การบดเมล็ดกาแฟ (ตอนที่1)
เรื่องการบดกาแฟ (ตอนที่1)
การบดกาแฟก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้การชงกาแฟ เพราะน้ำกาแฟที่เราต้องการก็มาจากผงกาแฟที่เราจะกล่าวถึงนี้ ความละเอียด ความหยาบ ของผงกาแฟ ก็แยกแตกต่างไปตามชนิดของเครื่องทำกาแฟ เช่น ถ้าเป็นหม้อต้มกาแฟชนิดที่ใช้ในงานเลี้ยง ต้มกาแฟกันทีละมากๆ 50-100 ถ้วย ผงกาแฟที่ใช้มีการบดไม่เหมือนกับการชงกาแฟโดยใช้ เครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก เนื่องจากการทำงานของเครื่องแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ทีนี้เรามาดูกันว่าเครื่องชงชนิดไหน ควรจะต้องใช้กาแฟบดละเอียดขนาดไหนจึงจะเหมาะสม
เริ่มจากเครื่องชงที่ใช้กันในบ้านหรือสำนักงานกันก่อน ปกติแล้วเครื่องชงในบ้านหรือสำนักงานจะเป็นระบบที่ให้ความร้อนกับน้ำและระเหยเป็นไอ ไปผ่านผงกาแฟ และสกัดน้ำกาแฟออกมา โดยผงกาแฟจะอยู่บนตะแกรง บางชนิดก็มีฟิลเตอร์ สำเร็จรูปในตัว แต่บางชนิดก็ต้องใช้กระดาษกรอง ถ้าเป็นระบบที่ใช้กระดาษกรอง เราสามารถที่จะบดกาแฟให้ละเอียดขนาดน้ำตาลทรายละเอียด หรือมากกว่านั้นก็ยังได้ ตราบใดที่ผงกาแฟไม่ทะลุผ่านกระดาษกรองออกมา ส่วนเครื่องชงที่มีตะแกรงในตัวไม่สามารถที่จะทำเช่นนั้นได้เนื่องจากถ้าเราบดกาแฟละเอียดมากเกินไป ผงกาแฟจะตกลงมาในน้ำกาแฟด้วย คงไม่มีใครที่นึกอยากจะกินกากกาแฟด้วยกระมัง แต่ถ้าเป็นสไตล์หม้อต้มแบบ Ibrik ที่เราเคยเห็นแบบในหนังอาหรับ แบบนั้นเขานิยมกินกาแฟพร้อมกากด้วย และกากที่เหลือค้างในถ้วยยังสามารถนำมาทำนายโชคชะตาได้อีก เรื่องนี้ขอยกไว้เล่าในคราวหน้าก็แล้วกันครับ มาว่ากันต่อเรื่องเครื่องชงในบ้านก่อน บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วอย่างนั้นทำไมถึงต้องบดให้ละเอียดพอเหมาะกับเครื่องชงด้วย คืออย่างนี้ครับ เวลาที่เราใช้กาแฟที่บดละเอียด เท่ากับเราเพิ่มพื้นที่ผิวของกาแฟที่จะสัมผัสกับน้ำร้อนที่ไหลผ่าน ทำให้สกัดกาแฟออกมาได้มาก กาแฟก็จะเข้มข้น หรือมองอีกมุมนึงก็ไม่เปลืองกาแฟมาก เป็นการประหยัดไปในตัวใช่ไหมครับ ทีนี้ถ้าเราบดหยาบเกินไปเราก็ต้องใช้กาแฟในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อให้ได้ความเข้มข้นของกาแฟเท่าเดิม
เครื่องชงกาแฟแบบใช้ตามบ้านส่วนใหญ่ในราคาปานกลางจะเป็นชนิดที่มีตะแกรงกรองในตัว ไม่ต้องใช้กระดาษกรอง แต่รูตะแกรงค่อนข้างหยาบ ทำให้ต้องใช้กาแฟในปริมาณมากขึ้น ส่วนเครื่องที่ราคาสูงขึ้นมาหน่อย จะเป็นประเภทที่ต้องใช้กระดาษกรองด้วย ซึ่งก็สิ้นเปลืองค่ากระดาษกรอง แต่ประหยัดค่ากาแฟ (อิอิ) เลือกเอาก็แล้วกัน เมื่อเทียบกับราคากาแฟคั่ว อาราบิก้า ในปัจจุบันที่เริ่มต้นที่ 380-400 บาทแล้ว ผมว่าถ้าทานกันเยอะๆ ต้ม1 หม้อได้กาแฟสัก 8-12 ถ้วย น่าจะเลือกใช้ชนิดที่มีกระดาษกรองดีกว่า เพราะกระดาษกรองสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก (รีบๆเอากาแฟออกแล้วผึ่งไว้ให้แห้ง) อย่างน้อยก็ได้อีกครั้งละน่า เข้ากับยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน และช่วยลดการตัดไม้มาทำกระดาษ ลดโลกร้อนได้อีกนะเออแต่ถ้าคุณแม่บ้านสมองไว ที่มีฝืมือทางเย็บปักถักร้อย ก็สามารถที่จะทำกระดาษกรองชนิดนี้ใช้เองได้นะครับ โดยใช้ผ้าขาวบางตามตลาดที่เขาขายกันเป็นผืน ๆละไม่กี่สตางค์ (ไม่เอาแบบที่เย็บมาแล้วนะครับ) มาซ้อนกันล้วเย็บขอบให้เรียบร้อย การซ้อนกันจะสามารถกรองได้ละเอียดมากขึ้น ใช้กาแฟน้อยลง ใส่แทนกระดาษกรองลงไปเลย ทีนี้ก็ใช้ตราบนานเท่านาน ถ้าไม่ทำหายซะก่อน เล่าไปเล่ามา กลับกลายเป็นแนะนำเทคนิคกระดาษกรองไปซะได้ และยังสามารถนำไปใช้ได้กับหม้อต้มขนาด 50-100 ถ้วยได้ด้วยนะครับ ประหยัดไปได้มากโข แล้วพบกันต่อตอนหน้าครับ

หมายเหตุ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อประกอบการสอน หลักสูตรการชงกาแฟเบื้องต้น สงวนสิทธิ์ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าใดๆทั้งสิ้น แต่ยินดีให้เผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทาน หากท่านใดมีความประสงค์นำไปใช้ ติดต่อได้ที่ e21xwc@yahoo.com และ/หรือ //www.twitter.com/nongyingcoffee , //www.twitter.com/garlicwine



Create Date : 02 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2552 11:24:02 น.
Counter : 3283 Pageviews.

2 comments
  
บทความเป็นประโยชน์มากๆค่ะ

โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:51:24 น.
  
ทีมาหา
ฟกฟหก
โดย: ที IP: 124.120.243.30 วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:13:12:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

khudy
Location :
แม่ฮ่องสอน  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ผู้ชายธรรมดา ที่ไม่ใช่ผู้วิเศษ มีอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง บ้างตามประสา ชอบท่องเทียว ค้นคว้า หาเรื่องไปเรื่อยๆ เหนื่อยเมื่อไรก็หยุด