Group Blog
 
All blogs
 

คลอดแล้วจ้า ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2554 


วันนั้นตอนเช้ามืด (ตี 5) หม่าม๊าได้ยินเสียงอาม่าของหนูเปิดประตูบ้าน กลับมาจากหนีน้ำไปเที่ยวภาคเหนือ ในใจก็คิดอุ่นใจว่าดีจังเผื่อหนูคลอดออกมาจะได้มีคนช่วยดูช่วยเลี้ยง

หม่าม๊าก็หลับต่อจนถึง 7 โมง ก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมา ก็งัวๆเงียๆเดินอุ้ยอ้ายไปเข้าห้องน้ำ 

ตอนหม่าม๊าฉี่ก็รู้สึกมีน้ำอะไรไหลออกมาทางช่องคลอด และรู้สึกแสบๆ หม่าม๊าก็ลุกขึ้นดูในชักโครก

ก็ตกใจมากเลย เพราะมีเลือดปนอยู่ด้วย ในโถสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ ในใจคิดสงสัยหนูจะออกมาวันนี้แล้วแน่ๆ ก็รีบปลุกป่าป๊าขึ้นมา 

ป่าป๊าก็ตื่นเต้นมาก รีบอาบน้ำแต่งตัวจะพาหม่าม๊าไปโรงพยาบาล (วันนี้ตอนสายๆมีนัดกับหมอเพื่อตรวจด้วย ยังไม่ถึงกำหนดคลอด เพราะเพิ่งจะ 38 weeks เอง)

พอลงมาข้างล่างเจออาม่าของหนู อาม่าก็บอกให้กินข้าวเช้าก่อนค่อยไปโรงพยาบาล เพราะท้องแรกน่าจะอีกนานกว่าจะคลอด จะได้มีแรง 

แต่ตอนนั้นหม่าม๊ากินอะไรไม่ลงเลยล่ะลูกจ๋า ตื่นเต้นเพราะวันนี้เราจะได้เห็นหน้ากันซะที หลังจากกินอะไรรองท้องได้นิดหน่อย หม่าม๊าก็ไปเคลียร์งานในออฟฟิศอีกแป๊บ (จะไม่ได้มาทำงานหลายวันต้องเคลียร์เรื่องไว้ให้อาม่าหนูช่วยดูซะหน่อยจ้ะ) 

แล้วป่าป๊าก็พาหม่าม๊าไป รพ.เลยจ้ะ ไม่ได้เตรียมของอะไรไปด้วยเลย ไปถึงประมาณ 8 โมงกว่าๆ พยาบาลก็ให้แอดมิดรอคุณหมอมาค่ะ ระหว่างนั้นพยาบาลก็มาบวชชีน้องหนูของหม่าม๊า (T_T เขิลอ่ะ) 

แล้วก็มาติดเครื่องวัดการเต้นหัวใจของหนูพร้อมกับปริ้นท์ออกมาเป็นกราฟเลย ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย ^^

ระหว่างรอคุณหมอ


อีกซักพักคุณหมอก็มาจ้ะ มาตรวจปากมดลูกว่าเปิดกี่เซนแล้ว (เจ็บที่สุดเลย T_T) หมอบอกหม่าม๊าว่า ปากมดลูกยังหนาอยู่มาก เปิดแค่ประมาณ 1 เซน แต่น้ำเดินตั้งแต่ 7 โมงแล้ว คุณหมอก็เลยให้รอดูก่อน ถ้าปากมดลูกยังไม่เปิดเพิ่มอาจจะต้องผ่า ให้หม่าม๊างดน้ำและอาหารก่อน

ในใจหม่าม๊าอยากจะคลอดเองมาตลอด แต่คุณหมอบอกว่าถ้าน้ำเดินครบ 12 ชม.แล้วยังไม่คลอด อาจเกิดติดเชื้อได้ หม่าม๊าเลยไม่อยากเสี่ยงจ้ะ หม่าม๊านอนรอในห้องรอคลอดจนถึง 5 โมงเย็น (ระหว่างนั้นป่าป๊า ไถ่กู๊ อาม่า ก็สลับกันเข้ามาดูแลหม่าม๊าตลอดเลยจ้ะ) คุณหมอก็มาตรวจปากมดลูกอีกครั้ง ก็ยังไม่เปิดเพิ่มเลย ดูเหมือนหนูจะยังไม่ลงมาที่เิชิงกรานด้วย

