Group Blog
 
All Blogs
 

ปี 220 AD

ปี Huangchu ที่ 1 220 AD
(22 กุมภาพันธ์ 220 - 9 กุมภาพันธ์ 221)

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก วุยอ๋องมาถึงเมืองลกเอี๋ยง วันที่ 15 มีนาคม โจโฉก็เสียชีวิต

โจโฉเป็นผู้รู้จักใช้ผู้คนและมีความสามารถในการตัดสินผู้คนเป็นเลิศ เป็นการยากที่จะหลอกหลวงเขา เขาจดจำและคัดเลือกคนที่มีความสามารถโดยไม่คำนึงถึงชาติตระกูล เขาแต่งตั้งตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับคนที่มีความสามารถต่างกันไป

ในการเผชิญหน้ากับข้าศึกในการรบ โจโฉสงบและผ่อนคลายในการบัญชาการเหมือนเขาเองไม่มีความคิดที่จะสู้รบ แต่แล้วเขากลับคว้าโอกาสสร้างชัยชนะด้วยแรงใจแรงกายที่เหมือนไม่มีวันหมด

โจโฉพร้อมที่จะมอบทองคำหลายพันแท่งเป็นรางวัลให้กับคนที่ทำความดี แต่กลับไม่มอบรางวัลแม้แต่เงินเพียงแท่งเดียวให้กับคนที่ไม่มีความดีความชอบ โจโฉเข้มงวดกวดขันในการบังคับใช้กฎหมาย คนที่ละเมิดกฎล้วนถูกสังหารเสมอ บางครั้งโจโฉอาจจะร่ำไห้เพื่อคนผิดเหล่านั้น แต่ไม่เคยมีคนใดได้รับการอภัยโทษ

นิสัยของโจโฉนั้นเป็นคนสำรวมและควบคุมตัวเองอยู่เสมอ เขาไม่มีความสนใจในเครื่องประดับต่าง ๆ

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้โจโฉสามารถปราบคนที่มีความสามารถที่สุดหลายคนในสมัยของเขา และยึดครองแผ่นดินส่วนใหญ่ของเมืองจีนได้




 

Create Date : 05 เมษายน 2549    
Last Update : 5 เมษายน 2549 21:48:28 น.
Counter : 277 Pageviews.  

ปี 219 AD

ปี Jian’an ที่ 24 219 AD
(3 กุมภาพันธ์ 219 - 21 กุมภาพันธ์ 220)

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจหยินโจมตีเมือง Wan อย่างหนัก แล้วบุกเข้าเมืองตัดหัวของ Hou Yin แล้วนำทัพกลับไปตั้งค่ายที่อ้วนเซีย

ก่อนหน้านั้น แฮหัวเอี๋ยนมีความสำเร็จในการศึกหลายครั้ง แต่โจโฉมักจะเตือนเขาเสมอว่า ผู้บัญชาการกองทัพอาจจะมีบางเวลาที่ขลาดกลัวและอ่อนแอ เจ้าไม่สามารถทำการรบโดยใช้แต่ความกล้าหาญได้ แม่ทัพที่ดีความมีความกล้าหาญเป็นคุณสมบัติเบื้องต้น แต่เขาต้องนำทัพอย่างฉลาดและมองการล่วงหน้า ถ้าเขาคิดถึงความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถแทนที่เขาได้

เมื่อแฮหัวเอี๋ยนและเล่าปี่เผชิญหน้ากันกว่าหนึ่งปีแล้ว เล่าปี่มาจากเองเปงก๋วน และข้ามแม่น้ำ Mian ไปทางใต้ เขาไต่เนินเขานำกำลังทหารเพียงเล็กน้อยมุ่งหน้าไป แล้วสร้างค่ายที่เขา Dingjun ทันทีที่แฮหัวเอี๋ยนนำทัพมาถึงที่นั่น หวดเจ้งพูดว่า เราสามารถโจมตีได้

เล่าปี่ส่งฮองตง แม่ทัพผู้สังหารคนชั่วให้เข้าโจมตีข้าศึกจากที่สูงท่ามกลางเสียงกลองศึกและแตรศึก กองทัพแฮหัวเอี๋ยนพ่ายแพ้อย่างยับเยิน พวกเขาตัดหัวแฮหัวเอี๋ยนและ Zhao Yong ผู้ตรวจการมณฑลเอ๊กจิ๋วที่โจโฉแต่งตั้ง

เตียวคับนำทัพกลับไปที่เองเปงก๋วน แต่เหล่าทหารที่สูญเสียแม่ทัพไป พวกเขาต่างวุ่นวายและไม่รู้ว่าต้องทำสิ่งใด ผู้ควบคุมกองทัพโตสิบและกุยห้วย นายทหารของแฮหัวเอี๋ยนรวบรวมทัพที่กระจัดกระจายและทำประกาศไปยังทั้งกองทัพว่า แม่ทัพเตียวนั้นเป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงโด่งดังของรัฐเรา แม้แต่เล่าปี่ก็ยังกลัวเกรงเขา ในสถานการณ์ที่วิกฤตขึ้นทุกวัน ๆ จิตใจพวกเราคงไม่อาจสงบได้จนกว่าแม่ทัพเตียวจะมาบัญชาการกองทัพ

ดังนั้นเตียวคับจึงกลายเป็นแม่ทัพของกองทัพแฮหัวเอี๋ยน เขาได้ออกไปให้กำลังใจเหล่าทหาร ตรวจสอบแนวป้องกัน เหล่านายทหารล้วนเชื่อฟังคำสั่งเขา แล้วขวัญกำลังใจของกองทัพที่กลับคืนมา

วันต่อมาเล่าปี่ต้องการที่จะโจมตีข้ามแม่น้ำฮันซุย เหล่าแม่ทัพของวุยเชื่อว่ากองทัพของพวกเขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะต่อสู้กับทัพเล่าปี่ พวกเขาต้องการสร้างเนินดินที่ริมแม่น้ำเพื่อป้องกัน

กุยห้วยแย้งว่าวิธีการแบบนี้จะทำให้ศัตรูรู้ว่าเราอ่อนแอ แล้วจะไม่ช่วยให้เราได้เปรียบในการรบเท่าไรนัก นี่ไม่ใช่แผนที่ดีเลย

ทางที่ดีคือการไปตั้งทัพอยู่ห่างจากแม่น้ำเพื่อลวงศัตรู เมื่อพวกเขาข้ามแม่น้ำมาได้ครึ่งทาง เราก็สามารถโจมตีพวกเขาได้ โดยวิธีนี้เล่าปี่ต้องพ่ายแพ้แน่ เมื่อพวกเขาถอนกำลังจากแนวป้องกัน เล่าปี่จึงสงสัยและไม่คิดที่จะข้ามแม่น้ำ

แล้วกุยห้วยก็จัดกำลังป้องกันอย่างแน่นหนาเพื่อแสดงว่าเขาไม่มีความคิดที่จะถอยทัพ และส่งรายงานสถานการณ์ให้โจโฉ โจโฉอนุมัติตามที่เขาเห็นชอบ เขาส่งตราแม่ทัพไปให้เตียวคับและให้กุยห้วยเป็นนายพันตามเดิม

ในเดือนที่สอง วันที่ 2 เมษายน วันสุดท้ายของเดือนเกิดสุริยะปราคา

ในเดือนที่สาม โจโฉผ่านมายังด่าน Yegu จากเตียงอั๋นแล้วสั่งทหารให้ดูแลจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่าง ๆ ที่มุ่งหน้าไปฮันต๋ง เล่าปี่พูดว่าแม้ว่าโจโฉจะมานำทัพด้วยตัวเอง แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เราได้ป้องกันริมแม่น้ำฮันซุยไว้อย่างแน่นหนาแล้ว เล่าปี่รวบรวมพลไปเผชิญหน้าที่ด่าน แต่ไม่มีการสู้รบเกิดขึ้น

เสบียงอาหารของทัพโจโฉลำเลียงผ่านเทือกเขามาทางเหนือ ฮองตงจึงวางแผนที่จะชิงเสบียง แต่เขากลับไปไกลเกินกว่าที่เขาบอกไว้ และเมื่อเขายังไม่กลับมา จูล่งแม่ทัพช่วยเหลือกองทัพจึงนำทหารม้าหลายสิบคนออกไปตาม

ในเวลานั้นโจโฉได้นำกองทัพมาจำนวนมากมา จูล่งไปพบกับทัพโจโฉโดยบังเอิญ เขานำทหารเข้าโจมตีศัตรู แล้วพยายามหาทางหนี กองทัพวุยแตกกระจายออกแล้วรวมตัวอีกครั้งไล่ตามโจมตีเขาไปจนถึงค่าย

จูล่งเข้าค่ายแล้วเปิดประตูค่าย เก็บธงศึกลงและให้งดตีกลองศึก ทหารวุยสงสัยว่าเขาจะซุ่มทหารไว้โจมตี ดังนั้นพวกเขาจึงหนีไป แล้วจูล่งก็สั่งให้ตีกลองศึกอย่างรุนแรง แล้วสั่งให้ทหารของเขายิงศัตรูด้วยคันธนูที่ยิงระยะไกล เพื่อโจมตีทหารวุยจากด้านหลัง ข้าศึกตื่นตระหนกและหวาดกลัว พวกเขาต่างวิ่งหนีพยายามเอาชีวิตรอดจนเหยียบพวกเดียวกันเอง ทหารวุยจำนวนมากจมน้ำตายในแม่น้ำฮันซุย วันต่อมาเล่าปี่มาที่ค่ายของจูล่ง เมื่อเขาเห็นสนามรบก็พูดว่า จูล่งนั้นช่างกล้าหาญยิ่งนัก

โจโฉและเล่าปี่เผชิญหน้ากันนานกว่าหลายเดือน ทหารของโจโฉหลายคนต่างหนีจากกองทัพ ในฤดูร้อนเดือนที่ห้า โจโฉถอนกำลังทั้งหมดจากฮันต๋งและกลับคืนสู่เตียงอั๋น ดังนั้นเล่าปี่จึงได้ยึดครองฮันต๋ง

โจโฉกลัวว่าเล่าปี่อาจจะขึ้นเหนือไปยึดเผ่า Di ใน Wudu แล้วมารุกรานดินแดนภายในด่าน เขาถาม เตียวเจผู้ตรวจการมณฑลเองจิ๋วเกี่ยวกับเรื่องนี้

เตียวเจแนะนำเขาว่า ให้สนับสนุนผู้คนให้ขึ้นเหนือไปทำการเพาะปลูกและหลบเลี่ยงข้าศึก ให้รางวัลอย่างมากแก่คนที่ไปถึงที่นั่นคนแรก เมื่อคนพวกแรกที่ไปถึงรับรู้ถึงประโยชน์ของการอยู่ที่นั่น คนอื่น ๆ ก็จะตามไปเอง โจโฉอนุมัติตามแผนการนี้ เขาส่งเตียวเจไป Wudu ที่เขาย้ายชาว Di ห้าหมื่นคนมายังดินแดน Youfufeng และเทียนซุย

เหยียมจุ้น He Luan Huang Hua Qu Yan ต่างทำตัวเป็นผู้นำของเมืองพวกเขา ตั้งตัวเองเป็นแม่ทัพและต่อสู้กันเอง เหยียมจุ้น ส่งมารดาและบุตรของเขามาเป็นตัวประกันในเมืองหลวง แล้วขอให้โจโฉช่วยเหลือ โจโฉถามความเห็น เตียวเจ

เตียวเจตอบว่าเหยียมจุ้นและพวก แสร้งทำเป็นเหมือนว่าพวกเขาเคารพในอำนาจรัฐ แต่ในใจแล้วพวกเขาหยิ่งยโสและมีใจคิดคด เมื่อพวกเขาวางแผนการสำเร็จและคิดว่าแข็งแกร่งเพียงพอ พวกเขาต้องคิดทรยศแน่ เวลานี้ท่านเองยังติดพันการรบกับจ๊ก ปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กันเองไป เหมือนดั่ง Bian Zhuangzi ที่ทำลายฝูงเสือ ท่านจงนั่งดูสถานการณ์จนพวกเขาเหนื่อยหมดแรงไปเอง

เยี่ยมมาก โจโฉเห็นด้วย ในปีนั้นเอง He Luan ได้สังหาร เหยียมจุ้น แต่ตัว He Luan เองก็ได้ถูกอองปิด สังหารในเวลาต่อมา

เล่าปี่ส่งเบ้งตัด เจ้าเมือง Yidu ขึ้นเหนือจาก จีกุ๋ย ไปโจมตี ห้องเหลง Kaui Qi เจ้าเมือง ห้องเหลงถูกฆ่าตาย แล้วเล่าปี่ก็ส่งเล่าฮองบุตรบุญธรรมของเขาเดินทางไปตามแม่น้ำ Mian จากฮันต๋งแล้วไปสั่งการกองทัพเบ้งตัดเพื่อแบ่งการโจมตีที่ส้างหยง ซินต่ำเจ้าเมืองส้างหยง ยอมจำนนยกหัวเมืองให้แต่โดยดี

เล่าปี่ตั้งให้ซินต่ำเป็นแม่ทัพผู้ปราบทิศเหนือและให้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองส้างหยง แล้วเขาก็ตั้งซินหงีน้องชายซินต่ำ เป็นแม่ทัพผู้สร้างความไว้ใจและเจ้าเมือง Xicheng

ในฤดูใบไม้ผลิเดือนที่เจ็ด เล่าปี่ตั้งตัวเองเป็นอ๋องแห่งฮันต๋ง เขาตั้งแท่นพิธีบูชาที่ Mianyang เหล่าทหารและประชาชนล้วนอยู่ในขบวนเฝ้ารอดูพิธี เหล่าขุนนางต่าง ๆ ล้วนเข้าร่วมพิธี เล่าปี่จึงอ่านประกาศ แล้วหยิบตราและเชือกพู่ประจำตำแหน่ง และใส่หมวกแห่งความภักดี แล้วเขาก็ส่งคนนำตราและพู่ประจำตำแหน่งแม่ทัพซ้ายและพระยาแห่งหมู่บ้าน Yicheng (ที่เป็นตำแหน่งที่เขาได้รับจากทางการภายใต้โจโฉ) ไปคืนราชสำนัก

เล่าปี่แต่งตั้งเล่าเสี้ยนเป็นทายาทของดินแดนเขา

เล่าปี่ตั้งอุยเอี๋ยนแม่ทัพแห่งกฎเกณฑ์เป็นแม่ทัพผู้รักษาดินแดนห่างไกลให้อยู่ในความสงบ พร้อมตำแหน่งเจ้าเมืองฮันต๋งปกป้องแม่น้ำฮันซุย

เล่าปี่กลับมาและตั้งเมืองหลวงของเขาที่เฉิงตู เขาแต่งตั้งเคาเจ้งเป็นราชครู หวดเจ้งเป็นหัวหน้าขุนนางอาลักษณ์ กวนอูเป็นแม่ทัพหน้า เตียวหุยเป็นแม่ทัพขวา ม้าเฉียวเป็นแม่ทัพซ้าย ฮองตงเป็นแม่ทัพหลัง ขุนนางทั้งหมดของเล่าปี่ล้วนได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

