Group Blog
 
All blogs
 
My Love ตอนที่ 10


"เอานี่ รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมเบอร์" วีรัสยื่นของที่เมฆาไหว้วานให้ช่วยเป็นธุระจัดหามาให้

"ขอบใจ" ชายหนุ่มรับไว้ แต่ยังทำหน้าบอกบุญไม่รับ ด้วยอานิสงส์ที่ทำให้ภรรยาสาวเคือง บรรยากาศจึงบึ้งตึงตั้งแต่เย็นวานมาจนถึงวันนี้

"แล้วนี่ ภัสไม่อยู่เฝ้าแล้วเหรอ"

"เขาออกไปเดินเล่น"

"มีอะไรหรือเปล่า ดูแกทำหน้าเข้าสิ"

เมฆาจำต้องเล่าต้นสายปลายเหตุของเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนรักฟัง เพื่อเป็นการระบายอารมณ์ไปในตัว

"โธ่เอ๊ย! แกจะเลิกกับเขาอยู่แล้ว ทำไมต้องแสดงอาการหึงหวงขนาดนั้นวะ" วีรัสแกล้งพูดแหย่

"จะเลิก แต่ยังไม่ได้เลิกนี่หว่า"

"ภัสควรมีสิทธิ์มองหาคนที่ดีกว่าแกไม่ใช่เหรอ"

"ไอ้หมอนั่นน่ะเหรอดีกว่า หึ! พูดออกมาได้"

"ง้อเมียน่ะไม่ผิดกฏหมายนะโว้ย แต่ถ้าเลิกกันแล้วไปตามหึงหวงเขาน่ะไม่แน่.."

"ถ้าเลิกกันจริง ฉันจะไปตามหึงหวงเขาทำไม"

"เรื่องของความรู้สึก แกคิดว่าแค่เซ็นกระดาษใบเดียว แล้วจะตัดได้เหมือนตัดกระดาษจริงๆ เหรอวะเมฆ" เจอคำถามนี้เข้าไป ทำเอาเมฆาถึงกับตอบไม่ถูก

"คิดดูให้ดีนะ แกยังรักเขาอยู่ ทำไมไม่ทำอะไรๆ ให้มันดีขึ้น หรือถ้าหย่ากันจริงๆ แกแน่ใจเหรอว่าจะอยู่ได้โดยไม่มีภัส"

เมฆาถอนหายใจ สับสนในความรู้สึกของตนเองอยู่ไม่น้อย ทั้งที่เคยคิดว่ารู้จักภัสสรดีกว่าใคร มาตอนนี้เขาชักไม่มั่นใจเสียแล้ว  มีอะไรบางอย่างในตัวเธอเปลี่ยนไป ซึ่งเขาเองก็อธิบายไม่ได้ และนั่นทำให้เขาอยากจะเรียนรู้เธอให้มากขึ้นในมุมที่แตกต่างออกไป

"ฉันจะคิดดูอีกที"

"ค่อยๆ คิดไปละกัน ฉันไปล่ะ มีธุระต้องไปทำต่อ" วีรัสตบไหล่เพื่อน พอเดินไปถึงประตูก็สวนเข้ากับชมดาวพอดี

"สวัสดีค่ะ คุณวี" หญิงสาวเอ่ยทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"แหม..วันนี้ภัสหน้าตาสดใสจัง ดูตามโหงวเฮ้งแล้วสงสัยจะมีลาภนะผมว่า" วีรัสทักทายและทายทักด้วยอารมณ์ขัน

"จริงเหรอคะ?" ชมดาวแนบฝ่ามือที่ข้างแก้มตัวเอง ยิ้มถามประหลาดใจ

"ถ้าทายแม่น อย่าลืมเลี้ยงข้าวผมสักมื้อนะ"

"ได้เลยค่ะ"

