All Blog
ตรวจร่างกาย วีซ่าแคนาดา
เนื่องด้วยสถานทูตได้รับเอกสารที่โฮสเราแฟ็กซ์ไปให้แล้ว  แล้วผ่านการพิจารณาแล้ว  เขาก็ได้โทรมาให้เรามาเอาใบฟอร์มการตรวจร่างกาย  แต่เราโชคไม่ดีเท่าไหร่ ดันป่วยขึ้นมาซะอีก เราไปหาหมอที่โรงพยาบาลแถวบ้าน ให้หมอดูอาการ  หมอก็ให้ยามาทาน  เราไม่รู้ว่ายาจะมีผลต่อเลือดไหม  แต่เราก็ต้องรีบไปตรวจร่างกายตามที่สถานทูตบอกน่ะค่ะ เพราะว่ามันล่าช้ากว่ากำหนดมากมาย

ก็ตัดสินใจว่าไปวันอังคารดีกว่า เราแพลนว่า ไปตั้งแต่เช้า ถึงโน่นคงประมาณ สิบเอ็ดโมงเช้า แล้วก็ไปสถานทูต แล้วก็ไปตรวจร่างกายต่อ  เราก็นั่งรถจากโคราชมาพอนั่งมาได้ใกล้ถึงและ  โอ้ววว ด้วยฤกษ์งามยามดีหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ รถที่นั่งมาก็ถูกชน ต้องรอรถอีกคันมาเปลี่ยนก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงได้  พอเลยรังสิตมาใกล้ ๆ กับดอนเมืองก็เหมือนมีกลุ่มใส่เสื้อสีแดง วิ่งข้ามถนนไปมา ทำให้รถติดพอดู เขาคงจะมีการชุมนุมกัน  กว่าเราจะถึงหมอชิต ก็โน่น เกือบบ่ายสอง  ออกมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้านะเนี่ย  


เราก็นั่งแท๊กซี่ออกมาขึ้นรถไฟใต้ดิน  แต่โชคดีที่ใต้ดินมันค่อนข้างเร็ว เราถึงสถานทูตประมาณบ่ายสองกว่า ๆ รวมเดินด้วย  ก็ขึ้นไปรับฟอร์ม เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าให้ไปตรวจร่างกาย ผลตรวจอของเราจะถูกส่งไปยังกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ แล้วรอผลวีซ่าประมาณสามถึงสี่อาทิตย์ เราก็รีบออกมาจากสถานทูต ฝนเจ้ากรรมก็ดันมาตก  เราก็ไม่สบายอยู่ด้วย ร่มก็ไม่ได้เอามา  แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี ขนะที่ฝนตก  รถก็จะติดเป็นธรรมดาของทุกที่ เราก็เห็นรถเมล์เขียนไปศาลาแดง เราก็รีบโบกให้เขาเปิดประตู วิ่งขึ้นไปทันที  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นระยะทางสั้น ๆ แต่เราก็ขึ้น เพราะว่ามันจะทำให้เราไม่เปียกฝน แล้วอาการหวัดของเราก็จะไม่กำเริบด้วย  พอลงรถได้ เราก็เดินจ้ำอ้าววไปที่โรงพยาบาลทันที  เราไปบีเฮชเอ็น เพราะว่าอยู่ใกล้สถานทูต แล้วเราก็สะดวก เพราะว่าหากเสร็จแล้วเราก็จะกลับโคราชทันที  


ขอเกริ่น : ก่อนมาตรวจร่างกาย เราไปอ่านกระทู้หลาย ๆ ที่ เขาบอกมาว่าให้กินน้ำเยอะ ๆ อย่าอั้นฉี่  แต่เรานี่อั้นอยู่อ่ะ  แบบปวดกระเพาะปัสสาวะเลย  เราก็คิดในใจ จะเป็นกรวยไตอักเสบไหม ไหนจะคอแดง เพราะว่าไออีก โอย แล้วทีนี้มันจะผ่านไหมล่ะเนี่ย  และระหว่างเดินทางมา ข้าวกลางวันเราก็ไม่ได้กิน เราก็กังวลว่าเราจะเป็นความดันไหมนะ  


