Group Blog
 
All blogs
 

My Love ตอนที่ 3


ชมดาวในร่างภัสสรได้รับการประกันตัว เพื่อรอสู้คดี แม้เธอจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่พยานบุคคลและพยานแวดล้อมก็รัดตัวเธอแน่นหนา

"พอจะมีทางหลุดไหมวี" เมฆาทิ้งตัวลงบนโซฟาเมื่อกลับมาถึงบ้านพร้อมทนายหนุ่มเพื่อนซี้

"ที่ถามเนี่ย แกอยากให้หลุด หรือไม่อยากให้หลุดวะ" วีรัสถามสงสัย

"ฉันทำเพื่อชมพู่ แกก็รู้" เมฆาถอนหายใจ

"โชคดีที่ค่าแอลกอฮอล์ไม่เกินมาตรฐาน แสดงว่าภัสคงไม่ได้เมา ทีนี้ก็ต้องนั่งภาวนาให้คู่กรณีรอดปลอดภัย โทษจะได้เบาลง อาจเหลือแค่รอลงอาญา"

"แล้วที่ภัสไม่รับผิด จะมีผลอะไรไหม"

"นั่นน่ะสิ ทั้งที่หลักฐานก็ทนโท่อยู่อย่างนั้น หรือภัสจะจำไม่ได้จริงๆ"

"ไม่รู้สิ ฉันแค่รู้สึกว่าเขาแปลกๆ ไป หลังอุบัติเหตุ"

"แปลกยังไงวะ"

"ไม่เอะอะโวยวาย ร้องไห้มากขึ้น เหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่รู้สิ อธิบายไม่ถูกว่ะ"

"อาจรู้ตัวว่าทำผิดไปแล้วก็ได้"

"อืม คงงั้น"

"แล้วเรื่องหย่าล่ะ แกยังจะเดินหน้าต่อไหม"

"คงต้องแล้วแต่เขา ฉันก็ไม่ได้รีบอะไร"

"แกไม่รีบ แต่อาจมีคนรีบแทนแกไปแล้วก็เป็นได้"

"ใคร?"

"อย่าไก๋ดีกว่า มีคนรอเสียบตำแหน่งเมียเอกเป็นโหล เลือกได้สักคนหรือยังล่ะ"

"เฮ้อ.. ฉันขอเป็นโสดอย่างแกดีกว่า เจ็ดปีมานี้ฉันเหมือนอยู่บนสวรรค์แค่สองปี เวลาที่เหลือก็นรกดีๆ นี่เอง"

"ฉันจะคอยดูว่าชมพู่จะได้เป็นซินเดอเรลล่ากับเขาไหม"

"ไม่มีทาง"





ชมดาวมองไปรอบห้องสีสว่างแปลกตา เป็นห้องนอนที่สวยที่สุดเกินกว่าจินตนาการเธอจะนึกฝันถึง ระเบียงเปิดโล่งมองเห็นสนามหน้าบ้าน ไกลออกไปถึงขอบรั้วสูง และสระว่ายน้ำที่อยู่เบื้องล่างข้างตัวตึก

หญิงสาวมองทุกสิ่งรอบตัวด้วยความตื่นเต้น เมื่อเดินสำรวจเข้าไปในห้องแต่งตัว เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง จัดเป็นหมวดหมู่ดูหรูหราราวกับเป็นร้านค้าย่อมๆ เพื่อความงาม ส่วนอีกฝั่งมีเสื้อเชิ้ตและสูทแขวนจนเต็ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของใคร  ครั้นชะโงกหน้าผ่านผนังไร้ประตูกั้นเข้าไปในห้องอาบน้ำ ก็ต้องถึงกับร้องว้าวในใจ ทุกอย่างดูเนี้ยบสะอาดกริ๊บ พื้นกระเบื้องดำวาว อ่างอาบน้ำกว้างขวาง และสวนเล็กๆ ปลูกต้นไม้ตรงระเบียง ดูดีกว่าห้องนอนที่เธอเคยอยู่มาทั้งชีวิตเสียอีก

ชมดาวทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มสีขาวสะอาดตา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของผ้าปูให้ความรู้สึกราวอยู่กลางสวนไม้ดอก แต่พอลืมตาขึ้น ก็รู้ว่าทุกสิ่งเหล่านี้คงได้เพียงชื่นชม แตะต้องไม่ได้ เพราะเจ้าของตัวจริง ยืนกอดอดจ้องมองเธออยู่ข้างเตียงนี้แล้ว

หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวลุกนั่งด้วยอาการเขิน ราวตนเป็นแมวขโมยที่แอบย่องเข้าเรือนคนอื่น

"เออ คือ ฉันรู้สึกเพลียๆ"

"คุณจะนอนที่นี่เหรอ?"

"ปะ..เปล่าค่ะ คือชมพู่พาฉันมา ฉันไม่รู้ว่า.."

"คุณแม่ขา มาดูนี่ค่ะ ชมพู่วาดรูปสวยไหม" เด็กหญิงวิ่งเข้ามาดึงแขน ทำให้ชมดาวหายใจโล่งปอดขึ้นมาทันที แล้วรีบลุกตามไป

เมฆาหันมองตามท่าทางแปลกๆ นั้น เขาก็แค่ถามดู เพราะเห็นพักหลังๆ มานี้ ภัสสรมักจะใช้ห้องส่วนตัวที่อยู่อีกฝั่งมากกว่า เมื่อทั้งสองทะเลาะกันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ



ภายในห้องโทนสีชมพูกระทัดรัดน่ารัก มีมุมของเล่น โต๊ะ และชั้นวางหนังสือ เตียงใหญ่ และห้องอาบน้ำในตัว ชมดาวมองไปรอบๆ และคิดว่าห้องนี้คงจะปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ

"ชมพู่นอนห้องนี้คนเดียวหรือเปล่าจ๊ะ"

"พี่ปรางมาอยู่เป็นเพื่อนจนชมพู่หลับค่ะ"

"งั้นแม่มานอนเป็นเพื่อนดีไหมคะ"

"คืนนี้คุณแม่ไม่ออกไปข้างนอกแล้วเหรอคะ" ชมพู่ถามสงสัย เพราะปกติแม่จะต้องออกไปข้างนอกแทบทุกคืน 

"ไม่ล่ะ แม่จะอ่านนิทานให้ฟังด้วยดีไหมคะ"

"ชมพู่มีนิทานเยอะเลยค่ะ" เด็กหญิงว่าตื่นเต้น แล้วรีบวิ่งไปหยิบมาจากชั้นวาง

"ยังใหม่อยู่เลยเนอะ" ชมดาวพลิกหนังสือดู

"ก็ไม่มีใครอ่านให้ชมพู่ฟังนี่คะ"

"หนูอยากฟังเรื่องไหนก่อนดีคะ"

แล้วหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าก็ถูกเลือกขึ้นมาให้อ่าน อันเป็นงานถนัดของคุณแม่จำเป็น เพราะเธอมีหน้าที่เล่านิทานให้น้องๆ ในบ้านสงเคราะห์เด็กฟังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และเป็นพรสวรรค์ส่วนตัวของเธอทีเดียว ในการทำเสียงนั้นเสียงนี้ ให้นิทานมีอรรถรสมากขึ้น  หลังจากอ่านจนเพลิน แม่ลูกก็เผลอหลับไปพร้อมๆ กัน ท่ามกลางหนังสือหลายเล่มกระจายอยู่รอบกาย



"คุณภัสกับชมพู่ล่ะ ปราง" เมฆาเอ่ยถามเมื่อมาถึงโต๊ะอาหารกลางวัน แต่ไร้แววแม่ลูก

"ยังหลับกันอยู่เลยค่ะ ปรางไม่กล้าปลุก กลัวคุณภัสอาละวาดค่ะ" พี่เลี้ยงสาวรายงานกึ่งฟ้องไปในตัว

