Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปนตอนที่ 22 เที่ยว 1 วันกับเมืองมรดกโลกnikko อากาศดี๊ดี วิวสวยๆ ตบท้ายกับเกี๊ยวซ่าแสนอร่อย

สวัสดีค่าเพื่อนชาวบล็อค มาแล้วหายหัวไปนานหลายเดือน ติดภาระกิจเหมือนเคยค่ะ ชีวิตวุ่นวายแต่มีความสุขดี เพื่อนๆ เป็นไงกันบ้างค่ะสบายดีกันหรือเปล่า
วันนี้มาอัพเดทบล็อคกันหน่อย เดี๋ยวเพื่อนๆ จะลืมหน้าค่ะ

ก่อนอื่นวันนี้มีเหตุการณ์สะเทือนขวัญได้ข่าวว่ามีระเบิด 3 จุดที่ย่านราชประสงค์ ขอภาวนาให้ผู้เจ็บหายโดยไวๆด้วยนะค่ะ ส่วนตำรวจก็สามารถจับมือระเบิดได้สถานการณ์คลี่คลายไปโดยเร็ว และสุดท้ายขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียด้วยค่ะ

จากคราวก่อนที่ออกจากบ้านแม่แล้วย้ายมาพักที่อุเอโนะ กว่าเราจะมาถึงก็เย็นแล้ว วันนี้เราจึงเดินเล่นในละแวกนี้กันค่ะ เหตุผลที่แอนเลือกพักย่านนี้เพราะมีข้อดีหลายประการค่ะ อย่างแรกเลย คือถือเป็นที่ยอดฮิต สามารถซื้อหาทุกสิ่งอย่างได้ตามที่ต้องการ เดินไปตลาด Ameyoko ก็สะดวกไม่ไกลมาก สามารถช้อปปิ้งได้ทั้งของกินอาหาร เสื้อผ้า ของเล่น รองเท้า ฯลฯ เพียบค่ะ จากที่นี่ก็สามารถเดินไปเที่ยววัดอาซะกุซะได้ด้วย ไม่ไกลเท่าไหร่ค่ะ เดินได้ถ้าอากาศเย็นๆ ก็เดินเพลินๆ สบายเลย รูปภาพและรีวิวเกี่ยวกับย่านนี้คงไม่ต้องสาทยายกันให้มากเนอะ คาดว่าหลายๆ คนคงได้รีวิวไว้เยอะแล้วเพื่อนๆ สามารถไปตามอ่านได้จากรีวิวเพื่อนๆท่านอื่นได้เลยนะค่ะ ถ้าแอนรีวิวคาดว่าจะยาวเป็นหางว่าวเอาเป็นว่า ย่อๆบ้างก็ได้โนะ หลักๆ คือก็เดินเล่นแถวอุเอโนะ แล้วก็เดินเลียบไปยังตลาดอเมโยโกะ ไปตึกม่วง ถ้ามีเวลาก็ นั่งรถไฟไปชมวิถึชีวิตชาวญี่ปุ่นกันต่อที่ SHIBUYA ได้ค่ะ

เช้าวันที่ 7 พค. ตามแพลนที่แอนทำมาจากบ้านคือเราจะพาคุณพ่อบ้านไปเที่ยวnikko ค่ะ คราวก่อนไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วติดใจในบรรยากาศ คราวนี้ก็เลยจะพาคุณพ่อบ้านไปเที่ยวค่ะ




วิธีเดินทางไป nikko

วิธีที่ 1 (เหมาะสำหรับผู้มี JR Pass) นั่ง Shinkansen Yamabiko จากสถานี JR Ueno ไปลงสถานี JR Utsunomiya แล้วต่อรถไฟสาย Nikko Line ไปลงยังสถานี JR Nikko สามารถใช้ JR Pass ได้หมด ถ้าไม่มี JR Pass เสียค่ารถไฟ 4,720 เยน (ไม่จองที่นั่ง)

วิธีที่ 2 นั่งรถไฟสาย Utsunomiya line จากสถานี JR Ueno ไปลงสถานี JR Utsunomiya แล้วต่อรถไฟสาย Nikko Line ไปลงยังสถานี JR Nikko เสียค่ารถไฟ 2,520 เยน สามารถใช้ JR Pass ได้หมดเหมือนกัน

