Group Blog
 
All Blogs
 

ปี 210 AD

ปี Jian’an ที่ 15 210 AD
(14 กุมภาพันธ์ 210 - 31 มกราคม 211)

ในฤดูใบไม้ผลิ มีพระราชโองการป่าวประกาศว่า
Meng Gongchuo มีความสามารถมากพอที่จะเป็นขุนนางใหญ่ของ Zhao หรือ Wei แต่ไม่มีความสามารถเพียงพอจะครองตำแหน่งใหญ่ในสมัย Teng หรือ Xue ถ้าคนต้องซื่อสัตย์ถึงจะได้ครองตำแหน่ง แล้วฉีหวนกงจะขึ้นครองราชย์ได้อย่างไร ทุกคนต้องช่วยข้าเพื่อเสาะหาบุคคลที่ถ่อมตัวและซ่อนเร้น โปรดแนะนำคนที่มีความสามารถ เพื่อที่ข้าจะได้ใช้สอยพวกเขา

ในเดือนที่สองวันที่ 13 มีนาคม วันแรกของเดือนมีปรากฏการณ์สุริยะปราคา

ในฤดูหนาว โจโฉได้สร้างปราสาทนกทองแดงที่เงียบกุ๋น

ในเดือนที่สิบสองวันที่ 1 มกราคม โจโฉได้ออกประกาศว่า

เมื่อแรกเริ่มข้าได้ถูกแนะนำเป็นบุตรกตัญญู ข้าเชื่อว่าข้าไม่มีชื่อเสียงเท่าเหล่าบัณฑิตที่ถือสันโดษ ข้าเกรงว่าผู้คนจะพากันดูถูกข้าว่าเป็นคนที่มีเพียงความสามารถสามัญธรรมดา ข้าจึงพยายามสร้างชื่อเสียงโดยทำคุณงามความดีให้แก่บ้านเมือง

ที่ จี้หนาน แม้ว่าข้าจะได้ทำลายศัตรูและขับไล่คนชั่ว และข้าเชื่อว่าคนที่ข้าแต่งตั้งหรือเลื่อนขั้นนั้นสมควรแล้ว แต่ด้วยเหตุนั้น ข้าได้เป็นศัตรูกับผู้ทรงอำนาจ ข้ากลัวว่าข้าจะนำหายนะมาสู่ครอบครัวข้า ดั้งนั้นข้าจึงแสร้งป่วยเพื่อขออนุญาตกลับบ้าน

ข้าในตอนนั้นยังเด็กนัก ข้าสร้างบ้านอย่างดีห่างจาก Qiao ห้าสิบลี้ทางตะวันออก และข้าจะอ่านหนังสือในฤดูใบไม้ร่วงและหน้าร้อน และออกล่าสัตว์ในฤดูร้อนและใบไม้ผลิ นี่คือแผนการข้าสำหรับยี่สิบปี เพื่อรอคอยการรวมตัวใหม่ของราชสำนัก แล้วค่อยปรากฏตัวเพื่อรับราชการอีกครั้ง

แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ข้าคาดคิด ข้าถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวงถูกแต่งตั้งเป็นขุนพลจัดการกองทัพ อีกครั้งที่ข้าได้เปลี่ยนความคิด และพยายามหาทางทำงานเพื่อบ้านเมือง ทำลายล้างกบฏและแสวงหาความสำเร็จ ข้ามีศิลาจารึกหลุมศพที่เตรียมไว้สำหรับตัวข้าแกะสลักไว้ว่า อดีตแม่ทัพผู้ปราบปรามทิศตะวันตก พระยาแซ่โจแห่งราชวงศ์ฮั่น นี่คือจุดมุ่งหมายสูงสุดของข้า

แต่เมื่อสิ่งต่าง ๆ เลวร้ายเพราะตั๋งโต๊ะ ข้าจึงได้รวบรวมกองทัพผู้ภักดี และต่อมาข้าได้ครองมณฑกุนจิ๋ว ข้าได้กวาดล้างและทำให้โจรผ้าเหลืองสามแสนคนยอมจำนน ข้าได้โจมตีโจรกบฏอ้วนสุด และทำให้มันตายอย่างอดสูและอนาถา ข้าได้ทำลายอ้วนเสี้ยวและตัดหัวบุตรชายทั้งสองของเขา แล้วข้ายังได้จัดการกับเล่าเปียว

ดังนั้นข้าจึงได้รวมแผ่นดินอีกครั้ง ข้ากลายเป็นผู้นำ ข้ามีเกียรติยศอย่างที่สุดที่ขุนนางคนหนึ่งจะมีได้ ไกลเกินกว่าความหวังที่ข้าเคยตั้งไว้มากนัก สมมุติว่าข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ ใครจะรู้ได้ว่าจะมีคนกี่คนที่จะปราบดาภิเษกเป็นฮ่องเต้ และคนกี่คนที่มุ่งหวังจะเป็นอ๋อง

อาจจะมีบางคนที่เห็นข้ามีอำนาจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่าข้าคือคนที่ได้รับโอกาสจากสวรรค์ เพื่อไม่ให้พวกเขามองข้าผิดไป และเอาไปพูดว่าข้าหวังครอบครองราชบัลลังค์

เวลานี้ข้าได้เผยความในใจที่แท้จริงของข้า ด้วยคำพูดที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจข้า

คนบางคนเสนอให้ข้ามอบอำนาจและกองทัพคืนให้ราชสำนัก แล้วเกษียณไปใช้ชีวิตอยู่ที่ Wuping ข้าไม่สามารถทำได้ เพราะว่าข้ากลัวว่าข้าจะถูกทำร้ายทันทีที่สละอำนาจในกองทัพ ข้าต้องการเตรียมการเพื่อความปลอดภัยไม่เพียงแต่ตัวข้า แต่ยังรวมถึงลูกหลานของข้าด้วย

ข้าสมควรที่จะถูกทำลายหรือ ยิ่งไปกว่านั้นแผ่นดินยังอยู่ในภาวะวิกฤต ข้ายังไม่อยากที่จะตายอย่างไร้ชื่อเสียง

ในเวลานี้ข้ามีศักดินาในสี่ตำบลพร้อมด้วยเบี้ยหวัดจากสามหมื่นครอบครัว ข้าเองยังไม่มีวีรกรรมใดเหมาะสมแก่การได้รับรางวัลมากขนาดนี้ แล้วแผ่นดินลุ่มแม่น้ำและทะเลสาบทางตอนใต้ก็ยังไม่สงบสุข ข้าไม่สามารถเกษียณตัวเองได้ แต่ข้าสามารถคืนดินแดนและที่ดินให้กับราชสำนัก ข้าจะส่งมอบสามตำบล Yangxia Zhe และ Ku คืน โดยจะเหลือไว้แต่เบี้ยหวัดจากหมื่นครอบครัวใน Wuping วิธีนี้ ข้าก็จะลดคำครหา การนินทาใส่ร้ายต่าง ๆ และข้าก็จะปลดตัวเองออกจากบางหน้าที่

ขุนนางและบัณฑิตหลายคนซึ่งเคยรับใช้เล่าเปียวได้หันมารับใช้เล่าปี่ เล่าปี่รู้สึกว่าดินแดนที่จิวยี่แบ่งให้นั้นเล็กเกินกว่าที่จะสนับสนุนกองทัพเขา เขาจึงไปที่เมืองเกงจิ๋ว ด้วยตัวเองเพื่อพบซุนกวนให้แต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพของมณฑลเกงจิ๋ว

จิวยี่ส่งสารไปหาซุนกวนว่า เล่าปี่เป็นศัตรูตัวฉกาจ เขามีกวนอูและเตียวหุยเป็นลูกน้องที่เก่งกาจเหมือนหมีหรือเสือ พวกเขาจะไม่ยอมรับใช้ผู้ใดเป็นเวลานานแน่

ข้าแนะนำว่าแผนดีที่สุดคือการย้ายเล่าปี่ไปยังที่ทำการในง่อ สร้างบ้านพักใหญ่โตจำนวนมากให้เขาเหมือนวัง มอบผู้หญิงและทรัพย์สมบัติจำนวนมากให้เขาปลื้มปิติเพื่อปิดหูตาเขาไม่ให้รับรู้เรื่องภายนอก แยกกวนอูและเตียวหุยออกไป ให้ได้รับตำแหน่งในที่ต่างกัน และให้คนที่มีความสามารถเหมือนข้าเป็นผู้ควบคุมพวกเขาให้ต่อสู้เพื่อเรา ถ้าเราทำเช่นนี้ งานใหญ่ของเราจะสามารถสำเร็จได้

แต่ถ้าท่านไม่ระวัง และมอบดินแดนให้เล่าปี่ใช้เป็นฐานกำลังและปล่อยให้ทั้งสามอยู่ด้วยกัน ข้ากลัวว่า ปลาที่อยู่ในบ่อ จะกลายเป็นมังกรที่ได้รับสายฝน

ลิห้อมก็สนับสนุนให้ซุนกวนคอยระวังเล่าปี่อย่างใกล้ชิด เพราะว่าโจโฉที่คุกคามทางตอนเหนือ ซุนกวนจึงรู้สึกว่าเขาต้องการคนที่ต่อสู้ให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะหาได้ เขาจึงไม่ทำตามคำแนะนำนี้ เล่าปี่จึงกลับสู่กังอั๋น

หลายปีต่อมา เล่าปี่รู้ถึงเหตุการณ์นี้ เขาถอนใจพูดว่า อัจฉริยะทั่วแผ่นดินล้วนคิดเช่นเดียวกัน ขงเบ้งได้เคยเตือนข้าว่าอย่าไป เขาระแวงว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น ข้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก และข้าได้เดินทางไปยังง่อ มันเป็นเหมือนหายนะ ข้าเกือบจะตกอยู่ในเงื้อมมือของจิวยี่แล้ว

จิวยี่ไปที่เมืองเกงจิ๋ว เพื่อพบซุนกวนแล้วพูดว่า โจโฉพ่ายแพ้ไป เขาจะต้องห่วงถึงความภักดีของคนรับใช้รอบกายเขา เขาไม่กล้ามาทำอันตรายท่านในช่วงนี้แแน่ ข้าขออนุญาตยกทัพพร้อมแม่ทัพผู้แสดงความภักดี Sun Yu เพื่อยึดจ๊กและปราบเตียวฬ่อ ข้าจะปล่อยให้ Sun Yu อยู่รักษาการณ์ที่นั่นและเป็นพันธมิตรกับม้าเฉียวแล้วตัวข้าจะยกทัพกลับมาหาท่าน แล้วเราจะยึดเมืองซงหยง กดดันโจโฉ หลังจากนั้นเราก็จะสามารถวางแผนจัดการกับภาคเหนือ ซุนกวนเห็นด้วยกับเขา

Sun Yu เจ้าเมืองตันเอี๋ยงเป็นบุตรชายของซุนเจ้งซี่งเป็นน้องชายซุนเกี๋ยน

จิวยี่กลับมาที่เมืองกังเหลงเพื่อเตรียมการยกทัพ แต่เขากลับล้มป่วยในระหว่างเตรียมการณ์ เขาส่งสารไปหาซุนกวนว่า ไม่ว่าชีวิตคนเราจะสั้นหรือยาวล้วนขึ้นอยู่กับลิขิตฟ้า ไม่มีใครสามารถฝ่าฝืนได้ สิ่งที่ข้าเสียใจเพียงอย่างเดียวคือความปรารถนาอันต่ำต้อยของข้ายังไม่สำเร็จ และข้าจะไม่ได้รับคำสั่งสอนและคำแนะนำจากท่านอีก

ในตอนนี้ โจโฉอยู่ทางตอนเหนือ ชายแดนของเรายังไม่สงบสุข เล่าปี่อยู่กับเราซึ่งก็เหมือนกับเรากำลังเลี้ยงเสือ เราไม่สามารถบอกได้ว่าเหตุการณ์จะพลิกผันไปเช่นไร นี่คือเวลาที่ขุนนางจะพากันห่วงเรื่องตัวเองทีหลัง เพราะว่าพวกเขาจะต้องกังวลกับปัญหาของบ้านเมืองที่จะเกิดขึ้น และผู้ครองแคว้นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

โลซกเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์และเป็นคนที่จิตใจดีงาม เขาไม่เคยละทิ้งหน้าที่ความรับผิดชอบ ให้เขาสืบทอดตำแหน่งของข้า ถ้าท่านรับฟังคำแนะนำของข้า ข้าก็นอนตายตาหลับ จิวยี่เสียชีวิตที่ Baqiu

เมื่อซุนกวนรู้ข่าว เขาเศร้าโศกพูดว่า กงจิ้น (จิวยี่)มีความสามารถที่จะช่วยเหลือฮ่องเต้ เขาตายทั้งที่อายุยังสั้นนัก แล้วใครที่ข้าจะไว้ใจได้ต่อไปนี้ ซุนกวนเดินทางไปที่ Wuhu เพื่อร่วมงานศพของจิวยี่

จิวยี่มีบุตรสาวหนึ่งคนและบุตรชายสองคน ซุนกวนให้ ซุนเต๋งบุตรชายคนโตของเขาแต่งงานกับบุตรสาวจิวยี่ และแต่งตั้ง จิวซุนบุตรชายจิวยี่เป็นนายทหารม้าและมอบลูกสาวเขาให้แต่งงานด้วย จิวอิ๋นบุตรชายอีกคนเป็นนายทหารผู้รักษาขนบธรรมเนียมและแต่งงานกับผู้หญิงในสกุลซุน

ก่อนหน้านั้น จิวยี่ได้เคยเป็นเพื่อนกับซุนเซ็ก มารดาของซุนกวนคอยบอกซุนกวนอยู่เสมอให้ปฏิบัติต่อจิวยี่เหมือนเป็นพี่ชาย เมื่อซุนกวนได้รับตำแหน่งแม่ทัพ ลูกน้องของเขาก็ยังปฏิบัติต่อเขาไม่มากไปกว่าการเคารพตามธรรมเนียม แต่จิวยี่เป็นคนแรกที่ให้ความเคารพเขาอย่างจริงใจ และคอยดูพิธีการให้เหมือนเป็นเสนาบดีของเขา

เทียเภาถือตัวว่าอาวุโสกว่าจิวยี่ และมีตำแหน่งสูงกว่า เขามักจะพูดจาหยาบคายกับจิวยี่ แต่จิวยี่ไม่ถือสาเรื่องตำแหน่งและมักจะปฏิบัติต่อเทียเภาด้วยความเคารพ ไม่เคยต่อล้อต่อเถียงคำพูดของเทียเภา ไม่นานเทียเภาก็มาชื่นชมจิวยี่ เชื่อฟังจิวยี่ด้วยความเคารพและทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน เทียเภามักจะพูดกับคนอื่นว่า อยู่กับจิวยี่ก็เหมือนการดื่มสุรารสแรงด้วยไม่มีน้ำกลั้วคอ ท่านจะเมาก่อนที่ท่านจะรู้ตัวเสียอีก

ซุนกวนแต่งตั้งให้โลซกเป็นขุนพลผู้มั่นคง และมีอำนาจเหนือกองทัพจิวยี่ แล้วซุนกวนได้แต่งตั้งเทียเภาเป็นเจ้าเมือง Nan

โลซกแนะนำซุนกวนให้เล่าปี่ยืมมณฑลเกงจิ๋ว เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้มีกำลังต่อสู้กับโจโฉด้วยกัน ซุนกวนเห็นด้วย เขาแบ่งอิเจี๋ยงเพื่อสร้างหัวเมืองกวนหยงและเตียงสาเพื่อสร้างเมือง Hanchang เทียเภากลับมาอีกครั้งและได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองกังแฮ ในขณะที่โลซกเป็นเจ้าเมือง Hanchang และตั้งค่ายที่ลกเค้า

ก่อนหน้านั้น ซุนกวนพูดกับลิบองว่า เวลาเจ้ามีตำแหน่งขุนนาง เจ้าต้องศึกษาตำราบ้างแล้ว ลิบองแย้งว่าเขานั้นวุ่นวายเกินไปอยู่แล้วกับการจัดการต่าง ๆ ในกองทัพ แต่ซุนกวนตอบว่า ข้าไม่ได้ขอร้องให้เจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญตำราเหมือนดั่งบัณฑิต แค่อ่านอย่างผิวเผินเพื่อศึกษาเหตุการณ์ในอดีต เจ้าพูดว่าท่านมีสิ่งต่าง ๆ ให้ทำมากมาย แต่งานของเจ้าคงไม่ยุ่งเท่างานของข้า ข้าคงหาเวลาอ่านหนังสืออยู่เสมอ และข้าเชื่อว่าความรู้ในหนังสือมีผลกับความสำเร็จของข้า

ดังนั้นลิบองจึงเริ่มศึกษาตำรา เมื่อโลซกผ่านไป Xunyang โลซกสนทนากับลิบองแล้วก็ประหลาดใจมากพูดว่า ท่านช่างเฉลียวฉลาดนัก หาใช่ลิบองคนเดิมในอดีตไม่

เมื่อสุภาพชนไม่พบหน้ากันสามวัน ลิบองตอบ พวกเขาควรจะล้างตาของพวกเขาเมื่อพวกเขาพบกันอีกครั้ง (เพื่อจะพินิจอย่างละเอียดว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปอย่างไร) ทำไมพี่ท่านจึงใช้เวลานานกว่าจะสังเกตตัวข้า

โลซกแสดงความเคารพต่อมารดาลิบอง สาบานเป็นเพื่อนและเดินทางต่อไป

เล่าปี่ได้ส่งบังทองขุนนางของเขาไปเป็นนายอำเภอลอยเอี๋ยง ทั้งอำเภอถูกบริหารอย่างไม่สู้ดีนัก เล่าปี่จึงปลดบังทองจากตำแหน่ง

โลซกเขียนไปหาเล่าปี่ว่า บังทองไม่ใช่คนที่มีความสามารถบริหารร้อยลี้ แต่ตั้งให้เขาเป็นขุนนางที่ว่าการท่านหรือให้เป็นนายทหารคนสนิท แล้วเขาจะพบตำแหน่งที่เหมาะสมกับเขา ขงเบ้งก็ให้คำแนะนำเช่นเดียวกับโลซก

เล่าปี่สนทนากับบังทอง และได้ความคิดดี ๆ มากมายจากความสามารถเขา เขาจึงแต่งตั้งบังทองเป็นขุนนางในที่ว่าการของเขา ไว้วางใจเขา และปฏิบัติต่อเขาอย่างดี น้อยกว่าขงเบ้งเพียงเล็กน้อย บังทองและขงเบ้งนั้นถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพสามัญชนควบคุมกองทัพทั้งคู่

ก่อนหน้านั้น Shi Xie แห่งซังงาว เป็นเจ้าเมือง Jiaozhi Zhu Fu ผู้ตรวจการมณฑลเกียวจิ๋ว ถูกโจรกบฏฆ่าตายและทั้งมณฑลตกอยู่ในสภาวะวุ่นวาย

Shi Xie ได้เสนอน้องชายของเขาต่อราชสำนัก Shi Yi จึงกลายเป็นเจ้าเมือง Hepu Shi Hui เป็นเจ้าเมือง Jiuzhen Shi Wu เป็นเจ้าเมือง Nanhai

