All Blog
พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก + ท่องเที่ยวซิบไลน์ ควิเบค




โอ้โห ไม่ได้เข้ามาบันทึกประจำวันเป็นเวลานานมาก ชีวิตก็สุขสบายดี มีแต่เพียงสุขภาพที่ย่ำแย่ตามกาลเวลา(จะดราม่าทำไมเนี่ย) 

เราแก่เเล้ว อายุก็เยอะมากมาย เดินไปมาก็ซุ่มซ่าม เผลอเปิดไมโครเวฟ แล้วลืมปิดฝาไมโครเวฟ แล้วไมโครเวฟมันอยู่สูงกว่าระดับสายตา เดินผ่านซะ ฝาไมโครเวฟที่เป็นกระจกชั้นดีตีหัวเข้าอย่างจัง แรก ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร พร้อมกับขนของย้ายบ้าน ด้วยการที่เรายกของหนักมันเลยทำให้พอผ่านไปสามวัน มีอาการปวดหัวขั้นรุนแรง จนกระทั่งกินยาให้หลับเราคิดในใจว่าถ้าเราหลับคราวนี้ จะตื่นขึ้นมาอีกไหม คิดอย่างนี้จริง ๆ พอหลับไป ตื่นขึ้นมาดีใจมาก ๆ เพราะว่าเมื่อวานไม่คิดว่าจะตื่นขึ้นมาอีก นี่แหละหนาชีวิตคน แขวนอยู่บนเส้นด้ายจริง ๆ เราไม่สามารถรู้เลยว่าเราจะตายเมื่อไหร่

พอฟื้นขึ้นมา ตาข้างที่กระแทกพร่า ปวดแขน ปวดไหล่ และชาด้านเดียว โถชีวิตนกน้อยในต่างแดน ด้วยความที่เราเป็นคนขี้วิตกกังวล ก็ไม่รอช้า รีบ ๆ ๆ ออกไปหา ไปหาคุณหมอคนสวย หมอก็จัดการเช็คความดัน ความดันเราปรกติมาก หมอเลยบอกว่า "เฮ้ยแก แกน่าจะเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบว่ะ ถ้าแกไม่หาย ก็ไปโรงพยาบาลนะ" (หมอไม่น่าจะพูดอย่างนั้นนะ 555) หมอยังบอกอีกว่าอาจจะมีผลข้างเคียงจากไซนัสด้วย เลยสั่งยาฉีดโพรงจมุกให้มา

กลับมาบ้านมาทนปวดอีกเป็นอาทิตย์ แต่อาการปวดมันก็เริ่มดีขี้น ดีขึ้น จนยังไม่หายดี ก็ไปทริปต่อกับเพื่อน ๆ ที่ควิเบค ไปทำไรคะ ไปเล่นซิบไลน์ค่ะ
เรานั่งรถไป หน้าเราซีดมาก เรารู้สึกจุกที่ด้านหลัง ปวดไหล่ เรารีบสวดมนต์ เพราะคิดว่าผีมานั่งบนไหล่ (บ้าไปแล้ว) เราก็กังวลเล็กน้อยว่า เอ๋(เสียงแบบนางเอกเกาหลี) ถ้าเราตายล่ะ พ่อแม่จะว่าไง ทรัพย์สินเราล่ะ เรายังไม่ได้จัดการเลย (ซึ่งไม่น่าจะมีมากมาย) พอยิ่งคิดในแง่ลบ ก็ยิ่งใจสั่นไหว ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พอถึงที่พัก เรารีบกินยาพักผ่อน สุดท้ายก็ไม่เป็นไรจริง ๆ 555 (คือมโนเองล้วน ๆ )

ควิเบคนี่เป็นเมืองที่มีคนหน้าตาดีอยู่เยอะ เหมือนอยู่ยุโรปอารมณ์นั้นเลยทีเดียว เพราะปรกติแล้วคนแคนาดาจะมีหลายเชื้อชาติมาก อย่างเราอยู่แถบ ๆ โตรอนโต้นี่ จะเป็นแขก เป็นเอเชีย จีนเกาหลีญี่ปุ่น มีกันให้เห็นทุกเชื้อชาติเลยก็ว่าได้ ส่วนฝรั่งจะหุ่นแบบใหญ่ ๆ ตัน ๆ พอมาควิเบคมันทำให้เหมือนมีกำลังใจ พอเห็นคนหน้าตาดีแล้ว มันทำให้เรารู้สึกมีพลังชีวิตขึ้นมาทันที พลันกลับคิดว่านี่เป็นสวรรค์ของนางฟ้าอย่างเราจริง ๆ (เวอร์ไปไหม)