บิสีนายพันทหารหน่วยหน้าของมณฑลเอ๊กจิ๋ว ได้รับหน้าที่ส่งตราและพู่ประจำตำแหน่งให้แก่กวนอู เมื่อกวนอูรู้ว่าฮองตงได้รับตำแหน่งเดียวกับตัวเขา เขาจึงโกรธมากพูดว่า ข้าดีกว่าเจ้าโง่นั่นมากนัก เขาปฏิเสธที่จะรับการแต่งตั้งนี้

บิสีจึงพูดว่าเมื่อคนเราต้องทำงานใหญ่ เขาไม่สามารถมีเพื่อนเพียงคนเดียว ในอดีตเซียวเหอและ Cao Can ต่างเป็นเพื่อนในวัยเด็กของหลิวปัง ในขณะที่ Chen Ping และหานซิ่นต่างมาทีหลังในฐานะผู้อพยพ เมื่อการแต่งตั้งถูกพิจารณา หานซิ่นได้รับตำแหน่งสูงที่สุด แต่ข้าไม่เคยได้ยินว่า เซียวเหอหรือ Cao Can จะโกรธเคืองเรื่องนี้เลย

ถ้าฮันต๋งอ๋องผู้ซึ่งต้องการรักษาเกียรติของราชสำนักฮั่น ได้มอบรางวัลให้แก่บางคนสำหรับความสำเร็จของเขาในแต่ละโอกาส ทำไมท่านต้องคิดว่าเขาให้เกียรติท่านไม่แตกต่างจากคนอื่น ท่านและท่านอ๋องนั้นสนิทชิดเชื้อเหมือนดั่งเป็นร่างกายเดียวกัน ท่านร่วมสุขและทุกข์กับเขา ท่านร่วมชะตากรรมกับเขาไม่ว่าดีหรือร้าย ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะตัดสินความรู้สึกของเขาจากตำแหน่งสูงและต่ำหรือจำนวนศักดินาและของขวัญ

ข้าเป็นคนส่งสารที่ทำตามหน้าที่ ถ้าท่านปฏิเสธการแต่งตั้งนี้ ข้าก็จะกลับไปโดยรู้สึกเสียใจที่ไม่อาจทำหน้าที่ได้ และข้ากลัวว่าท่านอาจจะเสียใจเช่นกัน

กวนอูประทับใจมาก เขารู้ถึงความผิดของเขา เขาโค้งคำนับเพื่อรับการแต่งตั้งนี้ทันที

มีราชโองการแต่งตั้งสนมเปียน ภรรยาของโจโฉเป็นมเหสีแห่งวุย

ซุนกวนนำทัพโจมตีหับป๋า ทหารหลายมณฑลของวุยล้วนแต่รักษาการณ์ตามชายแดนใน Huainan Wen Hui ผู้ตรวจการมณฑลยังจิ๋วพูดกับ Pei Qian ผู้ตรวจการมณฑลกุนจิ๋ว ว่า แม้ว่าข้าศึกจะมาโจมตีเรา แต่เราไม่มีสิ่งใดต้องกังวล แต่อีกทางหนึ่งเมื่อเกิดน้ำหลากจากแม่น้ำท่วมเข้ามา โจหยินซึ่งปล่อยทหารไม่ทำอะไร และไม่มีแผนการล่วงหน้าระยะยาวสำหรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ กวนอูนั้นกล้าหาญและเฉลียวฉลาด ถ้าเขายกทัพมาโจมตี ข้ากลัวว่าแม่ทัพปราบทิศใต้ (โจหยิน)จะพบกับความยากลำบาก

ในตอนนั้นกวนอูได้ตั้งบิฮองเจ้าเมืองลำกุ๋น ให้ป้องกันกังเหลงและแม่ทัพเปาสูหยิน ให้ป้องกันกองอั๋น ในขณะที่เขานำทัพโจมตีโจหยินที่อ้วนเซีย โจหยินรักษาการณ์อยู่ ในขณะที่แม่ทัพซ้ายอิกิ๋มและแม่ทัพผู้สนับสนุนความชอบธรรมบังเต็ก และคนอื่นตั้งค่ายอยู่ทางเหนือของ อ้วนเซีย

ในเดือนที่แปดเกิดฝนตกหนัก ระดับน้ำขึ้นสูงจนพังตลิ่งของแม่น้ำฮันซุย แผ่นดินแถบนั้นถูกน้ำท่วมสูงหลายเมตร กองทัพทั้งเจ็ดของอิกิ๋มและพวกถูกน้ำท่วมเล่นงาน อิกิ๋มและทหารของเขาไต่ขึ้นที่สูงเพื่อหลบน้ำ ทหารของกวนอูล่องเรือใหญ่ไปโจมตีพวกเขา ด้วยความเหนื่อยล้าแสนสาหัส อิกิ๋มและพวกต่างยอมจำนน

บังเต็กอยู่ที่เขื่อนดิน เขาสวมสุดเกราะและถือคันธนู เขายิงธนูเข้าทหารกวนอูอย่างไม่พลาดเป้า ต่อสู้ต้านทานตั้งแต่เช้าจนเลยเที่ยงวัน กวนอูโหมโจมตีอย่างรุนแรง และลูกธนูของบังเต็กก็หมดลง แต่เขายังพยายามสู้ต่อโดยใช้มือเปล่า

แม้ว่าน้ำหลากจะท่วมสูงขึ้น แต่บังเต็กก็ยังสู้โดยปราศจากความกลัว แต่ทหารของเขาทั้งหมดยอมจำนน แล้วบังเต็กก็ลงเรือเล็กเพื่อกลับไปยังค่ายของโจหยิน แต่น้ำก็ยังท่วมสูงขึ้น แล้วเรือของเขาก็พลิกล่มลง ทำให้อาวุธเขาสูญหายหมด เขาเกาะเรือที่พลิกคว่ำท่ามกลางคลื่นที่ขึ้นสูงไปมา แล้วก็ถูกกวนอูจับตัวได้ในที่สุด

บังเต็กเดินมาที่หน้ากวนอูไม่ยอมโค้งคำนับ กวนอูพูดกับเขาว่า ท่านมีลูกพี่ลูกน้องอยู่ที่ฮันต๋ง และข้าเองก็ยินที่จะได้ท่านมาเป็นลูกน้อง เหตุใดท่านจึงไม่ยอมจำนนเร็วกว่านี้

บังเต็กสบถออกว่ามาเจ้าไพร่สถุล เหตุใดจึงพูดถึงเรื่องการยอมจำนน ท่านวุยอ๋องมีกำลังทหารกว่าหนึ่งล้าน และอำนาจของเขาสั่นสะเทือนทั่วแผ่นดิน เล่าปี่ของเจ้านั้นไม่มีสิ่งใดพิเศษเลย เขาจะเทียบกับนายท่านของข้าได้อย่างไร ข้าขอยอมตายดีกว่าที่จะเป็นผู้นำของโจรกบฏ กวนอูจึงฆ่าเขาเสีย

เมื่อโจโฉรู้ข่าวเขาพูดว่าข้ารู้จักอิกิ๋มมาสามสิบปี ข้าไม่เชื่อเลยว่าเมื่ออันตรายมาถึง เขาจะแสดงความต่ำต้อยกว่าบังเต๊ก เขาแต่งตั้งบุตรชายสองคนของบังเต็กเป็นพระยา

กวนอูโจมตีเมืองอ้วนเซียอย่างหนัก ป้อมปราการล้วนแต่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ป้อมซึ่งทำจากดินเริ่มอ่อนตัวและละลายไปกับน้ำ กองทัพจึงวิตกและหวาดกลัว บางคนพูดกับโจหยินว่า สถานการณ์ยากเกินจะรับมือได้แล้ว ในขณะที่กวนอูยังไม่ได้ปิดล้อมเมือง ให้ท่านฉวยโอกาสนี้ ลงเรือเล็กแล้วหนีไปในยามค่ำเถิด

หมันทอง เจ้าเมืองยีหลำ พูดว่า น้ำหลากจากภูเขานั้นมาอย่างรวดเร็ว และเราสามารถหวังได้ว่าระดับน้ำจะลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ข้าได้ยินมาว่า กวนอูได้ส่งทหารหน่วยย่อยไปที่ Jia พื้นที่ด้านใต้ของเมืองฮูโต๋ล้วนแต่ถูกรุกราน เหตุผลที่กวนอูยังไม่เดินทัพต่อไป เพราะว่าเขากลัวว่ากองทัพของเราจะตลบตีเขาจากด้านหลัง ทันทีที่เราหนีไป เราจะเสียทุกสิ่งทางใต้ของแม่น้ำใหญ่ ท่านต้องอยู่ที่นี่

ดีมาก โจหยินเห็นด้วย เขานำม้าขาวมาถ่วงน้ำบูชาแล้วทำสัญญาพร้อมทหารทั้งกองทัพว่าพวกเขาจะร่วมใจกันต่อสู้อย่างมั่นคง มีทหารและม้าในเมืองนั้นหลายพัน แต่ป้อมปราการต่าง ๆ สูงกว่าเมืองเพียงไม่กี่ฟุต กวนอูล่องเรือของเราไปที่กำแพงเมือง สร้างวงล้อมขึ้นหลายชั้น แล้วเมืองก็ถูกตัดขาดจากภายนอก

กวนอูยังส่งทหารอีกกองหนึ่งไปล้อมแม่ทัพ ลิเสียง ที่ซงหยง Hu Xiu ผู้ตรวจการมณฑลเกงจิ๋ว และ Fu Fang เจ้าเมือง Nanxiang ต่างยอมจำนนทั้งคู่

ก่อนหน้านั้น Wei Feng ได้แสดงความสามารถที่ประทับใจคนมาก ทุกคนในเมืองเงียบกุ๋นต่างชื่นชมในสติปัญญาของเขา และจงฮิว เฉิงเซี่ยงแห่งวุยได้แต่งตั้งเขาเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในสังกัดตะวันตก Ren Lan เป็นเพื่อนสนิทของ Wei Feng แต่แตะโป้คนจากเมืองเดียวกันซึ่งเป็นบุตรของแตะถ้าย ได้เตือนเขาหลายครั้งว่า Wei Feng เป็นจอมลวงโลก เขาจะต้องก่อปัญหาแน่ ๆ

ในเดือนที่เก้า Wei Feng รวบรวมสมัครพรรคพวกอย่างลับ ลอบวางแผนกับตันหงี ผู้บัญชาการองค์รักษ์แห่งวังความสุขชั่วนิรันดร์ เพื่อทำการยึดอำนาจในเมืองเงียบกุ๋น ก่อนที่เวลานัดหมายจะมาถึง ตันหงีได้เกิดหวาดกลัวและเปิดเผยแผนให้ทางการรู้ โจผีจึงสังการ Wei Feng คนหลายพันคนถูกสังหารไปด้วยเพราะมีส่วนเกี่ยวข้อง และจงฮิวก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ก่อนหน้านั้นเอียวสิ้วขุนนางอาลักษณ์ของเฉิงเซี่ยง และเตงหงีกับเตงอี้น้องชายเขา ได้วางแผนให้โจสิดเป็นทายาทของโจโฉ

โจผีกังวลใจเรื่องการเป็นทายาทมาก เขาหารถม้ามาแล้วใส่ตระกร้าเปล่าไว้ข้างใน และให้อู๋จื้อ ซ่อนอยู่ภายในคอยให้คำแนะนำเขา เอียวสิ้วบอกโจโฉเรื่องนี้ แต่โจโฉนั้นไม่ทำการตรวจสอบตามข้อกล่าวหาทันที โจผีกลัวมากและถามความเห็นอู๋จื้อ แต่อู๋จื้อตอบว่า ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล

วันต่อมาพวกเขาเอาตระกร้าใส่ผ้าไหม เอียวสิ้วจึงรายงานอีกว่าโจผีแอบซุกซ่อนคนให้คำแนะนำ ตระกร้าถูกตรวจสอบ เมื่อไม่พบว่ามีคนอยู่ข้างใน โจโฉจึงสงสัยเอียวสิ้ว

ต่อมาเมื่อโจสิดห่างเหินจากโจโฉ เพราะความเย่อหยิ่งและพฤติกรรมเอาแต่ใจ เขาไว้ใจในตัวเอียวสิ้วมากขึ้น และเอียวสิ้วก็ไม่กล้าทำให้เขาผิดหวัง เมื่อมีสิ่งใดที่โจโฉสั่งมาแล้วโจสิดไม่เข้าใจ พวกเขาจึงพยายามปรึกษากันให้รู้ว่าโจโฉต้องการอะไร และเตรียมคำตอบสิบอย่างหรือมากกว่า แล้วโจสิดก็บอกกับลูกน้องเขาว่า เมื่อท่านพ่อสั่งการอะไรมา ให้เลือกคำตอบที่เหมาะสมและส่งกลับในทันที เพราะเหตุนี้คำสั่งเพิ่งส่งไปไม่นาน คำตอบก็มาถึงในเวลารวดเร็ว โจโฉประหลาดใจกับความรวดเร็วมาก ทำการตรวจสอบแล้วอุบายของโจสิดก็ถูกเปิดเผย

โจโฉไม่ชอบหน้าเอียวสิ้ว เพราะว่าเขาเป็นหลานของอ้วนสุด และเมื่อเขาพบว่า เอียวสิ้วได้ทำการตรวจสอบคำถามทุกอย่างของเขาและให้คำปรึกษาแก่โจสิด เขาจึงสั่งให้จับกุมเอียวสิ้วและประหารเสีย

โจโฉแต่งตั้งโตสิบให้รักษาการณ์ดินแดนภายในด่าน เขาฮิวผู้บัญชาการกองย่อยในดินแดนนั้น ปฏิเสธที่จะจำนนต่อโจโฉและยังส่งสารมาดูถูกโจโฉอีกด้วย

โจโฉโกรธมากต้องการที่จะโจมตีเขาฮิว ขุนนางของเขาแย้งว่าท่านควรจะเชิญเขามาเข้าร่วมกับท่าน แล้วพวกท่านก็จะได้โจมตีศัตรูที่แข็งแกร่งร่วมกัน โจโฉวางดาบของเขาลงบนเข่า และไม่ยอมพูดจา

โตสิบเข้าพบเพื่อจะคัดค้าน แต่โจโฉได้ชิงพูดขึ้นก่อนว่า ข้าได้วางแผนการไว้แล้ว ท่านไม่ต้องพูดอะไรมาก

โตสิบจึงตอบว่าถ้าแผนของท่านอ๋องเหมาะสมดีแล้ว ข้าก็จะช่วยให้แผนการท่านสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ถ้าแผนการของท่านมีจุดบกพร่อม แม้ว่าสิ่งต่าง ๆ จะถูกเตรียมไว้แล้ว แต่ท่านก็ยังเปลี่ยนได้ แต่ท่านได้ขัดขวางและสั่งไม่ให้ข้าพูด นี่เป็นวิธีที่ดีที่ควรปฏิบัติต่อข้ารับใช้ของท่านแล้วหรือ

