Group Blog
All Blog
ตามรักข้ามเวลา...บท 6/1




“ถามจริงแม่ตัวยุ่ง เราเป็นคนเฟอะฟะอย่างนี้บ่อยเลยเหรอ” ประโยคกระเซ้าเย้าแหย่ของอัตรา เกิดขึ้นทันทีที่รถเคลื่อนออกมาจากบ้านแล้ว

มินตราหันไปแยกเขี้ยวใส่พี่ชาย “ว่าใครเฟอะฟะ”

อัตราหัวเราะในลำคอ ละสายตาจากถนนเบื้องหน้า มามองน้องสาว “จะเป็นใครได้อีกล่ะ ในรถมีแค่เราสองคน”

“มิ้นไม่ได้เฟอะฟะสักหน่อย”

“แล้วจะอธิบายพฤติกรรมขี้หลงขี้ลืมและซุ่มซ่ามของเราอยู่บ่อยๆ ว่าไงยายมิ้น?” ถามเย้าด้วยรอยยิ้ม

“ไม่รู้ล่ะ ขืนว่ามิ้นเป็นปลาทองอีกคำเดียว มิ้นคว่ำพี่แน่”

“ขนาดนั้นเชียว สงสัยตอนที่อยู่ในโลกอนาคต จะซ่าไม่เบานะ ว่าแต่ปลาทองหมายถึงอะไร?”

“คำจำกัดความของคนขี้หลงขี้ลืมไง ปลาทองมีความจำสั้น คนก็เลยเอามาเปรียบเปรยว่าขี้หลงขี้ลืมเหมือนปลาทอง” ตอบด้วยใบหน้ามุ่ย

อัตราหัวเราะก๊ากใหญ่ พยักหน้าหงึกหงัก “งั้นก็คงเหมาะเอามาใช้กับพฤติกรรมของเราแล้ว”

“พี่อัตน่ะ ไม่คุยด้วยแล้ว” เด็กสาวค้อนปะหลับปะเหลือกแล้วเมินหน้าออกไปนอกหน้าต่าง รถราวิ่งสวนกันไปมาบางตา ดูจะต่างไปจากเมืองใหญ่ทั่วไป

อัตราหัวเราะแผ่วเบาในลำคอเมื่อเห็นท่างอนแบบเด็กๆ ของน้องสาว เขาลอบมองอีกฝ่ายเงียบๆ มินตรากำลังกดปุ่มเปิดกระจก ลมจากภายนอกพัดโกรกเข้ามาปะทะใบหน้ากรูใหญ่จนผมเผ้าปลิวกระเซิง เด็กสาวเอาคางเกยขอบหน้าต่าง ตามองออกไปนอกรถเพื่อดูทิวทัศน์ด้านนอกด้วยท่าทีกระตือรือร้นแต่แฝงไปด้วยอาการผ่อนคลาย สบายๆ ราวกับเธอมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการชื่นชมทัศนียภาพรอบตัวนั้น นั่นทำให้เขาอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ ผู้เป็นพี่ชายวาดภาพริมฝีปากบางแต่เต็มอิ่มได้รูปกำลังคลี่ยิ้มจางๆ ยามที่เจ้าตัวกำลังชื่นชมอะไรสักอย่าง

อืม...น้องสาวของเขาสวยสมบูรณ์แบบจริงๆ บางทีคำว่าสวยอาจจะเป็นคำจำกัดความตัวตนของเด็กสาวน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เพราะเธอสวยคมซึ้ง จะมองพิศหรือมองผาด ก็สวยทุกมุมมอง บางทีคำว่างามอาจจะเหมาะกับมินตรามากกว่ากระมัง ด้วยความงดงาม สดใสอย่างเป็นธรรมชาติ และนั่นทำให้อัตราอดนึกถึงแสงแดดยามเช้าไม่ได้ ที่ใครอยู่ใกล้เป็นต้องรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ

เขานึกสงสัยว่าห้วงเวลาในอนาคตที่เธอจากมา เด็กสาวคงมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตามาติดพันมากมาย บางทีอาจจะมากจนเลือกไม่หวาดไม่ไหวกระมัง เพราะดูเหมือนน้องสาวเขาจะเพียบพร้อมไปด้วยรูปร่างหน้าตา ฐานะชาติตระกูลและการศึกษา เขาไม่ได้ยกย่องชาติตระกูลตัวเองจนเกินไป แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ จำได้ว่าสื่อเคยวิพากษ์วิจารณ์เขากับน้องสาวว่าเกิดมาบนกองเงินกองทอง หรือทำนองว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

มินตราจึงน่าจะมีหนุ่มๆ มาชอบพอมากมาย แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องปักใจรักแต่กับธันว์คนเดียว? หรือเพราะความสนิทสนมในวัยเด็ก? ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะธันว์กับเขาจากมาเรียนอเมริกาตั้งแต่เด็กสาวอายุได้แค่ 6 ขวบด้วยซ้ำ จะกลับไปเยี่ยมบ้านบ้างก็เฉพาะช่วงปิดเทอม จึงไม่น่าจะสนิทสนมจนถึงขั้นน้องสาวของเขาจะปักใจรักได้ สมองเขามีแต่คำถาม คำถามและคำถาม แต่ทว่าไม่มีคำตอบให้กับตัวเอง คนเดียวที่จะตอบได้ก็นั่งอยู่ข้างๆ นี่เอง แต่เขากลับไม่คิดอยากจะถาม

เก็บไว้ให้คาใจอย่างนี้ดีกว่าไปกระตุ้นความคลั่งไคล้ของเด็กสาวที่มีต่อธันว์ให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น เพราะเห็นสายตาของมินตราที่มองเพื่อนของเขาอย่างรักใคร่เทิดทูนในวันนี้ยามที่รู้ว่าธันว์เป็นคนพันผ้าก๊อซให้ เขาก็รู้แล้วว่าผู้เป็นน้องสาวรักธันว์เพียงไร...

ห้างทาร์เก็ตในเวลาโพล้เพล้ยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอย อัตราจอดรถแล้วเดินเคียงคู่เด็กสาวเข้าไปในห้าง มินตราคล้องแขนผู้เป็นพี่ชายซึ่งเป็นความเคยชินที่ทำมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ นั่นทำให้ฝ่ายนั้นหันมองอย่างประหลาดใจ ทว่าเจ้าตัวไม่ได้สนใจ ยังคงเหลียวมองรอบกายราวกับเด็กๆ ที่เจอของถูกใจ อัตราผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด เมื่อนึกได้ว่าเด็กสาวคงทำไปด้วยความเคยชิน ไม่ได้คิดอะไรกับเขา

“อาร์ต!”

เสียงเรียกของหญิงสาวที่ดังมาจากประตูห้าง ทำให้อัตราชะงักความคิด เหลียวไปมองแล้วต้องเปิดยิ้มกว้าง

“ซาร่าห์! มาทำอะไร”

“ซื้อผลไม้ คุณละคะมาทำอะไร” ซาร่าห์ถามพลางชำเลืองมองเด็กสาวที่กำลังคล้องแขนอัตราอยู่ ใบหน้าของอีกฝ่ายบอกถึงความเป็นลูกครึ่งชัดเจน เธอสวยคมน่ามอง

อัตรารู้สึกตัวเมื่อเห็นสายตาของซาร่าห์มองมาที่มินตราอย่างสนใจ เขาเอ่ยแนะนำ “ผมพาน้องสาวมาซื้อของ มิ้น...นี่ซาร่าห์เพื่อนพี่ ซาร่าห์...นี่มินตราน้องสาวผมครับ”

ชื่อซาร่าห์ที่ออกมาจากปากอัตรา ทำให้มินตราชะงักตัวแข็งทื่อ เธอเหลือบมองอย่างสนใจ ซาร่าห์อยู่ในวัยใกล้เคียงกับพี่ชายเธอ ถ้าจะอ่อนวัยกว่า…ก็คงเล็กน้อย เธอมีรูปร่างสูงเพรียวไล่เลี่ยกับอัตรา แต่มีหน้าอกอวบอิ่มอย่างเห็นได้ชัด รูปหน้าเรียวล้อมกรอบด้วยผมสีบลอนด์ตรงซึ่งบัดนี้ถูกปล่อยสยาย มีแว่นกันแดดคาดทับเหนือศีรษะดูเก๋ไก๋ คิ้วกันไว้ได้รูปสวย พาดเหนือดวงตาสีน้ำเงินเข้ม ดูราวกับสีน้ำทะเลลึก จมูกโด่งและปลายคางแหลม มีรอยบุ๋ม

มินตรามองซาร่าห์อย่างตกตะลึง ตามมาด้วยอาการลืมหายใจ เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงตรงหน้าถึงถูกรุมจีบจากสองหนุ่มหล่อเหลา นั่นเพราะเธอสวยเซ็กซี่เหลือร้ายยังกับดาราฮอลลีวูด

อากัปกิริยาที่มองมาอย่างตกตะลึงของมินตราอยู่ในสายตาของซาร่าห์ตลอดเวลา หญิงสาวยิ้มให้อย่างขำๆ ระคนเอ็นดู ซาร่าห์ยื่นมือออกไปให้มินตราสัมผัส พลางกล่าวอย่างมีอัธยาศัยดีว่า

“สวัสดีค่ะ... ยินดีที่ได้รู้จัก”

มินตราอ้าปากค้างกับรอยยิ้มเปิดเผยนั้น อีกฝ่ายดูจริงใจและเป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก ยื่นมือออกไปสัมผัสมือตอบอย่างยินดีปานกัน

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”

“ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคุณจะมีน้องสาวสวยอย่างนี้” ซาร่าห์ชมอย่างจริงใจ

มินตรายิ้มอายๆ “คุณต่างหากที่สวยมาก สวยยังกับดาราฮอลลีวูดแน่ะ ได้ยินพี่อัตและพี่ธันว์พูดถึงมานานแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้” แววตาที่มองซาร่าห์ยังคงแสดงถึงความชื่นชมจริงใจ บอกกับตัวเองว่าไม่ได้ชอบผู้หญิงตรงหน้าเพราะรูปโฉมภายนอก แต่เพราะความเป็นคนมีอัธยาศัยดีและดูจริงใจต่างหาก น่าจะไม่ใช่คนประเภทตีสองหน้า ผู้หญิงหลายคนในโลกปัจจุบันที่ชอบพออัตรานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทเสแสร้ง เรียกน้องมิ้นจ๊ะจ๋าทุกคำ แต่พอลับหลังเอาเธอไปนินทาสารพัด

“อาร์ตกับธันว์เอาฉันไปพูดถึงบ่อยหรือคะ?” ซาร่าห์เอ่ยชื่อภาษาอังกฤษของอัตรา พลางปรายตาไปมองยิ้มๆ เธอรู้จักกับอัตราและธันว์ในเวลาไล่ๆ กัน แต่ค่อนข้างจะสนิทกับธันว์มากกว่า ด้วยธันว์ขอเธอออกเดตบ่อยครั้ง ต่างกับอัตราซึ่งออกปากว่าชอบเธอเหมือนกัน แต่กลับใช้เวลาส่วนตัวอยู่กับตัวเองมากกว่า อัตราชอบทำกิจกรรมโลดโผน ไม่ว่าจะเป็นการเทรกกิ้ง การปีนหน้าผา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เธอไม่ค่อยชอบนัก

“ก็พอสมควรค่ะ”