Shi Xie เป็นคนที่อดทน ใจกว้าง มีน้ำใจดีงาม คนดีมีฝีมือจำนวนมากจากภาคกลางล้วนมารับใช้เขา ทั้งมณฑลอยู่ห่างเป็นหมื่นลี้จากราชสำนัก ล้วนอยู่ภายใต้การปกครองของเขา และเขาก็ไม่มีคู่แข่ง เมื่อเวลาผ่านไป อำนาจและเกียรติยศของเขาก็มากขึ้น เมื่อเขาเดินทางไปที่ใด เขาจะนำตราตั้งตำแหน่งนำหน้าขบวนและองครักษ์ที่คุ้มครองเขาก็กล้าแข็งนัก เหล่าคนเถื่อนก็กลัวและพากันรับใช้เขา

ราชสำนักส่ง Zhang Jin แห่ง Nanyang มาเป็นผู้ตรวจการมณฑลเกียวจิ๋ว Zhang Jin เชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ ภูติผีปีศาจ เขามักจะใส่เสื้อผ้าสีม่วงแดง เขาตีกลองและดีดพิณและเผาเครื่องหอม เขาอ่านหนังสือลัทธิเต๋าแล้วพูดว่า สิ่งนี้จะช่วยข้าบริหารมณฑล เขาถูก Ou Jing ลูกน้องเขาฆ่าตายต่อมา

เล่าเปียวส่ง Lai Gong แห่งเลงเหลงไปแทนที่เขา และเมื่อ Shi Huang เจ้าเมือง ซังงาว เสียชีวิต เล่าเปียวส่ง อาวสิ้ว มาแทนที่เขา ราชสำนักให้รางวัล Shi Xie เป็นแม่ทัพสุภาพชนแห่งราชสำนักผู้ปราบทิศใต้เพื่อปกครองเจ็ดหัวเมือง โดยยังดำรงตำแหน่งเจ้าเมือง Jiaozhi

อาวสิ้วและ Lai Gong ทะเลาะกัน อาวสิ้วจึงนำทัพขับไล่ Lai Gong Lai Gong จึงหนีกลับมาเลงเหลง

ซุนกวนแต่งตั้งโปจิดเจ้าเมืองกวนหยงเป็นผู้ตรวจการมณฑลเกียวจิ๋ว Shi Xie นำพี่น้องของเขาเข้าร่วมกับโปจิดและเชื่อฟังคำสั่งเขา อาวสิ้วยอมจำนนแต่ยังต่อต้านอย่างลับ ๆ โปจิดให้อาวสิ้วเข้าพบแล้วสังหารเขาเสีย ชื่อเสียงและอำนาจของโปจิดจึงแผ่ไปทั่วมณฑล

ซุนกวนแต่งตั้ง Shi Xie เป็นขุนพลซ้าย และ Shi Xie ส่งบุตรชายเขามาเป็นตัวประกัน ทำให้ดินแดนตอนใต้ของ Nanling ตกอยู่ในครอบครองของซุนกวนเป็นครั้งแรก




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 1 มิถุนายน 2549 21:32:30 น.
Counter : 505 Pageviews.  

ปี 209 AD

ปี Jian’an ที่ 14 209 AD
(22 กุมภาพันธ์ 209 – 11 กุมภาพันธ์ 210)

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สาม โจโฉนำทัพมาที่ Qiao

ซุนกวนล้อมหับป๋า กองทัพของซุนกวนล้อมหับป๋าเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่สามารถยึดเมืองได้

ซุนกวนจัดหน่วยทหารม้าเคลื่อนที่เร็วเพื่อเตรียมนำเข้าโจมตีศัตรูด้วยตัวเอง แต่เตียวเหียนค้านว่า อาวุธนั้นเป็นสิ่งชั่วร้าย การศึกเป็นกิจอันตราย ถ้าท่านปรารถนาจะทำตามใจเพื่อแสดงความกล้าหาญของท่านโดยไม่ระแวงถึงความแข็งแกร่งและความโหดร้ายของศัตรู ท่านจะทำให้ทั้งกองทัพเป็นกังวลในตัวท่าน แม้ว่าท่านจะสามารถตัดหัวแม่ทัพฝั่งตรงข้ามและสามารถยึดธงศึกมาได้ แม้ว่าความกล้าหาญของท่านจะทำให้ทหารของท่านประทับใจ แต่นั่นเป็นงานของนายทหารผู้น้อย ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บัญชาการกองทัพควรทำ ข้าขอร้องให้ท่านอย่าได้กล้าหาญเหมือน Meng Ben และ Xia Yu แต่ให้ประพฤติตัวเหมือนดั่งเช่นกษัตริย์ ซุนกวนจึงเลิกล้มความคิดนั้น

โจโฉส่งแม่ทัพ Zhang Xi นำทัพเพื่อทำลายวงล้อม แต่เป็นการเดินทัพใช้เวลานาน เจียวเจ้ นายทหารคนสนิทของมณฑลยังจิ๋ว ได้ติดต่ออย่างลับ ๆ กับผู้ตรวจการมณฑล แสร้งทำเป็นเหมือนว่าเขาได้รับจดหมายจาก Zhang Xi ว่ากองทัพสี่หมื่นได้มาถึง Xulu แล้ว

ขุนนางอาลักษณ์ถูกส่งไปรับตัว Zhang Xi และพลนำสารสามชุดได้ถูกส่งไปแพร่ข่าว โดยนำจดหมายไปบอกนายทหารที่รักษาการณ์ที่หับป๋า มีเพียงชุดเดียวที่สามารถเข้าเมืองได้ อีกสองชุดโดนทัพของซุนกวนจับได้ ซุนกวนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เขาจึงเลิกทัพกลับ

ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉนำทัพจาก Ge ไปที่ Huai เขาเดินทัพตายแม่น้ำ Fei ไปหับป๋า และตั้งค่ายหทารที่ Shaopi

ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ เกิดแผ่นดินไหวในมณฑลเกงจิ๋ว

ในเดือนที่สิบสอง กองทัพโจโฉกลับคืนสู่เมือง Qiao

ตันหลัน และ Mei Cheng ได้ยึด Qian และ Liu เพื่อก่อกบฏ โจโฉส่งเตียวเลี้ยวไปโจมตีและสังหารพวกเขา แล้วเตียวเลี้ยวก็ส่งงักจิ้นและลิเตียนพร้อมทหารเจ็ดพันคนรักษาการณ์ที่หับป๋า

จิวยี่โจมตีโจหยินที่เมืองกังเหลงมากกว่าหนึ่งปี ทหารจำนวนมากถูกฆ่าตายไม่ก็บาดเจ็บสาหัส ในที่สุด โจหยินก็ทิ้งเมืองหนีไป

ซุนกวนตั้งให้จิวยี่เป็นเจ้าเมือง Nan และให้เขาครองเมืองกังเหลง เทียเภาเป็นเจ้าเมืองกังแฮ และควบคุม Shaxian ลิห้อมเป็นเจ้าเมือง Pengze ลิบองเป็นนายอำเภอ Xunyang

เล่าปี่แนะนำให้ซุนกวนทำตัวเป็นเหมือนแม่ทัพราชรถและทหารม้าพร้อมด้วยตำแหน่งผู้ปกครองมณฑลชีจิ๋ว แล้วเล่ากี๋ก็เสียชีวิตลง ซุนกวนให้เล่าปี่เป็นผู้ปกครองมณฑลเกงจิ๋ว จิวยี่มอบดินแดนทางใต้ของแยงซีทั้งหมดให้แก่เล่าปี่ เล่าปี่สร้างที่มั่นของเขาที่ Youkou และเปลี่ยนชื่อเป็น Gongan

ซุนกวนมอบน้องสาวของเขาให้เป็นภรรยาเล่าปี่ น้องสาวซุนกวนคนนี้เฉลียวฉลาดและกล้าหาญ มีจิตใจเข้มแข็งเหมือนดั่งพี่ชายของนาง นางมีสาวใช้มากกว่าร้อยคน แต่ละคนพกดาบติดตัว เล่าปี่รู้สึกหวาดกลัวทุกครั้งที่จะต้องไปพบนาง

โจโฉส่ง เจียวก้านแห่งกิวกั๋งโดยมอบหมายหน้าที่ให้มาเกลี้ยกล่อมจิวยี่อย่างลับ ๆ ในฐานะนักพูดฝีปากเอก เจียวก้านนั้นไร้คนที่จะต่อกรด้วยในดินแดนแยงซีและ Huai เขาใส่เสื้อผ้าหยาบ ๆ และหมวกลินิน เขามาพบจิวยี่เหมือนว่าเป็นการมาเยี่ยมส่วนตัว

จิวยี่ออกมาต้อนรับเขา และพูดกับเขาทันที ท่านคงจะเหนื่อยมากนะท่านเจียวก้าน ที่เดินทางเป็นระยะทางไกลข้ามแม่น้ำทะเลสาบมากมาย มันไม่ถือว่ามากเกินไปหรือในฐานะกระบอกเสียงของท่านโจโฉ

แล้วเขาก็นำเจียวก้านพาไปชมรอบค่าย ดูที่เก็บเสบียง คลังอาวุธต่าง ๆ พวกเขากลับมาที่พักและดื่มกินด้วยกัน เขาเรียกขุนนางเขามาพบเจียวก้านและเครื่องประดับล้ำค่าต่าง ๆ

แล้วจิวยี่ก็พูดว่า คนที่ยิ่งใหญ่ในโลกนี้เมื่อได้พบนายที่จะเห็นคุณค่าในตัวเขา ภายนอกนั้นพวกเราปฏิบัติต่อกันเหมือนนายและบ่าว แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาเหมือนดั่งพี่น้องร่วมอุทร เขาอนุมัติทุกอย่างตามที่ข้าแนะนำ เขามักจะยอมรับแผนการของข้าเสมอ ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข เราต่างเผชิญร่วมกัน ถ้า Su Qin หรือ Zhang Yi เกิดใหม่อีกครั้ง พวกเขาจะเปลี่ยนความรู้สึกข้าได้หรือไม่ (นักยุทธศาสตร์และกุนซือชั้นเยี่ยมของราชวงศ์ Zhou ตอนปลาย)

เจียวก้านหัวเราะ แล้วก็ไม่พูดถึงสิ่งที่โจโฉมอบหมายเขามาอีกเลย เมื่อเขากลับไปหาโจโฉ เขายกย่องพฤติกรรมของจิวยี่และความสามารถอันสูงส่งของเขาว่าเป็นชายผู้ไม่สามารถชักจูงให้เปลี่ยนใจได้

He Xia ขุนนางผู้ใหญ่ในสังกัดของเฉิงเซี่ยงพูดกับโจโฉว่า คนแต่ละคนล้วนมีความสามารถแตกต่างกันออกไป ท่านไม่สามารถตัดสินพวกเขาจากหลักเกณฑ์เพียงอย่างเดียว การประหยัดและใช้ชีวิตเรียบง่ายอาจจะเป็นสิ่งที่ดีกับบุคคลผู้หนึ่ง แต่ถ้าท่านต้องการบังคับให้ผู้อื่นใช้ชีวิตแบบเดียวกัน นั่นถือว่าไม่เป็นการยุติธรรม

ในเวลานี้ ขุนนางของท่านที่สวมเสื้อผ้าใหม่และนั่งเกวียนอย่างดีต่างถูกกล่าวหาทันทีว่าฉ้อราษฎร์ ในขณะที่คนที่ไม่สนใจในลักษณะภายนอก ใส่เสื้อผ้าโทรม ๆ และขนสัตว์ต่างถูกพิจารณาว่าเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ตอนนี้ถึงขั้นที่ขุนนางของท่านต่างทำเสื้อผ้าตัวเองให้สกปรกและซ่อนเกวียนและเสื้อผ้าอย่างดี ในขณะที่ขุนนางชั้นสูงบางคนถึงกับนำเครื่องดื่มและอาหารมากินจากบ้าน

ในการสร้างแบบอย่างหรือธรรมเนียมปฏิบัติ ทางที่ดีที่สุดคือการเดินสายกลาง สิ่งใดที่ง่ายที่สุดที่ควรทำตาย แต่ท่านกลับสนับสนุนแบบอย่างที่ยากเกินปฏิบัติ และท่านใช้มันตัดสินคนทั้งหมด เมื่อท่านบังคับทุกอย่างแบบนี้ คนที่ถูกบังคับจะรู้สึกไม่พอใจและเบื่อหน่าย

ปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ในอดีตสอนถึงธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไป เมื่อกฏเกณฑ์ธรรมเนียมปฏิบัติมากเกินไป สิ่งเหล่านี้จะสนับสนุนคนให้หน้าไหว้หลังหลอกและปิดบังความเป็นจริง

โจโฉเห็นด้วยกับข้อโต้เถียงนี้




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 27 มีนาคม 2549 21:10:57 น.
Counter : 358 Pageviews.  

ปี 208 AD

ปี Jian’an ที่ 13 208 AD
(4 กุมภาพันธ์ 207– 21 กุมภาพันธ์ 209)

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก Zhao Wen ซึ่งเป็นซือถู ได้แนะนำโจผีให้เข้ารับราชการ โจโฉรายงานว่า Zhao Wen ได้แนะนำคนในครอบครัวข้า ความเห็นของเขาจึงไม่สามารถเชื่อถือได้อีกต่อไป เขาจึงให้ฮ่องเต้ปลด Zhao Wen จากตำแหน่ง

โจโฉกลับไปที่เมือง Ye เขาได้ขุดหนองน้ำ Xuanwu เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมทหาร

ก่อนหน้านั้น กำเหลงได้นำพรรคพวกแปดร้อยคนเข้ารับใช้เล่าเปียว เล่าเปียวเป็นคนอ่อนแอและไม่เตรียมการสำหรับสงคราม กำเหลงเชื่อว่าเล่าเปียวจะไม่สามารถทำการใหญ่ได้ เขากลัวว่าเมื่อลูกน้องของเล่าเปียวกระจัดกระจายไป เขาจะต้องร่วมชะตาเดียวกันด้วย เขาจึงต้องการไปยังตะวันออกยังเมืองง่อ (กำเหลงในวัยหนุ่มเคยเป็นโจรแล้วกลับตัวมากลายเป็นบัณฑิต เขาเคยก่อกบฏต่อเล่าเจี้ยงแล้วล้มเหลว)

หองจอในตอนนั้นอยู่ที่ แฮเค้า กองทัพกำเหลงจึงไม่สามารถผ่านไปได้ เขารับใช้อยู่กับหองจอถึงสามปี โดยที่หองจอปฏิบัติต่อเขาเหมือนทหารทั่ว ๆ ไป

แล้วซุนกวนก็ได้โจมตีหองจอ กองทัพหองจอพ่ายแพ้และหนีไป เล่งโฉขุนพลของซุนกวนนำทหารไล่ตามโจมตี กำเหลงเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการยิงธนู เขาคุมคนของเขาเป็นทัพหลังของหองจอ เขายิงธนูใส่เล่งโฉและฆ่าเล่งโฉได้ หองจอจึงหลบหนีได้สำเร็จ

เมื่อกลับถึงค่าย หองจอก็ปฏิบัติต่อกำเหลงเหมือนเช่นเดิม โซหุย หัวหน้าขุนนางของหองจอได้แนะนำหองจดให้แต่งตั้งกำเหลงหลายครั้ง แต่หองจอปฏิเสธที่จะมอบตำแหน่งให้เขา กำเหลงต้องการจะจากไป แต่กลัวว่าเขาจะหลบหนีไม่สำเร็จ แล้ว โซหุยจึงพูดกับหองจอ แล้วกำเหลงก็ถุกแต่งตั้งเป็นนายอำเภอ Zhu ดังนั้นเขาจึงหนีไปรับใช้ซุนกวน

จิวยี่และลิบองสนับสนุนให้ซุนกวนรับเขา ซุนกวนปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี เหมือนดั่งเขาเป็นขุนนางที่ติดตามมานาน

กำเหลงเสนอแผนการให้แก่ซุนกวนว่า ความรุ่งเรืองของราชสำนักฮั่นถดถอยลงทุกวัน และโจโฉจะแย่งชิงบัลลังค์ในที่สุด ทางใต้ของมณฑลเกงจิ๋วมีภูเขาและแม่น้ำเป็นปราการธรรมชาติ ซึ่งจะคอยป้องกันดินแดนทางตะวันตกของท่าน ข้ารู้ว่าเล่าเบียวไม่สามารถวางแผนทำการใหญ่ได้ และบุตรของเขาก็ไร้ความสามารถ พวกเขาไม่สามารถรักษาดินแดนตัวเองได้ ท่านควรจะรีบวางแผนจัดการพวกเขาก่อนโจโฉจะโจมตีพวกเขา

สิ่งแรกคือการจัดการหองจอ หองจอแก่ชรามากแล้ว ทรัพย์สมบัติและเสบียงอาหารก็ขาดแคลน ผู้คนรอบตัวเขาต่างโลภมากและไม่มีวินัย ขุนนางและทหารของเขาต่างไม่พอใจ ทหารในกองทัพของเขาล้วนแต่บาดเจ็บและอาวุธของทัพเขาก็เสียหาย อาวุธไร้ความคมและขาดการซ่อมแซม เขาไม่สนใจในการเพาะปลูก และกองทัพของเขาก็ไม่มีระบบหรืออำนาจ ถ้าท่านโจมตีเขาตอนนี้ เขาต้องพ่ายแพ้แน่นอน

ทันทีที่ท่านทำลายกองทัพหองจอ ก็สั่งให้ทัพมุ่งหน้าไปตะวันตกและยึดด่าน Chu อำนาจของท่านก็จะเติบโตและขยายไป และท่านก็จะสามารถยึดดินแดน Ba และ Shu ได้

ซุนกวนประทับใจกับแผนนี้มาก แต่เตียวเจียวซึ่งอยู่ในการประชุมนั้นด้วย ได้แย้งว่า ผู้คนในง่อยังไม่สงบ ควรที่กองทัพจะยกไปแล้วหรือ ข้ากลัวว่าจะมีการก่อกบฏขึ้น

กำเหลงพูดกับเตียวเจียวว่า นายท่านของเราได้มอบตำแหน่งให้ท่านเหมือน ฮ่องเต้ฮั่นโกโจมอบให้แก่ Xiao He ถ้าท่านทำได้เพียงนิ่งเฉยและห่วงแต่เรื่องกบฏ แล้วท่านจะยกตัวเองเทียบกับคนในอดีตได้อย่างไร

ซุนกวนชูจอกเหล้าขึ้นแล้วมอบให้แก่กำเหลงพูดว่า ปีนี้ กำเหลง ข้าจะยกทัพไปโจมตี เหมือนดั่งจอกเหล้านี้ ข้าตัดสินใจมอบให้แก่เจ้า จงเตรียมแผนการที่จะโจมตีหองจออย่างเดียวก็พอ ไม่มีความจำเป็นที่จะไปแย้งคำพูดทุกคำของเตียวเจียว