เราเดินไปถึงโรงพยาบาล เราก็ไปถามประชาสัมพันธ์ว่าจะไปตรวจร่างกายเพื่อขอวีซ่า เขาก็ให้ไปขึ้นลิฟโซนเอ ชั้นสี่ ก็ลิฟทางด้านซ้ายมือทางไปห้องน้ำนั่นแหละค่ะ เราก็ขึ้นไป เมื่อถึงชั้นสี่  ออกจากลิฟมาให้เลี้ยวขวาค่ะ ห้องตรวจอยู่ตรงหัวมุม พอไปถึงก็เอาใบที่สถานทูตให้ออกมายื่น แล้วก็ลงทะเบียนค่ะ  หลังจากนั้นเขาก็จะซักประวัติค่ะว่าเคยผ่าตัดไหม เป็นเม็นส์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มีโรคประจำตัวไหม  เราก็ตอบไปว่าภูมิแพ้  เราก็เสียววาบเหมือนกัน พอเสร็จพยาบาลขอรูปถ่ายสองใบ  เราก็แบบไม่ได้พกมา ไปถ่ายใหม่ก็ไม่ทันเสียด้วยเพราะว่าอีกสิบนาทีจะบ่ายสาม  หมอจะกลับบ่ายสามน่ะค่ะ  เราก็เลยบอกว่างั้นเดี๋ยวมาใหม่พรุ่งนี้ เราก็ถามว่าเเล้วเอกสารที่กรอกไปล่ะคะ เขาก็บอกว่าเขาจะทำลายไปค่ะแล้วมาใหม่ก็มากรอกใหม่ พร้อมให้ฟอร์มเราคืนค่ะ

เราก็เลยไปถ่ายรูปแล้วก็กลับไปพักบ้านญาติเหมือนเดิมค่ะ วันต่อมาเราก็นั่งรถไฟใต้ดินมาที่เดิม เดินเข้าไปที่โรงพยาบาลเดิม ชั้นเดิมค่ะ  คือเราเป็นคนเดินเร็ว แล้วระหว่างทางตรงรถไฟใต้ดินไปถึงโรงพยาบาลมันก็ค่อนข้างไกลนะคะ  เราก็เดินเร็วมาก เพราะว่าทำเวลาค่ะ เราจะรีบกลับโคราชไม่ใช่อะไรนัดเพื่อนเอาไว้  พอไปถึงที่หมายก็เข้าไปบอกพยาบาลว่ามาเมื่อวานแล้ว  แต่ไม่มีรูป พยาบาลมีข้อมูลบางอย่างของเราแล้วก็ให้เราไปชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูง ไปกับน้องเจ้าหน้าที่  น้องก็ชี้เชิญที่ห้องนี้ค่ะ  ด้วยกรรมมาบังตาหรืออย่างไรไม่ทราบ เราก็เดินเข้าไปอีกห้องหนึ่ง น้องเขาก็บอกว่าไม่ใช่ค่ะ  เราก็หน้าแตกเป็นจุล  แต่ก็เดินยิ้ม ๆ ออกไป  ก็ต้องเอาแขนเข้าไปวัดความดันและการเต้นของหัวใจ  จุดนี้เป็นจุดสำคัญนะคะ  คือเราไม่ได้พักมาเลยน่ะค่ะ  พอเราวัดความดันปรกติค่ะ  แต่หัวใจเราเต้นถึงหนึ่งร้อยห้า  เขาให้เราพักประมาณหนึ่งนาที  แล้ววัดใหม่  ความดันยังปรกติ แต่หัวใจลดลงมาแค่ห้าเท่านั้น น้องเขาก็ถามว่าตื่นเต้นหรือคะ  เราเลยบอกว่าเดินมาจากรถไฟใต้ดิน  เขาก็เลยบอกว่าคุณหมอต้องให้มาวัดใหม่แน่ ๆ เลย

ซักพักก็ถูกเรียกให้ไปกรอกประวัติเหมือนเดิม  คือประจำเดือนเราเดือนนี้ยังไม่มา  พยาบาลก็ถามว่าแน่ใจไหมว่าไม่ท้อง  เราก็เอ่อ เเน่ใจค่ะ  เพราะว่าเราไม่มีความเสี่ยงที่จะท้องเราก็อธิบายไป แล้วเขาก็ให้เซ็นตรวจ HIV เราก็เซ็นค่ะ เขาก็โอเค แล้วก็ให้ไปนั่งรอ  ระหว่างนั่งรอ เราก็เอ๊ะ เอะใจ หรือเราท้อง หรือเรามีเชื้อ HIV ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรเลย ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ด้วยซ้ำ  แต่ด้วยความที่ตื่นเต้นอ่ะ  ก็เลยคิดไปใหญ่ว่าถ้าเราท้อง เราเป็นเอดส์เราจะทำอย่างไร คิดไปโน่น  หลังจากนั้นพยาบาลก็เรียกให้ไปเอาใบตรวจเลือด เอ๊กสเรย์ปอด แล้วก็ตรวจฉี่ แล้วก็ให้ใบมาแปะหัวนมตอนเอ๊กซ์เรย์ด้วย  แล้วก็ให้ใบทานของว่างมาด้วยค่ะ

