Group Blog
 
All blogs
 
My Love ตอนที่ 8


ชมดาวนั่งคอยอยู่ด้วยใจจดจ่อ และดูเหมือนเมฆาจะหายไปนานมาก เสื้อผ้าที่ตากไว้ตรงหน้าต่างเริ่มแห้ง ทำให้ใจคนคอยเริ่มกระสับกระส่ายไปด้วย หญิงสาวตัดสินใจแต่งตัวแล้วลงไปรอข้างล่าง พลางคิดปลอบตัวเองว่าอีกเดี๋ยวเขาก็คงกลับ

หากแต่รอแล้วรอเล่าจนบ่ายคล้อยก็ยังไม่เห็นแม้เงา ท้องฟ้าจากที่เคยปลอดโปร่งร้อนระอุ กลับปกคลุมไปด้วยเมฆฝนพายุฤดูร้อน น้ำตาอุ่นๆ เริ่มไหลรินลงอาบแก้ม เมื่อตระหนักว่าเขาคงไม่ได้คิดจะยกบ้านหลังนี้ให้เธอหลังจากเลิกร้างกันไป แต่คงคิดจะขังเธออยู่ที่นี่ นับแต่วินาทีที่เขาจากไป

หน้าต่างทุกบานถูกปิดตาย ส่วนประตูก็ล็อคไว้จากด้านนอก ชมดาวพยายามผลักหลายครั้ง ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ หญิงสาวเริ่มหมดหวังเมื่อได้ยินเสียงฝนกระหน่ำลงมาอย่างแรง พร้อมกับเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าติดๆ กันหลายครั้ง 

"คนใจร้าย! ทำไมต้องทำกับฉันอย่างนี้!!" ร่างบางทรุดลงตรงหน้าประตู ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ที่เธอไว้ใจเขา แล้วก็ถูกลวงเป็นครั้งที่สองภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

หญิงสาวกลับไปนั่งบนเก้าอี้นอนทำจากไม้ ตั้งอยู่กลางเรือน ไม่รับรู้ว่าเวลาเคลื่อนผ่านไปนานเท่าไร รอบกายรายล้อมด้วยความมืดแผ่ขยายจนทุกอย่างอยู่ในเงาสลัว แต่ถึงตอนนี้เธอคงไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว ความสิ้นหวังเข้าประดังในหัวใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้เลือดเย็นเช่นนี้ สิ่งที่เขาแสดงออกต่อเธอเมื่อตอนเช้า ก็คงไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาอย่างที่มีความหมายกับเธอ คิดพลางรู้สึกว่าตนเองยังอ่อนต่อโลกใบนี้มาก ราวถูกหักหลังจากคนที่เธอ...  เขาไม่มีค่าสำหรับคำนั้นหรอก คิดแล้วน้ำตาก็ร่วงลงมาอีก





หญิงสาวหันมองไปทางประตูเมื่อได้ยินเสียงแม่กุญแจกระทบกลอนเป็นระยะๆ ไม่รู้ว่าฝนหยุดตกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หัวใจหดหู่เริ่มมีความหวังขึ้นมาทีละนิด ครั้นบานประตูเปิดออก เงาร่างชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับทำให้ชีพจรเต้นแรงด้วยความกลัวขึ้นมาจับใจ เพราะรู้แน่ว่าไม่ใช่คนที่เธอกำลังคอยด้วยความหวังริบหรี

แสงไฟฉายเริ่มส่องสว่างกวาดไปทั่ว ชมดาวหมอบร่างลงอัตโนมัติ ปิดปากตัวเองไว้สนิท เพราะเกรงอีกฝ่ายจะได้ยิน เสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาทุกที แล้วก็เบี่ยงไปทางบันได หญิงสาวเหลือบมองไปที่ประตู คิดว่าถ้าร่างนั้นขึ้นชั้นบน เธอต้องรีบตรงไปยังทางออก มือเอื้อมไปกุมข้อเท้าที่ยังเจ็บอยู่ หากแต่ช่วงเวลาเช่นนี้คงต้องเอาชีวิตไว้ก่อน เพราะเธอไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ และคิดไปไกลถึงขนาดที่ว่า คนใจร้ายอาจส่งเขามาฆ่าเธอ แล้วฝั่งไว้ที่นี่เสร็จสรรพ นาทีนี้เธอคงไว้ใจใครไม่ได้เลยจริงๆ 