แล้วซุนกวนก็ยกทัพไปตะวันตกเพื่อโจมตีหองจอ หองจอเตรียมเรือสองลำที่หุ้มด้วยหนังวัวมาป้องกันเส้นทางต่าง ๆ ของ Miankou ใช้เชือกขนาดใหญ่ที่ถักมาจากใบต้นปาล์มมาติดหินเข้าไปใช้เป็นสมอเรือ เรือทั้งสองลำสามารถบรรทุกคนพันคนพร้อมธนู หนังวัวที่หุ้มเรือสามารถป้องกันพลธนูฝ่ายหองจอจากไฟและสิ่งต่าง ๆ ได้ดี ทำให้ฝ่ายหองจอได้เปรียบยิงลูกธนูใส่ทัพซุนกวนดั่งสายฝน จนกองทัพซุนกวนไม่สามารถเคลื่อนที่ไปได้

ตังสิดและ เล่งทองคุมทหารเป็นกองหน้า ทั้งสองคุมทหารกล้าตายร้อยคนใส่เกราะเพิ่มเป็นเท่าตัว พวกเขาใช้ไม้กระดานเป็นที่กำบังบนเรือ แล้วให้เรือพุ่งเข้าชนเรือหองจอ ตังสิดตัดเชือกสมอเรือทั้งสองด้วยตัวเอง จนเรือหองจอลอยไปตามลำน้ำ แล้วทัพใหญ่ของซุนกวนก็มุ่งหน้าต่อไป

หองจอสั่งให้ ตันจิ๋วนำทหารเดินเท้าเข้าต่อสู้ แต่ลิบองแม่ทัพผู้ปราบปรามทิศเหนือได้นำทัพหน้าด้วยตัวเองและตัดหัว ตันจิ๋วได้ และถือโอกาสจากชัยชนะนี้นำทัพเคลื่อนไปทั้งทางบกและทางน้ำ พวกเขามาถึงกำแพงเมือง โจมตีอย่างถึงที่สุด พวกเขาจึงสามารถยึดเมืองได้

หองจอหลบหนีไป แต่พวกเขาก็ไล่ตามและสังหารหองจอได้ ประชาชนหลายหมื่นคนถูกจับเป็นเชลย

ก่อนหน้านั้น ซุนกวนมีกล่องสองใบเตรียมไว้เพื่อบรรจุหัวของหองจอและโซหุย เมื่อซุนกวนจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ กำเหลงมาคุกเข่าที่เบื้องหน้าที่นั่งเขา เลือดและน้ำตาเขาไหลผสมกัน เขาพูดกับซุนกวนว่า โซหุยเคยช่วยเหลือข้าในอดีต ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ข้าคงตายไปกลายเป็นกองกระดูกในป่า และข้าคงไม่ได้มารับใช้ท่าน แม้ว่าความผิดของโซหุยจะสมควรแก่โทษประหาร แต่ข้าขอร้องท่านให้ไว้ชีวิตเขา

ซุนกวนประทับใจแต่เขาพูดว่า ถ้าข้ามอบเขาให้ท่าน แล้วอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขาหนีไป

โซหุยได้รอดพ้นจากความตายได้ กำเหลงตอบ เขาย่อมถือว่าได้รับชีวิตใหม่ แม้ว่าเราจะไล่เขา เขาก็ไม่ไป ทำไมเขาต้องวางแผนหลบหนี ถ้าเขาหลบหนีไป ขอให้หัวข้าไปอยู่แทนที่เขาในกล่องนั้น

ดังนั้นซุนกวนจึงอภัยให้โซหุย

เล่งทองนั้นโกรธแค้นที่กำเหลงฆ่าเล่งโฉบิดาเขา เขาต้องการที่จะฆ่ากำเหลงอยู่เสมอ แต่ซุนกวนสั่งเขาว่าอย่าก่อปัญหา แล้วซุนกวนก็ส่งกำเหลงและทัพของเขาไปอยู่ที่อื่น

ในฤดูร้อน เดือนที่หก ตำแหน่งซานก๋งถูกยกเลิก และตำแหน่ง Imperial Chancellor และ Imperial Counsellor ถูกนำมาใช้อีกครั้ง วันที่ 9 มิถุนายน โจโฉถูกแต่งตั้งเป็น Imperial Chancellor เฉิงเซี่ยง(ตำแหน่ง Imperial Chancellor เป็นตำแหน่งอัครเสนาบดี ซึ่งอยู่เหนือขุนนางทุกคน ไม่เหมือนซือคง ตำแหน่งเก่าของโจโฉที่มีขุนนางที่มีอำนาจเทียบเท่าอีกสองคน)

โจโฉแต่งตั้ง ซุนต่ำ นายทหารคนสนิทแห่งมณฑลกิจิ๋วเป็นขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายตะวันตกสังกัด Imperial Chancellor (ฝ่ายตะวันตกมีหน้าที่ดูแลการแนะนำแต่งตั้งขุนนางในส่วนกลาง ส่วนฝ่ายตะวันออกมีหน้าที่จัดการงานเอกสารและตำแหน่งนายทหาร) มอกาย ซึ่งเป็นอดีตขุนนางผู้หใญ่ฝ่ายตะวันออกในสังกัดซือคงได้รับตำแหน่งที่เท่าเทียมกับ ซุนต่ำ ในสังกัดเฉิงเซี่ยงเช่นกัน นายอำเภอ Yuancheng สุมาหลัง ได้รับแต่งตั้งเป็น Master of Records ส่วนน้องชายของเขาสุมาอี้กลายเป็นขุนนางผู้ใหญ่สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านตำราหนังสือและ Master of Records มณฑลกิจิ๋ว Lu Yu เป็นที่ปรึกษาฝ่ายแรงงานในสังกัดการบริหารด้านกฏหมาย Lu Yu เป็นบุตรของโลติด

ซุนต่ำ และ มอกาย นั้นมีหน้าที่แต่งตั้งเลื่อนขั้นให้แก่ขุนนาง บุคคลที่พวกเขาเสนอให้แต่งตั้งล้วนแต่เป็นบัณฑิตที่จิตใจดีงามและซื่อสัตย์ มีขุนนางมากมายที่มีชื่อเสียงดีงามแต่ขาดคุณธรรม พวกเขาไม่มีใครได้รับการเลื่อนขั้น ซุนต่ำ และ มอกาย คัดเลือกแต่คนที่ซื่อสัตย์และถูกต้องพร้อมกับปลดคนที่หน้าไหว้หลังหลอกและหลอกลวง พวกเขาสนับสนุนความสงบและความอ่อนน้อม พวกเขาต่อต้านพวกไม่จริงใจและเล่นการเมือง ด้วยเหตุนี้ บัณฑิตทั้งหมดของแผ่นดินจึงอ่อนน้อมและพยายามทำดีอย่างสุดความสามารถ

แม้ว่าเสนาบดีจะซื่อสัตย์และคุณธรรม แต่เขาก็ไม่กล้าใช้รถม้าที่ดีขึ้นหรือเสื้อผ้าที่หรูหรามากไปกว่าที่กฏอนุญาต เมื่อขุนนางผู้ใหญ่กลับมาจากหน้าที่ของพวกเขา หน้าตาพวกเขาเต็มไปด้วยเหงื่อไคล เสื้อผ้ามอมแมมและนั่งบนเกวียนไม้ และเมื่อผู้บัญชาการกองทัพมาเยี่ยมที่ทำการพวกเขาแต่งตัวด้วยชุดขุนนางและไปตรวจโดยการเดิน ขุนนางพากันซื่อสัตย์และประชาชนต่างเชื่อฟังคำสั่งทางการ

โจโฉรู้ข่าวเข้า เขาถอนใจด้วยความชื่นชมพูดว่า ถ้าขุนนางทั้งหมดเป็นเช่นนี้ แล้วผู้คนทั้งแผ่นดินสามารถปกครองตัวเองได้ ข้าก็ไม่มีอะไรต้องทำอีก

เมื่อสุมาอี้ยังเด็ก เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก เขามีแผนการที่ทะเยอะทะยาน ซุนต่ำ พูดกับ สุมาหลัง พี่ชายเขาว่า น้องชายของท่านฉลาดหลักแหลม และมีจิตใจใฝ่คุณธรรม มีการตัดสินใจที่แน่วแน่และความกล้าหาญที่โดนเด่น ท่านเองไม่มีความสามารถเช่นเขา

โจโฉรู้เรื่องของสุมาอี้จึงแต่งตั้งเขาให้เข้ารับราชการ แต่สุมาอี้พยายามขออภัยบอกว่าตัวเขาเป็นโรคปวดในข้อกระดูก โจโฉโกรธมากและตั้งใจจะจับเข้าคุมขัง สุมาอี้ตกใจกลัวจึงยอมรับตำแหน่ง (เรื่องนี้ค่อนข้างประชดประชัน เหมือนจะไม่ใช่เรื่องจริง เพราะสุมาอี้คนที่ล้มล้างราชวงศ์วุยที่ก่อตั้งโดยโจโฉ ถูกโจโฉบังคับให้เข้ารับราชการเอง)

โจโฉส่งเตียวเลี้ยวมาตั้งค่ายที่ Changshe แค่เพียงเขาตั้งค่ายสำเร็จ ทหารบางคนต้องการจะก่อกบฏ ในยามค่ำพวกเขาตีระฆังเตือนภัยและจุดไฟเผาค่าย ทั้งกองทัพสับสนอลหม่าน แต่เตียวเลี้ยวพูดกับพวกเขาว่า อย่าได้เคลื่อนไหว ทหารทั้งกองทัพไม่ได้ก่อกบฏ มีเพียงทหารไม่กี่คนพยายามทำเสียงดังเพื่อให้คนอื่นตกใจกลัว

แล้วเขาสั่งการไปทั้งกองทัพว่า ใครที่ยังภักดี ให้เงียบและอย่าเคลื่อนไหว เตียวเลี้ยวนำทหารองครักษ์สิบสองคนนำเขาไปยังตรงกลางค่าย เมื่อทุกอย่างสงบ พวกเขาจับตัวหัวหน้ากบฏและฆ่าพวกเขา

ในขณะที่เตียวเลี้ยวตั้งค่ายที่ Changshe อิกิ๋มอยู่ที่ Yingyin และ งักจิ้นอยู่ที่ Yangdi ทั้งหมดกระทำการตามที่พวกเขาเห็นเหมาะสม และพวกเขาปฏิเสธการร่วมมือกัน โจโฉส่ง เอียวงัน Master of Records ในสังกัดซือคง มาเป็นคนกลางระหว่างสามกองทัพและให้คำแนะนำในกรณีต่าง ๆ แล้วแม่ทัพทั้งสามคนจึงตกลงร่วมมือกันได้

ก่อนหน้านั้น แม่ทัพหน้า ม้าเท้ง และแม่ทัพผู้นำความสงบมาสู่ตะวันตก หันซุยเป็นพี่น้องร่วมสาบาน แต่ต่อมาลูกน้องของพวกเขาเกิดทะเลาะกัน พวกเขาเลยกลายเป็นศัตรูกัน ทางการจึงส่งขุนพลรักษาเมืองหลวง จงฮิวและผู้ตรวจการมณฑล เลียงจิ๋ว Wei Duan มาทำให้พวกเขาสงบศึกกัน และม้าเท้งถูกเรียกตัวไปตั้งค่ายที่ Huaili

โจโฉวางแผนโจมตีมณฑลเกงจิ๋ว เขาส่ง เตียวเจ มาชักชวนม้าเท้งให้จากลูกน้องของเขามาที่ราชสำนัก ม้าเท้งสัญญาว่าจะทำเช่นนั้น แต่ต่อมาก็เกิดลังเลใจ เตียวเจ กลัวว่าเขาอาจเปลี่ยนใจ ดังนั้นเขาจึงสั่งการให้ทุกหัวเมืองเตรียมการต้อนรับม้าเท้งและให้ผู้นำแต่ละหัวเมืองออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเองที่นอกเมือง ม้าเท้งจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องไปยังตะวันออก

โจโฉแนะนำให้แต่งตั้งม้าเท้งเป็นผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ในขณะที่ม้าเฉียวบุตรของเขาได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพรองและอำนาจในการปกครองกองทัพของม้าเท้ง แล้วครอบครัวม้าเท้งและผู้ติดตามก็ได้ย้ายมาอยู่ที่เมือง Ye

ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉลงใต้เพื่อโจมตีเล่าเปียว

ในเดือนที่แปด วันที่ 21 กันยายน คองสี ผู้ควบคุมกิจการภายในราชสำนักถูกแต่งตั้งเป็น Imperial Counsellor

ในวันที่ 27 กันยายน ขุนนางระดับสูงในวัง ขงหยงถูกประหารชีวิต

ขงหยงอาศัยชื่อเสียงในความสามารถของเขา เขามักจะทำให้โจโฉเป็นตัวตลกหรือกล่าวหาโจโฉต่าง ๆ นา ๆ เขาชอบใจกับการพูดถึงโจโฉในเรื่องที่ผิดปกติและยังไม่เชื่อฟังและไม่มีมารยาทกับโจโฉ แต่เพราะว่าเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก โจโฉจึงอดทนและแกล้งว่าเขารับเรื่องพวกนี้ได้ แต่ที่จึงเขาเกลียดที่ขงหยงทำเช่นนี้

ต่อมาขงหยงส่งบันทึกมาว่า ฮ่องเต้ควรจะยึดถือตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณ โดยไม่ประทานพื้นที่พันลี้รอบเมืองหลวงให้แก่ขุนนางคนใด โจโฉรู้สึกว่าขงหยงเริ่มที่จะทำเกินไป เขาจึงไม่ชอบขงหยงมากขึ้น

ขงหยงเคยทะเลาะกับคองสีมาก่อน ด้วยการสนับสนุนของโจโฉ คองสีแจ้งข้อหาความผิดขงหยง คองสีนั้นให้ Lu Cui ขุนนางผู้เตรียมพิธีกราบไหว้ของกองทัพเฉิงเซี่ยงส่งบันทึกฟ้องร้องว่า เมื่อครั้งขงหยงเป็นเจ้าเมืองปักไฮ เขาเห็นว่าราชสำนักกำลังวุ่นวายจึงซ่องสุมผู้คนเพื่อเตรียมก่อกบฏ เขายังแอบลอบติดต่อกับซุนกวนและยังใส่ร้ายป้ายสีราชสำนัก

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังโอ้อวดตัวเองกับยี่เอ๋ง บัณฑิตที่ไร้ค่า พวกเขายกยอปอปั้นอีกคนอย่างไม่เจียมตัว ยี่เอ๋งพูดกับขงหยงว่า Zhongni (ขงจื้อ)ยังไม่ตาย ส่วนขงหยงก็พูดว่า Yan Hui (ศิษย์คนสนิทขงจื้อ)กลับมามีชีวิตอีกครั้ง นี่เป็นการดื้อดึงและยกตนอย่างใหญ่หลวงโดยขาดความเคารพปราชญ์ชื่อดังในอดีต ควรที่จะลงโทษอย่างรุนแรง

แล้วโจโฉก็จับกุมขงหยงและสังหารเขา พร้อมด้วยภรรยาและบุตรของเขา

ก่อนหน้านั้น ชีสิบเพื่อนของขงหยงได้เคยเตือนเขาอยู่บ่อย ๆ ว่าถ้าเขายังยึดมั่นในหลักการของตัวเอง เขาจะต้องเดือดร้อนเข้าสักวัน และเขาจะต้องเสียใจ เมื่อขงหยงตายไป ไม่มีใครในเมืองฮูโต๋กล้าไปเก็บศพเขาไปทำพิธี มีเพียงชีสิบที่ไปเก็บศพเขาแล้วพูดว่า ถ้าขงหยงเสียชีวิตจากข้าไป แล้วข้าจะอยู่ไปเพื่ออะไร โจโฉสั่งให้จับตัวชีสิบและตั้งใจจะประหารเขา แต่ต่อมาโจโฉก็ยกโทษให้ชีสิบ

เล่าเปียวมีบุตรสองคนคือ เล่ากี๋และเล่าจ๋อง เล่าเปียวให้เล่าจ๋องแต่งงานกับหลานสาวของชัวฮูหยิน ภรรยาคนล่าสุดของเขา ทำให้ชัวฮูหยินชอบเล่าจ๋องและไม่ชอบเล่ากี๋ ชัวมอน้องชายของชัวฮูหยิน และเตียวอุ๋นบุตรของพี่สาวชัวมอกีอคน ทั้งคู่เป็นที่โปรดปรานของเล่าเปียว และทุกวันพวกเขาจะใส่ร้ายเล่ากี๋และสรรเสริญเล่าจ๋อง

เล่ากี๋เป็นกังวลมาก เขาถามขงเบ้งว่าเขาจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร แต่ขงเบ้งปฏิเสธที่จะตอบเขา ต่อมาไม่นานพวกเขาได้ไต่หอคอยด้วยกัน เล่ากี๋สั่งให้เอาบันไดพาดออกไป แล้วพูดกับขงเบ้งว่า เวลานี้เราอยู่ต่ำกว่าที่สวรรค์จะได้ยิน และสูงกว่าคนเบื้องล่างจะฟังเราได้ คำที่ท่านพูดมา จะมีเพียงข้าคนเดียวที่ได้ฟัง ท่านจะสามารถพูดได้หรือไม่

ขงเบ้งตอบว่า ท่านไม่เคยได้ยินเรื่อง ShenSheng อยู่ภายในต่อมาจึงได้รับอันตราย ในขณะที่ Chong’er หนีจากไปและรักษาชีวิตได้ เล่ากี๋เข้าใจทันที และวางแผนลับที่จะลอบออกไปนอกเมือง

ในเวลานั้นหองจอเสียชีวิต เล่ากี๋จึงขอให้เล่าเปียวแต่งตั้งเขาแทนที่หองจอ เล่าเปียวจึงตั้งให้เขาเป็นเจ้าเมือง กังแฮ

ต่อมาเล่าเปียวล้มป่วยหนัก เล่ากี๋จึงกลับมาเพื่อจะไปเฝ้าไข้ที่เตียง แต่ชัวมอและเตียวอุ๋นกลัวว่าถ้าเขาได้พบเล่าเปียวแล้วพ่อลูกจะกลับมาดีกันอีกครั้ง แล้วเล่าเปียวจะเปลี่ยนใจเปลี่ยนผู้สืบทอด พวกเขาจึงบอกกับเล่ากี๋ว่า ท่านแม่ทัพสั่งให้ท่านไปดูแลเมือง กังแฮ และนั้นเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก เวลานี้ท่านกลับละทิ้งชาวเมืองของท่านและมาเกงจิ๋วโดยไม่มีคำอนุญาต ท่านจะทำให้ท่านเล่าเปียวผิดหวังและทำให้อาการป่วยทรุดหนักขึ้น นี่ไม่ใช่วิธีของลูกจะแสดงความกตัญญูต่อบิดา พวกเขาหยุดเล่ากี๋ไว้นอกประตูและปฏิเสธที่จะให้เขาเข้าพบเล่าเปียว เล่ากี๋ได้แต่ร้องไห้เศร้าโศกกลับไป

ต่อมาเมื่อเล่าเปียวตาย ชัวมอ เตียวอุ๋นและพรรคพวกได้ยกเล่าจ๋องให้เป็นผู้สืบทอด เล่าจ๋องส่งตราตำแหน่ง Marquis ไปให้เล่ากี๋ แต่เล่ากี๋โกรธมากและเขวี้ยงตราตำแหน่งลงกับพื้น เขาตั้งใจที่จะกลับไปร่วมงานศพและใช้โอกาสนี้ยึดอำนาจ แต่ในช่วงนั้นกองทัพโจโฉได้ยกทัพมาพอดี เล่ากี๋จึงหนีไปยังตอนใต้ของแยงซี