"หึ! งั้นฉันก็ยังไม่กิน ถ้าสองคนนั้นตื่นแล้ว ไปตามฉันที่ห้องทำงานด้วย"

"คุณเมฆจะหิ้วท้องรอทำไมล่ะคะ" ปรางทักถามเมื่อเห็นนายหนุ่มกำลังจะเดินผละไป

"สู่รู้ !" คำตอบสั้นๆ นั้น ทำให้ปรางเจ็บจี๊ดไปถึงไหนต่อไหน แต่ยิ่งเขาปากร้ายเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอยากเข้าใกล้เขามากขึ้นเท่านั้น

"เป็นไง! นังปราง เจียมตัวซะบ้างนะแก" อนงค์ เพื่อนสาวใช้ด้วยกัน ซึ่งยืนฟังอยู่เงียบๆ หัวเราะคิกคักขึ้นมาทันที เมื่อนายหนุ่มพ้นสายตาไปแล้ว

"แกกับฉันเป็นเพื่อนกัน แทนที่จะเข้าข้างกัน นังนี่" ปรางมองค้อนเพื่อนจนหน้าคว่ำ

"ตื่นได้แล้ว ต่อให้คุณภัสร้ายกว่านี้อีกสิบเท่า แกก็ไม่ได้กินคุณเมฆหรอก รีบทำบุญไว้ดีกว่า เผื่อชาติหน้าแกจะสวยได้ครึ่งคุณภัสบ้าง" อนงค์พูดแทงใจดำเข้าเต็มๆ

"หรือว่าแกไม่ชอบคุณเมฆ" ปรางถามกลับบ้าง

"ฉันก็แค่ชอบแบบปลื้มดารา ไม่ได้บ้าอย่างแกซะหน่อย ยังไงพี่มดง่ามของฉันก็ดีที่สุด" อนงค์แลบลิ้นใส่แล้วรีบเดินกลับไปที่ครัวเพื่อจัดการอาหารกลางวันของตน

"เดี๋ยวนี้ ใครๆ มันก็สวยด้วยมีดหมอทั้งนั้นแหละ อย่าให้นังปรางรวยบ้างก็แล้วกัน หึ!" ว่าแล้วก็เดินกระฟัดกระเฟียดตามไป 



"ป้า! ป้าแจ่ม คุณภัสตื่นแล้วป้า" อนงค์รีบวิ่งมารายงานที่ครัวตอนบ่ายสอง แล้วรีบวิ่งออกไปเตรียมเครื่องดื่ม

"เออๆ ช่วยกันอุ่นอาหารเร็วเข้า" ป้าแจ่มและลูกมืออีกสองคนรีบกุลีกุจอช่วยกันยกใหญ่ เพราะเกรงนายสาวจะอารมณ์เสีย แล้วพาลเปิดศึกสตาร์วอร์ (จานบิน) บนโต๊ะอาหาร

แล้ววินาทีที่แม่ลูกเดินมาถึงโต๊ะ ทุกอย่างก็เรียบร้อย สาวใช้ต่างกลั้นหอบหายใจ ทุกคนดูเกร็งไปหมด และต่างพากันหลบสายตา ทำให้ชมดาวรู้สึกแปลกๆ

"อาหารน่าทานทั้งนั้นเลย" หญิงสาวมองอาหารจานโต สีสันและกลิ่นชวนน้ำลายสอเป็นที่สุด คิดว่ารสชาติก็คงไม่แพ้หน้าตา ไม่ว่าจะเป็นเป็ดอบซอส ยำหูฉลาม ปูผัดผงกระหรี่ แกงเขียนหวานไก่ ต้มจืดสาหร่าย และไข่เจียว

"ชมพู่หิวแล้วค่ะ"

"รอคุณพ่อก่อนนะคะ" ชมดาวขยับเก้าอี้ให้ลูก แล้วนั่งลงข้างๆ

"คุณพ่อมาแล้วค่ะ" ชมพู่ร้องดีใจ เมื่อเห็นเมฆาเดินมาที่โต๊ะพร้อมพี่เลี้ยงสาว

"คุณชมพู่ ออกไปนั่งทานข้างนอกไหมคะ เดี๋ยวพี่ปรางจะป้อน" ปรางรีบออกตัวทำลายบรรยากาศทันที

"ไม่ค่ะ ชมพู่จะนั่งทานที่นี่"

"เดี๋ยวคุณแม่จะอารมณ์เสียนะคะคนดี" พอพูดถึงจุดนี้ เด็กหญิงก็ชักลังเล เพราะเคยมีประสบการณ์เลวร้ายบนโต๊ะอาหารมาแล้ว

"คุณแม่ ให้ชมพู่นั่งทานด้วยนะคะ" เด็กหญิงว่าเสียงอ่อย

"นั่งทานตรงนี้แหละ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นนะคะ" ชมดาวลูบศีรษะแล้วกดจูบลงไป

"แต่.." ปรางยังไม่ละความพยายาม

"ตักข้าวได้แล้วปราง ฉันหิวจะแย่แล้ว" เมฆาตัดบทด้วยความรำคาญ


ชมดาวนั่งทานไปเรื่อยๆ ไม่ได้ปริปากว่าอะไร จนกระทั่งเธอตักแกงเขียวหวานเข้าปาก

"แกงนี่ใครทำ..." เพียงเท่านั้น ก็มีเสียงอธิบายขึ้นอย่างร้อนรนจากแม่ครัว

"ตอนทำเสร็จใหม่ๆ มะเขือก็นุ่มกำลังดีแล้วนะคะ แต่พอเอาไปอุ่นอีกที มันคงนุ่มเกินไปสักหน่อยค่ะ"

"คุณจะติอะไรอีกล่ะ" เมฆาวางช้อนกระทบจานข้าว เพราะรู้ว่าถ้าเริ่มอีหรอบนี้ทีไร ได้ทะเลาะกัน และทำให้อาหารกร่อยไปเสียทุกครั้ง

"เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากจะชม ไม่เคยทานแกงอร่อยเท่านี้มาก่อน ก็เท่านั้น" ชมดาวว่าแล้วทานอาหารต่อ ไม่พูดไม่ถามอะไรอีก ทำให้เมฆารู้สึกผิดเสียเอง ที่ด่วนตัดสินเธอก่อนจะรู้ความ ส่วนคนรับใช้พากันถอนหายใจ มองหน้ากันไปมา

"ผมเพิ่งเห็นคุณทานอะไรแล้วรู้สึกอร่อย ก็คราวนี้แหละ" เมฆาว่าประชดแล้วลงมือทานต่อ หญิงสาวขบริมฝีปาก ตั้งใจว่าจะไม่ต่อปากต่อคำกับเขา ขณะที่คนอื่นๆ เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศมาคุ ยิ่งเห็นนายสาวเงียบก็ยิ่งกลัว

"ลองน้ำต้มจืดดูบ้างไหมลูก ทานแต่ไข่เจียวจะฝืดคอนะคะ" ชมดาวหันไปคุยกับลูก และไม่สนใจคนปากร้าย

"ราดให้แฉะๆ เลยนะคะ"

"จัดไปค่ะ"

แม่ลูกหยอกเย้า ตักอาหารป้อนกันไปมา พาให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจที่อาหารมื้อนี้ไม่จบลงแย่อย่างที่คิด  แต่ถึงกระนั้นเมฆาก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าภัสสรจะเปลี่ยนไปได้ชั่วข้ามคืน พลางคิดว่าเธอคงจะแสร้งดีได้ไม่นาน และถ้าหน้ากากเธอหลุดออกวันใด คงต้องถึงคราวสิ้นสุดกันเสียที



"คืนนี้ผมจะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ" เมฆาอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเตรียมออกจากบ้าน ขณะที่ชมดาวกำลังดูทีวีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น และชมพู่ระบายสีอยู่ใกล้ๆ

"ค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ" ชมดาวว่าอย่างไม่ใส่ใจนัก คิดว่าดีเสียอีก เธอจะได้กลับเข้าไปในห้อง เพื่อเก็บเสื้อผ้าบางส่วนมาไว้ในห้องลูก

"คุณพูดประชดผมใข่ไหมเนี่ย?"