วิธีที่ 3 (เหมาะสำหรับผู้ไม่มี JR Pass) นั่งรถไฟสาย Tokyo Metro Hibiya Line จากสถานี Subway Ueno ไปลงสถานี Subway Kita-Senju แล้วต่อรถไฟสาย Tobu Skytree Line ไปลงยังสถานี Tobu-Nikko เสียค่ารถไฟ 1,480 เยน

เราเริ่มออกเดินทางจากโรงแรมโดยจับรถไฟไปรอบ 8.22 น.เป็นขบวน NASUNO ไปลงที่ UTSUNOMIYA เวลา 9.15 น. แอนใช้ JR PASS ค่ะ





ในรูปถึงสถานีที่ UTSUNOMIYA แล้วค่ะ








ส่วนรูปนี้จับรถไฟไป nikko ต่อค่ะโดยต่อ JR.NIKKO LINE ใช้เวลา 42 นาที ไปถึงที่ NIKKO เวลา 10.42 น.







ถึงแล้วนิกโก้ออกจากสถานี JR nikko จะเจอตึกนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีค่ะ




ทุ่งนาสีเขียวขจีตัดกันสีฟ้าของท้องฟ้าสวยสดใสค่ะเป็นภาพของระหว่างทางค่ะ ส่วนด้านล่างรูปดอกไม้สีสวยถูกใจจากฝั่งตรงข้ามสถานีนิกโก้ที่แอนเก็บภาพมาแบ่งให้เพื่อนๆ ได้เชยชม อากาศดีมั่กๆ




สถานีรถไฟ JR Nikko เป็นสถานีเก่าแก่ แบบอาคารไม้ รถไฟสาย Nikko Line ก็เป็นเส้นทางรถไฟเก่าแก่เหมือนกัน เปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 ในรูปนางแบบเป็นเด็กน้อยกำลังจะแปลงร่างด้วยค่ะ 555


การเดินทางใน Nikko

มีรถเมล์สาย World Heritage bus (รถสีแดง) วิ่งวนในเส้นทางมรดกโลก แต่ถ้าต้องการจะออกไปไกลที่ทะเลสาบซูเซ็นจิ, น้ำตกเคง่อนต้องนั่งรถ Tobu bus รถเมล์สาย World Heritage bus จะจอดที่ป้ายรถเมล์หน้าสถานี JR Nikko และสถานี Tobu-Nikko ไม่ว่าจะเดินทางมาด้วยรถไฟสายไหนก็ขึ้นรถเมล์ World Heritage bus ได้สะดวก

เนื่องจากว่าค่าโดยสารของ World Heritage bus เริ่มต้นที่ประมาณ 250 เยน ส่วนบัตรโดยสารแบบ One day pass ราคา 500 เยน ในกรณีนี้บัตร One day pass คุ้มกว่าแน่นอนดังนั้นเราจะต้องไปซื้อ One day pass ก่อนขึ้นรถ ที่ขายตั๋ว One day pass ของรถเมล์ World Heritage bus จะอยู่ที่สถานีรถไฟ Tobu Nikko เป็นสถานีที่อยู่ใกล้ๆ กับสถานี JR Nikko เดินไปประมาณ 3 นาทีได้ ถ้าออกจากสถานี JR Nikko ให้เดินไปทางขวาตรงไปเรื่อยๆ




เราจะต้องเดินตรงขึ้นไปผ่านสถานีตำรวจไปนะค่ะเราจะไปสถานีรถไฟ Tobu Nikko กันค่ะ




ส่วนรูปนี้เป็นรถบัสค่ะ ถ้าใครจะไปเอโดะวันเดอร์แลนด์ ให้เดินออกจากสถานีนี้แล้วเดินไปทางซ้ายมือ จะมีจุดจอดรถบัสอยู่ค่ะ ตอนแอนมาถึง รถบัสแล่นมาจอดพอดีพร้อมที่จะรับไปได้เลยจากที่นี้จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็จะถึงเอโดะวันเดอร์แลนด์ค่ะ ส่วนแอนและครอบครัวไม่ไปเราจะไปดูมรดกโลกกันก็เดินค่ะผ่านสถานีตำรวจไปโลดๆ เลยค่ะ




