Group Blog
 
All blogs
 

อีกนัยหนึ่งคือคำนำ (เรื่องของผม)

อีกนัยหนึ่งคือคำนำ

เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาปรัชญาจีน (433204) ผู้เขียนพยายามสื่อความคิดทางปรัชญาจีนที่ผู้เขียนสนใจและใฝ่รู้ออกมาอย่างมากที่สุด ผลที่ได้คือเรื่องเรื่องหนึ่ง จะเรียกว่าเป็นเรื่องสั้นคงไม่ได้ เพราะเรื่องนี้สั้นยิ่งกว่าเรื่องสั้นมากนัก

ภาษาที่ใช้ในเรื่องจะเป็นภาษาพูด และเขียนไม่ถูกหลักไวยากรณ์เท่าไหร่ ซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้เขียนเองอาจขัดกับการเรียนคณะทางภาษา ซึ่งถูกยัดหน้าที่ให้ว่าต้องเป็นผู้ดำรงภาษาไว้ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การใช้ แต่ทั้งนี้ผู้เขียนเห็นว่าการใช้ภาษาพูดและหรือคำสื่ออารมณ์โดยสะกดตามคำพูดจะสามารถสื่ออารมณ์ของตัวละครและเนื้อเรื่องได้ดีกว่าเขียนตามหลักไวยากรณ์ทุกกระเบียดนิ้ว อีกนัยหนึ่งผู้เขียนเห็นว่า ทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงในตัวของมันเองอยู่แล้วในทุกขณะ ทุกนาที ทุกวินาที ภาษาไทยก็เช่นเดียวกัน กว่าจะเปลี่ยนแปลง (ผู้เขียนไม่กล้าใช้คำว่าวิวัฒนาการ เพราะเห็นว่าเป็นคำที่แสดงถึงการเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่นี่ผู้เขียนไม่มั่นใจว่าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจริง) มาจนเป็นแบบทุกวันนี้ก็ผ่านกระบวนการมาหลายขั้นตอน แต่ผู้คนก็ยอมรับกันมาได้จนมาถึงทุกวันนี้ น่าแปลกที่สมัยนี้พอวัยรุ่นใช้ภาษาไทยที่เรียกกันว่าแบบผิดๆ เช่น หิวแล้ว ใช้เป็น หิวแระ ใช่ ใช้เป็น ช่าย ฯลฯ กลับถูกผู้อนุรักษ์ภาษาว่าว่าจะทำให้ภาษาไทยวิบัติ แต่ในความคิดของผู้เขียนขณะนี้คิดว่า มันอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงของภาษาไทยในอีกยุคหนึ่งก็เป็นได้ อีกเหตุผลหนึ่งคือ ผู้เขียนคิดว่าหน้าที่ของภาษาคือถูกใช้เพื่อการสื่อสารระหว่างบุคคลหรือกลุ่มคนให้เข้าใจในสิ่งที่ต้องการสื่อระหว่างกัน เพราะฉะนั้น วิธีการสื่อ (ในที่นี้คือการเขียน) อาจผิดแผนไปจากหลักภาษาที่กำหนดไว้บ้าง อย่างไรก็ตามขอให้ใช้สื่อความคิดของผู้เขียนได้ก็ถือว่าบรรลุตามจุดประสงค์ของภาษาภายใต้นิยามของผู้เขียนแล้ว แต่ในขณะเดียวกันการเขียนโดยใช้ภาษาที่ถูกเรียกว่าวิบัติเยี่ยงนี้อาจทำให้ผู้อ่านบาง หรือ หลายๆ ท่านขัดเคืองจิตก็เป็นได้จึงขออภัยผู้อ่าน อีกนัยหนึ่งคือ อาจารย์บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ มา ณ ที่นี้ด้วย

พล่ามมาเยอะ ดูเหมือนจะออกทะเลห่างไกลจากปรัชญาจีนไปพอสมควร ฉะนั้นผู้เขียนขอวกกลับเข้าฝั่งเป็นอันด่วน ข้าพเจ้าสนใจในปรัชญาเต๋าเป็นอันมาก อย่างน้อยก็มากที่สุดในบรรดาสำนักปรัชญาจีนต่างๆ ที่อาจารย์สอนมาตลอดภาคการศึกษา ดังนั้น เมื่ออาจารย์สั่งให้ทำรายงานจึงเกิดความกระหายอยากทำรายงานเกี่ยวกับปรัชญาเต๋า และแน่นอน เต๋าคืออะไรข้าพเจ้าก็บอกไม่ได้ ทุกวันนี้ก็มั่นใจในตัวเองว่ายังไม่เข้าถึงเต๋าจริง แต่ด้วยความอยากและตอบสนองความต้องการของตัวเอง จึงได้พยายามค้นคว้าเรื่องเกี่ยวกับเต๋าทั้งหลายแหล่ จากเอกสารของอาจารย์เองที่ได้มาตอนเรียน ซึ่งอ่านแล้วก็ยังงงๆ อยู่ในบางส่วน และจากหนังสือของนักเขียนท่านอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักเขียนที่ข้าพเจ้าชอบซะเป็นส่วนมาก รวมถึงข้อมูลจากในเว็บไซต์และเว็บบอร์ดต่างๆ ในอินเตอร์เน็ตทั้งที่ตั้งใจสืบหาและบังเอิญโผล่ไปเจอโดยไม่ได้ตั้งใจก็ตามที แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าได้มาจากแหล่งต่างๆ นั้นสาระหรือแก่นของเต๋ามันก็เหมือนๆกันหมด ที่ข้าพเจ้าจำได้ขึ้นใจ ก็คือ ทุกสิ่งคือการเปลี่ยนแปลง กระทำโดยไม่กระทำ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าคิดหนักว่า จากจุดเริ่มต้นเพียงเล็กๆ แค่นี้ จะให้ข้าพเจ้านำมาทำรายงานได้อย่างไร แต่ในท้ายที่สุดก็ทำออกมาสำเร็จ รายงานที่อาจารย์สั่ง ( “ทำอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับปรัชญาจีนที่เรียนไป” ในสมองข้าพเจ้าจำได้ว่าอาจารย์พูดอย่างนี้) จึงออกมาในรูปลักษณะนี้
อาจจะผิดจากที่อาจารย์คาดหวังต้องการให้ออกมาก็เป็นได้ แต่มันตรงตามความต้องการและความอยากของข้าพเจ้าเป็นอย่างสูง ข้าพเจ้ามีความสุขขณะเขียนเรื่องนี้ส่งอาจารย์มาก (แม้เวลาเหลือน้อยเป็นไฟลนก้นก็ตามที) สนุกที่ได้ใส่ความคิดและยำเนื้อหาต่างๆ เข้าด้วยกัน