ก่อนอื่นนั่งรอเรียกชื่อ ใจก็เต้นตับ ตับ ตับ ตับ 

เริ่มจากการตรวจเลือด ตอนแรกตื่นเต้นมาก  พอเข้าไปเจอพี่เจาะเลือด พี่เขาก็ถามว่าเป็นคนราชบุรีเหรอ เพราะว่าเรานามสกุลเหมือนดาราคนหนึ่งที่อยู่ราชบุรี  เราบอกว่าไม่ใช่ เราคนโคราช พี่เขาก็เลยคุยเรื่องตักบาตรที่โคราช โอยทีนี้เข้าทางหายตื่นเต้นไปเลยค่ะ  เพราะว่าเจอลูกพ่อเดียวกัน  คืออยู่ในห้องตรวจเลือดนานมาก ๆ เพราะว่าพี่เขาน่ารักคุยสนุกดี
หลังจากตรวจเลือดเสร็จก็ได้เสื้อไปเปลี่ยนเอ็กซเรย์ปอดค่ะ  อย่าลืมเอาสติ๊กเกอร์แปะที่หัวนมด้วยนะ ตอนแรกให้แค่สติ๊กเกอร์มาอย่างเดียว เราก็คิดว่า เฮ้ยให้ถอดเสื้อเอ็กซเรย์หรือนี่  แต่พอได้เสื้อมาก็อุ่นใจค่ะ  เราสามารถเอาของเก็บในล๊อกเกอร์ในห้องน้ำได้เลยนะคะ แล้วก็ดึงกุญแจออกมาเก็บไว้  หลังจากเอ๊กซเรย์เสร็จก็ต้องไปฉี่ค่ะ  พี่ที่เจาะเลือดให้บังเอิญเดินผ่านมา  พี่เขาก็เดินมาบอกว่าให้ไปกินน้ำเยอะ ๆ นะ เอากลาง ๆ ฉี่  ฉี่จะได้ใส ไม่มีโรคอะไร  เราก็ค่ะ ทำตามทันที ฉี่ก่อน  ยังไม่เอา  ออกไปกินน้ำอีกสองเเก้วนั่งรอปวดฉี่  แล้วก็มาฉี่  เอาฉี่กลาง ๆ ฉี่เราใสเเจ๋วเลย  พอเดินออกมา  คนห้องข้าง ๆ ฉี่เหลืองมาก  เราก็คิดไปอีกว่า ทำไมฉี่เราใสจัง  แปลกไปหรือเปล่า  

หลังจากนั้นพักทานข้าวค่ะ  และรอผลตรวจเลือดสองชั่วโมง  เราก็นั่งรอ ไปทานของว่าง  แต่ว่าเราไม่อยากเดินออกไปกินข้าวข้างนอกด้วยเหตุผลว่า เดี๋ยวหัวใจจะเต้นเร็วผิดมนุษย์อีก  ก็เลยเลือกที่จะอยู่ข้างบนค่ะ  พอประมาณบ่ายสองก็เห็นคุณหมอเดินเข้ามา  พี่พยาบาลก็เรียกเข้าห้องไปค่ะ  ไปตรวจนะ  ให้ถอดเสื้อนอกใส่แต่เสื้อชั้นในค่ะ เเล้วเอาผ้าคล้าย ๆ ผ้าคลุมปูที่นอนน่ะค่ะ  มาลุมตัว  แล้วหมอก็มาตรวจเปิดผ้าออก ใส่หูฟัง  ก็ฟังตั้งแต่ท้องขึ้นไปจนถึงอกด้านบนน่ะค่ะ  ทั้งข้างหน้าแล้วก็ข้างหลังค่ะ  หมอจะบอก นั๋ง  คือหมอฝรั่งพูดไทยไม่ชัดค่ะ  น๋อน  ซึ่งเราก็ทำตามค่ะ คือผ้าที่คลุมมันต้องเปิดอยู่ดี  ซึ่งเราว่าไม่ต้องคลุมเลยดีกว่า ก็เหมือนใส่บิกินนี่นั่นแหละค่ะ  สุดท้ายก็ออกไปนั่งรอค่ะ  รอผลเลือดค่ะ  ซึ่งหมอจะดูเลือดก่อนว่าผิดปรกติไหม  ถ้ามีก็ต้องเช็คอะไรอีกน่ะค่ะ(อันนี้เราคิดเองนะ)
รอนานพอสมควร  เห็นหมอเดินออกไปข้างนอก  ซักพักเดินกลับเข้ามา แล้วเดินหันมามองเรา  เราก็คิดในใจว่าเฮ้ย ฉันเป็นอะไรหรือเปล่า พยาบาลเดินผ่านมาก็หันมามอง เราก็คิดไปเองอีกว่า เฮ้ย ฉันเป็นไรหรือเปล่า  คิดไปไกลค่ะ 

สุดท้ายพี่พยาบาลคนเดิมก็เดินมาแล้วบอกว่าเลือดปรกติดี ให้เราไปจ่ายเงินได้  แล้วเราต้องเสียค่าส่งผลด้วยนะ  คือค่าตรวจประมาณสามพันสองนะคะ  ค่าส่งอีกประมาณพันสี่  รวมแล้วก็จ่ายประมาณสี่พันหกค่ะ  