เขาฮิวส่งสารมาด่าข้า โจโฉตอบแล้วจะให้ข้าเมินเฉยได้อย่างไร

โตสิบจึงถามว่า แล้วท่านอ๋องมองคนอย่างเขาฮิวว่าเป็นเช่นไร

โจโฉตอบว่าก็แค่คนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง

มีเพียงคนที่มีความสามารถเท่านั้นที่จะยอมรับคนมีความสามารถด้วยกัน โตสิบแนะนำ และมีเพียงนักปราชญ์เท่านั้นที่จะชื่นชมนักปราชญ์ด้วยกัน แล้วคนธรรมดาสามัญจะมาล่วงรู้ความสามารถของท่านได้อย่างไร ในเมื่อฝูงสุนัขป่ายังเพ่นพ่านอยู่ตามถนนแต่ท่านกลับกำจัดสุนัขจิ้งจอกก่อน แล้วผู้คนอาจจะเชื่อว่าท่านต้องการที่จะเลี่ยงศัตรูที่แข็งแกร่งและโจมตีคนที่อ่อนแอกว่า ท่านไม่ได้แสดงความกล้าหาญแต่ประการใดในการลงโทษเขา และถ้าท่านปล่อยเขาให้โดดเดี่ยวก็จะแสดงว่าท่านนั้นไม่ได้เป็นคนใจกว้างเลย ข้าได้ยินว่าธนูที่สามารถฆ่าวัวกว่าสามหมื่นตัวได้กลับเป็นอาวุธที่ไร้ประโยชน์ในการจะฆ่าหนู และตุ้มถ่วงสำหรับชั่งน้ำหนักสิ่งของห้าร้อยตันกลับไม่สามารถชั่งใบหญ้าได้ แล้วคนธรรมดาที่น่าสมเพชอย่าง เขาฮิว นั้นคุ้มค่าแล้วหรือที่นายท่านจะใช้ความเป็นอัจฉริยะสงครามไปจัดการเขา

เยี่ยมมาก โจโฉตอบแล้วเขาก็ปฏิบัติกับเขาฮิวอย่างดีแล้ว เขาฮิวก็ยอมจำนนทันที

ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ โจโฉมาที่ลกเอี๋ยง

ซุนลอง ชาวเมือง Luhun ได้ก่อกบฏฆ่าขุนนางอาลักษณ์ของตำบลและลงใต้เข้าร่วมกับกวนอู กวนอูมอบตราตำแหน่งให้แก่เขารวมทั้งทหาร แล้วให้เขากลับไปเป็นโจรภูเขา ในดินแดนทางใต้มีผู้คนอื่นอีกที่เป็นพันธมิตรกับกวนอูหลังชายแดน

อำนาจของกวนอูนั้นแข็งแกร่งขึ้นจนทำให้แผ่นดินจีนภาคกลางเริ่มหวั่นไหวกับอำนาจของเขา โจโฉเองยังเคยคิดว่าจะย้ายเมืองหลวงออกจากฮูโต๋เพื่อป้องกันการโจมตีของกวนอู

สุมาอี้นายพันของกองทัพเฉิงเซี่ยงและขุนนางผู้น้อยในสังกัดตะวันตกและ เจียวเจ้ได้แนะนำโจโฉว่า อิกิ๋มและพวกนั้นพ่ายแพ้เพราะว่าน้ำท่วม ไม่ใช่การพ่ายแพ้ในการสู้รบ และนี่ก็ไม่ใช่อันตรายร้ายแรงต่อแผนใหญ่ของรัฐเรา เล่าปี่และซุนกวนนั้น แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด แต่พวกเขาก็มีเรื่องบาดหมางส่วนตัว กวนอูนั้นเป็นคนทะเยอทะยาน แต่ซุนกวนย่อมไม่ปล่อยให้กวนอูทำการสำเร็จแน่

ให้ท่านส่งคนไปหาซุนกวน สนับสนุนให้เขาโจมตีกวนอูทางด้านหลัง โดยสัญญาจะมอบศักดินาดินแดนทางตอนใต้ของแยงซีทั้งหมดให้แก่แล้ว แล้วทัพกวนอูที่ล้อมเมือง อ้วนเซีย ก็จะสลายไปเอง โจโฉยอมรับแผนการนี้

ก่อนหน้านั้น โลซกได้แนะนำซุนกวนว่า ตราบใดที่โจโฉยังมีชีวิตอยู่ ให้รักษาสัมพันธ์กับกวนอูไว้ พวกเขาจึงไม่เคยตัดสัมพันธ์กับกวนอู แต่เมื่อลิบองขึ้นแทนตำแหน่งของโลซกและตั้งค่ายอยู่ที่ลกเค้า ลิบองรู้ว่ากวนอูนั้นเป็นแม่ทัพที่มักใหญ่ใฝ่สูงหวังจะครอบครองดินแดนทั้งหมดของเกงจิ๋ว กวนอูได้ครอบครองดินแดนเกงจิ๋วตอนบนทั้งหมดแล้ว จึงเป็นการยากที่จะป้องกันกวนอูได้

ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างลับ ๆ กับซุนกวนว่า สั่งให้แม่ทัพผู้ปราบโจรคนชั่วซุนเกียวไปรักษาเมืองลำกุ๋น ให้พัวเจี้ยงยกทัพไป Bodi และส่งเจียวขิมนำทหารหมื่นคนคอยจู่โจมดินแยงซีตอนบนเพื่อรบกวนข้าศึก แล้วข้าจะนำทัพไปยึดซงหยงให้กับรัฐของเรา หลังจากนั้นเราจะต้องเกรงกลัวอะไรกับโจโฉ แล้วทำไมเราต้องพึ่งกวนอูด้วย

ยิ่งกว่านั้น แม้ว่ากวนอูกับเล่าปี่จะคุยโวโอ้อวดความมีคุณธรรมของตนเอง แต่พวกเขานั้นเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ เราไม่สามารถไว้ใจพวกเขาได้ ที่กวนอูยังไม่หันมาเป็นศัตรูกับเราตอนนี้ก็เพราะว่าความดีและความเฉลียวฉลาดของท่าน และเพราะข้าและแม่ทัพคนอื่น ๆ ยังเฝ้าระวังเขาอยู่ ถ้าท่านไม่ลงมือในขณะที่เรามีโอกาส แล้ววันหนึ่งเมื่อเราอ่อนแอลง ถ้าท่านต้องการรวบรวมกำลังโจมตี ท่านก็ไม่มีทางทำได้แล้ว

ซุนกวนถามขึ้นว่า ข้าตั้งใจที่จะยึดมณฑลชีจิ๋วก่อนแล้วค่อยจัดการกับกวนอู ท่านมีความเห็นอย่างไร

ลิบองตอบว่า ในเวลาโจโฉนั้นอยู่ไกลไปทางเหนือของแม่น้ำเหลือง เขารวบรวมกำลังของมณฑลกุนจิ๋วและกิจิ๋ว และยังไม่มีเวลามาดูแลดินแดนตะวันออก ข้ารู้ข่าวมาว่ากองทัพที่ป้องกันมณฑลชีจิ๋วนั้นน้อยเกินกว่าที่จะต่อกรกับเราได้ ถ้าท่านยกทัพไปที่นั่น ท่านต้องสามารถยึดดินแดนนั้นได้แน่ แต่มณฑลชีจิ๋วนั้นเป็นที่ราบ ม้าศึกชั้นดีสามารถบุกมาได้

ถ้าท่านยึดมณฑลชีจิ๋วในตอนนี้ มั่นใจได้เลยว่าไม่กี่วันโจโฉต้องยกทัพมาสู้กับเราแน่ แม้ว่าท่านจะทิ้งทหารไว้คอยรักษาเจ็ดแปดหมื่นคนก็ยังน่าวิตกอยู่ดี

ทางที่ดีที่สุดคือการจัดการกวนอูและยึดดินแดนแม่น้ำแยงซี ท่านจะสามารถขยายดินแดนได้ดีกว่าการยึดมณฑลชีจิ๋วแน่ และดินแดนแถบแม่น้ำแยงซีนั้นสามารถป้องกันได้ง่ายกว่า ซุนกวนคิดว่าแผนของลิบองนั้นยอดเยี่ยมมาก

ซุนกวนเคยเสนอการแต่งงานระหว่างบุตรชายเขากับลูกสาวของกวนอู แต่กวนอูดูถูกฑูตของเขาและปฏิเสธการแต่งงานนี้ ซุนกวนจึงโกรธมาก

เมื่อกวนอูโจมตีอ้วนเซีย ลิบองได้ส่งสารมาหาซุนกวนว่ากวนอูยกทัพขึ้นเหนือไป แต่เขายังทิ้งทหารรักษาการณ์อย่างแน่นหนาไว้เบื้องหลัง เขาเป็นกังวลว่าข้าจะโจมตีเขาจากด้านหลัง

ข้ามักจะล้มป่วยอยู่เสมอ ข้าจะขออนุญาตนำทหารบางส่วนกลับไปรักษาตัวที่เกี๋ยนเงียบ แล้วเราค่อยปล่อยข่าวไปว่าสุขภาพข้าไม่ดี เมื่อกวนอูรู้ข่าวเขาจะต้องถอนกำลังไปยังซงหยง ถ้าเรานำทัพใหญ่แล่นเรือทั้งกลางวันและกลางคืน และโจมตีในจุดที่เขาคาดไม่ถึง เราต้องยึดเมือง ลำกุ๋น และจับตัวกวนอูได้แน่

แล้วลิบองจึงปล่อยข่าวว่าเขาล้มป่วยหนัก ซุนกวนส่งคำสั่งให้เขากลับมารักษาตัวที่เกี๋ยนเงียบ แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองได้ลอบวางแผนกันอย่างลับ ๆ

ทันทีที่ลิบองมาถึง Wuhu ขุนพลผู้ส่งเสริมความภักดี ลกซุนได้พูดกับเขาว่า ท่านนั้นรักษาชายแดนต่อการคุกคามของกวนอู เหตุใดท่านจึงมายังที่นี่ แล้วนี่จะไม่เป็นเกิดก่อปัญหาในเราในเร็ววันนี้หรอกหรือ

ท่านพูดได้ถูกต้องแล้ว ลิบองตอบแต่ว่าข้านั้นเจ็บป่วยหนักจริง ๆ

กวนอูนั้นโอ้อวดในความกล้าหาญของเขา ลกซุนพูด และเขาก็ยังดูถูกผู้อื่น ความสำเร็จใหญ่ที่เขาพึ่งได้รับ ทำให้เขาภูมิใจในความฉลาดของตนและทำให้ยิ่งทะเยอทะยาน เขานำทัพใหญ่ขึ้นโจมตีทางเหนือ แต่ยังระแวงสงสัยในรัฐเราอยู่บ้าง เมื่อเขารู้ว่าท่านล้มป่วย เขาย่อมต้องเหลือทหารป้องกันเพียงน้อยนิด ถ้าเราโจมตีเขาในตอนนี้ เขาย่อมคาดไม่ถึง แล้วเราก็สามารถจัดการเขา เมื่อท่านลงใต้ไปหานายท่าน ท่านควรจะวางแผนการให้ดี

กวนอูนั้นกล้าหาญและแข็งแกร่ง ลิบองตอบ ดังนั้นเป็นการยากที่จะจัดการเขา เขาได้ยึดครองมณฑลเกงจิ๋วและปกครองมณฑลอย่างดี เวลานี้ความพยายามของเขาเริ่มสัมฤทธิ์ผลแล้ว ขวัญกำลังใจและความแข็งแกร่งก็ทวีมากขึ้น มันไม่ง่ายที่จะจัดการกับเขา

เมื่อลิบองมาถึงเมืองเกี๋ยนเงียบ ซุนกวนถามเขาว่า ใครที่ท่านคิดว่าเหมาะสมควรไปทำหน้าที่แทนท่าน

ลิบองตอบว่า ลกซุนนั้นคิดการณ์ไกลและลึกซึ้ง เขาสามารถรับผิดชอบงานที่ใหญ่โตได้ ข้าเคยเห็นเขาวางแผนการต่าง ๆ เขามีความสามารถที่จะได้รับตำแหน่งใหญ่ได้ และเขายังไม่เป็นที่รู้จักนัก ดังนั้นกวนอูย่อมไม่สงสัยในตัวเขามากนัก เขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ถ้าท่านเลือกใช้เขา บอกเขาอย่าทำการใดให้น่าสงสัย แต่ให้แอบลาดตระเวนอย่างลับ ๆ แล้วเราจะชนะในที่สุด แล้วซุนกวนก็เรียกตัวลกซุนมาและแต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพรองและผู้ควบคุมกองทัพฝ่ายขวา แทนที่ลิบอง

ลกซุนมาถึงยังลกเค้า เขาเขียนจดหมายไปหากวนอู ยกย่องสรรเสริญในความสำเร็จของกวนอู โดยลกซุนถ่อมตัวว่าไร้ความสามารถและทำให้ตัวเขาดูน่าเชื่อถือและซื่อสัตย์ต่อกวนอู กวนอูจึงรู้สึกสบายใจกับการมาของลกซุน และไม่ระแวงสงสัยอีกต่อไป เขานำทหารจำนวนมากขึ้น ๆ ไปยังเมือง อ้วนเซีย ลกซุนติดตามสถานการณ์ในทุกรายละเอียด และเขาเตรียมวางแผนที่จะจัดการกวนอู

เมื่อกวนอูจับตัวอิกิ๋มและแม่ทัพคนอื่นได้ กวนอูได้เชลยศึกหลายหมื่นและม้าศึกจำนวนมาก เสบียงอาหารจึงร่อยหรออย่างรวดเร็ว กวนอูจึงยึดคลังเสบียงของซุนกวนที่ Xiangguan โดยไม่ขออนุญาตจากซุนกวน เมื่อซุนกวนรู้ข่าว เขาจึงนำทหารไปโจมตีกวนอู

ซุนกวนตั้งใจจะแต่งตั้งแม่ทัพปราบคนชั่วซุนเกียวและลิบองเป็นแม่ทัพซ้ายขวาบัญชาการกองทัพ แต่ลิบองพูดว่า ถ้าท่านมั่นใจในตัวแม่ทัพปราบคนชั่ว โปรดให้อำนาจสิทธิ์ขาดในการคุมกองทัพแก่เขา แต่ถ้าท่านคิดว่าข้าเหมาะสมก็ขอให้แต่งตั้งข้า

ครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อจิวยี่และเทียเภาเป็นผู้บัญชาการกองทัพซ้ายขวา พวกเขานำทหารเขาโจมตี กังเหลง จิวยี่นั้นมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด แต่เทียเภานั้นได้ร่วมตัดสินใจเช่นกัน เพราะยศที่สูงกว่า พวกเขามักจะไม่ลงรอยกัน และพวกเขาก็ได้ทำให้การใหญ่ของรัฐเราต้องเสียไปหลายครั้ง นี่เป็นเหมือนการเตือนใจเราได้ดี

ซุนกวนเข้าใจได้ในทันที เขาขอบคุณลิบองแล้วพูดว่า ข้ามอบอำนาจสิทธิ์ขาดให้แก่ท่าน และข้าจะให้ซุนเกียวนั้นคอยสนับสนุนท่านอยู่ด้านหลัง