ทั้งนี้ต้องขอบคุณอาจารย์บุญส่งที่เปิดโอกาสให้ “ทำอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับปรัชญาจีนที่เรียนไป” เพราะมันทำให้ข้าพเจ้าได้ทำสิ่งที่อยากจะทำ ตามปรัชญาเต๋า ง่วงก็นอน หิวก็กิน “อยากเขียนก็เขียน” เหอๆๆๆ

xxxx xxx
ผู้เขียน




 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2552 21:54:27 น.
Counter : 157 Pageviews.  

เปิด

ตั้งใจว่าจะให้พื้นที่นี้เป็นที่เก็บงานเขียนปรัชญาที่เขียนส่งอาจารย์

คิดว่าอาจจะจุดประกายให้ผู้ที่ผ่านมาอ่านได้ความคิดหรือความแปลกติดไป

ขอเรียนว่าเรื่องที่ลงในสำนักนี้ เป็นของจริง คิดจริง เขียนจริง ส่งจริง ไม่ใช้ตัวสลิง ไม่ใชตัวแสดงแทนแต่อย่างใด

เนื้อหาที่เขียนนั้น มาจากหัวคิดของผู้เขียนเอง บางความคิดอาจขัดกับกรอบสังคม บรรทัดฐาน หรือความคิดของคนทั่วไป

ซึ่งเมื่อแรกข้าพเจ้าก็ลังเลใจว่าจะเอาลงดีไหม เพราะเกรงว่ามันจะมีผลกระทบในทางไม่ดี แต่เมื่อมาชั่งเหตุผลดูแล้วคิดว่าบทความที่จะลงนี้น่าจะมีประโยชน์มากกว่าโทษ

ข้าพเจ้าคิดว่าอย่างน้อยบทความเหล่านี้ก็อาจทำให้นักเรียนนักศึกษาบ้านเรากล้าที่จะคิดจะทำอะไรแตกต่างอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น

และลึกๆ แล้ว ตัวข้าพเจ้าเองก็อยากนำเสนอความคิดของตนเองให้โลกได้รับรู้ (อู้ว.... ฟังดูยิ่งใหญ่) งานที่เขียนไว้เหล่านี้ นอกจากตัวเอง อาจารย์ผู้ตรวจ และอีกไม่กี่คนที่ข้าพเจ้าส่งให้อ่านแล้ว ก็แทบจะไม่ได้ผ่านสายตาใครอีกเลย มันน่าสงสารงานเหล่านั้น ที่ถูกทำให้เกิดขึ้นมาบนโลกแล้ว แต่กลับถูกขังอยู่ในไดร์ฟดีของคอมพิวเตอร์ข้าพเจ้า รอวันถูกลบทิ้งอย่างเปล่าดาย เลยคิดว่าพาพวกมันออกมาโลดแล่นในพื้นที่เล็กๆ นี้หน่อยดีกว่า อย่างน้อยก็จะได้ไม่อุดอู้ยูในเคสฝุ่นเกาะหนา2นิ้ว

ทั้งนี้ขอสงวนสิทธิ์บทความทุกบทความในสำนักปรัชญานี้ไว้ตามกฎหมาย(บัญญัติที่เท่าไรก็ไม่ทราบได้ แต่มันมีจริงๆ นะ) ....เพราะเราอยากให้บทความนี้เป็นตัวจุดประกายให้กล้าคิดต่างในการสร้างงานมากกว่าที่จะให้ก๊อปเอาไปส่งน่ะค่ะ.... อะไรก็ตามที่ทำด้วยตนเองไม่ว่าสิ่งเล็กสิ่งใหญ่มักจะได้รับความภูมิใจพ่วงมาด้วยเสมอ กิ้ว.. กิ้ว..

อิอิ.. เกือบลืม ทั้งนี้ต้องขอบคุณสิ่งใดก็ตามที่ทำให้เราได้มีและเจอคนดีๆ ที่ดีๆ สิ่งดีๆ เรื่องดีๆ.... ขอบคุณที่เรียนมหาวิทยาลัยสีเขียวน้ำทะเลลึกและอาจารย์ที่ให้อิสระทางความคิดและการกระทำกับพวกเรา




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2552 22:35:51 น.
Counter : 135 Pageviews.  


Valentine's Month


 
อันธพาลน้อย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อันธพาลน้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.