All Blog
โย กอดคอ บี ปรี๊ดแตก!! โดนก็อปธุรกิจอาหารสุขภาพ

เพิ่งจะเริ่มกิจการแท้ๆ กลับโดนก๊อปซะแล้วสำหรับ "โย ยศวดี" กับ "บี น้ำทิพย์" ที่โดนทั้งหาว่าไปก๊อปเขามา แถมยังโดนก๊อปไปขายอีกต่างหาก เมื่อได้เจอทั้งคู่ในงาน "Grand Opening Yo & Bee Diet Food" ณ ลานเอเทรี่ยม 2 สยามเซ็นเตอร์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

"โย" : ก็ดีค่ะ คืออย่างน้อยๆ ก็ไม่รู้ว่าที่มาที่ไปของเราเป็นมายังไง เพราะฐานเราเริ่มใหญ่ขึ้นแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ แสดงว่าสิ่งที่เราทำมันดีก็เลยต้องเปิดเผย จริงๆ ก็เริ่มทำด้วยกันมา 3 เดือนแล้วค่ะ
"บี" : จริงๆ เริ่มจากที่เราไปเมืองนอกแล้วเห็นว่าธุรกิจนี้มันบูมมาก เราก็เห็นว่าอาชีพของเรามันต้องดูแลสุขภาพก็เลยคิดว่าเราทำอะไรที่เราถนัดกันดีกว่า ก็เลยมาจับธุรกิจ "Yo & Bee Diet Food" เพราะว่ามันเป็นอาหารที่ดูแลสุขภาพค่ะ
"โย" : สำหรับคนที่หาว่าเราไปก๊อปเมืองนอกมา ถ้าเราก๊อปมาจริงๆ คนไทยทานไม่ได้หรอก อยากให้ลองมาทานกันจริงๆ ว่าอาหารของเราเป็นยังไง แล้วของเราเหมือนของเขาหรือเปล่า

เห็นของเราก็โดนก๊อปด้วย
"โย" : เอาตามจริงโยว่าอาหารมันเป็นอะไรที่ดูแล้วสามารถก๊อปได้เลย แต่มันอยู่ที่คนทานแล้วรสชาดมันเป็นยังไง ถึงหน้าตาจะเหมือนกันแต่จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่ก็ได้ แต่การก๊อปที่เราโดนนี่คือการดึงรูปไปเลยแบบนี้มันไม่ใช่ก๊อปแต่เป็นการเอาของเราไป ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าโดนแต่พี่บีเขามีแฟนคลับเยอะก็เลยมีคนแท็กมาให้ดูว่าเปิดชื่อใกล้เคียงกันเลย แถมในอินสตาแกรมของเขาก็มีแต่รูปอาหารของเรา
"บี" : คือเขาไปโปรโมทว่าเป็นอาหารสุขภาพของเขาแต่เป็นรูปของเรา ซึ่งจริงๆ แล้วเราก็ไมได้อะไรมาก เราแค่กลัวลูกค้าของเราสับสน
"โย" : เพราะลูกค้าถามเยอะค่ะ

ได้คุยกับอีกฝ่ายหรือยัง
"โย" : จริงๆ คือคุยไม่ได้ถึงได้วิ่งไปหา DSI เพราะเราคุยกันตัวต่อตัวไม่ได้ค่ะ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาเป็นใคร แอคเคาท์นี้ใครเป็นคนสร้าง มันไม่รู้ที่มาที่ไป แต่บังเอิญรู้แค่ว่าผู้หญิงคนที่สร้างขึ้นมานี้เป็นใครก็เลยพอจะตามได้ ตอนนี้ก็ขอให้เงียบนิดหนึ่งแต่สัปดาห์หน้าอาจจะมีอะไรมากกว่านี้ เพราะก็อยากให้เขารู้ตัวแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้

ตอนนี้แจ้งความแล้วใช่ไหม
"โย" : คือเราแจ้งความทางอินสตาแกรม ทาง DSI เขาก็แจ้งว่าตัวเขานั้นไม่สามารถดำเนินแบบคดีความผิดได้เพราะมันเป็นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คซึ่งเซิฟเวอร์อยู่ที่อเมริกา ทำได้มากสุดคือเขียนคำหยาบคายอันนี้เขาสามารถเขียนไปร้องเรียนที่โน้นเพื่อให้ปิดแอคเคาท์ ซึ่งตอนนี้แอคเคาท์นั้นได้ปิดไปแล้ว ส่วนก็อปอาหารนี้เราต้องเอาเรื่องลิขสิทธิ์ของเราเอง บางคนบอกว่าอาหารนี่ทำลิขสิทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ทำได้แค่โยบีที่จดการค้า ก็เลยต้องดำเนินเรื่องนิดหนึ่ง

เขาใช้ถ้อยคำที่รุนแรง
"โย" : เขาอยู่ต่างประเทศด้วยนะ อยู่ที่ญี่ปุ่น พี่บีแกก็ยั๊วะสุดฤทธิ์
"บี" : ใช่ค่ะ รุนแรงมาก คือเรายอมไม่ได้ค่ะ
"โย" : คือรู้เลยว่ามันมาจากเรื่องธุรกิจอาหารเพราะว่าเรามาร่วมมือทำเรื่องนี้แค่แปบเดียวก็เกิดเรื่องขึ้น
"บี" : ที่เป็นปัญหาก็คงมาจากเรื่องอาหารเพราะเราจับเขาได้ว่าเขาก๊อปของเราไป ซึ่งทางเราเองก็มีการเตือนไป เขาก็คงยั๊วะก็เลยสร้างแอคเคาท์ใหม่แล้วโพสต์ด่าเรา ซึ่งพอด่าเสร็จเขาก็ลบของตัวเอง แต่ว่าเราก็ก๊อปเอาไว้แล้วว่าด่าอะไรบ้าง