แล้วจังหวะนั้นก็มาถึง หญิงสาวรีบเดินกะเผลกตรงไปที่ประตู สายตาพลางจับจ้องไปที่แสงไฟวูบวาบบริเวณชั้นบน เท้าจึงไปสะดุดธรณีย์เข้า เสียงหกล้มทำให้คนข้างบน รีบตรงกลับมาที่บันได แล้วก้าวเร็วๆ ตรงมาที่เธอทันที ชมดาวตกใจจนลุกไม่ขึ้น

"ภัส!" เสียงเรียกไม่คุ้นหูดังมาตามแสงไฟ ยิ่งทำให้เธอตื่นกลัวขาดสติ ความคิดเตลิดเปิดเปิงไปว่าเขาจะมาทำร้ายเธอท่าเดียว

"กรี๊ดดดดดด!! ไอ้บ้า...ไอ้บ้า!! ไปให้พ้นนะ" มือปัดป่ายตบตีชนิดสู้ตาย ทำเอาอีกฝ่ายผงะถอย

"ผมเอง! วีรัส" ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียงโวยวายขาดสติของหญิงสาว

"คุณวี.." ชมดาวหยุดชะงักเมื่อได้ยินชัดเจน หอบหายใจ เงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วถอนหายใจแรงรู้สึกราวหัวใจจะวาย

"ไม่เป็นไรใช่ไหม?" วีรัสเข้าประคองร่างบางให้ลุกยืน

"คุณมาได้ยังไงคะ แล้วคุณเมฆล่ะ"

"เมฆประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล เขาให้ผมมารับคุณ"

"คุณเมฆ!... เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ"

"ก็สลบไปหลายชั่วโมง หัวแตก กระดูกขาร้าว..."

"รีบไปเถอะค่ะ" ชมดาวกะเผลกเร็วๆ ตรงไปรอที่รถ ชนิดลืมว่าเท้าเจ็บไปเลย



วีรัสพาชมดาวมาส่งถึงห้องพักพิเศษภายในโรงพยาบาล แล้วขอตัวไปจัดการเรื่องที่จะนำเมฆากลับไปรักษาต่อที่กรุงเทพในวันพรุ่งนี้

"เจ็บมากไหมคะ คุณเมฆ" หญิงสาวถามน้ำตาคลอ เมื่อเห็นใบหน้าซีดๆ มีผ้าพันรอบศีรษะและที่ขา นึกสงสารเขามากกว่าที่เห็นตัวเองนอนเจ็บอยู่ในห้องไอซียูเสียอีก

"แค่ร้าวน่ะ ไม่ถึงกับหักหรอก" เมฆายังยิ้มได้ แม้เสียงจะฟังอ่อนเพลียอยู่มาก

"ดีแล้วล่ะค่ะ" ชมดาวว่าแล้วน้ำตาร่วง

"ภัสคงคิดว่าถูกผมทิ้งอีกแล้วใช่ไหม" ฝ่ามือเรียวยาวเอื้อมมาแนบที่ข้างแก้ม หญิงสาวยิ้มพยักหน้า  ความคิดและอารมณ์ต่างๆ ในชั่วโมงก่อนหน้านี้อันตรธานหายไปหมดสิ้น เมื่อเห็นเขาอยู่ตรงนี้ ...ในสภาพนี้

"ฉันคิดว่าคุณจะไม่กลับมา.. ในบ้านมันมืดแล้วก็น่ากลัวมาก" ชมดาวสารภาพ พลางกุมมือและลำแขนเขาไว้

"อีกหน่อยคุณจะอยู่บ้านนั้นคนเดียวได้ยังไง แค่นี้ก็กลัวแล้ว" เมฆาว่าล้อ

"ต่อไปฉันคงจะปรับตัวได้เองมั้งคะ" หญิงสาวว่าพลางเช็ดน้ำตาออก

"เท้าคุณเป็นไงบ้าง"

