์ อิชั้นก็ฟังเพลินแต่จำมะได้ ^^" แต่ก็สนุกดีไปๆมาๆมีคนตามมาฟังเป็นพรวน กลายเป็นคณะทัวร์ย่อยๆ นี่ถ้าคุณไกด์ถือธงเล็กๆนำขบวนด้วยนะใช่เลย

รูปแรก กุฎิภาคกลาง



เอ้ากราบเร็วพี่น้อง คิดว่าใครๆก็คงรู้จักท่านดี หลวงพ่อโตวัดระฆัง หรือสมเด็จพระพุทธาจารย์โต พรหมรังสีนั่นเอง จากเกร็ดที่พี่ไกด์เล่าไม่ทราบแน่ชัดว่าท่านเป็นโอรสร.1 หรือร.2 แต่ถ้านับปีที่ลงตัวแล้วท่านน่าจะเป็นโอรสของร.2 นอกจากนี้ก็เล่าเรื่องสนุกๆอย่างตอนท่านโปรดนางนากแห่งบางพระโขนง



องค์นี้จำชื่อท่านไม่ได้ง่า ถามคนที่ไปด้วยกันก็ไม่มีใครจำได้ แต่คุ้นๆหน้าท่านเหมือนเคยเห็นในหนังสือ ใครทราบช่วยบอกเป็นวิทยาทานที



ต่อกันที่กุฏิภาคอีสาน มีความพิเศษเพราะกุฎินี้เป็นกุฏิของจริงที่หลวงปู่มั่นเคยอยู่ก่อนมรณภาพ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองผือนาใน ขอค้นภาพมาอ้างอิง ดูซิเหมือนมั้ย ^_^ //www.luangpumun.org/wara/nangpep.html แต่อันนี้มีการนำมาปรับปรุงปิดกระจกก่อนเพราะต้องติดแอร์ เกร็ดเพิ่มเติมจากพี่ไกด์ ก่อนมรณภาพท่านย้ายไปอยู่วัดป่าสุธาวาสในอ.เมืองสกลนคร เนื่องจากท่านไม่ต้องการให้ชาวบ้านล้มวัวควายมาต้อนรับแขกในงานศพของท่าน อันจะเป็นการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ ส่วนรายละเอียดอ่านได้ที่ //www.luangpumun.org/wara/index.html



หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต



หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ กูเกิ้ลช่วยชีวิต ^^
//www.relicsofbuddha.com/worralapo/



ต่อไปเป็นกุฏิภาคเหนือ



หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ประวัติ
//www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-wan_hist.htm



ครูบาศรีวิชัย ประวัติ
//www.lannaworld.com/person/svchai.htm



กุฏิภาคใต้



หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้



หลวงปู่....ไม่ทราบค่า คนที่ไปด้วยบอกว่าหลวงปู่ทิม แต่อิชั้นก็ไม่มั่นใจว่าระหว่าง 2 องค์ที่จำชื่อไม่ได้ หลวงปู่ทิมคือองค์ไหน ฮือๆ



ต่อด้วยกุฏิหลังสุดท้าย หอสวดมนต์



รวมหุ่นขี้ผึ้งพระสงฆ์ 5 ท่าน องค์ที่ 2 นับจากขวามือน่าจะเป็นหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ จำได้อีกองค์คือหลวงพ่อเงิน (ไม่แน่ใจว่าองค์ไหน) พี่ไกด์บอกว่าในอนาคตอาจมีการสับเปลี่ยนหุ่นของพระสงฆ์ท่านอื่นๆที่เป็นที่เคารพบูชามาให้กราบไหว้กัน และอาจมีเสียงจากเทปธรรมะของแต่ละท่านเปิดให้ฟังด้วย



พักสายตาด้วยสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าระหว่างกุฏิ



เดินลัดเลาะไปตามทางเดินและคูน้ำ แล้วก็เจอป้าย



ลืมถ่ายบ้านไทยภาคใต้มา ลักษณะเรือนมีบันไดทางขึ้น 2 ทางอยู่ด้านหน้าซ้ายขวา เนื่องจากเป็นกุศโลบายว่าหากไอ้หนุ่มคนไหนจะมาจีบลูกสาวก็ไม่ควรลับๆล่อๆขึ้นบันไดหลังเรือน เอาเป็นว่าไปดูหุ่นกันเลยดีกว่า ถึงตอนนี้เหงื่อเริ่มไหลซิกๆ ยังดีที่ห้องบนเรือนติดแอร์คับท่าน