“ผมพูดถึงในแง่ดีนะ ไม่เคยว่าร้ายคุณเลย” อัตรารีบออกตัว “ผมเพิ่งรู้จากธันว์ว่าพวกคุณไปเดตมาด้วยกัน”

“ไปซื้อของตกแต่งบ้านน่ะค่ะ ธันว์ไม่บอกเหรอคะว่าฉันกำลังจะย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนต์คนเดียว”

“ไม่พูดอะไรเลย คุณย้ายทำไมซาร่าห์”

“อพาร์ตเมนต์ใหม่กว้างกว่าเดิมค่ะ”

“จะย้ายเมื่อไหร่”

“อีก 2 อาทิตย์ค่ะ เดซี่จะย้ายไปอยู่กับแฟนด้วย เลยเป็นโอกาสดีที่จะย้ายออกมาพร้อมกัน”

“งั้นผมจะไปช่วยย้าย แต่ความจริงมาอยู่บ้านผมก็ได้นะ ห้องใต้ดินยังว่าง ผมหมายถึงคุณมานอนห้องผม ส่วนผมจะย้ายไปอยู่ห้องใต้ดินเอง”

มินตรากระแอมแล้วแซวเป็นภาษาไทยว่า “ไม่เท่าไหร่เลยนะพี่เรา”

ซาร่าห์เลิกคิ้ว ก่อนกล่าวต่อว่า “ขอบคุณค่ะ แต่ฉันทำสัญญาเช่ากับอพาร์ตเมนต์ใหม่เรียบร้อยแล้ว เพราะ ฉะนั้นไม่รบกวนคุณดีกว่าค่ะ แล้วนี่คุณกับน้องสาวมาซื้ออะไรคะ”

“ผมพายายมิ้นมา…”

เด็กสาวรีบเอื้อมมือไปปิดปากอีกฝ่าย ชิงตอบแทนว่า “พี่อัตพาฉันมาซื้อของใช้น่ะค่ะ เข้าไปช็อปด้วยกันไหมคะ หรือว่าคุณมากับเพื่อน?”

“ไม่ค่ะ ฉันมาคนเดียว” พูดพลางเดินเข้าไปในห้างพร้อมกับคนทั้งคู่ “คุณมาเรียนหรือมาเที่ยวคะมินตรา”

“เรียกมิ้นสั้นๆ ก็ได้ค่ะ มิ้นมาเยี่ยมพี่อัตกับพี่ธันว์ค่ะ”

“แล้วจะอยู่กี่วันคะ”

“7 วันค่ะ” ตอบแล้วหันไปทางคนตัวสูงสุด ก่อนเสริมว่า “ถ้าใครบางคนไม่ออกปากไล่เสียก่อน”

“ออกปากไล่แน่ยายมิ้น ถ้าขืนเรายังทำตัวโก๊ะๆ อย่างนี้ แล้วต้องเข้าใจด้วยว่าพี่เสียสละแค่ไหน อุตส่าห์ยกห้องชายโสดให้”

มินตราย่นจมูก “อดเอาสาวมาหาความสำราญสิไม่ว่า ดีจะได้เหี่ยวแห้งไปสักพัก อุ๊ย...ขอโทษค่ะ” ประโยคหลัง เธอหันไปทางซาร่าห์ พร้อมกับเอ่ยขอโทษขอโพย “ฉันพูดเล่นน่ะค่ะ ปกติพี่อัตเป็นคนดี๊คนดีค่ะ ไม่เค้ยไม่เคยเลยที่จะเอาสาวที่ไหนมาหาเศษหาเลยที่บ้าน”

ซาร่าห์หัวเราะร่วน

“ฉันปล่อยไก่อะไรไปหรือคะ” มินตราทำหน้าเหลอหลา

“คุณรู้จักอาร์ตน้อยไปน่ะสิคะ รายนี้เนื้อหอมไม่แพ้เพื่อนเขาค่ะ เพราะฉะนั้นไม่มีทางหยุดความเจ้าชู้ได้หรอก เพียงแค่ไม่มีห้องนอนน่ะ”

“หมายความว่าไงซาร่าห์ ผมน่ะหรือเจ้าชู้?”

“คุณไม่รู้ตัวเลยเหรอ? คุณกับธันว์ไม่มีใครข่มใครลงเลยเรื่องนี้”

“งั้นคุณก็ไม่ชอบคนที่เอาใจเก่งสิ”

“เอาใจเก่ง ไม่จำเป็นต้องเจ้าชู้เสมอไป แต่พวกคุณไม่...พวกคุณทั้งคู่สามารถเฟลิตกับผู้หญิงหลายคนในเวลาเดียวกัน”

“นั่นเพราะพวกเรายังไม่เจอใครที่ถูกใจ ลงว่าเจอแล้ว รับรองจอดสนิท” อัตราพูดพลางจ้องหน้าหญิงสาวอย่างมีความหมาย เหมือนจะบอกเป็นนัยว่าคนที่ถูกใจยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก

“คนเจ้าชู้มักอ้างอย่างนี้เสมอ”

มินตรากะพริบตาปริบๆ มองคนโน้นทีคนนี้ทีแล้วก่อนที่พี่ชายจะแย้ง เธอยกมือห้าม “พอก่อนค่ะ มิ้นขอเวลานอก ก่อนที่พี่จะจีบซาร่าห์ไปมากกว่านี้ มิ้นขอตัวไปทำธุระของมิ้นก่อนนะคะ”

“เชิญค่ะ มิ้นจะไปไหนคะ”

“มิ้นจะไปดูของๆ มิ้นนิดหนึ่ง คุณเดินช็อปกับพี่อัตตามสบายนะคะ”

“ค่ะ งั้นตามสบายค่ะ”

ซาร่าห์มองตามหลังมินตราที่เดินห่างไปจนลับสายตาแล้ว เธอก็ละมามองอัตรา “น้องสาวคุณน่ารักนะคะ”

“ครับ…”

“คุณจะซื้ออะไรคะ” ซาร่าห์ถามแล้วก้าวขา แต่อัตรายื้อศอกไว้

“เราต้องคุยกันนะซาร่าห์ เพราะดูเหมือนคุณไม่เข้าใจผม”

“ฉันเข้าใจดีต่างหาก”

“เข้าใจว่าไง”

“คุณรู้ดีน่า..” ซาร่าห์ย้อนกลับด้วยรอยยิ้ม

อัตรามองใบหน้าสวย คิ้วเข้มขมวดมุ่น “ทีเจ้าธันว์เจ้าชู้ยิ่งกว่าผม ไม่เห็นคุณว่ามัน”

“ว่าไปแล้วเหมือนกัน ฉันรู้ว่าพวกคุณแข่งจีบฉันอยู่ แต่ขณะเดียวกันพวกคุณก็ยัง…” ซาร่าห์ไหวไหล่ “ช่างเถอะ ยังไงมันก็เป็นสิทธิ์ของพวกคุณ”

“นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณไม่ยอมเลือกใครสักคนระหว่างผมกับธันว์ใช่มั้ย”

ซาร่าห์นิ่งอย่างใช้ความคิด “เอาเป็นว่า…ฉันยังไม่เห็นความจริงใจของพวกคุณเลย…น่าจะถูกต้องกว่า”

อัตราอ้าปากค้าง “ผมจริงใจ”

“จริงใจในฐานะเพื่อน กับจริงจังในฐานะคนรักมันต่างกันนะคะ ในฐานะเพื่อน…ฉันเห็นความจริงใจของพวกคุณ แต่ในฐานะคนรัก พวกคุณยังต้องแสดงความจริงใจอีกมาก...”







Create Date : 25 เมษายน 2553
Last Update : 26 เมษายน 2553 0:18:11 น.
Counter : 369 Pageviews.

2 comment
ตามรักข้ามเวลา...บท 5/2



“เกิดอะไรขึ้น” ธันว์เอ่ยถามเมื่อไปถึงตัวเด็กสาว เขาพบอีกฝ่ายกำลังยืนกุมนิ้วซ้าย ใบหน้าซีดเผือดและเหยเก บนเสื้อไหมพรมเปื้อนหยดเลือดเป็นดวงๆ

“มิ้นกลัวเลือด” เสียงที่พูดเบาโหวง ร่างของเจ้าตัวโงนเงน แต่ก่อนจะล้มคว่ำลงมา ธันว์ผวาเข้าไปรับไว้ได้ทัน หากในจังหวะเดียวกันนั้นเองอัตราก็รีบแย่งเด็กสาวเข้ามากอดประคอง ผู้เป็นพี่ชายช้อนเข่าอุ้ม พลางว่า

“มีดคงบาดนิ้ว เดี๋ยวฉันจะอุ้มไปที่โซฟา นายหยิบยาฆ่าเชื้อกับผ้าก๊อซให้หน่อย” อัตราเอ่ยบอกกับเพื่อน

ธันว์ทำตามคำขอเงียบๆ แล้วเดินไปนั่งข้างอัตรา ส่งขวดยาฆ่าเชื้อให้ สายตาจึงปะทะเข้ากับปลายนิ้วของเพื่อนที่มีผ้าก๊อซพันไว้

“นายมีแผลเหมือนกันเหรอ”

อัตราจ่อก้อนสำลีกับขวดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ขณะตอบว่า “แผลเล็กน้อย ไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่แม่ตัวยุ่งคงเป็นห่วง เลยพันผ้าก๊อซเสียหนาเตอะยังกับดักแด้”

ธันว์ไม่พูดอะไรอีก เขาดึงมือมินตราขึ้นมาดู อึ้งเมื่อเห็นรอยแผลบาดลึกบนนิ้วของเด็กสาว เลือดสดๆ ยังคงไหลริน ชายหนุ่มหยิบก้อนสำลีมากดห้ามเลือดและยกปลายนิ้วขึ้นชู “แผลค่อนข้างลึก ถึงว่าน้องนายสลบเหมือดไปเลย”

“คงกลัวเลือด” อัตราพูดพร้อมกับเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยแอลกอฮอล์ “เพิ่งรู้ว่ายายมิ้นซุ่มซ่ามขนาดนี้ เฉือนกีวียังไงถึงได้กินเนื้อตัวเอง ดู...แผลลึกจริงๆ ด้วย” ประโยคท้ายพึมพำอย่างห่วงใย

ธันว์มองภาพความห่วงใยนั้น เขาแสดงความเห็นว่า “คำว่าซุ่มซ่ามยังน้อยไปสิ เมื่อคืนก็ทำจานตกใส่หลังเท้าด้วย”

“อะไรนะ?” เงยหน้ามองเพื่อนอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “อย่าบอกนะว่าทำจานตกใส่หลังเท้าตอนล้าง?” เห็นเพื่อนพยักหน้า อัตราก็กลอกตาไปมา นั่นล่ะคนในครอบครัวเขาขนานแท้ ไม่เคยถูกสอนให้หยิบจับอะไร เมื่อต้องมาทำเอง จึงมักเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างนี้เสมอ อัตราถอนหายใจยาวเหยียด แล้วถามเพื่อนว่า “ยายมิ้นเจ็บมากไหม”

“ก็เดินกะเผลกนิดหน่อย แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะหายแล้ว ฉันละไม่เคยเจอใครที่ซุ่มซ่ามเหมือนเด็กคนนี้” ธันว์พูด พลางส่งสำลีที่ชุบยาใส่แผลแล้วให้เพื่อน

