Group Blog
 
All blogs
 
เจแปนไม่รู้เบื่อ ตอนที่ 2 มื้อเช้ากับอาหารท้องถิ่นของTAKAYAMAพร้อมกับฝ่าหิมะเที่ยวชิราคาวาโกะแบบฟินๆ

สวัสดีกับค่ำคืนวันจันทร์ค่ะ หลายวันนี้หายหัวไปค่ะมัวแต่ยุ่งกับภาระกิจในบ้าน พวกทำงานบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ถูบ้านนั่นเองค่ะ มีเวลาว่างแต่ละวัน วันละนิดหน่อยก็ไปสาละวนกับการหารูปภาพว่าจะเอารูปไหนมาลงดี นั่งเลือกอยู่เป็นสัปดาห์ในที่สุดก็เลือกได้แล้วค่ะ 555 ทำอย่างกับถ่ายรูปสวย ความจริงไม่ใช่ค่ะ พยายามคัดเลือกรูปที่มีเพื่อนติดอยู่น้อยที่สุด เกรงว่าเพื่อนท่านอื่นๆ เค้าจะไม่ชอบใจที่เอารูปเค้ามาลง แต่จนแล้วจนรอดก็หายได้รอดไม่ มันก็ยังมีติดพ่วงมาอยู่บ้างล่ะค่ะ เอาเป็นว่าก็ทนๆ ดูหน่อยนะค่ะ

เช้าวันที่ 2 ของทาคายาม่าวันนี้เราตื่นนอนกันเช้าพอประมาณค่ะ ตื่นแล้วก็ทยอยกันอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็ไปจัดแจงกองกันอยู่ห้องพี่ใหญ่ เพื่อรวมตัวกัน รวมตัวกันได้เรียบร้อยก็เตรียมออกเดินทาง ในเช้าวันนี้เราไม่มีอาหารที่เรียวกังทานค่ะ เราเลือกที่จะไปทานข้างนอกด้วย เห็นว่าเรามาถึงเมืองทาคายาม่ากันแล้ว เสน่ห์อีกอย่างนึงที่เราจะพลาดไม่ได้คือต้องไปเดินเล่นที่ตลาดเช้ากันค่ะ

สถานที่ที่คนส่วนใหญ่จะไปในตอนเช้ามี 2 แห่งค่ะ
แห่งแรกเลยคือ
1.Miyagawa Morning Market อยู่แถวสะพานแดง Nakabashi Bridge เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำมิยากาวะ แม่น้ำไหลจากยอดเขาผ่าเมืองทาคายาม่า แถวนี้จะเรียงรายไปด้วยร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก และตุ๊กตาของฝาก ซารุโบะโบะ
2.ตลาดเช้า Jinya mae อยู่ใกล้ๆ กับสะพานนากาบาชิ เปิด 6-7.00 น. ตลาดจะวายประมาณ 12.00 น.





เมื่อตัวพร้อมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็ทยอยกันลงมาด้านล่าง เราคิดว่าเช้าวันนี้หิมะคงจะหยุดตก แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด หิมะยังคงตกอยู่และที่สำคัญมันหนามากขึ้นกว่าเมื่อวานอีกค่ะ


เช้าวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เงี๊ยบ เงียบคนออกจากบ้านน้อยมาก มีแต่เราที่เป็นคนต่างถิ่นออกมากระดี๊กระด้าตามแพลนที่เตรียมมาจากเมืองไทย




เดินผ่านไปหลายๆ บ้านก็จะเจอคุณลุงออกมาโกยหิมะกัน หนุ่มๆ สาวๆ เดี๋ยวนี้เค้าเข้าเมืองไปทำงานกันหมด ตามต่างจังหวัดก็จะเหลือแต่คนแก่ๆ อยู่เฝ้าบ้านค่ะ



น้องสาวกับพี่สาวเดินรั้งท้าย แอนอยู่ตรงกลางเก็บภาพไปเรื่อยๆ




เรากำลังเดินลัดเลาะไปยังด้านหน้า ศาลาประชาคม พี่สาวคนรองกล่าวแบบนั้น ขำกันใหญ่ มันคือ ตลาดเช้า Jinya mae ค่ะ









ถึงแล้วนี่คือตลาด ทำไมมันเงียบงี้หล่ะ เราลงความเห็นว่าหิมะตกหนัก แม่ค้าระดับลุงป้ามาไม่ไหวกระมัง หรือไม่เราก็มาช้าเกินไป ป้ากับลุงเข้ากลับหมดแล้ว เลยตลาดวายว่างั้น







มีร้านอยู่ 2-3 ร้านหล่อมแหล่มจริ๊งๆ น้องสาวร่วมก๊วน ซื้อผลไม้ได้นิดโหน่ย ส่วนแอนถามไถ่คนอยู่ละแวกนั้น เราอยากทานข้าวเช้า มีร้านไหนแนะนำบ้างก็ได้คำตอบว่าเป็นร้านนี้ค่ะ




สาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มคนนึงชวนแอนให้เดินตามเธอไป พาเข้าร้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของศาลาประชาคมค่ะ ก่อนจะได้เข้าไป สาวสวยไปเอ่ยถามป้าเจ้าของร้านด้วยว่าร้านพร้อมหรือยัง ป้าว่าเข้ามานั่งรอได้อีกแป๊บนึงจะเสร็จแล้ว แอนเลยได้ทีขอป้าไปเรียกเพื่อนๆมาก่อนค่ะ



สาวๆ ทั้งหลายดีใจกันยกใหญ่ กลัวว่าเช้านี้เราจะไม่ได้ทานข้าวกันเพราะร้านส่วนใหญ่ยังไม่เปิดเช้าแถมหิมะยังตกไม่ขาดสาย มื้อนี้ได้มีโอกาสเข้ามาทานร้านอาหารแบบโบราณแบบนี้เหมือนโรงเตี้ยมเลย ความฟินเลยบังเกิดค่ะ



เข้ามาก็เลือกแบ่งแยกดินแดงกันก่อน ใครใคร่เนื้อให้ไปอีกโต๊ะ ส่วนใครใคร่หมูก็มาอยู่โต๊ะแอนค่ะ




เมนูดูเก่าๆ คาดว่าฝีมือเก๋าๆ แน่นอนไม่งั้นจะอยู่ได้มาจนป่านนี้ ก้มลงเลือกอาหารกันใหญ่ กลิ่นหอมๆ ของอาหารก็ลอยมาแตะจมูกพวกเราทั้ง 8 โอ๊ยยยหิว น้ำลายไหลคะว่าแล้วก็รีบสั่งกันใหญ่



พวกเราเลือกนั่งเก้าอี้กันค่ะ ไม่อยากถอดรองเท้า




บรรยากาศในร้าน ของเยอะมากค่ะ




ตู้กดน้ำพวกเราบริการตัวเองกัน สงสารป้าเจ้าของร้านอายุไม่น้อยแล้วค่ะ




อาหารเรามาแล้ว หอมฉุยๆ จานนี้อร่อยและร้อน ทานแก้หนาวขอบอกมันเริ่ดมาก รสชาดออกเปรี้ยวนิดหน่อยค่ะ




อันนี้ของโต๊ะเรา สั่งมาแบ่งกันซด ร้อนๆ คล่องคอกันดีค่ะ อร่อยกลมกล่อม




อันนี้เครื่องเคียง




ผักดองคาดว่าจะดองเองค่ะ




มาละเมนูเด็ด ปลาหมึกย่างบนใบโฮบะ หอมมากก




คนทานเนื้อเค้าไม่เลือกปลาหมึก เค้าเลือกเนื้อฮิดะนะคะเนื้อฮิดะราคาแพงกว่านะคะ




แอบวิ่งมาดูอีกโต๊ะที่เค้าทานเนื้อกันหน้าตาเป็นไง




1 คน 1 เซ็ตตามรูปนี้ เยอะพอดู ใครทานเก่งทานหมดอิ่มพอดีคะ




ทานเสร็จเรียบร้อยคิดค่าเสียหายค่ะ สำหรับ 4 คนโต๊ะแอน



ทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้วยังพอมีเวลา เราออกจากร้านแล้วเดินเลี้ยวขวาไป ใกล้นิดเดียวเราจะเห็นสะพานนากะบาชิ




ไหนๆ แล้วกลัวไม่รู้ว่ามาถึงกัน เก็บภาพเป็นที่ระทึกสักหน่อยค่ะ






หิมะขาวโพลน อย่างหนาเลยค่ะ เดินกันทีเสียง "ซวบ" ดีนะที่รองเท้ามีดอกยางไม่งั้นมีลื่นหัวคะมำค่ะ








หน้าตาเบิกบานค่ะ






เดินมาบนสะพานกันบ้าง




ชะโงกดูแม่น้ำ ลมก็พัดแรง หิมะก็ตกอยู่นั่น จะว่าไปสวยค่ะ





พี่ๆ น้องๆ ในกลุ่มบอกเป็นเสียงเดียวกัน มาเที่ยวรอบนี้คุ้มนะ สวยด้วย ได้สัมผัสหิมะด้วยทั้งที่ไม่คิดว่าจะเจอค่ะ



ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอเราก็เดินกลับมุ่งหน้าไปยังเอกิค่ะ เดี๋ยวเราจะไปเข้าคิวขึ้นรถกัน เราได้จองตั๋วกันเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้




อันนี้เป็นตั๋วที่เราซื้อไปกลับค่ะ ราคา 4,420 เยน/คน



ตารางเดินรถ อันใหม่เริ่มใช่เดินเมษาค่ะ จากการอ่านป้ายโฆษณา รอบนี้เรามาช้าไปหน่อย เพราะมี LIGHT UP จนถึงก่อนวันที่เรามาแค่ 2 วันเอง เสียดายยิ่งนัก ไว้มีโอกาสเราทุกคนตกลงกันว่าจะไปนอนชิราคาวาโกะเลย เอาให้ได้บรรยากาศแต้ๆ สักหน่อย




