Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปนตอนที่ 19 เที่ยวชิราคาวาโกะยามฤดูใบไม้ผลิ Shirakawago

สวัสดีค่ะ ชาวบล็อคช่วงนี้แอนหายหน้าไป 1 สัปดาห์เต็มพอดิบพอดีเลย ที่หายไปพอดีช่วงนี้ยุ่งค่ะ แล้วก็ไปเตรียมเอกสารสำหรับขอวีซ่าญี่ปุ่นคะ นี่ก็พึ่งไปขอมาเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมานี่เองค่ะ หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นระบุให้คนไทยสามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอวีซ่าถ้าไปพำนักอยู่ไม่เกิน 14 วันนั้นเป็นผลให้ที่ศูนย์บริการรับคำร้องในการขอวีซ่าคนไม่เยอะค่ะ

เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ค่ะว่าปัจจุบันนอกเหนือจากการยื่นขอวีซ่าที่สีลมแล้วยังมีอีกศูนย์นึงค่ะ เป็นศูนย์ยืนคำร้องขอวีซ่าอีกด้วยเหมือนกัน นั่นคือ ศูนย์นานาค่ะ ที่นี่ไม่ต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าค่ะ แต่ถ้าเป็นที่ศูนย์สีลมต้องทำการโทรนัดหมายล่วงหน้านะค่ะ


แอนเลือกไปขอที่ศูนย์นานาค่ะ เราสามารถยื่นเอกสารได้ที่ชั้น 9 ของตึกวันแปซิฟิคค่ะ คนไม่เยอะใช้เวลาไม่นานค่ะ ใครจะเอารถไปถ้าไปหลายคนก็สามารถ stamp ที่จอดรถได้ฟรีค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีมารถไฟฟ้าก็ได้สะดวกดีค่ะ


เล่าเรื่องที่หายหัวไปเรียบร้อยแล้วเนอะ รายการต่อไปก็เล่าเรื่องเที่ยวกันต่อค่ะ
เช้าวันที่ 4 พค. 2556

วันนี้เราตื่นกันแต่เช้าค่ะ เช้าแค่ไหนเช้า ตี4เจ้าค่ะ แอนตื่นนอนคนที่สองรองจากแม่ค่ะ รีบกุลีกุจออาบน้ำแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วปลุกสมาชิกทั้งหลายให้ตื่นลงมาหาอะไรรองท้องค่ะ วันนี้แม่จะพาเราไปเที่ยว ชิราคาวาโกะค่ะ เย้ๆๆ ฟังไม่ผิดคะ่ Shirakawago ค่ะ เดิมที่เดียวก่อนที่จะวางแผนมาเที่ยวญี่ปุ่น แม่บังคับให้แอนส่งรายละเอียดให้ดูว่าจะไปเที่ยวไหนบ้างค่ะ พอแม่รู้ว่าเราจะไปเที่ยวหมู่บ้านโบราณแม่ก็เลยว่าจะไปด้วยแม่ไม่เคยไปค่ะ แม่ว่าเห็นแต่ในทีวี เดี๋ยวให้พ่อขับรถพาไป แต่เราต้องตื่นแต่เช้านะ เพราะจากบ้านเราไปถึงชิราคาวาโกะเนี่ยระยะทางไกลเอาเรื่องเลย แต่แม่ก็ว่าอยากไปด้วยค่ะ นานๆ เรามาเที่ยวแล้วแม่ก็ได้หยุดทำงานสักที เลยถือโอกาสนี้พักผ่อนไปด้วยในตัว ( ขับรถไกลเกิ๊น ไม่แน่ใจว่าพักผ่อนจริงหรือ )





นี่ค่ะจากภาพ บ้านเราอยู่ Saku ค่ะ เราจะขับรถไปเส้นทางตามนี้ ผ่านนากาโน่ด้วยแม่ว่างั้น ใช้เวลานานโขค่ะจึงเป็นเหตุให้เมื่อวานเราเตรียมเสบียงเผื่อขึ้นรถมาแล้วมีใครหิวจะได้มีของทานในรถค่ะ เหมือนเราไปแคมป์ยังไงยังงั้นเลยค่ะ






หลังจากเตรียมสัมภาระ อาหารคนอาหารหมา เราก็ออกเดินทางค่ะ ภาพถ่ายระหว่างทางค่ะพ่อขับ แม่นั่งหน้า แอนนั่งกะคุณพ่อบ้าน เด็กสองคนนั้นหลังสบายเบยวิวเวยไม่ได้ดูหรอกเด็กๆอ่ะค่ะ นอนตลอด มันเหมือนเขย่าๆ ทำให้ง่วงก็นอนกันซะเลย ฮ่าๆๆๆ




