Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปนตอนที่ 20 หุบเขาโอนิโอชิดาชิ onioshidashi Park(Mount ASAMA) ชื่อนี้ที่ไม่คุ้นเคย

เช้าวันที่ 5 พค.56 วันนี้เราไม่ต้องรีบเร่งออกจากบ้านเหมือนเมื่อวานด้วยเหตุสถานที่ที่เราจะไปในวันนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ แม่ว่าขับรถไปสักชั่วโมงเห็นจะได้ โปรแกรมวันนี้แม่ว่าจะพาไปชมสวนหินที่เกิดจากลาวาที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟอาซามะ แรกๆ ได้ฟังจากแม่หลายปีก่อนๆ หน้านี้ แม่ก็ว่าจะพาเราไป แต่แอนคัดค้านไม่ยอมไป เพราะได้ยินแม่ว่าภูเขาไฟมันยังครุกรุนอยู่แล้วจะไปทำไมน๊อ!!!


มาคราวนี้แม่ก็บอกจะพาไปอีก...อะไรเนี่ย จะพาไปอีกแล้ว! เลยต้องบอกไม่ว่าไม่ไปอ่ะหนูกลัว แต่แม่ถึงกับหัวเราะ แม่บอกไปเถอะไม่น่ากลัวหรอก ญี่ปุ่นเค้ามีวิธีจัดการดีมันไม่ระเบิดขึ้นมาตอนนี้หรอก ถ้ามีนะมันมีสัญญาณเตือนแล้วก็จะมีข่าวสารส่งมายังหมู่บ้านตามสายให้เราฟัง แอนได้ฟังแบบนี้ก็เลยโล่ง ก็ได้ เอาไงก็เอาไง ไปก็ได้ฟร่ะ






วันนี้ก่อนออกเดินทางระหว่างยืนรอเด็กๆ มาขึ้นรถหน้าบ้าน แม่พาหมาไปทำธุระ แอนว่างยืนรอเฉยๆ มันไม่ดีพาลจะเมื่อยขาเอาเลยจับกล้องมายืนถ่ายดอกไม้หน้าบ้านสักหน่อย ช่วงต้นเดือนพค.เนี่ยมันไม่ค่อยหนาวแล้วจะมีเย็นก็ตอนกลางคืนหรือเช้าๆนะค่ะ อากาศดีดอกไม้ก็เลยพากันออกดอกชูช่อมาให้เชยชม แอนเองไม่เป็นคนชอบปลูกต้นไม้ แต่ถามว่าชอบมั๊ยด้วยสีสรรของเค้าต้องขอตอบว่าชอบค่ะ แต่ไม่ชอบปลูก ฮี่ๆ ออกต้วเลยนะค่ะ รูปบนซ้าย : ดอกอะไรไม่รู้อย่าถามค่ะ 555
ดอกขวาบน: ดอกทิวลิป ส่วนรูปล่างใหญ่เป็นชิบะซากุระค่ะ แม่ปลูกไว้ที่ข้างบ้านคะ







รูปนี้เป็นบริเวณหน้าบ้านของเราค่ะ



อันนี้เป็นชิบะซากุระที่หลังบ้านค่ะเหมือนพรมผืนเล็กๆ เลย หลังจากถ่ายรูปได้สักพักแม่ก็เดินมา พร้อมกับบอกให้ขึ้นรถเราจะไปแวะร้านรองเท้าก่อน เพราะแม่ได้ยินแอนบอกว่ามีรองเท้า New Balance รุ่นลิมิเต็ดที่แอนอยากได้ แม่เลยจะพาไปแวะ แวะร้านรองเท้าสอยรองเท้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็ออกเดินทางต่อไปยังหุบเขาโอนิโอชิดาชิกัน