ตอนนั้นเอง คุณหมอก็ตัดสินใจให้ผ่าหนูออกมา ให้พยาบาลมาสวนก้นหม่าม๊า และเข็นเข้าห้องผ่าตัดเลย (ระหว่างนั้นมีน้าตู่ กับน้ามะเหมี่ยวตามมาให้กำลังใจและรอเจอหนูด้วยจ้ะ) ตอนนั้นหม่าม๊าไม่กลัวอะไรแล้ว อยากเจอหนูเป็นที่สุด (ป่าป๊าถูกห้ามไม่ให้เข้ามาในห้องผ่าด้วยจ้ะ เป็นกฎของโรงพยาบาล)

ผ่าคราวนี้ไม่เหมือนตอนผ่าซีสต์ที่ตอนนั้นพอเข้าห้องผ่าตัดก็มีหมอดมยามาให้ยาสลบ ตื่นมาอีกทีก็เสร็จแล้ว แต่ผ่าคราวนี้ใช้วิธีบล๊อกหลัง ตอนนั้นท้องหม่าม๊าก็ใหญ่ และคุณหมอก็ให้ขดตัวให้เห็นกระดูกสันหลังชัดที่สุด คุณหมอจิ้มเข็มถึง 3 ครั้งกว่าจะสำเร็จ (เจ็บสุดๆเลย T_T) 

หลังจากยาชาเริ่มออกฤทธิ์ คุณหมอก็เริ่มผ่าทันที และจากนั้นไม่นาน หม่าม๊าก็รู้สึกถึงแรงดึงที่คุณหมอดึงหนูออกมาจากตัวหม่าม๊า ซักพักก็ได้ยินเสียงหนูร้อง และคุณหมอกัีบพยาบาลก็พูดกันใหญ่เลยว่า หนูตัวโตจัง มิน่าเลยไม่ยอมลงเชิงกรานหม่าม๊า

ระหว่างที่พยาบาลกำลังทำความสะอาดตัวหนูอยู่ ตอนนั้นเองหม่าม๊าเหมือนจะเป็นลมเลยจ้ะ รู้สึกไม่ดีอยากอาเจียนด้วย เหมือนพร้อมจะวูบได้ตลอดเวลา ยังดีที่มีพยาบาลคนนึงคอยอยู่ข้างๆหม่าม๊า ชวนคุยอยู่ตลอด จนมีพยาบาลอุ้มหนูมาข้างๆหม่าม๊า โชว์จิมิ๊ของหนูว่าเป็นผู้หญิง และโชว์สายรัดข้อมือสีเดียวกะหม่าม๊า กันหลง 

และหลังจากนั้นพยาบาลก็พาหนูออกไปจากห้องผ่าตัด คุณหมอก็เย็บแผลไป ชวนพยาบาลคุยไป ตอนนั้นหม่าม๊าเป็นสุขใจมากเลยที่หนูออกมาปลอดภัยอวัยวะครบ 32 

พอคุณหมอเย็บเสร็จหม่าม๊าก็ถูกเข็นไปห้องรอดูอาการหลังผ่าตัด ตอนนั้นหนาวมากเลยจ้ะลูก พยาบาลต้องเอาอุปกรณ์ให้ความอบอุ่นมาให้หม่าม๊า จำไม่ได้ว่าอยู่ในห้องนั้นนานเท่าไหร่ จนถูกเข็นออกมาเพื่อไปห้องพัก

ตอนเปิดประตูห้องผ่าตัดออกมา ในใจหม่าม๊าก็คิดว่าคงจะได้เจอหน้าป่าป๊าที่นี่ ป่าป๊าต้องนั่งรอหม่าม๊าอยู่แน่ๆ แต่ที่ไหนได้ ไม่มีใครอยู่เลย เค้าวิ่งตามไปดูหนูในตู้อบกันหมดแล้ว 555 