พี่ผู้หญิงกับพี่ผู้ชายทำหนังตะลุง



คุณปู่สอนให้หลานเชิดหนังตะลุง



เรือนไทยภาคเหนือ มีกาแลเป็นเอกลักษณ์ สันนิษฐานว่า 1.เดิมเป็นดาบนักรบผูกไขว้ 2.มาจากตำนานพม่าสมัยก่อน โหรทำนายว่าล้านนาจะเป็นเอกราช (น่าจะนะ) พม่าเกิดความกลัวจึงบังคับให้ทำสัญลักษณ์กากบาทไว้ เนื่องจากสัญลักษณ์กากบาทก็คือสัญลักษณ์ที่ชาวพม่าใช้ในที่ฝังศพนั่นเอง อันนี้พี่ไกด์บอกว่าเป็นข้อสันนิษฐานที่เกิดจากการค้นคว้าเอง อาจมีทฤษฎีอื่นที่ใกล้เคียงกว่าก็ได้



คุณลุงนั่งส่องเครื่องสังคโลก



แม่อุ๊ยกับหญิงสาวนั่งพับผ้า



คุณตาเล่นกับหลาน ในมือนั่นเป็นของเล่นของชาวเหนือ



เกร็ดเล็กๆ พี่ไกด์กระซิบว่าหุ่นที่เรือนนี้มีเรื่องลี้ลับนิดหน่อยด้วยน่อ เขียนไปก็เกรงว่าจะผิดวัตถุประสงค์ในการ review เพื่อการท่องเที่ยว เค้าอุตส่าห์ทำหุ่นสวยๆมาให้เราดู ดังนั้นขอข้าม

ต่อไปบ้านไทยอีสาน



คุณยายกับหลานมองวิวนอกหน้าต่าง (ป.ล. คนที่ยืนอยู่ข้างหลังไม่ใช่หุ่นนะ คริๆๆทำเนียน)



คุณลุงคนนี้กำลังตรวจการบ้านนักเรียน ข้างๆมีสมุดคัดลายมือกองเบ้อเร่อเลย (ป.ล.มือที่โผล่มาตรงมุมซ้ายล่างก็ไม่ใช่มือหุ่นเหมือนกัน)



คุณตานั่งประดิษฐ์แคนที่ชานบ้าน



สุดท้ายคือบ้านไทยภาคกลาง เป็นเรือนขนาดมาตรฐาน 2 ห้อง ในอดีตถ้าจะขยายครัวก็จะเอารั้วไม้ออกแล้วต่อเติมเพิ่ม กลายเป็นหมู่เรือนไทยภาคกลางเช่นที่คุ้มขุนแผน



เริ่มจากนอกชาน คุณปู่คนนี้นั่งอยู่หน้าพระ



ถัดมาเป็นคุณน้าผู้หญิงร้อยมาลัย



ที่ข้างๆโต๊ะหมู่บูชา (ไม่ได้ถ่ายมา) ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่ามีรูปถ่ายของบุคคลหนึ่งตั้งอยู่ พี่ไกด์ขยายความว่าเป็นรูปของช่างไม้ผู้สร้างเรือนไทยและกุฎิทั้งหมด ช่างท่านนี้ตั้งใจว่าจะฝากผลงานไว้เป็นครั้งสุดท้าย โดยเฉพาะเรือนไทยภาคกลางที่ท่านเชี่ยวชาญที่สุด เมื่อปีก่อนท่านก็เป็นอัมพฤกษ์ตอนนี้เดินไม่ได้แล้ว

มาดูกันต่อในห้อง คุณน้าคนนี้กำลังรีดผ้าอย่างขมักเขม้น



ส่วนพี่คนนี้นั่งหวีผม...ทำไมถ่ายมุมนี้มาล่ะเนี่ย พี่ไกด์เล่าอีกตามเคยว่าเดิมพี่คนนี้ปล่อยผมยาวสยาย เพิ่งมาถักเปียให้แกนี่แหละ มามี๊อิชั้นทำตาโต แบบนึกว่าจะมีอะไรๆเหมือนหุ่นที่เรือนภาคเหนือ "ป่าวคับคนมาเที่ยวชอบจับผมหุ่นเล่น" อ่อแล้วไป