ขุนนางของเล่าจ๋องหลายคนรวมทั้งเกงอวดเจ้าเมือง Zhangling และ ฮูสวน ขุนนางผู้ใหญ่ในสังกัดตะวันออก ได้แนะนำให้เขายอมจำนนต่อโจโฉ พวกเขาแนะให้เล่าจ๋องยอมจำนนต่อโจโฉ โดยให้เหตุผลว่า มีหลักสำคัญสำหรับการต่อต้านหรือยอมอ่อนน้อมและจัดการกับสถานการณ์ของผู้เข้มแข็งและผู้อ่อนแอ

เมื่อข้ารับใช้ปฏิเสธที่จะเชื่อฟังคำสั่งนายตัวเอง เขาได้หันหลังให้กับหน้าที่ที่ควรปฏิบัติ การตั้งรัฐ Chu (ชื่อเรียกดินแดนตอนใต้ในอดีต) ขึ้นมาต่อต้านกับแผ่นดินจีนย่อมนำอันตรายมาสู่เรา การเป็นพันธมิตรกับเล่าปี่เพื่อต่อสู้โจโฉ เราก็ไม่อาจสู้โจโฉได้

เมื่อมองตามสามข้อนี้ ท่านตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบมาก ท่านจะต่อสู้โจโฉได้อย่างไร ท่านมีความสามารถเทียบเท่าเล่าปี่หรือไม่ ถ้าเล่าปี่ยังไม่สามารถเทียบได้กับท่านโจโฉ ต่อให้ท่านครอบครอง Chu ทั้งหมดก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้ แล้วถ้าเล่าปี่เป็นคู่ต่อสู้กับโจโฉได้จริง เขาย่อมไม่ยอมรับใช้ท่านตลอดไป เล่าจ๋องเห็นด้วยกับคำแนะนำของพวกเขา

ในเดือนที่เก้า โจโฉมาที่เมือง ซินเอี๋ย เล่าจ๋องถือจดหมายแนะนำตัวมาต้อนรับโจโฉและยอมจำนนทั้งมณฑล

ขุนนางของโจโฉบางคนสงสัยว่านี่เป็นกับดัก แต่ Lou Gui พูดว่า ทั้งแผ่นดินต่างตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ผู้นำแต่ละคนต่างช่วงชิงอำนาจที่มากขึ้นจากฮ่องเต้ เวลานี้เล่าจ๋องได้นำหนังสือแนะนำตัวมามอบให้ นี่แสดงว่าเขานั้นเชื่อถือได้ ดังนั้นโจโฉจึงนำกองทัพมุ่งหน้าต่อไป

ในเวลานั้นเล่าปี่ตั้งค่ายอยู่ที่ Fan แต่เล่าจ๋องไม่กล้าบอกเล่าปี่เกี่ยวกับการยอมจำนน แต่ในที่สุดเล่าปี่ก็รู้เรื่อง เขาส่งคนสนิทไปถามเหตุการณ์กับเล่าจ๋อง และเล่าจ๋องได้ส่ง ซงต๋งมาบอกข่าวกับเล่าปี่ ในเวลานั้นโจโฉได้เดินทัพมาถึง Wan เล่าปี่ประหลาดใจและตกใจมาก

ท่านทำเช่นนี้ เล่าปี่พูดกับซงต๋ง ท่านไม่เตือนข้าเลยแม้แต่คำเดียว เวลานี้หายนะกำลังมาถึงตัวข้า ท่านค่อยมาบอกให้ข้ารู้ นี่เท่ากับจำกัดหนทางของข้า เล่าปี่ชักดาบแล้วหันไปทาง ซงต๋งถ้าข้าตัดหัวท่านในตอนนี้ ก็ไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้น และต่อไปเราคงจะไม่ได้เห็นหน้ากันอีก คนที่มีเกียรติย่อมละอายใจที่จะฆ่าคนอย่างท่าน เล่าปี่จึงปล่อยตัว ซงต๋งไป

แล้วเล่าปี่ก็เรียกขุนนางเขามาประชุม บางคนแนะนำให้โจมตีเล่าจ๋องเพื่อยึดมณฑลเกงจิ๋ว เล่าปี่พูดว่า เมื่อท่านเล่าเปียวตายไป เขาวางใจฝากลูกของเขากับข้า ข้าไม่สามารถละทิ้งหน้าที่นี้เพื่อประโยชน์ของตัวเองได้ ไม่เช่นนั้นเมื่อข้าตายไป ข้าจะไปพบหน้าท่านเล่าเปียวได้อย่างไร

เล่าปี่นำทัพของเขาออกจากค่าย เมื่อเขามาถึงเมือง ซงหยง เขาขี่ม้าอย่างเร็วไปเรียกเล่าจ๋องให้ออกมาพบ แต่เล่าจ๋องกลัวและไม่กล้าแสดงตัว ขุนนางและประชาชนหลายคนของมณฑลเกงจิ๋วต่างมาร่วมกับเล่าปี่ เมื่อเล่าปี่ผ่านหลุมฝังศพของเล่าเปียว เขาหยุดไว้อาลัยครู่หนึ่ง ร้องไห้แล้วจากไป

ในเวลานั้นเขามาถึงเมืองตงหยง คนติดตามเล่าปี่มีจำนวนมากกว่าแสนคน สัมภาระจำนวนหลายพันเกวียน ทำให้เล่าปี่เดินทางได้วันละเพียงสิบลี้ เขาส่งกวนอูนำทัพแยกไปต่างหากทางเรือหลายร้อยลำให้ไปคอยเขาอยู่ที่ กังเหลง

บางคนบอกกับเล่าปี่ว่า ท่านควรจะเดินทางอย่างรวดเร็วไปป้องกัน กังเหลง แม้ว่าท่านจะมีผู้คนจำนวนมากอยู่กับท่าน แต่มีทหารเพียงน้อยนิด ถ้าทหารของท่านโจโฉตามมาทัน ท่านจะรับมือเขาได้อย่างไร

เมื่อคิดทำการใหญ่ เล่าปี่ตอบ ผู้คนถือเป็นสิ่งสำคัญ เวลานี้พวกเขาต่างพากันมาพึ่งข้า จะให้ข้าทอดทิ้งพวกเขาได้อย่างไร

อองอุ้ย ได้พูดกับเล่าจ๋องว่า โจโฉรู้ข่าวว่าท่านยอมแพ้และเล่าปี่ได้หนีไป เขาย่อมไม่ระมัดระวังตัว และจะมาหาท่านด้วยทหารเพียงน้อยนิด ถ้าท่านมอบทหารให้ข้าไม่กี่พันคน ข้าจะโจมตีเขาที่ด่าน แล้วทัพโจโฉก็จะแตกพ่ายไป เมื่อท่านสามารถจับตัวโจโฉได้ อำนาจของท่านจะครอบคลุมไปทั่วแผ่นดิน แล้วท่านก็จะปลอดภัย และสามารถมองหาโอกาสสำหรับการใหญ่ต่อไป แต่เล่าจ๋องไม่เห็นด้วยกับเขา

เพราะว่าคลังอาวุธที่นั่น โจโฉกลัวว่าเล่าปี่จะยึดเมือง กังเหลง เขาจึงทิ้งสัมภาระและนำทัพไปเมือง ซงหยง ด้วยทหารเคลื่อนที่เร็ว ที่นั่นเขารู้ว่าเล่าปี่ได้หนีไป เขาจึงนำทหารม้าห้าพันนายเข้าตามโจมตี ในวันเดียวโจโฉเดินทางมากกว่าสามร้อยลี้มาถึงเนิน เกงสัน ใน เมืองตงหยง เล่าปี่ละทิ้งลูกเมียของตัวเอง หนีไปพร้อมกับขงเบ้ง เตียวหุย จูล่งและทหารม้าไม่กี่สิบคน โจโฉจับกองทัพของเขาและสัมภาระได้ทั้งหมด

มารดาของชีซีถูกโจโฉจับตัวได้ และชีซีได้ขออภัยต่อเล่าปี่ โดยเอามือชี้ที่หน้าอกตัวเองพูดว่า ในตอนแรก เหตุผลที่ข้าพยายามวางแผนให้ท่านได้บรรลุการใหญ่นั้นเพราะว่าพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้ (หัวใจ) เวลานี้ข้าสูญเสียมารดาข้า จิตใจของข้าสับสน และไม่สามารถช่วยงานท่านได้ ข้าขอร้องให้อนุญาตให้ข้าจากไป แล้วชีซีก็ไปหาโจโฉ

เตียวหุยนำทหารม้ายี่สิบคนป้องกันจากด้านหลัง เขายึดแม่น้ำและทำลายสะพาน หน้าตาเตียวหุยดุดัน เขาแกว่งทวนของเขา ตะโกนว่า ข้าคือเตียวหุย พวกเจ้าจงมาสู้และตายกับข้า ไม่มีทหารของโจโฉคนไหนกล้าเข้าไปใกล้เขา

ลูกน้องบางคนพูดกับเล่าปี่ว่า จูล่งหนีขึ้นเหนือไปแล้ว เล่าปี่ขว้างขวานสั้นใส่เขาพูดว่า จูล่งไม่มีทางละทิ้งข้าไป ไม่ช้าจูล่งก็กลับมา พร้อมกับนำตัวเล่าเสี้ยนมาด้วย

พวกเขามาพบกองทหารที่นำโดยกวนอู แล้วจึงข้ามไป Mian เล่ากี๋มาสบทบกับทัพของเล่าปี่พร้อมทหารหมื่นคน แล้วเล่ากี๋ก็พาทั้งหมดไปที่ แฮเค้า

โจโฉยกทัพไปที่ กังเหลง เขาแต่งตั้งเล่าจ๋องเป็นผู้ตรวจการมณฑล เฉงจิ๋ว พร้อมตำแหน่ง marquise โจโฉยังแต่งตั้งเก๊งอวดและขุนนางคนอื่นอีกสิบสี่คนเป็น Marquise

โจโฉปล่อยตัว ฮันสง จากที่คุมขัง ปฏิบัติต่อเขาอย่างดีเหมือนเป็นเพื่อน และแต่งตั้งให้เขาแบ่งชั้นขุนนางดีและขุนนางเลวทั้งมณฑล คนที่เขาเลือกล้วนได้รับการแต่งตั้ง

ฮันสง ถูกแต่งตั้งเป็น Grand Herald, เก๊งอวดเป็นผู้ดูแลกิจการภายในราชสำนัก Liu Xian เป็น ขุนนางอาลักษณ์ Deng Xi เป็นขุนนางท้องพระโรง

บุนเพ่ง นายทหารระดับสูงของมณฑลเกงจิ๋ว ซึ่งรักษาค่ายอยู่นอกเมือง เมื่อเล่าจ๋องยอมจำนน เขาได้เรียกบุนเพ่งให้มาร่วมกับเขา แต่บุนเพ่งตอบว่า ถ้าข้าไม่สามารถรักษามณฑลได้ เช่นนั้นข้าควรรอการลงโทษ

เมื่อโจโฉไปที่ Han บุนเพ่งจึงได้ไปหาเขา โจโฉถามว่า ทำไมเจ้าถึงมารายงานตัวช้านัก

ในอดีต บุนเพ่งตอบ ข้าล้มเหลวที่จะช่วยท่านเล่าเปียวรับใช้แผ่นดิน แม้ว่าท่านเล่าเปียวจะตายไปแล้ว ข้ายังคงหวังว่าจะรักษาดินแดน Han และปกป้องทั้งมณฑลให้คงอยู่ วิธีนี้ ถ้าข้ามีชีวิตอยู่ ข้าจะไม่หันหลังให้กับคนที่กำพร้าและอ่อนแอ และถ้าข้าตาย ก็จะไม่ละอายใจต่อผู้ใด อย่างไรก็ดีการตัดสินใจนี้กลับหายไปจากใจข้า แล้วเราก็มาพบจุดจบ ข้ารู้สึกเสียใจ ละอายใจ ข้าไม่มีหน้ามาพบผู้คนเร็วกว่านี้ เขาคร่ำครวญและร่ำไห้

โจโฉรู้สึกเสียใจกับเขา เขาพูดกับบุนเพ่งว่า บุนเพ่ง ท่านช่างเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ยิ่ง โจโฉปฏิบัติต่อบุนเพ่งอย่างดี และอนุญาตให้เขาควบคุมกองทัพเหมือนเดิม และแต่งตั้งให้เขาเป็นเจ้าเมือง กังแฮ

ก่อนหน้านั้น เมื่ออ้วนเสี้ยวอยู่ที่มณฑลกิจิ๋ว เขาได้ส่งสารมาเชิญคนดีมีฝีมือเมือง ยีหลำ ให้ไปรับใช้เขา He Xia พิจารณาดูคิดว่า มณฑลกิจิ๋วเป็นที่ราบกว้างใหญ่และผู้คนก็มากมาย นี่คือสิ่งที่คนที่ทะเยอทะยานทุกคนอยากได้ ดินแดนเปิดกว้างสามารถถูกรุกรานได้จากทุกทิศ มันไม่ดีเหมือนมณฑลเกงจิ๋ว ซึ่งมีภูมิประเทศที่ยากแก่การโจมตีและผู้คนก็น้อย มันจะดีกว่าถ้าอยู่ที่นั้น เขาจึงมารับใช้เล่าเปียว

เล่าเปียวปฏิบัติต่อเขาเหมือนแขกที่มีเกียรติ แต่ He Xia พูดกับลูกน้องเขาว่า เหตุผลที่ข้าไม่ไปหาอ้วนเสี้ยว เพราะข้าต้องการเลี่ยงดินแดนที่จะตกอยู่ในภัยสงคราม ยุคที่สับสนวุ่นวาย การอยู่ใกล้ชิดผู้นำคนใดย่อมไม่ส่งผลดี ในไม่ช้าจะต้องมีการใส่ร้ายแล้วหายนะก็จะมาถึง เขาจึงมุ่งหน้าลงใต้ไปยังเมือง Wuling

เล่าเปียวแต่งตั้ง Liu Wangzhi ให้เป็นขุนนาง แต่ว่าเพื่อนเขาสองคนถูกเล่าเปียวสังหารจากการโดนใส่ร้าย เขาเองได้ทำการวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาแต่กลับไม่ได้การยอมรับ Liu Wangzhi จึงส่งสารไปขออนุญาตกลับบ้าน

Liu Yi น้องชายของเขาพูดว่า เมื่อ Zhao (Jianzi) ฆ่า Dou (Mingdu) ขงจื้อก็ได้หันหลังให้เขา ท่านสามารถยึด Hui แห่ง Liuxia เป็นแบบอย่าง หรือท่านจะเลือกทำแบบ Fan Li หันหลังจากไปและเปลี่ยนอาชีพเสีย การนั่งเฉยแล้วไม่เห็นด้วยนั้นไม่มีประโยชน์อันใด

Liu Wangzhi ไม่เชื่อคำแนะนำนี้ ทำให้ต่อมาเขาต้องเสียใจอย่างมาก Liu Yi หนีไปมณฑล ยังจิ๋ว
หันค่าย ได้เลี่ยงการเรียกตัวรับใช้ของอ้วนสุดและไปอาศัยอยู่ที่เนินเขา Shandu แล้วเล่าเปียวเรียกตัวเขามารับใช้ แต่เขากลับย้ายไปอยู่ที่ Chanling เล่าเปียวโกรธมาก หันค่าย เกิดกลัวขึ้นมา เขาจึงยอมรับหมายเรียกตัว และได้รับแต่งตั้งเป็นนายอำเภอ Yicheng

Pei Qian ได้รับความกรุณาอย่างมากจากเล่าเปียว แต่เขาพูดอย่างลับ ๆ กับ อองซันบุตรของ อองซองและ Sima Zhi ว่า ท่านเจ้าเมืองเล่าเปียวขาดคุณสมบัติที่จะทำการใหญ่ แต่เขากล้าเปรียบตัวเขากลับ “เจ้าแห่งตะวันตก” (อ๋อง Wen แห่ง Zhou ซึ่งเป็นขุนนางในสมัยราชวงศ์ Shang/Yin ซึ่งครอบครองดินแดนถึงสองในสามของแผ่นดินจีนทั้งหมด) ความหายนะของเขาจะมาถึงในไม่ช้า ดังนั้นพวกเขาจึงมุ่งหน้าลงใต้ไปยังเมือง เตียงสา

โจโฉแต่งตั้ง หันค่าย เป็นขุนนางผู้น้อยในสังกัดเฉิงเซี่ยง และ Pei Qian เป็นที่ปรึกษาในกองทัพของเฉิงเซี่ยง

He Xia Liu Yi อองซันกลายเป็นขุนนางเสมียน Sima Zhi เป็นนายอำเภอ Jian ทุกคนที่ได้รับการแต่งตั้งล้วนมีชื่อเสียงดังในหมู่ชาวบ้าน

ในฤดูหนาว เดือนที่สิบ วันที่ 27 ตุลาคม วันแรกของเดือน มีปรากฏการณ์สุริยปราคา

ก่อนหน้านั้น เมื่อโลซกได้ข่าวว่าเล่าเปียวเสียชีวิต เขาพูดกับซุนกวนว่า มณฑลเกงจิ๋วนั้นติดกับชายแดนของเรา แม่น้ำแยงซีและภูเขานั้นเป็นอุปสรรคยากแก่การโจมตีและช่วยในการป้องกัน มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เป็นหมื่นลี้ ผู้คนก็มั่งคั่ง ถ้าเราสามารถยึดครองได้ เราจะใช้มันเป็นที่มั่นของอาณาจักรได้

เวลานี้เล่าเปียวเพิ่งเสียชีวิต บุตรชายทั้งสองของเขาก็ไม่ลงรอยกัน บรรดาขุนนางก็แยกกันเข้าข้างแต่ละคน เล่าปี่เป็นวีรบุรุษของแผ่นดิน เขาต่อสู้กับโจโฉและมาอยู่กับเล่าเปียว แต่เล่าเปียวอิจฉาในความสามารถของเขาจึงไม่ได้มอบหมายตำแหน่งที่สำคัญให้แก่เขา ถ้าเล่าปี่เข้าร่วมกับบุตรเล่าเปียว และถ้าพวกเขาจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ เราควรจะสงบศึกกับเขาและทำสัญญาเป็นพันธมิตรกัน ถ้าพวกเขาทะเลาะกัน เราควรจะวางแผนยึดครองเกงจิ๋ว

ข้าขออนุญาตเป็นฑูตส่งสารแสดงความเสียใจแก่บุตรของเล่าเปียว ในขณะที่ข้าอยู่ที่นั่น ข้าจะแสดงความเสียใจของเราและเป็นมิตรกับคนที่มีอำนาจในกองทัพพวกเขา และข้าจะแนะนำเล่าปี่ให้รวบรวมทัพของเล่าเปียวมาร่วมมือกับเราต่อสู้โจโฉ เล่าปี่จะยินดีและรับข้อเสนอของท่าน ถ้าเขาตกลง แผ่นดินก็จะสงบ ขอให้ท่านรีบส่งข้าไปก่อนที่โจโฉจะยกทัพมายึดเกงจิ๋ว ซุนกวนจึงส่งโลซกไป