พอกลับถึงห้องพักผู้ป่วยหม่าม๊าก็ตื้นตันใจมากเลย มีเพื่อนๆมาอยู่กันเต็มห้องไปหมด ซักพักทุกคนก็แยกย้ายกลับไปให้หม่าม๊าได้พักผ่อน 

พยาบาลมาบอกว่าคืนนี้ยังไม่เอาลูกมาให้หม่าม๊าดูนะ เพราะอยากให้หม่าม๊าพักผ่อน แต่หม่าม๊าอยากเห็นหนูให้เต็มๆตาสักครั้ง ป่าป๊าเลยเอารูปหนูที่ถ่ายไว้ในกล้องมาให้หม่าม๊าดู ว๊าว นี่เองเหรอลูกเรา รู้สึกแปลกๆๆ ที่ได้เป็นแม่คนมากขึ้นทุกที





ตกดึกหม่าม๊ายังนอนไม่หลับ เลยบอกให้ป่าป๊าลงไปดูหนูอีกครั้ง และให้ถ่ายรูปมาเพิ่มด้วย เลยได้รูปนี้มา ป่าป๊าบอกว่าพยาบาลเพิ่งอาบน้ำให้หนู นอนสบายอยู่ในตู้เลย ตัวใหญ่มาก (หนูมีปาน 2 จุดบนหน้า คือบนแก้มเป็นปานแดง และที่คางมีจุดปานดำด้วย)





และแล้วก็ถึงตอนเช้า ตอนที่หนูมาอยู่ในอ้อมกอดของหม่าม๊าครั้งแรก ความรู้สึกมันบรรยายไม่ถูกเลยค่ะลูก หนูมองหน้าหม่าม๊าไปมาเหมือนคนเคยคุ้นกันมานาน ความรู้สึกนั้นหม่าม๊ายังจดจำได้ดี จากวันนี้ต่อไป หม่าม๊าจะดูแลหนูให้ดีที่สุดจ้ะ (อ้อ ลืมบอก หนูมีชื่อแล้วนะ ชื่อ ด.ญ. บุษบา ชื่อเล่นชื่อ ผิงผิง)







 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2556 23:25:53 น.
Counter : 1088 Pageviews.  

35 weeks เท้าบวมเป่ง และปวดหลังมากๆ

สวัสดีจ๊ะ ลูกของหม่าม๊า

ท้องของหม่าม๊่า ตอนนี้ใหญ่มากแล้วล่ะจ๊ะ เวลาจะทำอะไรก็อุ้ยอ้ายน่าดู หนูก็ดิ้นแรงมากเลย

วันนี้เป็นวันแรกของเดือนพฤศจิกายน เดือนที่หม่าม๊าจะได้เห็นหน้าหนูแล้ว

ตอนนี้เท้าของหม่าม๊า บวมมากๆเลยล่ะจ๊ะ จากเดิมที่ใหญ่อยู่แล้ว ตอนนี้กลายเป็นเหมือนคนเป็นโรคเท้าช้างเลย - -''

แล้วก็ปวดหลังจี๊ดๆ ทั้งวัน ต้องให้ป่าป๊าคอยมานวดให้ ซึ่งป่าป๊าก็น่ารัก คอยนวดให้หม่าม๊่าทุกวันเลย

หม่าม๊าตัดเล็บเท้าไม่ถึง ป่าป๊าก็เป็นคนตัดให้ ถึงจะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็รู้สึกดีมากๆเลยล่ะจ๊ะ ^^

ของใช้ของหนู หม่าม๊าก็ซื้อเตรียมไว้ซะส่วนใหญ่แล้ว เหลือแค่บางอย่างที่รอดูของเยี่ยมก่อน ถ้าไม่มีก็ค่อยไปซื้อเพิ่มล่ะจ๊ะ

ช่วงนี้บ้านเมืองกำลังมีเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งป่าป๊ากับหม่าม๊าก็กังวลอยู่มากเหมือนกัน ไม่รู้ว่าถึงวันคลอดหนู เหตุการณ์จะีดีขึ้นรึยัง ตอนนี้ก็คอยลุ้นกันอยู่ อยากให้น้ำลดเร็วๆ

เหตุการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยดีเลยล่ะจ๊ะ ของกินของใช้ก็ขาดแคลน น้ำสะอาดก็หาดื่มยาก ลูกก็อย่าเพิ่งออกมาช่วงนี้นะจ๊ะ รอก่อน ^^

วันเสาร์ที่จะถึงนี้ คุณหมอก็นัดไปตรวจครรภ์เหมือนปกติจ๊ะ แต่ว่าคราวนี้มีตรวจเลือดเพื่อดู ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด, HIV, และก็ไวรัสตับอักเสบ ด้วย หวังว่าผลจะออกมาดี ไม่มีปัญหานะ

ประมาณสองเดือนก่อน ผลตรวจฉี่ของหม่าม๊า มีการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะ คุณหมอเลยจ่ายยามาให้กิน หม่าม๊าก็กลัวแทบแย่ เพราะคุณหมอบอกว่า ถ้าปัสสาวะมีติดเชื้อ อาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ แต่ตอนนี้หม่าม๊าหายแล้วล่ะจ๊ะ เพราะหม่าม๊าพยายามกินน้ำเยอะๆ เพื่อหนูไง ^^

ช่วงนี้หม่าม๊าเดินเก่งมากๆเลย แต่เดินได้ช้าๆ ขอบคุณป่าป๊าของหนูที่เดินอยู่ข้างๆหม่าม๊าตลอด ถึงจะช้าแต่ก็ไม่เคยบ่น พาหม่าม๊าไปกินของดีๆเพื่อหนูบ่อยๆ ขอบคุณที่ดูแลกันอย่างดีตลอด

อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันแล้วนะจ๊ะ ขอให้ทุกอย่างราบรื่น คลอดง่ายๆ ขอพระอวยพรครอบครัวเราด้วยนะคะ

ไว้หลังคลอดจะมาเขียนบล๊อกเล่าให้ฟังอีกทีจ๊ะ ^^

รักลูกมากๆนะจ๊ะ










 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2554 17:00:28 น.
Counter : 460 Pageviews.  

21 weeks มีความสุขกับการที่ลูกดิ้นและพุงที่เริ่มใหญ่ขึ้นทุกวัน

สวัสดีจ๊ะ ลูกของหม่าม๊า

สองอาทิตย์ก่อน หม่าม๊าได้ไปซาวด์ดูความสมบูรณ์ของหนูมาด้วยจ๊ะ ตอนระหว่างที่ซาวด์ดู (คุณหมอพิเศษจากจุฬามาซาวด์ให้) คุณหมอก็ทำหน้าเครียด ป่าป๊ากับหม่าม๊ามองหน้ากันเลิ่กลั่กเลยล่ะจ๊ะ นึกว่าจะเจอสิ่งแปลกปลอมในท้องของหม่าม๊าอีกแล้ว (แผลผ่าตัดเดิมยังไม่หายดีเลย - -'')

แต่ไม่นานคุณหมอก็สรุปผลการซาวด์ให้ัฟังจ๊ะ ว่าหนูปกติสมบูรณ์ดี น้ำหนักของหนูตอนนั้นประมาณ 300 กรัม ตามเกณฑ์จ๊ะ

ส่วนที่คุณหมอทำหน้าเครียด ก็เพราะหนูไม่ยอมอ้าขาออกมาให้ดูเพศเลยอ่ะจ๊ะ คุณหมอเลยทำหน้าเครียดอยู่นาน หลังจากส่องอยู่ซักพัก คุณหมอก็เดาว่าหนูน่าจะเป็นผู้หญิงน่ะจ๊ะ เพราะไม่เห็นแม้แต่เงาของปิกาจูหนู อิอิ

หม่าม๊ากับป่าป๊าก็โล่งอกที่หนูสมบูรณ์แข็งแรงจ๊ะ ส่วนจะเป็นเพศไหนหม่าม๊าก็รักหนูทั้งนั้นแหละ ^^ ตอนนี้หม่าม๊าเริ่มดูเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงไว้ให้ดูแล้วแหละจ๊ะ มีแต่น่ารักๆทั้งนั้นเลย แต่ยังไม่ได้เริ่มซื้อมา