เมื่อโจโฉกลับมาจากฮันต๋ง เขาได้ส่งแม่ทัพปราบอาชญากรซิหลงไปตั้งค่ายอยู่ที่เมือง Wan เพื่อสนับสนุนโจหยิน เมื่ออิกิ๋มและคนอื่นพ่ายแพ้ ซิหลงได้นำทัพมุ่งหน้ามาที่ Yangling Slope

กวนอูส่งทหารไปตั้งค่ายอยู่ที่ Yancheng แต่ทันทีที่ซิหลงมาถึง เขาได้สร้างเนินดินและขุดคูค่ายเพื่อแสดงว่าเขาวางแผนที่จะตลบหลังทัพกวนอู ทหารกวนอูจึงเผาค่ายของเขาและหลบหนีไป แล้วซิหลงก็ได้ยึด Yancheng และตั้งค่ายเป็นหน้ากระดานพร้อมเคลื่อนทัพไปอย่างช้า ๆ

โจโฉส่ง เอียวงัน ไปช่วยซิหลงโดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากองทัพของโจหยิน แม้ว่าทัพอื่น ๆ ของวุยจะยังไม่มาถึงและทหารของซิหลงก็จำนวนน้อยเกินกว่าที่จะทำลายวงล้อมของทัพกวนอู แต่ลูกน้องของเขาต่างแนะนำให้เขาเร่งไปช่วยโจหยิน

เอียวงัน พูดกับพวกเขาว่า ข้าศึกนั้นได้ยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญและน้ำท่วมก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่มีทหารมากนัก ในขณะที่โจหยินเองก็ถูกตัดขาดและไม่สามารถร่วมกับทัพเราได้ การโจมตีในตอนนี้เป็นเรื่องลำบากทั้งทัพเราและทัพโจหยิน

ก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้ แผนที่ดีที่สุดคือการนำทัพเคลื่อนไปใกล้เพื่อกดดันวงล้อม และส่งสายลับลอบเข้าไปหาโจหยินเพื่อที่เขาจะวางใจได้ว่ากำลังช่วยเหลือมาถึงแล้วให้เขามีกำลังใจกระตุ้นทหารของเขา ข้าคำนวณแล้วว่าอีกไม่เกินสิบวัน ทัพใหญ่ที่จะมาช่วยเหลือจากทางเหนือจะมาถึง และโจหยินสามารถยืนหยัดสู้ถึงตอนนั้นได้แน่ แล้วเราค่อยโจมตีพร้อมกัน ข้าศึกจะต้องพ่ายแพ้แน่นอน ถ้ามีใครต้องถูกลงโทษเพราะช่วยเหลือช้าเกินไป ข้าขอรับโทษนั้นไว้เพียงคนเดียว

เหล่านายทหารจึงรู้สึกยินดี และซิหลงก็ได้ตั้งค่ายของเขาห่างจากการปิดล้อมของกวนอูสามสิบฟุต เขาสั่งให้ขุดอุโมงเข้าเมืองและยิงธนูส่งจดหมายเข้าไป ดังนั้นซิหลงและโจหยินจึงมีการติดต่อกันหลายครั้ง

ซุนกวนเขียนจดหมายถึงโจโฉ ขออนุญาตให้เขานำทัพเข้าโจมตีกวนอู แต่ขอร้องให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับเพื่อกวนอูจะได้ไม่มีโอกาสเตรียมตัวป้องกันการโจมตีจากเขา

โจโฉปรึกษาเรื่องนี้กับเสนาบดีของเขา และทุกคนเห็นด้วยว่าเขาควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ตังเจี๋ยวพูดว่า เรื่องการศึกเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และเราต้องเลือกแผนที่ดีสุดตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ให้ท่านตกลงสัญญากับซุนกวนว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ให้ทำเป็นแผนการรั่วไหล เมื่อกวนอูรู้ข่าวว่าซุนกวนยกทัพมา เขาจะต้องกลับไปป้องกันตัวเอง แล้วการปิดล้อมก็จะทลายลงอย่างรวดเร็ว แล้วเราก็จะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ชักใยศัตรูสองคนให้โจมตีกันเอง ปล่อยให้เรานั่งดูและรอคอยจนกว่าพวกเขาจะอ่อนแรง

ถ้าเราเก็บแผนการซุนกวนเป็นความลับ ซุนกวนก็จะได้สิ่งที่เขาต้องการ นี่ไม่ใช่แผนที่ดีเลย

ยิ่งกว่านั้น ทหารในวงล้อมนั้นยังไม่รู้ว่าทัพช่วยเหลือกำลังเดินทางไป และข้าคาดการณ์ว่าเสบียงอาหารของพวกเขาย่อมเหลือน้อยและพวกเขาย่อมเป็นกังวล จะเป็นหายนะสำหรับเราถ้าพวกเขาตัดสินใจยอมจำนน

แผนดีที่สุดคือการปล่อยข่าวให้รั่วไหลออกไป กวนอูนั้นเป็นคนหัวดื้อ เขาย่อมคิดว่าตัวเองสามารถรับมือศึกจากสองทางในเวลาเดียวกันได้ เขาจะไม่ถอยทัพอย่างรวดเร็วแน่

เยี่ยมมาก โจโฉพูดขึ้น แล้วเขาจึงสั่งให้ซิหลงนำจดหมายของกวนอูไปให้ทัพของโจหยินและค่ายของกวนอู เมื่อทหารในวงล้อมรู้ข่าว พวกเขาจึงมีกำลังใจเพิ่มขึ้นเป็นร้อย ๆ เท่าทีเดียว ในขณะที่กวนอูนั้นสงสัยว่านี่จะเป็นแผนลวงของโจโฉ ดังนั้นเขาจึงไม่ถอยทัพ

โจโฉวางแผนที่จะนำทัพลงใต้จากลกเอี๋ยงเพื่อช่วยโจหยิน ขุนนางของเขาทั้งหมดแนะนำว่า ขอให้ท่านวุยอ๋องไปช่วยเหลือโดยเร็ว มิฉะนั้นพวกเขาต้องพ่ายแพ้แน่ มีเพียงขุนนางท้องพระโรง หองไก่ ที่ถามว่า ท่านอ๋องเชื่อว่าโจหยินและแม่ทัพคนอื่นสามารถรับมือสถานการณ์นี้ได้หรือไม่

โจโฉตอบว่า พวกเขาสามารถรับมือได้

แล้วท่านอ๋องกลัวว่าแม่ทัพทั้งสอง (โจหยินและซิหลง) จะไม่ใช้ความสามารถของพวกเขาอย่างเต็มที่อย่างนั้นหรือ

โจโฉตอบอีกว่า ข้าไม่คิดเช่นนั้น

หองไก่จึงถามว่าถ้าเช่นนั้น เหตุใดท่านอ๋องจึงต้องยกทัพไปช่วยเหลือด้วยตนเอง

ข้ากลัวว่าข้าศึกจะมีจำนวนมากเกินไปโจโฉพูด และกองทัพซิหลงจะอยู่ในอันตราย

หองไก่จึงพูดต่อว่าเวลานี้โจหยินและพวกตกอยู่ในการปิดล้อมอย่างแน่นหนา แต่พวกเขาก็ยังมีชีวิตรอดและไม่ยอมทรยศ นี่ก็เพราะว่าท่านอ๋องได้แสดงความแข็งแกร่งจากที่นี่โดยเชื่อใจไม่ไปช่วยเหลือ พวกเขายืนหยัดสู้ด้วยโอกาสเพียงหนึ่งในพัน และมีขวัญกำลังใจยอมสู้ตาย

ถ้าทหารที่โดนปิดล้อมยอมที่จะสู้จนตาย และภายนอกก็มีทัพใหญ่มาช่วยเหลือ แล้วท่านอ๋องก็ยังอยู่ณที่เมืองหลวงเพื่อแสดงให้รู้ว่าท่านยังมีกองทัพเหลืออยู่เป็นจำนวนมากที่พร้อมจะส่งไปช่วย ทำไมท่านต้องไปด้วยตัวเอง และแสดงให้คนอื่นรู้ว่าท่านกลัวว่ามีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ด้วย

โจโฉพิจารณาว่าข้อเสนอนี้ยอดเยี่ยม ดังนั้นเขาจึงหยุดทัพของเขาไว้ที่ Mo Slope และส่ง Yin Shu และ Zhu Gai พร้อมทหารสิบหน่วยไปช่วยเหลือซิหลง

กวนอูตั้งศูนย์บัญชาการของเขาที่จุดสำคัญในการปิดล้อม และค่ายอื่น ๆ บนเนินเขาสี่แห่ง ซิหลงปล่อยข่าวลือว่า เขาพยายามที่จะโจมตีค่ายหลักของกวนอู แต่กลับไปโจมตีค่ายบนเนินเขาสี่แห่ง เมื่อกวนอูเห็นค่ายพวกนั้นอยู่ในอันตราย เขาจึงนำทหารห้าพันคนไปช่วยเหลือ ซิหลงโจมตีพวกเขาจนกวนอูต้องหลบหนีไป

คูค่ายของค่ายหลักกวนอูนั้นมีขวากกั้นถึงสิบชั้น แต่ซิหลงได้ตามไล่โจมตีกวนอูไปจนถึงแนวป้องกันของเขา และโจมตีทัพกวนอูพ่ายแพ้ไป Fu Fang และ Hu Xiu ตายในการรบทั้งคู่

แล้วกวนอูก็ฝ่าวงล้อมหลบหนีไป แต่ทหารของเขาก็ยังอยู่ที่แม่น้ำ Mian และซงหยง ซึ่งถูกตัดขาดจากภายนอก

เมื่อลิบองมาถึง Xunyang เขาซ่อนทหารของเขาในท้องเรือและให้คนอื่นแต่งกายคล้ายกับพ่อค้า ล่องเรือทั้งกลางวันและกลางคืน พวกเขายึดหอสังเกตการณ์ของกวนอูที่คอยรักษาการตามแม่น้ำ ทีละหอ ๆ ดังนั้นกวนอูจึงไม่รู้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้

บิฮองและเปาสูหยินนั้นไม่พอใจในการปฏิบัติที่กวนอูทำต่อพวกเขา เมื่อกวนอูยกทัพไป เขาทิ้งให้สองคนนี้คอยคุมการขนส่งเสบียง แต่การขนส่งเสบียงก็ล่าช้ากว่ากำหนด กวนอูจึงพูดว่า เมื่อข้ากลับไป ข้าจะไปลงโทษพวกเขา บิฮองและเปาสูหยินจึงหวาดกลัวมาก

ลิบองสั่งให้ยีหวนอดีตผู้บัญชาการทหารม้าเขียนจดหมายไปหา เปาสูหยินที่กองอั๋น อธิบายสถานการณ์ เปาสูหยินยอมจำนนทันที ยีหวนพูดกับลิบองว่า การศึกครั้งนี้ต้องอาศัยการลงมืออย่างรอบคอบ เราควรจะทิ้งทหารไว้รักษาเมืองและนำตัวเปาสูหยินไปกับเราดังนั้น พวกเขาจึงนำตัวเปาสูหยินไปเมืองลำกุ๋นด้วย

บิฮองรักษาเมืองกังเหลงเมืองหลวงของลำกุ๋น แต่เมื่อลิบองนำตัวเปาสูหยินให้เขาเห็น บิฮองก็เปิดประตูยอมแพ้ทันที

ดังนั้นลิบองจึงยกทัพเข้าเมืองกังเหลง ปล่อยตัวอิกิ๋มและจับตัวคนในครอบครัวและผู้อาศัยของกวนอูและลูกน้องของเขา ลิบองปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดี และสั่งการทหารห้ามปล้นสะดมและทำร้ายชาวเมืองอย่างเด็ดขาด

ทหารคนหนึ่งของลิบองซึ่งเป็นคนจากเมืองเดียวกับเขา ได้ยึดเอาหมวกฟางกันฝนมาป้องกันชุดเกราะของกองทัพ แม้ว่าชุดเกราะนั้นจะเป็นสมบัติของกองทัพ ลิบองก็ยังตัดสินว่าทหารคนนั้นไม่เชื่อฟังคำสั่ง เขาไม่ยอมยกโทษให้แม้ว่าทหารคนนั้นจะเป็นคนเมืองเดียวกับเขา ลิบองร่ำไห้และสังหารเขา ในกองทัพจึงเกิดความกลัวและหวั่นวิตก ไม่มีทหารคนใดกล้าหยิบแม้แต่สิ่งของที่ตกอยู่ตามท้องถนน

ลิบองส่งคนไปถามสิ่งของต่าง ๆ ที่ชาวเมืองขาดแคลนจากผู้เฒ่าของเมือง เขามอบยาให้กับคนเจ็บป่วย เสื้อผ้าและอาหารให้กับคนที่หิวโหยและหนาวเหน็บ ทรัพย์สมบัติของครอบครัวกวนอูนั้นถูกปิดตายไว้รอการมาถึงของซุนกวน

ทันทีที่กวนอูรู้ข่าวว่าเมือง ลำกุ๋น เสียให้กับลิบอง เขาเร่งนำทัพกลับลงใต้ โจหยินรวบรวมลูกน้องของเขาเพื่อประชุม และทุกคนพูดว่า กวนอูนั้นหวาดหวั่นและเสียขวัญ เราสามารถไล่ตามโจมตีและจัดการเขาได้

แต่เอียวงันแย้งว่า ซุนกวนนั้นฉวยโอกาสที่ทหารที่ป้องกันเมืองของกวนอูเบาบาง ใช้โอกาสนั้นโจมตีกวนอูทางด้านหลังโดยที่กวนอูยังไม่ทันตั้งตัว

เมื่อเขาเห็นว่ากวนอูยกทัพกลับมาช่วยเหลือเมือง เขาย่อมต้องกลัวว่าเราจะฉวยโอกาสนี้โจมตีทั้งเขาและกวนอู เขาจะต้องปฏิบัติต่อเราอย่างดีและร้องขอการสนับสนุนจากเรา แล้วเขาก็จะปล่อยให้เราโจมตีกวนอูแทน โดยที่ตัวเขานั่งดูสถานการณ์

เวลานี้กวนอูถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวและกำลังหลบหนีไป เราควรจะใช้เขาให้กดดันซุนกวน ถ้าเรากดดันกวนอูมากไป ซุนกวนจะเปลี่ยนแผนหันมาเล่นงานเราทันที ท่านอ๋องนั้นต้องกังวลถึงจุดนี้แน่ ดังนั้นโจหยินจึงยกเลิกคำสั่งไล่ตามกวนอู

เมื่อโจโฉรู้ข่าวว่ากวนอูหลบหนีไป เขากลัวว่าลูกน้องของเขาจะไล่โจมตีกวนอู เขาจึงส่งคำสั่งด่วนไปหาโจหยิน ซึ่งก็เป็นอย่างที่เอียวงันคาดการไว้

กวนอูส่งคนนำสารหลายครั้งไปหาลิบองเพื่อสอบถามสถานการณ์ และลิบองได้รับรองคนเหล่านั้นอย่างนี้ ลิบองนำพวกเขาไปรอบเมืองและชาวเมืองต่างก็ฝากจดหมายคนนำสารให้ช่วยนำไปยังญาติพวกเขาที่อยู่ในทัพของกวนอู บางคนเขียนด้วยลายมือตัวเองเพื่อแสดงความน่าเชื่อถือ เมื่อคนของกวนอูกลับมา พวกเขาบอกเพื่อนของเขาถึงสิ่งที่เขาได้เห็น ดังนั้นทุกคนจึงรู้ว่าครอบครัวของเขานั้นไม่ตกอยู่ในอันตรายและพวกเขาได้รับการปฏิบัติดียิ่งกว่าในเวลาสงบสุขเสียอีก ทหารของกวนอูจึงไม่มีใจอยากที่จะต่อสู้