ถึงแล้วค่ะ สถานีรถไฟ Tobu Nikko ภายในนี้จะมี Nikko Tourist information และที่ขายตั๋วรถใน Nikko แบบต่างๆค่ะ เลือกดูเลือกซื้อที่นี่เลย ไม่รู้อะไรถามได้โลดๆ ค่ะอย่าไปกลัว




ถามเรียบร้อยได้ตั๋วกิ๊บเก๋สำหรับขึ้นรถบัสมาแล้วค่ะ ท้องเริ่มหิว แวะส่องหาอะไรทานกันก่อนดีกว่าค่ะ ไม่งั้นเดียวมีเป็นลมระหว่างทาง

World Heritage bus แบบ One day pass ราคา 500 เยน เป็นบัตรกระดาษสีทอง เมื่อมีการใช้ครั้งแรกจะมีการพิมพ์วันที่ติดที่หน้าบัตร

ป้ายรถเมล์ที่จะไปพื้นที่ Nikko World Heritage จะเป็นป้าย 2C อยู่ฝั่งเดียวกับสถานี Tobu Nikko

เส้นทางรถเมล์สาย World Heritage bus จะมีบอกรายละเอียดต่างๆ ว่าป้ายไหนเป็นอะไรนะค่ะ


- ป้ายหมายเลข 1 : JR Nikko Station (สถานีรถไฟ JR Nikko)

- ป้ายหมายเลข 2 : Tobu Nikko Station (สถานีรถไฟ Tobu Nikko)

- ป้ายหมายเลข 81 : Hotel Seikoen mae

- ป้ายหมายเลข 82 : Shodo shonin zo mae

- ป้ายหมายเลข 83 : Omotesando (ศาลเจ้าโทโชกุ, วัดรินโนจิ, สวนโซโยเอ็น)

- ป้ายหมายเลข 84 : Nishi-Sando

- ป้ายหมายเลข 85 : Taiyuin futarasan jinja mae (วัดไทยูอิน, ศาลเจ้าฟุตาระซัง)

- ป้ายหมายเลข 7 : Shinkyo (สะพานแดงชินเคียว)



จัดการตั๋วเรียบร้อยแล้ว เหลือบมาฝั่งตรงข้ามสถานี ด้านหน้าจุดจอดรถบัสมีร้านซาลาเปาทอดชื่อดัง แวะด่วนๆ จัดมา 1 กล่อง เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วจะชิมค่ะ





หลังจากซื้อซาลาเปาเรียบร้อยแล้ว เราต้องหาของหนักรองท้องก่อนค่ะ เห็นป้ายบอกชั้นสองด้านบนเป็นร้านขายราเมง ตกลงกันแป๊บนึงก็สาวเท้าก้าวขึ้นไปข้างบน จัดกันคนละชามค่ะ มาถึงนิกโก้อากาศยังเย็นอยู่ค่ะ ต้นเดือนพฤษภาคมอากาศยังดีอยู่เหมาะกับการเดินทางจริงๆ ไม่หนาวมาก แต่เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูเริ่มร้อนแล้วหล่ะ เพียงแต่ไม่มากเท่านั้นเอง



ทานข้าวเรียบร้อยแล้วเราก็มานั่งรอรถบัสขึ้นไปชมด้านบนกัน นั่งรถบัสสาย C2




รอแป๊บนึงรถก็มาค่ะ นั่งรถแป๊บเดียวประมาณ 10 นาทีค่ะไม่นานก็ถึงจุดที่เราต้องลงค่ะ ป้ายแรกที่เค้าจอดจะเป็นป้ายสะพาน Shinkyo แต่เราไม่ลงเราจะไปลงป้าย 83 ป้ายหน้าๆกันค่ะ วิธีสังเกตก็ไม่ยากคนก็ลงเยอะค่ะ ถ้ากลัวผิดก็ถามเค้าเอาเพื่อความชัวร์ค่ะ ถึงแล้วก็ข้ามถนนแล้วเดินไปทางซ้ายค่ะ จะมีป้อมให้ซื้อตั๋วเราสามารถซื้อได้ที่ Tourist Center หรือป้อมหน้าวัดก็ได้นะคะ มีให้เลือก 2 แบบค่ะ