ก่อนจะนอนทุกๆคืน หม่าม๊าจะรู้สึกว่าหนูดิ้นแรงมากๆ เลยไปเอามือป่าป๊ามาจับไว้ที่พุง ป่าป๊าก็มีความสุขกับการได้รับรู้ถึงแรงดิ้นของหนูมากๆเลยล่ะจ๊ะ แรงจนบางทีพุงหม่าม๊ากระเพื่อมด้วย อิอิ

หม่าม๊าจะพยายามกินนมเยอะๆและเลือกกินแต่ของมีประโยชน์ให้หนูนะจ๊ะ

รักหนูมากๆจ๊ะ




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2554 13:35:51 น.
Counter : 411 Pageviews.  

16 weeks ขึ้นเขียงผ่า Cyst ออกแล้วจ้า

สวัสดีจ๊ะ ลูกของหม่าม๊า

วันเสาร์ที่่ผ่านมา (18 มิ.ย.) หม่าม๊าไปพบลุงหมอตามนัด ว่าจะคุยเรื่องผ่าซีสต์ เพราะครบกำหนด 4 เดือนแล้วพอดี

ไปถึง ไม่มีคิวเลย แปลกใจมาก พอเข้าพบคุณหมอ หมอกดๆที่หน้าท้อง แล้วก็บอกว่า เดี๋ยวเตรียมพบหมอที่จะทำการผ่าได้เลย บ่ายจะเข้ามา

ระหว่างนี้ก็อย่าเพิ่งกินอะไรหนักๆ เผื่อคุณหมอเค้าจะผ่าเลย !!!

ตอนนั้นหม่าม๊า ตกใจมากๆ เพราะไม่ได้เตรียมใจว่าจะได้ผ่าวันนั้น แต่ป่าป๊าก็ปลอบใจว่าดีแล้ว ยังไงก็ต้องผ่า ตอนนี้ผ่าได้ก็ผ่าเลยดีกว่า

ตอนนั้นเหลือเวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า เลยคุยกันว่าจะกลับบ้านอากง กันก่อน

ระหว่างนั้นก็เดินไปกินติ่มซำกันก่อนไป สั่งมาทานนิดๆหน่อยๆ ตามคำสั่งของคุณหมอ พอทานเสร็จก็ไปบ้านอากงกัน

พอบอกอากงกับอาม่า ว่าอาจจะผ่าวันนี้ ก็ตกอกตกใจกันใหญ่ ไม่นานก็ถึงเวลานัดกับคุณหมอที่ผ่า ก็กลับกันไปที่ รพ.อีกครั้ง

คุณหมอก็สั่งให้เจาะเลือด และเตรียมตัวรับเป็นผู้ป่วยใน ซักพักก็มีรถเข็นแบบนั่งมารับ (เป็นครั้งแรกที่ได้เป็นผู้ป่วยในของรพ. ตกใจนิดๆ คิดในใจ อาไรหว่า เรายังเดินไหวนะ ทำไมต้องนั่งรถเข็นด้วย)

พยาบาลก็เข็นรถเข็นขึ้นไปบนห้องพัก ตอนแรกกะจะประหยัดเลือกเป็นห้องรวม แต่ห้องรวมไม่อนุญาตให้ญาติเฝ้า เลยตัดไป (อยากให้ป่าป๊ามาเฝ้าน่ะ)

สุดท้ายเลยได้ห้องเดี่ยว เพราะว่าดูสะดวกสบายกว่าห้องคู่มาก ป่าป๊าก็ตามใจหม่าม๊า ^^

ระหว่างนั้นก็มีพยาบาลทยอยกันเข้ามาให้เซ็นต์เอกสารยินยอมผ่าตัด และก็เตรียมร่างกายเพื่อผ่าตัด (เสียบเข็มให้น้ำเกลือ, ทำความสะอาดหน้าท้อง, โกนขนหน้าท้อง, สวนทวาร, ใส่ชุดเขียว) ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลยจ้า