โลซกมาถึง แฮเค้า เขารู้ว่าโจโฉได้เคลื่อนพลมาสู่มณฑลเกงจิ๋ว โลซกจึงเร่งเดินทางทั้งวันและคืน จนมาถึงเมือง Nan แต่ในเวลานั้น เล่าจ๋องได้ยอมจำนนและเล่าปี่ได้หนีลงใต้

โลซกจึงตรงไปหาเล่าปี่ และเจอกับเขาที่เนิน เกงสัน ใน เมืองตงหยง เขาบอกถึงความคิดซุนกวนต่อเล่าปี่และถกปัญหาสถานการณ์แผ่นดินเพื่ออธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงควรเป็นมิตรกัน แล้วเขาจึงถามเล่าปี่ว่า ท่านเล่าปี่ คิดวางแผนจะไปที่ไหน

เล่าปี่ตอบว่า ข้ามีเพื่อนเก่าแก่คนหนึ่ง อาวสิ้วเจ้าเมืองซังงาวข้าจะไปหาเขาเพื่อรับใช้

โลซกจึงเอ่ยขึ้น แม่ทัพผู้สังหารคนชั่วช้า ซุนกวน นั้นเฉลียวฉลาดและจิตใจกว้างขวาง เขาเคารพคนมีฝีมือและปฏิบัติต่อบัณฑิตด้วยความเคารพ ผู้นำทั้งหมดของดินแดนใต้แม่น้ำแยงซีได้ยอมรับใช้เขา เวลานี้เขาครองหัวเมืองใหญ่ถึงหกหัวเมือง ทหารของเขาก็ล้วนแต่เชี่ยวชาญการสงคราม และมีเสบียงอาหารจำนวนมาก เขาเข้มแข็งพอที่จะดำรงความเป็นอิสระไม่ขึ้นกับใครได้

เวลานี้ข้าแนะนำว่าแผนดีที่สุดของท่านคือการส่งเพื่อนที่ไว้ใจได้ไปทำสัญญาพันธมิตรกับตระกูลซุนในตะวันออก แล้วท่านจะทำการพร้อมกันในทุกสิ่ง

แต่ถ้าท่านต้องการรับใช้ อาวสิ้วเขาเป็นเพียงคนธรรมดา อยู่ในเมืองที่ห่างไกล ไม่ช้าก็เร็ว ต้องมีสักคนที่จัดการเขา แล้วท่านจะสามารถไว้ใจตัวท่านกับเขางั้นหรือ

เล่าปี่ยินดีมากกับคำแนะนำนี้ โลซกยังพูดกับขงเบ้งว่า ข้าเป็นเพื่อนของจูกัดกิ๋น พวกเขาจึงกลายเป็นเพื่อนกันในทันที จูกัดกิ๋นคือพี่ชายของขงเบ้งผู้หลบหนีปัญหามุ่งหน้าไปทางแยงซีตะวันออก ตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าเสมียนของซุนกวน

เล่าปี่ทำตามคำแนะนำของโลซก เขามุ่งหน้าไปอยู่ที่ Fankou ในตำบล E

โจโฉนำทัพของเขามุ่งหน้าไปตะวันออกไปทางแยงซีจาก กังเหลง ขงเบ้งพูดกับเล่าปี่ว่า ภารกิจนั้นเร่งด่วนนัก โปรดให้ข้าเป็นฑูตไปขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพซุนกวน แล้วขงเบ้งจึงเดินทางพร้อมโลซกกลับไปหาซุนกวน

ขงเบ้งพบกับซุนกวนที่ ชีสอง แล้วพูดกับเขาว่า แผ่นดินล้วนสับสนวุ่นวาย ท่านควรจะนำทหารจากแยงซีตะวันออก ท่านเล่าปี่จะนำทหารจาก Han ตอนใต้ แล้วเราจะต่อสู้กับโจโฉร่วมกันรักษาแผ่นดิน โจโฉสังหารศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเขาไปแล้ว และปราบผู้ที่เป็นปรปักษ์กับเขาเกือบทั้งหมด เวลานี้เขาได้ยึดมณฑลเกงจิ๋ว อำนาจของเขาแผ่ไปทั่วแผ่นดิน วีรบุรุษกลับไร้ดินแดนที่จะต่อสู้ ท่านเล่าปี่จึงต้องหนีจากที่นั่น

ข้าขอถามท่านประเมินความแข็งแกร่งของท่าน และให้ดินแดนแก่ท่านเล่าปี่เพื่อปกป้องตัวเอง ถ้าท่านจะใช้คนใน Wu และ Yue ต่อสู้กับอำนาจของแผ่นดินจีนส่วนกลาง ในไม่ช้าท่านย่อมต้องทำได้ดี แต่ถ้าท่านไม่สามารถทำได้ ท่านก็ควรจะเลิกกองทัพเสีย แล้วขึ้นเหนือไปรับใช้โจโฉ ท่านแสร้งทำเหมือนว่าท่านจะยอมจำนนและเชื่อฟัง แต่ท่านยังไม่ได้ตัดสินใจ เวลาผ่านไปเร็วนัก จนกว่าท่านจะตัดสินใจได้ ไม่อย่างนั้นหายนะจะมาถึงเร็วนัก

ถ้าเหตุการณ์เป็นอย่างที่ท่านอธิบาย ซุนกวนถาม แล้วทำไมเล่าปี่ถึงไม่ยอมจำนนต่อโจโฉ

Tian Heng ชายคนเดียวจากเมือง Qi ขงเบ้งตอบ แต่เขาได้ปกป้องเกียรติยศของตัวเองและปฏิเสธที่จะทำให้ชื่อเสียงตัวเองต้องมัวหมอง ท่านเล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่น ความกล้าหาญและความสามารถเป็นที่รู้จักไปทั่วแผ่นดิน เขาเป็นที่เคารพและชื่มชอบของประชาชนและสุภาพเป็นนิจเหมือนดั่งน้ำที่ไหลไปสู่ทะเล ถ้าบุคคลเช่นนี้ไม่ได้รับความสำเร็จ ย่อมเป็นลิขิตจากสวรรค์ แต่จะให้เขายอมจำนนต่อผู้อื่นได้อย่างไร

ซุนกวนโกรธมากพูดว่า ข้าไม่ได้รวบรวมดินแดนง่อและกองทัพนับแสนคนเพื่อมอบให้แก่คนอื่น ข้าได้คำนวณแล้ว จากความคิดที่ว่าเล่าปี่เป็นชายคนเดียวที่กล้าสู้กับโจโฉ แต่เล่าปี่เพิ่งจะแพ้ศึกมา แล้วเขาจะต่อต้านโจโฉได้อย่างไร

แม้ว่ากองทัพของเขาจะพ่ายแพ้ที่เนิน เกงสัน ขงเบ้งตอบ กองทัพที่แตกพ่ายไปก็ได้กลับมาหาเขา พร้อมด้วยทหารที่กวนอูเพิ่งนำมาจำนวนหมื่นคน ซึ่งมีอาวุธครบมือและฝึกมาเป็นอย่างดี และเล่ากี๋ยังมาร่วมกับเขาพร้อมทหารจาก กังแฮ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหมื่นคน

กองทัพโจโฉเดินทางมาเป็นระยะทางไกล พวกเขาเหนื่อยล้าและยากลำบาก ข้าได้ข่าวว่าพวกเขาไล่ตามท่านเล่าปี่ด้วยทหารม้าเคลื่อนที่เร็วเดินทางกว่าสามร้อยลี้ภายในหนึ่งวันหนึ่งคืน นี่ตรงกับคำว่า ลูกธนูที่พุ่งมาจนสุดแรงไม่สามารถทะลุผ้าไหมจาก Lu ได้ การเดินทัพของพวกเขาไม่ถูกต้องตามพิชัยยุทธ แม้แต่แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ถ้าละเลยข้อนี้ก็จะพบจุดจบ (ในพิชัยยุทธห้ามการเดินทัพในวันเดียวหนึ่งร้อยลี้ การเดินทัพเช่นนี้แม่ทัพทั้งสามทัพ ทัพหน้า ทัพกลาง ทัพหลังจะถูกศัตรูจับตัวได้ทั้งหมด การเดินทัพห้าสิบลี้ แม่ทัพหน้าจะถูกจับตัวได้)

ยิ่งกว่านั้นคนในภาคเหนือล้วนไม่เคยผ่านการฝึกการต่อสู้ทางน้ำ ในขณะที่คนในมณฑลเกงจิ๋วที่เข้าร่วมกับกับโจโฉก็เพราะว่าพวกเขาถูกบังคับโดยกำลังทหาร ไม่ใช่เพราะยินยอมพร้อมใจ

เวลานี้ ถ้าท่านสั่งการให้เหล่าแม่ทัพผู้กล้าหาญของท่านนำกองทัพสองหรือสามหมื่นคนมาร่วมกับท่านเล่าปี่และเป็นพันธมิตรกัน แล้วกองทัพโจโฉก็จะย่อยยับ เมื่อกองทัพของเขาพ่ายแพ้ เขาจะต้องกลับขึ้นเหนือ ด้วยเหตุนี้อำนาจของเกงจิ๋วและง่อก็จะใหญ่โตขึ้น เราก็จะสามารถรักษาสมดุลกับโจโฉเหมือนดั่งหม้อสามขา โอกาสที่จะชนะและพ่ายแพ้ขึ้นอยู่กับวันนี้

ในเวลานั้น โจโฉได้ส่งจดหมายมาหาซุนกวนว่า ข้าได้รับราชโองการให้มาปราบเหล่าคนชั่วต่าง ๆ จุดมุ่งหมายของข้าคือหัวเมืองทางใต้ และเล่าจ๋องได้ให้ความช่วยเหลือแก่ข้า ข้านำกองทัพแปดแสนคนมา และวางแผนที่จะร่วมล่าสัตว์กับท่านในเมืองง่อ

เมื่อซุนกวนส่งจดหมายโจโฉให้เหล่าขุนนางดู พวกเขาพากันหวาดกลัวสีหน้าซีดเผือด

เตียวเจียวและขุนนางคนอื่นพูดว่า ท่านโจโฉเหมือนดั่งสุนัขป่าหรือเสือร้าย เขาคุมตัวฮ่องเต้ ใช้พระองค์เพื่อให้การกระทำของตัวเองชอบธรรม การกระทำทุกอย่างเขาสามารถอ้างได้ว่าทำเพื่อราชสำนัก ถ้าท่านต่อต้านเขาในตอนนี้ เหมือนกับเป็นการไม่เชื่อฟังต่อราชสำนัก

ยิ่งไปกว่านั้น แม่น้ำแยงซีซึ่งเป็นแนวป้องกันที่สำคัญต่อโจโฉ แต่โจโฉในเวลานี้ได้ครองทั้งมณฑลเกงจิ๋ว เล่าเปียวมีทหารที่ฝึกมาเป็นอย่างดี และมีเรือหุ้มเกราะเป็นพันลำและเรือรบอื่น ๆ อีก ถ้าโจโฉล่องเรือตามแม่น้ำแยงซีและสนับสนุนด้วยทหารบนบก เขาจะสามารถโจมตีเราทั้งทางบกและทางน้ำ

อีกนัยหนึ่ง โจโฉมีแม่น้ำเป็นปราการเหมือนดั่งเช่นฝั่งเรา ด้วยความเข้มแข็งของกองทัพโจโฉ เราไม่สามารถเทียบได้ ในความเห็นอันต่ำต้อยของข้า แผนการดีที่สุดคือการอ่อนน้อมต่อโจโฉ

ในที่นั้นมีเพียงโลซกคนเดียวที่ไม่พูดสิ่งใด

แล้วซุนกวนก็เดินไปที่ห้องน้ำ โลซกเดินตามเขามาด้วย ซุนกวนเชื่อว่าโลซกมีความในใจ จึงคว้ามือเขาแล้วพูดว่า ท่านมีสิ่งใดจะบอกข้า

ข้าได้ฟังความเห็นของพวกเขา โลซกตอบ คนเหล่านั้นล้วนแนะนำสิ่งที่ผิดให้แก่ท่าน ท่านไม่สามารถวางแผนใหญ่กับพวกเขา ข้าสามารถยอมจำนนต่อโจโฉได้ แต่ตัวท่านไม่

ให้ข้าอธิบาย ถ้าข้ายอมอ่อนน้อมต่อโจโฉ เขาจะส่งข้ากลับไปยังบ้านเกิด เพื่อจัดตำแหน่งขุนนางให้กับข้าใหม่ อย่างน้อยที่สุดข้าก็กลายเป็นขุนนางผู้น้อย ข้ายังสามารถนั่งเกวียนเทียมด้วยวัวได้ และมีทหารองครักษ์ และสามารถอยู่ร่วมกับชนชั้นสูงได้ แล้วข้าคงได้รับการเลื่อนตำแหน่งในที่สุด ข้าคิดว่าคงได้ครองมณฑลหรือหัวเมือง

แต่ถ้าท่านยอมแพ้ ท่านจะมีฐานะเช่นไร ข้าแนะนำให้ท่านตัดสินใจวางแผนการที่ยิ่งใหญ่ก่อนจะสายเกินไป ขออย่าได้เชื่อตามคำแนะนำของคนเหล่านั้น

ซุนกวนถอนใจด้วยความโล่งอกและชื่นชมพูดว่า คนเหล่านั้นล้วนแต่ทำให้ข้าผิดหวัง แต่ท่านกลับว่าแผนการที่ยิ่งใหญ่ นี่คือสิ่งที่ข้ามองหา

ในเวลานั้น จิวยี่ติดภารกิจอยู่ที่กวนหยง (ปากน้ำเมืองเองฮอ) โลซกแนะนำให้ซุนกวนเรียกตัวเขากลับ

เมื่อจิวยี่มาถึง เขาพูดกับซุนกวนว่า แม้ว่าโจโฉแสร้งทำเป็นเสนาบดีที่ภักดีของราชวงศ์ฮั่น แต่ที่จริงแล้วเขาเป็นศัตรูแ่ผ่นดิน ด้วยความสามารถทางการศึกสงครามและความสามารถที่กล้าหาญของท่าน สร้างรากฐานจากผลสำเร็จอันใหญ่หลวงของบิดาและพี่ชายท่าน ท่านได้ครอบครองแยงซีตะวันออก มีดินแดนยาวหลายพันลี้ ทหารที่เชี่ยวชาญสงคราม เสบียงอาหารพร้อมพรัก ผู้คนต่างก็ยินดีรับใช้ท่าน ท่านควรจะยกทัพไปทั่วแผ่นดิน และประพฤติตนเพื่อราชสำนักฮั่น ปล่อยวางความหนักใจและขับไล่ความละอายใจ

โจโฉพาตัวเองมาพบกับหายนะ ทำไมท่านต้องยอมแพ้เขา

ให้ข้าพูดถึงสถานการณ์ในตอนนี้ให้ท่านฟัง ภาคเหนือยังไม่สงบเรียบร้อย ม้าเฉียวและหันซุยที่อยู่ทางด่านตะวันตก พวกเขาเป็นอันตรายต่อโจโฉจากด้านหลัง ในเวลาเดียวกัน โจโฉได้ละจากอานม้า มาใช้เรือและไม้พายเพื่อต่อสู้กับง่อและ Yue ยิ่งกว่านั้น เวลานี้เข้าสู่ฤดูหนาว ม้าศึกของเขาก็จะขาดหญ้าเป็นอาหาร เขาบังคับกองทัพจากจีนภาคกลางยกพลเป็นระยะทางไกลมายังดินแดนแยงซีและทะเลสาบ ทหารของเขาไม่เคยชินกับที่หนองน้ำแบบนี้ พวกเขาจะต้องเจ็บป่วยอย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณอันตรายของการศึก แต่โจโฉก็ยังเร่งรีบเคลื่อนทัพอย่างคนตาบอด

นี่คือเวลาที่จะจัดการโจโฉ ขอทหารให้ข้าสองหรือสามหมื่นคนที่ผ่านการฝึกอย่างดี และให้ข้ายกทัพไป แฮเค้า ข้ามั่นใจว่าจะเอาชนะเขาให้ท่านได้

ไอ้โจรเฒ่าคนนี้ ซุนกวนพูดขึ้น ได้พยายามมาตลอดที่จะล้มล้างราชวงศ์ฮั่นและสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาแทน เขามีอ้วนสุด อ้วนเสี้ยว ลิโป้ เล่าเปียวและตัวข้าที่ต้องกังวล เวลานี้คนอื่น ๆ ตายไปหมดแล้ว ข้าเป็นศัตรูของเขาคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ ระหว่างไอ้โจรเฒ่ากับข้า คนหนึ่งต้องพ่ายแพ้ ท่านบอกว่าข้าต้องโจมตีเขา นั่นคือสิ่งที่ข้าคิดเช่นกัน สวรรค์ได้ส่งท่านมาเพื่อข้า

ซุนกวนชักดาบออก เขาฟันโต๊ะเบื้องหน้าเขาพูดว่า ขุนนางคนใดกล้าแนะนำให้ยอมแพ้อีก จะเป็นเหมือนดั่งโต๊ะตัวนี้ แล้วซุนกวนก็เลิกการประชุม

ในคืนนั้น จิวยี่พูดกับซุนกวนอีกครั้ง เขาบอกว่า เมื่อคนพวกนี้เห็นจดหมายของโจโฉที่บรรยายถึงทหารแปดแสนคนพร้อมฝีพาย พวกเขาทั้งหมดต่างตกใจ และคำแนะนำที่พวกเขามีก็คือการยอมแพ้โดยไม่มีความคิดว่าสิ่งที่โจโฉบอกนั้นถูกต้องหรือแค่คุยโว นี่ไม่มีเหตุผลเลย

เวลานี้ ตรวจดูสถานการณ์ที่แท้จริง กองทัพที่โจโฉนำมาจากภาคกลางนั้นไม่น่าจะมากไปกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นหรือหนึ่งแสนหกหมื่น ทหารเหล่านี้ถูกเกณฑ์มาอยู่ในกองทัพเป็นเวลานานมาก แล้วโจโฉก็ได้ทหารจากเล่าเปียว เจ็ดหมื่นหรือแปดหมื่นคนอย่างมาก และความจงรักภักดีต่อโจโฉก็ยังเคลือบแคลง

โจโฉใช้คนที่เบื่อหน่ายและอ่อนล้ามาคุมกองทัพและคนเหล่านั้นก็เป็นไปได้ที่จะแปรพักตร์ แม้ว่ากองทัพเขาจะมีจำนวนมาก แต่ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ข้าว่า ทหารอย่างดีห้าหมื่นคนก็เพียงพอที่จะจัดการกับพวกเขา ท่านไม่ต้องกังวลอะไร

ซุนกวนตบหลังเขาแล้วพูดว่า กงจิ้น ท่านจัดการสิ่งต่าง ๆ อย่างที่ข้าหวัง เตียวเจียว Qin Song และคนอื่น ๆ ต่างกังวลเกี่ยวกับภรรยาและลูก ๆ ของพวกเขา พวกเขาสนใจแต่เรื่องตัวเอง ข้าผิดหวังในตัวพวกเขา มีเพียงท่านและโลซกที่เห็นด้วยกับข้า สวรรค์ส่งท่านมาช่วยเหลือข้า

