"ชีวิตมีไว้ให้เราใช้ ไม่ใช่ให้มันมาใช้เรา"
Group Blog
 
All Blogs
 

เรื่องเล่าของคนรักหนัง : "300" ...มีอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าชีวิต


รสนิยมการดูหนังแต่ละคนช่างแตกต่างกัน
บางคนดูเอามันเอาฮา บางคนดูเอาน้ำตา เอาอารมณ์

ถ้าจุดมุ่งหมายของคนดู กะคนทำหนังไม่ตรงกัน
ต่อให้หนังดีแค่ไหน คนดูก็อาจจะไม่ปลื้มได้

เราเองเป็นคนที่ดูหนังแล้วอินมากๆ
คือใช้ความตั้งใจและสมาธิในการใส่ตัวเองลงไปในโลกนั้น
แล้วก็เลยได้อารมณ์ร่วมไปกับตัวละครได้ (ถ้าหนังมันพาไปอ่ะนะ)
ดังนั้น เหตุผลเราที่ว่าทำไมถึงชอบหนังเรื่องหนึ่ง อาจจะดูเวิ่นเวอร์เกินก็เป็นได้



300



เรื่องการสู้เพื่อปกป้องดินแดนของกองทัพชาวสปาร์ตาสามร้อยคน
กับกองทัพอันแข็งแกร่ง เกรียงไกรของสมมติเทพเปอร์เชียนเป็นหมื่นเป็นแสน

ทั้งภาพ เสียง ชุด ซีจี การเคลื่อนไหว แม้จะสโลว์เยอะไปนิด
แต่มันสะใจ ยิ่งใหญ่ ตรงที่โหดก็โหด เริ่ดก็เริ่ด ตรงที่สวยก็สวยโคตรๆ ...ให้คะแนนองค์ประกอบศิลป์ไปเกินร้อย

เรื่องมีอยู่พลอตเดียว ง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน มีเรื่องให้เดินอยู่จุดเดียว แต่มันเป็นความง่ายที่ยิ่งใหญ่ และสมศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ..."เลือดแลกเลือด" ...

"We are SPARTAR...!!! ผลั่กกก"


กองทัพสปาร์ตาร์สามร้อย จะชนะกองทัพเปอร์เซียเป็นแสนได้ยังไง
ถ้าไม่มีใจที่เข้มแข็ง ไม่มีผู้นำที่เด็ดเดี่ยว ไม่มีแผนรบที่เหมาะสม
ความกล้าหาญดุเดือดนั่นแหละคือที่มาแห่งเสียงเล่าอ้าง
...และแม้ว่าชัยชนะนั้นอาจไม่เห็นได้ด้วยตาตัวเอง...
แต่การยอมพลีกายเป็นฐานแห่งบันไดสู่ชัยชนะ
ย่อมทรงคุณค่ากว่ามีชีวิตอยู่โดยไม่ได้สู้เพื่อแผ่นดิน



"This is where we hold them! This is where we fight! This is where they die! "


เราร้องไห้ฉากสุดท้าย ... แล้วกลิ่นหอมหวานของเกียรติศักดิ์ศรีที่แลกมาด้วยเลือดก็ขจรขจายหนังเรื่องนี้ทำให้เราคิดถึง บางระจัน เลือดขัตติยา แล้วก็ Letters From Iojima ต่างเป็นเรื่องราวของความกล้าหาญและหัวใจที่งดงามของข้าแผ่นดินเช่นกัน...

"Give thanks men to Leonidas and the brave 300, TO VICTORY!"


เราไม่น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ได้เลย
ปกติเป็นคนชอบดูหนังตำนาน ผจญภัย แบบพวกยิ่งใหญ่อลังการก็จริง
แต่ว่าก็ชอบที่จินตนาการล้ำเลิศ พลอตยิ่งใหญ่ การดำเนินเรื่องสวยงาม
พอมาเจอเรื่องนี้ ที่แม้ว่าองค์ประกอบศิลป์จะยิ่งใหญ่ แต่เนื้อเรื่องมันง่ายๆ ตรงไปตรงมามากเลย

กษัตริย์ของเรื่องนี้ ก็คือกษัตริย์ตามความหมายดั้งเดิมที่แปลว่า "นักรบ"

คือแค่ยิ่งใหญ่ด้วยการรบเพื่อแผ่นดิน ไม่ใช่ยิ่งใหญ่ด้วยอำนาจการปกครอง ไม่ใช่สมมติเทพที่น่าเกรงกลัว แต่คือหัวหน้านักรบผู้น่านับถือ ผู้เป็นที่รักแห่งนักรบแล้วก็เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่คิดจะสู้เพื่อบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อเพื่อนร่วมแผ่นดิน

"May all our voices whisper to you from the ageless stones. Go tell the Spartans, passerby, that here by Spartan law, we lie."