รอรถบัสนานพอสมควร เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยรถบัสมาช้า หิมะเป็นอุปสรรคค่ะ การเดินรถจึงลำบาก ในรถที่นั่ง นั่งสบายค่ะ นั่งไปประมาณสัก 1 ชั่วโมงก็ถึงชิราคาวาโกะ




ถึงชิราคาวาโกะแล้วรถจอดเรียบร้อย คนลงจากรถกันแล้ว ก็เดินข้ามถนนมาตามทางเดิน ที่นี่หิมะหนากว่าทาคายาม่าอีก และหนาวกว่าด้วย




วิวสวยถูกใจ อีกหนึ่งบรรยากาศที่พวกเราได้สัมผัส




ถ่ายกับพี่สาวเราบ้าง




นึกว่าคนน้อยที่ไหนได้ ดูๆ บนสะพานไม่น้อยนะค่ะนั่น




ถ่ายย้อนกลับไปยังที่รถจอด




เตรียมตัวข้ามสะพานบ้าง




น้ำเยอะ หิมะก็เยอะ สะพานก็ขย่ม อึ๋ยยย





ถ่ายรูปกันเป็นระยะ




หิมะอย่างหนาและสวย







สนุกสนานกันใหญ่













มองไปทานไหนก็มีแต่หิมะขาวโพลน





ร้านโอมิยาเกะ







ร้านค้าตรงหัวมุม




บ้านนี้เค้าละลายหิมะอยู่ จังหวะดีหิมะกำลังหล่นลงมาโชคดีเก็บภาพไว้ทันด้วยค่ะ




เดินเล่นช้อปปิ้งไม่ไหว นาน เราคาดว่าน่าจะเดินเล่นในนี้ประมาณ 2 ช่วงก็กลับมาขึ้นรถบัสกลับทาคายาม่ากันค่ะ เกือบลืมไป ตอนเราลงจากรถ จะมีI Information เราสามารถบัุ๊คส์ตัวสำรองที่นั่งกลับได้เลย เราแค่มาให้ทันเวลารถออก็พอค่ะ




เข้าห้องน้ำเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ว่ารถกำลัง เราเลยออกมายืนเข้าคิวรอขึ้นรถค่ะ




นั่งรถกลับมาที่ทาคายาม่ากันแล้ว ยังไม่กลับที่พัก เราต้องจองตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางไปเกียวโตกันค่ะ จองเสร็จแล้วก็กลับที่พักกันพักผ่อนและเก็บสัมภาระกันนิดนึงเพราะเราแวะไปที่ไหนก็มีแต่ซื้อค่ะ เอาหลักๆเลยก็ขนมค่ะ ส่วนของที่ระลึกก็มีบ้างค่ะ





พักผ่อนกันพอหายเหนื่อย ประชุมรวมตัวกันออกมาเดินเล่นหาอะไรทานข้าวเย็นกัน แวะซื้อถุงอุ่นกันซักหน่อยที่ซื้อไว้มันหมดประสิทธิภาพแล้ว



เดินเล่นกันไปแวะซื้อหินนำโชคกัน แต่ไม่ได้ถ่ายหน้าร้านมา เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็มาถึงหน้าร้านราเมงที่วันแรกเรามา เราไม่ต้องข้ามสะพานไป แต่เราเดีนเลี้ยวซ้ายตรงไปเรื่อยๆ มองดูร้านที่จะเป็นข้าวเย็นเราในวันนี้ จะเห็นซอยนี้อยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ




หน้าตาร้านก็แบบนี้ตั้งอยู่ริมถนน




เข้าไปหาที่นั่งกันเลย





ร้านนี้อาหารดูดีมาก ราคาก็ไม่แพงมากค่ะปักหลักแล้วจะทานร้านนี้กัน




แต่ละอย่างเป็นเซ็ตๆ เราเน้นสั่งคนละเซ็ตที่ไม่เหมือนกันแล้วมาแบ่งกันชิมค่ะ











ดูในรูปแล้วว่าน้อย แต่ความจริงเยอะนะค่ะ ทานคนนีงอิ่มแปร้ไปเลย





ร้านนี้มีไวไฟด้วย




น้องสาวคนสวยกำลังจะทำข้าวผัดให้ทานกันค่ะ ครึกครื้นจริงๆ




ราเมงก็สั่งค่ะ น่าทานมากกกดูๆ ไข่แบบนี้อร่อยมว๊ากก




อันนี้เซ็ตเนื้อค่ะ


ทานอาหารเสร็จเรียบร้อย เดินเล่นย่อยแป๊บนึงก็แวะ7/11 ซื้อไอติมทานกันนิดหน่อยก็กลับที่พักไปอาบน้ำมานั่งเล่นรอบกองไฟ เป็นอีกหนึ่งวันดีๆ ที่สนุกสนานค่ะ


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะค่ะ ติดตามกันต่อในบล็อคหน้าวันนี้ฝันดีคะ





Create Date : 22 กันยายน 2558
Last Update : 22 กันยายน 2558 1:29:43 น. 0 comments
Counter : 967 Pageviews.

Valentine's Month


 
ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.