Group Blog
 
All blogs
 
My Love ตอนที่ 12


ชมดาวมาเยี่ยมร่างตนเองบ่อยครั้ง รู้สึกผูกพันราวเป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่มีอยู่ พลางคิดว่าอยากจะนำร่างนี้กลับไปดูแลต่อเองที่บ้าน เพราะบาดแผลภายนอกเลือนหายไปหมดแล้ว ส่วนสภาพก็เหมือนคนนอนหลับปกติ


"ไม่ได้!" เมฆาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แม้หมอจะอนุญาติให้ทำเช่นนั้นได้

"แต่ฉันอยากดูแลเองนี่คะ จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาโรงพยาบาลด้วย" ชมดาวส่งสายตาอ้อนวอนให้คนที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะภายในห้องทำงานชั้นล่าง

"นี่เป็นครอบครัวของเรานะภัส ผมไม่ชอบให้มีคนอื่นมาจุ้นจ้าน"

"จุ้นจ้านที่ไหนคะ ดาวลุกนั่งยังไม่ได้เลย"

"ยังไงเขาก็เป็นคนอื่น"

คำพูดยืนกรานนั้นสะกิดใจหญิงสาวขึ้นมาทันที ถ้าร่างที่เขาพูดถึงเป็น 'คนอื่น' แล้วเธอล่ะเป็นใคร?  หากวันใดเขาเกิดรู้ขึ้นมาว่าเธอคือ 'คนอื่น' คงคิดไล่เธอออกจากบ้านหลังนี้เช่นกัน

"ก็ได้ค่ะ" ชมดาวก้มมองมือตัวเอง หลังจากเจรจาอยู่นาน ชายหนุ่มก็ยังไม่ใจอ่อน

"ขอบคุณนะภัส ที่เข้าใจผม" เมฆาถอนหายใจ แต่แล้วก็ถึงกับตะลึงเมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง

"ฉันจะพาดาวไปอยู่อยุธยาค่ะ"

"คุณจะไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง?"

"ก็คุณเคยรับปากว่าจะยกบ้านหลังนั้นให้ฉัน"

"ผมจะให้ก็ต่อเมื่อเราเลิกกัน"

"ค่ะ ฉันทราบ"

"ภัส! นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ?" เมฆาถึงกับนั่งไม่ติด มองด้วยสายตาขุ่นเคืองไม่คิดว่าภรรยาสาวจะเล่นไม้นี้

"คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกนะคะ"

"คุณคงคิดว่าตัวเองมีคุณธรรมมากใช่ไหม ที่ทำแบบนี้ แล้วผมกับลูกล่ะ?"

"ฉันขอพบลูกอาทิตย์ละครั้ง ส่วนคุณก็จะได้มีชีวิตครอบครัวในแบบที่คุณต้องการ โดยไม่มีคนอื่น..."

"ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณตัดสินใจแบบนี้เพราะเด็กนั่น" เมฆามองด้วยความเคลือบแคลง

"ขอโทษนะคะ คุณเมฆ" ชมดาวว่าแล้วเดินออกจากห้องไป



แล้วสงครามเย็นก็เปิดฉาก ความตึงเครียดเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ เมื่อภรรยาสาวไม่ร่าเริงเหมือนก่อน  ทั้งที่เมฆาคิดว่าการให้หมอดูแลร่างไร้สติอย่างดีไปตลอดชีวิตนั้นก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่ภรรยาเขากลับไม่พอใจเพียงเท่านั้น

เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าอะไรทำให้ภัสสรเปลี่ยนไปสุดขั้วขนาดนี้ จากที่เคยเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของคนอื่น สังคมจัด ใช้เงินฟุ่มเฟือย เธอกลับทำตัวเป็นแม่พระ เก็บตัว ไม่แตะต้องเงินในบัญชีหรือบัตรเครดิตนับแต่เกิดอุบัติเหตุ ทักษะที่เคยมีในการเล่นดนตรี ขับรถ แม้กระทั่งว่ายน้ำก็หายไปหมดสิ้น ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

และในขณะที่เขาไม่มีทีท่าจะยอมตามที่เธอขอ คิดว่าหญิงสาวคงจะล้มเลิกความตั้งใจไปเอง ชมดาวกลับพามดง่ามกับอนงค์ไปช่วยทำความสะอาดและจัดตกแต่งเรือนที่อยุธยาติดต่อกันหลายวัน ทำให้เมฆารู้สึกหวั่นใจขึ้นทุกที