หลังจากนั้นเดินไปฝั่งตรงข้าม เอาบิลไปวางตรงตะกร้าหน้าแคชเชียร์ค่ะ  แล้วเขาก็จะเรียกหมายเลขนัมเบอร์ให้ไปจ่าย  จ่ายเสร็จก็เดินออกมา  นั่งรถสายเจ็ด ๆ กลับบ้าน  รอสถานทูตนัดอีก

ระหว่างนั่งรถกลับบ้านก็ยังคิดอีกว่า  เอ แล้วเราจะตรวจผ่านไหม  ที่โน่นเขาจะให้เราผ่านไหม  หรือว่าเราเป็นโรคอะไรแล้วหมอไม่บอก  คิดไปไกลถึงโน่นเลยค่ะ  โดยรวมเราใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาล 10:30 am - 3 pm ค่ะ  เดินออกไป นั่งรถเมล์สายเจ็ด ๆ ไปหมอชิต  รถติดยาวเลย  กว่าจะถึงหมอชิตก็ สี่โมงเย็นกว่า ๆ ค่ะ  พอซื้อตั๋วนั่งรถ  รถออกห้าโมงเย็นค่ะ  ด้วยความที่ข้างล่างติดค่ะ  คนขับรถบัสก็ขึ้นทางด่วน  ปรากฏว่า พอขึ้นทางด่วนได้ซักพัก รถติดมาก ๆ สุดท้ายก็ได้รู้สาเหตุคือมีรถชนกันบนทางด่วนนั่นเอง  พอลงทางด่วนมาได้ ฝนตกหนัก น้ำมันท่วมนิดหน่อย รถก็ติดอีก  ปรากฏว่าวันนี้เรานั่งนานมาก นอกจากจะนั่งจากโรงพยาบาลประมาณห้าชั่วโมง  เราถึงโคราชเกือบห้าทุ่ม  ก็ประมาณ ห้าชั่วโมง รวมกัน วันนี้เรานั่งไปทั้งหมด สิบชั่วโมง  นี่ถ้านั่งเครื่องบินก็คงบินถึงเดนมาร์คแล้วแหละ  เหนื่อย มาก ๆ แต่ก็ขอภาวนาให้ได้วีซ่าด้วยเถิด  



Create Date : 20 กันยายน 2555
Last Update : 21 กันยายน 2555 12:58:58 น.
Counter : 4982 Pageviews.

4 comment
แจ๊กพอต เมื่อต้องถูกสัมภาษณ์วีซ่า
เราได้ทำการไปยื่นวีซ่าในวันจันทร์  เราก็รีบออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานีสีลม เดินไปอย่างเอ้อละเหย ลอยชาย  พร้อมในใจก็สวดมนต์ตลอดเวลา  เมื่อไปถึงตึกอับดุล  ก็ต้องไปแลกบัตรที่โต๊ะประชาสัมพันธ์  เพื่อเอาบัตรผ่านขึ้นไปยังด้านบน  เวลาจะไปขึ้นลิฟก็คล้าย ๆ กับขึ้นรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินเลย  เอาบัตรมาจี้ ประตูก็จะเปิด  เราต้องขึ้นลิฟช่องขวามือสุด เพราะว่าจะจอดไปถึงชั้นสิบหก  แต่สถานทูตอยู่ชั้นสิบห้านะคะ  ก็ลงชั้นสิบห้าค่ะ  เมื่อถึงชั้นนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขอดูเอกสารตัวหนึ่งที่เขียนว่า Work Permit make outside Canada ซึ่งตัวนี้โฮสเราปริ๊นมาแล้วให้กรอก เราก็กรอกด้วยปากกา  พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องพิมพ์ทั้งหมด  แล้วก็บอกให้เราไปพิมพ์ที่ร้านถ่ายเอกสารตรงโรงรถ  เราก็ตาลีตาเหลือกวิ่งลงไปพิมพ์เพราะว่าเวลาจำกัดมาก เปิดแค่จันทร์ ถึงพฤหัส เวลา 7:30-10:00 เท่านั้น  พอไปถึงก็พิมพ์เองค่ะ พิมเสร็จก็กดวาลิเดท เพื่อเอาบาร์โค้ดค่ะ  มีทั้งหมดสี่หน้า เสียค่าโง่ หนึ่งร้อยบาท  แต่ก็เอาวะ จะได้ไปยื่นซักที  พอขึ้นไป ก็จะต้องถูกตรวจกระเป๋าค่ะ  โทรศัพท์มือถือให้ฝากไว้ที่ล้อกเกอร์ เราคิดว่าเขาคงกลัวการก่อการร้ายเเบบระเบิดพลีชีพมั้ง อันนี้เราคิดเอง