“ฉันเดาว่าอย่างนั้น” อัตราทิ้งก้อนสำลีที่ใช้แล้วลงถังขยะใกล้ตัว แล้วถอยออกมาให้เพื่อนเป็นคนพันผ้าก๊อซให้มินตราแทนเพราะมือเขาทำไม่ถนัด

ธันว์หยิบผ้าพันแผลจากมือเพื่อนมาพันให้เด็กสาวอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซแล้วจึงส่งคืนอัตรา กิริยาทุกอย่างเป็นไปอย่างว่องไวแต่นุ่มนวล ธันว์วางมือของเด็กสาวบนท้องแล้วจึงถอยออกไปยืนมอง ร่างมินตรานอนทอดยาวขนานไปกับโซฟา เข่าข้างหนึ่งงอขึ้นเล็กน้อย ลำตัวเอียงข้างมาทางเขา ทำให้เห็นใบหน้าสวยแต่ขาวซีดชัดเจน ยามนี้เด็กสาวเหมือนเด็กซนที่หมดฤทธิ์เดชคนหนึ่ง

“แม่ตัวยุ่งของนายคงจะหลับได้อีกสักพัก เดี๋ยวฉันไปหุงข้าวดีกว่า นายอยู่ดูแลน้องเถอะ”

“ฉันไปช่วย ตรงนี้คงไม่มีอะไรแล้ว ปล่อยให้ยายมิ้นนอนอย่างนี้แหละ” อัตราพูดแล้วเดินตามเพื่อนไปในครัว

ธันว์หุงข้าว ส่วนอัตราหยิบจานกีวีไปเทลงถังขยะ ปากเปรยว่า “เลือดเปรอะจานกีวีอย่างนี้ ไม่สลบเหมือด ก็เก่งแล้ว ที่ไปเดตกับซาราห์เป็นไงบ้าง” วกไปถามอีกเรื่องที่อยู่ในความสนใจ

“อยากรู้ไปทำไมในเมื่อนายไม่ให้ฉันยุ่งเกี่ยวกับซาร่าห์แล้ว”

“ฉันไปสั่งห้ามตอนไหน”

“ก็นายบอกเอง ถ้าฉันจะจีบมินตรา ก็ต้องเลิกคบกับผู้หญิงทุกคน”

“แปลว่านายตัดสินใจเลือกแล้วใช่ไหมว่า จะจีบน้องฉัน และเลิกยุ่งกับผู้หญิงอื่นทุกคนรวมถึงซาร่าห์”

ธันว์ไม่ตอบ หันไปมองจานชามซึ่งวางไม่เป็นระเบียบอยู่บนชั้นพักจาน ดูออกว่าไม่ใช่ฝีมือเพื่อน เขาไม่พูดอะไร แต่จัดวางใหม่

“นายยังไม่ตอบฉัน”

“ยังต้องให้ตอบอีกเหรอ ฉันบอกแล้วฉันถูกชะตากับเด็กคนนั้นมาก”

“นั่นยังไม่พอ นายต้องพูดออกมาให้ชัดๆ”

ธันว์หันไปมองเพื่อน “ตกลง...ฉันเลือกน้องนายและจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงทุกคน พอใจหรือยัง”

อัตราพยักหน้ารับ “แต่ถ้าคิดจะคบกับยายมิ้น นายต้องสอนเธออีกเยอะ ยายมิ้นเด็กมากอาจทำอะไรไม่เหมาะสม ก็ไม่ควรไปถือสา”

“ฉันรู้ ไม่ต้องห่วงหรอก”

อัตราพยักหน้า “พรุ่งนี้นายมีธุระที่ไหนหรือเปล่า”

“มีธุระตอนเช้า ทำไมเหรอ?”

“ฉันมีงานบ่าย เลยอยากฝากยายมิ้นหน่อย”

“ไว้ใจฉันแล้วเหรอ”

“นายจะทำอะไรน้องฉัน ไหนรับปากว่าจะให้เกียรติ...”

ธันว์หัวเราะ “ฉันแค่แหย่น่า ไม่มีอะไรหรอก แต่น้องนายน่ารักนะ เมื่อวานเข้าไปรื้อข้าวของห้องฉันจนกระปุกออมสินตกมาแตก ยังอุตส่าห์ออกไปหาซื้อมาใช้คืน”

อัตราชะงัก เขารู้สึกเหลือเชื่อกับพฤติกรรมของน้องสาว ท่วงท่าเขาคงดูตลกในสายตาเพื่อน เพราะฝ่ายนั้นมองอย่างขำๆ

“นายทำหน้าคาดไม่ถึง เหลือเชื่อเหรอ”

อัตรายิ้มเรี่ยๆ “ก็มีบ้าง ยายมิ้นไม่มีวี่แววว่าจะโตขึ้นเป็นเด็กสอดรู้สอดเห็น”

ธันว์หัวเราะ “ฉันไม่ถือหรอก ดูท่าเธอจะถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ว่าแต่ค่ำนี้เราจะกินอะไรกันดี”

“ที่จริงกับข้าวเมื่อเช้าที่นายทำ ก็ยังพอสำหรับเราสามคน”

“งั้นทำอะไรง่ายๆ เพิ่มอีกอย่างดีไหม ไข่เจียวหมูสับเป็นไง หรือว่าน้องนายชอบกินอะไร?”

อัตราไม่ทันตอบ เมื่อเสียงหวานใสของผู้เป็นน้องสาวดังขึ้นก่อน “ไข่เจียวหมูสับก็โอเคค่ะ”

ธันว์และอัตราเหลียวขวับไปมองพร้อมกัน ธันว์เป็นคนถามขึ้นว่า “อาการดีขึ้นแล้วเหรอ ทำไมรีบลุก สีหน้าคุณยังไม่ดีขึ้นเลย น่าจะนอนพักอีกหน่อย”

“มิ้นไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณพี่อัตด้วยนะคะที่ทำแผลให้ พันผ้าก๊อซซะสวยเชียว” เธอหันไปทางอัตราเมื่อกล่าวประโยคหลัง

“ต้องขอบคุณพี่ธันว์ด้วย รายนั้นช่วยพันผ้าก๊อซ”

“พี่แค่พันผ้าก๊อซ แต่พี่ชายคุณช่วยใส่ยา” ธันว์รีบออกตัว

มินตรามองธันว์ด้วยสายตาซาบซึ้ง “ขอบคุณพี่ธันว์มากค่ะ เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของพี่ๆ งั้นเดี๋ยวมิ้นทำไข่เจียวให้ดีไหมคะ?”

“ไม่ต้อง” สองหนุ่มประสานเสียงขึ้นพร้อมกัน คนทั้งคู่จ้องมินตราอย่างขยาดๆ ก่อนที่ธันว์เป็นฝ่ายพูดขึ้น “ไม่ต้องเลยแม่ตัวยุ่ง คุณไม่สบาย ไปนั่งพักเถอะ เดี๋ยวผมกับอัตจัดการเอง”

“มิ้นไม่เป็นอะไรแล้ว”

“ไม่เป็นอะไรที่ไหนล่ะ สลบเหมือดอย่างนั้น พี่เพิ่งรู้ว่าเรากลัวเลือด” อัตราโต้

“ถ้าปริมาณน้อยๆ ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่นี่มากไปนิด มันเลยแสดงอาการ”

“วันหลังต้องระวังให้มากกว่านี้” ธันว์เตือนด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ค่ะ...ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง” มินตราทำหน้าชะงัก “มิ้นเพิ่งนึกออก... มิ้นยืมเงินพี่ธันว์นี่นา เดี๋ยวมิ้นขึ้นไปหยิบเงินมาให้นะคะ พี่อัตให้เงินมิ้นมาแล้ว”

“ให้เราหรือว่าเราไถ?” อัตราเย้ายิ้มๆ

มินตราปรายตาค้อน “พี่อัตน่ะ...”

อัตราหัวเราะ ขณะที่ธันว์มองอย่างเอ็นดู “ไม่ต้องใช้คืนผมหรอก เงินแค่นั้นเล็กน้อย”

“ใช่... เลี้ยงสาวๆ มากกว่านั้นเยอะใช่ไหมธันว์” ประโยคหลังเขาหันไปแซวเพื่อน ได้ผลฝ่ายนั้นปรายตามามองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

ธันว์หันไปสบตาเด็กสาวอย่างกริ่งเกรง เนื่องจากเห็นเธอมีสีหน้าเปลี่ยนไปในทันทีที่อัตราล้อเลียนเรื่องเลี้ยงผู้หญิงคนอื่น เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกเดือดร้อนมากมายกับสายตาคู่นั้น ธันว์พยายามลดความรู้สึกผิดด้วยการชี้แจงว่า

“ไม่ใช่เลี้ยงสาวๆ หรอกไอ้เสือ นายก็พูดเกินไป ก็แค่เลี้ยงเพื่อนฝูงยามที่มีโอกาส ซึ่งก็นานๆ ครั้ง”

อัตราหัวเราะอย่างรู้ทัน ไม่เอ่ยอะไร เขาถามน้องสาวว่า “เราไปยืมเงินพี่ธันว์มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพิ่งมาถึงเมื่อวานไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะ...มิ้นยืมไปร้อยดอล”

“งั้นเดี๋ยวพี่ใช้คืนให้”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ มิ้นใช้คืนเองเพราะเงินที่พี่ให้มาก็มากอยู่ ใช้หนี้พี่ธันว์ไปก็ยังเหลืออีกเยอะ เดี๋ยวมิ้นไปหยิบมาให้นะคะ” ประโยคท้ายหันไปทางธันว์แล้วเธอก็เดินออกจากห้องครัวแห่งนั้นเพื่อไปหยิบเงินมาให้ชายหนุ่ม

อัตราหันไปทางเพื่อน “ไม่เห็นนายบอกว่ายายมิ้นยืมเงิน”

“ไม่ใช่ยืมหรอก ฉันคืนเงินที่เธอไปหาซื้อกระปุกออมสินมาใช้คืน”

“อ้อ...” อัตราพยักหน้ารับรู้

คนทั้งคู่พูดคุยอะไรต่ออีกครู่ใหญ่ๆ แล้วเสียงวิ่งตึงๆ ของมินตราก็ดังเข้ามาในห้องครัว เด็กสาววิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นๆ ลมหายใจหอบกระชั้น

“แย่แล้วพี่อัต เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

“มีอะไร”

“มิ้นทำบัตรเครดิตหาย จะหยิบเงินคืนพี่ธันว์ ถึงได้รู้ว่าบัตรเครดิตหายไปแล้ว”

“ทำหายที่ไหน”

“คงตอนที่มิ้นไปหาซื้อกระปุกออมสินคืนพี่ธันว์แน่เลย คงหล่นหายตอนที่ควักเงินให้แคชเชียร์ สงสัยจะหายที่ห้างทาร์เก็ตนั่นแหละ” มินตราเดินไปเขย่าแขนเสื้ออัตรา “พี่อัตไปเป็นเพื่อนมิ้นหน่อยสิคะ มิ้นต้องไปเอาบัตรเครดิต ขืนหายไปอีกใบยุ่งแน่ เพราะแค่ปีนี้มิ้นทำหายไปสามใบแล้ว ถ้าแม่รู้...แม่ต้องเอามิ้นตายแน่” มินตราพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