"คุณแม่ขา ยังไม่จบเลยค่ะ" เด็กหญิงเขย่าแขน เมื่อเห็นแม่ผล็อยหลับขณะเล่านิทาน เพราะเพลียจากการเดินทาง และงานทำความสะอาดที่ต้องเร่งทำทั้งวันเพื่อกลับมาให้ทันรับลูกสาวจากโรงเรียน

"ถึงไหนแล้วลูก" ชมดาวบังคับเปลือกตาให้ลืมขึ้นอีกครั้ง พยายามจะทำภาระกิจสุดท้ายของวันให้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์

"ถึงตอนเจ้าหญิงพบกบในอ่างน้ำค่ะ"

"แล้วเจ้ากบน้อยก็ต่อรองว่า..." เล่าไปอีกสองนาที เสียงก็ขาดหายไปอีก

"คุณแม่..."

"ให้พ่อเล่าดีกว่านะ" เมฆาเดินเข้ามานั่งเยียดขาบนที่นอน แล้วค่อยๆ ดึงหนังสือออกจากมือหญิงสาว

"ก็ได้ค่ะ" เด็กหญิงนอนหันมาทางพ่อ

"แล้วเจ้ากบก็ต่อรองว่า... หากท่านไม่รับข้อเสนอของข้า ท่านต้องสูญเสียทุกสิ่ง..."
เมฆาอ่านไปเรื่อยๆ แล้วลูกสาวตัวน้อยก็หลับไปก่อนนิทานจะจบเล่ม

เขาหันมองหญิงสาวที่กำลังนอนหายใจแรงด้วยความอ่อนเพลีย พลางยื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่ร่วงลงมาปิดที่ข้างแก้ม จ้องมองเธออยู่อย่างนั้นก่อนจะเลื่อนสายตามาที่ลูกสาวตัวน้อย ชั่งใจตนเองอยู่พักใหญ่ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ต้องคิดหนัก เพราะภัสสรคงไม่ใช้วิธีนี้กับเขา มาบัดนี้ถึงได้รู้ว่าการที่เธอดื้อเงียบนั้นร้ายกาจกว่าหลายเท่า เพราะคนที่รู้สึกกดดันกลับเป็นตัวเขาเอง




ชมดาวมาถึงเรือนที่อยุธยาในสายวันใหม่ หลังจากทำเช่นนี้อยู่เป็นอาทิตย์ บ้านร้างก็ดูสะอาดสะอ้านมีชีวิตชีวาขึ้นมา ฝุ่นละอองถูกขจัดออกจากพื้นมันวาว และตามชั้นวางข้าวของต่างๆ จนภายในบ้านดูอบอุ่นเป็นระเบียบเหมาะกับการอยู่อาศัย 

หญิงสาวนั่งลงหน้าเปียโนที่เคยร่วมเล่นกับใครบางคน ไล้นิ้วไปบนคีย์แล้วกดลงฟังเสียงกังวานใส  แม้ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร แต่กลับจำความรู้สึกและสัมผัสได้อย่างแม่นยำ ปลายนิ้วไล่สุ่มไปเรื่อยๆ กดฟังเสียงไปทีละโน้ตด้วยจิตใจเหม่อลอย แล้วจู่ๆ น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาจนล้นออกจากขอบตา นิ้วมือสั่นไหวจึงหยุดชะงักไปทันที 

ชมดาวลุกยืน บอกตัวเองว่าป่วยการที่จะคิดถึงเขา หลายวันที่ผ่านมา ก็คงชัดเจนแล้วว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร 

"ไม่เล่นต่อแล้วเหรอ"

แต่แล้วเสียงทุ้มจากด้านหลัง กลับทำให้น้ำตาร่วงเผาะลงมาอีก โดยไม่ต้องหันมองด้วยซ้ำว่าเป็นใคร

"คุณก็รู้ว่าฉันเล่นไม่เป็น" ชมดาวหันกลับ ภาพที่เห็นพร่าเลือนด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อขึ้นบดบัง

"ผมคงมีเวลาอีกทั้งชีวิต ที่จะสอนเด็กดื้ออย่างคุณ" เมฆาเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือให้ แล้วดึงรั้งร่างบางเข้ามากอด