ภาพนี้เป็นเส้นทางการเดินรถจากบ้านเราไปยังหุบเขาโอนิโอชิดาชิค่ะ จะเห็นว่าไม่ไกลเลยค่ะ (โอนิดาชิ ชื่อเหมือนผงดาชิเลยโนะ แรกๆ ฟังเรียกยากแท้จำได้แต่ดาชิแค่นั้น กลับบ้านต้องไปถามแม่ใหม่ว่าเราไปไหนมา 555)




เราเดินทางมาใกล้ถึงแล้วเห็นภูเขาไวๆ แม่ชี้ให้เราดู





จอดรถเรียบร้อย ลงมาเดินแล้ว มาถึงนี้อากาศไม่หนาวแล้ว แดดออกเปรี้ยงเลย ภูเขาไฟอาซามะเป็นภูเขาไฟที่มีความสูงถึง 2,565 เมตรเป็นภูเขาที่ทางกรัฐบาลสั่งห้ามปีนนับตั้งแต่เกิดการระเบิดเมื่อหลายปีก่อน การระเบิดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2004 และยังเป็นภูเขาไฟที่ครุกรุ่นอยู่และมีโอกาสเกิดการปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้




เดินตามพ่อไปเรื่อยๆ จะเจอร้านขายโอมิยาเกะและคอนบินี่ อ่านตามแบบนี้ตามภาพค่ะ




จากบริเวณลานจอดรถเราจะต้องเดินข้ามสะพานข้ามถนนด้านล่างค่ะ




ไม่น่าเชื่อมีคนมาเที่ยวเยอะทีเดียวค่ะ





เดินตามต่อไปอีกทีเห็นเป็นตึกกลมๆ นั่น จากการถามแม่ๆว่าเป็นศูนย์อาหารด้านบนค่ะ แอนก็ถาม "ม๊ารู้ได้ไง" แม่ก็ว่า " มาไม่รู้กี่ครั้งแล้วใครมาหาก็พามาเที่ยวที่นี่เพราะไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน เบื่อจะตาย " แอบฮา โธ่!ม๊าไม่ต้องพาหนูมาก็ได้อยู่บ้านก็ได้อากาศดี๊ดี แต่แม่ก็ว่า กลัวเบื่อเลยพาออกมาเที่ยว เราสิกลัวแม่จะเหนื่อยมากกว่า แต่ไหนๆ มาแล้วก็มาๆ ซะค่ะ




วิวอาซามะอีกที อยู่ใกล้แค่นี้เอง ชัดแจ๋วเลย




ระหว่างเดินสาวน้อยเห็นตุ๊กตาหิมะตัวปลอมเลยร้องเรียกจะถ่ายด้วย จัดไป 1 ใบเบาๆ





แอนเดินช้ามัวแต่ถ่ายรูป พ่อเดินลิ่วๆ ไปซื้อบัตรเข้ามาแล้วราคาโอโตนะ (ผู้ใหญ่) คนละ 600 เยนคะ




แวะถ่ายรูปหน่อยเป็นที่ระทึก อะ ไม่ช่ายเป็นที่ระลึกค่า ^^




ถ่ายรูปเสร็จแล้ววิ่งจ้ำพรวดๆ พ่อกะแม่หายไปใส่ทีนหมาวิ่งมาหน้าประตูทันเข้าไปพอดีค่ะ




อุทยานหุบเขา โอนิโอชิดาชิเป็นสวนหินที่เกิดจากลาวาที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟอาซามะค่ะ ตลอดทางเดินเราจะเห็นเป็นหินลาวาทั้งหมดเลย




หินลาวากลายเป็นสีดำๆ แบบนี้




หินลาวากับภูเขาไฟอาซะมะ เหมือนเป็นพระเอกกับนางเอกเลยค่ะ





เราเดินห่างจากศูนย์อาหารที่เราเห็นตอนแรกมาพอสมควร ตลอดทางเดินก็จะมีหินลาวาทั้งสองข้าง แรกๆ ก็ตื่นเต้นดีค่ะ แต่มองไปมองมามันเหมือนกันหมดเลยนี่หว่า




