Group Blog
 
All blogs
 
โรงเกรีียน และ ไมเคิล

โอเคร เช้าวันใหม่ที่น่าจะสนุก (แอบหวัง) ได้มาถึงแล้ว ด้วยความที่ผิดถิ่นหรือว่า jet lag หรืออะไรก็แล้วแต่ มันได้ถีบร่างผมออกมาจากเตียงค่อนข้างเช้าไปนิซนึง เอาเถอะแต่งตัวแปรงฟัน (แน่นอนน้ำมะอาบตามวิสัย) ขึ้นรถเมล์สาย 254 ไป โรงเรียน (แก่ตะตายห้าแล้วยังไปโรงเรียน) ใช้เวลาร่วมๆ40นาที ก็มาถึงตรงที่หมาย ผมเช็คเวลา โอ้วเพิ่ง8.10น. เอง เหลือเวลาอีกตั้งยี่สิบนาที โรงเรียนก็ห่างจากป้ายแค่สองบล็อกเอง (เดิน5นาทีก็ถึง) อื้อ!มันต้องเป็นวันที่สดใสของผมแน่ๆ ว่าแล้วก็เดินไปเรื่อยๆอย่างสบายใจ แต่เอ๊ะ ทำไมไม่ถึงซักทีหว่า? ใช่ครับเพื่อนๆ ผมหลงครับ = = เออเยี่ยมจริงๆไปที่ไหนก็หลงเว้ยกรู เอาวะถือว่าซ้อมใช้ภาษาก่อนเข้าเรียนเลยละกัน ในมือมีแผนที่เมืองซิดนีย์ที่น่าจะมีประโยชน์ในยามคับขันเช่นนี้แต่ผมใช้วิธีเดินถามเอามองหาเหยื่อที่หน้าตาพอจะมีจิตเมตตา นั่นแน่!เจอแล้วคุณลุงคนนั้นต้องช่วยผมได้แน่เลย ผมเดินรี่เข้าไปถามแบบไม่ลังเล ยังไม่ทันที่ผมจะอ้าปากคุณลุงใจดีก็สวนออกมา Get off F***!!

I

หลงทาง หลงทิศ


]


สีแดงคือทางที่หลงไป



เอ่อ..หลอนครับทั่น ผมก็ชิ่งแล้วมายืมหลบตรงมุมอับค่อยๆบรรจงดูแผนที่ ที่แค่เห็นผมก็อยากขว้างทิ้งแล้วเพราะ มิติสัมพันธ์ผมเข้าขั้นโคม่า โชคยังดีที่มีคนแถวนั้นบอกทางผม สุดท้ายผมก็ไปถึงโรงเรียนเวลา 9.00 น. ตรง…ชิบหอยแระมาสายไปครึ่งชม.เต็มๆ ผมรีบวิ่งไปที่ รีเซปชั่น แล้วขอข้อสอบจากเขา พอเราเข้าห้องไปปุ๊บ พวกเพื่อนๆก็สอบกันเสร็จหมดแล้ว อาจารย์คุมสอบก็บอกว่าไม่เป็นไร คุณจะได้เวลาเท่ากับเพื่อนๆ ค่อยๆทำไปนะ ผมรีบลงมือทำข้อสอบ ปรากฏว่า หมูมากจนน่าตกใจ บางทีอาจเป็นเพราะว่ากว่าผมจะได้วิซ่ามาที่นี่ ผมต้องผ่านขั้นตอนที่ยากมากมายหลายอย่าง รวมไปถึงสอบ IELTS ด้วย แต่ไม่รุ้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพิ่งผ่านไปแค่สิบนาที อยู่ๆอาจารย์คุมสอบก็เข้ามาบอกผมว่า เอาละไม่ต้องทำแล้วเด๋วเข้ามาสัมภาษณ์เลย อาจารย์ก็ถามคำถามปามานว่า ทำไมยูถึงมาสายล่ะ ผมก็ตอบไปแบบเขินๆนั่นละ เพราะว่าทางมันใกล้มากจนไม่น่าหลงผมก็ยังอุส่าทำไปด้ายยย จนกระทั่งคำถามนางงามก็มาถึง (คำถามที่ผมทำการบ้านมา) เอ่อคุณช่วยเล่าเรื่อง “วันแรก”ของคุณให้ครุฟังที ผมนี่เล่าได้เกือบทุกรายละเอียดแบบในบลอก
ตอนแรกของผมเลย แล้วด้วยความที่ผมโมโหในเรื่องความเข้าใจผิดเรื่องที่ผมสมควรจะมีคนมารับแต่ดันไม่มี ผมเลยถามอาจารย์ว่า อาจารย์คือ Susie Randall* รึเปล่าครับ (*อยุ่ในตอนที่หนึ่งนะครับ) ออกรีบออกตัวเลยว่าไม่ใช่ๆ ครุมะเกี่ยวววว เหอๆๆ ครับแล้วกิจกรรมช่วงเช้าของผมก็จบลงด้วยดี