ถ่ายรูปกันเป็นระยะเห็นสวยดีค่ะ ถามแม่วาเราอยู่ไหน ถ้าจำไม่ผิดแม่ว่าเราอยู่ UEDA แล้วนะ




ขณะนี้จากในรูปเรากำลังไต่เขาค่ะ ทางที่เราไปผ่านเขามากมายเดี๋ยวก็เข้าอุโมงค์นี้ออกอุโมงค์นั้น แต่ละอุโมงค์ก็ยาวใช่เล่นค่ะ แอนถ่ายรูปมาแต่ไม่ชัด แสงไม่พอกล้องห่วยหรือฝืมือตัวเองไม่ดีไม่แน่ใจ อาจจะเป็นอย่างหลังก็ได้ค่ะ 555





ได้มุมดีจังหวะงาม แช๊ะมาได้ใบนุงยอดเขาก็ยังมีหิมะปกคลุมอยู่ค่ะ อากาศยังคงหนาวอยู่แม่จะเป็นต้นเดือนพค.แล้วยิ่งช่วงเช้ามืดยิ่งหนาวค่ะอาจไม่เท่าเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธุ์ สาวผิวบางอย่างเราหนาวไม่สู้ ร้อนก็ไม่เอา บอบบางค่ะว่างั้น555






ระหว่างทางมีที่แวะพัก บนนี้มีห้องน้ำและร้านขายเครื่องดื่มด้วยค่ะ ส่วนเราก็แวะลงมายืดเส้นยืดสายสักหน่อย




ส่วนรูปนี้แม่ไปห้องน้ำ ฝากให้หลานดูหมาให้หน่อย เดิมทีเดียวที่บ้านเลี้ยงมาไม่ใช่ตัวนี้ ตัวเก่าเป็นนานาจังค่ะ แต่เค้าตายไปแล้วแม่เหงาเลยซื้อหมามาใหม่เป็นตัวนี้ค่ะพันธุ์ดัชชุน แถมตั้งชื่อให้ซะเก๋ โคตาโร่ค่ะ เห็นเราครั้งแรกเค้าตกใจนึกว่าเอเลี่ยนมาจากดาวไหนแถมไม่พูดญี่ปุ่นซะด้วย เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียวดีที่สาวน้อยชอบหมาค่ะ หลอกล่อให้หลงได้ นี่ก็เริ่มคุ้นแล้วถึงได้ยอมยืนอยู่ด้วยไม่งั้นเอาเรื่องเหมือนกันคะ




เข้าห้องน้ำเสร้จแล้วก็ออกเดินทางต่อค่ะ จากตรงนี้เห็นแม่พูดกับโต้ซัง ได้ความว่าเป็นแถวนี้เป็นเขื่อนคุโรเบะค่ะ คนมาเที่ยวเยอะ เราก็ว่าคุ้นๆ นะ สีน้ำเป็นสีมรกตเชียว อากาศก็ชอบมว๊ากกค่ะ






ผ่านป้ายนี่มีอีกไม่นานเราก็จะถึงแล้ว นั่งรถนานไกลมากขอบอก






ถึงแล้วค่า หาที่จอดรถก่อน รอเข้าคิวรอเยอะพอควร




รถติดเป็นทางยาวแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ค่อยๆไปค่อยๆขยับค่ะ




รถจอดกันเพียบเลยคะ แต่เป็นระเบียบดีนะ








จอดรถเสร็จเรียบร้อยแล้วมีเก็บค่าที่จอดรถ ราคาเท่าไหร่จำไม่ได้ พ่อเป็นคนจ่ายเดินนำหน้า เราก็ตามพ่อโลดๆ คร่าในภาพร้านนี้ขายโซบะ ข้าวหน้าเนื้อแล้วก็อีกอันอ่านไม่ออกค่ะ





เริ่มต้นด้วยบ้านโบราณหลังนี้ ยังไม่ถึงทางเข้า ตรงนี้แค่ใกล้ที่จอดรถค่ะ คงเป็นบ้านคงคนที่อยู่แถวนี้ค่ะแต่เค้าก็ขายของที่ระลึกด้วยนะค่ะ