"เปล่าค่ะ"

"ทุกที ถ้าคุณล่ามผมได้ คุณคงทำไปแล้ว" เมฆายิ้มเยาะ คิดว่าต่อมความอดทนเธอคงแตกเข้าสักวัน ดูซิจะทนได้สักกี่น้ำ

"ฉันคงคิดได้แล้วมั้งคะ" ชมดาวว่ายักไหล่แบบที่เขาชอบทำ

"คิดว่าอะไร?"

"ใครที่ฉันควรห่วง และใครที่ควรปล่อยไป" ชมดาวลูบศีรษะเด็กหญิง ที่กำลังนั่งสนใจกับภาพตรงหน้า และไม่รู้ว่าพ่อแม่สนทนาอะไรกัน

"สวยไหมคะ คุณพ่อ" ชมพู่ชูภาพให้ดู เมฆาจึงต้องรีบปรับสีหน้ายิ้มรับ

"สวยมากค่ะ" ชายหนุ่มนั่งลงหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่

"รีบกลับนะคะ ชมพู่เป็นห่วงค่ะ" เด็กหญิงอ้อนแล้วหอมคืน

"ครับผม พ่อไปล่ะ" เมฆาตั้งท่าจะผละไป

"หอมคุณแม่ด้วยค่ะ" ชมพู่รีบท้วง 

"ได้เลย" เมฆาขยับเข้าใกล้ แค่ไม่อยากขัดใจลูก  แต่อีกฝ่ายกลับผงะถอย พอคว้าตัวไว้ได้ เขาจึงกดริมฝีปากและจมูกลงบนแก้มแรงๆ แล้วหันไปถามลูกสาว

"พอไหมคะ?" ชมพู่หัวเราะคิกคัก นึกว่าพ่อแม่หยอกล้อกัน

"คนบ้า!" ชมดาวแอบหยิกเขา ไม่ให้ลูกเห็น แล้วใบหน้าก็เรื่อขึ้นจนถึงใบหู

เมฆายิ้มสะใจ คิดว่าภัสสรคงโกรธจนหน้าแดง แต่ก็ยังชื่นชมที่เธอไม่กรี๊ดบ้านแตกเหมือนทุกครั้ง สงสัยจะกินยาผิดขนานเข้าไป ถึงได้ความอดทนสูงผิดปกติ คิดแล้วก็พลางหัวเราะอารมณ์ดีออกจากบ้านไป


"คุณพ่อออกไปเที่ยวแบบนี้บ่อยๆ หรือเปล่าคะชมพู่" ชมดาวแอบถามข้อมูลจากเด็ก

"อืม ส่วนมากวันศุกร์กับวันเสาร์ค่ะ คุณพ่อทำงาน"

"แล้วคุณแม่ล่ะคะ"

"อืม? คุณแม่ก็ถามตัวเองสิคะ" เด็กหญิงตอบงงๆ

"แม่ก็แค่ อยากจะทดสอบความจำชมพู่" เด็กหญิงทำท่าคิด แล้วยกนิ้วขึ้นมานับด้วย

"ชมพู่จำไม่ได้ค่ะ ว่าคุณแม่อยู่บ้านวันไหนบ้าง"

"ขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ" ชมดาวแอบหันไปทำหน้าเจื่อน คิดว่าตนคงเคยแย่มากๆ

"งั้นต่อไป แม่อยู่กับหนูทุกวันดีไหมคะ"

"จริงๆ นะคะ"

"จริงสิ ขึ้นไปนอนกันดีกว่านะ" ชมดาวให้เด็กหญิงขี่หลัง แล้วขึ้นชั้นบนไปด้วยกัน



เมฆากลับมาถึงราวห้าทุ่ม ภายในบ้านเงียบสงัด คิดว่าคงหลับกันหมดแล้ว พอเปิดห้องชมพู่เข้าไป ก็ถึงกับหลุดยิ้มออกมา เมื่อเห็นเด็กหญิงนอนดิ้นจนเท้าไปพาดอยู่บนท้องภัสสร ซึ่งก็หลับเป็นตายไม่ได้แสดงอาการรับรู้ใดๆ เหมือนกัน 

เขาจัดท่านอนลูกใหม่ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้ แล้วจูบลงที่หน้าผากเล็กแผ่วเบา ก่อนสายตาจะเลื่อนไปที่ใบหน้าสวยใสของคนข้างๆ ชายหนุ่มโน้มเข้าใกล้ แล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากเม้มแผ่วเบาและขยับออกเชื่องช้า อิริยาบถช่างสวนทางกับหัวใจเต้นรัวภายในร่างที่ยังนอนนิ่ง ไม่กล้าแสดงออกว่าเธอรับรู้ถึงสัมผัสอ่อนโยนในทุกเสี้ยววินาทีที่ผ่านเข้ามา และเพิ่งประจักษ์ว่าสโนไวท์ในเทพนิยายที่อ่านมานับร้อยครั้งรู้สึกอย่างไรแน่ ก่อนฟื้นจากความตาย...

ครั้นแสงไฟในห้องวูบดับลง พร้อมกับการจากไปของชายหนุ่ม ความคิดในใจหญิงสาวกลับสว่างจนทำให้นอนไม่หลับทั้งคืนเลยทีเดียว






















 

Create Date : 03 เมษายน 2555    
Last Update : 6 เมษายน 2555 22:38:28 น.
Counter : 538 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 2


หลังจากตำรวจเข้าสอบปากคำในวันต่อมา ชมดาวจึงรู้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เธอคือ ภัสสร อัศวาลัย ส่วนคนที่นอนหมดสติในห้องไอซียูนั่นก็คือ...

"คุณชมดาว พิตนภางค์ครับ ตอนนี้เรากำลังพยายามติดต่อญาติเธออยู่" นายตำรวจสอบสวนเอ่ย

หญิงสาวประสานมือไว้แน่นภายใต้ผ้าห่ม รู้สึกสับสนไปหมด ไม่คิดว่าจะต้องกลายมาเป็นทั้งโจกย์และจำเลยในคราวเดียวกันเช่นนี้ เรื่องแบบนี้นึกว่ามีแต่ในหนังเสียอีก หากบอกไป เธอมีหวังได้ย้ายจากที่นี่ไปอยู่ศรีธัญญาแทนแน่ๆ

หนำซ้ำเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคู่กรณีในวันนั้น แล้วเธอจะให้ปากคำอะไรได้ นอกเสียจาก...

"ดิฉันจำไม่ได้เลยค่ะ.. ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" ชมดาวคิดว่าอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้โกหก เพราะเธอไม่รู้จริงๆ ว่ารถคันนั้นพุ่งเข้ามาชนเธอได้ยังไง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนไม่รู้ว่าตนเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่  

หลังจากสอบปากคำอยู่นาน หญิงสาวก็ยังยืนยันคำเดิม และเริ่มมีอาการเครียดขึ้นเรื่อยๆ การสอบสวนจึงต้องยุติลง

"เอาล่ะครับ คงต้องรอผลพิสูจน์จากแพทย์ว่าคุณจำไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นเราอาจต้องตั้งข้อหาเพิ่ม"  




"ผมบอกแล้วไง แกล้งบ้าก็ไม่ใช่จะช่วยได้ ใครก่อกรรมอะไรไว้ ก็ต้องรับผล" เมฆาว่าด้วยเสียงเย็นชาประชดประชันอีกเช่นเคย

"ฉันไม่ได้แกล้งนะ" ชมดาวไม่เข้าใจว่าเขาเป็นสามีประเภทไหนกันแน่ ไม่แปลกเลยที่ภัสสรอยากหย่ากับเขา

"คุณจะบอกว่าบ้าจริงงั้นสิ"

"ฉันไม่.."