อ้อลืมบอก พี่เขาให้บัตรคิวตั้งแต่ได้ตัวเอกสารนั้นน่ะค่ะ  แล้วพอเข้าไปก็รอเรียก เมื่อถึงคิวเรา เขาก็ขอเอกสารทั้งหมด ทั้งตัวจริงและสำเนาค่ะ ให้เขาไปทั้งหมด สุดท้ายเขาก็ให้บัตรมาเป็นบัตรสีเหลือง  นัดมาจันทร์หน้า มาฟังผล ค่ะ  แล้วก้เสร็จเรียบร้อย เรากลับบ้านยิ้มแฉ่ง รอจันทร์หน้า  เพราะคิดว่าประสบการณ์การเป็นออแพร์มากมาย ไม่ถูกสัมภาษณ์แน่นอน  


วันจันทร์ต่อมา
สวดมนต์ตลอดทางตั้งแต่ที่บ้านญาติจนกระทั่งถึงสถานทูต  พอเรายื่นใบนัดแล้ว  เขาบอกว่า เดี๋ยวรอสัมภาษณ์นะคะ เดี๋ยวเรียกชื่อค่ะ  เราก็ค่ะ ค่ะ 
ในใจก็บล๊ะแล่ว บล๊ะแล่วววว
ในใจก็มองไปมองมาค่ะ ก็เห็นฝรั่งอยู่ในห้องหนึ่ง เราก็คิดว่าเราต้องสัมภาษณ์กับคนนี้แน่ ๆ เลย  สุดท้ายเสียงสวรรค์ก็เอื้อนเอ่ยชื่อเราว่าเชิญห้องหมายเลขสองค่ะ
เราก็เข้าไปก็มีพี่ผู้หญิงไทยนะคะ  ฝากเราปิดประตูและเปิดไฟด้วยค่ะ
เราก็ทำตามตอนแรกก็พูดไทย ซักพักก็สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษค่ะ ใจความคือ หลังจากกลับจากเดนมาร์คเราทำอะไรบ้าง  แล้วเรามีงานทำอยู่แล้ว เราอยากไปเป็นแคร์กิฟเวอร์เหรอ แล้วทำไมถึงอยากไปเป็น  หน้าที่ตอนที่อยู่ที่เดนมาร์ค  ชื่อโฮสพ่อโฮสแม่ เด็กที่จะไปเลี้ยงที่แคนาดา  อายุ อาชีพ  ไม่เยอะค่ะ  แล้วก็ขอเอกสารเพิ่มคือใบจ่ายภาษีของโฮสค่ะ  
แล้วคุณพี่ก็ถามว่าเอาใบตรวจโรคไปเลยไหม  แล้วคุณพี่ก็ตอบเองว่า ยังดีกว่าเดี๋ยวได้เอกสารก่อนแล้วค่อยเอา  
เราก็โอเคค่ะ  พร้อมด้วยคุณพี่ก็ให้ใบขอเอกสารเพิ่มพร้อมกับ หมายเลขประจำตัวการขอวีซ่าของเราด้วย แล้วบอกว่าถ้าได้เอกสารจะโทรกลับไปหาเรา

เมื่อเสร็จแล้ว เรารู้สึกใจแป้ว ๆ ยังไงไม่รู้  ทั้งๆ ที่เอกสารครบ ขาดตัวเดียวก็คือประวัติอาชญากรรมจากไทย  แต่เขาไม่ขอเพิ่ม เขาขอใบแทกของโฮสเพิ่ม  เราก็คิดว่าจะได้ไหมนะ
กลับบ้านก็รีบแจ้งโฮสทันที  โฮสก็รีบโทรหาอิมที่โน่น  แล้วก็รีบแฟกซ์มา  วันรุ่งขึ้นเราก็ยังไม่ได้รับโทรศัพท์จากสถานทูตเลย  โทรไปก็ไม่ได้ค่ะ ไม่มีนโยบายตอบคำถามทางโทรศัพท์  อีเมลล์ไปทางเว็บฟอร์มนะคะ  เหมือนถามคำถามว่าได้เอกสารหรือยัง ส่งไปเเล้วประมาณนั้น  เมื่อส่งคำถามเสร็จจะมีออโต้เมสเสจว่า  จะตอบกลับภายในยี่สิบแปดวัน  โอ้วววว มันนานเหลือเกินน่ะ  ยี่สิบแปดวันเชียว  แต่ทำไงได้ก็ต้องรอค่ะ  เรากะว่ารอให้ได้ประวัติอาชญากรรมที่ไทยก่อน แล้วไปยื่นทีเดียวด้วยตัวเองใหม่  พร้อมให้โฮสแสกนใบแทกส่งมาให้เราด้วยค่ะ ยื่นทีเดียวพร้อมกัน  เพื่อความมั่นใจค่ะ  ตอนนี้ก็ภาวนาให้สถานทูตโทรมาหาด้วยเถิด แล้วให้ไปตรวจโรคเท่านั้น สาธุ