อัตราทำหน้าไม่ประหลาดใจ เพราะพอนึกถึงพฤติกรรมของมินตราตลอดวันที่ผ่านมา เขาก็ไม่แปลกใจแล้ว ใจคิดแต่ปากพูดว่า “ก็ได้เจ้าตัวยุ่ง” เขาหันไปทางเพื่อน “งั้นเดี๋ยวฉันมานะธันว์”

“ตามสบาย ขอให้หาเจอนะ”

“ขอบคุณค่ะ นี่เงินร้อยดอลนะคะ” มินตราพูดพลางยัดธนบัตรใส่มือธันว์

ธันว์มองคนทั้งคู่ที่ออกจากบ้านจนลับสายตาแล้ว จึงก้มมองธนบัตรในมือ หูยังคงได้ยินเด็กสาวโวยวายกับอัตราว่า “ตัวยุ่งที่ไหน มิ้นเป็นน้องสาวพี่นะ ขืนเรียกว่าเจ้าตัวยุ่งอีกคำเดียว มิ้นจะเป็นแม่ตัวยุ่งให้พี่ดูจริงๆ ด้วย”

ธันว์คลี่ยิ้ม นึกขำในใจว่าเด็กสาวเล่นขู่อย่างนั้นใครจะกล้า... เพราะลำพังไม่ทำตัวยุ่ง แม่เจ้าประคุณก็ทำให้ทุกเรื่องยุ่งเป็นยุงตีกันได้อยู่แล้ว

น่าแปลก...แค่สองวันที่เด็กสาวก้าวเข้ามาในบ้าน เขาก็รู้สึกว่าอะไรๆ ในบ้านหลังนี้ เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ไม่สิ... บ้านอาจจะไม่เปลี่ยน แต่ความรู้สึกของเขาต่างหากที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงคนอื่นๆ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ชีวิตของเขาดูจะมีรสชาติและสีสันมากขึ้นเมื่อมินตราก้าวเข้ามา ธันว์ยอมรับว่าเริ่มหวั่นไหวกับการอยู่ใกล้ผู้หญิงที่แสนร่าเริงและขี้เล่นคนนั้น

อนาคตจะเป็นอย่างไรเขาไม่รู้ แต่ ณ วันนี้เวลานี้เขาตอบได้ว่าเขาอยากอยู่ใกล้เด็กสาว อยากจะ... ธันว์ชะงักความคิดเมื่อเผลอคิดสวนทางในสิ่งที่อัตราห้าม แต่นั่นล่ะจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอสวย สดใสร่าเริงและเป็นธรรมชาติราวกับแสงแดดยามเช้า มินตราไร้เดียงสาราวกับดอกไม้แรกแย้ม ใครอยู่ใกล้ ไม่รู้สึกหวั่นไหวบ้าง เขาว่าความรู้สึกคงตายด้านไปแล้ว

ใช่...เธอเป็นตัวป่วนของแท้ แต่เป็นตัวป่วนที่สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนรอบข้าง

ก็ดูสิ...เธอจากไปไม่ถึงนาที บ้านกลับเงียบเหงาลงทันตา ความสดใสและความมีชีวิตชีวาดูจะโบยบินไปพร้อมกับตัวเธอ...









Create Date : 25 เมษายน 2553
Last Update : 25 เมษายน 2553 22:13:20 น.
Counter : 525 Pageviews.

0 comment
ตามรักข้ามเวลา...บท 5/1



มินตราเห็นธันว์เป็นคนแรก เธอรีบผละจากอัตราพร้อมทั้งป้ายน้ำตา ผู้เป็นพี่ชายเหลียวมองตาม ก่อนจะทักทายขึ้นว่า “อ้าว...ธันว์ เข้ามาสิ” น้ำเสียงของอัตราแสดงความประหลาดใจเมื่อเห็นเพื่อนยืนรีรออยู่ที่หน้าประตู

ธันว์ผลักประตูกระจกเข้ามา ในอ้อมแขนเต็มไปด้วยถุงผลไม้ “ขอโทษ... ฉันเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่า” ถามแล้วมองคนทั้งคู่สลับไปมาอย่างไม่แน่ใจ เขาทันเห็นประกายตาหมองจัดและท่วงท่าเนือยๆ ของเพื่อนแวบหนึ่ง ก่อนเลือนหาย และกลับมาร่าเริงเป็นปกติดังเดิม

“ไม่หรอก เข้ามาเถอะ นี่มิ้นน้องสาวฉัน ขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการ”

มินตรายกมือไหว้

ธันว์ก้มศีรษะแทนการรับไหว้ “เราเจอกันแล้วเมื่อวาน นายคงหมายถึงญาติ ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ใช่ไหม”

อัตราอึ้ง “ฉันรักยายมิ้นไม่ต่างจากน้องแท้ๆ”

ธันว์พยักหน้ารับรู้ เขาหันไปคุยกับเด็กสาว “ดีใจด้วยนะที่เจอพี่ชายแล้ว”

“ค่ะ”

ธันว์ยิ้มมุมปากให้อีกฝ่าย

อัตราถามเพื่อนว่า “ไหนว่าจะไปค้างกับซาร่าห์ ทำไมรีบกลับ”

“ใครบอกนาย” เขาย้อนทันควัน สายตามองไปทางมินตราอย่างเกรงใจ ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองนักว่าทำไมต้องเดือดร้อนมากมายกับสายตาที่มองมาราวกับจะตัดพ้อ

“ฉันมีสปายของฉันบ้างสิวะ” อัตราตอบเพื่อน แววตาคมจับสังเกตเรื่อยๆ

“ไม่ได้จะค้าง แค่ไปทำธุระด้วยกัน” ธันว์รีบปฏิเสธ

“อย่างนั้นฉันก็ยังไม่เสียพนันใช่ไหม”

อัตรากับธันว์กำลังแข่งกันจีบซาราห์ โดยมีการวางเงินเดิมพันจำนวนหนึ่ง ใครชนะใจซาร่าห์ก็จะได้เป็นเจ้าของเงินก้อนนั้น

“ไม่อย่างแน่นอน” ธันว์จบเรื่องที่คุยด้วยการหันไปถามมินตราว่า “คุณชอบกีวีหรือเปล่า ผมซื้อมาฝาก มีกีวีทองด้วยนะ” น้ำเสียงที่ถามทอดอ่อนนุ่มราวกับจะงอนง้อ

“กินได้ค่ะ แต่มิ้นยังไม่หิว”

“งั้นเก็บไว้กินก็ได้” ธันว์พูดพลางยื่นถุงกีวีให้เด็กสาว

“พี่ธันว์จะกินเลยหรือเปล่าคะ มิ้นจัดการให้ได้”

“คุณจะกินกับผมด้วยหรือเปล่าล่ะ”

มินตรามีสีหน้าลังเล เธอหันไปทางพี่ชาย “พี่อัตจะกินไหมคะ”

“เอาสิ...”

“งั้นเดี๋ยวมิ้นไปจัดการมาให้แล้วกัน” มินตราคว้าถุงกีวีเดินหายเข้าไปในครัว

อัตรามองตามหลังเด็กสาวจนลับสายตาแล้วจึงหันมากระเซ้าเพื่อน “นายโกหกไอ้เสือ ที่จริงตั้งใจจะไปค้างกับซาร่าห์เพราะฝ่ายนั้นเตรียมเสื้อผ้าไปแล้ว แต่คนที่เปลี่ยนใจคือนายต่างหาก ไหงเปลี่ยนใจเสียละ” แววตาเป็นประกายระยับ

ธันว์นิ่วหน้า “อย่ามาทำรู้ดีไปหน่อยเลยน่า” น้ำเสียงแสดงความรำคาญ

“งั้นแสดงว่าไม่ได้ตั้งใจไปค้าง?”

“แน่นอน...ไม่ได้ตั้งใจ”

อัตราหัวเราะ

“หัวเราะอะไร”

“หัวเราะคนปากแข็ง”

ธันว์แยกเขี้ยว “เลิกแหย่ฉันซะที ทำไม...การที่ฉันไม่ได้ค้างคืนกับซาร่าห์ เดือดร้อนนายมากนักรึไง”

“เปล๊า...” อัตราตอบเสียงสูง แววตายังคงเต้นพราว “แค่สงสัย... ทำไมมีโอกาสแล้วไม่เผด็จศึก นั่นไม่ใช่วิสัยของนายเลย”

“ฉันเป็นคนดีไง”

“คิดจะเป็นเดี๋ยวนี้นี่นะ”

ธันว์เริ่มระอากับการที่เพื่อนล้อไม่หยุดหย่อน “โอเค...ฉันยอมแพ้ ฉันเปลี่ยนใจไม่ค้างกับซาร่าห์ นายพูดถูก ทีนี้เลิกแหย่ได้รึยัง”

อัตราหัวเราะก๊ากใหญ่ “ก็แค่นั้น...” เขาถามต่อด้วยท่าทีที่จริงจังขึ้น “อะไรเป็นสาเหตุให้นายเปลี่ยนใจ”

ธันว์ไม่ตอบ เขาเมินหน้าจากเพื่อน

“ตอบฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ในฐานะพี่ชายของเธอ” เน้นคำท้ายเป็นนัยๆ

แววตาธันว์วูบไหวอย่างคนมีพิรุธ

“พวกเรามันประเภทรู้ไส้รู้พุงกันมากเกินไปว่าไหม? แค่มองตาก็รู้แล้วว่ามีไส้กี่ขดต่อกี่ขด” เจ้าตัวทำเสียงอารมณ์ดี แต่แววตาหมองจัดขัดแย้งกับคำพูด

“รู้อย่างนั้นแล้วจะมาคาดคั้นทำไม” ธันว์ตอบเสียงเรียบ ไม่สบตาเพื่อน ตอนเที่ยวนอกเมืองกับซาร่าห์ ใจเขาคอยเตลิดกลับมาหาเด็กสาวตลอดเวลา จนต้องรีบกลับก่อนเวลาที่ตั้งใจไว้ เขายอมรับว่าชอบเด็กสาวลูกครึ่งคนนั้น

“แต่นายเพิ่งเจอเธอ คุณพระ...มันเร็วเกินไป” อัตราถามออกไปด้วยน้ำเสียงประหลาดใจอย่างไม่ปิดบัง

“ทีนายละ เพิ่งเจอเหมือนกันแต่ทำไมถึงชอบ” ธันว์เหลียวกลับมาสบตาเพื่อน พลางกวาดตามองอย่างสำรวจ

“นายพูดผิดแล้ว ใครบอกเพิ่งเจอ พวกเราเป็นญาติกัน” อัตราตอบเสียงต่ำ ใบหน้าแดงก่ำอย่างนึกละอาย

“ขอให้เป็นแค่ญาติเถอะ หวังว่าระหว่างนายกับเด็กคนนั้นจะไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่านั้นจริงๆ”

“นายคิดอะไรอยู่กันแน่” อัตราขมวดคิ้ว

ธันว์จ้องหน้าเพื่อน พลางตอบว่า “ก่อนเข้ามา ฉันเห็นพวกนายกอดกันอยู่”

“ก็แค่พี่ชายน้องสาว ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

“ขอให้แค่นั้นจริงๆ เถอะ”

“แน่นอน นายมาระแวงอะไรฉัน”

“เปล่า...”

