Bloggang.com : weblog for you and your gang
วันแรก เริ่มทริปที่มิลาน
ห่างหายไปจากการเดินทางนานมาก ไม่ได้ออกนอกประเทศมาเกือบ 2 ปี เป็นช่วงอยู่แต่บ้าน ขนาดทริปเที่ยวต่างจังหวัดก็ยังไม่มี 55 ทริปนี้ก็เลยขอไปไกลๆหน่อย เป็นทริปที่ไปเที่ยวคนเดียวอีกเช่นเคย คราวนี้ไป 2 ประเทศ อิตาลีและฝรั่งเศส
ความตั้งใจแรกคือจะไปแค่ปารีสเมืองเดียว แต่ด้วยความที่วีซ่าเชงเก้นฝรั่งเศสต้องไปขอที่กทม.เท่านั้น เลยเพิ่มอิตาลีไปด้วย จะได้ขอวีซ่าของอิตาลีที่เชียงใหม่ได้ เอาเงินที่ต้องเสียค่าเดินทางไปขอวีซ่าที่กทม.มาเพิ่มงบเที่ยวเราดีกว่า ไปๆมาๆเลยได้เที่ยวอิตาลีเยอะกว่าฝรั่งเศสไปซะงั้น
สัมภาระมีเท่านี้ กระเป๋าลาก 20 นิ้วคู่ใจ ใบนี้ใช้มาตลอดตั้งแต่อิตาลีรอบก่อน ญี่ปุ่นอีก ถึกทนมาก ยังใช้ได้ดีไม่มีสะมะกึ๊กสะมะกั๊ก แต่รอบนี้เพิ่มความท้าทายไปอีกขั้นเพราะเราไปตอนกลางมีนาอากาศยังหนาวอยู่ (ต่ำสุด -1
๐
C) แม้จะเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิแล้วก็ตาม ต้องยัดเสื้อกันหนาวไปด้วย แต่ก็นั่นแหละ พกไปแค่นี้ ขากลับมีกระเป๋าพับไว้ขยายเพิ่มพื้นที่อีกใบ มีทฤษฎีที่คิดเองว่า ถ้าไปเที่ยว ยิ่งเป็นผู้หญิงไปคนเดียว อย่าทำตัวน่าสงสารน่าช่วยเหลือ ถ้าเราคล่องตัว โอกาสที่มิจฉาชีพจะเข้าหาก็จะน้อยลงด้วย นอกจากนี้กระเป๋าใบขนาดนี้มันสามารถลากติดตัวไปได้ทุกที เรือ รถไฟ รถเมล์ จัดยัดใต้ที่นั่งได้หมด
เริ่มเดินทาง 16 มีนาคม 2568 บินจากเชียงใหม่ลงสุวรรณภูมืก่อน 1 ตุ๊บ เนื่องจากไม่ได้ซื้อตั๋วเป็น connecting flight แต่แรก เลยเผื่อเวลาเกิดดีเลย์ รอต่อเครื่องนานตั้ง 6 ชั่วโมง เรียกว่ารอจนเบื่อ แต่ข้อดีก็ไม่ต้องลุ้นอะไรมาก
มารอที่อาคาร satellite ปีนี้ไม่ถ่ายแล้วค่ะ กวนเกษียรสมุทร
อัพเดต 2025 ถ่ายช้างชนช้าง ^^
รู้สึกว่าอาคารใหม่ มีร้านอาหารของฝากเยอะขึ้นกว่าเดิม ขนาดเกตไกลๆก็มีร้านอาหารมีของขาย
บินตรงกับการบินไทย คนเต็มลำ ไฟล์ทนี้คนไทยน้อยมากๆๆ
หลังจากนั่งปวดหลังตาตื่นมา 11 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบิน Milan Malpensa
ตม.อิตาลีที่มิลานก็อารมณ์เดียวกับโรม ไม่สนไม่แคร์ไม่ถามไถ่อะไร ปั๊มตราอย่างเดียว ใครกังวลว่าตม.จะถามเยอะ แนะนำให้บินมาลงอิตาลีจ้า
ขณะกำลังกดซื้อตั๋วรถไฟ Malpensa Express เข้าเมือง มิลานก็ต้อนรับเราด้วยการมีลุงคนนึง ส่งเสียงบรื้อวววใส่ เราก็แค่มองหัวจรดเท้ากลับไป แก่จนปูนนี้ละยังคิดไม่ได้เนาะ นี่ก็ทำเป็นเก่งแต่ในใจก็คิด ขนาดว่ายังไม่ก้าวขาออกสนามบินนะเนี่ย มิลานมันร้ายค่ะคุณ
ก่อนขึ้นรถไฟอย่าลืม validate ตั๋ว บนรถมีเจ้าหน้าที่ตรวจด้วย เราขึ้นสถานีต้นทางยังมีที่นั่ง แต่พอผ่านไป 3-4 สถานี ที่นั่งเต็ม ตรงทางเดินคนก็ยืนเบียดมากๆ อาจจะเป็นเพราะเป็นช่วงเช้า คนคงเข้าเมืองมาทำงานกัน ลงสุดสายที่สถานีรถไฟกลาง Milano Centrale ที่คนก็แน่นสุดๆเหมือนกัน