และแล้วตอนนี้ค่ะ สด ๆ ร้อน ๆ เลยค่ะ เราก็ได้รับอีเมลล์ตอบกลับทางสถานทูตค่ะว่าได้รับแฟกซ์แล้วค่ะ  ตอนนี้อยู่ในขั้นส่งให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพิจารณา แค่ได้ยินมาอย่างนี้ เราก็ดีใจเป็นที่สุดแล้วล่ะค่ะ  เพราะว่าอย่างน้อยก็รู้แล้วว่าเขาได้รับแล้ว  ในที่สุดก็ไม่ต้องรอถึงยี่สิบแปดวัน  โอ้ววววว  ขอให้สำเร็จลุล่วงไปเร็ว ๆ ด้วยเถิด สาธุอีกครั้ง



Create Date : 12 กันยายน 2555
Last Update : 12 กันยายน 2555 14:57:02 น.
Counter : 2432 Pageviews.

2 comment
ผลวีซ่าจะเป็นอย่างไร ต้องยื่นเอกสารทั้ง ๆ ที่ยังไม่ครบ

เราเพิ่งกลับจากบางกอก  พอถึง บขส ใหม่ โคราช เราก้กะว่าจะนั่งแทกซี่เข้าบ้าน  แต่เพื่อนเราบ้านมันอยูแถบ บขส เก่า  มันบอกว่าถ้าไม่เห็นแทกซี่ที่ท่ารถ ให้ไปลง บขส เก่าเป็นเพื่อนมัน  เราก็โอเค  ไปลงยังบขส.เก่าค่ะ  หลังจากนั้น เราต้องรอสองแถวเข้าบ้าน มันนานมาก ๆ เลย  ปวดฉี่อย่างแรง  แต่ว่าไม่อยากเข้าบนรถทัวร์  ไม่รู้เป็นไร  ต้องอั้นเสมอมา  พอสองแถวมา เพื่อนเราก็แยกย้ายนั่งรถตุ๊ก ๆ กลับบ้าน

พอขึ้นสองแถวเราก็จัดแจงโทรหาพี่สาวให้ขับรถออกมารับที่หน้าหมู่บ้าน  มันก็ตอบตกลงอย่างดีค่ะ พอใกล้จะถึงหน้าหมู่บ้าน  โทรเข้าไป พี่สาวตัวดี อาบน้ำอยู่  แหม่  ช่างเหมาะเจาะจริง ๆ เราเลยบอกว่าเราจะนั่งพี่วินเข้าไปเอง เพราะว่าเราต้องการเข้าห้องน้ำ  (วันนี้เป็นวันอะไร ช่างลำบากทรหดอดทนจริง ๆ )

ถึงบ้านก้วิ่งตรงรี่เข้าห้องน้ำ เสร็จก็มาลองเสื้อผ้าที่ซื้อแถวแพลททินั่ม  เเล้วก็ส่งเมลล์หาโฮส ใจความว่า ฉันจะได้ใบประวัติอาชญากรรมวันที่ 14 กันยา 

โฮสก็รีบตอบกลับมาว่า  เธอไปส่งก่อนไม่ได้เหรอ  ฉันกลัวไม่ทัน  คือ โฮสแม่จะต้องไปทำงานวันที่ แปดตุลาคม  ดังนั้น ถ้ารอวันที่สิบสี่กันยา เราจะได้วีซ่าก็ประะมาณ สิบสี่ตุลา  มันอาจจะไม่ทัน  ทำอย่างไรดี  กรุงเทพเราก็เพิ่งกลับ  แต่เราก็เหลือแค่เอกสารตัวนี้ตัวเดียวซะด้วยสิ   เราก็เอาอี้จิงมาถามทันที  อี้จิงบอกว่าให้ไปยื่นเลย (แอบงมงายนิดหน่อย  แต่ว่ามันสับสน ไม่รู้จะไปถามใคร  โทรไปสถานทูต  เรื่องเกี่ยวกับวีซ่าต้องอ่านในเว็บเอาอย่างเดียว ไม่มีการตอบคำถามทางโทรศัพท์ เฮ้อ เราก็เลยคุยกับอี้จิงไง)

สุดท้ายก็ระบายความในใจ คุยกับโฮสไปมา สรุปเราจะกลับไปกทม.อีกแล้วอาทิตย์นี้ ไปยื่นวีซ่่าแคนาดา  โอ้ววว  ขึ้นลงกลุงเทพเป็นว่าเล่นกันเลยทีเดียว 

แต่ก็กลัวเกรงเหลือเกินว่าวีซ่าอาจจะยังไม่ได้ เพราะว่าเรายังขาดเอกสาร  แต่เราก็จะลองดูน่ะค่ะ  เพราะว่าไม่อยากให้โฮสต้องจ่ายเงินจ้างแนนนี่ขณะที่รอเรา  กลัวมันจะเป็นการคาดหวังต่อตัวเราอย่างมากขึ้นกว่าเดิม  เพราะประมาณว่า ฉันรอเธอมานาน  จ่ายเงินเพิ่มนู่นนี่นั่น  จริง ๆ แล้วเราก็ไม่รู้หรอกว่าโฮสจะเป็นอย่างไร  คิดอย่างนั้นไหม  เพียงแต่เราเห็นใจเขาก็เท่านั้น

 




Create Date : 27 สิงหาคม 2555
Last Update : 27 สิงหาคม 2555 14:01:04 น.
Counter : 815 Pageviews.