อัตรามองหน้าขรึมของเพื่อน พลางว่า “ตกลงกันก่อนนะธันว์ จะจีบยายมิ้นก็ได้ ฉันไม่ว่า แต่ต้องจบลงที่การแต่งงาน ถ้าคิดแค่จะจีบเล่นๆ เหมือนผู้หญิงรายอื่นๆ ของนาย เลิกคิดได้เลย ฉันเอานายตายแน่”

“นายไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตฉันนะอัต เรื่องอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งสองฝ่าย”

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ยายมิ้นเป็นน้องฉัน”

“แค่ญาติ ไม่ใช่น้อง” ธันว์แก้คำพูดเพื่อน เสียงเรียบๆ

“งั้นฉันจะส่งตัวน้องฉันกลับเมืองไทย”

ธันว์อึ้ง เขาปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมบรรยากาศครู่หนึ่ง แล้วว่า “ก็ได้...ฉันมีขอบเขตทำอะไรได้แค่ไหน”

“ห้ามนอนกับยายมิ้น ถ้าฉันรู้ว่านายพาน้องฉันขึ้นเตียงเมื่อไหร่ ฉันฆ่านายแน่”

“แล้วถ้าเป็นความต้องการของน้องนายเองล่ะ”

อัตราลุกไปซัด แต่อีกฝ่ายเบี่ยงหลบทัน คนลงมือได้แต่โต้อย่างถอนฉุนว่า “อย่ามาดูถูกน้องฉัน ครอบครัวฉัน...ฉันหมายถึงตระกูลฉัน” รีบแก้คำพูด “ไม่ได้เลี้ยงดูมาให้ยายมิ้นทำตัวเหลวแหลกอย่างนั้น”

“ฉันแค่แหย่...อย่าเป็นฟืนเป็นไฟไปหน่อยเลยน่า”

“แต่ฉันไม่ชอบให้นายแหย่ด้วยเรื่องอย่างนี้” เขาย้อนทันควัน

“ขอโทษ” ธันว์พูดเสียงอ่อนๆ เขารู้สึกผิดเมื่อจับน้ำเสียงของเพื่อนได้ว่าโกรธจริงจัง “อย่าห่วงไปหน่อยเลย ฉันไม่คิดร้ายกับมินตราหรอก รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนั้นจริงๆ ฉะนั้นจะไม่รุ่มร่ามหรือทำอะไรที่หักหาญน้ำใจเธอ ยกเว้นก็แต่...” ธันว์หลิ่วตาให้เพื่อน “ญาติของนายจะชอบฉันมากจนเสนอตัวให้...ก็ว่าไปอีกอย่าง” ทว่าพูดไม่ทันจบ ธันว์ก็ต้องส่งเสียงร้องครางเมื่ออัตราเหวี่ยงกำปั้นใส่ คราวนี้เขาหลบไม่ทันเพราะอยู่ใกล้เพื่อน เจ้าตัวทำหน้าเจ็บปวดขณะก้มกุมท้อง

“หยุดพูดห่ามๆ ได้แล้วนายธันว์ ไม่งั้นนายเจ็บตัวกว่านี้แน่”

ธันว์ยังคงหน้าเขียวหน้าเหลือง ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงยืดตัวตรง เจ้าตัวยังคงทำหน้ามุ่ยขณะบ่นอุบอิบว่า “ไร้อารมณ์ขันชะมัดยาด...พูดเล่นนิดเล่นหน่อยก็ไม่ได้”

“นายไม่ควรเอาเรื่องอย่างนี้มาล้อเล่น”

“ถามจริงห่วงหรือหวงกันแน่นี่”

“ทั้งสองอย่าง”

“โอเค...โอเค งั้นเรามาเจรจาหย่าศึกกัน ฉันจะให้เกียรติน้อง...”

“ไม่ใช่แค่ให้เกียรติ แต่ต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงทุกคนด้วย รวมถึงซาร่าห์ ถ้าทำไม่ได้ก็เลิกยุ่งกับยายมิ้นเลย”

“ถามจริง นี่เป็นกลอุบายตีกันฉันจากซาร่าห์หรือเปล่า”

“แล้วแต่นายจะคิด”

“นายนี่เป็นพี่ชายที่แสนประเสริฐจริงๆ” ธันว์ประชด

อัตราไม่นำพา เขาพูดต่อว่า “นายไม่มีทางเลือกหรอกธันว์ ถ้าอยากจะจีบยายมิ้น ก็ต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงทุกคน หรือจะเลือกเดินหน้าจีบซาร่าห์แข่งกับฉัน นายก็ต้องเลิกสนใจน้องฉัน เลือกเอาจะเอาทางไหน”

“ถามจริง ทำไมถึงห่วงเด็กคนนั้นนัก มินตราไม่ใช่น้องแท้ๆ ของนายไม่ใช่เหรอ”

อัตราจ้องหน้าเพื่อน พลางพูดเน้นทีละคำว่า “ถึงไม่ใช่น้อง ฉันก็รักอย่างน้องแท้ๆ เพราะฉะนั้นอย่าคิดทำเล่นๆ กับยายมิ้นเด็ดขาด”

“โอเค...ฉันเข้าใจแล้ว” ธันว์พูดพร้อมกับแบมือเสมอไหล่อย่างสงบศึก “ว่าแต่มินตรามาทำอะไรที่นี่”

“มาเยี่ยมฉัน”

ธันว์พยักหน้ารับรู้ “แล้วเรื่องที่นอนของน้องนายจะเอายังไง นายกลับมาแล้ว มินตราจะนอนไหน”

“ความจริงห้องใต้ดินยังว่าง ฉันไปนอนที่นั่นก็ได้”

“ฉันก็กำลังคิดเรื่องนี้เหมือนกัน เรามาสลับกันไปนอนห้องใต้ดินไหม คืนไหนฉันไปนอนที่นั่น นายก็มานอนห้องฉัน ผลัดกันคนละ 3 คืน น้องนายมาอยู่ที่นี่ 7 วันไม่ใช่เหรอ”

“ใช่...เอางั้นก็ดี เริ่มต้นที่ฉันก่อนก็ได้”

ธันว์ไม่ทันตอบรับ ด้วยมีเสียงร้องลั่นของมินตราดังขึ้นเสียก่อน พวกเขากรูกันเข้าไปดูในห้องครัว


*******









Create Date : 23 เมษายน 2553
Last Update : 24 เมษายน 2553 5:14:54 น.
Counter : 458 Pageviews.

5 comment
ตามรักข้ามเวลา...บท 4/2




อัตราอึ้ง ใช้เวลาชั่วครู่ใหญ่ๆ จึงจะเข้าใจความต้องการของเด็กสาว เขาถามด้วยน้ำเสียงแหบห้าวว่า “เรารักเจ้าธันว์เหรอ”

“ค่ะ... มิ้นรักและอยากจะแต่งงานกับพี่ธันว์จริงๆ” น้ำเสียงของมินตราเบาโหวง

“เป็นไปไม่ได้หรอก”

“ทำไมจะไม่ได้คะ ในเมื่อแผนการทุกอย่างโอเคออก”

“โอเคสำหรับเราคนเดียวน่ะสิ ฝืนธรรมชาติเกินไป ถ้าสิ่งที่เราพูดมาทั้งหมดเป็นความจริง นั่นหมายความว่าเรากำลังจะไปเปลี่ยนแปลงอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่ทำไม่ได้”

“การไม่ฝืนธรรมชาติคืออะไร คือการปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมน่ะหรือ พี่จะยอมปล่อยให้ซาร่าห์ตายทั้งๆ ที่เราสามารถช่วยชีวิตเธอได้ ไหนว่าพี่ชอบเธอ”

“อย่ายกเรื่องช่วยชีวิตซาร่าห์มาเป็นข้ออ้างดีกว่า เอาไว้เรามีเจตนาบริสุทธิ์ในการช่วยเหลือซาร่าห์จริงๆ เมื่อไหร่ แล้วค่อยมาพูดคุยกันทีหลัง”

“แล้วต่างกันตรงไหน จะเจตนาบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ถ้าสามารถช่วยชีวิตของซาร่าห์ได้ พี่จะไม่ทำเชียวหรือ”

“อย่าพูดอย่างนั้น เพราะไม่แฟร์กับพี่”

“มิ้นอยากให้พี่คิดให้ดี เพราะยังไงนั่นก็คือการช่วยชีวิตของคนที่พี่ชอบ”

อัตราทำหน้าหนักใจอย่างไม่ปิดบัง

มินตรามองนิ่งๆ แล้วว่า “พี่สัญญาแล้วว่าจะช่วยเหลือมิ้น ถ้ามิ้นเล่าทุกอย่างให้พี่ฟัง อย่าลืมสัญญาเสียสิ”

“เรากำลังมัดมือชกนะมิ้น”

“พี่อย่าคิดมากสิคะ คิดเสียว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย”

อัตราเสยผมอย่างยุ่งยากใจ “เรากำลังคิดทำการใหญ่เกินตัวนะยายมิ้น เด็กอะไรเอาแต่ใจอย่างนี้ แล้วนี่ปู่รู้ความต้องการที่แท้จริงของเราหรือเปล่า หรือว่ารู้ไม่หมด...” เห็นน้องสาวเมินหน้า เขาก็กล่าวอย่างรู้ทันว่า “ไม่สินะ...เราคงบอกแค่ว่า มาช่วยซาร่าห์และพิสูจน์เรื่องไทม์พาราด็อกซ์ พี่เชื่อว่าถ้าปู่รู้ความจริง ไม่มีวันยอมให้เรามาที่นี่แน่”

“พี่จะไม่ยอมช่วยมิ้นหรือคะ”

“เรากำลังจะทำผิดกฎธรรมชาติครั้งใหญ่นะยายมิ้น การเปลี่ยนแปลงอดีต ก็เท่ากับการเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนและอาจจะเกี่ยวพันไปถึงอีกหลายคน”

“มิ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอดีตอะไรมากมายเพราะโลกที่มิ้นจากมายังไม่มีใครแต่งงานกับใคร เพราะฉะนั้นพี่อัตจะมากล่าวหาว่ามิ้นทำผิดกฎธรรมชาติไม่ได้ ถ้ามิ้นเปลี่ยนอนาคตของซาร่าห์ จากเมียพี่ธันว์ไปเป็นเมียพี่อัตก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ซาราห์ตายไปก่อนจะแต่งงานกับใคร”

“เราอย่ามาหัวหมอนะยายมิ้น ยังไงพี่ก็ช่วยเราไม่ได้ และจะไม่มีวันช่วยด้วย ไม่ใช่ว่าพี่ไม่เห็นใจ ไม่ใช่เพราะเหตุผลเรื่องฝืนกฎธรรมชาติ และไม่ใช่เพราะว่าเราเล่นไม่แฟร์กับซาร่าห์ แต่เพราะพี่รักเรามากถึงไม่อาจปล่อยให้ไปแต่งงานกับเจ้าธันว์ได้ เข้าใจหรือเปล่า”

“มิ้นไม่เข้าใจ พี่อัตพูดกลับไปกลับมาจนมิ้นงงไปหมดแล้ว”

“เราไม่รู้หรอกว่าเจ้าธันว์เจ้าชู้แค่ไหน หมอนี่เปลี่ยนคู่เดตไม่ซ้ำหน้า เพราะงั้นพี่ไม่อยากสนับสนุนเราไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถของมันเพิ่มขึ้นอีกคน เราอยากน้ำตาเช็ดหัวเข่าอย่างนั้นหรือยายมิ้น”