"ยังปวดอยู่เลยค่ะ"

"งั้นคุณไปอาบน้ำก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยให้พยาบาลช่วยดูให้ เสื้อผ้าคุณผมให้อนงค์ ช่วยจัดมาแล้ว" เมฆาชี้ไปที่กระเป๋าเสื้อผ้าวางอยู่บนโซฟา

"ตายจริง! แล้วชมพู่ล่ะคะ?" ชมดาวนึกขึ้นมาได้

"ผมให้มดไปรับแล้วล่ะ คุณแม่คุณไปอยู่เป็นเพื่อนที่บ้านด้วย คุณควรจะโทรหาท่านสักหน่อยนะ ป่านนี้คงเป็นห่วงแย่แล้ว"

"เออ ก็ได้ค่ะ" หญิงสาวรับโทรศัพท์มาแล้วมองสงสัยว่าทำไมไม่มีปุ่มอะไรเลย แล้วเธอควรจะกดตรงไหน เบอร์อะไรก็ไม่รู้

"อย่าบอกนะ คุณลืมวิธีใช้โทรศัพท์อีก" เมฆาว่าอย่างรู้ทันแล้วหัวเราะจนเจ็บแผล

"ช่วยต่อให้หน่อยสิคะ" ชมดาวยิ้มเขินแล้วยื่นโทรศัพท์คืนให้

"กดตรงนี้ก่อนนะ"....

"............"

"............"



หลังย้ายจากโรงพยาบาลที่อยุธยามาอยู่ที่กรุงเทพ ชมดาวถึงได้รู้ว่าเมฆาป๊อปขนาดไหน โดยเฉพาะกับบรรดาสาวๆ ที่ผลัดเวียนเปลี่ยนหน้ามาเยี่ยมกันไม่ได้ขาดสาย พวกเธอคงรู้ว่าเขากำลังจะเป็นโสดอีกครั้ง หญิงสาวได้แต่นั่งเงียบ ทำเป็นไม่ใส่ใจ เพราะรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์อะไรจะไปแสดงอาการหึงหวง แม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็นสามี แต่อีกหน่อยก็คงไม่ใช่ เขาควรมีโอกาสได้เลือกคนที่คิดว่าดีกว่า

เมฆารู้สึกว่าภัสสรเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งที่เคยแสดงอาการหึงหวงออกนอกหน้าจนทำให้เขารู้สึกอึดอัดทุกครั้ง มาคราวนี้เธอกลับไม่ส่ออาการใดๆ เลย และนั่นทำให้เขาอยากเป็นฝ่ายยั่วยุเธอเสียเอง

"พอคุณให้คนโทรไปบอก ฟ้าก็รีบบินมาจากเชียงใหม่เลยนะคะ" สีฟ้า ลูกสาวเจ้าพ่อธุรกิจค้าไม้ทางภาคเหนือ ว่าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

"ใครครับที่โทรไป?" เมฆาถามสงสัย

"ปราง พี่เลี้ยงน้องชมพู่ไงคะ"

"อ้อครับ ผมลืมไป" ชายหนุ่มยิ้มตอบทั้งที่นึกด่าความสาระแน เยอะขึ้นทุกวันของแม่พี่เลี้ยงสาว

'นี่ขนาดให้คนส่งข่าวไปเลยเหรอ' ชมดาวแอบคิดว่าคนนี้คงมีภาษีดีกว่าเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้า ผิวพรรณ หรือชาติตระกูล แต่ดูๆ แล้วก็ยังสวยสู้ตนไม่ได้อยู่ดี

"คุณฟ้าไม่น่าลำบากเพราะผมเลยนะครับ อีกไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว"

"สำหรับคุณแล้ว ไม่มีคำว่าลำบากหรอกค่ะ ต่อให้อยู่ไกลถึงเมืองนอก ก็ต้องมาให้ได้ค่ะ"