ระหว่างนั้นป่าป๊าก็ทยอยโทรบอกอากง แล้วก็เพื่อนๆ ว่าจะผ่าตัดแน่ๆแล้วนะคืนนี้

ช่วงเย็นๆก่อนผ่า อากง อาม่า อากู๋ ก็มาให้กำลังใจกันก่อน สรุปได้เวลาผ่าตอน 3 ทุ่ม อากงรอไม่ไหว เลยกลับบ้านไปก่อน ให้ป่าป๊ารอเฝ้าหม่าม๊าหน้าห้องผ่าตัดอยู่คนเดียว

ประมาณ สองทุ่มครึ่ง ก็มีเตียงเข็นมารับไปห้องผ่าตัด ตอนนั้นรู้สึกแปลกๆ นึกถึงในหนังอย่างเดียวเลย ที่เข็นๆเตียงในรพ. ไม่นึกว่าจะได้เป็นคนนอนบนเตียงซะได้

ไปถึงห้องผ่าตัดก็ต้องเปลี่ยนเตียงอีกครั้งเป็นเตียงสีเขียวๆ เข็นไปรอในห้องซักพัก ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ระหว่างนั้นก็มีพยาบาลแวะเวียนมาชวนคุยให้คลายความกังวลเรื่อยๆ

ไม่นานก็ถึีงเวลาเข้าห้องผ่าตัดกันแล้ว คุณหมอรออยู่แล้วในห้อง ในห้องผ่าตัดแอร์เย็นมาก เย็นจนสั่นงึ่กๆ ซักพักก็มีพยาบาลมาวัดความดัน และวิสัญญีแพทย์ก็เอายาสลบ มาให้ดม หมอบอก สูดหายใจเข้าไปนะ จำได้ว่าสูดไปแค่ 3 ครั้ง ก็หมดสติ

รู้สึกตัวมาอีกครั้งก็ตอนหมอรมยาคนเดิม เรียกชื่อ อยู่หลายครั้ง แล้วก็บอกว่า ปลอดภัยแล้วนะ cyst ก้อนใหญ่มากๆ ตอนนั้นก็เหมือนยังอยู่ในภวังค์ รู้สึกตัว แต่ไม่อยากลืมตา ตอนนั้นมีสายออกซิเจนใส่อยู่ที่จมูกด้วย

มีพยาบาลมาถามว่ารู้สึกปวดแผลมั้ย ก็พยักหน้าบอกไป ตอนนั้นเจ็บมากอยู่เหมือนกัน พยาบาลเลยเอายาแก้ปวดมาให้ทางสายน้ำเกลือ ซักพักก็รู้สึกดีขึ้น

และก็ได้ยินพยาบาลโทรเรียก แผนกสูติ มารับไปจากห้องผ่าตัด ไม่นานก็มีพยาบาลมารับ ตอนจะออกจากห้องผ่าตัดก็เปลี่ยนเตียงอีกครั้ง ตอนนั้นมีแผ่นกระดานบางๆมารองตัวไว้ เลยสะดวกกว่าตอนเปลี่ยนเตียงเข้าเยอะ

พอเค้าเข็นเตียงออกมา หม่าม๊าก็เจอป่าป๊าก่อนเลย หม่าม๊าดีใจมากๆ ดีใจจนยิ้มออกมาได้ แล้วป่าป๊าก็โทรแจ้งอากง ว่าหม่าม๊าออกจากห้องผ่าตัดแล้ว

พอกลับมาอยู่ที่ห้องพัก พยาบาลก็บอกว่าคืนนี้พยาบาลจะเข้ามาตรวจบ่อยหน่อยนะคะ แล้วก็บ่อยจริงๆ แทบจะทุกครึ่งชั่วโมง พยาบาลจะเข้ามาวัดไข้แล้วก็วัดความดัน แต่หม่าม๊าก็ไม่ได้หลับอยู่แล้วเพราะปวดแผลมาก แต่สงสารป่าป๊าของหนูแหละ ที่พลอยไม่ได้หลับไปกับหม่าม๊าด้วย