เป็นการยากที่จะรวบรวมทหารห้าหมื่นคนกระทันหัน แต่ข้าได้เตรียมทหารสามหมื่นคนที่คัดเลือกไว้แล้ว เรือรบ เสบียงอาหารและอาวุธต่าง ๆ ถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว ท่านและโลซกและท่านเทียเภา จงไปเป็นกองหน้า ข้าจะส่งทหารและเสบียงศึกไปเพิ่มภายหลัง

ถ้าท่านสามารถจัดการเขาได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะถูกตัดสินตามใจของฝ่ายเรา แต่ถ้าสถานการณ์เลวร้าย จงกลับมาหาข้า ข้าจะนำทัพด้วยตัวเองและต่อสู้กับโจโฉ

แล้วซุนกวนก็ตั้งจิวยี่และเทียเภาเป็นผู้ควบคุมกองทัพซ้ายและขวาร่วมกับเล่าปี่ต่อสู้โจโฉ โลซกถูกแต่งตั้งเป็นขุนพลช่วยเหลือกองทัพ เพื่อช่วยในการวางแผน

เล่าปี่อยู่ที่ Fankou ทุกวันเขาจะส่งทหารสอดแนมไปตามแนวแม่น้ำเพื่อดูกองทัพซุนกวน หน่วยสอดแนมเห็นเรือของจิวยี่ พวกเขาจึงรีบไปรายงานเล่าปี่

เล่าปี่ส่งคนไปรับเขา แต่จิวยี่พูดว่า ข้าบัญชากองทัพจึงไม่อาจละทิ้งหน้าที่ไปได้ ถ้านายของพวกท่านจะมีความกรุณาพอจะมาพบข้าที่นี่ นั่นก็เป็นสิ่งที่ข้าหวังไว้

ดังนั้นเล่าปี่จึงนั่งเรือไปหาจิวยี่ เขาพูดกับจิวยี่ว่า ท่านตัดสินใจที่จะต่อสู้โจโฉ นี่ถือว่าเยี่ยมมาก ท่านนำทหารมาจำนวนเท่าไหร่

สามหมื่นนาย จิวยี่ตอบ

ข้าเกรงว่าจะไม่เพียงพอ เล่าปี่พูดขึ้น

พวกเขาเพียงพอแล้ว จิวยี่ตอบ ขอให้ท่านคอยดูวิธีที่ข้ารับมือกับโจโฉ

เล่าปี่ต้องการเรียกโลซกและคนอื่นไปร่วมประชุมการศึก แต่จิวยี่พูดว่า ข้าได้รับคำสั่งมา ข้าไม่สามารถละทิ้งหน้าที่ได้ ถ้าท่านต้องการพบโลซก โปรดจงได้พบเขาด้วยตัวเอง เล่าปี่รู้สึกไม่พอใจแต่เขาก็ประทับใจอย่างมาก

พวกเขานำทัพไปประจัญหน้ากับโจโฉที่ผาแดง

กองทัพโจโฉล้วนแต่อ่อนเพลีย มีโรคระบาดเกิดขึ้น ในการโจมตีครั้งแรก ทหารของโจโฉไม่ได้รับชัยชนะ พวกเขายกพลกลับไปทางเหนือของแยงซี จิวยี่และกองทัพเขาอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทางใต้

อุยกาย นายทหารในสังกัดจิวยี่พูดว่า ข้าศึกมีจำนวนมาก เรามีจำนวนน้อย เป็นการยากที่จะตรึงพวกเขาเป็นเวลานาน ในเวลานี้ขบวนเรือของทัพโจโฉอยู่เกาะกลุ่มรวมกัน เราสามารถเผาเรือพวกเขาและทำให้พวกเขาต้องหนีไปได้

อุยกายนำเรือรบสิบลำ บรรจุด้วยเชื้อไฟและไม้แห้ง เทน้ำมันไว้ในเรือและหุ้มเรือด้วยผ้ากันน้ำและประดับธงศึก เขาเตรียมเรือเร็วและผูกเรือไว้ด้านหลังของเรือรบ และก่อนที่เขาจะทำการ เขาได้ส่งจดหมายไปหาโจโฉ แกล้งทำเป็นเหมือนว่าเขาจะยอมแพ้

ในเวลานั้นลมแรงได้พัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ อุยกายได้นำเรือสิบลำเป็นกองหน้า พายเรือมาครึ่งทางแม่น้ำแยงซี เรือลำอื่น ๆ ก็แล่นตามเขามา

กองทัพโจโฉออกมาจากค่ายเพื่อเฝ้าดู พวกเขาชี้และพูดว่าอุยกายกำลังจะมายอมแพ้ เมื่อเขาห่างจากกองทัพโจโฉสองลี้ เขาได้จุดไฟเรือรบขึ้น

ไฟลุกขึ้นอย่างน่ากลัวและลมก็กรรโชกแรง เรือทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ทัพโจโฉเหมือนดั่งลูกธนู งทัพทั้งหมดของฝ่ายเหนือถูกเผา ไฟได้ลามไปถึงค่ายทหารบนฝั่ง ในเวลานานค่ายก็ตกอยู่ในควันและเปลวไฟจำนวนมาก ทหารและม้าศึกจำนวนมากถูกไฟคลอกตาย ไม่ก็จมน้ำตาย

จิวยี่และพวกนำทหารเคลื่อนที่เร็วติดตามโจมตี พวกเขาตีกลองศึกด้วยความดุดัน แล้วกองทัพทางเหนือก็เสียหายอย่างใหญ่หลวง

โจโฉนำกองทัพของเขาเดินเท้าหนีไปทางถนน Huarong พวกเขาเผชิญกับโคลนตมและหนองเลน ถนนแทบผ่านไปไม่ได้ สวรรค์ได้ส่งลมแรงมาช่วย ทหารที่บอบช้ำต่างขนหญ้าบนหลังมาถมถนนเพื่อให้ทหารม้าสามารถข้ามไปได้ พวกเขาถูกทหารคนอื่นและม้าศึกเหยียบจมหายไปในโคลนเลน ทหารโจโฉจำนวนมากตายพร้อมกัน

เล่าปี่และจิวยี่นำทัพทางบกและน้ำ พวกเขาตามโจมตีโจโฉมาถึงเมือง Nan ทหารทั้งหมดของโจโฉหิวโหยและเหนื่อยล้า ทหารส่วนใหญ่ได้ล้มตายลง

แล้วโจโฉก็ทิ้งแม่ทัพผู้ปราบทิศใต้ โจหยินไว้ พร้อมด้วยแม่ทัพข้ามและเปิดชนบท ซิหลงไว้รักษาเมือง กังเหลง และแม่ทัพผู้ทำลายแนวป้องกันศัตรูงักจิ้น ไว้รักษาเมือง ซงหยง แล้วโจโฉนำทหารที่เหลือกลับขึ้นทิศเหนือ

จิวยี่และเทียเภามีทหารสองหมื่น สามหมื่นคน แต่แม่น้ำขวางพวกเขาจากโจหยิน พวกเขาจึงไม่สามารถโจมตีได้ กำเหลงขออนุญาตนำทัพอ้อมไปยึดอิเหลง เขาล้อมเมืองและยึดเมืองได้ในที่สุด

Xi Su ขุนนางมณฑล เอ๊กจิ๋ว ได้นำทหารของเขามายอมแพ้ จิวยี่แนะนำว่า ทหารของเขาควรอยู่ในสังกัดของลิบอง แต่ลิบองพูดอย่างใจกว้างว่า Xi Su เป็นคนกล้าหาญที่รับใช้ทางการเป็นอย่างดี และได้เดินทางไกลมารับใช้เรา เราควรจะเพิ่มกำลังทหารให้เขา ไม่ใช่ยึดกองทหารของเขา

ซุนกวนเห็นด้วย เขามอบอำนาจทหาร Xi Su กลับคืนให้เขา

โจหยินส่งกองทัพไปล้อมกำเหลง กำเหลงถูกกดดันอย่างมาก เขาขอความช่วยเหลือจากจิวยี่ แม่ทัพทุกคนต่างรู้สึกว่าทหารมีจำนวนน้อยเกินไปที่จะแบ่งแยกทหาร แต่ลิบองพูดกับจิวยี่และเทียเภาว่า ปล่อยให้เล่งทองอยู่ที่ กังเหลง ถ้าท่านกับข้ายกทัพไป เราต้องสามารถทำลายวงล้อมและช่วยกำเหลงได้ มันคงไม่กินเวลานานเกินไป ข้ารับรองว่าเล่งทองสามารถรับศึกได้ถึงสิบวัน

จิวยี่ทำตามแผนนี้ พวกเขาโจมตีทัพโจหยินที่อิเหลงพ่ายแพ้ไป และนำทหารม้าสามร้อยนายกลับมา ความเชื่อมั่นทหารฝั่งง่อเพื่อเป็นทวีคูณ และจิวยี่ได้ยกทัพข้ามแม่น้ำแยงซีมาตั้งค่ายอยู่ฝั่งเหนือของแม่น้ำเพื่อประจัญหน้ากับทัพโจหยินโดยตรง

ในเดือนที่สิบสอง ซุนกวนนำทัพด้วยตัวเองมาล้อม หับป๋า เขาได้ส่งเตียวเจียวไปโจมตี Dangtu ใน จิวเจี๋ยง แต่เตียวเจียวไม่สามารถยึดเมืองได้

เล่าปี่ได้แนะนำให้แต่งตั้งเล่ากี๋เป็นผู้ตรวจการมณฑลเกงจิ๋ว นำทหารของเขาลงใต้ยึดสี่หัวเมือง กิมสวนเจ้าเมืองบุเหลง ฮันเหียนเจ้าเมืองเตียงสา เตียวหอมเจ้าเมืองฮุยเอี๋ยง เล่าเตาเจ้าเมืองเลงเหลง ล้วนแต่ยอมแพ้ ในขณะที่ ลุยฉีผู้นำกองกำลังในโลกั๋งได้นำทหารสองสามหมื่นมารับใช้เล่าปี่

เล่าปี่แต่งตั้งขงเบ้งเป็นแม่ทัพสามัญชนแห่งราชสำนัก และส่งเขาไปปกครองสามหัวเมืองคือ เลงเหลง ฮุยเอี๋ยง และ เตียงสา และเก็บภาษีเพื่อสนับสนุนกองทัพ แม่ทัพรอง จูล่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง ฮุยเอี๋ยง

เมื่อเล่าเจี้ยง ผู้ครองมณฑล เอ๊กจิ๋ว ได้ข่าวว่าโจโฉได้ยึดครองมณฑลเกงจิ๋ว เขาได้ส่งเตียวสงทหารคนสนิทมาแสดงความเคารพ เตียวสงเป็นคนที่รูปร่างเตี้ยและบุคลิกหลุกหลิกไม่แน่นอน แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนเฉลียวฉลาดและกล้าหาญ

โจโฉในตอนนั้นได้ยึดมณฑลเกงจิ๋วและทำให้เล่าปี่ต้องหลบหนีไป เขาจึงไม่ต้อนรับเตียวสงอย่างเหมาะสมนัก ขุนนางอาลักษณ์ เตียวสิ้วได้แนะนำว่าเขาควรแต่งตั้งตำแหน่งให้แก่เตียวสง แต่โจโฉไม่เห็นด้วย

ดังนั้นเตียวสงจึงโมโหมาก เขาจึงเดินทางกลับและแนะนำให้เล่าเจี้ยงตัดความสัมพันธ์กับโจโฉและเป็นพันธมิตรกับเล่าปี่ และเล่าเจี้ยงก็ทำตาม

โจโฉนึกถึงความดีความชอบของ เตียนติ๋วและรู้สึกเสียใจที่เขาอนุญาตให้ เตียนติ๋วปฏิเสธเกียรติยศทั้งปวง มันอาจจะเป็นความพอใจส่วนตัว โจโฉพูด แต่มันหมายถึงกฏหมายนำมาใช้ปฏิบัติไม่เต็มที่

เขาเลื่อนตำแหน่งให้ เตียนติ๋วด้วยตำแหน่งเดิมที่จะตั้งในตอนแรก เตียนติ๋วส่งจดหมายเสียใจว่าเขาไม่อาจรับได้ และสัญญาว่าจะปฏิเสธทุกครั้ง แม้ว่าจะถูกลงโทษถึงชีวิต โจโฉไม่ยอมฟังและยังต้องการให้เขายอมรับตำแหน่ง

การเสนอตำแหน่งมีถึงอีกสี่ครั้ง แต่ เตียนติ๋วก็ยังปฏิเสธ ขุนนางชั้นสูงกล่าวหาเขาว่า การออกจากหนทางที่ถูกต้อง แล้วตั้งใจใช้โอกาสนี้หาชื่อเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ จากคุณความดีนี้ เขาควรจะถูกปลดและได้รับการลงโทษ

โจโฉถามความเห็นจากบุตรคนโตและหัวหน้าขุนนางของเขา โจผีตอบว่า กรณีของ เตียนติ๋วนั้นคล้ายกับกรณีของ Ziwen ปฏิเสธเบี้ยหวัดทางการ (Douguwutu เฉิงเซี่ยงแห่งรัฐฉู่ เขาปฏิเสธรางวัลโดยบอกว่า มีประชาชนที่ยังต้องใส่ใจ เบี้ยหวัดที่เขารับ ก็มาจากภาษีของประชาชน) หรือ Shen Xu หนีจากความมั่งคั่ง (Shen Baoxu เมื่อครั้งรัฐฉู่พ่ายแพ้แก่ Wu เขาได้ไปที่ Qin เพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อนำทัพมาขับไล่กองทัพ Wu ไป เขาได้ปฏิเสธรางวัล โดยบอกว่า เขาทำไปเพื่อนายของเขา ไม่ใช่ตัวเอง เวลานี้ท่านก็ได้อำนาจกลับคืนแล้ว ข้ายังต้องการอะไรอีก)

หัวหน้าขุนนางอาลักษณ์ซุนฮก และขุนพลป้องกันเมืองหลวงจงฮิว ล้วนแต่เชื่อว่า เตียนติ๋วควรได้รับอนุญาตให้ปฏิเสธ แต่โจโฉก็ยังต้องการแต่งตั้งเขาเป็น Marquis

ในอดีต เตียนติ๋วเคยมีสัมพันธ์อันดีกับ แฮหัวตุ้น ดังนั้นโจโฉจึงส่งแฮหัวตุ้นไปอธิบายสิ่งต่าง ๆ ต่อเขา แฮหัวตุ้นไปหา เตียนติ๋วที่บ้านและค้างคืนที่นั่นเพื่อชักชวนเขา แต่ เตียนติ๋วเชื่อว่าจุดประสงค์ของเขาคืออะไร จึงปฏิเสธที่จะพูดคุย

เมื่อแฮหัวตุ้นจะลากลับ เขาได้พยายามครั้งสุดท้าย แต่ เตียนติ๋วตอบว่า ข้าเป็นคนที่หันหลังให้กับเกียรติยศและวิ่งหนีราวกับหนู การได้รับความดีความชอบนั้นเป็นโชคดีใหญ่หลวง แต่ข้าไม่ได้บอกข้อมูลเกี่ยวกับถนน Lulong เพียงเพื่อรางวัลและเบี้ยหวัด แม้ว่าทางการจะให้ข้าพิจารณามากมายหลายครั้ง แต่ข้าจะทิ้งสัญชาตญาณได้อย่างไร ท่านก็รู้จักข้าดี แต่ถ้าท่านยังคงยืนกรานทำเช่นนี้ ข้ายืนยันให้ท่านเชื่อว่า ข้ายอมตัดหัวตัวเองยังดีเสียกว่า ทันที่ที่เขาพูด น้ำตาก็หลั่งริน

แฮหัวตุ้นรายงานแก่โจโฉ โจโฉถอนใจและเชื่อว่า เตียนติ๋วคงไม่ยอมรับตำแหน่ง เขาแต่งตั้ง เตียนติ๋วเป็นที่ปรึกษา

Cao Chong ลูกชายโจโฉเสียชีวิตแต่เด็ก โจโฉเสียใจมาก ลูกสาว Bing Yuan ขุนนางผู้ใหญ่ในสังกัดซือคงก็เสียชีวิตแต่เด็กเช่นกัน โจโฉถึงถามว่าให้เขาฝังบุตรสาวตัวเองกับ Cao Chong ได้หรือไม่

Bing Yuan ปฏิเสธ พูดว่า การแต่งานของเด็กที่ตายไปนั้นไม่เหมาะสม เหตุผลที่ข้ากล้าพบหน้าท่าน และเหตุผลที่ท่านใส่ใจข้า เพราะว่าเรามีศีลธรรมร่วมกันและไม่เคยเปลี่ยนมัน ถ้าข้าทำตามที่ท่านร้องขอ ข้าก็จะเป็นเหมือนคนธรรมดา แล้วท่านจะคิดกับข้าอย่างไร ดังนั้นโจโฉจึงเลิกความคิดนี้เสีย

ซุนกวนส่ง He Qi ไปโจมตีโจรแห่ง Yi และ She ในตันเอี๋ยง Chen Pu และ Zu Shan ผู้นำกลุ่ม Yi และคนติดตามสองหมื่นครอบครัว ได้ตั้งค่ายอยู่ที่เนินเขา Linli ซึ่งมีหน้าผาสี่ด้าน ทำให้ไม่สามารถโจมตีได้ ทัพของเขาตั้งค่ายอยู่ที่นั่นหนึ่งเดือน

He Qi ได้ลอบรวมทหารเคลื่อนที่เร็วและว่องไว นำพวกเขาไปยังทางลับ พวกเขาใช้ขวานเล็กช่วยปีนภูเขา แล้วถอนเสื้อมาใช้แทนเชือกถึงคนอื่น ทหารร้อยคนได้มาถึงจุดสูงสุด He Qi สั่งพวกเขาให้แยกกระจายไปทุกทิศ แล้วตีกลองและเป่าแตร ศัตรูถูกโจมตีโดยที่ยังไม่ทันระวังตัว โจรที่รักษาทางเข้ามาร่วมกับทัพของเขา แล้วก็มีทางเข้าในค่ายโจร พวกเขาจึงยกทัพไปปราบกบฏได้ในที่สุด

ซุนกวนแบ่งตันเอี๋ยงเพื่อตั้งเมือง Xindu และแต่งตั้ง He Qi เป็นเจ้าเมือง




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 2 มีนาคม 2549 18:42:16 น.
Counter : 297 Pageviews.  