ในเวลานั้นซุนกวนมาถึงกังเหลง และขุนนางและนายทหารของมณฑลเกงจิ๋วต่างมาต้อนรับเขา มีเพียงพัวโยยแห่งบุเหลงที่ล้มป่วยและปฏิเสธที่จะเข้าร่วม

ซุนกวนจึงส่งคนนำเปลหามไปที่บ้านเขาเพื่อนำตัวเขามา แต่พัวโยยนอนคว่ำหน้าลงบนเตียง ปฏิเสธที่จะลุกขึ้น ด้วยน้ำตาหลั่งไหลอย่างมากมาย เขาคร่ำครวญอย่างหนักและไม่สามารถคุมสติตัวเองได้ ซุนกวนจึงไปเยี่ยมเขาด้วยตัวเอง ปฏิบัติต่อเขาอย่างดีและจริงใจ และสั่งให้คนไปเช็ดหน้าของเขาด้วยผ้าเช็ดหน้า แล้วพัวโยยก็ลุกนั่งขึ้น โค้งคำนับลงกับพื้น และร้องขออภัยโทษ เขาได้รับแต่งตั้งเป็นขุนนางประจำที่บัญชาการตามเดิม และคำแนะนำของเขาถูกนำไปใช้ในกิจการทหารทั้งหมดของมณฑลเกงจิ๋ว

Fan Zhou ขุนนางในบุเหลง เป็นมิตรกับชนเผ่าต่าง ๆ เขาวางแผนที่จะยึดเมืองให้กับฮันต๋งอ๋องเล่าปี่ จึงมีคนแนะนำซุนกวนให้แต่งตั้งแม่ทัพนำทหารหมื่นคนไปจัดการเขา ซุนกวนไม่ชอบใจแผนการนี้ เขาเรียกตัวพัวโยยมาถามว่าควรจัดการยังไง

พัวโยยตอบว่าส่งทหารไปห้าพันนาย นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการ Fan Zhou

ท่านจะปฏิบัติต่อเขาอย่างนิ่มนวลได้หรือไม่ ซุนกวนถาม

Fan Zhou นั้นมาจากตระกูลเก่าแก่ของลำหยง พัวโยยอธิบาย เขาพูดจาใหญ่โตแต่กลับไม่มีหัวคิดวางแผนอันใด เหตุผลที่ข้ารู้เพราะว่าครั้งหนึ่ง เขาเคยจัดงานเลี้ยงสำหรับแขกบางคนในมณฑล เมื่อถึงเที่ยงวันก็ยังไม่มีอาหารมารับรองแขก และแขกมากกว่าสิบสองคนต่างขอตัวลาจากไป เหมือนดั่งการแสดงของคนแคระบนเวที ทันทีที่ท่านเห็นส่วนหนึ่งของการแสดงเขา ท่านก็รู้ถึงตอนจบทันที

ซุนกวนหัวเราะดังชอบใจ เขาส่งพัวโยยนำทหารห้าพันนาย แล้วพวกเขาก็สังหาร Fan Zhou และยึดบุเหลง

ซุนกวนแต่งตั้งลิบองเป็นเจ้าเมืองลำกุ๋น แต่งตั้งให้เขาเป็นพระยาแห่ง Chanling และตบรางวัลเขาด้วยเงินล้านแท่งและทองคำห้าร้อยชั่ง

ลกซุนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง Yidu

ในเดือนที่สิบเอ็ด Fan You เจ้าเมือง Yidu ที่เล่าปี่แต่งตั้ง ได้หลบหนีออกจากเมือง ขุนนางของเมืองและผู้นำเผ่าต่าง ๆ ได้ยอมแพ้ต่อลกซุน

ลกซุนร้องขอตราตำแหน่งทองคำ เงินและทองแดง เพื่อมอบตำแหน่งชั่วคราวให้กับคนที่มาหาเขา แล้วลกซุนก็โจมตี Zhan Yan และขุนนางคนอื่นของจ๊ก รวมทั้งก๊กของ จีกุ๋ย ทั้งหมดพ่ายแพ้และยอมจำนน ตั้งแต่เริ่มจนจบ มีคนถูกฆ่า ถูกจับเป็นเชลยศึกและยอมจำนนหลายหมื่นคน

ซุนกวนแต่งตั้งลกซุนเป็นผู้บัญชาการกองทัพฝ่ายขวาและแม่ทัพผู้รักษาความสงบตะวันตก และแต่งตั้งศักดินา พระยาแห่ง Lou ลกซุนตั้งค่ายที่อิเหลงเพื่อป้องกันปากแม่น้ำ Gorges

กวนอูรู้แล้วว่าเขาถูกตัดขาด เขาจึงมุ่งหน้าไปตะวันตกรักษาเมือง เป๊กเสีย ซุนกวนส่งฑูตไปหาเขาให้ยอมจำนน กวนอูแสร้งทำเป็นว่าเขายอมตกลง แต่เขากลับตั้งธงศึกบนกำแพงเมืองให้ดูเหมือนมีทหารมากมายแล้วหลบหนีไป ทหารของเขาต่างกระจัดกระจายกันไปจนเขามีทหารม้าติดตามไม่ถึงสิบสองคน

ซุนกวนส่งจูเหียนและพัวเจี้ยงให้ไล่ติดตามถนนทุกสาย ในเดือนที่สิบสอง ม้าตง นายทหารของพัวเจี้ยงได้จับตัวกวนอูและกวนเป๋งบุตรชายเขาได้ที่เขาเจาสัน และสังหารพวกเขา ดังนั้นซุนกวนจึงยึดมณฑลเกงจิ๋วได้

ก่อนหน้านั้น แม่ทัพรองจวนจ๋องแห่งเมืองง่อได้ส่งสารพร้อมแผนการที่จะปราบกวนอู ซุนกวนกลัวว่าแผนการจะรั่วไหล จึงนิ่งเฉยเสียไม่ตอบสารของเขา

ต่อมาเมื่อกวนอูถูกจัดการ ซุนการจึงจัดงานเลี้ยงขึ้นที่กองอั๋น เขาหันไปพูดกับจวนจ๋องว่า ท่านก็ได้วางแผนนี้เช่นกัน และแม้ว่าข้าจะไม่ได้ตอบท่าน แต่ความสำเร็จในวันนี้ท่านก็มีส่วนด้วย เขาแต่งตั้งจวนจ๋องเป็นพระยาแห่งหมู่บ้าน Yanghua

ซุนกวนยังแต่งตั้งเล่าเจี้ยงเป็นผู้ครองมณฑลเอ๊กจิ๋ว พร้อมด้วยศักดินาชั่วคราวที่จีกุ๋ย แต่หลังจากนั้นไม่นานเล่าเจี้ยงก็เสียชีวิตลง

ก่อนหน้าที่ลิบองจะได้รับแต่งตั้งเป็นพระยา อาการเจ็บป่วยของเขาได้รุนแรงขึ้น ซุนกวนได้นำตัวเขามาพักอยู่ใกล้กับที่พักของเขาและพยายามหาทางรักษาตัวเขาทุกวิธี เมื่อหมอได้ทำการรักษาโดยการฝังเข็ม ซุนกวนก็เศร้าเสียใจกับเขา

ซุนกวนต้องการไปเยี่ยมลิบองบ่อย ๆ แต่เขากลัวว่าจะเป็นการรบกวนการรักษา ดังนั้นซุนกวนจึงแอบมองลิบองผ่านรูในกำแพง ถ้าเขาเห็นลิบองสามารถกินอะไรได้ เขาก็จะยิ้มให้กับคนรอบตัว หัวเราะและชวนคนอื่นคุยด้วย เมื่อลิบองไม่ยอมกินอาหาร ซุนกวนก็จะถอนใจกังวลจนไม่สามารถนอนได้ในตอนกลางคืน

แล้วลิบองก็อาการดีขึ้น จึงมีการนิรโทษกรรมให้กับนักโทษเพื่อฉลองอาการดีขึ้นของลิบอง เสนาบดีทั้งหมดของซุนกวนต่างร่วมแสดงความยินดี แต่ในที่สุดลิบองก็ตายด้วยวัยสี่สิบสองปี ซุนกวนเศร้าโศกเสียใจและเจ็บปวดมาก เขาสั่งให้มีคนสามร้อยครัวเรือนคอยรักษาหลุมศพของลิบอง

ในปีถัดมา ซุนกวนพูดกับลกซุนถึงจิวยี่ โลซกและลิบองว่า

กงจิ้น (จิวยี่) นั้นกล้าหาญและแข็งแกร่ง กำลังใจและความสามารถของเขานั้นเหนือกว่าคนทั้งหมด ดังนั้นเขาจึงสามารถจัดการโจโฉและขยายดินแดนมายังมณฑลเกงจิ๋วได้ เขานั้นเหนือกว่าทุกคน

ซือจิ้ง (โลซก) นั้นจิวยี่เป็นคนแนะนำให้กับข้าเอง ข้าสนทนากับเขาในงานเลี้ยง เขาพูดถึงแผนการยิ่งใหญ่สำหรับการปกครองราชอาณาจักร นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพอใจ

ต่อมา โจโฉได้ยึดอำนาจของเล่าจ๋องและคุยโวว่าเขาได้นำทหารหลายแสนคนล่องเรือและเดินทัพมาตามแม่น้ำ เมื่อข้าถามเหล่าแม่ทัพของข้า ไม่มีใครที่ให้คำแนะนำได้เลย ในขณะที่เตียวเจียวและ Qin Song ต่างแนะนำให้ข้ายอมส่งบรรณาการยอมรับโจโฉเป็นนาย

โลซกนั้นแย้งคำแนะนำของพวกเขา บอกว่าเราไม่ควรทำเช่นนั้น และแนะนำให้ข้าเรียกตัวจิวยี่มาควบคุมกองทัพเพื่อเผชิญหน้าและต่อสู้กับผู้รุกราน นี่คือหนที่สองที่เขาทำให้ข้าพอใจ

ต่อมาเขาได้แนะนำให้เขายกดินแดนให้กับเล่าปี่ แต่นี่เป็นเพียงจุดอ่อนเดียวของเขา ไม่เพียงพอที่จะหักล้างความดีสองข้อของเขา

โจวกงไม่พิจารณาคนให้รอบคอบ ดังนั้นข้าจึงไม่สนใจข้อบกพร่องของเขาและจดจำเพียงจุดดีของเขา ข้ามักจะเปรียบเทียบเขาเป็น เตงยู้(เพื่อนสนิทและที่ปรึกษาของหลิวซิ่วหรือฮ่องเต้กวงอู่ตี้ตั้งแต่เด็ก ต่อมาเป็นอัครเสนาบดีของเขา มีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง วางแผนการรบ แต่ด้อยความสามารถในเรื่องการนำทัพ เขานำทัพพ่ายแพ้ต่อกองกำลังคิ้วแดงหลายครั้ง)

เมื่อ ซื่อหมิง(ลิบอง) ยังหนุ่มอยู่ ข้าเคยพูดว่าเขาไม่ใช่คนที่จะลังเลอะไร ไม่ว่างานนั้นจะยากหรือง่าย เขานั้นกล้าหาญและสง่างาม และเมื่อเขามีอายุมากขึ้น เขากลายเป็นบัณฑิตที่เก่งกาจ เขามีความรู้เชี่ยวชาญในกลยุทธและแผนการ ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงยกให้เขาเทียบเท่ากับจิวยี่ มีเพียงการโต้เถียง สนทนาเท่านั้นที่เขาด้อยกว่า และเป็นลิบองนี่เองที่วางแผนทำลายกวนอู ด้วยเหตุนี้เขาจึงเหนือกว่าโลซก

เมื่อข้าเขียนไปหาโลซก เขามักจะตอบว่า เมื่อฮ่องเต้ได้รับอำนาจ บางคนต้องเป็นผู้ปูทางให้กับเขา กวนอูนั้นไม่มีความหมายอันใด นี่เพราะว่าโลซกรู้ตัวดีว่า เขาไม่สามารถจัดการกับกวนอูได้ เขาจึงพูดจาโอ้อวดทำท่าวางโต แต่ข้าก็ยกโทษให้เขาและไม่โทษเขาในเรื่องนี้

ยิ่งกว่านั้น ในการจัดการกองทัพในค่าย โลซกไม่เคยพลาดที่จะทำให้คนของเขาเชื่อฟัง และอะไรที่เขาสั่งห้ามก็จะไม่มีคนฝ่าฝืน ในดินแดนที่เขาปกครองไม่เคยมีใครละทิ้งหน้าที่ และสิ่งของที่ตกหล่นตามท้องถนนก็ไม่มีใครกล้าหยิบฉวย เขาจัดเป็นผู้นำที่ดีอย่างแท้จริง

ซุนกวนขี่ม้าไปกับอิกิ๋ม ยีหวนตวาดใส่อิกิ๋มว่า เจ้าเป็นนักโทษที่ยอมจำนน เจ้ากล้าดียังไงถึงปล่อยให้หัวม้าของเจ้าอยู่ในระดับเดียวกับนายท่านของเรา แล้วเขาก็ยกแส้ของเขามาหวดอิกิ๋ม แต่ซุนกวนตะโกนห้ามเขาไว้

ทันทีที่ซุนกวนกลับมาแสดงความภักดี โจโฉก็เรียกตัวเตียวเลี้ยวและคนอื่นกลับจากหับป๋ามาช่วยเหลือ อ้วนเซีย แต่ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง การปิดล้อมก็ถูกทำลาย

ซิหลงนำทัพของเขากลับไปที่ Mo Slope และโจโฉได้เดินทางออกมาล่วงหน้าเจ็ดลี้เพื่อต้อนรับเขา โจโฉจัดงานเลี้ยงใหญ่ ในระหว่างงานเลี้ยง โจโฉได้ยกจอกเหล้าหันไปแสดงความยินดีกับซิหลงพูดว่า นี่เป็นเพราะความสำเร็จของท่าน เราจึงสามารถป้องกันเมืองอ้วนเซียและซงหยงได้ โจโฉยังมอบรางวัลใหญ่ให้กับหองไก่และแต่งตั้งเขาเป็นขุนนางอาลักษณ์

โจโฉสงสัยว่าในตัวผู้คนที่ยังอยู่ในมณฑลเกงจิ๋วที่อยู่ในการปกครองของเขา และเหล่ากองทหารตามแม่น้ำฮันซุย เขาจึงวางแผนที่จะอพยพชาวเมือง

สุมาอี้แย้งว่า ชาวเมืองเกงจิ๋วและChuนั้นโลเลและเปลี่ยนไปมาได้ง่าย เวลานี้กวนอูพ่ายแพ้ไป คนที่ก่อปัญหาก็ต่างหลบซ่อนตัว พยายามไม่แสดงตน ดังนั้นจึงมีเพียงคนที่ยังภักดีต่อท่านเท่านั้นที่ยังอยู่ และจะเป็นคนที่ท่านจะอพยพไป พวกเขาก็จะต้องไม่พอใจ ในขณะที่คนที่จากไปแล้วก็ไม่เต็มใจที่จะกลับมาแน่

ถูกต้อง โจโฉเห็นด้วยกับเขา

ไม่นาน คนที่หลบหนีไปก็กลับมาจากการหลบซ่อน

โจโฉได้แต่งตั้งซุนกวนเป็นแม่ทัพทหารม้าเร็วและถือคฑาอำนาจที่เป็นเครื่องหมายผู้ปกครองมณฑลเกงจิ๋ว และแต่งตั้งเป็นพระยาแห่งลำเจี๋ยง

ซุนกวนส่งขุนพล Liang Yu มาส่งบรรณาการ และส่งตัว จูกวงและคนอื่นกลับ เขายังส่งสารเรียกตัวเองเป็นลูกน้องของโจโฉและแนะนำให้ทำตามลิขิตสวรรค์

โจโฉแสดงจดหมายให้ขุนนางต่าง ๆ ได้รับรู้แล้วพูดว่า เจ้าเด็กนี่คิดจะให้ข้านั่งบนกองไฟ

ตันกุ๋นและขุนนางคนอื่นต่างพูดว่า โชคชะตาของฮั่นไปหมดไปแล้ว ราชวงศ์นั้นไม่มีความหมายมานานแล้ว ความสำเร็จและความดีของท่านอ๋องนั้น ช่างสง่างามยิ่งนัก ทุกคนต่างจับตามองท่าน แม้แต่ซุนกวนเอง ก็ยังเปรียบตัวเองเป็นลูกน้องของท่าน นี่คือการทำตามมติสวรรค์และประชาชน คนทุกผู้ล้วนแต่เห็นชอบด้วย ท่านอ๋องควรรับตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ เหตุใดท่านอ๋องถึงยังลังเล

โจโฉพูดว่า ถ้าโองการสวรรค์เห็นชอบกับข้า ก็ให้ข้าเป็นเหมือนกับโจวเหวินอ๋อง




 

Create Date : 05 เมษายน 2549    
Last Update : 1 มิถุนายน 2549 21:55:16 น.
Counter : 220 Pageviews.  