0 comment
การทำประวัติอาชญากรรมที่ไทย

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2555  ที่ผ่านมา  ก็เป็นฤกษ์งามยามดี  ที่ได้เดินทางจากโคราชไปยังเมืองกรุง  จริง ๆ ไม่ค่อยอยากเข้ากรุงเทพเท่าไหร่ค่ะ รถเยอะ  อันนี้ตัวเราคิดเอง  แต่ด้วยความที่ต้องการประวัติอาชญากรรม เราก็เลยต้องไป

เดินทางออกจากโคราช พร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคน พร้อมด้วยกระติกน้ำร้อนหนึ่งใบ  ไม่สบาย ต้องจิบน้ำร้อนตลอด พอถึงนัดเพื่อนอีกคนให้มารับค่ะ  มันให้นั่งรถไปเจอมันที่เซ็นทรัลลาดพร้าว  โอ้ววว สาวบ้านนอกคนนี้ จะต้องเข้าไปยังห้างใหญ่  พอไปถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว ก็ไปรอที่ชั้นหนึ่ง  ผู้คนเดินกันขวักไขว่ เยอะแยะ  ผู้คนจับจ้องมายังเราและเพื่อน จนทำให้เรารู้สึกประหม่าในทันที  เอ หรือเขาจะรู้นะว่าเรามาจากต่างจังหวัด ฮ่าฮ่าฮ่า  

แต่เราก็เป็นเป้าสายตาของคนแถบลาดพร้าวได้ไม่นาน เพื่อนเราก็โทรตามให้ออกมาหน้าห้าง และเราก็วิ่งขึ้นรถมันไปด้วยอาการเร่งรีบ  ตอนนั้นบ่ายสองครึ่ง  เรากับเพื่อนก็ภาวนากันให้ไปทำประวัติอาชญากรรมทันด้วยเถิด  เพราะว่ารถติดมาก ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ติดอย่างนี้  เหมือนเพลงของศิริพรอำไพพงศ์เลย ติด ตะดิดิ๊ดดิ๊ติ๊ดิดติด ตะดิดิ๊ดดิ๊ติ๊ดิดติด ตะดิดิ๊ดดิ๊ติ๊ดิดติด  ขนาดว่าจ่ายเงินขึ้นทางด่วน ก็ยังติดอีก โอ้วววววววววววววววววว

เมื่อไปถึงสถานีตำรวจแห่งชาติ ก็เอาเอกสารไปรวบรวมที่จุดประชาสัมพันธ์ เขาก็จะให้เอกสารเราไปนั่งกรอกประวัติ ที่โต๊ะกรอกประวัติ   

ไอ้ตอนกรอกประวัติ ก็มีเจ้าหน้าที่มาคอยบอก  ขนาดว่าในเอกสารถามว่านิสัยใจคอเป็นอย่างไร  เจ้าหน้าที่ก็พยายามมาบังคับให้เราเขียนว่า เรียบร้อย  รู้ได้อย่างไร ว่าเราเรียบร้อย หรือว่าหน้าเราเรียบร้อย  เราพยายามไม่เขียน  แต่เขาบอกว่า เขียนไป เรียบร้อย  สุดท้ายเราก็ต้องยอมจำนน  เขียนว่าเรียบร้อยในที่สุด  ทั้งที่เราไม่ได้เรียบร้อยเลย  ออกจะเป็นสาวสวยเปิ่น ฮ่าฮ่าฮ่า ล้อเล่น

พอกรอกทุกอย่างเสร็จ พี่เขาก็ให้ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ  พิมพ์เสร็จก้ไปถ่ายรูป  เราชอบตอนถ่ายรูปน่ะ ยิ้มได้ด้วย  เรานี่ใส่ที่ครอบผมไป  ถามเขาว่าให้เอาออกไหม  เขาบอกว่าใส่ได้  พอถ่ายรูปเสร็จก็ไปเอาใบนัดรับ  แล้วเดินต่อไปยังโต๊ะเจ็ดแล้วจ่ายห้าสิบบาท ค่าไปรษณีย์ เพราะเราให้ส่งไปรษณีย์ จะได้เข้ากรุงมาอีกทีก็ตอนยื่นวีซ่าเลย 

หลังจากนั้นก็นัดเพื่อน ๆ ที่ทำงานอยู่เมืองหลวงออกไปกินข้าวอย่างสบายใจ  เพื่อรอช้อปปิ้งในวันรุ่งขึ้น

วู้วววว  ถ้าได้เอกสารตัวนี้ ก็นะ

 




Create Date : 26 สิงหาคม 2555
Last Update : 26 สิงหาคม 2555 19:14:42 น.
Counter : 754 Pageviews.