"ขนาดนั้นเลยเหรอครับ" เมฆาว่าแล้วหัวเราะ

"ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เมฆกับฟ้า ก็ต้องอยู่คู่กันเสมอ จริงไหมคะ" หญิงสาวกระซิบแล้วยิ้มเขิน แม้กระนั้นคนที่นั่งอยู่ห่างๆ ก็ยังแอบได้ยินอีก

ชมดาวรู้สึกเลี่ยนขึ้นมาเสียเฉยๆ คิดว่าจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ จะได้หวานกันให้น้ำตาลขึ้น เผื่อหมอจะให้อยู่ต่ออีกหลายวัน

"ภัส นั่นคุณจะไปไหน?" เมฆาตาไวใช่เล่น นึกว่าเขาไม่รู้ว่าเธอนั่งอยู่แถวนั้นเสียอีก

"ฉันจะไปเยี่ยมดาวค่ะ" หญิงสาวขอตัวไปเยี่ยมดูอาการตัวเองเสียดีกว่านั่งฟังเขาจีบกัน

'ไม่หึงไม่พอ นี่ภัสสรถึงกับไม่สนใจเขาเลยเหรอ' เมฆาคิดพลางรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างมีสาเหตุ




ชมดาวนั่งมองร่างตนเองที่กำลังหลับใหล คิดว่าจะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้เห็นตัวเองชัดเจนเช่นนี้ ใบหน้าแน่นิ่งเริ่มดูมีสีเลือดขึ้น คล้ายคนนอนหลับเสียมากกว่าจะเป็นคนป่วย ร่องรอยบาดแผลดูจางลง พลางนึกสงสัยว่าถ้าเธอคนนี้ฟื้นขึ้นมา... ในเมื่อตัวเธออยู่นี่ แล้วใครที่จะอยู่ในร่างนั้น 

หญิงสาวเอื้อมไปกุมมือผอมบาง บีบกระชับเบาๆ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการตอบสนอง มาคิดอีกที นี่อาจเป็นเพียงกายไร้วิญญาณ และอาจหลับอยู่เช่นนี้ไปตลอดกาล

"ถ้าคนไข้ได้ยินหรือได้สัมผัสอะไรที่คุ้นเคย อาจจะทำให้มีการตอบสนองเร็วขึ้นนะครับ" เสียงชายหนุ่มดังขึ้น ชมดาวจึงหันไปมอง

"สวัสดีค่ะ คุณหมอ" หญิงสาวเดาได้ทันทีจากการแต่งตัวของเขา

"ผมก้องเกียรติครับ ดูแลเรื่องกายภาพบำบัด ไม่ทราบคุณเป็นญาติคนไข้หรือเปล่า" หมอหนุ่มทักถามอย่างเป็นมิตร

"เปล่าค่ะ คือ.. ฉันเป็นคนทำให้เธอเป็นอย่างนี้"

"คุณคงรู้สึกผิด" หมอหนุ่มมองด้วยแววตาเห็นใจ

"ค่ะ"

"เวลาคนไข้นอนนานๆ จะเกิดแผลกดทับนะครับ เราต้องคอยช่วยเขาขยับ..." เขาอธิบายไปเรื่อยๆ ถึงวิธีทำกายภาพแบบง่ายๆ ซึ่งหญิงสาวก็รับฟังอย่างตั้งใจ พลางคิดว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจและอัธยาศัยดีทีเดียว




"สวัสดีครับ" เสียงทักดังมาพร้อมการปรากฏกายของหมอหนุ่ม การสนทนาระหว่างเมฆาและสีฟ้าจึงมีอันสะดุดลง และนั่นทำให้คนป่วยรู้สึกโล่งขึ้น เพราะอยากพักผ่อนเต็มที

"รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ"

"ปวดหัวนิดหน่อยครับ แล้วก็ยอกไปทั้งตัว"

"เดี๋ยวหมอจะให้ยาแก้ปวด วันนี้คงต้องนอนพักอีกสักวัน"

"แล้วเมื่อไหร่ผมจะลุกเดินได้ล่ะครับ"

"คงเป็นพรุ่งนี้ คุณจะได้ทำกายภาพ และฝึกเดินด้วยไม้ค้ำยัน"