“พี่ธันว์ไม่ใช่คนแบบนั้น มิ้นรู้จักดี เขาเป็นคนดี ไม่มีทางทิ้งผู้หญิงหรือเห็นผู้หญิงเป็นของเล่นหรอก”

“น้อยไปสิ เรารู้จักหมอนั่นน้อยไปแล้ว ธันว์เป็นเสือผู้หญิงตัวพ่อ เห็นหงิมๆ อย่างนั้นเถอะทิ้งผู้หญิงมาเป็นกะตั้กแล้ว เราจะยอมเป็นของเล่นของเขาเหรอ”

“ถ้าต้องเลิกกัน อย่างไรก็ไม่ใช่ความผิดของพี่ธันว์อยู่ดี เป็นเรื่องของการสมยอมของทั้งสองฝ่าย”

“จะสมยอมหรือไม่สมยอมไม่สำคัญ ประเด็นสำคัญคือ หมอนี่ไม่เคยปฏิเสธผู้หญิงที่เสนอตัวให้สักราย ต่อให้มีเราเป็นแฟน ถ้ายังไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ หมอนี่ก็จะรับไมตรีผู้หญิงเหล่านั้นไปเรื่อย แล้วเราจะทนสภาพนั้นได้สักกี่น้ำยายมิ้น เพราะฉะนั้นเลิกสนใจเขาเถอะ ยังมีผู้ชายที่น่าสนใจวัยเดียวกับมิ้นมากมาย ลืมไปได้เลยว่าพี่จะช่วยเป็นพ่อสื่อให้ นอกจากจะไม่แล้ว พี่จะคอยขัดขวางด้วย...คอยดู”

“ใจร้าย พี่ธันว์ยังไม่เจอผู้หญิงที่ถูกใจต่างหาก ถึงได้เจ้าชู้ แต่ถ้าลงว่าปักใจรักใครแล้วก็จะมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง ดูอย่างซาร่าห์ ทั้งที่เธอตายไปแล้วแต่พี่ธันว์ก็ยังรักมั่นคงถึง 7 ปีเต็ม เพราะฉะนั้นมิ้นเชื่อว่าถ้าทำให้เขารักมิ้นได้ เขาจะไม่มีวันทำให้มิ้นเสียใจเด็ดขาด”

“เรารู้จักเจ้าธันว์น้อยไปน่ะสิ”

“มิ้นมั่นใจในสิ่งที่มิ้นเห็นต่างหาก”

“คิดหรือว่าจะเอาชนะใจหมอนั่นได้ง่ายๆ คิดหรือว่าเด็กที่เพิ่งโตเป็นสาวอย่างเรา จะเอาชนะใจเสือผู้หญิงที่ผ่านอะไรมามากมายอย่างเจ้าธันว์ได้ เราไม่มีทางทำให้เพื่อนพี่หยุดได้หรอก”

“มิ้นไม่สนใจ รู้แต่ว่ามิ้นรักพี่ธันว์และจะมั่นคงในรักนั้นไม่เปลี่ยนแปลงด้วย”

“ดื้อจริง พี่ว่าเราย้อนเวลากลับไปในอดีต ไปแก้ไขความรู้สึกของตัวเองไม่ให้รักเจ้าธันว์ยังจะง่ายเสียกว่า”

“พี่อัตใจร้ายที่สุด มิ้นจะไม่เปลี่ยนความรู้สึกตัวเอง มิ้นรักพี่ธันว์และจะแต่งงานกับเขาให้ได้”

อัตรานิ่วหน้ากับความเอาแต่ใจของน้องสาว “เรานี่เอาแต่ใจเหลือร้ายยายมิ้น ถ้ากลับไปเป็นเด็กพี่จะจับหวดเสียให้เข็ด และขอยื่นเป็นคำขาดเลยนะ เลิกยุ่งกับเจ้าธันว์”

“พี่อัตไม่แฟร์กับมิ้น ไหนสัญญาแล้วว่าจะช่วยมิ้น”

“นั่นก่อนที่พี่จะรู้ความต้องการบ้าๆ ของเรา แต่ตอนนี้รู้แล้ว...ไม่มีทางเด็ดขาด”

มินตราเม้มริมฝีปากแน่น เธอสูดหายใจเพื่อสงบสติ “เอาล่ะ...เรามาตกลงกันใหม่ มิ้นจะช่วยพี่อัตให้จีบซาร่าห์ให้สำเร็จ ถ้าพี่รับปากจะช่วยเป็นพ่อสื่อให้ มิ้นเชื่อว่าถ้ามีพี่เป็นแบ็กทั้งคน พี่ธันว์ไม่กล้าคิดเล่นๆ กับมิ้นหรอก”

“ไม่...”

“พี่อัตน่ะ” เด็กสาวร้องอย่างขัดใจ “จะให้มิ้นทำยังไงถึงจะทำให้พี่เปลี่ยนใจได้”

“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น...กลับไปในโลกอนาคตที่เราจากมา และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พี่จะคิดเองว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา แล้วเมื่อถึงเวลานั้น พี่จะจัดพิธีแต่งงานให้เราเอง”

มินตราเม้มริมฝีปากแน่น “มิ้นจะไม่กลับไปในโลกอนาคตเด็ดขาด มิ้นจะอยู่ที่นี่และพี่อัตก็ต้องให้มิ้นอยู่ด้วย”

“ไม่... และพี่ก็จะบอกให้เจ้าธันว์ทำอย่างเดียวกัน”

“พี่อัตใจร้าย”

“พี่จะใจร้ายแน่ ถ้าพี่ใคร่ครวญแล้วว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับน้องพี่”

“แล้วพี่ถามมิ้นสักคำหรือยังว่าเป็นสิ่งที่มิ้นต้องการหรือเปล่า” มินตราแหวกลับ น้ำตาไหลพราก เธอทำท่าจะวิ่งขึ้นข้างบน แต่อัตราคว้าแขนไว้เสียก่อน เด็กสาวสะบัดแขน “ปล่อยมิ้น ไม่ต้องมายุ่งกับมิ้น”

“จะไปไหน”

“ก็ไล่มิ้นนักไม่ใช่เหรอ มิ้นจะกลับไปในที่ที่มิ้นจากมา แต่ขอบอกให้รู้เลยว่าต่อไปนี้พี่จะไม่ได้น้องสาวคนเดิมกลับไปอีกแล้ว เพราะจากนี้มิ้นจะเกลียดพี่ จะโกรธพี่ และจะไม่พูดกับพี่อีกเลยไปตลอดชีวิต”

อัตราอึ้ง “อย่าเอาแต่ใจตัวเองได้ไหม ฟังเหตุผลพี่บ้าง พี่รักและห่วงใยเรามากจริงๆ”

“แล้วถามความสมัครใจของมิ้นสักคำหรือยัง พี่อัตใจร้าย ไม่เข้าใจมิ้น”

“พี่เข้าใจ แต่เราละเข้าใจพี่บ้างหรือเปล่า”

“ไม่...มิ้นไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นแหละ” มินตราสะบัดเสียงแล้วเมินหน้าจากเขา ท่วงท่าบอกว่าโกรธจริงๆ

อัตราถอนหายใจ เขาทำใจยอมรับไม่ได้เหมือนกันถ้าน้องสาวคนเดียวทำหมางเมินไม่พูดคุยกับเขา คนเป็นพี่ชายถอนใจอีกคำรบแล้วว่า “เรามาตกลงกันใหม่นะมินตรา เล่าสถานการณ์ของโลกอนาคตที่เราจากมาให้พี่ฟังอีกรอบ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงอยากจะแต่งงานกับเจ้าธันว์นัก”

“มิ้นรักพี่ธันว์ มิ้นไม่รู้ว่าพี่อัตเคยมีความรักบ้างหรือเปล่า ถ้ามี พี่ก็คงเข้าใจความรู้สึกมิ้นได้ไม่ยาก มิ้นรักพี่ธันว์และอยากจะแต่งงานด้วยจริงๆ แต่ในโลกอนาคตที่มิ้นจากมา 7 ปีแล้วพี่ธันว์ยังไม่ยอมสนใจใคร วันที่มิ้นไปสารภาพรักเขา พี่ธันว์บอกว่าไม่สามารถรักใครได้อีก เพราะไม่อาจลืมซาร่าห์ได้ ฉะนั้นขอให้มิ้นเลิกรักเขา”

“น้องสาวพี่ก็เลยเจ็บ เพราะหลงรักผู้ชายที่ไม่ได้รักตอบอย่างนั้นใช่ไหม”

มินตราพยักหน้า

“เอาล่ะ...พี่เข้าใจแล้ว พี่จะช่วยเราก็ได้ แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่ง” พูดแล้วจ้องเด็กสาว “การช่วยของพี่ จะช่วยในขอบเขตที่พี่เห็นว่าสมควรแล้วเท่านั้น เข้าใจไหม?”

เด็กสาวยิ้มสดใสให้เขา “ได้ค่ะ...แค่นี้มิ้นก็ดีใจแล้ว ขอบคุณนะคะพี่อัต มิ้นรักพี่อัตที่สุดในโลก” เด็กสาวจบประโยคด้วยการโผไปกอดพี่ชายอย่างดีใจและรู้สึกขอบคุณแท้จริง

อัตรากอดตอบ วงแขนกอดกระชับแรงๆ ทีหนึ่งอย่างพยายามทำใจกับความสูญเสีย เขาดันเด็กสาวออกห่าง เชยคางแล้วว่า “สัญญากับพี่อย่างหนึ่งได้ไหม” เห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เขาก็พูดต่อว่า “ถ้าได้พยายามแล้ว แต่ไม่ได้ผล เราจะไม่ฝืน แต่จะกลับไปใช้ชีวิตปกติในโลกอนาคต คิดเสียว่าชาตินี้มิ้นกับธันว์ไม่มีวาสนาต่อกัน” น้ำเสียงที่ปลอบประโลมอ่อนโยน

มินตราพยักหน้ารับคำ

ผู้เป็นพี่ชายยิ้มอย่างพอใจ จับศีรษะน้องสาวโคลงไปมาอย่างเอ็นดู “ถ้าสิ่งไหนพี่สั่งห้าม เราก็ต้องเชื่อฟังพี่ ห้ามทำอะไรออกนอกลู่นอกทางเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

“ค่ะ มิ้นให้สัญญา”

อัตรายิ้มให้เด็กสาว สวมกอดร่างบางกระชับแน่นอีกครั้ง ซ่อนแววตาหมองจัด เขารักมินตราเกินกว่าจะขัดใจเธอ ทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่เด็กสาวเรียกร้องผิดเต็มประตู แต่เขาก็ไม่อาจคัดค้าน การสนับสนุนรังแต่จะส่งเสริมให้เด็กสาวเดินไปในทางที่ผิด กระนั้นเขาก็ใจแข็งไม่พอ

ชายหนุ่มสวมกอดผู้เป็นน้องสาวแนบแน่นราวกับต้องการถ่ายทอดความรู้สึกภายในใจ ไม่รู้เลยว่านอกประตูมีร่างสูงใหญ่ของธันว์กำลังก้าวเข้ามา เขายกมือที่กำลังจะเคาะประตูค้างเมื่อเห็นอัตรากำลังสวมกอดเด็กสาว แววตาคมวูบไหวอย่างลังเลว่าควรเข้าไปขัดจังหวะคนทั้งคู่หรือไม่







Create Date : 21 เมษายน 2553
Last Update : 21 เมษายน 2553 17:33:31 น.
Counter : 417 Pageviews.