หนุ่มน้อยคนนี้นอนเอกเขนกอ่านหนังสือบนเตียง



คุณย่ากับพี่ผู้หญิงกำลังห่อขนม



แฮ่กๆรูปหุ่นขี้ผึ้งหมดแล้ว สำหรับเรือนไทยทุกหลังนั้นสวยงามมาก รายละเอียดต่างๆล้วนประณีตสมความตั้งใจของช่าง ดูแล้วได้เห็นว่าปู่ยาตายายเราใช้ชีวิตยังไง (จริงๆตอนนี้ก็น่าจะมีอยู่แต่คงน้อยลงไปทุกที) ของประกอบฉากต่างๆเช่นแป้ง น้ำอบ หวี เคยเห็นตอนเด็กๆ แต่อย่าไปจิ๊กเข้าล่ะเพราะพี่ไกด์บอกว่าถึงจิ๊กไปขายร้านขายของเก่าก็ปาใส่หน้า เค้าต้องเอามาโชว์เลยใช้ของราคาไม่แพง ไม่รู้เหมือนกันว่าไปหาของยี่ห้อเก่าๆแบบนี้มาจากไหน

พื้นที่ถัดจากเรือนไทยมีรั้วไม้ไผ่กั้นไว้ ในอนาคตกำลังจะสร้างเป็นห้องอาหารเพื่อบริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากการเดินชมจุดต่างๆต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ใครหิวก็แวะเข้าไปกินได้เลย ปัจจุบันมีโรงอาหารที่อาคารด้านหน้าที่เดียวอาจเดินกลับไปกลับมาไม่ไหว

พักสายตาด้วยวิวท้องฟ้า ไงล่ะสีแจ๊ดมากบ่งบอกถึงอุณหภูมิ ^^" แต่เดี๋ยวมีน้ำตกกับบ้านกาแฟให้นั่งพักกันจ้ะไม่ต้องห่วง

พักสายตาท้องฟ้า


ลัดเลาะผ่านต้นไม้ลำธารเล็กๆ จะเจอจุดพัก บ้านกาแฟ 2 มีขายกาแฟสดสุดอร่อยที่บอกไปแล้ว ประทับใจกับราคาเพราะแก้วละ 25-30 เอง ไม่เคยกินกาแฟรสชาตินี้ราคานี้ในกรุงเทพบ้านเฮา ส่วนใครปวดหนักปวดเบาไม่ต้องห่วง ทั่วอุทยานจะมีห้องน้ำถึง 3-4 จุด แต่ละจุดก่อสร้างอย่างประณีตสวยงาม ชอบอีกแล้วเพราะตกแต่งแบบเก่า ฝากั้นก็ทำด้วยไม้ดูคลาสสิกสุดๆ คนถือกล้องไม่ได้ถ่ายมา แง่มๆ

น้ำตกจำลองตรงจุดนั่งพักผ่อน ทำได้สวยและเหมือนจริงมาก (พี่ไกด์บอกว่าค่าออกแบบเป็นแสนอ่ะ) มีพ่อแม่จูงลูกจูงหลานมากินกาแฟน้ำมะตูมน้ำตะไคร้ถ่ายรูปไปพลางๆ











ใกล้ถึงทางออกแล้ว จะเจอลานพระอวโลกิเตศวรก่อน



พระอวโลกิเตศวร





จบการท่องเที่ยวอุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามแต่เพียงเท่านี้ รู้สึกดีและประทับใจกับอะไรหลายๆอย่าง ถ้ามีโอกาสก็ลองไปดูด้วยตัวเองน่อ มีบางหุ่นอิชั้นก็ไม่ได้ลงรูปเหมือนกัน จะว่าไปเดี๋ยวหนังสือท่องเที่ยวต้องมาทำสกู๊ปแน่เลย โหะๆแจ๋วอย่างงี้พลาดได้ไง

(เพิ่มเติม) ลืมเขียน ก่อนกลับแวะซื้อของที่ระลึกที่อาคารตรงทางเข้าด้วย มีของขายเยอะเลย แบ่งเป็นโซนของกินกับของใช้ในบ้าน+ของประดับต่างๆ ตรงโซนของใช้+ของประดับ มีจำหน่ายสินค้าบางอย่างที่ใช้ตกแต่งฉากประกอบด้วย ซื้อผ้าม่านเนื้อเพลง โสมส่องแสง ที่เห็นในห้องแสดงหุ่นครูมนตรี ตราโมทมา แล้วก็พวงกุญแจของมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ส่วนของที่ระลึกที่เป็นของอุทยานฯโดยเฉพาะ ก็คือโปสการ์ดลายต่างๆ จริงๆคุยกันว่าน่าจะมีของที่ระลึกเฉพาะของอุทยานเพิ่มเติมอีกหน่อย เช่นพวงกุญแจ สมุดโน้ต ปากกา เพื่อความหลากหลายและซื้อเป็นของใช้ของฝากได้ มีประโยชน์

