กานต์ : นิวส์ : วัน
Group Blog
 
All blogs
 
ชี วิ ต ลิ ขิ ต เ อ ง

ผมเขียนเรื่องนี้ตอนที่กำลังนั่งดูผู้เข้าแข่งขันรายการค้นฟ้าคว้าดาว เดอะสตาร์ ปี 4 ครับ

และก็เป็นปีที่ 4 ที่ผมต้องเสียน้ำตาให้กับผู้เข้าแข่งขัน (บางท่าน)

หรืออาจเป็นเพราะผมเป็นโรค “แพ้น้ำตา” ทุกครั้งที่ได้เห็นหยดน้ำใสๆ ที่รินออกมาจากดวงตากลมแบ๊วสีดำและขาวสองข้างบนใบหน้าสลับกัน บวกกับเรื่องราวของเขาและเธอเหล่านั้นที่ประกอบกันขึ้น มันทำให้ผมอินไม่น้อย

หลายคนมีปัญหาครอบครัว ร้องเพลงเป็นอาชีพ เป็นกำลังหลักในการใช้เสียงแลกเงิน

อีกคนต้องดร๊อปเรียนเพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง

หลายคนพื้นฐานครอบครัวดีไม่มีปัญหา ติดตรงที่ว่า พ่อแม่ไม่มีปัญญาพาลูกเป็นศิลปินได้เพราะของแบบนี้ ต้องใช้พื้นฐานส่วนบุคคล ต่อให้มีเงินล้นฟ้า ถ้าคนฟังจะไม่รับทำยังไงก็ไม่รับ

หนึ่งคนเสียน้ำตาเพราะเกรงว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ตั้งใจไว้ แต่ถ้าไม่เดินหน้าต่อก็คงแพ้ เพราะอย่างน้อย การได้มายืนอยู่ตรงนี้ท่ามกลางคนอีกเป็นล้านมันไม่ใช่เรื่องง่าย

ดังนั้นทำมันให้เต็มที่ ทำมันให้ดีที่สุด

ก้าววันละก้าว ดีกว่าไม่ได้สักก้าว ... แค่หยุดฝันก็ไปไม่ถึง

วินาทีที่คนคนนั้นตัดสินใจกรอกใบสมัครและก้าวมาเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน นั้นย่อมแสดงว่าบทเรียนชีวิตบทใหม่กำลังเริ่มต้น เพื่อนำไปสู่ก้าวต่อไปของชีวิตที่เราลิขิตเอง

ผมยังจำภาพวันที่ไปสมัครเข้ารับการทดสอบการเป็นผู้ประกาศหรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าสอบใบผู้ประกาศเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วได้ ครั้งนั้นมีการสัญจรมาที่จังหวัดลำปางและตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้น ม.6 อายุเพิ่งจะ 18 และมีคุณสมบัติที่จะสมัครสอบได้

แต่เจ้าหน้าที่ที่รับสมัครผม ปฏิเสธผมอย่างไม่มีเยื่อใยว่า “ยังเด็กไป-ไม่รับ”

พร้อมกับสำทับประโยคสุดท้ายไว้ว่า “ถึงสอบไปก็ใช่ว่าจะได้ทุกคนนะคะ”

ไม่ถึงเสี้ยววินาทีผมสวนกลับด้วยน้ำเสียงชวนหมั่นไส้ แกมอ้อนว่า “แต่ผมมั่นใจว่าผมสอบผ่านครับ”

ถ้าอย่างนั้นจะติดต่อกลับมาอีกที-เจ้าหน้าที่บอก

ก่อนวันสอบไม่กี่วัน มีคนสละสิทธิ์ เจ้าหน้าที่รับสมัครโทรมาถามอีกครั้งว่ายังสนใจอยู่หรือเปล่า ผมตอบรับและอาจารย์ที่ปรึกษาขณะนั้น ได้ออกเงิน 800 บาทเป็นค่าสมัคร ค่าเอกสารและค่าใช้จ่ายในการอบรมให้ ผมไม่เคยลืมในพระคุณอาจารย์มาจนถึงวันนี้