"ผมต้องไปแล้ว ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับ หน้าตาแบบนั้นหมอคงไม่รับรักษาแน่" ชายหนุ่มว่าหยอกแล้วเดินผ่านประตูไป ส่วนหญิงสาวก็ปรับโหมดใบหน้าเรียบตึงก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่โซฟารับแขก

ทั้งสองยังจดๆ จ้องๆ กัน และไม่มีใครยอมเอ่ยปากก่อน ชมดาวเปิดกล่องอุปกรณ์มือถือที่เพิ่งไปรับมาจากหมอก้อง และคิดว่าจะลองชาร์ตไฟดูเผื่อเครื่องจะยังทำงานได้

"นั่นคุณจะทำอะไร! อย่าชาร์ตไฟเข้าไปนะ" เมฆารีบร้องเตือน

"ทำไมล่ะคะ เก่งจริงคุณก็ลุกขึ้นมาแย่งไปอีกสิ" หญิงสาวว่าหน้างอ ถึงขนาดนี้แล้วเขายังจะมาห้ามเธออีก

"ถ้ามีน้ำอยู่ในเครื่อง ไฟมันจะดูดคุณน่ะสิ ผมหวังดีหรอกนะ"

"นั่นสินะ" ชมดาวฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าที่เขาพูดอาจจะจริง พลางหันไปกล่าวโทษเขาแทนคำขอบคุณ

"เพราะคุณคนเดียว ของดีๆ เสียหมดเลยเห็นไหมคะ" หญิงสาวเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างกลับเข้าที่ คิดว่าจะส่งร้านซ่อมทีหลัง เผื่อยังมีหวัง

"ภัส มานี่หน่อยได้ไหม"

"คุณมีอะไรก็พูดอยู่ตรงนั้นแหละ ฉันได้ยินค่ะ"

"นี่คุณจะให้ผมตะโกนอยู่อย่างนี้เหรอ? ก็ได้! ถ้าคุณไม่เดินมา ผมจะเดินไปเอง" ว่าแล้วชายหนุ่มก็ขยับลุกนั่งหย่อนขาลงข้างเตียง

"นี่! อย่าทำบ้าๆ นะ เดี๋ยวเกิดหกล้มขึ้นมาจะว่าไง" ชมดาวรีบถลาเข้าไปห้ามยันอกแข็งแรงไว้ ไม่ให้เขาทิ้งตัวลงจากขอบเตียง แล้วก็หลงกลเข้าจนได้ เพราะเขายังนั่งอยู่ที่เดิม เธอต่างหากที่วิ่งเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเขาเอง

"ภัสห่วงผมเหมือนกันเหรอ" เมฆายิ้มถาม

"ฉันจะห่วงคุณทำไม คนใจร้าย!" พอพูดออกไปแล้วกลับรู้สึกว่ามันเป็นคำถามสำหรับตัวเองเสียมากกว่าจะเป็นคำตอบสำหรับเขา

หญิงสาวผลักอกเขาพลางน้ำตาร่วง ด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ เพราะเขาชอบตอบแทนความห่วงใย โดยการทำร้ายจิตใจเธอด้วยคำพูดและการกระทำ  แต่แล้วอ้อมกอดเขากลับอบอุ่นสื่อความหมายอีกแบบ จนชมดาวรู้สึกสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าจะเกลียดเขาหรือเกลียดตัวเองดีที่คิดไปอย่างนั้น

"ภัสห่วง เพราะรักผมใช่ไหม" เมฆากระซิบถามเมื่อรับรู้ว่าแรงต้านทานหมดไปแล้ว  ชมดาวสะอื้นหนัก เริ่มแยกแยะไม่ออกว่าตนเป็นใครกันแน่ หากเขารู้ว่าเธอไม่ใช่ภัสสร เขายังจะกอดเธอด้วยความรู้สึกนี้อีกไหม