เราคงชอบที่ความตรงไปตรงมาของเนื้อหา
สู้เป็นสู้ ตายเป็นตาย ไม่ได้มีอะไรพลิกแพลงมากมาย
หนังแค่ต้องการจะถ่ายทอดตำนานอันยิ่งใหญ่ของเหล่าทหารหาญไว้เท่านั้น ว่า
...บางครั้ง บางคราว การมีชีวิตอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก...

"It is an honor to die at your side. "
"It is an honor to have lived at yours. "



ทุกครั้งที่ดูเรื่องราวของสงคราม การฆ่าฟัน การแย่งชิงอำนาจ
มันน่าสะท้อนใจนะ ที่คนเรา ต้องมาเข่นฆ่ากันเพราะเหตุผลที่มันบ้าบอสิ้นดี เจอกันครั้งเดียว ไม่ได้มีความแค้นอะไรเลย แล้วก็ต้องตายตกอย่างกับใบไม้ร่วง

แล้วพอต้องเข้าไปอยู่ในวังวนแบบนั้น คนเราก็มีแค่เลือกว่าจะสู้ หรือจะหนี
หรือผลลัพธ์คงไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่นัก สุดท้าย ก็มีแต่ความพินาศทุกฝ่าย



แม้เรื่องราวของความกล้าหาญ ตำนานแห่งวีรบุรุษจะถูกกล่าวขานยกย่อง
แต่ชีวิตของคนตายก็ตายไปแล้ว และชีวิตของคนที่อยู่ข้างหลังก็มีแค่
เงาเลือนรางที่จางหาย กับความโศกเศร้าไม่สิ้นสุด ...เท่านั้นเอง

...หากแต่ว่า โศกนาฏกรรมเหล่านี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป...




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2551 20:18:37 น.
Counter : 317 Pageviews.  

Heavenly Forest : ก็แค่รักเธอ


"Heavenly Forest ただ君を愛している"

หนังรักเบาๆ ที่ภาพสวย เพลงเพราะ และบรรยากาศงดงามตามสไตล์หนังญี่ปุ่น เหมาะสำหรับวันพักผ่อน ...หากแต่ถ้าไม่ระวัง เรื่องรักที่ดูสบายตาแบบนี้อาจจะเข้าไปสะกิดใจดำของใครบางคนก็เป็นได้


พระเอกคือคุณ Tamaki Hiroshi ผู้ชายที่ยิ้มได้สดใสที่สุดในโลก


นางเอกคือ Aoi ผู้หญิงที่แบ๊วได้งามที่สุดในโลก



เป็นเรื่องของเพื่อนสองคนที่เรียนมหาลัยด้วยกัน
"ชิสุรุ" เป็นคนร่าเริงเหมือนเด็กๆ แล้วก็แอบบ๊องส์
"มะโกะโตะ" คนขี้อายมีปมเรื่องที่ตัวเองต้องทายากลิ่นเหม็นๆ เลยไม่กล้าเข้าใกล้คนอื่นเท่าไหร่ (บ๊องพอกัน)

ทั้งสองเจอกันตอนที่ชิสุรุกำลังพยายามจะข้ามทางม้าลาย
แต่ตรงนั้นดันเป็นทางม้าลายที่ไม่มีรถคันไหนยอมหยุดให้



มะโกะโตะเลยเดินไปบอกพร้อมกับยิ้มที่สดใสที่สุดในโลก
"เธอๆ ไปข้ามตรงนั้นดีกว่านะ"

แม้เธอประทับใจในความใจดี แต่ก็ไม่ยอมไปข้ามที่อื่น
"ก็อยากรู้ว่าจะมีคนใจดียอมหยุดรถให้รึเปล่า"


แล้วด้วยความรักการถ่ายภาพของมะโกะโตะ
ก็ทำให้ทั้งสองผูกพันกันทีละน้อย...