พอถึงวันที่เราจะต้องซิบไลน์ ปรากฏว่าอากาศเย็นซะงั้น ฝนก็ตก โอ้ววว พระเจ้าจ้อจ มันยอดมาก แต่เราก็ไม่หวั่น เพราะว่าเราจองแล้ว จ่ายเงินแล้ว เป็นเงินจำนวนมากอยู่ ก็ต้องทำนะ ไม่ทำไม่ได้

พอไปถึงที่ เราก็ต้องไปกรอกชื่อที่อยู่ เบอร์โทร ชั่งน้ำหนัก (จะบอกว่าน้ำหนักเราน้อยมาก เพราะว่าจากที่ป่วยเลยทำให้น้ำหนักลด ลดไปเยอะมาก จนอายคนชั่งน้ำหนักให้เลยทีเดียว) แล้วต่อไปก็ต้องซ็นสัญญาว่าถ้าตายเขาจะไม่รับผิดชอบ 555 (เอ่อ จริงเหรอ ไม่รับผิดชอบเหรอ เขามีพ่อมีแม่นะ) แล้วหลังจากนั้นก็ไปติดอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วเดินไปขึ้นกระเช้า พอขึ้นไปสูงขึ้น สูงขึ้นเท่านั้นแหละ ลมก็แรง ตาคนที่นำไปก็พูดว่า ลมมันต้าน คนที่น้ำหนักน้อย อาจจะโดนพัดกลับ เอ่อ นี่คือพูดถึงเราใช่ปะ เราได้แต่ภาวนาในใจว่า ไม่นะ ไม่นะพี่ชาย (ช่วงนี้ดูซีรี่ย์เกาหลีเยอะไปนิด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย อิอิ)

ซิบไลน์ที่นี่จะมี 5 ด่าน คือถ้าตัดสินใจลงไปแล้วห้ามกลับคำ พอถึงด้านบน เราก็เห็นกรุ๊ปก่อนหน้า มีชนชาติฟิลิปปินส์ และก็มีชาวอินเดีย ผู้หญิง ชาวอินเดียผู้หญิงคนนี้ไม่กล้าลงซิบไลน์ ซึ่งชีตัดสินใจไม่ยอมเล่น เงินที่จ่ายไปก็ศูนย์เปล่า ทีนี้ก็ตาพวกเราบ้าง เห็นเพื่อนไปก็รู้สึกโอเคนะ จิ๊บ ๆ แต่พอถึงตาตัวเอง "เฮ้ย มันสูงจังวะ " ไม่กล้าลงเช่นกัน แต่ในหัวคิดว่า เฮ้ย แกมาแล้วนะ จ่ายเงินแล้ว แกจะกลับไม่ได้นะ พอนึกถึงเงิน ตามันเบิกโพรง กัดใจลงทันที พร้อมกับกรี๊ดเบา ๆ แต่ว่า เฮ้ย มันสนุกอ่ะ สนุกมากเลย และหนาวมาก

พอด่านที่สองเจ้าหน้าที่แจกผ้าห่มขณะรอซิบอยู่ หนาวมากบอกเลย มือถือกล้องสั่นไปหมด สั่นยิ่งกว่าแผ่นดินไหว 7.8 ริกเตอร์ ปากเขียวหน้าดำ (ซึ่งปรกติดำอยู่แล้ว แต่พอหนาว มันจะดำขึ้นเป็นสามเฉดสี) ด่านที่สองนี้มันสบายมากเลย แบบว่า ชิวมากอ่ะ แบบเฮ้ยเด็กมาก (เวอร์ไปน่ะเรา) สนุกมาก