ปี 218 AD

ปี Jian’an ที่ 23 218 AD
(13 กุมภาพันธ์ 218- 2 กุมภาพันธ์ 219)

ในฤดูใบไม้ผลิเดือนแรก เกียดเมาและพวกได้นำคนติดตามกว่าหนึ่งพันคนเข้าโจมตีอองปิดในตอนกลางคืน พวกเขาเผาประตูบ้านของเขาและยิงธนูโดนไหล่ของอองปิด แม่ทัพของอองปิด ได้ช่วยเขาหนีออกไปทางตอนใต้ของเมือง และเมื่อตอนรุ่งสาง กลุ่มของเกียดเมาเกิดความวุ่นวาย อองปิด จึงโจมตีพวกเขาและด้วยความช่วยเหลือของ Yan Kuang อองปิด โจมตีพวกเขาพ่ายแพ้และตัดหัวพวกเขา

ในเดือนที่สามมีดาวหางปรากฏขึ้นทางตะวันออก

โจหองนำกองทัพโจมตีงอหลัน เตียวหุยตั้งค่ายอยู่ที่ Gushan และกดดันเหมือนว่าเขากำลังจะตัดเส้นทางเดินทัพของโจหองทางด้านหลัง ที่ปรึกษาทั้งหมดของโจหองจึงพากันวิตก

แต่โจฮิวผู้บัญชาการทหารม้าได้พูดว่า ถ้าศัตรูต้องการจะตัดเส้นทางเดินทัพเราจริง ๆ พวกเขาควรจะซุ่มกองทัพและเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ ดังนั้นการที่เรารู้ได้ว่าพวกเขาพยายามกดดันเรา ก็หมายความว่าพวกเขาคงไม่อาจทำอะไรอย่างนั้น ก่อนที่พวกเขาจะรวบรวมกองทัพได้ ให้บุกโจมตีงอหลันอย่างรวดเร็ซ เมื่อเขาพ่ายแพ้ไป เตียวหุยก็ถูกบังคับให้ถอยทัพไปเอง

โจหองทำตามแผนนี้ เขานำทัพบุกไปโจมตีงอหลันและสังหารงอหลัน ในเดือนที่สาม เตียวหุยและม้าเฉียวก็ถอยทัพไป

โจฮิวเป็นคนในตระกูลของโจโฉ

ในฤดูร้อนเดือนที่สี่ Wuchendi และพวกคือ เผ่าวูฮวนแห่ง Dai และหัวเมือง Shanggu ได้ก่อกบฏขึ้น

ก่อนหน้านั้นโจโฉได้เรียกตัว Pei Qian เจ้าเมือง Dai ให้มาเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในกรมยุติธรรมสังกัดเฉิงเซี่ยง

โจโฉชมเชยการปกครองเมือง Dai ของเขา แต่ Pei Qianตอบว่า ข้ามีเมตตาต่อประชาชน แม้ว่าข้าจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกคนเถื่อน แต่เจ้าเมืองคนต่อจากข้าจะต้องคิดแน่ว่าข้านั้นเข้มงวดเกินไป และจะปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยกรุณามากกว่า พวกคนเถื่อนมักจะทำตัวหยิ่งยโส โอ้อวด การทำดีกับพวกเขามากเกินไปจะทำให้การปกครองหย่อนหยาน เมื่อการปกครองหย่อนหยานแต่ท่านกลับพยายามจะรักษาระเบียบและกฏหมาย มันจะก่อให้เกิดความเกลียดชังและการกบฏตามมา เมื่อมองสถานการณ์นี้แล้ว ไม่ช้าไม่นานก็คงมีกบฏเกิดขึ้นในเมือง Dai

โจโฉรู้สึกเสียใจที่เขานำตัว Pei Qian กลับมาเร็วเกินไป เพราะสองสามสัปดาห์ต่อมาที่ Pei Qian กลับมาก็มีข่าวก่อกบฏจากการนำของ Shanyu ทั้งสาม

โจโฉแต่งตั้งโจเจียงลูกชายเขาเป็นแม่ทัพทหารม้าแล้วส่งเขาไปโจมตีพวกกบฏ

เมื่อโจเจียงยังเยาว์วัย เขามีความสามารถมากในการยิงธนูและการขี่รถม้า เขายังแข็งแรงกว่าคนส่วนใหญ่ทั่วไป โจโฉเตือนเขาว่า เวลาที่เราอยู่ที่บ้าน เราก็เป็นบิดากับบุตร แต่เมื่อเราอยู่ในที่ประชุมก็เหมือนเป็นนายและลูกน้อง ถ้าเจ้าทำอะไรผิด ข้าจะลงโทษเจ้าตามกฎมณเฑียรบาล เจ้าจงระวังตัวไว้ด้วย

เล่าปี่ตั้งค่ายอยู่ที่ด่านเองเปงก๋วน เผชิญหน้ากับทัพแฮหัวเอี๋ยน เตียวคับและซิหลง เขาส่งตันเซ็กและแม่ทัพคนอื่นไปตัดเส้นทางเดินทัพที่ถนน Mamingge แต่ซิหลงโจมตีตันเซ็กพ่ายแพ้ไป เตียวคับตั้งค่ายอยู่ที่ Guangshi เล่าปี่เข้าโจมตีเขาแต่ไม่สามารถมีชัยได้

เล่าปี่จึงสั่งคำสั่งเร็วไปให้เกณฑ์ทหารทั้งหมดของมณฑลเอ๊กจิ๋ว

ขงเบ้งถามเอียวฮงเกี่ยวกับสถานการณ์ว่า ฮันต๋งถือเป็นประตูสู่เอ๊กจิ๋ว เอียวฮงตอบ นี่คือจุดที่เราจะอยู่รอดหรือถูกทำลาย ตราบใดที่เรายังไม่ได้ครองฮันต๋งก็ถือว่าเรายังไม่ได้ครองจ๊ก นี่เป็นอันตรายที่ใกล้ตัวยิ่งนัก เหตุใดท่านจึงรีรอที่จะระดมกองทัพ

หวดเจ้งอยู่กับเล่าปี่ในเวลานั้น ดังนั้นขงเบ้งจึงแต่งตั้งให้เอียวฮงทำหน้าที่เจ้าเมืองจ๊กแทนเขา กิจการต่าง ๆ ล้วนถูกจัดการเป็นอย่างดี แล้วขงเบ้งจึงแต่งตั้งให้เขาเป็นเจ้าเมืองจ๊กอย่างถาวร

ก่อนหน้านั้น ลิเงียมเจ้าเมืองเจียนเว่ยได้แต่งตั้งเอียวฮงเป็นขุนนางของเขาก่อน ก่อนที่ลิเงียมจะออกจากเจียนเว่ย เอียวฮงได้รับการแต่งตั้งจากเมืองจ๊ก เอียวฮงจึงแนะนำผู้ช่วยของเขาเหอจื้อ ว่าเป็นคนที่มีความสามารถในการวางแผนการ ในขณะที่เอียวฮงอยู่ที่จ๊ก เหอจื้อได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองเกงฮัน

ด้วยเหตุนี้ประชาชนทางตะวันตกจึงชื่นชมวิธีที่ขงเบ้งใช้ในการคัดเลือกผู้คนที่มีความสามารถเข้ารับใช้

ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉนำทัพมาด้วยตัวเองเพื่อต่อสู้กับเล่าปี่

ในเดือนที่เก้าโจโฉมาถึงเตียงอั๋น

โจเจียงโจมตีเผ่าวูฮวน ในเมือง Dai เขานำทัพเข้าต่อสู้ด้วยตัวเอง เกราะของเขาถูกลูกธนูนับไม่ถ้วนแต่เขากลับไม่หวาดกลัวเลย เขาได้ชัยชนะและไล่ตามโจมตีพวกกบฏขึ้นเหนือไปทาง Sanggan เขาได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด เขาสังหารโจรกบฏและจับเป็นเชลยได้หลายพันคน

Kebineng หัวหน้าเผ่าแห่ง Xianbi ได้นำทัพมาหลายหมื่นคนเพื่อดูสถานการณ์ เมื่อเขาเห็นโจเจียงทำศึกอย่างเก่งกล้าสามารถ และคนที่กล้าเผชิญหน้าเขาล้วนแต่ถูกทำลายย่อยยับ เขาจึงร้องขอยอมจำนน แล้วภาคเหนือก็อยู่ในความเรียบร้อย

ชาวเมือง Nanyang ต่างเดือดร้อนกับการบังคับใช้แรงงาน ในฤดูหนาว เดือนที่สิบ ขุนนางที่รักษาการณ์อยู่ที่ Wan Hou Yin ได้ก่อกบฏขึ้น

Dongli Gun เจ้าเมือง Nanyang และขุนนางของเขา Ying Yu ต่อสู้อย่างกล้าหาญและสามารถหลบหนีมาได้ Hou Yin ส่งทหารม้าติดตามพวกเขา ลูกธนูพุ่งเข้าใส่พวกเขาจากทุกทิศ Ying Yu จึงใช้ตัวเขาบังลูกธนูให้ Dongli Gun เขาถูกลูกธนูยิงเข้าใส่ถึงเจ็ดดอกและเสียชีวิตในที่สุด ทหารม้าของ Hou Yin ได้จับตัว Dongli Gun กลับมา

ในเวลานั้น โจหยินตั้งค่ายอยู่ที่อ้วนเซียเพื่อรักษาการณ์เกงจิ๋ว โจโฉได้สั่งให้เขากลับมาเพื่อโจมตี Hou Yin

Zong Ziqing ได้พูดกับ Hou Yin ว่า ท่านได้กระทำตามมติของประชาชน และได้ทำการใหญ่ ผู้คนทั้งหมดล้วนร่วมกับท่านในการนี้ แต่ท่านยังจับตัวเจ้าเมืองเอาไว้ นี่เป็นการกระทำของกบฏที่ไม่มีประโยชน์อันใดต่อท่าน เหตุใดท่านไม่ปล่อยเขาไป Hou Yin จึงทำตามเขา

แล้ว Zong Ziqing ไต่กำแพงเมืองออกมาในยามค่ำ แล้วไปหาเจ้าเมือง พวกเขารวบรวมผู้คนเข้าล้อม Hou Yin ไม่นานทัพโจหยินก็มาถึงและร่วมโจมตีด้วย




 

Create Date : 05 เมษายน 2549    
Last Update : 1 มิถุนายน 2549 21:59:03 น.
Counter : 252 Pageviews.  

ปี 217 AD

ปี Jian’an ที่ 22 217 AD
(25 มกราคม 217- 12 กุมภาพันธ์ 218)

ฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจโฉนำกองทัพมาที่ Juchao ซุนกวนนำกองทัพไปป้องกันที่ยี่สู ในเดือนที่สองโจโฉนำกองทัพเข้าโจมตีซุนกวน

ก่อนหน้านั้น ผู้บัญชาการกองทัพเจียวขิมได้รักษาการณ์ที่ Xuancheng ชีเซ่งนายอำเภอ Wuhu ได้จับตัวลูกน้องของเขาที่กระทำความผิดคนหนึ่งและเสนอให้ลงโทษประหารชีวิต เมื่อซุนกวนอยู่ที่ยี่สู เจียวขิมและลิบองนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบกองทัพของซุนกวน แล้วเจียวขิมก็กล่าวชมชีเซ่ง ซุนกวนจึงถามเหตุผล

เจียวขิมตอบว่าชีเซ่งนั้นซื่อสัตย์และขยันทำงาน เขามีความสามารถ ความกล้าหาญ และรู้จักวางแผน เขามีความสามารถที่จะคุมทหารเป็นหมื่นได้ ในขณะที่การใหญ่ยังไม่สำเร็จ มันจึงเป็นหน้าที่ของข้าที่จะหาข้ารับใช้ที่ดีให้ท่าน แล้วข้าจะละเลยคนที่มีความสามารถเพราะอคติส่วนตัวได้อย่างไร ซุนกวนคิดว่าเจียวขิมดีมากที่คิดแบบนี้

ในเดือนที่สามโจโฉถอยทัพ แต่ทิ้งแม่ทัพผู้นำความสงบสู่ฝูงชนแฮหัวตุ้นพร้อมด้วยอำนาจควบคุมโจหยิน เตียวเลี้ยวและแม่ทัพคนอื่นที่ยังอยู่ที่ Juchao ด้วยกองทัพยี่สิบหกกองทัพ ซุนกวนส่งแม่ทัพใหญ่ Xu Xiang ไปหาโจโฉเพื่อขอสงบศึก โจโฉตกลงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ รวมถึงการแต่งงานพันธมิตรที่เคยทำในสมัยซุนเซ็ก