เราเดินมาจากด้านหลัง ใครมาจะเห็นร้านราเมงร้านนี้ตั้งเด่นเป็นสง่าค่า แม่ว่าเดี๋ยวเราจะกลับมากินร้านนี้ 555 แม่หิวตลอด




ผ่านร้านโอมิยาเกะ โอ๊ยๆๆ น่าเข้าแหะ อยากเข้าไปสำรวจ แต่แม่ชำเลืองมองอยู่ อดใจรอไปก่อนคร๊า 555




ถัดไปอีกโหน่ยเจอ "ซารุโบโบ" นั่งทักทายในวันฟ้าใส จัดไป 1 ใบเบาๆ^^




ระหว่างเดินเจอพี่สิงห์คิตตี้ขับผ่าน มือถือกล้องอยู่ จัดได้ทันอีกแล้วคร๊า อยากเห็นหน้าพี่เค้าจัง เสื้อแดงแถมคิตตี้โด้ย แหล่มเบย




เห็นพ่อหยุดยืนดูแผนที่ เราก็ยืนบ้าง




พ่อว่าให้เราเดินข้ามสะพานไป หูยน้ำแห้งจุงอันนี้ฝั่งซ้ายนะ




ส่วนอันนี้ฝั่งขวาถ้าเราเดินข้ามสะพานคะ




เราเดินข้ามสะพานเหมือนไม่มีคนเลยนะวันนี้ แต่ความจริงคนเยอะพอควรเลยจ๊ะ




เดินเข้าไปเรื่อยๆ ทางซ้ายมือจะมีบ้านหลังนึงเห็นรูปวาดอันนี้อยู่ เป็นร้านขายของที่ระลึกค่า






เดินเข้าไปเรื่อยๆจะเห็นแบบนี้ค่ะ




หมู่บ้านชาวนากลางหุบเขาที่ UNESCO ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกลำดับที่ 6 ของญี่ปุ่นเมื่อปี 1995 ควบคู่กับอีกแห่งคือหมู่บ้านโกคะยะมะ จังหวัดโทยามะ TOYAMA ค่ะ ลักษณะเด่นๆ ที่เพื่อนๆที่มาจะได้เห็นคือ บ้านทุกหลังจะสร้างเหมือนๆ กันค่ะตามแบบสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า กัซโซ ซุคุริ Gassho-Zukuri คือตัวหลังคายกสูงเชื่อมด้วยคานไม้ใหญ่มากเป็นรูปสามเหลี่ยม มีความลาดชันมากๆ ลักษณะหลังคาแบบนี้ถ้าเราสังเกตดูดีๆ จะเหมือนการพนมมือไหว้ค่ะ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นก็คือคำว่า กัซโซ นั่นเองคะ่






เหลียวซ้ายแลขวาเราก็จะเห็นหมู่บ้านมีบ้านแบบ กัซโซ ทุกหลังค่ะ ถือเป็นเสน่ห์อย่างนึงที่น่าหลงใหลค่ะ









ตัวบ้านเค้าทำด้วยไม้หนา แอนแอบแปลกใจถามแม่ว่าเค้าไม่หนาวหรอม๊า แม่ก็ว่าหนาวแต่การสร้างบ้านแบบนี้มันมีความอุ่นนะสังเกตุฟางข้าวสิ หนาหลายชั้นมาก ฟางเหล่านี้จะช่วยป้องกันหิมะทีตกหนักได้เป็นอย่างดี แต่อย่างว่าอยู่ท่ามกลางหุบเขามันก็ต้องหนาวอยู่ดี แต่คนญี่ปุ่นเค้าทนได้




เราไปเที่ยวกันวันที่ 4 เค้ามีธงรูปปลาประดับ เพราะพรุ่งนี้วันที่ 5 เป็นวันเด็กผู้ชายค่ะ







ปัจจุบันบ้านสไตล์กัซโซ่มีเหลือไม่มากเท่าไหร่แล้วค่ะ จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 300 หลังตอนนี้คาดว่าจะเหลือไม่ถึงครึ่งค่ะ




เสาใหญ่ๆ กับฟางหนาๆ พ่อว่าเค้าจะมีระยะเวลาเปลี่ยนคนไม่รู้ก็ดูไม่เป็น แต่พ่อว่าเค้าดูเป็น 555




ดอกทิวลิปสีสวยกับความงามของหมู่บ้านแม้จะนิดหน่อยแต่ก็ช่วยเพิ่มสีใสในวันที่ฟ้าหม่นได้เป็นอย่างดี ไม่รู้เป็นยังไงค่ะ ตลอดทางที่ผ่านมาจากบ้านแอนว่าอากาศดีมากเราคงได้ภาพสวยๆสดใส แต่พอเรามาถึงที่นี่ฟ้ากลับมืดครึ้มขึ้นมาอีกแล้ว