เราจองโฮสเทล Ostello Bello Grande อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ห่างแค่ 100 เมตร ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน แต่สามารถฝากกระเป๋าไว้ก่อนได้ ขอเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตานิดนึงแล้วก็เที่ยวต่อแบบเบลอๆอึนๆ เพราะจนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้นอนมา 30 ชม.แล้ว
นั่งรถไฟใต้ดินที่นี่ง่ายมาก สามารถใช้บัตรเครดิตแปะเครื่องอ่านได้เลยแบบMRTที่ไทย เห็นเจ้าหน้าที่รถไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนตรวจตราให้นักท่องเที่ยวหน้าใหม่อุ่นใจอยู่ บนรถไฟก็ไม่น่ากลัวอย่างที่จินตนาการไว้ ตอนเราขึ้นคนโล่งๆ ดูไม่มีใครน่าสงสัย บรรยากาศเหมือนรถไฟฟ้าบ้านเราแหละ มีเสียงประกาศเตือน pickpocket เป็นระยะ
พอออกจากสถานี Duomo มาที่ระดับพื้นดิน โผล่มาก็เจอ Milano Duนmo เลยค่ะ เราถ่ายดูโอโม่มา 3 เวลา ตอนเช้าจะย้อนแสงแบบนี้
หันซ้ายไป เจอย่านช้อปปิ้งที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมือง
Galleria Vittorio Emmanuele Secondo
ของจริงสวยกว่าภาพที่เคยเห็น ด้านในแสงสวยมากมาย ตรงกลางมีช็อปแบรนด์หรูประชันกันอยู่ แต่ทุกแบรนด์ป้ายร้านต้องคุมโทน พื้นดำตัวหนังสือสีทองเท่านั้น
ถ้ามีคนมาด้วย จะไปยืนหมุนไข่วัวตรงนั้น มีความเชื่อว่าใครไปยืนหมุนตรงไข่วัวที่พื้นครบ 3 รอบด้วยส้นเท้า จะมีโชคสมหวัง
ถึงจะไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็เดินดูดิสเพลย์เพลินๆได้อยู่นะ
มาหาขนมปังกินง่ายๆ ราคาไม่แพงที่ร้าน Panzerotti Luini เป็นร้านยอดนิยมของนักท่องเที่ยว กินง่ายและราคาไม่แพง หน้าร้านมีป้ายิปซียืนขอเงินแบบไม่เซ้าซี้อยู่ด้วย เราซื้อขนมปังทอดไส้แฮมชีสมายืนกินที่หน้าร้าน อร่อยแบบเบสิก ไม่หวือหวา กินได้ 2-3 คำ มิลานก็แจกความเซอไพรส์ที่สองมาให้
ตรงที่เรายืนเป็นจุดที่ร้านจัดไว้ให้คนยืนกินอยู่แล้ว ตรงนั้นก็จะมีถังขยะตั้งอยู่ด้วย กินอยู่ดีๆมีคนจรเดินยิ้มมาแต่ไกล แล้วเข้ามาคุ้ยขยะ หยิบขนมหยิบขวดน้ำจากในถังขยะขึ้นมากินเป็นเพื่อนเราค่าา ดิชั้นก็เดินหนีสิคะ ไม่เคยพบเคยเจอ คอนเท้นต์วิ่งเข้าหามากมิลานเนี่ย
สิ่งที่อยู่ใน wishlist คือ มาดูดอกแมกโนเลียที่กำลังบานอยู่ด้านหลังดูโอโม่
ก่อนมาลุ้นมาก กลัวมาแล้วดอกร่วงหมดต้นไปแล้ว
เป็นมุมที่น่ารักของมิลาน มีสาวน้อยสาวใหญ่มาดูดอกไม้ ทุกคนยิ้มแย้มอารมณ์ดี มีฝรั่งมาถามเราด้วยว่า นี่ใช่เชอรี่บลอสสั่มมั้ย ยังงงว่านางนึกยังไง มาถามคนเอเชียอย่างชั้นเนี่ย แต่ก็ตอบเค้าไปถูกนะ ว่าไม่ใช่ค่ะนี่คือดอกแมกโนเลีย 55