"หมายความว่าไงคะ" หญิงสาวเช็ดน้ำตาลงบนอกเสื้อ ถามด้วยรอยยิ้ม

"หมายความว่า ต่อไปห้ามภัสหึงผมกับเด็กนั่น  เพราะคุณเป็นคนชักศึกเข้าบ้านเอง"  เมฆาว่าล้อกระตุ้นต่อมหึง เผื่อจะทำให้ภรรยาสาวเปลี่ยนใจ

"เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ" ชมดาวกอดตอบ พูดด้วยความมั่นใจ เพราะเชื่อว่าเมฆาจะไม่ทำอย่างนั้น และคิดว่าร่างกายตนคงจะหลับไปตลอดกาล

"ถ้าฟื้นขึ้นมาแล้วไม่ได้ตาเหร่ เด็กนั่นคงสวยน่ารักทีเดียว" เมฆาแกล้งแหย่อีก

"ไม่ได้ตาเหร่ซะหน่อย" ชมดาวลืมตัว ขยับออกทุบอกกว้างแล้วยิ้มเขินกับคำชม

"อืม.. งั้นผมอยากให้ฟื้นเร็วๆ แล้วล่ะ เบื่อคนเจ้าปัญหาตรงหน้านี้เต็มที"

"งั้นก็ทิ้งไว้ที่นี่สิคะ จะตามมาทำไม"

"นั่นสิ...ตามมาทำไมนะ" ชายหนุ่มโน้มลงจูบเบาๆ ที่ซอกคอแล้วค่อยขยับไปที่ใบหู  กระซิบว่า

"คงเพราะ..รัก"

คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวกอดเขาแนบแน่น อบอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน น้ำตาค่อยๆ เอ่อล้นออกมาอีก แต่ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความปิติ




มดง่ามและอนงค์กลับมาจากซื้อต้นไม้และหญ้าปูพื้น เมฆาจึงให้ทั้งสองไปรอรับชมพู่พร้อมกับจัดเสื้อผ้าเพื่อมาค้างสองคืน เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด

"ต้องขุดแบบนี้ค่ะ" ชมดาวสาธิตการใช้จอบขุดดินทำแปลงผักอย่างทะมัดทะแมง จนชายหนุ่มต้องทึ่ง เพราะแม้เขาจะแรงเยอะกว่า แต่เรื่องเทคนิคกลับสู้เธอไม่ได้

"สอนแบบนี้ ผมทำไม่ได้หรอก"

"แล้วจะให้สอนแบบไหนล่ะคะ"

"มันต้องอย่างนี้" เมฆาขยับมายืนโอบกอดอยู่ด้านหลัง แล้วเอื้อมไปกุมด้ามจอบที่หญิงสาวถืออยู่ในมือ

"จะขุดดินหรือจะทำอะไรคะเนี่ย" ชมดาวเอียงหน้ามองคนข้างหลังแล้วยิ้มขำ

"ก็ขุดดินไง" ชายหนุ่มแกล้งขยับสะโพกกระตุ้นคนข้างหน้าให้เริ่มการสาธิต

"ทะลึ่ง!" หญิงสาวปล่อยด้ามไม้ แล้วหันมาทุบอกกว้าง

"ทะลึ่งที่ไหน ตอนผมสอนคุณตีกอล์ฟก็ใช้ท่านี้ ไม่เห็นคุณพูดแบบนี้" เมฆาปล่อยด้ามจอบทิ้งบ้างแล้วเปลี่ยนมาโอบรอบเอวเล็กแทน

"งั้นเดี๋ยวให้มดง่ามมาสอนคุณดีกว่านะคะ" ชมดาวว่าล้อ

"อย่าแม้แต่จินตนาการ!!" เมฆาทำท่าจะอาเจียน แต่หญิงสาวกลับหัวเราะจนตัวงอ



ชมดาวปล่อยให้เมฆาขุดดินทำแปลงต่อไป ส่วนตัวเองก็หลบไปทำอาหารง่ายๆ ที่เตรียมอุปกรณ์มาจากบ้านเรียบร้อยแล้ว  พอกลับออกมาอีกที เห็นชายหนุ่มไปนอนพักหอบอยู่ที่ศาลาริมน้ำเสียแล้ว  หญิงสาวกลั้นหัวเราะเพราะสภาพเขาตอนนี้ไม่เหลือมาดหนุ่มไฮโซเลยสักนิด ขากางเกงมอมแมมพักขึ้นเกือบถึงเข่าแบบลวกๆ ชายเสื้อหลุดลุย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