"โทษนะครับ คุณคงเป็นภรรยา..." ก้องเกียรติหันไปมองหญิงสาวที่ยืนเกาะอยู่ที่ขอบเตียงอีกด้าน

"ไม่ใช่หรอกค่ะ" สีฟ้ายิ้มเขินพลางเหลือบไปมองคนไข้ ทำให้หมอหนุ่มนึกขำตัวเองที่ทึกทักผิดเป็นครั้งที่สองแล้ว  เป็นจังหวะเดียวกับที่ชมดาวเดินกลับเข้ามาในห้องพัก

"อ้าว หมอก้อง..." หญิงสาวเอ่ยทักชื่อเขาค้างไว้แค่นั้น เพราะจำไม่ได้ว่าก้องอะไร

"ผมกำลังจะอธิบายเรื่องกายภาพเบื้องต้น แต่เมื่อกี้คุณคงจำได้หมดแล้วมั้งครับ"

"พูดซ้ำอีกก็ได้ค่ะ ความจำฉันไม่ค่อยดี"

"โทษนะครับ ไม่ทราบคุณเป็นอะไรกับคนไข้" หมอหนุ่มนึกเดาว่าคงเป็นน้องสาว คิดว่าไม่น่าพลาด แต่ก็อีกจนได้

"นี่ภรรยาผม" เสียงเรียบตึงดังขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสอง

"งั้นคงต้องให้คุณภัสสรไปยืนอีกฝั่ง ผมจะได้อธิบายว่าต้องช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างไรบ้าง"

เมฆามองใบหน้ายิ้มแย้มของทั้งสอง พูดคุยกันราวเขาเป็นหุ่นยนตร์ประกอบกิจกรรมหรือการทดลองอะไรสักอย่างด้วยอารมณ์ขุ่นมัวหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

"พอได้แล้วมั้งครับคุณหมอ ผมเหนื่อยแล้ว อยากจะพักผ่อน" แล้วจู่ๆ เขาก็ทำตัวราวเด็กเอาแต่ใจขึ้นมาเสียเฉยๆ เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง



"เด็กนั่นเป็นไงบ้าง" เมฆาถามเมื่อได้อยู่กันตามลำพังอีกครั้ง

"ดาวน่ะเหรอคะ?" ชมดาวเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง

"เรียกกันซะสนิทสนมเลยนะ 'ดาว' ทีกับผัวล่ะเรียก 'คุณ' ตลอด" ชายหนุ่มเริ่มพาลไปเรื่อย

'ก็แน่ล่ะสิ' หญิงสาวคิดในใจ เพราะนั่นคือตัวเธอเอง จะไม่สนิทได้ยังไง แต่ก็ยังงงๆ กับท่าทีของเมฆาอยู่ไม่หาย ฟังดูเหมือนเขาหึงคนที่นอนหมดสติอยู่ หรือเขาจะเพี้ยนไปแล้ว

"ยังไม่รู้สึกตัวเลยค่ะ แต่แผลดีขึ้นเยอะแล้ว..ค่ะ เมฆขา" ชมดาวตั้งใจจะแกล้งชายหนุ่ม แล้วกลับปิดปากขำตัวเองที่พูดออกไปอย่างนั้น  แต่ดูเหมือนอารมณ์ขันของเมฆาจะหมดไปตั้งแต่ที่สีฟ้าจากไปแล้ว

"หมอนั่นรู้จักชื่อคุณด้วยเหรอ" จู่ๆ เขาก็ยิงคำถามที่คนฟังไม่ทันตั้งตัว

"ใครคะ?"