0 comment
เอกสารในการขอวีซ่า Live in caregiver

เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่า Live in Caregiver

1. Application for work permit made outside of Canada  ตามลิ้งค์ข้างล่างเลยนะคะ //www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/forms/IMM1295E.PDF ตัวนี้ต้องพิมพ์ทั้งหมอนะคะ ตอนท้ายคลิกวาลิเดทเพื่อเอาบาร์โค้ดค่ะ  ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ ดิฉันปริ๊นมาค่ะ แล้วกรอกด้วยปากกา ซึ่งใช้ไม่ได้นะคะ  ต้องไปพิมพ์ใหม่และปริ๊นใหม่ตรงลานจอดรถชั้นจีค่ะ  สี่ใบเสียหนึ่งร้อยบาทค่ะ  เป็นค่าความประมาท ค่าเรียนรู้เพิ่มเติมนะคะ

2. Live-in caregiver Supplementary InformationLive-in caregiver Supplementary Informatio //www.canadainternational.gc.ca/singapore-singapour/assets/pdfs/visas/54_5_eng.pdf

3. Live-in caregiver Additional Information. อันนี้ยังไม่แน่ใจ เดี๋ยวจะมาแก้ไขอีกที //www.canadainternational.gc.ca/singapore-singapour/assets/pdfs/visas/54_4_eng.pdf

4. Family information Form. //www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/forms/IMM5645E.PDF

5. Passport

6. รูปถ่าย ลักษณะตามลิ้งค์นี้นะคะ //www.cic.gc.ca/English/pdf/photospecs-e.pdf

7. Reference letter จากโฮสเก่า หรือ จากเจ้านาย พร้อมรายละเอียดงานที่ทำ

8. Employer–employee contract สัญญาการจ้างจากนายจ้าง พร้อมลายเซ็นของเราด้วย

9. เอกสารยืนยันการเข้ารับอบรมคอร์สแคร์กิฟเวอร์ หรือ หนังสือยืนยันการทำงานกับนายจ้างเดิม

10. LMO

11. เอกสารการศึกษา  ทรานสคริป

12. Police clearance certificates ตัวจริง  หากเคยอยู่ประเทศไหนเกินหกเดือน ก็ต้องขอของประเทศนั้น ๆ เป็นภาษาอังกฤษ

13. Self-addressed pre-paid return courier envelope to return your passports and documents.

14. หลักฐานการจ่ายเงินนะคะ  ที่สถานทูตจะไม่รับเป็นเงินสดนะคะ จะรับเป็นแคชเชียร์เช็ค หรือว่าดราฟเท่านั้นค่ะ ทั้งหมดก็ 4800 B สั่งจ่ายสถานทูตแคนาดานะคะ

15. หากใครจะไปอยู่ที่คิวเบค ต้องขอ CAQ ด้วยเข้าไปดูได้ที่ //www.immigration-quebec.gouv.qc.ca/en/immigrate-settle/temporary-workers/index.html


ปล. ข้อ 3 สำหรับคนที่เปลี่ยนบ้านนะคะ  ดังนั้นคนที่ขอครั้งแรกไม่ต้องใช้ค่ะ แต่ดิฉันก็เขียนส่งไปด้วยค่ะ เผื่อน่ะค่ะ 


ส่วนตัวแล้วถูกเรียกสัมภาษณ์ค่ะ  และขอเอกสารการจ่ายภาษีของโฮสเพิ่มค่ะ  หากใครจะขอก็เตรียมไปด้วยก็ดีนะคะ  จะได้ไม่เสียเวลาค่ะ  


ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ

หรือเข้าไปปริ้น Check List ได้ที่เว็บนี้นะคะ: //www.canadainternational.gc.ca/singapore-singapour/assets/pdfs/visas/54_3_eng.pdf





Create Date : 18 สิงหาคม 2555
Last Update : 12 กันยายน 2555 11:38:56 น.
Counter : 1438 Pageviews.

7 comment
1  2  3  4  5  6  

Nualtar
Location :
Ontario  Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศแคนาดากับโครงการ(Live in caregiver) จัดทำบล๊อกเพื่อเปรียบเหมือนสมุด ใช้บันทึกเรื่องราวดี ๆ ที่น่าสนใจและน่าจดจำ ขอแชร์เรื่องราว ที่ได้ประสบพบเจอ อาจจะเวิ่นเว้อบ้างไรบ้างในบางคราว ขอจงเห็นใจ อย่าใจไม้ไส้ระกำ ปล่อยให้คนตัวดำตาดำ ต้องโดดเดี่ยวลำพังในโลกอันแสนจะกว้างใหญ่แห่งนี้ :-D