"ได้ออกกำลังกาย รู้สึกสดชื่นขึ้นไหมคะ" ชมดาวยื่นขันอลูมิเนียมให้

"รู้สึกเหมือนเป็นไอ้คล้าวซะมากกว่า" ชายหนุ่มลุกนั่งรับขันน้ำเย็นๆ มาดื่ม บรรยากาศเก่าๆ เมื่อครั้งเป็นเด็กกลับย้อนเข้ามา และรสชาติน้ำในภาชนะแบบดั่งเดิมนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน

"ใครคะ ไอ้คล้าว?" ชมดาวถามแล้วนั่งลงข้างๆ บนม้ายาว

"อ้าว เรื่องมนต์รักลูกทุ่งน่ะ ภัสไม่เคยดูเหรอ ผมติดมากเลยนะตอนเด็กๆ"

หญิงสาวยิ้มส่ายหน้า เพราะตอนเขายังเด็กเธอก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองเกิดแล้วหรือยัง

"ภัสคงมัวแต่นั่งเล่นตุ๊กตาบาร์บี้อยู่ล่ะสิ" เมฆาว่าหยอก แล้วทิ้งตัวลงนอนหนุนตักหญิงสาว

"เนื้อเรื่องเป็นไงคะ" ชมดาวชวนคุยเพื่อให้เขาหายเหนื่อยก่อนอาหาร พลางใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าและลำคอออกให้

"ผมก็จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะ จำได้แต่ว่าพระเอกชื่อไอ้คล้าว หนุ่มชาวนาจนๆ มีหนี้สินติดตัว ไปหลงรักนางเอกชื่อทองกวาว แล้วก็ถูกพ่อแม่ฝ่ายหญิงกีดกัน..." ชายหนุ่มเล่าไปเรื่อยๆ เท่าที่จำได้ ส่วนอีกฝ่ายก็นั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ






พอเล่าจบเมฆาก็เริ่มครวญเพลงลูกทุ่งเพี้ยนๆ ที่หญิงสาวฟังแล้วต้องแอบเมินหน้าไปยิ้มขำ เพราะดูเจ้าตัวจะร้องอย่างมั่นอกมั่นใจ

...โอ้ เจ้าช่อนกยูง แว่วเสียงเพลงมนต์รักลูกทุ่ง ซ้ำหอมน้ำปรุงที่แก้มนงคราญ...

ครั้นร้องจบก็ยกมือขึ้นลูบแก้มสุกปลั่งด้วยสายตาเกี้ยวพาราสีจนทำให้อีกฝ่ายยิ้มเขิน

"หิวหรือยังคะ" ชมดาวจับมือชายหนุ่มออกจากแก้ม

"จะกินได้เหรอภัส ผมไม่ยักรู้ว่าคุณทำอาหารเป็น"

"ไม่เห็นมดกับอนงค์บ่นว่าอะไรนี่ค่ะ เขาก็ทานกันได้"

"สองคนนั้นเหรอจะกล้า เดี๋ยวเกิดคุณโมโหขว้างจานใส่ ไม่รู้จะหลบทันหรือเปล่า" เมฆาว่าแล้วหัวเราะ

"ถ้ายังไม่หยุดหัวเราะล่ะก็ คุณอาจจะโดนเป็นคนแรกค่ะ" หญิงสาวแกล้งขู่

"คุณไม่กล้าหรอก ผมเห็นขว้างมาเยอะแล้ว ไม่โดนผมสักที"

"สงสัยภัสจะแม่นไม่พอค่ะ" หญิงสาวว่าแล้วหัวเราะขึ้นมาบ้าง

"คุณเรียกตัวเองว่า'ภัส'เหรอ" เมฆานึกเอะใจว่าไม่ได้ยินหญิงสาวเรียกแทนตัวเช่นนี้มานานแล้ว

"เออ ไปทานข้าวกันดีกว่านะคะ ฉันหิวแล้ว" ชมดาวว่า พลางคิดในใจว่าเธอไม่ได้หมายถึงตัวเองสักหน่อย หมายถึงภรรยาเขาต่างหาก


"ดีเหมือนกัน ผมหิวจนตาลายแล้ว" ชายหนุ่มขยับลุก จูงมือกันเดินเข้าบ้าน



แล้วเมฆาก็ได้รู้ว่าภรรยาเขาทำอาหารใช้ได้ทีเดียว บวกกับความหิวจากการใช้แรงงานจึงทำให้เขาทานจนหมดเกลี้ยง