พอด่านที่สาม ฝนตกจ้า หนาวอีก ลมแรง ปรากฏว่าฉันตัวเบาเกินไป ต้องลงกับเจ้าหน้าที่ผู้ชายค่ะ ผู้ชายเด็ก แต่ฮีคงพราวในตัวเอง ฮีบอกเราว่าไม่ได้มีโอกาสง่าย ๆ ที่จะซิบไลน์ไปกับผู้ชาย นั่นฮีก็พราวไป เราก็แค่คิดในใจว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะซิบไลน์กับผู้หญิงสวย ๆ อย่างฉัน (เอ้ย มั่นเข้าไปอีกนะเรา) แต่จะบอกว่าซิบไลน์สองคนมันน่ากลัวมาก คือ ถ้ามันเอาขาล้อคตัวเรา เราก็จะไม่กลัว แต่นี่เราต้องยกขาขึ้นเพื่อเหมือนจะม้วนตัวให้เป็นลูกบอล มือนึงต้องจับขาข้างนึงของน้องเอาไว้ อีกมือแม่งต้องถือกล้องโกโปรที่ล้อคไว้กะมือ โอ้แม่เจ้า พอใกล้จะถึง เฮ้ยลมแรงมากอ่ะ มันหยุดรอกของเรากะน้องสตาฟน่ะ ดังนั้นมือที่เคยจับขาน้องไว้ ก็ต้องปล่อยแล้วน้องสตาฟต้องสาวเชือกไป ตอนน้องสาวเชือกเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน มันน่ากลัวมาก เพราะว่าขาเราทิ้งดิ่ง คล้ายเราจะตกลงไป แล้วตรงนั้นน่ะ เป็นผาหิน เราคิดในใจว่า ถ้าตกไปกูตายแน่ แต่น้องก็บอกว่า ไม่ตกหรอก น้องก็สาวเร็วมากจนถึงจนได้ เราดีใจมากเลย ดีใจที่สุด มือสั่นเลยอ่ะ จากที่สั่นเพราะว่าหนาวแล้ว ยังมาสั่นเพราะว่าต้องเกร็งตัวอยู่ตรงสลิงตั้งนาน แล้วเดินขึ้นไปฐานที่สี่

ด่านที่สี่ รอนานหน่อย เพราะเพื่อนที่ไปก่อน ติดอยู่กลางสลิง ต้องมีเจ้าหน้าที่ไปช่วยก่อน เราก็รอ มันหนาวมาก หนาวกว่าฐานอื่น เพราะว่าอยู่สูงมาก ยิ่งสูงยิ่งหนาวเขาว่าไว้ หนาวจนสั่น ถ้าเปิดเพลงเรายืนเฉย ๆ ก็เหมือนยืนเต้น มันหนาวมากจริง ๆ แล้วพอเราลงไป ก็ฉิว แต่ซักใกล้จะถึง รอกเราก็หยุด ลมพัด เราย้อนกลับไปอีกไกลเลย เจ้าหน้าที่ต้องสาวเชือกมาช่วย ด่านสามสี่ห้านี่ ต้องเอาเข่าชิดอกตลอด เพราะว่ามันจะไหลได้ดีกว่าปล่อยมือปล่อยตัว เลยทำให้ไม่สามารถเล่นท่ายากได้ จริง ๆ เราอยากเล่นท่ายากอ่ะ ยังไม่ได้กลับตัวเอาหัวลงข้างล่างเลย มันยังไม่สุด

ด่านห้า เป็นไม่ค่อยสูงมากมายเท่าไหร่นัก ก็สบาย ๆ แต่ความหนาวนี่โห พูดเลย โตตรหนาวเลย หนาวมาก

แหม่พอลงมาได้ ถอดอุปกรณ์เสร็จ แดดออกซะงั้น มันแกล้งกันรึนี่ แต่มันก็ได้อารมณ์อีกแบบนึงนะ สนุกดี อยากไปอีก

พอถึงที่พัก แหม่ เราก็ไปพายเรือเล่นกัน มันน่ากลัวมากอีกเช่นเคย ไม่คิดเลยว่าการพายเรือจะน่ากลัวอย่างนี้ ไม่ให้กลัวได้ไง แม่ง ลงกันตั้งสี่คน ขยับนิดเรือก็จะคว่ำ ชีวิต เราทำไม่ได้ ขอกลับท่าอย่างเสียท่า ได้ความทรงจำที่ดี ๆ กับทริปนี้มากมาย

นี่อาทิตย์หน้าก็จะไปอีก ติดใจควิเบคที่สุดเลย



ปล: นี่เป็นเพียงวิดิโอตัดลงบางส่วนเท่านั้นนะคะ (ปล ใส่รูปและวิดิโอไม่ได้ งงมาก หลังจากไม่ได้เข้ามานาน เราก็ใส่จากด้านบน แต่มันไม่อัพให้ งงเข้าไปใหญ่)







Create Date : 23 กรกฎาคม 2559
Last Update : 31 สิงหาคม 2559 15:52:36 น.
Counter : 534 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Nualtar
Location :
Ontario  Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศแคนาดากับโครงการ(Live in caregiver) จัดทำบล๊อกเพื่อเปรียบเหมือนสมุด ใช้บันทึกเรื่องราวดี ๆ ที่น่าสนใจและน่าจดจำ ขอแชร์เรื่องราว ที่ได้ประสบพบเจอ อาจจะเวิ่นเว้อบ้างไรบ้างในบางคราว ขอจงเห็นใจ อย่าใจไม้ไส้ระกำ ปล่อยให้คนตัวดำตาดำ ต้องโดดเดี่ยวลำพังในโลกอันแสนจะกว้างใหญ่แห่งนี้ :-D