ในระหว่างที่นั่งรอฟังผลการวัดระดับผมก็เริ่มเล็งสาวๆ เอ้ย! เพื่อนๆคุย ซึ่งผมค่อนข้างแปลกใจในห้องนั้น นร.รอฟังผลอยู่เกือบๆ 40คน แต่ผมเจอคนไทยแค่คนเดียวทั้งๆที่พอจะรุ้มาว่าคนไทยมาเรียนภาษาที่นี่เยอะมาก เกือบทั้งหมดเป็นคนเอเชีย และคนเอเชียเกินครึ่งเป็นสาวๆเกาหลี (ซี้ดดด) เห็นแล้วจะละลาย แต่ ดำ จัง กู อย่างผมพวกเค้าคงมะสนหรอก เอาเถอะนี่เรามาเรียนใช่มั้ย!? และแล้วผลการวัดระดับก็มาถึง ผมยังงงๆว่าทำไมผมหลุดเข้าไปอยู่ในระดับ5 (มี6ระดับ) ทั้งๆที่ข้อสอบผมก็ยังทำมะเสร็จเลย สงสัยอาจารย์แกต้องกลัวผมเผาตึกแน่เลย เลยจับไปเรียนยากๆซะงั้น ผมถึงกะเซ็งทันทีที่เข้าไปเห็นเพื่อนๆร่วมห้อง น้องๆเกาหลี แอ๊บแบ๊วทั้งหลายที่ผมเห็น ได้อันตรธานกันไปอยู่ห้อง ระดับ1หมด ซึ่งเรียนกันคนละตึก เซ็งมาาาาาก!! แต่เอาเถอะแค่เดือนเดียวเราก็จะลุยสู่โลกแห่งความจริงแล้ว