"พอได้แล้ว! คนอย่างคุณไม่เห็นโล่งศพ ไม่มีวันหลั่งน้ำตาหรอก จริงไหม?" ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจ

"คุณคิดว่าฉันอยากให้เป็นอย่างนี้หรือไง ฉันไม่มีทางเลือก" ชมดาวพูดถึงสถานการณ์ของเธอในตอนนี้ ซึ่งเขาไม่มีวันจะเข้าใจ

"คุณเลือกที่จะเมาแล้วขับไงล่ะ" เมฆาขยับเข้าใกล้ เน้นทุกคำพูด

"ไม่ใช่ฉัน!! ได้ยินไหม? ฉันไม่ได้ทำ!" หญิงสาวเริ่มคุมสติไม่อยู่ด้วยแรงบีบคั้นจากการสอบปากคำเมื่อครู่ แล้วเขายังจะมาซ้ำเติมเธออีก

"หัดยอมรับความจริงเสียบ้างนะภัสสร เข้าไปอยู่ในคุกอาจทำให้นิสัยคุณดีขึ้น" น้ำเสียงดุเดือดและแววตาโหดร้าย กดดันให้อีกฝ่ายทำตามอารมณ์ชั่ววูบที่ผุดขึ้นมา ณ บัดนาว

"ไม่!!" ชมดาวลงจากเตียงแล้ววิ่งไปเปิดประตูระเบียง คิดว่าตนยอมตายดีกว่าจะยอมรับความผิดที่ไม่ได้ก่อ

"หยุดนะ! จะทำอะไร?" เมฆาวิ่งไปคว้าเอวได้ก่อนที่เธอจะปีนขึ้นไปบนราวระเบียง

"ปล่อยนะ! ฉันไม่ได้ทำ" หญิงสาวร้องไห้ฟูมฟายดิ้นรนสติแตกในอ้อมแขน

"ใจเย็นๆ นะภัส" แม้ปากจะพร่ำด่ามาตลอด แต่ถึงวินาทีนี้เขากลับปล่อยเธอไปไม่ได้

"ฉันไม่ได้ทำ..ฉันไม่ใช่ภัสสร..เชื่อฉันนะ..ฉันไม่ได้ทำ" ชมดาวพูดซ้ำไปซ้ำมาด้วยความรู้สึกคับข้องใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมตนต้องกลายมาเป็นเหยื่อในเหตุการณ์นี้ 

แม้จะเชื่อตรงข้ามกับสิ่งที่ได้ยินทั้งหมด แต่ท่าทีไม่ปกติก็ชวนให้เมฆาสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าเธอมีอะไรแอบแฝงอยู่ในใจ  หากเธอลุกขึ้นมาชี้หน้าด่าเขา หรือบอกถึงแผนการใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้เรื่องนี้จบตามแบบที่เธอถนัด เขาจะไม่แปลกใจเลยสักนิด

แต่นี่...

"พาฉันไปหาชมดาวนะคะ คุณเมฆ ฉันอยากไปดู.." หญิงสาวขยับออก อ้อนวอนทั้งน้ำตา หลังสงบอารมณ์ลงได้

"ไปดู.. (ว่าเขาตายหรือยังน่ะเหรอ)" เมฆามองด้วยสายตาไม่ไว้ใจแล้วแอบคิดต่อ

"เป็นสิ่งที่ฉันควรทำนี่คะ"

"ที่ผ่านมา คุณก็ทำแต่สิ่งที่ไม่ควรทั้งนั้น" ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองประหลาดใจ

"ฉันทำอะไร?"

"ไม่เห็นต้องสาธยาย" เมฆายักไหล่

"เช่น..กันผู้หญิงอื่นไม่ให้เข้าใกล้คุณใช่ไหม?" ชมดาวดันตัวออกห่างจนหลุดจากการเกาะกุม ว่าไปตามข้อมูลที่ได้มาจากปราง แต่น้ำเสียงประชดประชันที่ใช้ คิดว่าคงติดมาจากคนตรงหน้า

แทนคำตอบ ดวงตาคมวาวจ้องมองมาจนหญิงสาวต้องเป็นฝ่ายหลบ ไม่แน่ใจว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ เมฆาขยับเข้าใกล้เพียงนิดเดียวร่างบางก็ก้าวถอยหลัง ชนเข้ากับประตูกระจก

"คุณจะทำอะไร?" ชมดาวเหลือบมองฝ่ามือค้ำยันอยู่ข้างศีรษะ ขณะที่มืออีกข้างลูบไล้ตั้งแต่ข้อมือขึ้นมาหยุดอยู่ที่ลำคองามระหง ปลุกเร้าไรขนบนผิวหนังบางใสให้ลุกซู่ขึ้นตลอดเส้นทางที่ปลายนิ้วสัมผัสผ่าน

แววตาหวั่นไหวระคนสงสัยใคร่รู้ สะท้อนภาพเงาวันวานเมื่อความรักยังคงหวานชื่น ก่อนจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันที่ต่างคนต่างพอใจจนขุ่นมัวและไม่อาจมองเห็นความงดงามใดๆ ได้อีก ชั่ววูบเมฆานึกเสียดายวันเวลาเหล่านั้น แต่อีกใจกลับคิดว่าเขาและเธอมาไกลจนสุดทางเยียวยาเสียแล้ว

"คุณเคยรู้ใจผมมากที่สุดไม่ใช่เหรอ? แต่ตอนนี้คงลืมไปหมดแล้วมั้ง" สีหน้าและแววตาเขากลับเข้าโหมดยั่วยวนกวนโทสะอีกจนได้

"ใครว่าลืม ไม่เคยอยู่ในความทรงจำเลยต่างหาก" ชมดาวตั้งใจว่าแดกดัน แม้จะเป็นความจริงที่เธอรับรู้อยู่เพียงฝ่ายเดียว

ริมฝีปากที่อยู่ใกล้แค่คืบกดจูบลงหนักหน่วงราวจะช่วยฟื้นความจำ แต่กลับทำให้สติอีกฝ่ายแตกกระเจิงยิ่งกว่าเดิม

"จำได้ไหมว่าผมเคยจูบคุณแบบนี้ ที่ไหน?" 

ชมดาวมองหน้าคนที่ยังโอบกอดเธอไว้แน่นด้วยอาการตะลึง พลางคิดว่าเป็นคำถามบ้าๆ เธอจะรู้ได้อย่างไร

"ว่าไง!" แววตาข่มขู่ และอ้อมแขนกระชับขึ้น บังคับให้เธอต้องตอบออกไปตามประสบการณ์อันน้อยนิดของเด็กสาวที่ไม่เคยมีแม้แต่แฟน และดูอายุอานามเขากับเธอก็คงจะห่างกันเป็นสิบปีได้

"ที่นี่ไงล่ะ! จูบก็คือจูบ มันต้องมีแบบนี้ แบบนั้น แบบโน้นด้วยเหรอ"

"เพราะสมองคุณมันมีแต่เรื่องร้ายๆ ไงล่ะ ถึงไม่มีพื้นที่จดจำเรื่องดีๆ" เมฆาปล่อยคนในอ้อมแขนด้วยอารมณ์ขุ่น

"เดี๋ยวสิ! แล้วเรื่องชมดาวล่ะ คุณเมฆ?" หญิงสาวก้าวตามเร็วๆ หลังจากยืนงงอยู่ชั่วครู่กับข้อกล่าวหาไร้เหตุผล ขณะที่อีกฝ่ายเดินออกจากห้องไป โดยไม่หันกลับมามองเธอด้วยซ้ำ

"คุณเมฆ!"