แบบแรก จะเน้นไปชม TOSHOGU SHRINE ราคา 1300 เยนค่ะ อันนี้ใช้สำรหับชมศาลเจ้า TOSHOGU SHRINE ของตระกูลโตกุงาว่าโดยเฉพาะ เอาง่ายๆใครที่อยากไปดูภาพลิงภาพแมวก็ให้เลือกอันนี้คะ


แบบที่ 2 เป็นการรวมมิตรมรดกโลก ราคา 1000 เยน สำรหบการชมวัดและศาลเจ้า RINNOJI , TAIYUINBYO , FUTARASAN SHRINE และบางส่วนของศาลเจ้าTOSHOGU SHRINE แต่ถ้าต้องการดูภาพแกะสลักและสุสานของท่านโชกุนก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก 520 เยนที่ด้านหน้าทางเข้าค่ะ





ซื้อตั๋วเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปด้านในค่ะ ยังคงมีซากุระหลงเหลืออยู่อีกด้วย สดชื่นจริงๆค่ะ



ส่วนรูปนี้อะไรหล่ะสิ ไม่ทราบถ่ายไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยมาหาข้อมูลทีหลัง 555 เป็นงี้ทุกทีค่ะ ป่านนี้ยังไม่รู้ว่าคืออะไรเลยค่ะ





ป้ายหน้าประตูทางเข้าค่ะ ถ่ายสักหน่อยมาถึงแล้วนะนิกโก้ ฮี่ๆๆ ว่าแล้วเดินเข้าไปด้านในกันค่ะ




อาคารไม้ในรูปด้านล่างมีรูปลิงแกะสลัก 3 ตัวอยู่ในท่า ปิดหู ปิดปาก ปิดตา (see no evil, hear no evil, speak no evil) หมายถึงการไม่ดู ไม่ฟัง ไม่พูดในสิ่งไม่ดี ลิงแกะสลัก 3 ตัวนี้แกะสลักโดย Hidari Jingoro




ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) เป็นสถานที่ไม่ควรพลาดเมื่อมา Nikko ศาลเจ้านี้สร้างขึ้นตามหลักศาสนาชินโตและศาสนาพุทธ อาคารแต่ละหลังจะสร้างมาจากไม้ลงลายสีทอง แกะสลักอย่างสวยงามตามแบบญี่ปุ่น บรรยากาศรอบๆ ศาลเจ้าเป็นป่าสนอากาศเย็นสบาย

ที่ทางเข้าของศาลเจ้าโทโชกุจะเป็นซุ้มประตูโยเมมง (Yomeimon) เป็นซุ้มประตูที่สวยงาม มีขนาดใหญ่















เจดีย์สีแดง 5 ชั้น มีลวดลายสวยงาม เป็นเจดีย์เก่าแก่สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1650



ในรูปด้านล่างเป็นอาคารหลักของศาลเจ้าโทโชกุ ประกอบไปด้วยสถานที่สวด และ อาคารหลัก ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับโชกุนอิเอะนาสุ การเข้าชมด้านในต้องใช้ประตูข้าง และต้องฝากรองเท้าไว้ที่ทางเข้า














โฟกัสด้านบนหน่อย สวยจังค่ะ




เด่นเป็นสง่าเลยค่ะ




ต้นไม้ใหญ่มากหลายคนโอบ ร่มรื่นมาก




ประตูสวยแบบขลังๆ งดงามปราณีต




เข้าไปด้านในกันค่ะ วัดไทยูอิน (Taiyuin Temple) วัดนี้มีความสำคัญที่เป็นสุสานของอิเอะมิซึ โชกุนคนที่สามของตระกูลโทคุกาวา ซึ่งเป็นหลานชายของอิเอะยาสุ ภายในวัดไทยูอินมีการตกแต่งคล้ายกับศาลเจ้าโทโชกุ มีการประกับและแกะสลัก ลงลวดลายด้วยสีทอง ดำ แดง น้ำเงิน ลักษณะสถาปัตยกรรมของวัดไทยูอินจะผสมผสานความเชื่อทางศาสนาชินโต และ ศาสนาพุทธ