ลงรูปเล่นๆ ไปกินมื้อเย็นก่อนกลับบ้านที่ร้านชวัล อยู่เลยร้านโครงการหลวงมานิดนึง แถวนั้นมีร้านอาหารริมน้ำ 2 ร้านคือชวัลกับบ้านคุณปู่



อาหารสั่งมา 4 อย่างรู้สึกว่าไม่ค่อยอร่อย สภาพภายในตรงริมน้ำก็สวยดี แต่ตรงหลังร้านที่เป็นทางเข้าดันมีกลิ่นน้ำเน่า คิดว่าในครัวคงปล่อยน้ำเสียลงบ่อ ไม่ชอบเลยอ่ะ พูดแบบนี้เจ้าของเขาจะมาตรบอิชั้นมั้ยนี่ เอาเหอะบางคนอาจชอบรสชาติอาหารกับบรรยากาศร้านนี้ก็ได้

ในรูปคือปูนิ่มผัดพริกไทยดำกับหมูสะเต๊ะ อย่างหลังนี่เห็นสั่งกันทุกโต๊ะ เค้าปิ้งกันเป็นล่ำเป็นสันมาก





ระหว่างเจี๊ยะจู่ๆก็มีเรือยาวบึ้ดจ้ำบึ้ดมาให้ดูฟรี รู้สึกเดือนหน้าจะมีแข่งเรือยาวรึไงนี่แหละ ฝีพายขมักเขม้นซ้อมกันใหญ่ พายกลับไปกลับมา 2 รอบก็มืดพอดี คนที่มากินอาหารดูกันเพลิน

ยาวมาก มึน จบแค่นี้แหละจ้า




Create Date : 14 มิถุนายน 2549
Last Update : 14 มิถุนายน 2549 19:42:39 น. 12 comments
Counter : 2327 Pageviews.

 
ดูลงมาเรื่อย ๆ พอเห็นอาหารแค่นั้นแหละ หิวอาหารเช้าเลยครับ


โดย: ต้อง-เกษทัย วันที่: 14 มิถุนายน 2549 เวลา:7:49:20 น.  

 
ชอบคะ หิวด้วย


โดย: NIRISSA วันที่: 14 มิถุนายน 2549 เวลา:7:57:18 น.  

 
ok confirm ค่ะไปอาทิตย์นี้เลยดีกว่า น่าสนใจจัง แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ


โดย: hyacinth IP: 203.146.41.120 วันที่: 15 มิถุนายน 2549 เวลา:9:53:07 น.  

 
เห็นแล้ว อยากไปเที่ยวทันทีเลย ต้องหาเวลาไปซะแล้ว


โดย: Ape IP: 58.9.120.191 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:23:48 น.  

 
แม้อยู่ใกล้บ้านยังไม่เคยไปเลยกลับบ้านคราวนี้ต้องไปซักหน่อยแล้วหล่ะ


โดย: poy_eau IP: 210.246.184.252 วันที่: 19 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:49:20 น.  

 
ก็ดีคับ ไปมาแล้ว 2 ครั้ง สวยงามมาก ๆ เลย ขอให้ทุกคนมาเที่ยวเยอะคับ


โดย: เด็กราชรี IP: 58.147.57.223 วันที่: 21 สิงหาคม 2549 เวลา:9:46:50 น.  

 
รูปลานพระอวโลกิเตศวรน้อยจัง หนูจะทำรายงานไ่ม่มีรูปเลย


โดย: ผงซักฟอก IP: 203.172.179.80 วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:13:32:37 น.  

 
ถ่ายมาหลายรูปจ้ะ แต่เป็นรูปตัวเองและครอบครัว ไม่กล้าเอาลง


โดย: wantjam วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:4:45:42 น.  

 


โดย: ณัฐพล IP: 61.19.153.195 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:12:02:34 น.  

 
ปั้นได้เหมือนมากเลย สวยมากกกกกกกกคนไทยเก่งที่สุด 555


โดย: ไม่รุ IP: 124.121.195.183 วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:17:54:50 น.  

 
เพิ่มมานีดเดียวเองอะโด่


โดย: .......7 IP: 125.24.64.184 วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:39:53 น.  

 
ชอบหุ่นขี้ผึ้งมากคะสวยดีเหมือนของจริงมาก

โดย: me IP: 125.27.106.204 วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:12:23:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wantjam
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add wantjam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.