ซุนกวนแต่งตั้งแม่ทัพปราบคนชั่ว จิวท่ายให้รักษาการณ์ที่ยี่สู จูเหียน ชีเซ่งและคนอื่นล้วนต่างอยู่ภายใต้เขา แต่เพราะจิวท่ายเป็นคนที่มาจากตระกูลชาวบ้านทั่วไป พวกเขาจึงปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งจิวท่าย ซุนกวนจึงเชิญขุนนางทั้งหมดมากินเลี้ยง เขาสั่งให้จิวท่ายถอดเสื้อออก และซุนกวนก็ชี้ไปที่แผลแต่ละแผลและถามว่าเขาได้รับแผลมาอย่างไร จิวท่ายตอบความเป็นมาของแต่ละแผลโดยบรรยายถึงการรบและสงครามแต่ละครั้ง

เมื่อจิวท่ายบรรยายจบ ซุนกวนสั่งให้เขาใส่เสื้อผ้า แล้วจับมือเขาไว้ร้องไห้พูดว่า Youping (ชื่อรองจิวท่าย) ท่านเป็นเสมือนพี่น้องของข้า ในช่วงเวลาแห่งสงคราม ท่านไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ท่านต่อสู้เหมือนดั่งเสือและหมี ท่านได้รับแผลหลายสิบแผลในการรบ ร่างกายท่านล้วนเต็มไปด้วยแผลเป็น มันจึงเป็นธรรมดาที่ข้าจะสำนึกในใจถือว่าท่านเป็นเหมือนกับพี่น้องข้า และท่านเองเหมาะสมแล้วกับตำแหน่งที่สูงส่งนี้ เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุด ซุนกวนสั่งให้รถม้าของเขารอก่อน เมื่อจิวท่ายผ่านมาพร้อมกับองครักษ์ ซุนกวนก็ให้ตีกลองศึกและเป่าแตรจนเขาจากไป หลังจากนั้น ชีเซ่งและคนอื่น ๆ ต่างก็เคารพในจิวท่าย

ในฤดูร้อน เดือนที่ห้า มีราชโองการประกาศให้วุยอ๋องโจโฉมีธงประจำตัวเหมือนโอรสสวรรค์ เมื่อโจโฉออกไปตามถนน ถนนต้องมีการเคลียร์ผู้คนให้พ้นจากถนน

ในเดือนที่หก โจโฉแต่งตั้งฮัวหิมเป็น Imperial Counsellor

ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ มีราชโองการประกาศให้วุยอ๋องโจโฉสามารถใส่มงกุฏประดับด้วยพู่ห้อยสิบสองพู่ และสามารถนั่งรถม้าทองที่เทียมโดยม้าหกตัว และรถม้าห้าคู่ตามฤดูกาลเพื่อคอยอารักขา (รถม้าจะถูกทาสีตามฤดูกาล คือ เขียว แดง เหลือง ขาว และดำ เพื่อสื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ร้อน กลางปี ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว)

โจโฉแต่งตั้งแม่ทัพสุภาพชนแห่งราชสำนักในทุกกรณี โจผีเป็นทายาทของเขา

ก่อนหน้านั้น โจโฉมีภรรยาคนแรก เป็นหญิงจากตระกูลเตง แต่นางไม่ได้ให้กำเนิดบุตรแก่โจโฉ ต่อมาเมียน้อยของโจโฉซึ่งแซ่เล่าได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อโจงั่ง และสนมของโจโฉอีกคน นางเปียนซีให้กำเนินบุตรชายสี่คนคือ โจผี โจเจียง โจสิดและโจหิม

โจโฉให้ เตงฮูหยินดูแลโจงั่งเหมือนดั่งเป็นมารดา เมื่อโจงั่งเสียชีวิตที่ Rang เตงฮูหยินร้องไห้เสียใจไม่หยุดแม้โจโฉจะสั่ง ทำให้โจโฉโกรธมากและส่งนางไปอยู่ที่ห่างไกลและตั้งให้เปียนฮูหยินเป็นภรรยาคนที่สองของเขา

โจสิดนั้นเฉลียวฉลาดและไหวพริบเป็นเลิศ มีความเชี่ยวชาญและความสามารถในเรื่องการแต่งบทกลอน โคลงกวีต่าง ๆ เหมือนได้รับพรสวรรค์ โจโฉชื่นชอบเขาเป็นอย่างมาก

โจโฉตั้งใจจะมอบบุตรสาวของเขาให้แต่งงานกับเตงหงี แต่เพราะว่าเตงหงีมีตาเพียงข้างเดียว โจผีจึงคัดค้านและพยายามขัดขวาง ดังนั้นเตงหงีจึงมีอคติกับโจผี รวมทั้งน้องชายของเขาเตงอี้และเอียวสิ้ว ขุนนางอาลักษณ์ของเฉิงเซี่ยงผู้ซึ่งสรรเสริญความสามารถของโจสิดอยู่เสมอ พวกเขาแนะนำให้โจโฉตั้งโจสิดเป็นทายาทของเขา เอียวสิ้วคือบุตรชายของเอียวปิว

โจโฉเขียนจดหมายอย่างลับ ๆ ถามความเห็นขุนนาง แต่ซุนต่ำได้เขียนจดหมายเปิดตอบกลับว่า เป็นหลักการตั้งแต่สมัยชุนชิวว่า การแต่งตั้งทายาทควรจะแต่งตั้งบุตรชายคนโต โจผีนั้นเป็นที่รักใคร่ของผู้คน มีความกตัญญู ฉลาดเฉลียวมีไหวพริบ มีความสามารถพอที่จะสืบทอดอำนาจของท่านได้ ข้าจะขอยืนกรานความคิดนี้จนตาย โจสิดนั้นแต่งงานกับบุตรสาวพี่ชายซุนต่ำ

มอกายพูดว่าก่อนหน้านี้ อ้วนเสี้ยวให้ความสำคัญกับบุตรจากภรรยาและเมียน้อยเท่าเทียมกัน ในที่สุดเขาก็ทำลายตระกูลของตัวเอง การแต่งตั้งทายาทที่ชอบธรรมถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่ข้าจะได้รับรู้เรื่องนี้

Xing Yong บอกว่า การแทนที่ภรรยาที่ถูกต้องด้วยสามัญชน เป็นสิ่งที่คนในอดีตล้วนหลีกเลี่ยง ข้าน้อยขอให้นายท่านพิจารณาอีกครั้ง

โจผีส่งคนไปหากาเซี่ยง ถามว่าเขาควรทำอย่างไรเพื่อรักษาตำแหน่งทายาทให้มั่นคง กาเซี่ยงตอบว่า ข้าแนะนำให้ท่านสนใจในการทำคุณงามความดี สังเกตพฤติกรรมของเหล่าบัณฑิต ขยันหมั่นเพียรอยู่ตลอดเวลา ไม่ประพฤติตัวผิดจารีตประเพณีที่ดีของบุตร เพียงเท่านี้แหล่ะ โจผีทำตามคำแนะนำของเขา และประพฤติตัวอย่างดี

ครั้งหนึ่งต่อมา โจโฉสั่งให้ขุนนางทุกคนออกไปแล้วถามกาเซี่ยงเกี่ยวกับเรื่องผู้สืบทอด กาเซี่ยงนิ่งเงียบและไม่ตอบอะไร

โจโฉจึงถามว่า ข้าพูดกับท่านแต่ท่านกลับไม่ตอบเพราะเหตุใด

กาเซี่ยงตอบว่า ข้ากำลังคิดถึงบางสิ่ง ดังนั้นข้าจึงไม่ได้ตอบคำถามนายท่านในทันที

โจโฉซักต่อว่า ท่านกำลังคิดถึงเรื่องอะไร

กาเซี่ยงตอบว่า ข้ากำลังคิดถึงอ้วนเสี้ยวและเล่าเปียว เรื่องบิดาและบุตรของเขา โจโฉจึงหัวเราะอย่างยกใหญ่

ครั้งหนึ่งเมื่อโจโฉยกทัพด้วยตัวเอง โจผีและโจสิดไปร่วมพิธีส่งโจโฉด้วยกันทั้งคู่ โจสิดได้พูดถึงคุณงามความดีความชอบธรรมต่าง ๆ นา ๆ ของโจโฉ ขุนนางในพิธีทั้งหมดล้วนแต่ชื่นชมเขา แม้แต่โจโฉเองก็ยินดีมาก

โจผีเห็นโจสิดสรรเสริญบิดา และมีผู้คนชื่นชมก็สับสนไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ Wu Zhi ได้ลอบกระซิบบอกเขาว่า ทันทีที่ท่านอ๋องจากไปท่านจงร้องไห้

ดังนั้นโจผีจึงเช็ดน้ำตาทันทีที่เขาโค้งคำนับลาโจโฉ โจโฉและเหล่าขุนนางของเขาล้วนแต่ร้องไห้เศร้าโศกเสียใจ ทุกคนในที่นั้นรู้สึกว่า แม้โจสิดจะมีคำพูดชมเชยที่วิเศษมากมาย แต่คำพูดเหล่านั้นปราศจากความรู้สึกที่แท้จริง

โจสิดมักจะทำตามอำเภอใจและไม่สนใจกระทำตามแบบแผน ในขณะที่โจผีมักจะใช้เล่ห์เหลี่ยม ปฏิบัติตัวผิดไปจากนิสัยที่แท้จริงของเขา เหล่านางรับใช้และขุนนางจึงพากันสรรเสริญเขาและพูดชมเชยเขาอยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นโจผีจึงได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาท

เหล่านางรับใช้ของมเหสีเปียนล้วนแต่ยินดีกับนางพูดว่า ท่านโจผีได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาท ทุกคนในแผ่นดินล้วนแต่ยินดี ท่านควรจะมอบของล้ำค่าเป็นรางวัลให้แก่เขา

มเหสีเปียนตอบว่า ท่านอ๋องแต่งตั้งโจผีเป็นทายาทเพราะว่าเขาเป็นบุตรคนโตหาใช่สิ่งที่ควรยินดีไม่ ข้าจะยินดีก็ต่อเมื่อข้ามีบุตรที่ประพฤติตามคำสอน จารีตประเพณี ทำไมข้าถึงต้องมอบของล้ำค่าให้แก่เขา

เหล่านางรับใช้จึงกลับไปบอกโจโฉ โจโฉก็ยินดีและพูดว่า เวลาโกรธไม่แสดงอารมณ์ เวลาดีใจไม่แสดงท่าทีเกินงาม นี่เป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งนัก

โจผีใช้แขนเขาคว้าคอซินผีพูดว่า ท่านคิดได้ไหมว่าข้าดีใจเพียงใดซินผี

ซินผีบอกกับลูกสาวเขา Xin Xianying เรื่องนี้ นางถอนใจพูดว่า รัชทายาทเป็นคนที่จะมาแทนที่วุยอ๋องและเป็นคนที่จะประกอบพิธีในวังโบราณ และพิธีบวงสรวงต่อเทพยดาแห่งดินและพืชผล การได้รับตำแหน่งรัชทายาทถือเป็นงานที่หนักหนาสาหัส การเป็นผู้นำของประเทศถือเป็นงานที่น่าหวาดหวั่น เขาควรที่จะสุขุมและกังวลใจ แต่เขากลับชื่นชมยินดี แล้ววุยจะยั่งยืนได้อย่างไร นี่คือการล้มเหลวของวุย

เวลาต่อมา โจสิดเจ้าพระยาแห่งหลินซี ได้นั่งรถม้าอย่างเร็วผ่านถนนหลวงสายกลาง เขาได้สั่งให้นายทหารผู้เฝ้าประตูเปิดให้เขาผ่านไป โจโฉโกรธมาก แล้วขุนนางที่ควบคุมรถม้าก็ถูกประหารและกฏสำหรับเหล่าขุนนางชั้นสูงทั้งหลายก็ถูกตั้งให้เข้มงวดมากขึ้น แล้วความชื่นชมในตัวโจสิดก็ลดลง

ภรรยาของโจสิดมักจะแต่งตัวอย่างหรูหรา โจโฉได้ปีนหอคอยขึ้นไปเห็นนาง เพราะว่านางไม่เชื่อฟังกฏระเบียบที่ตั้งขึ้น ดังนั้นนางจึงถูกส่งกลับบ้านเกิดและถูกบังคับให้ฆ่าตัวตาย

หวดเจ้งแนะนำเล่าปี่ว่า ในการโจมตีแค่ครั้งเดียว โจโฉก็บีบบังคับเตียวฬ่อให้ยอมจำนนและยึดฮันต๋งได้ แต่เขาได้ใช้โอกาสนี้มาบุกดินแดนปาและจ๊ก เขาทำเพียงทิ้งให้แฮหัวเอี๋ยนและเตียวคับรักษาฮันต๋งไว้ ในขณะที่เขากลับขึ้นเหนือไป ถ้าไม่ใช่เพราะเขาโง่เขลาหรือว่าอ่อนแอ เขาต้องมีเรื่องสำคัญที่เมืองหลวง

เวลานี้เมื่อคำนวณดูแฮหัวเอี๋ยนและเตียวคับ ล้วนแต่ไม่ใช่คู่ต่อกรของเหล่าแม่ทัพของเรา ถ้าท่านยกทัพไปโจมตี ท่านต้องกำจัดพวกเขาได้ เมื่อท่านยึดฮันต๋งได้ ส่งเสริมการเพาะปลูกและสร้างคลังเสบียง มองหาข้อขัดแย้งและรอโอกาส
โอกาสดีที่สุดคือ ท่านอาจจะกำจัดศัตรูและฟื้นฟูราชสำนักได้
ถ้าไม่โอกาสขั้นที่สอง ท่านอาจจะค่อย ๆ ยึดมณฑลเองจิ๋วและเลียงจิ๋ว ทีละส่วน ๆ และขยายดินแดนของท่าน หรืออย่างน้อยที่สุด ท่านได้จุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญและปกป้องอย่างแข็งขันเพื่อป้องกันศัตรู นี่คือโอกาสจากสวรรค์ ท่านไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปเด็ดขาด

เล่าปี่ยินดีกับความคิดนี้มาก เขานำแม่ทัพทั้งหมดเข้าสู่ฮันต๋ง เขาส่งเตียวหุย ม้าเฉียว งอหลันและคนอื่น ๆ ไปตั้งค่ายที่ Xiabian โจโฉส่งโจหองนำทัพมาขัดขวางพวกเขา

โลซกเสียชีวิตลง และซุนกวนแต่งตั้งให้เหยียมจุ้นทำหน้าที่แทนเขาคุมทหารหมื่นคนรักษาการณ์ที่ลกเค้า ทุกคนต่างยินดีกับเหยียมจุ้นแต่เขาปฏิเสธตำแหน่งนี้ พูดว่าข้าเป็นเพียงบัณฑิตธรรมดา ข้าไม่มีประสบการณ์เรื่องการทหารเลย เขาพูดอย่างจริงใจและร้องไห้ออกมา

แล้วซุนกวนก็ให้ลิบองรับหน้าที่นี้แทน และเป็นเจ้าเมือง Hanchang ทุกคนล้วนแต่ชื่นชมการปฏิบัติที่ควรของ เหยียมจุ้น ที่ปฏิเสธตำแหน่งนี้