เรื่องราวดำเนินไปตามวิถีของเด็กมหาวิทยาลัย
มีเพื่อน การเข้ากลุ่ม มีการเติบโต และก็มี "ความรัก"



แต่ความรักนั้นไม่ได้สมใจที่ทุกคนหวังเอาไว้
มีความแตกต่างที่เกิดจาก "ความชอบ" และ "ความผูกพัน"

ชิสุรุ คือหญิงสาวที่มีความรัก...ด้วยใจรัก
เธอเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาที่ตกหลุมรัก แล้วก็วิ่งตาม
พอไม่ได้ก็เสียใจ อิจฉาและงอนตามประสาเด็กผู้หญิง
แต่เธอก็เข้าใจและไม่ยอมให้ความรักมาบดบังมิตรภาพ



"ความรักไม่ได้หมายถึงการคบกันอย่างเดียวนะ
การรักใครด้วยใจจริงๆ ก็เป็นความรักที่สมบูรณ์เหมือนกัน"



สิ่งที่งดงามที่สุดของหัวใจผู้หญิงคนนี้คือ
...เธอไม่เคยโกหกความรู้สึกตัวเอง และในขณะเดียวกัน เธอก็คิดถึงความรู้สึกคนรอบข้างด้วย...




หนังเรื่องนี้บอกกับเราว่า...

สิ่งดีๆ ในชีวิตอาจจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป
...และแม้ว่าเราจะได้รู้จักหัวใจตัวเองช้าเกินไป
เราก็ยังมีวันข้างหน้าให้เฝ้ารอกับความทรงจำงดงามที่เก็บไว้ข้างในอยู่


เราชอบที่ในหนังเรื่องนี้...
ทุกคนเป็นคนธรรมดา ที่มีจุดอ่อนแอ มีความผิดพลาด
แล้วสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต มันก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาไปซะทั้งหมด
ไม่มีใครจะเหมือนเดิมตลอดไป เรื่องต่างๆ ก็เป็นเพียงฉากหนึ่ง แล้วมันก็จะผ่านไป

...ที่เราทำได้ก็คือยอมรับมันและยิ้มให้ตัวเอง...เท่านั้นเอง





ปล. ลิงค์ของหนัง //www.aishiteru.jp/index.html




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2551 18:55:23 น.
Counter : 274 Pageviews.  

In Her Shoes ... ศิลปะของการสูญเสีย


ก่อนอื่นอยากให้อ่านบทกวี One Art นี่ก่อน
อ่านช้าๆ นะ ... อ่านออกเสียงเหมือนกับที่แมกกี้ (คาเมรอน ดิแอซ) ในเรื่องเธออ่านได้เลยยิ่งดี

Elizabeth Bishop - One Art

The art of losing isn't hard to master;
so many things seem filled with the intent
to be lost that their loss is no disaster.

Lose something every day. Accept the fluster
of lost door keys, the hour badly spent.
The art of losing isn't hard to master.

Then practice losing farther, losing faster:
places, and names, and where it was you meant
to travel. None of these will bring disaster.

I lost my mother's watch. And look! my last, or
next-to-last, of three loved houses went.
The art of losing isn't hard to master.

I lost two cities, lovely ones. And, vaster,
some realms I owned, two rivers, a continent.
I miss them, but it wasn't a disaster.

--Even losing you (the joking voice, a gesture
I love) I shan't have lied. It's evident
the art of losing's not too hard to master
though it may look like (Write it!) like disaster.


รู้สึกไหม... เขาสูญเสียอะไร และลำนำบทนี้ถูกเขียนด้วยความรู้สึกเช่นใด


In Her Shoes เป็นหนังที่เล่าเรื่องของสองพี่น้องคู่หนึ่งที่ต่างกันสุดขั้ว
ที่แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลยนอกจาก ดีเอ็นเอ และเบอร์รองเท้า

คนหนึ่ง แมกกี้ หญิงสาวผู้ใช้ชีวิตสนุกสนาน (หรือเหลวแหลก) ท่ามกลางแสงสีกลางคืนผู้ซ่อนปมด้อยเรื่องปัญหาในการอ่านและคิดเลขเอาไว้ (โรคดิสเล็กเซีย)