ยักษ์สองตนหน้าประตูทางเข้าค่ะ




ด้านนอกบนทางเดินไปวัดด้านหลังค่ะ




ชอบมากสวนโคมไฟหิน อากาศอันแสนร่มรื่น







แวะตักน้ำชำระล้าง จิตใจกันสักหน่อย วันนี้ที่ไปคนน้อยค่ะ







แผนผังด้านในบริเวณวัด ใครเดินมึนๆ เหมือนแอนก็หยุดดูได้ค่ะ ปรากฎว่ายิ่งดูก็ยิ่งมึนค่ะ 555




เดินมาจนจะหมดแล้วตอนนี้อยู่ที่วัด TAiyuin เรากำลังจะเดินกลับไปจุดจอดรถค่ะ




ระหว่างทางนั่งรถบัสผ่านสะพานชินเคียว มือไวคว้ากล้องจับภาพมาได้พอดี เห็นป้ายห้ามเข้าด้วยนิดนุงโนะ สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) มีความหมายว่าสะพานศักดิ์สิทธิ์ สะพานแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเมืองมรดกโลกนิกโก้ จากสะพานนี้สามารถเดินไปยังวัดรินโนจิ, ศาลเจ้าโทโชกุ, ศาลเจ้าฟุตะระซัง และวัดไทยุอิน รูปแบบของสะพานชินเคียวเป็นสะพานไม้โค้งแบบโบราณ ทาด้วยสีแดงด้านหลังสะพานเป็นวิวภูเขาอีกฝั่งของสะพานติดถนน ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในเดือนตุลาคมจะเห็นต้นไม้สีแดง เหลือง เขียวสลับกับเป็นฉากหลังของสะพานชินเคียว นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปที่สะพานนี้ แต่วันที่มานั่งรถเลยล่ะ แถมสะพานปิดไม่ให้เดิน งั้นก็ไม่ต้องเดินไปกันละโนะ กลับๆ เลย เดี๋ยวไปแวะกินเกี๊ยวซ่ากัน อิอิ

ขากลับ เรานั่งรถไฟกลับโดย JR nikko Line รอบ 16.43 น. ค่ะ เราจะไปไวหน่อยเพราะจะไปแวะเดินเล่นพร้อมกับกินเกี๊ยวซ่ากันค่ะ ตามมาๆ




ถึง UTSUNOMIYA กันแล้ว ได้ยินว่าเค้าดังเรื่องเกี๊ยวซ่าค่ะคุณแม่บอกมาว่าให้ทานนะ อย่างแอนแล้วจะพลาดได้ไง ยิ่งชอบเกี๊ยวซ่าอยู่ขอบอกต้องลอง แต่จะเอาร้านไหนสิ ยืนหมุนไปหมุนมาตั้งนาน ครั้นจะใช้วิธีดูปริมาณคนก็เห็นทีจะไม่ได้ผลค่ะ คนก็มีทุกร้านด้วยสิ แต่ละร้านก็คงมีดีต่างกัน




สุดท้ายลงมติโหวตกันเอาร้านนี้ค่ะ โฉมหน้าเป็นแบบนี้




ในร้านค่ะ รูปที่ถ่ายเลือกตรงมุมที่ไม่มีคนนะค่ะ ไม่ใช่ร้านนี้ไม่มีคนน๊า






เลือกที่นั่งตรงนี้ มืดไปโหน่ยแต่ไม่เป็นไรค่ะ ชอบโรแมนติคค่า 555




เมนูร้านนี้ค่ะ




เลือกเลยตามสบาย จัดมากจัดน้อย




สั่งไปแล้วที่เหลือก็คือรอ และซนถ่ายรูปไปเรื่อยๆ




ตกเย็นอากาศเริ่มเย็นเข้าไปอีกนี่คือข้ออ้าง คุณพ่อบ้านอยากทานเบียร์นั่นเอง 555




มาแล้วค่ะ จานแรก หอมๆ ร้อนๆ ควันฉุยๆ




ตามต่อด้วยจานที่ 2 อย่างว่องค่ะ ไม่รู้หิวหรืออร่อยกันแน่ เอาเป็นว่า ใช้ได้ค่ะ 555