"คงไม่ต้องถามแล้วมั้งคะว่าอร่อยไหม" หญิงสาวยิ้มปลื้ม

"อืม สงสัยคุณจะแอบเจียดเวลาช้อปปิ้งไปเรียนทำอาหารแน่เลย" เมฆาว่าล้อ พลางลูบท้องตัวเอง

ชมดาวได้แต่ยิ้มรับ เป็นงานที่ต้องทำประจำต่างหาก ไม่มีเวลาแม้แต่จะไปช้อปปิ้งแบบที่เขาว่า

"อิ่มแล้วทำงานต่อนะคะ"

"โอ้ย..ภัส ผมไม่ไหวแล้วนะ แดดก็ร้อน"

"งั้นคุณขึ้นไปล้างหน้าล้างตา แล้วพักก่อนก็ได้ค่ะ" หญิงสาวว่าพลางเก็บจานเปล่าไปที่ครัว


เมฆาเดินสำรวจไปรอบบ้านดูสะอาดตา แล้วเดินขึ้นไปชั้นบน ตามบันไดไม่มีความลื่นของฝุ่นละอองแม้แต่น้อย  ห้องนอนทั้งสองห้องที่อยู่ติดกัน สว่างไสวรับแสงมาจากหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้หมดทุกบาน ผ้าปูที่นอนขาวสะอาดเรียบตึง สภาพข้าวของทุกอย่างอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ชายหนุ่มมองแล้วรู้สึกชื่นชมภรรยาตนเองอยู่ไม่น้อย แสดงว่าถ้าเขาไม่ยอมตามที่ขอ เธอก็คงไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะมาอยู่ที่นี่เช่นกัน

ห้องอาบน้ำที่เคยได้รับการปรับเปลี่ยนภายในมาแล้วครั้งหนึ่งให้ทันสมัยขึ้น มีฝักบัว  อ่างล้างหน้า โถชักโครก ผนังไม้ซีกมิดชิดไร้หน้าต่าง หากแต่เปิดรับแสงและอากาศจากหลังคาเปิดโล่งบางส่วน

เมฆามองลงไปทางหน้าต่างห้องหลังจากเช็ดหน้าตาเนื้อตัวแล้ว เห็นหญิงสาวสวมหมวกปีกกว้าง ยืนใช้พู่กันทาสีชิงช้าตัวเล็กกลางแดดจ้า ดูเธอนิ่งสงบและมีสมาธิกับสิ่งที่ทำ เขาจ้องมองอยู่อย่างนั้นราวกับเธอเป็นอีกคนที่เขาไม่รู้จัก ยอมรับว่ามีพลังบางอย่างดึงดูดให้เขาอยากใกล้ชิดเธอมากขึ้น ทั้งที่เคยคิดว่าความรู้สึกนี้หมดไปนานแล้ว...



ชมพู่มาถึงในตอนเย็นหลังจากเลิกเรียน ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกใช้ช่วงสุดสัปดาห์ร่วมกันอย่างมีความสุขในบ้านหลังน้อย โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ และออกไปเที่ยวชมโบราณสถาน วัดวาอาราม ช้อปปิ้งตลาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน เป็นช่วงเวลาที่ห่างหายไปนาน ขณะที่พ่อและแม่ต่างออกไปไขว่คว้าหาความสุขจากภายนอกคนละทิศละทาง

หลังจากเที่ยวมาทั้งวัน ลูกสาวตัวน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่บนที่นอนคลุมปิดด้วยมุ้งรอบด้าน โดยไม่ต้องใช้นิทานกล่อม 

หญิงสาวยืนอยู่ริมหน้าต่าง ชื่นชมดวงดาวในคืนท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไร้แสงจันทร์และเมฆบดบัง  

"ชมดาว?" ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความคิดแว้บแรกว่าเขาเรียกชื่อเธอ เสียงนั้นอยู่ใกล้แค่ปลายหู พร้อมอ้อมแขนที่โอบกระชับมาจากด้านหลัง หญิงสาวหันกลับมองสบตาคนข้างหลัง

"พูดอีกทีได้ไหมคะ"

"พูดอะไร?" เมฆาถามสงสัย

"ชั่งเถอะค่ะ" หญิงสาวก้มหน้าหลบตา

"มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าภัส"

"เปล่านี่คะ ขอบคุณนะคะสำหรับทุกอย่าง" ชมดาวเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบริมฝีปากเขาแผ่วเบา

"ถ้ามันจะทำให้ภัสมีความสุข ไม่งั้นผมคงอยู่ไม่เป็นสุขเหมือนกัน" เมฆารั้งร่างบางเข้ามากอด

"ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อนใจอีกค่ะ"

"สัญญาแต่ปากเท่านั้นเหรอ?" ชายหนุ่มขยับออกยิ้มสบตา

"แล้ว..."