ชมดาวมองดูสภาพร่างกายที่เคยเป็นของตนด้วยความรู้สึกเวทนาจนน้ำตาเอ่อล้นออกจากดวงตาคู่สวย แม้เธอจะไม่ใช่เจ้าของมันอีกต่อไป แต่ความผูกพันที่อยู่ร่วมกันมายี่สิบปีก็ทำให้อดใจหายไม่ได้ ร่างเล็กบอบบางตรงหน้าไม่ไหวติง มีเครื่องช่วยหายใจ สายยาง ถุงน้ำเกลือ ถุงเลือด ระโยงระยางเต็มไปหมด พร้อมเฝือกที่ขาและบาดแผลอีกหลายแห่งทั่วร่างกาย

"ฉัน.. เออ เธอจะมีโอกาสหายไหมคะคุณหมอ" หญิงสาวหันไปถามนายแพทย์เจ้าของไข้

"ตอบยากครับ ถ้าฟื้นต้องถือว่าเป็นปาฏิหารย์ ถ้าไม่คงเป็นเจ้าหญิงนิทราไปตลอด โอกาสตอนนี้แค่ห้าสิบๆ นะครับ"

"คุณหมอต้องช่วยให้ถึงที่สุดนะคะ คุณเมฆ...สามีดิฉันคงไม่เกี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาล"

"ทางเราต้องทำเต็มที่อยู่แล้วครับ"

"แล้วมีใคร มาเยี่ยมเธอบ้างหรือยังคะ"

"เท่าที่ทราบ ยังไม่มีญาติมาติดต่อนะครับ"

แน่ล่ะสิ ก็เธอเป็นคนไม่มีที่มาที่ไปนี่นา ชีวิตเด็กกำพร้าจากบ้านสงเคราะห์ก็แย่พออยู่แล้ว ไม่เคยคิดว่าต้องมาอยู่ในสภาพนี้อีก ใจหนึ่งก็อยากจะแจ้งข่าวให้ 'ญาติๆ' นั่นก็คือเจ้าหน้าที่ศูนย์สงเคราะห์ซึ่งดูแลเธอมาตั้งแต่แบเบาะ จนกระทั่งเรียนจบ คิดจะยืนด้วยลำแข่งตัวเอง ก็ต้องมามีอันเป็นไปเช่นนี้ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้พวกเขามาอนาทรร้อนใจไปด้วย แค่งานที่ต้องรับผิดชอบเด็กๆ อีกหลายร้อยชีวิตก็มากพออยู่แล้ว

หญิงสาวกลับถึงห้องพักด้วยจิตใจหดหู่ ดูเหมือนว่าเธอจะโชคดีที่ไม่ต้องนอนผงาบอยู่ในร่างเดิม แถมได้มาอยู่ในร่างใหม่ที่งดงาม สูงสง่า ผิวพรรณผุดผาด ผ่านการดูแลมาอย่างดี และคงไม่เคยต้องตรากตร่ำทำงานหนักเหมือนที่เธอทำมาตลอด  ไหนจะพ่อแม่ใจดีที่เธอรอคอยมาแสนนาน ลูกสาวในวัยน่ารัก สามีปากร้าย... แต่รูปร่างหน้าตาเขานี่สิ ใครเห็นก็คงต้องตกหลุมรักได้ง่ายๆ ...รวมทั้ง... บ้าจริง เขาสาปส่งให้เธอไปติดคุกอยู่เรื่อย หน้าตาดีก็ใช่ว่านิสัยจะดีด้วย หึ!


"คุณไปไหนมา" เมฆากลับเข้ามาในห้องอีกครั้งหลังจากหายไปพักใหญ่

"ไปดูอาการชมดาวค่ะ" หญิงสาวว่าแล้วนอนหันหลังให้ 

"คุณคงเสียดายนะ" ชายหนุ่มนั่งลงข้างเตียง

"เสียดายอะไร?" ชมดาวไม่หันมามองจนกระทั่ง

"เสียดายที่ไม่ชนให้ตายไปเลยไงล่ะ"

"นี่คุณคิดแบบนี้จริงๆ เหรอ?" หญิงสาวลุกนั่งจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยดวงตาโต 

"ผมไม่เห็นต้องคิดอะไร คุณต่างหากที่ต้องคิด คิดให้หนักด้วย เพราะคุณอาจต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเขาไปตลอดชีวิต"

อะไรกัน! เธอเป็นฝ่ายถูกชนยังต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลตัวเองอีกเหรอ? งานก็ยังไม่ได้ทำ เธอจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย

"ตะ..แต่..คุณเป็นสามีฉันนะ" ชมดาวพูดด้วยความรู้สึกมืดแปดด้าน

"แล้วไง? เรากำลังจะหย่ากันอยู่แล้ว" เมฆาถามด้วยน้ำเสียงเฉยชา

"งั้นถือว่าให้ยืมก็ได้ ฉันได้งานทำแล้ว..."

"คุณบ้าไปแล้วเหรอภัส?" เมฆามองด้วยความสนเท่ห์ เพราะสินสมรสที่เธอจะได้ครึ่งหนึ่งนั้น มากมายก่ายกองทีเดียว ยังไม่รวมสมบัติส่วนตัวในฐานะลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลที่ยังรอให้เธอผลาญใช้ไปอีกนาน

ชมดาวในร่างภัสสรถึงกับน้ำตาร่วง รู้สึกอยากเป็นคนที่นอนผงาบปางตายยังดีเสียกว่า จะต้องติดคุก และต้องหาเงินมหาศาลมาเป็นค่ารักษาพยาบาลตัวเอง

"ก็เงินตั้งมากมายขนาดนั้น ฉันจะหามาจากไหนล่ะ"

"ผมไม่คิดเลยว่า คนที่ใช้กระเป๋าถือใบละเป็นล้านอย่างคุณ จะมางกอะไรกับค่ารักษาพยาบาลแค่นี้"

"ฉันมีกระเป๋าแบบนั้นด้วยเหรอคะ" หญิงสาวหยุดร้องไห้ทันที

"อืม.. มีหลายใบด้วย" เมฆาว่าพลางซ่อนยิ้มขันท่าทีลนๆ แปลกตา

"คุณต้องช่วยฉันนะ" ชมดาวคว้ามือชายหนุ่มขึ้นมากุมไว้

"ช่วย?" เมฆาเลิกคิ้วสงสัยเพราะภรรยาเขาเก่งเสมอ ทำอะไรไม่เคยปรึกษา และทำเกินขอบเขตเสมอ

"เอากระเป๋าพวกนั้นไปขายให้หมดเลยนะคะ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่คนฟังกลับหรี่ตามองเธอด้วยความรู้สึกคาดเดา ครั้นเห็นเขาไม่ตอบ เธอจึงพูดต่อเร็วๆ

"เออ.. คุณจะคิดค่านายหน้าเท่าไหร่ก็ได้"

"แล้วถ้าผมจะแลกการนอนกับคุณหนึ่งครั้ง ต่อการขายกระเป๋าหนึ่งใบล่ะ คุณจะว่ายังไง" รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าพร้อมข้อต่อรองตลกร้าย กับภรรยาที่กำลังจะแยกทางกันมะรอมมะร่อ

ดวงตากลมโตมองค้างแล้วใบหน้าซีดๆ ก็เริ่มมีสีเรื่อขึ้น

"งั้น.. ฉันคงไม่รบกวนคุณแล้วล่ะ ฉันขายเองก็ได้" ชมดาวขยับตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมมิดศีรษะ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอายขนาดนี้ ทั้งที่ร่างกายนี้ก็เป็นของภรรยาเขา และคงเคย...เฮ้อ... นับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งคิดก็ยิ่งเขิน 

เมฆามองปฏิกิริยาภรรยาสาวด้วยความขบขัน ราวทั้งสองกำลังเล่นเกมกันอยู่

"ถึงไม่ขายกระเป๋านั่น ผมก็จะนอนกับคุณอยู่ดี ตราบเท่าที่เรายังเป็นผัวเมียกันอยู่" เสียงกระซิบจากริมฝีปากแนบใบหูเพียงใยผ้ากั้นกลางนั้น ทำคนใต้ผ้าห่มขดตัวอัตโนมัติและต้องหลับตาปี๋ ส่วนคนที่อยู่ภายนอกนั้นกลับยิ้มพึงพอใจ