"ถ้าไม่หยุดร้อง ผมไม่ปล่อยจริงๆ ด้วย" ชายหนุ่มแกล้งขู่แล้วขยับออก ช่วยซับใบหน้าเลอะไปด้วยคราบน้ำตา พลางคิดว่าภัสสรตรงหน้านี้ ไม่เหลือมาดสวยเลิศเชิดหยิ่งเลยสักนิด แต่กลับทำให้เธอดูน่ารักขึ้นอีกเป็นกอง

น้ำใสๆ ค่อยแห้งหายไปจากดวงตาคู่สวย หลงเหลือไว้เพียงความแวววาวสดใสจ้องตอบชายหนุ่มที่เริ่มโลมไล้ใบหน้าเธอด้วยสายตาสะกดวิญญาณคู่เดิม  ชมดาวหลงลืมหมดทุกสิ่ง ขณะเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ฝ่ามือเขาลูบไล้แผ่นหลังเธอแผ่วเบาเป็นสัญญาณให้ร่างบางเบียดกายเข้าแนบชิดยิ่งขึ้น พลางเลื่อนไล้ฝ่ามือเรียวบางขึ้นไปตามอกแข็งแรงแล้วไปบรรจบลงที่ท้ายทอยเมื่อเขาโน้มลงจูบริมฝีปากเธอแผ่วเบาแล้วขยับออกเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มผ่านทางแววตา ก่อนทั้งสองจะหลับตาลง ปล่อยให้อารมณ์รักละมุนค้นหาความอบอุ่นนุ่มลึกในสัมผัสอย่างเชื่องช้า

"ผมรักภัส..." ชายหนุ่มตัดสินใจได้ในบันดล เขากอดร่างบางแนบสนิท ยิ้มกับตัวเอง รู้สึกราวตกหลุมรักหญิงคนเดิมเป็นครั้งที่สอง

ชมดาวยิ้มด้วยหัวใจเบ่งบานอยู่ชั่วครู่ แล้วสำนึกแห่งความจริงก็ฟาดฟันหัวใจเธอกลับหดหู่ลงไปอีก เขารักภรรยาเขาต่างหาก ไม่ใช่เธอสักหน่อย

"เมฆก็ต้องคู่กับฟ้า ไม่ใช่เหรอคะ" หญิงสาวขยับออกแล้วแกล้งพูดเฉไฉ แอบเอาคำพูดของสีฟ้ามาใช้

"นี่คุณแอบฟังคนอื่นคุยกันด้วยเหรอ?" เมฆาดึงจมูกเล็กเบาๆ

"หรือไม่จริงคะ?"

"คนอาจจะคิดว่าเมฆก็ต้องอยู่คู่กับฟ้า แต่ถ้าหากไม่มีแสงสว่างอย่างภัสสรแล้วเมฆอย่างผมจะมีตัวตนได้ยังไง" ชายหนุ่มสำบัดสำนวนขึ้นมาทันที

"นั่นสินะ" ชมดาวคิดว่าเขาพูดถูก เมฆกับดาวต่างหากที่ไม่ใช่สิ่งคู่กัน ถ้ามีเมฆก็มองไม่เห็นดาว แสงจากดวงดาวเล็กๆ อย่างเธอ คงทำให้เมฆอย่างเขามีตัวตนไม่ได้หรอก  พอคิดถึงจุดนี้ ใบหน้าสวยก็ดูเศร้าขึ้นมาอีก

"เห็นด้วย แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะที่รัก" เมฆาไล้ปลายจมูกโด่งกับจมูกหญิงสาว แล้วจูบเธออีกครั้ง ทำให้ชมดาวตัดสินใจได้ว่า หากนี่เป็นของขวัญจากสวรรค์ให้เด็กกำพร้าโดดเดี่ยวอย่างเธอ เธอจะไม่ขอปฏิเสธอีกต่อไป  แม้ว่าหนทางข้างหน้าต้องตกนรก ก็จะขอจดจำช่วงเวลาดีๆ เหล่านี้ไปตลอดกาล...





เมฆาออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปพักฟื้นที่บ้าน โดยมีชมดาวดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศในครอบครัวดูอบอุ่นและมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ เมื่อภรรยาสาวเปลี่ยนไปราวคนละคน เพื่อนฝูงที่เธอเคยคบหาก็ดูจะห่างหายไปในเวลาอันรวดเร็ว ราวเธอกำลังปิดกั้นตัวเองออกจากโลกภายนอกที่เคยใช้เป็นส่วนเติมเต็มความสุขที่ขาดหายไป

และแม้ชายหนุ่มจะตระหนักถึงความผิดปกติในข้อนี้ หากแต่เขาก็ไม่อยากค้นลึกลงไปถึงสาเหตุที่แท้จริง เพียงบอกตัวเองว่าภัสสรลืมเรื่องในอดีตหมดสิ้นเพราะอุบัติเหตุครั้งนั้น และตอนนี้เธอก็เปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้วโดยสิ้นเชิง



"คุณพ่อขา อ่านนิทานให้ฟังหน่อยค่ะ" ชมพู่เข้ามาในห้องนอน แล้วไต่ขึ้นเตียง ยื่นหนังสือให้

"แล้วแม่ล่ะลูก" เมฆารับหนังสือไว้ขณะกำลังนั่งดูทีวีอยู่บนที่นอน

"อาบน้ำอยู่ค่ะ" เด็กหญิงรายงาน

"ได้เลย" เมฆาตอบด้วยรอยยิ้ม พร้อมแผนการณ์ดีๆ ที่ผุดขึ้นในใจ

ชมดาวออกจากห้องอาบน้ำแต่กลับไม่เห็นชมพู่อยู่บนที่นอนรอฟังนิทานเหมือนเช่นทุกคืนที่ผ่านมา แล้วก็เป็นดังคาด เมื่อได้ยินเสียงใสๆ ดังเล็ดรอดออกมาจากห้องตรงข้าม

"ชมพู่ไปนอนกันเถอะลูก" หญิงสาวเข้ามาตาม

"แต่คุณพ่อยังอ่านนิทานไม่จบเลยนะคะ" เด็กหญิงว่าไม่มีทีท่าจะขยับลุก

"นั่นสิคุณจะรีบไปไหน มานอนฟังเป็นเพื่อนลูกก่อนสิ" เมฆายิ้มเชื้อเชิญ

"คุณแม่มาตรงนี้ค่ะ" ชมพู่รีบตบมือลงบนที่นอนข้างตัว ชมดาวจึงจำต้องทำตาม

ชายหนุ่มอ่านนิทานในมือไปเรื่อยๆ เอื่อยๆ ราวกับเนื้อเรื่องนั้นไม่มีตอนจบ จนทั้งแม่และลูกหลับไปในที่สุด สมดังความตั้งใจของคนเล่า...


"ลูกหลับแล้วเหรอคะ" ชมดาวถามเสียงงัวเงีย เมื่อรู้สึกตัวตื่นจากน้ำหนักที่ยวบลงบนที่นอนข้างๆ

"ผมอุ้มไปส่งที่ห้องแล้วล่ะ"

"งั้นฉันไปนอนก่อนนะคะ" หญิงสาวรีบขยับลุกออกจากที่นอนภายใต้แสงสลัว พอเดินไปถึงปลายเตียงกลับถูกอกกว้างและลำแขนแข็งแรงขวางไว้

"ภัสทำไมต้องคอยหลบผมอยู่เรื่อย วิธีใช้ลูกเป็นกำบังน่ะ ไม่ได้ผลหรอกนะ" เมฆาว่าอย่างรู้ทัน เขาขยับช้าๆ ต้อนจนร่างบางชนเข้ากับผ้าม่านตรงประตูระเบียงและจนมุมในที่สุด

"คือ..พรุ่งนี้ลูก..ต้องไปโรงเรียนค่ะ เดี๋ยวไปส่งไม่ทัน" ชมดาวหาเหตุผลในช่วงฉุกละหุก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะคิดว่าฟังไม่ขึ้นสักเท่าไหร่