คำตอบจากริมฝีปากที่กดลงมาหนักหน่วง คลายข้อสงสัยในความหมายที่แอบซ่อนอยู่ ราตรีอันอบอุ่นด้วยกลิ่นอายรัก จึงไปจบลงบนที่นอนในห้องติดกัน โดยไร้ข้อติดค้างในใจใดๆ อีก...
























Create Date : 22 พฤษภาคม 2555
Last Update : 29 พฤษภาคม 2555 0:32:18 น. 10 comments
Counter : 774 Pageviews.

 
อารายเนี่ย...มาแค่นี้เองเหรอ..ไม่ยอม
จาอ่านอีก...
ดูแลรักษาสุขภาพด้วยจ้ะ รออ่านอยู่นะ


โดย: ดอกฝิ่น IP: 119.63.78.252 วันที่: 22 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:24:30 น.  

 
ติดตามผลงานนะค่ะ อยากได้เป็นรูปเล่มเร็วๆ จังเลย


โดย: mamon IP: 202.57.155.68 วันที่: 22 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:23:27 น.  

 
แบ่งเสริฟอาหารญี่ปุ่นเหรอคะ


โดย: Pa_Stang วันที่: 22 พฤษภาคม 2555 เวลา:18:53:36 น.  

 
คืนนี้จะเสริฟไปเรื่อยๆ นะคะ อิอิ ยังคิดไม่ออก ส่วนพรุ่งนี้งานเข้าทั้งวันอีกแล้วค่ะ

รูปเล่มอยากมีค่ะ กำลังฝึกเขียนให้เข้าที่เข้าทางอยู่นะคะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 22 พฤษภาคม 2555 เวลา:19:20:38 น.  

 
เพลงถ้าฟังแล้วติดขัด ให้เข้าไปในท่อนะคะ ลื่นไหลกว่ากันเยอะเลยค่ะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 25 พฤษภาคม 2555 เวลา:10:45:21 น.  

 
คืนนี้จะดันตอนนี้ให้จบค่ะ ต่อไปจะออกอากาศทุกเช้าวันพุธกะคืนวันเสาร์ค่ะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 เวลา:12:49:28 น.  

 
มีตารางออกอากาศสะแล้ว ท่าจะงานชุมจริงๆ


ประชุมเกือบทุกวัน บางวันเช้างาน บ่ายงาน จนงานค้างจะท่วมศีรษะอยู่แล้วคะ

ดึกๆ มาใหม่นะคะ สางงานก่อนที่จะถล่มมาทับ เดี๋ยวได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งละก็ ภูมิใจแย่


โดย: Pa_Stang วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 เวลา:19:33:42 น.  

 
วันนี้เลิกงานแต่บ่ายสามค่ะ รอลูกเรียนพิเศษถึง 5 โมงเย็น กว่าจะถึงบ้าน 6 โมง สลบไปตั้งแต่กลับมาถึง เพิ่งตื่นค่ะ สังขารชักจะไม่อำนวย


โดย: Kim-Ha วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:31:28 น.  

 
สลบเหมือด งานการไม่ขยับเลยคะ สงสัยจะโชคดีตั้งแต่เช้าเพิ่งได้สัมผัสเก้าอี้ เฮ้อ อยากไปยืนชมดาวบนดอยสะอย่างนั้น


โดย: Pa_Stang วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:54:57 น.  

 
เห็นนางเอกน้องชมดาวริมหน้าต่างไม่ได้เลยนะคะ

อึดๆ ไว้ค่ะ น้องก็เริ่มงานเข้ามาเรื่อยๆ แล้วเหมือนกัน เลยต้องรีบจัดระเบียบชีวิตค่ะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:13:01:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kim-Ha
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จิ้นกระจาย ^^


Smileymissmynovel@gmail.com






Friends' blogs
[Add Kim-Ha's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.