"พี่ปรางบอกว่า คุณพ่อกับคุณแม่จะเลิกกัน เล่นอะไรกันอยู่คะ ให้ชมพู่เล่นด้วยคน" เสียงใสๆ เอ่ยถามแจ้วๆ ขณะพ่อลูกนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน 

"ปรางไม่ได้พูดอย่างนั้นนะคะ คุณเมฆ" พี่เลี้ยงสาวรีบออกตัว เมื่อเห็นสายตาดุจ้องมองมา

"พี่ปรางพูดจริงๆ นะคะ ชมพู่ถามว่าเล่นอะไร พี่ปรางก็บอกว่าไม่ได้เล่น"

"คุณชมพู่!" ปรางร้องปรามพลางมองหน้านายหนุ่มเลิ่กลั่ก

"แกมีอะไรก็ไปทำเถอะ แล้วคราวหน้าถ้าทำเกินหน้าที่อีกล่ะก็..." เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่แววตาเขาสื่อความหมายชัดเจน ทำให้พี่เลี้ยงสาวต้องรีบหลบฉากไปทันที

"ให้ชมพู่เล่นด้วยคนนะคะ" เด็กหญิงยังคงรบเร้า

"ชมพู่ต้องมีส่วนอยู่แล้วล่ะ" เมฆาลูบศีรษะเล็กด้วยความสงสาร หากเพียงเด็กน้อยจะรู้ว่าตนเป็นได้แค่เหยื่อในเกมชีวิตที่พ่อแม่กำลังจะคว่ำกระดาน ก่อนที่มันจะสิ้นสุดลงในเวลาอันควร

"คืนนี้ให้ชมพู่ไปเฝ้าคุณแม่ด้วยนะคะ ชมพู่อยากเล่นเกมแล้ว"

"จะดีเหรอลูก พรุ่งนี้แม่ก็จะกลับบ้านแล้ว เอาไว้..."

"พรุ่งนี้วันเสาร์ ไม่ต้องไปโรงเรียนค่ะ"

"งั้นต้องทานข้าวให้หมดจานก่อนนะ"

"เย้!"


หนูน้อยในชุดนอนเสื้อกางเกงยืดขายาวสีชมพูหวานแหวว กำลังง่วนจัดของลงกระเป๋าลายการ์ตูนสโนไวท์จนเต็ม เพราะดูทุกอย่างจะจำเป็นไปหมด

"ขนไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอลูก" เมฆามองกระเป๋าใบย่อมที่อัดแน่นไปด้วยตุ๊กตาที่เคยวางอยู่ตรงหัวนอน

"ชมพู่ขาดใครไม่ได้เลยค่ะ พาไปหมดเลยนะคะ"

"ไปอยู่แค่คืนเดียว พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว ให้พี่หมีกับน้องแมวอยู่เฝ้าที่นี่ดีไหมลูก"

"อืม.. ชมพู่เป็นห่วงค่ะ ถ้าผีมาแล้ว ใครจะช่วยพี่หมีกับน้องแมวล่ะคะ พี่ยีราฟต้องเอาไว้กอดนอน น้องหมากับบาร์บี้ชอบเล่นด้วยกันค่ะ..."

"โอเคๆ พ่อรู้แล้วว่าหนูขาดใครไม่ได้จริงๆ" เมฆาตัดบท เพราะเกรงลูกสาวจะสาธยายหมดทั้งกระเป๋า

"งั้นไปเลยนะคะ" ชมพู่ยิ้มแก้มปริ 



"ว้าว! ตุ๊กตาสวยๆ ทั้งนั้นเลยชมพู่" ชมดาวอดตื่นเต้นไม่ได้ แม้จะอยู่ในวัยผู้ใหญ่แล้ว แต่ของเล่นเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เธอฝังใจอยากเป็นเจ้าของมาตั้งแต่เด็ก

เด็กหญิงเห็นแม่สนใจสิ่งที่ตนนำมา จึงรู้สึกสนุกไปด้วย บอกเล่าเรื่องราวและชื่อที่เธอตั้งให้ พร้อมกับปีนขึ้นไปจัดวางเพื่อนๆ ทั้งหมดไว้รอบที่นอน 

เมฆานั่งอ่านนิตยสารอยู่ที่โซฟา แอบมองทั้งสองนั่งคุยกันสนุกสนาน เป็นครั้งแรกที่เห็นภัสสรแสดงความใส่ใจลูก เขารู้ว่าชมพู่โหยหาและต้องการความรักจากเธอมากเพียงใด แต่การปฏิบัติต่อลูกก่อนหน้านี้ เป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้จริงๆ

"คุณพ่อขา ถ่ายรูปให้คุณแม่กับชมพู่หน่อยค่ะ" เด็กหญิงนอนลงในอ้อมแขน พร้อมผองเพื่อนรายล้อมรอบศีรษะ

"ครับผม" เมฆาวางหนังสือลง แล้วคว้าโทรศัพท์เดินเข้ามาหาทั้งสอง

"1...2...3" กล้องบันทึกภาพไว้หลายรูป พร้อมคลิปวีดีโอ แม่ลูกหยอกล้อกัน

"ชมพู่จะถ่ายบ้างค่ะ" เด็กหญิงขยับลงจากเตียง คว้าโทรศัพท์ไปจากมือ แล้วดันหลังให้พ่อลงไปนอนบ้าง ชมดาวเห็นท่าไม่ดี รีบขยับจะลุกออกจากที่นอน

"คุณแม่ขา ถ่ายรูปก่อนค่ะ"

"นั่นสิ จะรีบไปไหน" ชายหนุ่มคว้าหมับเข้าที่เอว ดึงร่างบางเข้ามาจนริมฝีปากเขาชนเข้าที่แก้ม ส่วนนิ้วน้อยๆ ก็รัวชัตเตอร์ไปหลายรูปพร้อมเสียงหัวเราะร่วน ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งตรงกลางระหว่างพ่อแม่ แล้วภาพรอยยิ้มทั้งสามก็ถูกเก็บบันทึกไว้เรียบร้อย

















 

Create Date : 28 มีนาคม 2555    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2555 21:28:10 น.
Counter : 573 Pageviews.  

My Love ตอนที่ 1

ออกอากาศ: วันพุธ & วันเสาร์








หญิงสาวมองใบหน้าตนในกระจกเงา ด้วยความรู้สึกตื่นกลัวและสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สมองเธอยังปกติดี และจำเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาได้หมดทุกสิ่งอย่าง หากแต่รูปร่างหน้าตาที่เห็นอยู่นี่ต่างหากเป็นเสมือนสิ่งแปลกปลอม แม้จะมีการศัลยกรรมก็คงไม่ทำให้เปลี่ยนแปลงไปได้ถึงขนาดนี้

"ไม่ต้องห่วงหรอก หน้าคุณยังสวยเหมือนเดิม คุณโชคดีนะที่ไม่เป็นอะไรมาก แต่คนที่คุณชนนี่สิ ไม่รู้จะมีโอกาสฟื้นหรือเปล่า" เสียงประชดประชันจากชายคนเดียวที่มาเฝ้าดูอาการเธอ รูปร่างหน้าตาผิวพรรณเขาจัดว่าหล่อเหลาระดับแนวหน้าทีเดียว หากแต่แววตาและน้ำเสียงเย็นชานั่น ทำให้เธอไม่แน่ใจว่าเขามาดีหรือมาร้ายกันแน่

"ชนเหรอ?" ชมดาวพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้น หากจะคิดว่าตนตายแล้วเกิดใหม่ก็ยังรู้สึกว่าเร็วไป