"อืม..งั้นผมคงต้องรอช่วงศุกร์เสาร์ วันนักขัตฤกษ์ หรือไม่ก็ปิดเทอมสินะ" ชายหนุ่มว่าล้อกึ่งประชด พลางไล้นิ้วเรียวไปบนแก้มใส

"ใช่แล้วค่ะ" ชมดาวรีบกุมมือเขาไว้ คิดว่านี่เพิ่งวันจันทร์ เธอคงมีเวลาตั้งตัวอีกหลายวัน

"คุณนี่รอบคอบจังเลย ที่รัก" รอยยิ้มราวจิ้งจอกหนุ่มซ่อนอยู่ภายใต้เงาสลัว แกล้งคล้อยตามจนหญิงสาวตายใจ

"นอนนี่นะ ผมแค่อยากกอดคุณเท่านั้น" การต่อรองเริ่มขึ้นโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายปฏิเสธ เมฆาอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน และเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็กลับมาอยู่บนที่นอนนุ่มอีกครั้ง เขาจูบเธอที่หน้าผากแล้วห่มผ้าให้

ร่างใหญ่ทิ้งตัวลงนอนแนบข้าง ความอบอุ่นในอ้อมกอดทำให้หัวใจในร่างบอบบางเต้นแรงจนรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว  ชายหนุ่มรับรู้ถึงความเครียดได้อย่างชัดเจน และแม้จะประหลาดใจ แต่ก็อดภูมิใจไม่ได้ที่รู้ว่าตนเป็นฝ่ายคุมเกม

เมฆาคลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย ลูบไล้แผ่นหลังปลอบประโลมให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นจนเธอเป็นฝ่ายขยับกายเข้าหาเขาเอง  สัมผัสจึงเปลี่ยนจังหวะไปตามความรู้สึก และเริ่มมีการตอบสนองเมื่อลำแขนเรียวบางเคลื่อนมาเกาะกุมที่เอวแล้วค่อยเลื่อนสูงขึ้น ในขณะที่ฝ่ามือใหญ่กลับเลื่อนต่ำลงไปถึงสะโพก ในบรรยากาศมืดสลัวเย็นฉ่ำ ทุกการเคลื่อนไหวภายใต้ผืนผ้าห่มนุ่มปลุกเร้าอารมณ์รักให้ทวีขึ้นเรื่อยๆ

เมฆาขยับขึ้นจูบอ่อนโยน แทรกนิ้วเรียวยาวเข้าที่ข้างแก้มและใบหู ขับเคลื่อนทุกสัมผัสหยอกล้อระคนล่อลวงให้อีกฝ่ายยอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเอง 

แล้วก็ได้ผล ชมดาวตื่นเต้นไปกับประสบการณ์แปลกใหม่ จุมพิตของเขาแต่ละครั้งให้ความรู้สึกแตกต่างกัน เพิ่งเข้าใจความหมายในคำถามของเขาเดี๋ยวนี้เอง ต่อไปเธอคงจะตอบได้ว่าเขาเคยจูบเธอแบบนี้ที่ไหน รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากบาง ก่อนเธอจะจูบตอบเพื่อให้เขาจดจำเธอไว้บ้าง พลางอยากรู้เห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้...



















Create Date : 12 พฤษภาคม 2555
Last Update : 14 พฤษภาคม 2555 0:52:43 น. 8 comments
Counter : 504 Pageviews.

 
ได้มาอีกเพลง ^^



โดย: Kim-Ha วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:18:57:04 น.  

 
โพล่ระยองแล้วคะ พรุ่งนี้จะไปเกาะลอยคอในทาเลให้ดำเล่นหนึ่งวัน แล้วก็กลับคะ นานๆ ได้นั่งรถทัวร์ปวดทั้งตัว ^-^


โดย: Pa_stang IP: 115.67.224.29 วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:50:19 น.  