หันไปถ่ายรูปก็ได้แต่วิวเดิมๆ ค่ะ




หินลาวาดำๆ ตัดกับท้องฟ้าเหมือนเดิม





เส้นทางเดินบ้างค่ะ ลักษณะจะ คดๆเลี้ยวๆ แบบนี้ ระยะทางเหนื่อยพอดูค่ะ เห็นแบบนี้ไม่ใกล้นะค่ะ





เดินไปเรื่อยก็มาสุดที่นี่ค่ะ ล้างมือชำระล้างจิตใจให้สะอาดกันก่อน






คนเยอะเข้าคิวกันนิ๊สสนึง




เดินมาจุดนี้จะเห็นว่าด้านบนมีศาลเจ้าค่ะ




มีป้ายบอกทางด้วยอ่านออกมั๊ย ไม่ออกผ่านไปก่อน




ด้านบนมีประวัติและแผนที่ค่ะ





วิวอาซะมะจากตรงด้านบนกันบ้างค่ะ





ผ่านหินลาวาก้อนนึงมีเหรียญวางตั้งอยู่นึกว่าใครทำตกไว้ ที่ไหนได้ ไม่ใช่น๊าาา





ถามแม่เลย ได้ความว่า คนที่มาเที่ยวแล้วขึ้นมาด้านบนเค้ามีเคล็ดว่าถ้ามาถึงนี่แล้วใครเอาเหรียญวางติดกับหินแล้วไม่ร่วงหล่นจะโชคดีและได้กลับมาที่นี่อีกค่ะ ว้าวววๆๆ พลาดได้ไงลองๆบ้างค่ะ ปล้ำกันอยู่นานในที่สุดสาวน้อยของเราก็ทำได้ค่ะ





เดินไปอีกหน่อยเจอระฆังอันโต เข้าคิวเหมือนเดิมขอให้บริษัทเรามีชื่อเสียงโด่งดังทำมาค้าขึ้นรวยเฮงๆ คร๊า




เดินมาถึงศาลเจ้าแล้วต้องแวะสักการะสักหน่อยคะ่ ด้านข้างมีธูปจำหน่ายมีเครื่องรางขายอยู่ด้วยค่ะ เรามาเป็นครอบครัวคุณพ่อบ้านเป็นหัวหน้าครอบครัวเลยซื้อธูปให้จุดคนเดียวส่วน แอนไม่ได้จุดธูปได้แต่ขอยกมือไหว้ขอพรเท่านั้นค่ะ













ด้านในศาลเป็นเจ้าแม่กวนอิมค่ะ รูปไม่ได้ถ่ายเพราะมัวแต่ถ่ายด้านนอก ปล่อยให้คุณพ่อบ้านไปปักธูปและอธิษฐานค่ะ





เดินขึ้นมาเหนื่อยหิวน้ำ สาวน้อยจัดไป 1 ขวดเบาๆ





อยู่ข้างบนได้สักพัก แม่ก็ว่าเรากลับกันเถอะว่าแล้วแม่ก็เดินนำลงไปค่ะ





ระหว่างลงก็เหมือนเดิม เวิ้งว้างไม่มีอะไรมีแต่หินลาวาดำๆ ก้อนโตๆ เต็มเลย ถ้าใครมาช่วงฤดูร้อน คาดว่าสุกแน่นอนไม่ใช่สุขคร๊า






ใครเหนื่อยใครเมื่อยก็แวะพักตรงนี้ได้ แม่แอนเหนื่อยเลยแวะนักพักแป๊บนึง หรือแม่แอบรอแอนที่ช้ากันนะ 555





สักแพร่บใหญ่ๆ เราก็มายืนจุดเดิมที่เรามา





แดดเริ่มร้อน แม่ว่าเรากลับขึ้นรถไปเที่ยวต่อคารุยซาว่ากันดีกว่า ป๊าดดดด!!! แม่จะพาเราไป OutLET คุณพ่อบ้านก็ยิ้มแฉ่งกันเลยทีเดียวได้ไปอีกรอบ