"ใช่ คนเป็นๆ เลย ไม่ใช่หมา" เสียงเขาเริ่มแสดงอารมณ์มากขึ้น

"คุณพูดอะไร ฉันไม่ได้ทำ แล้วฉันมาอยู่นี่ได้ยังไง?" หญิงสาวว่าเสียงสั่น และ 'ที่นี่' ก็ไม่ได้หมายถึงสถานที่ หากแต่เป็นเรือนร่างนี้ต่างหาก

"หึ ก็ไม่แปลก คนอย่างคุณไม่เคยทำอะไรผิด พอๆ กับที่คนอื่นไม่เคยทำอะไรถูกนั่นแหละ" เมฆายักไหล่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้

ชมดาวมองหน้าคนที่ทำราวรู้จักเธอดี ทั้งที่เธอเพิ่งเห็นหน้าเขาเป็นครั้งแรก

"คุณ..เป็นใคร"

"พอทีเถอะ! เลิกเล่นละคร ตาใสใจซื่อได้แล้ว คุณจะหลอกใครก็ได้ แต่ไม่ใช่กับคนที่รู้เช่นเห็นชาติคุณดีอย่างผม" ชายหนุ่มตวาดเข้าให้ จนอีกฝ่ายสะดุ้ง ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาเกลียดเธอมากขนาดนี้

"งั้น..ฉันเป็นใคร" หญิงสาวถามใหม่อีกครั้ง

"ถ้าคิดว่าบทความจำเสื่อมบ้าๆ นี่จะทำให้คุณรอดจากคดีชนคนตายล่ะก็ ผมขอให้คุณโชคดี"

ชมดาวหลับตาซบหน้าลงกับหมอน นอนหันหลังให้ชายหนุ่ม และไม่พูดไม่ถามอะไรต่อ เพราะเริ่มตระหนักแล้วว่าไร้ประโยชน์ เขาคงไม่ให้ข้อมูลอะไรเธอทั้งนั้น นอกจากคำพูดว่าทอเสียดสีประชดประชัน ในสิ่งที่เธอมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำ 'ชนคนตายเหรอ' หึ! เธอขับรถไม่เป็นด้วยซ้ำ

"นี่คุณจะไม่ถามถึงลูกบ้างเลยเหรอ?" พอเธอไม่พูด เขากลับถามขึ้นมาเสียเอง และคำถามนั้นก็ทำให้คนฟังลืมตาโตทันที นี่เธอมีลูกด้วยเหรอ?? สามีหน้าตายังไง เธอยังไม่เคยเห็นเลย หรือว่าเขา...

"ลูก.." หญิงสาวหันมองอีกฝ่าย

"ผมไม่น่าถามเลยนะ สัญชาตญาณคุณคงหมดไปตั้งแต่ลูกคลอดแล้วล่ะ"

ชมดาวยังคงเก็บกลั้นอารมณ์ได้ดี ดังที่เคยถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก หากแต่ยังไม่ได้ไถ่ถามอะไรต่อ เสียงใสๆ ก็ดังมาจากทางประตู

"คุณแม่ขา เป็นยังไงบ้างคะ" เด็กหญิงวิ่งเข้ามายืนเกาะที่ขอบเตียง พร้อมพี่เลี้ยง

หญิงสาวหันมองพ่อลูกด้วยความรู้สึกแปลกๆ จากคนที่ต้องมีชีวิตลำพังมาโดยตลอด นาทีนี้เธอกลับมีทุกสิ่งที่ใฝ่ฝัน 'ครอบครัวของตัวเอง' เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ เหรอ ชมดาวย้ำถามตัวเอง เธอเข้ามาอยู่ในร่างของผู้หญิงคนนี้ได้อย่างไร??

"ว่าไงคะ คุณแม่" มือเล็กๆ เขย่าแขนเธอเบาๆ

"ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่แข็งแรงดีออก" ชมดาวทำท่ายกแขนเบ่งกล้ามให้ลูกสาวดู เด็กหญิงหัวเราะคิกคัก ส่วนสายตาอีกสองคู่กลับจ้องมองเธอราวประหลาดใจเสียเต็มประดา

"แล้วนี่ หนูไปโดนอะไรมาคะ" หญิงสาวแตะไปที่แผลมีผ้าก็อตแปะไว้ตรงหน้าผาก

"คุณแม่จำไม่ได้เหรอคะ" เสียงใสๆ อ้ำอึ้งไปนิดหนึ่ง

"ชมพู่ไม่ระวัง ตกบันไดค่ะ" เด็กหญิงว่าเสียงอ่อย

"ทีหลังต้องระวังให้มากกว่านี้นะคะ ไหนให้แม่ดูซิ เจ็บไหม"

เมฆามองภาพนั้นอย่างเหลืออด และคิดว่ามันคงเป็นเพียงละครตบตา เล่นกับความรู้สึกใสซื่อของเด็กหญิงตัวน้อย

"ชมพู่ ไปกับพ่อนะ แม่เขาจะได้พักผ่อน" ชายหนุ่มยื่นมือออกให้ลูกสาว

"ชมพู่อยากอยู่กับแม่ เอ๊ยคุณแม่นี่คะ" เด็กหญิงว่าแล้วไต่ขึ้นไปนั่งบนเตียงแคบ

"หัวแตกแบบนั้น ยังไม่เข็ดอีกเหรอลูก" เมฆาทำเสียงดุ

"นี่อย่าบอกนะ ว่าคุณทำลูกหัวแตก" ชมดาวหันมองหน้าชายหนุ่ม

"คุณต่างหากที่ทำ ไม่ใช่ผม" เมฆาพูดชัดถ้อยชัดคำ แล้วอุ้มลูกสาววัยห้าขวบไว้ในอ้อมแขน

"คุณแม่ไม่ได้ทำ ชมพู่ตกลงมาเองค่ะ" เด็กหญิงร้องไห้โฮ ชมดาวถึงกับอึ้ง เพราะเป็นคนรักเด็กมาแต่ไหนแต่ไร และไม่คิดว่าจะมีแม่ที่ไหนทำเช่นนั้นได้

"ปราง คืนนี้นอนเฝ้าคุณภัสที่นี่" ชายหนุ่มหันไปออกคำสั่งกับพี่เลี้ยงสาว

"แต่ว่า.." หญิงสาวทำท่าอิดออด ไม่อยากทำตาม

"ไม่มีแต่" เมฆาว่าเสียงเฉียบขาด แล้วอุ้มลูกสาวจากไป

ชมดาวแอบเห็นปรางทำท่าค้อน ก่อนจะหันมาทำหน้านิ่งจนดูบึ้งตึงกับเธอ ทำให้คิดไปว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่เลี้ยงสาวกับนายหนุ่มคงไม่ธรรมดาแน่นอน

"ปราง ถ้าเธอไม่อยากอยู่เฝ้าก็ไม่เป็นไรนะ"

"คุณจะหลอกให้หนูขัดใจคุณเมฆล่ะสิ หนูไม่หลงกลคุณหรอก"

"ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะ"

"เพราะคุณน่ะร้ายกาจ ใครๆ ก็รู้"

"ฉันร้ายยังไง"

"คุณกีดกันทุกคนที่เข้าใกล้คุณเมฆ"

"แล้วเธอคิดว่าฉันควรเชิญชวนให้ผู้หญิงอื่นมาข้องเกี่ยวกับสามีตัวเองงั้นเหรอ"

"ก็เพราะอย่างนี้ไงล่ะ คุณเมฆถึงจะหย่ากับคุณ"

"เขาจะหย่ากับฉันเหรอ?"