หม่่าม๊านอนอยู่ในท่าหงายตลอดเวลาเลย สายนู่นนี่พันเต็มไปหมด มีสายปัสสาวะด้วย (เค้าคงใส่ให้ตอนผ่าตัด เลยไม่รู้สึกเจ็บ) ตะแคงยังไม่ได้ จึงปวดเมื่อยหลังมากๆ ต้องให้ป่าป๊าคอยมานวดให้เป็นระยะ

เป็นคืนที่ยาวนานสำหรับหม่าม๊ามากๆ พอเช้าก็มีพยาบาลมาเช็ดตัว พยาบาลที่นี่ทำงานกันคล่องมากและหน้าตาก็ยิ้มแย้มด้วย ทำให้หม่าม๊าสบายตัวขึ้นมาก

สายๆ อากง อาม่า อากู๋ก็มาเยี่ยม สีหน้าทุกคนดูเป็นกังวลกับความเจ็บปวดของหม่าม๊าา แต่หม่าม๊าก็พยายามยิ้มให้สบายใจ ^^

วันนั้นมีเพื่อนๆทยอยมาเยี่ยมกันเยอะมากๆ เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ด้วย ทำให้หม่าม๊าค่อนข้างอึดอัด (เพิ่งรู้ว่ามีเพื่อนมาเยี่ยมเยอะก็มีข้อเสียเหมือนกันนะนี่) เพราะไม่ได้พักผ่อน และเปลี่ยนท่านอนเลย เป็นเวลากว่า 6 ชั่วโมง

เย็นวันนั้นคุณหมอเริ่มให้ทานน้ำข้าวต้มได้ แต่หม่าม๊ากินแล้วก็อ้วกออกมา อากงกับอาม่าของหนูดูเป็นกังวลมากเลย เพราะหม่าม๊าอ้วกแล้วก็จะเจ็บแผลมากๆด้วย

คืนนั้นพยาบาลมาเอาสายน้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อ สายปัสสาวะออกให้ และให้กินยาพาราเม็ด แก้ปวดแทน

ไม่น่าเชื่อว่า คืนนั้นหม่าม๊าตื่นมาแค่ 2 ครั้ง หลับสนิทมากๆ แผลก็เริ่มไม่เจ็บแล้ว ไม่มีสายอะไรพะรุงพะรังแล้วก็สบายขึ้นเยอะ

ตอนเช้าอาม่ามาเฝ้าไข้ต่อจากป่าป๊า ก็ดีใจที่หม่าม๊าเริ่มกินอะไรได้แล้ว แต่พอตกบ่ายก็มีอาเจียนอีก ตอนเย็นก็ยังเป็น ทำให้แผลที่เริ่มจะหายปวด กลับมาปวดอีกครั้ง (ระหว่างนี้ก็มีพยาบาลเข้ามาตรวจการเต้นของหัวใจหนูเรื่อยๆน่ะ)

และก็มาถึงวันอังคาร เป็นวันที่หม่าม๊ากินได้ ไม่อาเจียนแล้ว ป่าป๊าก็อยู่กับหม่าม๊าทั้งวันเลย เพราะหม่าม๊าอาจจะได้กลับตอนค่ำๆ และหม่าม๊าก็ได้กลับจริงๆจ๊ะ แผลไม่ติดเชื้อ และก่อนกลับก็ได้ไปอัลตร้าซาวด์ ดูหนูว่ายังเรียบร้อยดี และก็ได้กลับบ้านกันแล้วจ๊ะ

อากงขับรถมารับหม่าม๊ากลับ เพราะกลัวว่าหม่าม๊านั่งรถกระบะของป่าป๊าแล้วแผลจะกระเทือน

พอกลับมาบ้านหม่าม๊าก็ได้พักฟื้นอยู่ในห้องนอนตลอด ถึงเวลาอาหารก็มีแม่บ้านเอาขึ้นมาให้ (ป่าป๊าก็คอยกำชับให้กินเยอะๆ และเทนมมาให้กินตลอดๆ)