ปี 207 AD

ปี Jian’an ที่ 12 207 AD
(15 กุมภาพันธ์ 207– 3 กุมภาพันธ์ 208)

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สอง โจโฉกลับจาก Chunyu มาที่เมือง Ye

ในวันที่ 21 มีนาคม โจโฉแนะนำต่อฮ่องเต้ถึง ยี่สิบเสนาบดีที่มีผลงานดีเด่น พวกเขาทั้งหมดจึงได้รับการแต่งตั้งเป็น Marquise

เขายังรายงานความดีความชอบใหญ่หลวงของ Marquis แห่งหมู่บ้าน Wansui ซุนฮก ในเดือนที่สาม ซุนฮกได้รับศักดินาเพิ่มมีอำนาจปกครองหนึ่งพันครัวเรือน โจโฉยังต้องการให้เขาได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นหนึ่งในซานก๋ง แต่ซุนฮกส่งซุนฮิวมาบอกว่าเขาขอปฏิเสธตำแหน่งอันมีเกียรตินี้ หลังจากโจโฉพยายามอยู่สิบครั้ง แต่ซุนฮกก็ปฏิเสธตลอดจนโจโฉต้องยอมแพ้

โจโฉวางแผนโจมตีเผ่า Wuhuan แต่ขุนนางของเขาพูดว่า อ้วนซงที่เป็นศัตรูนั้นกำลังหลบหนีอยู่ พวกคนเถื่อนนั้นเห็นแก่ตัวและไม่มีความรู้สึกชอบพอในตัวเขา แล้วทำไมพวกเขาต้องสนับสนุนอ้วนซง ถ้าเราโจมตีลึกเข้าไปในแดนพวกเขา เล่าปี่ต้องพยายามชักชวนให้เล่าเปียวบุกฮูโต๋แน่นอน แล้วพวกเขาจะก่อความลำบากให้เรา แล้วท่านก็จะไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขความผิดนี้

กุยแกแย้งว่า อำนาจของท่านนั้นสั่นสะเทือนทั้งแผ่นดิน แต่พวกคนเถื่อนทางเหนือรู้ดีว่าพวกเขาอยู่ไกลจากท่านมาก พวกเขาจึงไม่เตรียมพร้อมต่อสู้กับท่าน ถ้าเราใช้ประโยชน์จากการคำนวณที่ผิดพลาดของพวกเขา เข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว พวกเขาต้องพ่ายแพ้ย่อยยับ

อ้วนเสี้ยวนั้นดูแลผู้คนและพวกคนเถื่อนอย่างดีและอ้วนซงและคนของคนก็อยู่ที่นั้น เหตุผลเดียวที่ทั้งสี่มณฑลเชื่อฟังคำสั่งท่านเพราะว่าความเข้มแข็งของกองทัพท่าน พวกเขายังไม่ได้เห็นความปกครองอย่างเมตตากรุณาของท่านเลย ถ้าท่านยกกองทัพไปใต้ แล้วอ้วนซงใช้ประโยชน์จากเผ่า Wuhuan เพื่อรวบรวมผู้คนที่พร้อมยอมตายเพื่อเขา ทันทีที่ชนเผ่าภาคเหนือเคลื่อนไหว เหล่าชาวจีนและชนเผ่าทางตะวันออกจะร่วมมือกับพวกเขา แล้ว เป๊กตุ้น จะใช้โอกาสนี้วางแผนรุกรานเรา และถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้น ข้ากลัวว่าเราจะสูญเสียมณฑล เฉงจิ๋ว และ กิจิ๋ว ไป

เล่าเปียวนั้นเป็นคนที่ไม่ทำอะไร ได้แต่นิ่งเฉยและพูดอย่างเดียว เขารู้ตัวว่าความสามารถของตัวเองไม่เทียบเท่ากับเล่าปี่ ถ้าเขาให้เล่าปี่มีตำแหน่งสำคัญ เขาก็จะต้องมาคอยห่วงว่าเล่าปี่จะมีอำนาจมากไป แต่ถ้าเขามอบตำแหน่งต่ำต้อยให้เล่าปี่ เล่าปี่ก็ไม่เต็มใจรับใช้เขา ดังนั้นแม้ว่าท่านยกทัพไปที่อื่น ปล่อยดินแดนของท่านให้ไร้กองทัพดูแล แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลอันใด โจโฉเห็นด้วยกับคำแนะนำของกุยแก

พวกเขายกทัพไปที่ Yi กุยแกพูดว่า ในสงคราม การยกทัพอย่างรวดเร็วถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เวลานี้ท่านต้องการที่จะโจมตีศัตรูที่อยู่ห่างไปพันลี้ ถ้าท่านขนสัมภาระมากไปจะเป็นการยากที่จะโจมตีอย่างรวดเร็ว ข้าศึกจะได้ข่าวและจะเตรียมพร้อมรับมือท่าน วิธีดีที่สุดคือทิ้งสัมภาระไว้และนำกองทัพเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว วิธีนี้ท่านจะโจมตีโดยที่ข้าศึกยังไม่ทันระวังตัว

ก่อนหน้านั้น อ้วนเสี้ยวได้ส่งสารไปหา เตียนติ๋ว ให้มารับใช้เขาหลายครั้ง และได้มอบตราแม่ทัพเพื่อให้เขามีเขตแดนปกครอง แต่ เตียนติ๋ว ได้ปฏิเสธเสมอมา

แล้วเมื่อโจโฉยึดมณฑล กิจิ๋ว ได้ Xing Yong ได้พูดกับ เตียนติ๋ว ว่า ในรอบยี่สิบปีมานี้ ตั้งแต่สมัยโจรกบฏผ้าเหลือง ทั่วทั้งแผ่นดินต่างสับสนวุ่นวาย ประชาชนจำนวนมากกลายเป็นคนร่อนเร่ไร้ที่อยู่อาศัย ข้าได้ยินมาว่าท่านโจโฉนั้นปกครองบ้านเมืองอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ผู้คนที่นี่เบื่อหน่ายกับการอยู่อย่างไม่มีกฏระเบียบ ความอดทนของพวกเขามาถึงจุดสูงสุดแล้ว บ้านเมืองจะต้องสงบลงในไม่ช้า และขอให้ข้าเป็นคนแรกของที่นี่ทำเช่นนั้น เขาเก็บสัมภาระและกลับไปยังหมู่บ้านของเขา

เตียนติ๋ว กล่าวกับโจโฉว่า ในบรรดาขุนนางทั้งหมดที่นี่ Xing Yong เป็นคนแรกที่ชอบใจกับการปกครองบ้านเมืองของท่าน โจโฉจึงแต่งตั้ง Xing Yong เป็นขุนนางในมณฑลกิจิ๋ว

เตียนติ๋ว โกรธมากที่เผ่า Wuhuan เข่นฆ่าบรรดาผู้นำต่าง ๆ ในดินแดนของเขา แต่แม้ว่าเขาอยากจะโจมตีกลับแต่ก็ไม่มีกองทัพเพียงพอ แล้วเมื่อโจโฉส่งสารมาเรียกตัวเขา และเตียนติ๋ว ได้เร่งให้คนใช้ของเขาเก็บสัมภาระอย่างรวดเร็ว คนใช้ของเขาพูดว่า ท่านอ้วนเสี้ยวปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพเสมอมา มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่มีเกียรติให้ท่านถึงห้าครั้ง แต่ท่านก็ยังปฏิเสธที่จะรับใช้เขา เวลานี้ท่านเพียงได้รับการเรียกตัวจากโจโฉเพียงครั้งเดียว ท่านก็ทำตัวเหมือนกับว่าท่านกลัวจะไม่มีการเรียกตัวครั้งที่สอง เพราะอะไร

เตียนติ๋ว หัวเราะพูดว่า นี่เป็นสิ่งที่เจ้าไม่อาจเข้าใจได้ เขาเดินทางไปกับคนนำสารของโจโฉไปยังกองทัพของโจโฉ เขาได้รับแต่งตั้งเป็นนายอำเภอ Tiao และเข้าร่วมอยู่ในกองทัพ Wuzhong

ในเวลานั้น เป็นหน้าร้อนแต่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ พื้นที่ราบลุ่มใกล้ทะเลล้วนแต่ถูกน้ำท่วม ถนนหลายสายกลายเป็นโคลนตมจนใช้การไม่ได้ และศัตรูต่างพากันยึดด่านสำคัญต่าง ๆ กองทัพจึงไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

โจโฉกังวลในเรื่องนี้ เขาถาม เตียนติ๋ว เรื่องนี้ เตียนติ๋ว บอกเขาว่า ถนนมักจะถูกน้ำท่วมอยู่เสมอในฤดูใบไม้ร่วงและหน้าร้อน ความลึกของน้ำเกินกว่าที่เกวียนและม้าจะเดินทางได้ แต่ตื้นเกินกว่าจะใช้เรือ นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ในอดีต เมืิอง ปักเป๋ง ถูกปกครองจาก Pinggang และมีถนนจาก Lulong ผ่านไป Liucheng ซึ่งถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างมาสองร้อยปี ตั้งแต่สมัย Jianwu แต่ยังมีทางเดินเล็ก ๆ ให้ท่านสามารถเคลื่อนทัพไปได้

ศัตรูของท่านจะเชื่อว่ากองทัพที่จะมารุกรานต้องมาจากทางตะวันออกจาก Wuzhong และถ้าไม่สามารถมาทางนั้นได้ก็ต้องยกทัพกลับอย่างเดียว พวกเขาจึงเกียจคร้านและไม่เตรียมพร้อม ถ้าท่านยกทัพไปอย่างเงียบ ๆ เคลื่อนทัพจาก Lulong ไปยังถนนแคบ ๆ ของ Botan ท่านก็จะสามารถเข้าไปในแดนศัตรู จากที่นั่นที่มั่นศัตรูอยู่ไม่ไกลและยกทัพไปถึงได้ง่ายดาย ท่านสามารถจัดการศัตรูที่ไม่ระวังตัวของท่านและทำให้ เป๊กตุ้น ต้องหลบหนีไป

เยี่ยมมาก โจโฉพูด แล้วเขานำกองทัพกลับ เขาเขียนสารไว้บนต้นไม้ข้างถนนว่า ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อน และถนนก็ไม่สามารถผ่านไปได้ เราจะรอจนถึงฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาวเพื่อที่จะยกทัพต่อไป ทหารสอดแนมของศัตรูพบเห็นเข้า พวกเขาจึงเชื่อว่ากองทัพใหญ่ของโจโฉได้ยกทัพกลับไป

โจโฉสั่งให้ เตียนติ๋ว เป็นคนนำทางไปถนนเล็ก ๆ นั้น พวกเขาไต่เนินเขา Xuwu ไปตามช่องเขาและลำธารกว่าห้าร้อยลี้ ผ่าน Botan และ Pinggang แล้วมุ่งไปตะวันออกผ่านดินแดน Xianbi ไปทาง Liucheng

ขณะที่พวกเขาห่างออกไปสองร้อยลี้ พวกศัตรูเริ่มรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น อ้วนซง อ้วนฮี เป๊กตุ้น Shanyu Louban แห่ง เลียวซี และ Shanyu Nengchendizhi แห่ง Youbeiping ได้ยกทัพทหารม้าหลายหมื่นมาขัดขวางพวกเขา

ในเดือนที่แปด โจโฉไต่ภูเขาหมาป่าขาว เขาได้พบกับกองทัพข้าศึกจำนวนมากโดยไม่ได้คาดการณ์มาก่อน สัมภาระของกองทัพอยู่ในแนวหลัง เขามีทหารที่พร้อมรบเพียงไม่กี่คน พวกเขาทั้งหมดต่างหวาดกลัว โจโฉไต่สันเขา เขามองจุดอ่อนของกองทัพศัตรูแล้วสั่งให้ทหารของเขาเข้าโจมตี เตียวเลี้ยวนำทหารเป็นทัพหน้าเข้าโจมตี ข้าศึกพ่ายแพ้เสียหายอย่างมาก พวกเขาสังหาร เป๊กตุ้น และลูกน้องคนสนิทของเขาหลายคน ร่วมกับผู้นำคนอื่น แล้วพวกชนเผ่าและคนจีนกว่าสองแสนคนก็ยอมจำนนแก่โจโฉ

Shanyu Supuwan แห่ง เลียวตั๋ง หนีไปพร้อมกับอ้วนซงและอ้วนฮี ไปหา กองซุนของ เจ้าเมือง เลียวตั๋ง พวกเขายังมีทหารม้าหลายพันคน ขุนนางบางคนแนะให้โจโฉรีบติดตามไปโจมตีพวกเขาอีกครั้ง แต่โจโฉพูดว่า ข้าจะทำให้ กองซุนของ ตัดหัวอ้วนซงและอ้วนฮี แล้วนำหัวพวกมันมาให้ข้า โดยไม่ต้องใช้กำลังทหาร

ในเดือนที่เก้า โจโฉนำทหารกลับจาก Liucheng กองซุนของ ต้องการได้ความดีความชอบในการจัดการอ้วนซงและอ้วนฮี ดังนั้นเขาจึงซุ่มทหารไว้โรงม้า แล้วเชิญทั้งสองเข้าไป ก่อนที่พวกเขาจะนั่งลง กองซุนของ ได้เรียกทหารเขาออกมาจากที่ซ่อนแล้วจับตัวพวกเขาไว้ แล้วตัดหัวพวกเขารวมถึง Supuwan ด้วย แล้วส่งหัวพวกเขามาให้โจโฉ

ขุนนางโจโฉบางคนถามเขาว่า ท่านได้ยกทัพกลับ แล้ว กองซุนของ จึงตัดหัวอ้วนซงและอ้วนฮี ท่านจัดการสิ่งนี้ได้อย่างไร

เขามักจะกลัวอ้วนซงและอ้วนฮีเสมอ โจโฉอธิบาย ถ้าข้ากดดันพวกเขา พวกเขาย่อมต้องร่วมมือกัน แต่เมื่อปล่อยพวกเขาไป พวกเขาต้องทรยศซึ่งกัน นี่คือเหตุผล

โจโฉประจานหัวของอ้วนซง และสั่งการไปทั้งกองทัพว่า มันผู้ใดร้องไห้เพื่ออ้วนซงต้องถูกประหาร ไม่มีผู้ใดกล้าร้องไห้เพื่อเขายกเว้นแต่ Qian Zhao ได้ทำพิธีกราบไหว้และร้องไห้เสียใจ โจโฉชื่นชอบความภักดีของเขา และแนะนำให้เขาเป็น ขุนนาง (Abundant Talent)

เมื่อฤดูหนาวมาถึง เกิดฝนแล้งทำให้ไม่มีน้ำในรัศมีสองร้อยลี้ กองทัพต่างขาดแคลนอาหาร พวกเขาฆ่าม้าหลายพันตัวเพื่อนำเนื้อมาใช้เป็นอาหาร พวกเขาขุดบ่อน้ำลึกกว่าสามร้อยฟุตเพื่อหาน้ำ

เมื่อโจโฉกลับมา เขาทำรายชื่อของคนที่เตือนไม่ให้เขายกทัพไปในครั้งนี้ ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าทำไม ทุกคนต่างหวาดกลัว แต่โจโฉได้มอบรางวัลล้ำค่าแก่คนเหล่านั้น บอกว่า เมื่อข้าได้ยกทัพออกไป ข้ายอมเสี่ยงเพื่อหวังความสำเร็จ แม้ว่าข้าจะได้รับชัยชนะ นั่นก็เพราะสวรรค์คอยช่วยเหลือข้า นี่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง คำแนะนำของพวกท่านทำให้การวางแผนต้องทำอย่างรอบคอบ ดังนั้นข้าจึงมอบรางวัลให้พวกท่าน ขอให้พวกท่านอย่าลังเลที่จะกล้าแนะนำข้าในอนาคต

ในฤดูหนาว เดือนที่สิบ วันที่ 10 พฤศจิกายน มีดาวหางปรากฏบริเวณหางของกลุ่มดาวไก่ฟ้า

ในวันที่ 24 พฤศจิกายน โจรผ้าเหลืองกลุ่มหนึ่งได้ฆ่า Liu Yun อ๋องแห่ง Ji’nan

ในเดือนที่สิบเอ็ด โจโฉมาถึงแม่น้ำ Yi Wuhuan Shanyu Pufulu แห่งเลียวไสและ Nalou ได้มาแสดงความยินดีกับเขาแสดงถึงการยอมรับอำนาจของโจโฉ

เมื่อกองทัพกลับถึงเมือง มีการพิจารณาความดีความชอบเพื่อให้รางวัล เตียนติ๋ว ถูกแต่งตั้งเป็น Marquis ของหมู่บ้านพร้อมชาวบ้านห้าร้อยครัวเรือน แต่เขาพูดว่า ข้าต้องการหาโอกาสล้างแค้นให้ท่านเล่าง้อ ดังนั้นข้าจึงรวบรวมผู้คน เวลานี้ข้าไม่มีความมุ่งหมายอันใดแล้ว และข้าไม่ชอบการเอาเปรียบประชาชน นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ เขาจึงปฏิเสธอย่างแข็งขันและไม่ยอมรับตำแหน่ง โจโฉรู้ว่าเขารู้สึกเช่นไรกับตำแหน่งจึงไม่ขัดความตั้งใจของเขา

ทันที่ที่โจโฉยกทัพไปทางเหนือ เล่าปี่แนะนำให้เล่าเปียวโจมตีเมืองฮูโต๋ แต่เล่าเปียวไม่เห็นด้วย ต่อมาเมื่อพวกเขาได้ข่าวโจโฉยกทัพกลับ เล่าเปียวพูดกับเล่าปี่ว่า ข้าไม่ยอมรับแผนการท่าน ข้าได้ปล่อยให้โอกาสอันยิ่งใหญ่หลุดมือไป

แผ่นดินต่างแตกแยกเป็นส่วน ๆ เล่าปี่ตอบ และมีการศึกใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน เมื่อโอกาสหนึ่งได้ผ่านไป แล้วทำไมมันจะไม่มีอีกครั้ง ขอให้ท่านรีบฉวยโอกาสในครั้งหน้า เพื่อที่ท่านจะไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง

ในปีนั้น ซุนกวนได้ยกทัพไปตะวันตกโจมตีหองจอ เขาจับคนของหองจอแล้วยกทัพกลับ

ซุนฮูหยิน มารดาของซุนกวนป่วยหนัก นางได้เรียกเตียวเจียวและขุนนางคนอื่นเข้าพบ มอบหมายหน้าที่ให้พวกเขาช่วยซุนกวนบริหารดินแดน แล้วนางก็สิ้นใจ

ก่อนหน้านั้น ขงเบ้งแห่ง ฮองหลิม ได้อาศัยอยู่ที่ตำบลลงเสีย ใน ซงหยง เขามักจะยกตัวเองเปรียบเทียบกับขวัญต๋งและงักเย่ ในตอนนั้นไม่มีใครเห็นด้วยกับเขา ยกเว้นแต่ ชีซีแห่งตำบลเองชง และ ซุยเป๋ง (Zhuge Gui พ่อของขงเบ้งเสียชีวิตไปนานแล้ว ขงเบ้งจึงอาศัยอยู่กับ จูกัดเสียนลุงของเขา ซึ่งเคยเป็นเจ้าเมืองอิเจี๋ยงรับใช้เล่าเปียว ต่อมาเมื่อ จูกัดเสียนเสียชีวิต ขงเบ้งจึงอาศัยอยู่อย่างสันโดษ)

เมื่อเล่าปี่อยู่ที่มณฑลเกงจิ๋ว เขาถาม สุมาเต็กโช เกี่ยวกับบัณฑิตที่มีความสามารถ

สุมาเต็กโช ตอบว่า คนที่ใฝ่ในลัทธิขงจื้อกับบัณฑิตทั่ว ๆ ไป จะไปรู้ถึงเหตุการณ์ที่สำคัญในทุกวันนี้ได้อย่างไร มีเพียงคนที่พิเศษเท่านั้นที่จะเข้าใจเหตุการณ์ในทุกวันนี้ได้ ในดินแดนแถบนี้ มีเพียงมังกรหลับกับลูกหงส์ที่เป็นคนพิเศษนั้น