"อย่าคิดนะว่าหนูไม่รู้ คุณนัดกันไปหย่าวันนี้ ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อนล่ะก็"

"หย่ากับฉัน แล้วเขาจะแต่งกับเธอเหรอ?" ชมดาวเริ่มสงสัยรสนิยมชายหนุ่ม เพราะจากกระจกที่เธอส่อง ภรรยาเขาสวยมากทีเดียว ส่วนแม่พี่เลี้ยงสาวตรงหน้านี้...เฮ้อ... มะขิ่นชัดๆ

"ถึงไม่ได้เป็นเมียออกหน้า หนูก็คงมีส่วนกับเขาบ้าง"

"งั้นถ้าฉันออกจากโรงพยาบาลได้ เธอคงมีโอกาสถูกเลขท้าย" ชมดาวกลั้นหัวเราะ ซบหน้าลงกับหมอนอีกครั้ง





"ภัส เป็นไงบ้างลูก" พอลืมตาขึ้นมาอีกที หญิงชายวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานก็มายืนอยู่ต่อหน้า

"ใครคะ" ชมดาวถามให้แน่ใจ

"แม่กับพ่อไงลูก หนูเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" สายตาห่วงใยนั้นทำให้เดาได้ว่านี่คงเป็นพ่อแม่เธอ

"ไม่เป็นอะไรมากค่ะ" หญิงสาวว่าพลางมองหาปราง

"แม่ให้มันกลับไปแล้วล่ะ"

"ทำไมล่ะคะ"

"ก็รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ชอบลูก แม่จะให้มันอยู่เฝ้าได้ยังไง"

"ค่ะ"

"แล้วตกลง เรื่องหย่า หนูจะทำยังไงต่อ" คุณวิสิตถามลูกสาว

"เออ หนูยังไม่ได้คิดค่ะ"

"ออกจากโรงพยาบาลแล้ว กลับไปอยู่บ้านเรานะลูก" คุณนวลเนตรว่าน้ำตาซึม

"หนูคงต้องปรึกษาเมฆกับลูกก่อนค่ะ" ชมดาวตอบแบ่งรับแบ่งสู้

"ปรึกษาเหรอ?" คุณวิสิตและภรรยามองหน้ากันงงๆ ราวกับอุบัติเหตุครั้งนี้ทำลูกสาวสมองกลับไปแล้ว เพราะปกติภัสสรไม่เคยยอมฟังใครอยู่แล้ว จนทำให้ชีวิตคู่วิบัติมาถึงทุกวันนี้

"ทุกคนที่บ้านสบายดีใช่ไหมคะ" หญิงสาวชวนเปลี่ยนเรื่อง เมื่อเห็นท่าทีแปลกๆ ของทั้งสอง

"หนูหมายถึงใครล่ะ" คุณนวลเนตรสงสัยหนักเข้าไปอีก

"นอกจากพ่อกับแม่ แล้วมีใครอีกล่ะคะ"

"ก็พวกคนรับใช้ หนูหมายถึงป้าแช่มใช่ไหม" คุณนวลเนตรว่า

"เออ ค่ะ ป้าแช่มสบายดีใช่ไหมคะ"

"ก็ดีไปตามประสานั่นแหละ นี่ถ้ารู้ว่าหนูถามถึง แกคงดีใจพิลึก" คุณนวลเนตรยิ้มขำ ทำให้หญิงสาวยิ้มตามงงๆ ว่าทำไมต้องดีใจพิลึกด้วย


"สวัสดีครับ คุณพ่อคุณแม่" เมฆาย้อนกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อปรางถูกส่งตัวกลับ

"อ้าว เมฆจะมานอนเฝ้าภัสเหรอลูก" คุณวิสิตเอ่ยทัก ไม่ได้รู้สึกเคืองลูกเขยแม้แต่น้อยเรื่องหย่าร้าง เพราะรู้ฤทธิ์ลูกสาวตนดี ต่างจากคุณนวลเนตร ถึงอย่างไรก็เข้าข้างภัสสรวันยังค่ำ แม้จะนึกเสียดายผู้ชายเพียบพร้อมอย่างเมฆาอยู่บ้าง

"พอดีเห็นปรางมันกลับไป ก็เลยให้อยู่เป็นเพื่อนชมพู่ครับ" น้ำเสียงเขาฟังดูราบเรียบ แต่สายตาที่ส่งไปให้คนบนเตียง กลับส่อแววตรงข้าม

"ถ้าเมฆไม่ได้ตั้งใจจะมาเฝ้าแต่แรก ก็ไม่ต้องลำบากหรอกนะ ลูกคนเดียว แม่เฝ้าเองได้" คุณนวลเนตรอดเหน็บไม่ได้

"ไม่เอาน่าคุณ ยังไงเขาก็ยังเป็นผัวเมียกันอยู่ ยังไม่ได้เลิกร้างกันเสียหน่อย" คุณวิสิตรีบปราม

"ก็คงไม่นานเกินรอมังคะ" คุณนวลเนตรว่า

"ฝากภัสด้วยนะลูก" คุณวิสิตหันไปบอกลูกเขย

"ครับ" เมฆไหว้ส่งพ่อตาแม่ยาย


"คุณกลับไปนอนที่บ้านดีกว่านะคะ ฉันอยู่คนเดียวได้" ชมดาวรู้ว่าเขาคงไม่ได้เต็มใจนัก

"เล่นกลที่มันลึกกว่านี้หน่อยได้ไหม" เมฆานั่งไขว่ห้างกอดอก มองคนบนเตียงด้วยสายตาเยาะเย้ย

"กลอะไรอีกล่ะ" หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมเขาชอบโยนความผิดให้เธออยู่เรื่อย

"เหยื่ออย่างนังปรางน่ะ ผมกินไม่ลงหรอกนะ ถ้าจะฟ้องหย่าเรียกสมบัติล่ะก็ ลงทุนหาที่ดีกว่านั้นได้ไหม" น้ำเสียงเขาดูจริงจัง แต่กลับทำให้คนฟังนอนหัวเราะจนตัวงอ เมื่อจินตนาการเห็นมะขิ่นรอถูกเลขท้าย

"คุณหัวเราะอะไร" เมฆาขยับนั่งที่ขอบเตียง กุมไหล่หญิงสาวให้ลุกนั่ง แต่เสียงหัวเราะก็ยังไม่จางไป

แม้จะคิดว่าเธอแกล้งยั่วประสาทเขา หากแต่เสียงหัวเราะและแววตาสดใสแบบนี้ เขาไม่ได้เห็นมานานขนาดไหนแล้วก็จำไม่ได้ ขณะที่มองเพลิน ก็พลันลืมตัวอยากจะหยุดเสียงนั้นด้วยวิธีที่ไม่เคยใช้มานาน

เสียงใสๆ ถูกกลืนหายไปใต้ริมฝีปากที่กดทับลงมา สัมผัสดูดดื่มแนบชิดซึ่งห่างหายไปนาน บวกกับอาการต่อต้านของหญิงสาวในอ้อมแขน ทำให้เมฆารู้สึกราวได้ลิ้มลองของแปลกใหม่ ขณะที่หัวใจอีกฝ่ายเต้นโครมครามกับสัมผัสลึกซึ้งจากชายแปลกหน้าที่กำลังครอบงำจิตใจเธอให้ไหวสะท้านไปกับความรู้สึกจากภายใน

"มนต์เสน่ห์คุณ มันคงเสื่อมแล้วมั้ง" เมฆาถอนริมฝีปากออก มองแววตาที่ยังเคลิ้มไปกับความหวั่นไหวที่เกิดขึ้น ด้วยความรู้สึกพึงพอใจระคนเย้ยหยัน ฉายชัดในดวงตาคมลึก และนั่นทำให้ชมดาวหน้าเรื่อขึ้นด้วยความอับอาย

"คนบ้า! ไปให้พ้นนะ" หญิงสาวทิ้งตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงศีรษะ แต่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของอีกฝ่ายก็ยังตามมารบกวน



















 








 

Create Date : 19 มีนาคม 2555    
Last Update : 3 มิถุนายน 2555 16:49:39 น.
Counter : 685 Pageviews.  

1  2  3  4  

Kim-Ha
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จิ้นกระจาย ^^


Smileymissmynovel@gmail.com






Friends' blogs
[Add Kim-Ha's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.