ธุรกิจเพิ่งเริ่มก็โดนแบบนี้รู้สึกนอยด์บ้างไหม
"โย" : ก็ไม่นอยด์เพราะมันเริ่มมีชื่อเสียงจริงๆ เพราะเพิ่งออกมาก็โดนก๊อปแสดงว่าเขาก็สนใจเรา

เราจะดำเนินการยังไงบ้าง
"โย" : ก็ต้องดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้างเพราะมันเป็นเรื่องของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ตอนนี้ก็กำลังเช็คในเฟสบุ๊คซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้บอกว่าถ้าเขาเขียนลงเฟสบุ๊คก็สามารถรู้ต้นตอได้เลยว่ามาจากใคร จริงๆ ก็มีเบอร์ขายตรงนะคะ แต่โทรไปเขาก็ปิดมือถือหนี อาทิตย์ที่แล้วเขาก็เปิดธุรกิจขึ้นมาใหม่อีกแล้ว เขาก็ดึงรูปของเราลงไปอยู่ในแอคเคาท์ของเขาอีก

แปลว่าเราจะไม่คุยจะฟ้องให้ถึงที่สุดใช่ไหม
"โย" : มันจะคุยกันยังไง พอเราเข้าไปติงเขาก็ตั้งแอคเคาท์ขึ้นมาด่าเราเลย มันคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ตอนนี้รอดูว่าถ้าเขายังไม่เอารูปออกก็คงต้องดำเนินคดี ตอนนี้ยังไม่ได้ดำเนินอะไรมากเพราะเพิ่งยื่นเรื่องอย่างเดียว
"บี" : อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับจิตใต้สำนึกของเขาว่ามีแค่ไหน

ถ้าดำเนินคดีจะมีบทลงโทษยังไง
"โย" : เขาก็จะมีการไปเตือนว่ารูปนี้มีที่มาที่ไปยังไง ถ้าเขายังไม่ถอนออกก็ถึงจะเริ่มสเตปต่อไป ตอนนี้ทาง DSI เขาก็กำลังดำเนินเรื่องให้เพราะเรื่องของเรามันเป็นเรื่องเล็ก ทางเขาทำคดีทีก็โกงทางเน็ตเวิร์คกันเป็นล้านๆ แต่ของเราถ้าเกิดเจรจาได้เขาก็อยากเจรจา

ดูเหมือนอีกฝ่ายทำต่อแบบนี้ไม่ค่อยเกรงกลัวเท่าไร
"โย" : ก็ยังทำต่ออีกหลายเจ้าค่ะ
"บี" : เอาเป็นว่าเราไม่จองเวรจองกรรมกับเขาแล้วกัน ถ้าเขาทำอะไรไปก็ขอให้เจริญๆ แล้วกัน

ตอนนี้คิดทำลายน้ำบนรูปภาพหรือยัง
"โย" : ก็เพิ่งจะเริ่มทำนี่แหละค่ะ ตอนแรกไม่คิดว่าอาหารจะโดนกับเขาด้วย

กระแสออกมาแบบนี้ไม่กลัวธุรกิจจะเกร่อเหรอ
"โย" : แต่ลูกค้าเราก็เหนียวแน่นนะ
"บี" : มากค่ะ เพราะมีต่อคอร์สของเราเรื่อยๆ เลยค่ะ
"โย" : ของเราส่วนใหญ่จะเป็นการลงทะเบียนค่ะ เราไม่ค่อยรับลูกค้าที่มาเป็นวันๆ สักเท่าไร ขั้นต่ำคือต้อง 1 อาทิตย์ขึ้นไป ที่จำนวนมากตอนนี้บางคนก็อยู่มาเป็นเดือนๆ แล้วค่ะ

เรามั่นใจว่าเราไม่สามารถเอาสูตรของเราไปได้ใช่ไหม
"โย" : วันนี้เราพาเชฟมาเปิดตัว ถ้าเราเอาเชฟมาเปิดตัวแบบนี้คือเรามั่นใจว่าเมนูนี้เราคิด เราทำ ใครที่คิดว่าเราไปก๊อปมา คุณเคยทานอาหารเราไหม และคุณเคยทานอาหารของคนที่คุณพูดถึงไหม จะได้เปรียบเทียบว่าเราเหมือนกันจริงหรือเปล่า เพราะธุรกิจของโยกับบีเชื่อว่าไม่เหมือนของใครทั้งนั้นจริงๆ

ข่าวโดย news.sanook.com




Create Date : 05 พฤษภาคม 2556
Last Update : 5 พฤษภาคม 2556 16:20:37 น.
Counter : 1099 Pageviews.

1 comments
  
เอิ่มมมมม

ทำธุรกิจนี่ก็ลำบากอย่างนี้นะคะ ทำดีก็มีคนก็อป เฮ้ออออ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 6 พฤษภาคม 2556 เวลา:8:48:33 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chankoos
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]