วนมาดูโอโม่รอบสอง ช่วงใกล้ๆเที่ยง เริ่มย้อนแสงน้อยลง
พบจุดเหมาะที่จะนั่งพักแทะขนมปังของเราต่อแล้ว วิวดีซะด้วย
ไม่ได้พกน้ำมา คอเริ่มแห้ง ขอเข้า Starbucks Reserve Milan ซะหน่อย
เค้าเอาที่ทำการไปรษณีย์เก่ามาทำร้าน
สรุปไม่ได้อะไรกลับมา เพราะคนเยอะมาก ไม่มีที่นั่ง คิวซื้อเครื่องดื่มก็ยาว
แถมต้องรีบทำเวลานิดนึง เพราะจองรอบขึ้นหลังคาดูโอโม่ตอนบ่าย
แมกโนเลียต้นนี้ดอกตู้มกว่าต้นหลังโบสถ์อี้กกก เค้าจะบานช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ
เป็นคนชอบดูดอกไม้ เวลาจะไปเที่ยวไหน ก็ชอบสำรวจก่อนว่าช่วงนั้นมีดอกอะไรโผล่มาบ้างนะ
เดินมาจนถึงลานหน้า Sforzesco Castle แล้วก็เดินกลับไปดูโอโม่ทางเดิม
ชักเริ่มรู้สึกวิ๊งๆ เหมือนจะวูบ อาจจะไม่ได้นอน อาจจะขาดน้ำ หรืออาจจะแก่ (อุ๊ยยย) ตั้งแต่ลงเครื่องมายังไม่ได้กินน้ำเลย ก็เลยแว่บเข้าแมคโดนัลด์ จุดประสงค์หลักเพื่อซื้อน้ำ เลยติดเบอร์เกอร์มาด้วยแม้ว่าจะยังอิ่มอยู่ กะว่าเก็บไว้กินมื้อเย็นก็ได้
พอได้ดื่มน้ำเข้าไปก็รู้สึกดีขึ้น มาต่อคิวรอขึ้นลิฟต์ขึ้นไปบนหลังคาดูโอโม่ ถ้าใครมีแรงเหลือจะเดินขึ้นบันไดก็ได้ ราคาตั๋วก็จะถูกลง แต่ป้าขอใช้เงินซื้อความสะดวกสบายเถอะ
นี่คือคิวของคนจองเวลามาแล้วนะ ถ้าใครไม่ได้จองหรือเวลาไม่ตรง จนทให้ออกนอกแถวเลย แถวจะเขยิบช้าๆ เพราะลิฟต์ขึ้นได้ทีละ 8-9 คนเอง
พอใกล้ถึงคิวก็ได้พบกับเซอไพร้ส์อีกครั้ง เค้าไม่ให้เอาอาหารเครื่องดื่มขึ้นไป แล้วเปิดตรวจกระเป๋าทุกซอกทุกมุม สุดท้ายเบอร์เกอร์แมคที่เพิ่งซื้อมาตะกี้ ก็ต้องลงถังขยะไป เสียดายมาก ฮืออออ
สถาปัตยกรรมแบบโกธิก คือจะมียอดแหลมพุ่งๆสู่ท้องฟ้า
มีเสาค้ำพาดวางอยู่ด้านนอกแบบนี้เรียก flying buttress
บนหลังคาโบสถ์เหมือนเป็นที่แฮงเอ้าท์หนุ่มสาวอยู่เบาๆนะ เม้าท์ฉ่ำ นอนอาบแดดฉ่ำ
ตั๋วที่ซื้อมาเป็นแบบคอมโบ คือขึ้นลิฟต์มาrooftop เข้าโบสถ์ และเข้ามิวเซียม ซึ่งมิวเซียมก็ตั้งอยู่ด้านล่างตรงนั้นแหละ
ส่วนขาลงเดินลงมาเอง เป็นบันไดวนแคบๆ หลายร้อยขั้นอยู่ ยังดีที่ไม่เหนื่อย
ลงมาโผล่ด้านในดูโอโม่เลย ว้าวมากกกก เป็นอีกจุดที่ประทับใจ แฟน LOTR อย่างเรานี่ว่าเหมือนเมืองมอเรีย โอ่โถงอลังการ มีความขรึมความขลัง
อีกเช็คพอยต์ อยากมาดูประติมากรรม St Bartholomew
นักบุญที่ถูก deskinned เพราะเชื่อในพระเจ้า ที่พันรอบๆตัวคือผิวหนังของตัวเองนะนั่น (ขอใช้ภาษาอังกฤษเพราะภาษาไทยโดนแบน แก้หลายรอบมากกว่าจะโพสต์ได้)
ในมหาวิหาร ยังมีตกแต่งกระจกสีแบบเบิ้มๆอีกหลายจุด
จังหวะดีๆ แสงก็ตกกระทบกับเสา
พอได้กินน้ำไปขวดนึง ตอนก่อนขึ้นหลังคาโบสถ์ ตอนนี้เริ่มอยากเข้าห้องน้ำแล้วสิ มันจะอะไรนักหนา เลยเข้ามิวเซียมต่อ กะว่ามีห้องน้ำให้เข้าแน่นอน