อีกสักรูปนึงแอนชอบดอกทิวลิปนะค่ะแต่ก็ไม่เท่าอาจิไซค่ะ







พี่สิงห์อีกคันแต่คนละสีกันกับเมื่อกี้ ไม่ทราบได้ว่าพลัดหลงกันหรือเปล่าเนี่ย




ชอบมุมนี้ ดูเหมือนไม่มีคนดีค่ะ หลบตั้งนาน










ร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะขายสินค้าแบบนี้ค่ะ เหมือนหัตถกรรมพื้นบ้านเลย







หน้าร้านห้อยเต็มไปหมด




ทุ่งนาป่าเขากับฤดูใบไม้ผลิ อากาศดีมากมาย








ร้านนี้ห้อยพริกค่ะเพียบเลย ราคาไม่รู้นะ แอนได้แต่ถ่ายรูปมาอย่างเดียว^^







เดินเล่นพอสมควรเห็นแม่บ่นว่าเมื่อยและหิว เราจึงพร้อมใจกันเดินออก อีกอย่างฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี แม่ว่าให้เรารีบไปเดี๋ยวเกิดฝนตกขึ้นมาจะยุ่งเดี๋ยวไม่สบายย




เดินกลับออกมาเป้าหมายร้านนั้นทางด้านซ้ายมือสุดที่ท่านแม่หมายปองค่ะ




คนก็เริ่มทยอยกลับ เราไม่ได้ขึ้นไปจุดชมวิวด้านบนเลยมากับแม่กับโต้ซัง ต้องตามใจคนพามาเนอะ ไว้มีโอกาสเราจะมาแก้ตัว ไม่เชื่อคอยดู






ลงจากสะพานแย๊ว สาวเท้าเพราะแรงลม อากาศยังเอาแน่ไม่ได้ เมื่อไหร่ที่มีลมมันหนาวขึ้นเสมอ แถมฝนก็ทำท่าจะลงเม็ด เราต้องรีบสอยเท้าไปเข้าร้านราเมง




นั่งพักสักอึดใจสั่งอาหารมา ชามนี้ของแอนค่ะ แอนไม่ชอบอะไรแห้งๆ ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนพูดมากเสียงแหบอยู่แล้ว ถ้าทานแห้งเข้าไปอีกจะแย่ ฉะนั้นมีราเมงก็ทานราเมงสบายใจเฉิบๆ ไม่รู้ว่าหิวหรืออร่อย ใช้ได้ค่ะ




เซ็ตนี้ของพี่กับหนุ่มน้อย สั่งเหมือนกัน อย่างเยอะค่ะ




ส่วนอันนี้ของท่านแม่ คุณพ่อบ้าน และสาวน้อย ทานเหมือนกันจัดไปคนละเซ็ต






ทานเสร็จเรียบร้อยก็โบกมืออำลา ชิราคาวาโกะ คราวหน้าเราจะมาใหม่เราสวนทางกับรถคันอื่นเข้ามา รถยังคงมีไม่ขาดสายแถมเยอะกว่าเดิม น่าจะเป็นคนที่อยู่ไม่ไกลแถวนี้เท่าไหร่เพราะกว่าเราจะออกมาก็บ่ายแก่แล้วค่ะ




ขากลับเราไม่หลับ เราไม่เหนื่อยเท่าไหร่ ห่วงแต่พ่อที่อายุมากแล้ว แม่กลัวจะหลับในก็ชวนกันคุยกับเราตลอด ขับรถผ่านเลียบชายฝั่ง สวยดี แต่แอนไม่ชอบทะเลเท่าไหร่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ชะโงกดูแล้วก็เล่นเฟสต่อไป 555




มีจุดจอดให้ลงไปดู ถ่ายรูปพ่อก็ถามว่าจะลงไม่ ความเงียบคือคำตอบ ล้อก็ยังคงหมุนต่อไป




เริ่มโพล้เพล้ วิวขากลับสวยดีนะ ภูเขามีหิมะเกาะอยู่อารมณ์ประมาณนี้แอนชอบคร๊า





ได้รูปนี้มาอวดอีกใบที่ชื่นชอบ รูปนี้ส่งไปลงในหนังสือ AnyWhere ฉบับบนู๋นาที่ฉลองครบรอบปีที 11 ด้วยใครมีพลิกไปดุในหนังสือหน้า 186-187 มีฝีมือแอน 4 ภาพค่ะ 555 ขี้อวดเนอะ