ตอนนี้หม่าม๊าค่อยยังชั่วขึ้นมาแล้วจ๊ะ แผลก็หายเจ็บแล้ว ยังมีเจ็บอยู่บ้างตอนเปลี่ยนจากท่านอนเป็นนั่ง

การผ่าตัดครั้งนี้ทำให้หม่าม๊ารักอากง อาม่า แล้วก็ป่าป๊ามากๆขึ้นอีกเลยล่ะจ๊ะ

ทุกคนเป็นห่วงและรักหม่าม๊าและหนูมากๆ ป่าป๊าต้องคอยดูงานแทน ไหนจะต้องขับรถมาเฝ้าหม่าม๊าทุกวัน และที่สำคัญ ป่าป๊าเช็ดตัว ปะแป้งให้หม่าม๊าทุกวัน โดยไม่มีบ่นเลย รู้สึกได้ว่าการได้รับการดูแลด้วยความรัก มันมีความสุขมากจริงๆ

อาม่าของหนู ก็ต้องคอยตื่นแต่เช้า และนั่งสองแถวมาเฝ้าหม่าม๊าต่อจากป่าป๊า ทุกวัน อาม่าจะดูว่าหม่าม๊าอยากกินอะไร เช่นหม่าม๊าต้องกินน้ำขิงเพื่อขับลม อาม่าก็ต้มมาให้ใส่กระติกและถือขึ้นสองแถวมาให้

อากงก็ต้องกินเบียร์ผิดเวลา เพราะต้องรอป่าป๊ามาเฝ้าหม่าม๊าก่อน ถึงจะกลับได้

ทุกอย่างที่ว่ามานี้ มันทำให้หม่าม๊าสุขใจมากๆเลย และมีพลังที่อยากจะหายขึ้นมามากๆ

ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ที่ให้หม่าม๊าและหนู ได้รับพระพรเหล่านี้

รักหนูมากๆนะจ๊ะ








 

Create Date : 23 มิถุนายน 2554    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2554 13:37:47 น.
Counter : 688 Pageviews.  

12 weeks ครั้งแรกที่เห็นลูกดิ้นในจอ

สวัสดีจ๊ะ ลูกของหม่าม๊า

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ป่าป๊าพาหม่าม๊าไปหาหมอตามปกติ

ครั้งนี้ครบ 3 เดือนเต็มแล้ว อาการแพ้ท้องของหม่าม๊าก็มาเป็นพักๆ ไม่ได้เป็นตลอดเวลาแล้วล่ะจ๊ะ

คุณหมอซาวด์ เห็นหนู กำลังดิ้น หม่าม๊ากับป่าป๊าแปลกใจมากเลย ไม่นึกว่าหนูจะดิ้นแรงขนาดนี้

แต่คงด้วยพุงหม่าม๊าหนาไปหน่อย หม่าม๊าเลยยังไม่รู้สึกว่าหนูดิ้น 555

ป่าป๊าบอกว่า เห็นหนูเกาจมูกด้วย อิอิ

อาทิตย์นี้ หนูยาว 5.58 ซม. แล้วล่ะจ๊ะ คุณหมอบอกว่าแขนขาครบ ปกติ ^^

และวันนั้น ป่าป๊าพาหม่าม๊าไปพัทยากันด้วยจ๊ะ เป็นการพาหนูไปเที่ยวด้วยครั้งแรก แต่อากาศร้อนมากๆ เลยไม่ได้แตะทะเลกันเลย

ไว้คราวหน้าไปกันใหม่นะจ๊ะ อิอิ

อ้อเกือบลืมเล่าให้ฟัง ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หม่าม๊าอยากกินบ๊ะจ่างมากเลย ก็เลยไปบ่นๆกับอาม่า

อาม่าหนูเลยไปซื้อของมาทำให้อย่างไม่รอช้า เห็นไม๊ล่ะจ๊ะ ใครๆก็รักหนู ตามใจหนูตั้้งแต่ตอนนี้กันเลย อิอิ

รักหนูที่สุดจ้า

หม่าม๊า




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2554 10:14:45 น.
Counter : 424 Pageviews.  

1  2  

sokheang14
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add sokheang14's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.