คนหนึ่ง โรส ทนายสาวผู้ใช้ชีวิตอยู่กับงาน และการคอยตามแก้ปัญหาให้กับน้องสาวสุดแสบของเธอ เวลาเธอเหนื่อยเธอก็จะปรนเปรอตัวเองด้วยการไปซื้อรองเท้ามาเก็บไว้ในตู้ โดยไม่ได้ใส่มัน

"เพราะเสื้อผ้ามันทำให้ฉันอ้วน แต่งผมก็ไม่ทำให้ดูดีเมื่อมีแว่นตาอยู่ มีแต่รองเท้าเท่านั้นที่มันพอดีกับฉัน"


หนังดำเนินไปถึงจุดแตกหักเมื่อแมกกี้วูบไปนอนกับแฟนพี่สาวตัวเอง
ความสัมพันธ์พี่น้องที่กระท่อนกระแท่นอยู่แล้วจึงแทบกระจุยกระจายตามแรงอารมณ์ของทั้งคู่

ความสนิทสนมที่มีมาแต่วัยเยาว์กำลังกลายเป็นความแตกต่างที่ไม่ลงตัว
นำไปสู่ความไม่เข้าใจ การทุ่มเถียง และสุดท้ายการประชดซึ่งกันและกัน
โดยเธอทั้งคู่ต่างก็ไม่ยอมรับว่าเธอกำลังทำร้ายตัวเธอเอง

เพราะเธอต่างก็เหมือนรองเท้าคู่เดียวกันที่ไม่อาจเดินอย่างมั่นคงได้โดยมีแค่ข้างเดียว...


เมื่อแมกกี้ไปอยู่กับยาย
เธอได้พบตัวเองในมุมมองใหม่และกำลังแก้ไขปมด้อยของตัวเอง
พร้อมกับมิตรภาพดีๆ และความห่วงใยที่เพื่อนผู้สูงวัยของคุณยายมอบให้

เมื่อโรสเปิดใจยอมรับผู้ชายคนใหม่
ลาออกจากงานที่วุ่นวายไปพาหมาเดินเล่นแทน

ชีวิตของทั้งคู่เหมือนจะดีขึ้น...
แต่แมกกี้ก็ไม่มีพี่สาวที่เธอจะแบ่งปันความสุขด้วยได้
และโรสก็ไม่รู้ว่าชีวิตเธอควรจะเป็นยังไงหากไม่มีน้องสาว
อย่างที่เธออธิบายกับแฟนหนุ่มของเธอว่า...

“ without her, I don't make sense."


แล้วเรื่องของสองพี่น้อง และปัญหาครอบครัวเดิมต่างๆ
เช่น การตายของแม่ แม่เลี้ยงและลูกใหม่ของพ่อ คู่เดตของโรส
จิ๊กซอว์ชิ้นต่างๆ ถูกปะติดปะต่อให้เข้าที่โดย "คุณยาย" ผู้ซึ่งหลานสาวทั้งสองไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน


เรื่องนี้เป็นหนังดราม่าที่ดูแล้วสบายใจ
และทำให้เรา "อิ่ม" ไปกับเนื้อหาไปด้วยได้
หนังนำเสนอถึงความสัมพันธ์ระหว่าง "คน"
ปัญหาลูกเขยแม่ยาย แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง
แก๊ปของคนแก่กับหนุ่มสาว พี่น้องต่างขั้ว
การมีความลับระหว่างคู่รัก ความหลังในอดีตที่ถูกปิดบัง
การค้นหาตัวตน,,,การทำงานหรือการเป็นตัวของตัวเอง

ล้วนเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตของเราๆ นั่นเอง
ล้วนเป็นเพียงปัญหาธรรมดาที่ถูกเยียวยาด้วย
"ความรัก" และ "ความเข้าใจ"
และนั่นคือสิ่งที่ให้หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์มากเหลือเกิน...




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2551 16:32:12 น.
Counter : 324 Pageviews.  


The SoVo
Location :
Tokyo ---> now : Kyoto Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพียงคนหนึ่งที่มีความฝัน มีความคิด มีเรื่องราวมากมายที่อยากบอกเล่า กำลังก้าวเดินไปในโลกกว้างเพื่อเรียนรู้ เพื่อเข้าใจ และเพื่อทำความรู้จักกับ "ชีวิต"
Friends' blogs
[Add The SoVo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.