3 comment
ตามรักข้ามเวลา...บท 4/1



เมื่ออัตราลืมตาอีกครั้ง แววตาของเขาก็กลับมาเป็นปกติดังเดิม เขาเก็บงำความเศร้าหมองไว้ได้มิดชิด... เศร้าหมองกับความจริงที่ว่าเด็กสาวที่เขาถูกชะตาด้วยอย่างมาก เป็นน้องสาวแท้ๆ

“พี่อัตเชื่อมิ้นแล้วใช่ไหมคะว่าทั้งหมดที่มิ้นพูดไม่ได้โกหก”

“ขอพี่ถามอะไรอีกหน่อย” ชายหนุ่มเปลี่ยนสรรพนามมาใช้พี่อย่างที่เขาเคยใช้กับน้องสาวเป็นประจำ

“อะไรคะ”

“ปู่มีเหตุผลอะไรถึงส่งมิ้นมาที่นี่”

“โลกอนาคตที่มิ้นจากมา ปู่ได้รับมอบหมายจากองค์กรอีโอเอชอาร์ ให้คิดค้นเครื่องเดินทางข้ามเวลา เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีที่องค์กรคิดขึ้น บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าเรื่องการเดินทางข้ามเวลาสามารถเกิดขึ้นได้จริง”

“พี่เข้าใจวัตถุประสงค์การมาของเราแล้ว แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ ทำไมปู่ถึงเลือกใช้มิ้นเป็นคนทดลอง ปู่ต้องรู้สิว่ามันอันตรายมากแค่ไหน และปกติปู่ไม่ใช่คนอย่างนั้น เรื่องความปลอดภัยของคนในครอบครัว ปู่ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ที่ผ่านมาไม่เคยสักครั้งที่จะใช้ใครเป็นหนูทดลอง”

“มิ้นไม่ได้รับอันตรายอะไรจากการเดินทางข้ามเวลามา ปู่ทดลองกับสัตว์ทดลองจนมั่นใจแล้วว่าเครื่องเทเลพอร์เทชั่นเบดใช้งานได้จริงและไม่เป็นอันตราย ปู่ถึงส่งมิ้นมา อีกอย่างมันเป็นความต้องการของมิ้นเองด้วยที่อยากจะพิสูจน์ทฤษฎีของปู่ มิ้นอยากช่วยหาคำตอบเรื่องไทม์พาราด็อกซ์”

นักวิทยาศาสตร์หลายคนไม่เชื่อว่าการเดินทางข้ามเวลาเกิดขึ้นได้จริง เพราะจะเกิดความขัดแย้งในเรื่องเวลาหรือไทม์พาราด็อกซ์ขึ้น จึงได้พยายามหาสถานการณ์ต่างๆ มาหักล้าง เช่น มีการยกตัวอย่างการย้อนเวลากลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีต ที่จะส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ในปัจจุบัน อาทิ การฆ่าพ่อแม่ของตัวเองก่อนที่ตนเองจะเกิด ก็จะเกิดข้อขัดแย้งทางเวลาว่าตัวเราเกิดมาได้อย่างไรในเมื่อพ่อแม่ถูกฆ่าไปแล้ว (Parents Paradox) ดังนั้น เดวิด ด๊อยทซ์ (David Deutsch) และไมเคิล ล็อควูด (Michael Lockwood) จึงพยายามตีความ Paradox ของการเดินทางข้ามเวลาด้วยความหมายใหม่ว่าอาจจะเป็นการเดินทางไปยังจักรวาลอื่นที่อยู่คู่ขนานกับจักรวาลของเรา ไม่ใช่การเดินทางกลับไปสู่อดีตในจักรวาลตัวเอง โดยนำเรื่องการตีความหลายจักรวาลของกลศาสตร์ควอมตัม (many-universe interpretation of quantum mechanics) ที่เสนอโดย Hugh Everett III ในปี ค.ศ. 1957 มาช่วยอธิบาย

แล้วบทสนทนาระหว่างเธอกับปู่ในคืนนั้นก็ลอยเข้ามาในความทรงจำ

ปู่ของเธอให้ความเห็นเรื่องไทม์พาราด็อกซ์ว่า ‘ปู่เชื่อว่าการเดินทางย้อนเวลาในความหมายที่องค์กรอีโอเอชอาร์เข้าใจ ก็คือการเดินทางย้อนไปในอดีตของจักรวาลเดียวกันและปู่ก็เชื่อว่าความเข้าใจนั้นถูกต้องด้วย เพราะผลจากการทดลองของเพื่อนคนหนึ่งของปู่ ก็สนับสนุนความคิดนั้น เขาเคยทดลองกับหนู ตั้งจุดพิกัดให้มันยังอยู่ในห้องของเขา ปู่หมายถึงตั้งจุดพิกัดให้อยู่ในกรง เพียงแต่ตั้งเวลาให้มันย้อนเวลากลับไปในอดีตเมื่อคืนก่อนซึ่งเป็นคืนที่จับมันใส่กรงไว้ ผลปรากฏว่าแผงคอมพิวเตอร์สามารถจับสัญญาณจุดพิกัดของมันได้ว่าไปอยู่ในกรง เพียงแต่สัญญาณที่คอมพิวเตอร์จับได้กินระยะเวลาเพียงไม่นานก็หายไป เรื่องที่น่าเศร้าคือมันไม่โผล่กลับมาอีกเลยแม้ว่าจะครบกำหนดการตั้งเวลาให้มันกลับมาแล้วก็ตาม นั่นหมายความว่ามันไปเจอตัวของมันเองในเวลาอดีตและผลที่เกิดขึ้นคือมิติเวลาได้ดูดกลืนมันไป การเดินทางข้ามเวลาจึงมีกฎข้อหนึ่งซึ่งเป็นข้อห้ามว่าห้ามย้อนเวลากลับไปเจอตัวเองเด็ดขาด’

‘ถ้างั้นผลการทดลองของเพื่อนปู่ ก็พิสูจน์ว่าการเดินทางไปยังโลกคู่ขนานไม่มีอยู่จริงอย่างที่ด๊อยทซ์และล็อควูดเข้าใจ เพราะถ้าโลกคู่ขนานมีอยู่จริง การเดินทางของสัตว์ทดลอง จะต้องไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน เพราะจุดหมายปลายทางที่ไปถึง ไม่มีความต่อเนื่องในเชิงสาเหตุกับช่วงเวลาปัจจุบันที่เป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินทาง แต่นี่ผลการทดลองของเพื่อนปู่ กลับได้ผลตรงกันข้าม คือเมื่อส่งหนูกลับไปในสถานที่เดียวกันให้เจอตัวมันเอง ปรากฏว่าตัวมันหายไป’

เอ็ดเวิร์ดพยักหน้า ‘หลานเข้าใจถูกต้อง ด้วยสาเหตุนั้นบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในสังกัดองค์กรปู่ ถึงได้ไม่มีใครยอมรับแนวคิดของด๊อยทซ์และล็อควูดเลย’


“เพราะเหตุนั้นเราเลยขอปู่เป็นคนทดลองเสียเอง”

เสียงของอัตราปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์ มินตราตอบว่า “ใช่ค่ะ”

“มีเหตุผลแค่นั้นจริงๆ หรือ” เขาคาดคั้น

“ก็อาจจะไม่ใช่แค่นั้น” มินตราตอบรับอย่างลังเล “ว่าแต่พี่อัตเชื่อมิ้นแล้วใช่ไหมคะว่ามิ้นมาจากโลกในอนาคตจริงๆ”

อัตราถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วว่า “ข้อมูลเยอะและละเอียดยิบขนาดนี้ ถึงไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อแล้วว่ามิ้นเป็นน้องสาวที่มาจากโลกในอนาคตจริงๆ แม้จะเป็นเรื่องเหลือเชื่อก็เถอะ”

มินตราปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นไหลผ่านโสตประสาทไปชั่วอึดใจจึงซึมซับความหมายว่าอัตรายอมรับแล้วว่าเธอเป็นน้องสาวที่มาจากโลกในอนาคตจริงๆ มินตราร้องอย่างยินดีแล้วโผเข้ากอดพี่ชาย เขาต้องอ้าแขนออกรับ แรงโผเข้ามากอดทั้งตัว ทำให้อัตราเซ หลังไปติดกับโซฟา เสียงของเด็กสาวร้องอย่างยินดีดังอยู่ข้างหูว่า

“เย้...ดีใจจังที่พี่อัตเชื่อมิ้นแล้ว คิดว่าจะต้องถูกส่งตัวไปให้ตำรวจซะแล้ว”

น้ำเสียงดีอกดีใจอย่างเปิดเผยและยังท่วงท่ากอดกระชับคอเขาแนบแน่นอย่างเด็กๆ ทำให้อัตราคลี่ยิ้มอ่อนโยน เขาอดที่จะย้ำไม่ได้ว่า “โอเค...โอเค พี่เชื่อแล้วว่าแม่สาวน้อยคนนี้เป็นน้องสาวที่มาจากโลกในอนาคตจริงๆ”

“พี่อัตน่ารักที่สุดในโลก มิ้นดีใจจริงๆ ที่ได้เจอพี่อัตในโลกอดีต” มินตราพูดพร้อมกับกอดรัดรอบคอเขา

อัตรายังคงลังเลที่จะกอดตอบ เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักของกายนุ่มที่บดเบียดกับตัวเขา เจ้าตัวชั่งใจอยู่เสี้ยววินาทีถึงความเหมาะสมแล้วจึงวาดแขนกอดตอบ อัตรารัดน้องสาวแรงๆ ทีหนึ่งอย่างมันเขี้ยวแล้วจึงคลายอ้อมแขน แววตาสะท้อนความยินดีไม่แพ้กันกับการที่ได้เจออีกฝ่ายซึ่งโตเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว

“พี่ก็ดีใจที่ได้เจอเราแม่ลูกเป็ดขี้เหร่ ใครเลยจะคิดว่าลูกเป็ดที่แสนจะขี้เหร่ของพี่จะโตขึ้นมาเป็นสาวสวยได้ขนาดนี้” อัตราพูดเย้าๆ แล้วดันกายนุ่มออกห่างตัวเพื่อพิศใบหน้าใกล้ๆ ยอมรับว่าเธอสวยคมและหวานซึ้งอย่างที่หาได้ยากในหญิงสาวทั่วไป มินตราเป็นความงามที่สอดประสานลงตัวระหว่างเลือดตะวันออกและตะวันตก เขานึกเสียดายที่เธอเป็นน้องสาว

มินตราตวัดตาค้อน เธอทุบอกเขาไปพลั่กหนึ่งอย่างไม่จริงจังนัก แล้วถอยลงมานั่งข้างเขา บนโซฟาตัวเดียวกัน

“พูดจาไม่เข้าหูเลย ไม่สงสัยแล้วว่าแข่งจีบสาวๆ กับพี่ธันว์กี่ครั้งต่อกี่ครั้งถึงไม่เคยชนะ”

“ใครบอก” อัตรามองอย่างระแวง

“รู้ก็แล้วกัน”

“เจ้าธันว์ปากสว่างละสิ”

มินตรากลั้นยิ้ม ปิดปากเงียบ

อัตราตวัดตาค้อนราวกับผู้หญิง แล้วกล่าวเปลี่ยนเรื่องว่า “เจอเจ้าธันว์หรือยัง”