กว่าจะถึงบ้าน มืดค่ำแสงอาทิตย์หลับขอบฟ้าไปนานแล้ว แม่บอกพ่อให้แวะพาเราไปทานยากินิกุแถวบ้าน ร้านนี้พ่อชอบเราจึงได้มานั่งแป้นแล้นหน้าเตากันค่ะ




อาหารยังไม่มาก็นั่งเล่น นั่งคุยกันไปก่อน ร้านนี้คนเยอะมาก มีแต่คนญี่ปุ่นหมดเลยค่ะ แถมท้ายด้วยเอเลี่ยน 5 คนที่มานั่งแจมเอาบรรยากาศด้วย มนุษย์ป้าบ้าๆ อย่างแอนเห็นว่างก็คว้าเอาเจ้า Potato ขึ้นมาเล่นทำเอาพ่อหัวเราะขึ้นมาว่าทำเป็นเด็กไปได้ 555




อาหารมาแล้วเก็บของเล่นยัดใส่กระเป๋าตามเดิมเดี๋ยวหายจิร้องไห้ เพราะได้มาครบเซ็ตค่ะ




เนื้อชิ้นใหญ่คำโต อร่อยล้ำ มีน่าคนถึงได้เยอะ เสียดายป้ายหน้าร้านก็ไม่มีโอกาสได้ถ่ายมันมืดมากค่ะ เดือนหน้าไปหาแม่ ถ้าได้ไปร้านนี้ คราวนี้จะรีวิวเลยค่ะ สัญญา





อาหารมีมาไม่ขาดสาย ทานกันอิ่มพุงกาง กลับบ้านทยอยกันอาบน้ำหัวเหม็นกันทั้งครอบครัวเบยค่ะ



ขอบคุณที่ติดตาม ขอบคุณทุกคนแม้จะไม่คอมเม้นท์ค่ะ วันพรุ่งนี้เราก็ยังไม่อยู่บ้านออกลุยอีกเหมือนเคย คอยตามดูแล้วกันค่ะว่าจะไปไหน ได้ยินแว่วๆ จากแม่ว่าจะพาไปดูปากปล่องภูเขาไฟค่ะ อึ๋ย.....


Create Date : 26 เมษายน 2558
Last Update : 26 เมษายน 2558 15:51:59 น. 4 comments
Counter : 826 Pageviews.

 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ann_269 Travel Blog

ที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งในลิตส์ที่อยากไปค่ะ
ไม่เป็นไรคะคุณแอน แม่โมก็แวะ ๆ มาคุณแอนว่างเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นเลยค่ะ สบายใจได้เลยค่า


โดย: mariabamboo วันที่: 26 เมษายน 2558 เวลา:17:53:10 น.  

 
@mariabamboo ขอบคุณแม่โมสำหรับโหวตค่ะ

ชิราคาวาโกะ ต้องบอกว่าสวยค่ะ อยากให้แม่โมได้ไปเที่ยวจริงๆค่ะ บ้านโบราณและความเป็นญี่ปุ่นผสมกับบรรยากาศเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ แอนมีโอกาสได้ไปสัมผัสของปลายฤดูหนาวอีกครั้งในปีนี้ เป็นอีกอารมณ์นึงที่ชื่นชอบติดใจจริงๆ และถ้ามีโอกาสแอนก็อยากไปอีกครั้งในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีน่าจะสวยไม่แพ้กันค่ะ ให้กำลังใจแม่โม ไว้รอให้น้องโมเสสโตขึ้นกว่านี้อีกนิดรู้เรื่องไปเที่ยวก็ไม่สายเกินไปค่ะ


โดย: ann_269 วันที่: 27 เมษายน 2558 เวลา:23:31:55 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 28 เมษายน 2558 เวลา:1:12:00 น.  

 
โหวตให้ค่าพี่แอน

นี่ถ้าไม่เห็นขึ้นโหวตหน้าแรก หนูก็ไม่ได้อ่านนะเนี่ย

งงเล็กน้อย ทำไมพี่แอนต้องขอวีซ่าญี่ปุ่นอะคะ?

หนูชอบชิราคาวาโกะ ไปตอนฤดูใบไม้ร่วง สวยมากค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 29 เมษายน 2558 เวลา:12:46:09 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.