หน้าโรงเรียน





เอาละอุส่านั่งอ่านกันมาถึงย่อหน้านี้ผมขอย้ำอีกทีว่า ผมมาที่ออสเตรเลียนี่ไม่ใช่เพื่อมาเรียนภาษานะครับ ผมมาผจญภัยคนเดียวด้วยวิซ่าที่ค่อนข้างใหม่ มากๆสำครับคนไทย (Working Holiday Visa) แต่ที่ต้องมาเรียนนี่ก็เพราะว่าอยากหิ้วสาวเกาหลี เอ้ย ผมต้องการเวลาในการปรับตัวเล็กน้อยและหาเพื่อนไปผจญภัยด้วยกัน และอีกอย่าง นึงสำเนียงของคนออสเตรเลียนี่ ทำให้ผมรู้สึกราวกับว่า “นี่กรุเรียนภาษาอังกฤษมาอ๊ะเปล่าว้าา” ฟังยาากกมากกครับ ซึ่งพวกเราเองก็คงคุ้นเคยกับสำเนียงอเมริกันจากหนังโรงต่างๆ ยังดีนะที่อาจารย์ที่โรงเรียนสื่อสารกันเข้าใจดีมาก เอาละและแล้ววันแรกที่โรงเรียนก็หมดไป เลิกเรียนปุ๊บกลับบ้านเลยครับ หลอนนนน!! พอกลับถึงบ้านผมจ๊ะเอ๋กะนายไมเคิล เขาก็ถามว่าวันแรกเป็นยังไงบ้าง ผมก็บอกไปว่าก็ไม่เลวนัก แกก็บอกว่าหลังมื้อเย็นเราจะมีกิจกรรมสนทนากันทุกคืน ผมก็ตอบตกลงไปแบบไม่มีทางเลือก หน้าตาแกเอาจริงมากคงทำเป็นเนียนหนีไปนอนคิดถึงบ้านมะได้แน่นอน 555+ และแล้วการสนทนารอบหัวค่ำก็เริ่มขึ้น ไมเคิลออกตัวขอโทษผมที่ได้ถามคำถามแรงๆใส่ในวันแรก เขาว่าเพื่อเป็นการดูไหวพริบและปฏิกิริยา ของเรา ผมก็บอกไปว่าอ๋อไม่เป็นรา….. “เอ่อ” ยังไม่ทันที่ผมจะจบประโยค เขาก็ยิงหัวข้อการสนทนาขึ้นมาทันที “ถ้าสมมุติว่า ตอนนี้มีไอ ยู และแฟนของยูนั่งคุยๆกันอยู่ แล้วแฟนของยูบอกว่าอยากไปนอนกะไอ ยูจะว่ายังไง” ณ จังหวะนี้ผมได้เรียนรู้แล้วว่า นาย big brother คนนี้แกชอบวัดกึ๋นมาากกก ผมเลยงัดบุหรี่ขึ้นมาดูด และตอบแบบสำรวมด้วยการยิงคำถามกลับไปว่า เฮียเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมมั้ย? แกยิ้มแล้วบอกว่า เชื่อ ผมเลยบอกว่างั้นชาติที่แล้วแฟนของยูคงทำแบบเดียวกะที่ยูว่ามาละมั้ง มันก็เลยถึงคราวใช้หนี้กันมั่ง พอเขาได้ฟังก็ถึงกะถูกใจ เปิดเบียร์เลี้ยงผมสบายใจกันไป เขาบอกว่า ผมเป็นคนแรกใน 33คน ที่บ้านเขาเคยรับมาอยู่ด้วยและตอบคำถามนี้ ปกติพวกที่ผ่านมานี่ จะเปลี่ยนเรื่องคุย หรือไม่ก็ขอตัวไปทำอย่างอื่น ซึ่งในความคิดของผมมันไมได้น่าภูมิใจหรอกนะที่ตอบแกได้ แค่เอาตัวรอดเก่งน่ะครับ เหอๆๆ ไปนอนดีกว่าเนอะ สำหรับคืนนี้เลิกแถวแล้วสวัสดีครับทุกท่านน



Create Date : 10 กันยายน 2550
Last Update : 10 กันยายน 2550 0:07:09 น. 2 comments
Counter : 131 Pageviews.

 
ดิชั้นว่าหน้าคุณมันคงมีอะไรติดอยู่ป่ะคะ คุณลุงเลยแซวเล่น ดีออกค่ะ ประสบการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากมี แต่คุณก็มี ให้มันได้อย่างนี้สิ...นับว่าคุ้มค่าชีวิตค่ะ (แต่ดิชั้นยอมขาดทุนค่ะ)


โดย: nzmum วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:22:51:16 น.  

 
มา comment เป็นกำลังใจให้เขียนต่อเฟล้ย...

รออ่านอยู่ หนุกดีว่ะโป๊ะ ชีวิตแกนี่มันไม่ปกติมนุษย์จริงๆ 55555


โดย: เอ้อ IP: 58.8.137.76 วันที่: 16 กันยายน 2550 เวลา:20:04:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คุณโป๊ะ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มาร่วมลุ้นกับการค้นหาชีวิตแบบเกรียนๆของผม ประสบการณ์ที่มี Working Holiday Visa เป็นใบเบิกทาง ผมก็อยากรู้ตัวเองเหมือนกันว่าในที่สุดผมจะไปถึงขั้นเทพได้หรือไม่
Friends' blogs
[Add คุณโป๊ะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.