เดินผ่านเจ้าตุ๊กตาหิมะตัวปลอม คราวนี้ไม่มีใครถ่ายด้วยแล้ว เค้าหนีกันหมด ก็มันร้อนอ่ะ





กว่าจะเดินถึงรถ เหงื่อแตก หอบแฮกๆเชียวค่ะ





ทิ้งท้ายด้วยภูเขาไฟอาซะมะอีกสักที รูปนี้ดูเหมือนกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมามั๊ยค่ะ^^



กลับขึ้นรถไปไม่นานเราก็เกือบถึงคารุยซาว่าค่ะ ย้ำแค่ว่าเกือบถึงเราไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ เนื่องจากรถติดเป็นแถวยาวเฟื้อย คนมาเที่ยวOUTLET กันบานตะไท แม่ว่าเห็นทีจะรอไม่ไหวเพราะยังอยู่ในช่วง GOLDEN WEEKอยู่ คนก็เลยมาเยอะกันเป็นธรรมดา คราวนี้สู้ไม่ไหวแม่ว่าเรากลับกันเถอะไว้คราวหน้ามาเที่ยวญี่ปุ่นใหม่จะพามาที่นี่แล้วกัน ว่าแล้วพ่อก็เลี้ยวรถกลับบ้านไปหาอะไรกินอร่อยๆ ที่บ้านดีกว่าค่ะ จบ 1 วันสำหรับอาซะมะ

เหมือนเดิมขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ และทุกท่านที่แวะเวียนมาอ่านมาดูรูป ภาพอาจไม่ค่อยสวยเท่าไหร่แต่ก็พอเห็นภาพว่าหุบเขาโอนิโอชิดานิมีอะไรบ้าง ใครอยากไปเที่ยวอยากไปเห็นอยากไปสัมผัสก็ตามอัธยาศัยเลยนะคะ วันนี้ไปก่อนค่ะ มีคำถามอะไรสงสัยทิ้งข้อความไว้ได้เหมือนเคย ถ้าไม่มาตอบก็ส่ง IB ไปถามที่ FB ได้ค่ะไม่ขัดข้อง ถ้าแอนทราบยินดีตอบให้เหมือนเคยค่ะ

สุดท้ายเมื่อวานรีบเลยลืม มาลงวิธีการเดินทางไปให้ค่ะ





Infrequent Seibu Kogen Buses operate between Karuizawa Station, Naka-Karuizawa Station and the Onioshidashi Park (two to four departures per day). It takes 35 minutes and costs 1210 yen to get from Karuizawa Station to the park.




How to get to and around Karuizawa





Hours and Fees

Onioshidashi Park
Hours 8:00 to 17:00 (admission until 16:30)
Closed December 9 to March 22
Fees 650 yen

Asama Volcano Museum
Hours 8:30 to 17:15
Closed December through March
Fees 600 yen


Create Date : 27 เมษายน 2558
Last Update : 28 เมษายน 2558 21:23:42 น. 3 comments
Counter : 1310 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยว ดอกไม้สวยๆทั้งนั้นเลย


โดย: ชมพร (ชมพร ) วันที่: 27 เมษายน 2558 เวลา:23:52:14 น.  

 
เห็นวัฒนธรรม เห็นธรรมชาติ เห็นความเชื่อ เห็นภาพสวย ๆ ของดอกไม้ค่ะ
แม่โมก็ถ่ายภาพไม่สวยค่ะ ถ่ายมั่ว ๆ ไป อิ อิ
ขอบคุณที่แวะไปค่ะ

ann_269 Travel Blog


โดย: mariabamboo วันที่: 28 เมษายน 2558 เวลา:18:28:54 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 29 เมษายน 2558 เวลา:4:24:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.