"ก็ไอ้หมอหน้าตี๋นั่นไง"

"เขาชื่อหมอก้องค่ะ เราเจอกันตอนที่ฉันไปเยี่ยมดาวไงคะ เมฆขา" ชมดาวยังไม่หยุดแกล้งเรียกขานเขาในแบบที่เธอต้องกลั่นยิ้มทุกที

"ผมหิวน้ำ"

หญิงสาวช่วยปรับพนักเตียงให้ตั้งขึ้นในท่าเอน ขยับขึ้นไปนั่งที่ขอบเตียง แล้วแก้วน้ำพร้อมหลอดก็มาจ่อให้ถึงที่ เขาดูดรวดเดียวจนน้ำที่มีอยู่ค่อนแก้ว หายวับไปในเวลาอันรวดเร็ว ชมดาวมัวแต่ตะลึงสนใจน้ำในแก้วพลางคิดว่าเขาคงออดอ้อนสีฟ้าจนคอแห้งไม่มีแม้เวลาจิบน้ำ และกว่าจะรู้ตัวอีกทีทั้งคนทั้งแก้วเปล่าก็เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนเขาแล้ว

ริมฝีปากชุ่มชื้นประกบลงมาหนักหน่วง ไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวทักท้วง มือบางพยายามผลักอกเขาออกห่างอยู่สองสามครั้ง แล้วนิ่งสงบไปคล้ายถูกสยบด้วยแรงดึงดูดจากอีกฝ่าย

"นี่ สำหรับการที่ภัสทิ้งผม" เสียงกระซิบดังห่างริมฝีปากนับมิลลิเมตร ก่อนจูบที่สองจะประทับลงมาอ่อนโยนและดูดดื่มยิ่งขึ้น ราวทุกสิ่งรอบตัวหยุดการเคลื่อนไหวไปหมด เหลือเพียงความรู้สึกดื่มด่ำที่อยู่ตรงหน้า

"และนี่ สำหรับการที่คุณพูดคุยกับชายอื่น" สายตาที่มองสบกันใกล้ชิดบอกถึงความรู้สึกที่เพิ่งแสดงออกมาได้อย่างชัดเจน

"แล้วที่คุณคุยกับผู้หญิงอื่นไม่ซ้ำหน้านั่นล่ะ" รอยยิ้มผุดขึ้นในดวงตาคมเข้ม เมื่อเริ่มรู้ว่าหญิงสาวรู้สึกอย่างไร

"ภัสจะจูบผมคืนก็ได้นะ" เมฆาว่าล้อ

ชมดาวจ้องตอบด้วยท่าทีลังเลอยู่ชั่วครู่แล้วเลื่อนแขนทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่ม ในมือยังถือแก้วเปล่าใบนั้นไว้ ทันทีที่ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกันอีกครั้ง ความรู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายชายหนุ่มก็อันตรธานหายไปสิ้น เพราะประสาททุกส่วนของร่างกายและจิตใจรับรู้เพียงสัมผัสละมุนละไมอ่อนหวานที่เกิดขึ้น 

"เป็นไงบ้างวะ เมฆ" เสียงวีรัสดังมาพร้อมตัว หากแต่การได้ยินของคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์กลับช้ากว่านั้น ทั้งสองรีบผละออกจากกัน เมฆาทำหน้าราวกับจะกินเพื่อน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกขัดจังหวะ ส่วนชมดาวเขินจนหน้าร้อนเผ่า

"เออ คุยกันไปก่อนนะคะ" หญิงสาวตั้งท่าจะเลี่ยงออกไป

"ภัสอยู่นี่แหละ ผมไปเองดีกว่า" วีรัสรีบยกมือห้าม

"แกจะรีบไปไหนล่ะ เพิ่งมาไม่ใช่เหรอ" เมฆาถามประชด

"รีบไปหานรกมาประดับบ้านนะสิ ถามได้" วีรัสว่าแล้วจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ

"คุณวี พูดอะไรของเขาคะ"

"อย่าไปสนใจเลย ไอ้นั่นมันบ้าแล้วก็ขี้อิจฉาด้วย" เมฆาว่าแล้วหัวเราะขึ้นมาบ้าง เพราะรู้ดีว่าวีรัสหมายถึงอะไร

"งั้นคุณพักผ่อนก่อนนะคะ" ชมดาวว่าพลางช่วยปรับที่นอนให้ราบลง

"อ้าว! ยังเหลือผู้หญิงอีกตั้งสิบเอ็ดคนนะ ที่ผมคุยด้วย ภัสจะไม่จูบผมอีกสักหน่อยเหรอ" เมฆาประท้วง