ซึ่งก็มีจริงๆ แต่ว่ามีจุดเดียวตรงทางออก แล้วต้องเดินแบบวันเวย์คือต้องเดินผ่านแต่ละห้องไปเรื่อยๆ จำได้เลยว่าอยู่ห้องที่ 19 สารภาพว่าไม่ได้ดูอะไรในมิวเซียมเลย ยังดีได้ถ่ายรูปโมเดลดูโอโม่มา 1 รูปถ้วน เพราะรีบจ้ำไปห้องน้ำอย่างเดียว
ก่อนกลับไปนอน ถ่ายรูปดูโอโม่ตอนเย็นอีกที
คราวนี้แดดเข้าเต็มๆ สวยเลย
ก่อนเข้าห้อง แวะซื้อ KFC เป็นมื้อเย็นแทนเบอร์เกอร์แมคที่ต้องทิ้งไปเมื่อบ่าย จะบอกว่ารสชาติเหมือนไก่ทอดที่ไทยเลย ซื้อแบบสไปซี่ ไม่ต้องกลัวคิดถึงอาหารไทย แถมมันบดอร่อยด้วยล่ะ
ที่พักมิลานราคาแพงอยู่นะ 95 ยูโร แพงสุดสำหรับ 5 คืนที่อยู่อิตาลี สำหรับห้องเดี่ยวธรรมดาๆ ในโฮสเทล ห้องหนาวด้วยเป็นระบบทำความร้อนส่วนกลาง ปรับเองไม่ได้ แต่ทำเลเค้าดีแหละ ใกล้สถานีรถไฟเดินทางสะดวก เราอยู่มิลานแค่คืนเดียว พรุ่งนี้เช้าย้ายเมืองต่อแล้วจ้า
Create Date : 20 มิถุนายน 2568
Last Update : 21 มิถุนายน 2568 20:55:05 น.
0 comments
Counter : 781 Pageviews.
Share to Facebook
Tweet
ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร
,
คุณ**mp5**
ชื่อ :
Comment :
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
BlogGang Popular Award#22
khimyo
Location :
ลำพูน Thailand
[Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [
?
]
Group Blog
เที่ยวไทย..ไม่ไปไม่รู้
นอนนอกบ้าน
ชวนไปชิม
เรื่องของเรื่องไม่เป็นเรื่อง
Khimyo's Kitchen
Singapore Sisterhood Travel
ปักกิ่งหนาวมาก
Autumn in New Zealand '09
ฮ่องกง มาเก๊าตามเค้าว่า
คุนหมิง - ต้าหลี่ - ลี่เจียง
Tokyo Blossom 2012
เล่าเรื่องเมืองเสียมราฐ 2012
มีเรื่อง อยากจะเล่า...
Kansai 2014
Singapore 2015
ทอดน่องอินฮ่องกง 2015
Kansai Tsuyu 2018
หลวงพระบาง 2019
ฉายเดี่ยวเที่ยวอิตาลี 2019
ฉายเดี่ยวเที่ยวชูบุ 2023
อิตาลี ฝรั่งเศส 2025
All Blogs
วันที่ 9 ลาปารีสหวานๆที่ Musee d'Orsay ขึ้นดอย Montmartre สรุปทั้งทริปเสียตังกี่บาท
วันที่ 8 วันแห่งมิวเซียม Sainte Chapelle, Louvre, Orangerie
วันที่ 7 ปารีส101 พระราชวังแวร์ซาย
วันที่ 6 จากเวนิสไปปารีส ไปทางน้ำ-อากาศ-บก ครบในวันเดียว
วันที่ 5 เดินเที่ยวเวนิส จบวันที่ 25,000 ก้าว!!
วันที่ 4 เซอร์ไพร้สในเวนิส
วันที่ 3 เที่ยวอิตาลีเมืองรอง Bologna & Padova
วันที่ 2 นอนโบโลญญ่า แล้วแว่บมาหาบรูเนลเลสกี้ที่ฟลอเรนซ์
วันแรก เริ่มทริปที่มิลาน
Friends' blogs
f18hornet
UnderSunShine*
Bad Girl So Bad
MCO
ยายกุ๊กไ่ก่
anone
the fivedog
mr-biggg
Webmaster - BlogGang
[Add khimyo's blog to your web]
Links
BlogGang.com
Pantip.com
|
PantipMarket.com
|
Pantown.com
| © 2004
BlogGang.com
allrights reserved.