ขุนพลผู้รักษาความซื่อสัตย์ ลกซุนแห่งเมืองง่อ ได้พูดกับซุนกวนว่า ในเวลานี้ เราต้องการทหารจำนวนมาก ถ้าเราโจมตีศัตรูและปราบความวุ่นวายเพื่อปราบศัตรูและความวุ่นวายในบ้านเมือง พวกโจรภูเขาอาศัยอยู่ในภูเขาที่ซับซ้อนและยากแก่การเข้าถึง หากปล่อยไว้นานเข้าจะกลายเป็นปัญหาภายหลัง ถ้าในใจกลางเขตแดนของเรายังไม่สงบสุข ก็ยากที่จะวางแผนโจมตีดินแดนที่ห่างไกล แต่ถ้าเราแบ่งเมืองออกเป็นเขตย่อย ๆ เราก็จะสามารถเกณฑ์ทหารฝีมือดีจากชาวบ้านเหล่านี้

ซุนกวนทำตามคำแนะนำของเขา แต่งตั้งให้ลกซุนเป็นผู้ควบคุมฝ่ายขวาของกองกำลังกลาง Fei Zhan ผู้นำของเหล่าโจรในตันเอี๋ยงก่อกบฏและยุให้เผ่า Shanyue เข้าร่วมกับเขา ซุนกวนส่งลกซุนไปโจมตีเหล่าโจรพ่ายแพ้ไป

แล้วลกซุนก็จัดการแบ่งสามหัวเมืองตะวันออกเป็นเขตย่อย ๆ แล้วชายทุกคนที่สามารถเข้าเกณฑ์คัดเลือกทหารได้และคนอ่อนแอต่าง ๆ ก็ถูกลงทะเบียนราษฎร์ ลกซุนได้ทหารชั้นดีจากการแบ่งเขตปกครองหลายหมื่นคน ความวุ่นวายต่าง ๆ ในอดีตก็ถูกจัดการ ทุกที่ที่ลกซุนยกทัพไปเขาได้จัดการให้อยู่ในกฎระเบียบอย่างเรียบร้อย แล้วเขาจึงกลับไปตั้งค่ายที่ Wuhu

Chunyu Shi เจ้าเมืองห้อยแขได้ส่งสารมาว่า ลกซุนได้ทำการกดขี่และลักพาตัวประชาชน เกิดปัญหาและความเศร้าโศกทุกที่ที่เขาไป แล้วเมื่อลกซุนกลับถึงเมืองหลวง ในรายงานของเขานั้นกลับชมเชย Chunyu Shi ว่าเป็นขุนนางที่มีความสามารถยิ่ง

ซุนกวนพูดว่า Chunyu Shi ได้ตั้งข้อกล่าวหาตัวเจ้า แล้วทำไมเจ้ายังจะเสนอให้มีการเลื่อนตำแหน่งเขาอีก

Chunyu Shi เป็นห่วงผู้คนของเขาลกซุนตอบ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกล่าวหาข้า ถ้าข้ากล่าวหาตัวเขากลับ ก็จะทำให้นายท่านสับสนกับเรื่องราวของเรา และไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใด

ซุนกวนตอบว่า เยี่ยมมาก มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่จะใจกว้างได้แบบนี้

โจโฉได้แต่งตั้งอองปิดหัวหน้าเสมียนของเฉิงเซี่ยงให้ดูแลกองทัพและการบริหารเมืองฮูโต๋

ในเวลานั้นกวนอูที่อยู่ที่เกงจิ๋วได้เกณฑ์ทหารซ่องสุมผู้คนมากขึ้น กิมหัน เชื่อว่าฮ่องเต้นั่นอาจถูกบังคับให้สละราชสมบัติได้ทุกเมื่อ จึงวางแผนกับ เกงจี อุยหลง หมอเกียดเป๋งและบุตรชายเกียดเมา เกียดบก พวกเขาวางแผนฆ่าอองปิดและใช้ฮ่องเต้เป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้านโจโฉ แล้วส่งสารไปให้กวนอูนำทัพโจมตีขึ้นมาจากทางใต้




 

Create Date : 27 มีนาคม 2549    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2549 8:17:49 น.
Counter : 266 Pageviews.  

ปี 216 AD

ปี Jian’an ที่ 21 216 AD
(6 กุมภาพันธ์ 216- 26 มกราคม 217)

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สอง โจโฉกลับไปยังเมืองเงียบกุ๋น

ในฤดูร้อนเดือนที่หน้า วุยก๋งโจโฉได้รับแต่งตั้งเป็นวุยอ๋อง

ก่อนหน้านั้น ผู้บัญชาการกองทัพของเมืองหลวง ซุนต่ำ ได้แนะนำ Yang Xun ให้กับโจโฉ โจโฉปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดีและมอบตำแหน่งขุนนางให้แก่เขา เมื่อโจโฉได้รับแต่งตั้งเป็นวุยอ๋อง Yang Xun ได้แต่งบทความสรรเสริญความสำเร็จและคุณงามความดีของโจโฉ ผู้คนบางคนจึงไม่ชอบเขาที่ทำตัวฉวยโอกาสเป็นคนเสแสร้งหลอกลวง และพูดว่า ซุนต่ำ นั้นมีความผิดที่แนะนำให้เขาให้โจโฉ

ซุนต่ำ ได้รับต้นฉบับของบันทึก Yang Xun อ่านบันทึกนั้นแล้วเขียนจดหมายหาเขาว่า ข้าได้ตรวจสอบบันทึกของเจ้าแล้ว มันยอดเยี่ยมมาก อนาคตจะเป็นสิ่งตัดสินบันทึกนี้เอง ในไม่ช้าคงมีการเปลี่ยนแปลง

ซุนต่ำ หมายความว่า คนที่วิพากษ์วิจารณ์ Yang Xun นั้นเป็นพวกไม่มีเหตุผลและชอบจับผิด แต่บางคนที่ไม่ถูกกับ ซุนต่ำ มาก่อนได้พูดกับโจโฉว่า ซุนต่ำ นั้นยโสและพูดจาส่อแววกบฏ เขาแสดงท่าทีว่าจะไม่ซื่อสัตย์

โจโฉโกรธและสั่งให้จับตัว ซุนต่ำ ขังคุกไว้ ให้โกนผมเขาและลงโทษให้เป็นทาสใช้แรงงาน คนที่ได้กล่าวหาเขาก็รายงานต่อโจโฉอีกว่า แม้ว่าจะถูกลงโทษ แต่ ซุนต่ำ ก็ยังไว้หนวดเคราและจ้องตาผู้คนที่ไปเยี่ยมเขา เขาแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ซุนต่ำ จึงถูกประหาร

หัวหน้าขุนนางอาลักษณ์ มอกาย เชื่อว่า ซุนต่ำ ถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม เขาจึงไม่พอใจมาก แล้วก็มีการรายงานว่า มอกาย แสดงทีท่าไม่พอใจเป็นพูดจาเหมือนจะก่อกบฏ โจโฉจึงจับตัวเขาขังคุกไว้

หองไก่ และ He Xia พยายามอธิบายเหตุการณ์ แต่โจโฉปฏิเสธที่จะรับฟัง หองไก่ ขอร้องให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาไต่สวนอีกครั้ง แต่วุยอ๋องพูดว่า คนที่รายงานข้าไม่เพียงแต่บอกว่า มอกาย วิพากษ์ตัวข้า แต่เขายังแสดงความเสียใจต่อ ซุนต่ำ เขาปฏิเสธความดีและความภักดีระหว่างนายและคนรับใช้ เขาแสดงความไม่พอใจอย่างไม่มีเหตุผลต่อโชคชะตาของเพื่อนที่ล่วงลับของเขา ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะสามารถทนต่อพฤติกรรมเช่นนี้ได้

He Xia ตอบว่า ถ้าสิ่งที่พวกเขาพูดกันเป็นจริง ความผิดของ มอกาย นับว่ารุนแรงยิ่งนัก การกระทำผิดต่อสายตาสวรรค์และแผ่นดิน ข้าไม่เคยคิดจะบิดเบือนความจริงเพื่อช่วย มอกาย ซึ่งถือเป็นการทรยศต่อหลักการปกครอง

แต่อีกนัยหนึ่ง มอกาย ได้ประกอบคุณงามความดีมาหลายปี เขาเป็นคนซื่อตรงและภักดี ทุกคนต่างก็เคารพในตัวเขา และประหลาดใจที่เขาประพฤติเช่นนี้ แน่นอนว่าการประเมินลักษณะนิสัยของบุคคลนั้นเป็นการยาก แต่การพิจารณาความผิดควรจะใช้เหตุผลมากกว่านี้และทำด้วยความระมัดระวัง ฟังความจากคนทั้งสองข้างเพื่อหาความจริง

ในเวลานี้ ด้วยความเฉลียวฉลาดและเมตตาของท่าน ท่านไม่สามารถที่จะส่งเขาไปรับการพิจารณาคดีได้ ดังนั้นการตัดสินนี้ไม่สามารถตัดสินได้ว่าแท้จริงแล้วเขาบริสุทธิ์หรือมีความผิด

โจโฉอธิบายว่า เหตุผลที่ข้าไม่ทำการไต่สวน เพราะว่าข้าต้องการที่จะปกป้อง มอกาย และผุ้กล่าวหาเขา

He Xia ตอบว่า ถ้า มอกาย ได้พูดจากล่าวหานายของเขา ถ้าอย่างนั้นร่างกายของเขาก็ควรจะถูกประจารในตลาดหรือว่าในศาล ถ้าเขาไม่ได้กล่าวหาท่าน คนที่กล่าวหาใส่ร้ายตัวเขาที่เป็นขุนนางใหญ่ก็ถือว่าหลอกลวงนายของพวกเขา ข้าไม่สามารถสบายใจได้เลยถ้าไม่มีการไต่สวนที่เหมาะสม

ในที่สุด โจโฉก็ไม่ยอมให้มีการไต่สวน มอกาย ถูกปลดจากตำแหน่ง และเสียชีวิตที่บ้านของเขาเอง

ในเวลานั้น เตงหงีขุนนางผู้ใหญ่ของสังกัดตะวันตก เป็นที่ชื่นชอบของโจโฉ เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุม มอกาย ดังนั้นเหล่าเสนาบดีทั้งหลายจึงเกรงกลัวเขาและจับตาเขาด้วยความระมัดระวัง

He Kui และ เคาหงี เป็นคนที่ไม่ยอมรับอำนาจของ เตงหงี เมื่อ เตงหงี กล่าวหา เคาหงี และ เคาหงี จึงออกจากขุนนางท้องพระโรงไปเป็นเจ้าเมืองวุย ด้วยการช่วยเหลือของ หองไก่ ที่ต้องการให้เขาหลบการลงโทษที่รุนแรง

ฮูสวน ได้พูดกับ He Kui ว่า เตงหงี ได้ใส่ความ มอกาย ตัวท่านเองก็ควรจะเคารพเขาให้มากกว่านี้

He Kui ตอบว่า คนที่ประพฤติตัวไม่ถูกต้อง จะทำลายได้ก็แต่ตัวเอง เขาจะทำอันตรายทำอื่นได้อย่างไร ยิ่งกว่านั้นจิตใจที่โมโหและหลอกลวงจะสามารถยืนหยัดต่อหน้าผู้พิพากษาที่เฉลียวฉลาดในศาลได้อย่างไร

ครั้งหนึ่ง Cui Lin ลูกพี่ลูกน้องของ ซุนต่ำ ได้ถกเถียงกับ ตันกุ๋น บัณฑิตจากมณฑลกิจิ๋ว เขาได้สรรเสริญว่า ซุนต่ำ เป็นขุนนางที่ดีที่สุด แต่ ตันกุ๋น กลับให้ความสำคัญกับ ซุนต่ำ เพียงน้อยนิด เพราะแม้ว่าเขาจะมีความฉลาด แต่เขากลับไม่สามารถเอาตัวรอดจากการลงโทษได้ โดยพูดว่า คนที่ยิ่งใหญ่ต้องสามารถยืนหยัดสู้กับโชคชะตาได้ Cui Lin จึงตะโกนใส่เขาว่า คนทั่วไปมาเคารพคนอย่างท่านได้อย่างไร

ในเดือนที่ห้า วันที่ 3 มิถุนายน วันแรกของเดือน มีปรากฏการณ์สุริยะปราคา

หัวหน้าเผ่าทั้งสามของ Wuhuan ในเมือง Dai ได้แต่งตั้งตัวเองเป็น Shanyu ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา พวกเขาจึงทำตัวหยิ่งยโสและไม่เชื่อฟังทางการ แม้แต่เจ้าเมืองเองก็ยังไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้

โจโฉจึงแต่งตั้ง Pei Qian ขุนนางควบคุมเสบียงภายใต้เฉิงเซี่ยงให้เป็นเจ้าเมืองคนใหม่ โจโฉเสนอมอบทหารชั้นดีให้แก่เขา แต่ Pei Qian พูดว่า Shanyu รู้ว่าพวกเขาปฏิบัติตัวไม่ดี ถ้าข้าไปพร้อมกับกองทัพพวกเขาต้องตกใจและปิดชายแดนเตรียมตัวป้องกัน ถ้าข้านำเพียงองครักษ์ไม่กี่คนไป พวกเขาก็คงจะไม่สนใจ เราต้องแสดงแผนการบางอย่าง แล้วเขาก็เดินทางไปยังเมืองด้วยเกวียนเพียงเล่มเดียว เหล่า Shanyu ล้วนแต่ประหลาดใจและยินดี Pei Qian ปฏิบัติต่อพวกเขาโดยใช้ความเมตตาและอำนาจ เหล่า Shanyu จึงเคารพและยอมจำนน

เป็นเวลานานมาแล้วที่เผ่าซงหนูใต้ได้ตั้งถิ่นฐานภายในด่าน พวกเขาเป็นเหมือนกับชาวจีนทั่วไป แต่พวกเขาไม่ได้ส่งภาษีหรือบรรณาการ คนมากมายล้วนกลัวว่าพวกเขาจะทวีจำนวนมากเกินไปและจะเป็นการยากที่จะบังคับให้พวกเขาเชื่อฟัง การป้องกันบางอย่างควรจะนำมาใช้เพื่อป้องกันพวกเขา

ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด Shanyu ใต้ Huchuquan ได้มายังท้องพระโรงของวุย โจโฉกักตัวเขาไว้ที่เงียบกุ๋นและให้อ๋องแห่งตะวันตก Qubei ดูแลดินแดนเขา ทุกปี Shanyu จะได้รับผ้าไหม เสื้อผ้าไหม เงินทองและเสบียงอาหารเหมือนดั่งพระยา ลูกและหลานของเขาล้วนได้รับสิทธิ์สืบทอดตำแหน่ง ผู้คนถูกแบ่งออกเป็นห้าส่วน แต่ละส่วนมีขุนนางของพวกเขาเป็นหัวหน้า และแต่ตั้งชาวจีนเป็นนายพันเพื่อควบคุมพวกเขา

ในเดือนที่แปด ผู้พิพากษาแห่งวุย จงฮิวได้รับการแต่งตั้งเป็นเฉิงเซี่ยงของวุย

ในฤดูหนาว เดือนที่สิบโจโฉนำกองทัพต่อสู้กับซุนกวน ในเดือนที่สิบเอ็ดพวกเขามาถึงยัง Qiao




 

Create Date : 24 มีนาคม 2549    
Last Update : 7 เมษายน 2549 12:32:57 น.
Counter : 375 Pageviews.  


kazama
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add kazama's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.