“เจอแล้วค่ะ”

“แล้วพี่เขาว่าไงบ้าง เราบอกเขาไปว่าไง”

“มิ้นบอกว่ามิ้นเป็นญาติของพี่”

“แล้วทำไมธันว์ยอมเชื่อง่ายๆ ปกติรายนั้นขี้ระแวงจะตาย”

“มิ้นให้ดูบัตรนักศึกษาค่ะ พี่เขาซักประวัติอีกนิดหน่อยแล้วยอมให้ค้างด้วย”

อัตราพยักหน้ารับรู้ “แล้วตั้งใจจะอยู่ที่นี่กี่วัน”

“อาทิตย์หนึ่งค่ะ มิ้นมีเวลาแค่นั้น เพราะต้องกลับไปเตรียมตัวสอบ”

“ใกล้สอบอยู่แล้ว ทำไมยังมาเที่ยวเล่นอีก”

“มิ้นหัวดี อ่านแป๊บเดียวก็จำแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก”

อัตราจิ้มหน้าผากน้องสาว “ขี้คุยจริงๆ แล้วนี่ทุกคนในโลกอนาคตสบายดีไหม”

“สบายดีค่ะ พ่อแม่และพี่อัตวุ่นอยู่กับการขยายตลาดส่งออกในประเทศจีน ส่วนปู่วุ่นอยู่กับการประดิษฐ์ไทม์แมชชีน”

“แล้วธันว์ล่ะ”

“พี่ธันว์เป็นอาจารย์ค่ะ ลุงแดนพยายามเคี่ยวเข็ญให้พี่ธันว์ขึ้นเป็นรองอธิการบดี แต่พี่เขาไม่ยอมท่าเดียว บอกว่าขอสอนหนังสือไปอีกสักระยะแล้วค่อยขึ้นเป็นผู้บริหาร”

“ธันว์คงไม่อยากข้ามหน้าข้ามตาคนที่อาวุโสกว่า” อัตราพูดอย่างเข้าใจนิสัยเพื่อนดี

“ลุงแดนบ่นว่าพี่ธันว์อายุ 35 ปีแล้ว น่าจะขึ้นเป็นรองอธิการบดีได้แล้ว”

อัตราพยักหน้ารับรู้ “แล้วที่เราบอกว่าอยากให้พี่ช่วย มิ้นอยากให้พี่ช่วยอะไร เรื่องที่พักหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ...นั่นน่ะของตาย แถมพี่อัตต้องให้เงินมิ้นใช้ด้วย”

“อ้าว...นี่ไม่ได้นำเงินติดตัวมาเลยหรือ”

“ติดตัวมาค่ะ แต่ไม่พอ”

“งั้นจะเอาเท่าไหร่” อัตราถามแล้วยืดตัว ล้วงหยิบกระเป๋าธนบัตรออกมาจากกระเป๋ากางเกง

เด็กสาวบอกจำนวนเงินที่คิดว่าจะใช้เพียงพอในช่วง 7 วันที่อยู่ในอเมริกา อัตราชะงัก เขาปรายตามองน้องสาวเงียบๆ เพราะเงินจำนวนที่เธอระบุเท่ากับรายได้ตลอดเดือนของเขา แต่ชายหนุ่มก็ไม่พูดอะไร เขาควักเงินส่งให้แต่โดยดี

“พี่มีเงินสดติดตัวอยู่แค่นี้ ส่วนที่เหลือ...จะไปกดให้พรุ่งนี้”

“พี่อัตน่ารักจัง ขอบคุณนะคะ” มินตรารับเงินแล้วยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มเขา

อัตราหน้าแดงก่ำ เขาเสเปลี่ยนเรื่องพูดกลบเกลื่อนอาการขัดเขิน “แค่นี้ใช่มั้ยที่อยากให้พี่ช่วย ไม่มีอะไรแล้วพี่จะได้ไปล้างจาน กินเสร็จไม่ได้ล้าง เดี๋ยวเจ้าธันว์กลับมาบ่นเป็นหมีกินผึ้งอีก” พูดจบก็ขยับลุก

“เดี๋ยวค่ะ มิ้นมีอีกเรื่อง”

“อะไร” อัตราเลิกคิ้ว เขาทรุดนั่งตามเดิม

เธอยิ้มประจบประแจง ก่อนว่า “ความจริงตอนที่พี่อัตถามว่า พี่ธันว์เป็นอย่างไรบ้างในโลกอนาคตที่มิ้นจากมานั้น มิ้นยังบอกพี่ไม่หมด พี่ธันว์แข่งจีบซาร่าห์กับพี่อัตและพี่ธันว์ชนะพนันก็จริง แต่สุดท้ายบั้นปลายชีวิตของพวกเขาไม่ได้แต่งงานด้วยกัน” มินตราทำหน้าเศร้า ก่อนเล่าต่อว่า “ในช่วงพรีฮันนีมูนของพี่ธันว์ก่อนที่จะเดินทางมาแต่งงานที่เมืองไทย พี่ธันว์พาซาร่าห์ไปเที่ยวนอกเมือง แล้วเธอก็ถูกพวกขี้ยาข่มขืนและฆ่า โดยที่พี่ธันว์ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเขาถูกซ้อมเจ็บปางตาย ตั้งแต่นั้นมาพี่ธันว์ก็โทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง และไม่ให้อภัยตัวเองอีกเลย ถึงวันนี้เป็นเวลา 7 ปีแล้วที่พี่ธันว์ยังไม่ลืมซาร่าห์และไม่เคยมองผู้หญิงคนอื่นอีกเลย”

อัตราช็อกไปเสี้ยววินาที ต้องตั้งสติพักใหญ่ๆ จึงหลุดเสียงครางออกมาได้ “คุณพระ...ทำไมถึงโชคร้ายอย่างนี้ พี่ไม่คิดเลยว่าซาร่าห์จะโชคร้ายขนาดนี้”

“ค่ะ พี่ธันว์ก็น่าสงสารด้วย ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของตัวเองสักนิด เพราะเหตุนี้มิ้นถึงได้ย้อนเวลามาในอดีตเพื่อจะได้ช่วยแก้ไขอนาคตให้กับทุกคน”

“แก้ไขอนาคตคืออะไร? อะไรคือความมุ่งหวังของเรา ยับยั้งการพรีฮันนีมูนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายๆ นั่น หรือว่าเราต้องการทำอะไรกันแน่”

“แล้วถ้ามิ้นบอกว่าการแก้ไขอนาคต หมายถึงมิ้นได้แต่งงานกับพี่ธันว์ และช่วยชีวิตของซาราห์ ส่วนพี่อัตจะได้แต่งงานกับซาร่าห์หรือไม่ต้องขึ้นกับความสามารถของพี่แล้วละค่ะ”

อัตรามองน้องสาวราวกับช็อก

มินตราจ้องท่าทางตะลึงงันของเขา เธอเสริมต่อว่า “เป้าหมายจริงๆ ของการเดินทางข้ามเวลามาในอดีตของมิ้น ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ไทม์พาราด็อกซ์ ไม่ใช่เพื่อช่วยชีวิตซาร่าห์สักทีเดียว ทั้งหมดล้วนเป็นเหตุผลรอง เป้าหมายหลักคือ มิ้นต้องการเปลี่ยนแปลงอนาคตของพี่ธันว์ มิ้นรักเขา จึงอยากย้อนเวลามาขอให้พี่อัตช่วยเป็นพ่อสื่อให้มิ้น นิสัยพี่ธันว์เป็นคนที่ยึดมั่นถือมั่นกับความคิดตัวเอง ลงว่าได้ตัดสินใจอะไรแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด ในโลกอนาคตที่มิ้นจากมา พี่ธันว์ฝังใจกับเหตุการณ์ในอดีตมาก โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่พาคนรักไปตาย ฉะนั้นเขาจึงไม่เปิดใจรับความปรารถนาดีจากใครอีกเลยแม้กระทั่งจากมิ้น ถ้าการย้อนเวลามาในอดีต ทำให้พี่ธันว์รักมิ้นได้ ก็จะช่วยสะกัดไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซาร่าห์ถูกฆ่าข่มขืนได้ ทุกอย่างจะจบลงอย่างลงตัว พี่ธันว์แต่งงานกับมิ้น ส่วนพี่อัตก็จะมีโอกาสเข้าแทนที่พี่ธันว์ พี่ชอบผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เหรอ? เพราะฉะนั้นช่วยมิ้น...เป็นพ่อสื่อให้กับมิ้นนะคะ”


*****************









Create Date : 20 เมษายน 2553
Last Update : 21 เมษายน 2553 2:21:29 น.
Counter : 335 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  

คณิตยา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]









รู้จักคณิตยา/คีตฌาณ์

ก้าวสู่โลกแห่งการขีดเขียนในปี 2549 มีผลงานเป็นรูปเล่มกับสนพ.ในเครือสถาพรบุ๊คส์ทั้งหมด 11 เล่ม ไล่ตั้งแต่ รหัสทรชน ทางสายหมอก กุหลาบในเปลวไฟ ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ อริ...ที่รัก บอดี้การ์ด รักเพียงฝัน ตามรักข้ามเวลา ไฟรัก บันทึกแห่งรัก(the Book of Love) มิราเบลล์...ตราบคีตาบรรเลง เป็น 1 ในนิยายชุดแด่เธอที่รัก สาปรัก และใต้ปีกรัก

รหัสทรชน เป็นละครทางช่อง 3 เมื่อปี 2554 แสดงโดย เคน และชมพู่ สร้างโดยค่ายยูม่า และ ไฟรัก ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาเวียดนาม วางแผงเดือนสิงหาคม 2556



พูดคุย ทักทาย แลกเปลี่ยนความเห็น และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง fb โดยกดไลค์เป็นแฟนเพจได้ทาง https://www.facebook.com/keetacha?ref=hl ขอบคุณค่ะ

---------------


ตอนนี้อุ๋ยทยอยนำนิยายที่หมดลิขสิทธิ์กับพิมพ์คำไปวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book บนเว็บ ebooks และเว็บ Mebmarket ค่ะ

ใต้ปีกรัก...ราคาอีบุ๊ก 179 บาท

บันทึกแห่งรัก...ราคาอีบุ๊ก 255 บาท จากราคาปก 310

ไฟรัก...ราคาอีบุ๊ก 279 บาท จากราคาปก 350 บาท

กุหลาบในเปลวไฟ...ราคาอีบุ๊ก 230 บาท



รหัสทรชน ราคาอีบุ๊ก 200 บาท จากราคา 300 บาท 673 หน้า





ทางสายหมอก ราคาอีบุ๊ก 265 บาท จากราคา 280 บาท 690 หน้า



ฝากรัก...ผ่านซีบ็อกซ์ ราคาอีบุ๊ก 125 บาท จากราคา 180 บาท 360 หน้า



รวมเรื่องสั้น...ฉบับวัยหวาน ราคาอีบุ๊ก 45 บาท จากปก 55 บาท



อริ...ที่รัก ราคาอีุบุ๊ก 195 จากปก 240 บาท



หวานใจ...บอดีการ์ด...ราคาอีบุ๊ก 145 บาท จากปก 180 บาท



รักเพียงฝัน...ราคาอีบุ๊ก 225 จากปก 250 บาท



ตามรักข้ามเวลา...ราคาอีบุ๊ก 240 จากปก 270 บาท





















New Comments