 
เกาะเสม็ดชิมิ? ไม่ได้ไปนานแล้วเหมือนกัน อิอิ พรุ่งนี้ต้องทำความสะอาดยกใหญ่ค่ะ แม่กะลูกจะคืนเรือนแล้ว

แค่ปวดตัวยังดีค่ะ น้องเคยใช้บริการรถตู้ เมื่อก่อนนั่งบ่อยๆ ก็ไม่เป็นไร ขึ้นรถหลับพอถึงก็ตื่น แต่พอไม่ได้นั่งนานแล้วกลับไปนั่ง ขึ้นรถเมาพอถึงที่หมายแทบลมจับ


โดย: Kim-Ha วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:59:05 น.  

 
กราบงามๆ เจ้าค่ะ พี่หญิง พี่ตังค์
(((((((((คิดถึงงงงงง)))))))))))))

มาลงชื่ออ่านไว้ก่อน...เด๋วขอมุดลงดินไปอ่านตอนแรกก่อนน๊า
แล้วจะกระดึ๊บๆ มาเม้นท์มอยด้วยนะคร๊า...ช้าบ้างไรบ้าง ตามประสาเน็ตเต่าเรียกปู่ย่าตายาย


โดย: Wonderfulmoon วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:44:22 น.  

 
คิดถึงก็กลับไปเปิดเรือนจิ้นเลยดีกว่า อิอิ เดี๋ยวนี้ต้องไปตามหากันถึงในท่อแล้ว ทำคลิปเยอะขนาดนั้น น่าจะได้ฟิคดีๆ ซักเรื่องแล้วนะพี่ว่า


โดย: Kim-Ha วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:03:18 น.  

 
สงสัยจะเข็ดเกาะเสม็ดอีกนานละคะ เมาเรือ คลื่นไม่สูงเท่าไหร่แต่เรือโคลงมากคนถิ่นบอกนานๆ จะคลื่นลมแรงแบบนี้ เฮ้อ โชคดีสะแล้ว เด็กบอกเหมือนเล่นเครื่องเล่นปลาหมึกเลย แหมผู้ใหญ่นั่งหลับตา ยาดมจ่อจมูกคนละอัน ตัวใครตัวมันดูแลใครๆมิได้ ไม่จะบาย


เปรมมี่ สิบตอนเองทำไมมุดนานจัง โพล่ผิวดินเฮอะนะ พี่ห่วงสุขภาพนะ


โดย: Pa_Stang วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:0:03:06 น.  

 
เคยเมาเรือตอนไปตกหมึกที่เสม็ดค่ะ เสียคนละห้าร้อยแต่เมาไปหมื่นนึง 5555 เข็ดเลยค่ะ แค่คิดก็บรื๋อออ~~~

สงสัยจะอ่านหลับ อ่านหลับ เหมือนอ่านหนังสือสอบค่ะ

เมื่อวานไปตั้งใจจะไปเที่ยวฟาร์มโชคชัยกัน นัดแนะกันอย่างดี เขาเปิดบริการทุกวันค่ะ แต่หยุดวันจันทร์ เลยขึ้นไปวนเขาใหญ่หนึ่งรอบแล้วกลับ กลัวเสียเที่ยวค่ะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:7:49:32 น.  

 
ปีก่อนก็ตั้งใจแวะคะ วันจันทร์เหมือนกัน เลยได้นั่งกินไอติมสะอิ่มแปร้อยู่หน้าฟาร์ม กลัวเสียเที่ยวเหมือนกันเลยแวะไร่องุ่น ได้ทั้งต้น ทั้งลูกกลับบ้าน จนบัดนี้องุ่นยังไม่มีลูกเลยคะ


โดย: Pa_Stang วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:53:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kim-Ha
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จิ้นกระจาย ^^


Smileymissmynovel@gmail.com






Friends' blogs
[Add Kim-Ha's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.