เล่าปี่ถามว่าพวกเขาเป็นใคร สุมาเต็กโช ตอบว่า ขงเบ้งและบังทอง

ชีซีเดินทางไปพบเล่าปี่ที่ ซินเอี๋ย เล่าปี่เอาใจใส่เขาอย่างดี ชีซีพูดกับเขาว่า ขงเบ้งคือมังกรหลับ ท่านต้องการพบเขาหรือไม่

เล่าปี่จึงถามว่า ท่านพาเขามาหาได้หรือ

สำหรับคนผู้นี้ท่านต้องไปหาเขา ชีซีอธิบาย ท่านไม่สามารถทำให้เขามาหาท่านได้ ท่านต้องเต็มใจไปเชิญเขาด้วยตัวเอง

ดังนั้นเล่าปี่จึงไปหาขงเบ้ง เขาเรียกอยู่สามครั้งก่อนที่จะได้อนุญาตให้เข้าพบ แล้วเขาจึงให้ลูกน้องหลบไปพูดว่า ราชสำนักฮั่นแม้ว่ายังอยู่แต่ก็เหมือนไม่มี เสนาบดีที่ชั่วช้าขโมยอำนาจราชสำนักไป โดยไม่คำนึงถึงคุณงามความดีและความแข็งแกร่งอันน้อยนิดของข้า ข้าปรารถนาให้ความยุติธรรมแผ่ไปทั่วแผ่นดิน ความฉลาดและความสามารถของข้านั้นน้อยนิด ดังนั้นข้าจึงปฏิบัติตัวไม่สมควรและทำผิดบ่อยครั้ง เวลานี้ข้าจึงต้องมาอยู่ที่นี่ แต่ความหวังของข้าก็ยังไม่สิ้นสุด ท่านสามารถบอกได้ว่าข้าจะสำเร็จหรือไม่

โจโฉมีกองทัพนับล้านคน ขงเบ้งตอบ เขายังกุมตัวฮ่องเต้และสั่งการขุนนางต่าง ๆ ท่านไม่สามารถเทียบกับเขาได้ ซุนกวนยึดครองแยงซีตะวันออก และตระกูลเขาปกครองที่นั่นมาสามชั่วรุ่นแล้ว (ซุนเกี๋ยน ซุนเซ็ก ซุนกวน) ภูมิประเทศก็ยากแก่การเข้าถึง ผู้คนของเขาต่างก็ภักดี และเขายังมีคนดีมีฝีมือจำนวนมากยอมรับใช้ ท่านสามารถร่วมมือกับเขาเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ท่านไม่สามารถวางแผนโจมตีเขาได้

ทิศเหนือ มณฑลเกงจิ๋วติดทางเหนือ ลำน้ำHan และ ลำน้ำMian และยังได้รับประโยชน์อย่างมากจากทะเลตอนใต้ ทางตะวันออกติดกับง่อและห้อยแข ตะวันตกติดกับ Ba และ Shu นี่คือจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง ถ้าผู้ครองมณฑลนี้ไม่สามารถรักษาไว้ได้ นี่คงเป็นลิขิตสวรรค์ที่มันจะเป็นของท่าน

มณฑล เอ๊กจิ๋ว มีชายแดนที่ยากต่อการโจมตี มีดินแดนที่อุดมสมบูรณ์มากมายเหมือนเป็นทรัพย์สมบัติที่สวรรค์ประทานให้ เล่าเจี้ยงนั้นโง่เขลาและอ่อนแอ และเตียวฬ่อปกครองทางเหนือ พวกเขามีคนมากมายและเมืองหลายหัวเมืองที่มั่งคั่ง พวกเขาปกครองลูกน้องอย่างโหดร้าย คนดีมีฝีมือทั้งหลายในดินแดนพวกเขาล้วนต้องการผู้นำที่มีใจเมตตา

ท่านเป็นผู้สืบเชื้อสายราชวงศ์ฮั่น และความภักดีและเกียรติของท่านได้แสดงให้โลกได้เห็น ถ้าท่านได้ครองมณฑลเกงจิ๋วและ เอ๊กจิ๋ว และยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญไว้ ถ้าท่านสามารถจัดการกับคนเถื่อนทางตะวันตกและทางใต้และเป็นพันธมิตรกับซุนกวน ถ้าท่านรักษากฏระเบียบและปกครองอย่างดีภายในและเฝ้ามองโอกาสภายนอก แล้วสิ่งที่ Hegemon ทำสำเร็จก็จะเกิดขึ้นแล้วราชสำนักฮั่นก็จะถูกกอบกู้ขึ้นมาอีกครั้ง

เยี่ยมมาก เล่าปี่ร้องตะโกนออกมา แล้วความประทับใจของเขาที่มีต่อขงเบ้งก็มากขึ้นทุกวัน กวนอูและเตียวหุยต่างอิจฉาขงเบ้ง แต่เล่าปี่อธิบายกับพวกเขาว่า ข้าต้องการขงเบ้งเหมือนดั่งปลาต้องการน้ำ อย่าได้โปรดพูดถึงเรื่องนี้อีก ดังนั้นกวนอูและเตียวหุยจึงหยุดการคัดค้านของพวกเขา

ในการพิจารณาคน สุมาเต็กโชนั้นมีความสามารถที่จะมองจิตใจคนได้ทะลุปรุโปร่งเหมือนดั่งกระจก บังเต๊กก๋งนั้นเป็นคนมีชื่อเสียงมาก และสุมาเต็กโชได้ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นพี่ชาย ทุกครั้งที่ขงเบ้งไปที่บ้าน บังเต๊กก๋ง เขามักจะเดินเข้าไปคนเดียวและคำนับถึงเตียง โดยที่ บังเต๊กก๋งไม่เคยห้าม

บังทองหลานของ บังเต๊กก๋งเป็นคนที่ปัญญาทึบสมัยยังเด็ก มีเพียง บังเต๊กก๋งและสุมาเต็กโชที่เห็นความสามารถของเขา บังเต็กก๋งเคยบรรยายไว้ว่าขงเบ้งเป็นมังกรที่หลับอยู่ บังทองเป็นลูกหงส์ แล้ว สุมาเต็กโชเป็นกระจกน้ำ นี่คือเหตุผลที่สุมาเต็กโชใช้คำพวกนี้มาอธิบายความสามารถสองคนให้เล่าปี่ฟัง




 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 2 มีนาคม 2549 18:12:16 น.
Counter : 352 Pageviews.  

ปี 206 AD

ปีเจี้ยนอันที่ 11 206 AD
(27 มกราคม 206 – 14 กุมภาพันธ์ 207)

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก มีดาวหางปรากฏในกลุ่มดาวจระเข้ทางเหนือ

โจโฉนำทัพไปโจมตีโกกัน เขาทิ้งให้โจผี ลูกชายคนโตเฝ้าเมืองเงียบกุ๋น พร้อมด้วยนายทหารคนสนิท ซุนต่ำคอยช่วยโจผี

โจโฉล้อมเมือง Huguan และในเดือนที่สามที่เมืองโดนล้อม โกกันไปหาเผ่าซงหนูขอความช่วยเหลือ แต่ Shanyu ไม่ยอมรับเขา โกกันหนีไปพร้อมทหารม้าไม่กี่คน หวังว่าจะสามารถหนีลงใต้ไปเกงจิ๋วได้ แต่อองต่ำแม่ทัพใหญ่เมือง Shangluo จับเขาได้และสังหารเสีย ทั้งมณฑลเป๊งจิ๋วจึงตกเป็นของโจโฉ (ในความจริงตอนนั้น โจโฉก็ยังไม่มีอำนาจเหนือแม่น้ำ Fen ทางเหนือ)

โจโฉแต่งตั้งเหลียงซีเป็นนายพันและผู้ตรวจการมณฑล เป๊งจิ๋ว ยังมีการไม่เชื่อฟังคำสั่งอยู่ในพื้นที่นี้และเผ่าคนเถื่อนก็รุกราน ขุนนางและชาวบ้านต่างหนีกันไปเข้าร่วมกับเผ่าต่าง ๆ ตระกูลผู้นำต่าง ๆ ซ่องสุมผู้คนและออกปล้นสะดมชาวบ้าน

เมื่อเหลียงซีมาถึงที่ทำการ เขาสนับสนุนให้ชาวบ้านกลับคืนบ้านเกิด เขาเชิญหัวหน้าผู้นำตระกูลที่มีอำนาจที่เป็นคนดีมีชื่อ แนะนำให้แต่งตั้งพวกเขาและส่งพวกเขาเข้าพบโจโฉที่ส่วนกลาง เมื่อพวกเขาจากไป เหลียงซีรวบรวมทหารของพวกเขามาเป็นกองทัพหนุน และเมื่อกองทัพหลักจะออกไปสู้รบ เขาจะจัดการให้นายทหารของเขานำคนเหล่านั้นไปเป็นทหารอาสา เมื่อคนเหล่านั้นติดตามทัพไปรบ เขาก็ส่งครอบครัวทหารอาสาเหล่านั้นไปที่เมืองเงียบกุ๋น ในครั้งเดียวหรือหลาย ๆ ครั้ง จนเขาย้ายคนหลายหมื่นคนในเมืองนั้น ถ้าใครไม่เชื่อฟังเขาก็จะนำทัพไปโจมตีพวกเขา และสังหารคนมากกว่าพันคน ผู้คนหลายหมื่นที่เหลือต่างยอมแพ้และยอมรับใช้เขา

Shanyu เวลานี้ต่างเคารพและเชื่อฟัง ผู้นำเผ่าโค้งคำคับลงกับพื้น พวกเขาทั้งหมดยอมเข้าร่วมและรับใช้ทางการทันทีถ้าพวกเขามีชื่อในสำมะโนครัวชาวจีน พื้นที่ชายแดนต่างสงบสุขและผู้คนก็ทำการเพาะปลูกแพร่ออกไป เหลียงซีสนับสนุนการทำเพาะปลูกและให้คำแนะนำเรื่องการปลูกต้นหม่อน อะไรที่เขาสั่งการผู้คนก็คล้อยตาม อะไรที่เขาไม่อนุญาตผู้คนก็ไม่กล้าทำสิ่งนั้นอีก เหล่าผู้เฒ่าร้องเพลงสรรเสริญเขาว่า ในบรรดาขุนนางที่พวกเขาเคยได้ยินและรู้จัก ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนผู้ตรวจการอย่างเหลียงซี

เหลียงซีเสนอให้แต่งตั้งบัณฑิตเช่น ฉางหลิน หยางจุ้น หวังเซียง ซุนเว่ย และ หวังหลิง ผู้ซึ่งจากบ้านเกิดมาเร่ร่อนในดินแดนของเขา โจโฉแต่งตั้งพวกเขาเป็นผู้นำตำบล แล้วพวกเขาแต่ละคนก็มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา

ก่อนหน้านั้น Zhongchang Tong กลายเป็นบัณฑิตเร่ร่อนมายังมณฑลเป๊งจิ๋ว และได้เข้าเยี่ยมโกกัน โกกันต้อนรับเขาอย่างดีที่สุดและถามเขาเรื่องความเป็นไปของบ้านเมือง

Zhongchang Tong พูดกับเขาว่า ตัวท่านค้นหาสถานการณ์ที่จะเป็นวีรบุรุษ แต่ตัวท่านขาดความสามารถ ท่านให้ความเคารพแก่บัณฑิตและสุภาพชน แต่ตัวท่านกลับเลือกคนผิด คำเตือนที่ข้าพูดไว้ ท่านจงจำให้ดี โกกันภูมิใจในความสามารถตัวเองและไม่พอใจสิ่งที่ Zhongchang พูด ดังนั้น Zhongchang Tong จึงจากเขาไป

เมื่อโกกันเสียชีวิต ซุนฮกได้แนะนำให้แต่งตั้ง Zhongchang Tong เป็นขุนนางอาลักษณ์ เขาเขียนตำราที่ชื่อว่า Changyan ที่อธิบายการปกครองที่ถูกและผิด ใจความโดยย่อมีว่า

คนที่มีอำนาจและได้รับลิขิตสวรรค์ในตอนแรกนั้นไม่มีสิทธิ์ในแผ่นดินเลย เพราะว่าเขาไม่มีเชื้อสายกษัตริย์ คนทั้งแผ่นดินจึงพากันต่อต้านเขา เมื่อคนทั้งหมดที่ใช้สติปัญญาต่อสู้กับเขาอ่อนล้า และคนที่ต่อสู้ใช้กำลังกับเขาแล้วพ่ายแพ้ แล้วพวกเขาก็จะมาถึงจุดที่พวกเขาไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป ความสามารถของพวกเขาไม่อาจเทียบคน ๆ นั้นได้ ในที่สุดพวกเขาจะก้มหัวโก่งคอคำนับแล้วยอมรับคนผู้นั้นเป็นนายพวกเขา

นี่คือความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง แล้วคนที่มีอำนาจผู้นั้นจะลดความทะเยอทะยานของพวกเขา จิตใจประชาชนทุกผู้ต่างก็พอใจ ตำแหน่งที่สูงที่สุดทั้งหลายก็จะถูกครอบครองโดยคนเพียงตระกูลเดียว และอำนาจทั้งหมดจะขึ้นกับคนเพียงผู้เดียว ในเวลานั้น แม้ว่าคนผู้นั้นจะไม่มีความสามารถพิเศษอันใด แต่ความเมตตาของเขาเป็นที่ชอบใจของสวรรค์และแผ่นดิน และอำนาจของเขาก็เทียบเท่าเหล่าเซียนทั้งหลาย แล้วต่อให้ พันโจวกงหรือพันขงจื้อก็ไม่สามารถแข่งความฉลาดกับเขาได้ และล้าน Meng Ben หรือ Xia Yu ก็ไม่สามารถแข่งความกล้าหาญกับเขาได้

ต่อมา ผู้ปกครองที่โง่เง่าที่ได้อำนาจจากการสืบทอด เขาจะไม่เห็นว่าใครในแผ่นดินที่กล้าต่อกรกับเขา เขาจะเชื่อว่าเขาเองนั่นจะอยู่อย่างมั่นคงเหมือนดังสวรรค์และแผ่นดิน ดังนั้นเขาจึงครองแผ่นดินตามอำเภอใจ ไม่ช้าเขาก็จะนำความชั่วในใจออกมาแสดง เจ้านายและลูกน้องมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบความผิดของพวกเขา เมื่อเบื้องสูงและต่ำต่างกระทำผิด การบริหารบ้านเมืองและจิตใจประชาชนถูกละเลย แล้วกิจการบ้านเมืองก็จะถูกละทิ้งและวุ่นวาย

คนที่เขาเชื่อใจแต่งตั้งเป็นขุนนางและปฏิบัติเหมือนเพื่อนก็เป็นเพียงคนที่จะชักจูงไปในทางเลวร้าย คนที่เขาพอใจและให้เกียรติมีเพียงญาติสนิทของฮองเฮาหรือญาติของมเหสีคนอื่น ๆ พวกเขาทำลายความมั่งคั่งของแผ่นดิน พวกเขาทำลายกระดูกสันหลังของแผ่นดินที่หล่อเลี้ยงผู้คนทั้งแผ่นดิน ความไม่พอใจและอาฆาตแค้นของราษฎรทำให้ขุนนางของเขาไม่มีที่จะไป และภัยพิบัติและโจรกบฏจะเกิดขึ้นพร้อมกัน หัวใจของแผ่นดินก็จะสับสนวุ่นวาน พวกคนเถื่อนก็จะโจมตีบุกรุกเข้ามา เหมือนแผ่นดินที่ทรุดลงหรือกระเบื้องที่แตกสลาย แล้วราชวงศ์ก็จะหายไปภายในวันเดียว

คนที่ครั้งหนึ่งข้าเคยใส่ใจเหมือนเป็นลูกหลาน บัดนี้เป็นโจรและศัตรูที่จะมาดื่มเลือดข้า ตอนนี้มาถึงจุดที่ความชอบธรรมจากสวรรค์ได้เคลื่อนจากและอำนาจก็หายไป แต่ผู้นำก็ยังไม่ตื่นและเสียใจ แน่นอนเพราะว่าเขาเกิดมาท่ามกลางความมั่งมีและถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเกินไป ในขณะที่การไม่รู้จักประมาณตนและการขาดศีลธรรมนำมาความโง่และความชั่วร้าย

การเอาตัวรอดและการล่มสลายเป็นวัฏจักรของหลายราชวงศ์ เพียงแต่การบริหารบ้านเมืองที่ดีและการก่อกบฏนั้นหมุนเวียนสับเปลี่ยนกัน นี่คือวิถีที่มั่นคงของลิขิตสวรรค์

ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด Zhang Meng เจ้าเมือง Wuwei สังหาร Handan Shang ผู้ตรวจการมณฑลเองจิ๋วกองทัพของมณฑลจึงเข้าโจมตีและสังหารเขากลับ Zhang Meng เป็นบุตรของ Zhang Huan

ในเดือนที่แปด โจโฉเดินทางไปตะวันออกเพื่อจัดการกับโจรสลัด Guan Cheng เมื่อเขามาถึงที่ Chunyu เขาได้ส่ง งักจิ้นและลิเตียนไปโจมตี Guan Cheng พวกเขาจัดการ Guan Cheng พ่ายแพ้จนต้องหนีออกทะเลไปอยู่บนเกาะ

เซียงหูก่อกบฏอีกครั้ง โจโฉส่งอิกิ๋มไปโจมตีและสังหารเขา

ในปีนั้น เล่าฮีบุตรของเล่าฮก (อดีตอ๋องแห่ง ฮองหลิม) ได้รับการแต่งตั้งเป็น อ๋องแห่งฮองหลิม อาณาเขตทั้งแปด ฉี, ปักไฮ, ฟุหลิง, แห้ฝือ, ฉางซาน, กันหลิง, จิหยินและเพงหงวนก้วน ถูกยกเลิก

เผ่าวูฮวนได้เข้ามาหาผลประโยชน์โดยอาศัยที่แผ่นดินกำลังวุ่นวาย และได้รุกรานแผ่นดินจีนซึ่งทำให้พวกเขาปกครองชาวจีนแสนกว่าครอบครัวในดินแดนที่ยึดได้ อ้วนเสี้ยวเคยแต่งตั้งหัวหน้าพวกเขาเป็น Shanyu แล้วเขาก็ส่งลูกสาวของลูกน้องเขาโดยแกล้งว่าเป็นลูกสาวของตัวเอง ให้พวกนางแต่งกับเหล่าหัวหน้าพวกคนเถื่อน

เป๊กตุ้นหัวหน้าเผ่าวูฮวนแห่งเลียวซี เป็นผู้นำเผ่าที่ทรงอำนาจและเคยได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากอ้วนเสี้ยว อ้วนซงและอ้วนฮีจึงไปหาเขาขอความช่วยเหลือ เป๊กตุ้น จึงได้นำทัพโจมตีชายแดนหลายครั้งเพื่อช่วยเหลืออ้วนซงยึดดินแดนกลับคืน

เพื่อต้องการโจมตี เป๊กตุ้น โจโฉขุดคูผิงลู่และกวนโจว เพื่อใช้ขนส่งสัมภาระกองทัพ




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2549 21:29:03 น.
Counter : 321 Pageviews.  


kazama
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add kazama's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.