4 วันของการสัมมนา แบ่งเป็น 2 วันสำหรับฝึกอบรมเรื่องการออกเสียงและอีก 2 วันสำหรับการสอบ ผมไม่ได้เข้ารับการอบรมเพราะติดเรียน และแน่นอนครับผมสอบเป็นลำดับสุดท้ายของวันสุดท้าย

หลายคนหาว่าผมบ้า ที่นิยมอ่านออกเสียงอะไรก็ตามแต่ที่เปล่งออกมาเป็นคำพูดได้ ป้ายโฆษณา ถุงกล้วยแขก ชื่อโรงเรียน หรือข้อความใดก็ตามที่ผ่านตา ผมตั้งหน้าตั้งตาอ่านหมด

คิดแค่ว่าลิ้นคนเราในตอนเด็กนั้นยังอ่อน อ่านไปเยอะๆ แล้วคล่องปาก ไม่มีปัญหาเรื่องลิ้นแข็งออกเสียงยาก โดยที่ใครจะรู้ว่ามันเป็นการปูทางไปสู่อาชีพที่ต้องใช้ปากในการทำมาหากิน อิอิ...

เกณฑ์การให้คะแนนในขณะนั้นคือต้องได้ไม่ต่ำกว่า 50% หรือเกินครึ่ง จากการทดสอบการอ่านข่าวแบ่งเป็นข่าวในพระราชสำนัก ข่าวทั่วไป ข่าวต่างประเทศ บทความท้ายข่าวและคำกลอนสอนใจ

คะแนนของผมที่ได้รับคือ 53 ผมจำตัวเลขนั้นได้ดี พร้อมกับคอมเม้นท์ของคณะกรรมการว่า ออกเสียง ท ธ ไม่ชัด

แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว สำหรับความตั้งใจในก้าวแรกที่ทุลักทุเลพอสมควร

และบัตรประจำตัวผู้ผ่านการทดสอบการเป็นผู้ประกาศจากกรมประชาสัมพันธ์ ก็กลายเป็นแบบฝึกหัดที่จะให้ผมผ่านไปสู่หน้าต่อไป

ณ จุดนี้ที่ยืนอยู่กับการเป็นผู้ประกาศของสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของผม ASTV News1 ที่แลกมาด้วยการฝึกฝน ทุ่มเท ยืนหยัด ตั้งมั่น และอดทน

บางคนบอกว่า ความสามารถสำคัญกว่าโอกาส อีกคนบอกโอกาสไม่มา ถึงมีความสามารถก็ไม่มีประโยชน์

จะด้วยอะไรก็ตามแต่ การขยันหาบททดสอบความสามารถของชีวิตให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อรอวันที่จังหวะและโอกาสมาถึง นั่นคือสิ่งสำคัญ

เมื่อจังหวะมาถึง คว้าไว้ให้มั่นแล้วประทับตราให้ครบทั้งช่องโอกาสและความสามารถ จากนั้นนำมันไปแลกเป็น “ตั๋วชีวิต” เพื่อนำไปสู่ความฝันที่ตั้งไว้

“…อย่ารอให้ฟ้าหรือใครลิขิต อยากมีชีวิตที่ใฝ่และฝัน ตั้งแต่วันนี้ นี่คือชีวิตลิขิตของเรา…”



Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2551 13:45:21 น. 3 comments
Counter : 250 Pageviews.

 
.....ซินเจียยู่อี่...ซินนี้ฮวดไช้ ...นะคะ!!!!!!!!!!!

โดย: a_mulika วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:0:16:20 น.  

 



Happy Valentine's Day นะจ๊ะ



โดย: a_mulika วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:41:14 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณกานต์ .. แวะมาทักทายค่ะ

พอดีลอง search หาดูว่าชาวบล๊อกแกงค์มีใครมี astv ขบทสื่อโทรทัศน์ไทย อยู่ในมือบ้าง .. อิอิ .. หาไม่เจอ .. แต่มาเจอบล๊อกคุณกานต์แทน

ยังไงก็จะติดตามและให้กำลังใจชาว astv ต่อไปนะคะ ฝากสวัสดีชาว astv ด้วยค่ะ



โดย: ขอโทษนะคร้าบ ขอแจมด้วยคน วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:20:37:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Kant Journey
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google
Friends' blogs
[Add Kant Journey's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.