"บ้า! ฉันหมดอารมณ์แล้วค่ะ เสียใจด้วยนะคะ เมฆขา.." ชมดาวว่าแล้วยิ้มขำ

"ถ้าขาหายเจ็บ ผมคงต้องเตะไอ้วีเป็นคนแรก" เมฆาว่าแล้วดึงฝ่ามือเล็กเข้ามาจูบ

"ผมไม่รับแขกนะ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้นอนเลย"

"ค่ะ"

"เมฆขาด้วย"

"เมฆขา"


















Create Date : 03 พฤษภาคม 2555
Last Update : 5 พฤษภาคม 2555 13:42:26 น. 14 comments
Counter : 472 Pageviews.

 
ไม่รู้จะใช้เพลงอะไร เอาเพลงนี้ไปละกัน

ส่วนนี่พี่บี้ ไว้ดูวิวสวยๆ กันค่ะ



โดย: Kim-Ha วันที่: 3 พฤษภาคม 2555 เวลา:19:25:43 น.  

 
บ้านเก่า ริมน้ำ มืดตื้อ บรื้อออออ


โดย: Pa_Stang วันที่: 3 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:13:03 น.  

 
น้องดาว กลัว..กลัว..กลัวที่ไหน อิอิ


โดย: Kim-Ha วันที่: 3 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:24:47 น.  

 
ง่วงแล้วอ่ะ มาต่อพรุ่งนี้นะคะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:0:11:41 น.  

 
ยิ่งไขว่คว้าไล่ตามยิ่งห่าง ยามปล่อยวางกลับย้อนคืน เออเนอะ เหมือนที่เคยเห็นเดะเลย


โดย: Pa_Stang วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:19:10:23 น.  

 
วันนี้สำนวนได้เลยนะคะ



โดย: Kim-Ha วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:31:29 น.  

 
แบบว่าได้ว่างสองวัน ต่อมอาร์ททำงาน


โดย: Pa_Stang วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:51:07 น.  

 
อย่างนี้ต้องพักผ่อนให้ฉ่ำปอดค่ะ หรือว่าออกไปเที่ยวให้เมื่อยต่อดี


โดย: Kim-Ha วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:05:39 น.  

 
พรุ่งนี้ขึ้นเหนือ พาผู้เฒ่าเข้าเมืองหิมะซักหน่อยคะ


โดย: Pa_Stang วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:11:51 น.  

 
อยากไปมั้งค่ะ แต่กลัวเจอหิมะละลายกลายเป็นเหงื่อซกๆ อิอิ ถ้าเย็นแล้วส่งข่าวด้วยนะคะ อาจจะตามไป


โดย: Kim-Ha วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:18:35 น.  

 
ง่วงแว้วววว เดินทางปลอดภัย เที่ยวให้สนุกนะคะพี่ตังค์ อย่าลืมรูปหิมะสวยๆ ด้วยค่ะ เดี๋ยวจะตามไปกดไลท์ที่เรือนนะคะ


โดย: Kim-Ha วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:42:18 น.  

 
ฟังเล่นๆ ค่ะ เพิ่มเสียงลมเสียงฝนเข้าไป



โดย: Kim-Ha วันที่: 5 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:41:21 น.  

 
ตั่งแต่ถึงจนจะกลับฝยยังไม่หยุดเลยคะ ขนาดน้องเป็ดยังยอม




โดย: Pa_Stang วันที่: 7 พฤษภาคม 2555 เวลา:7:57:13 น.  

 
เมื่อวานไปวนเขาใหญ่มาค่ะ ฝนตกเหมือนกัน ๆ



ู^
^
กวางป่า ชักจะไม่ชอบอยู่ป่าแล้วค่ะ อยู่กับคนดีกว่า อิ่นหน่ำสำราญ


โดย: Kim-Ha วันที่: 7 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:27:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kim-Ha
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จิ้นกระจาย ^^


Smileymissmynovel@gmail.com






Friends' blogs
[Add Kim-Ha's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.