ทานเสร็จเรียบร้อยต่อรถไฟนั่งกลับอุเอโนะรอบ 19.26 น. ถึงโรงแรมก็ สองทุ่มกว่าๆ เข้าโรงแรมนอนหลับสบาย อิ่มท้อง ฝันดีเลยค่ะ


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ


สุดท้ายสรุปแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในนิกโก้มาฝากค่ะ

1. สะพานชินเคียว Shinkyo Sacred Bridge ไม่ว่าจะเดินหรือนั่งรถเมล์ไปยังไงก็ต้องผ่านสะพานชินเคียว สะพานสีแดงทอดข้ามแม่น้ำ ไดยะ Daiya River ในอดีตใช้เป็นเส้นทางสำหรับโชกุนในการเดินทางขึ้นไปยังศาลเจ้าโทโชกุToshoku

2. วัดรินโนจิ Rinnoji Temple จากสะพานชินเคียวมีทางเดินสลับกับขั้นบันได เดินพอให้ได้เหนื่อยก็จะถึงวัดรินโนจิ หน้าทางเข้าจะมีซุ้มขายตั๋วสำหรับเข้าชมสถานที่ต่างๆในบริเวณนี้ซึ่งมีทั้งวัดรินโนจิ และศาลเจ้าโทโชกุ (มีรูปลิงแกะสลัก 3 ตัว )ศาลเจข้าฟูตาระซัง สวนญี่ปุ่นและสถานที่อื่นๆ อีก 2-3 แห่ง หากจะเข้าชมทั้งหมดแนะนำให้ซื้อตั๋วเหมาจ่ายราคา 1300 เยน จะประหยัดกว่าแยกซื้อ ที่วัดรินโนจิ เป็นวัดพุทธนิกายเท็นได มีศาลาหลังใหญ่ชื่อ SANBUTSU-DO เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไม้แกะสลักหุ้มทอง 3 องค์ แต่ละองค์สูง 8 เมตร ถัดไปเป็นศาลา DAI GOMA-DO มีพระพุทธรูปอยู่อีกราว 30 องค์ พอออกจากวัดไปก็จะเห็นเจดีย์ 5 ชั้นสูง 14.3 เมตรตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่สนที่สูงเทียบยอดเจดีย์ ลวดลายที่สลักรอบเจดีย์จะเป็นรูปสัตว์ใน 12 จักรราศี ถัดจากนี้ไปก็จะเป็นบริเวณของศาลเจ้าโทโชกุ

3. ศาลเจ้าโทโชกุ Toshoku Shrine ก่อนผ่านประตูใหญ่เข้าไปในศาลเจ้าอย่าลืมมองหา รูปแกะสลักลิง 3 ตัว ในอิริยาบถ ปิดหู ปิดปาก ปิดตา หมายถึงการไม่ฟัง ไม่พูดและไม่ดูสิ่งเลวร้าย ก็จะไม่เข้ามาหาเรา ภาพนี้เป็นภาพแกะสลักของ HIDARI JINGURO ซึ่งได้แกะสลักภาพลิงในอิริยาบทอื่นๆ ไว้อีกหลายรูป
ซุ้มประตูใหญ่ทางเข้าสู่ศาลเจ้าโทโชกุ มีชื่อว่าประตู Yomeimon ถัดไปเป็นประตูเล็กกว่าชื่อประตูKaramon ส่วนทางด้านขวามีประตูเล็กๆ เป็นทางขึ้นไปยังสุสานโชกุนอิเอยาสุ เหนือซุ้มประตูจะมีภาพแกะสลักเป็นรูปแมวหลับ เป็นแมวสีขาวเทานอนหลับ ซึ่งคงสื่อถึงร่างอันไร้วิญญาณของท่านโชกุนที่ตั้งอยู่ในสุสานบนเขา

4. ศาลเจ้าฟูตาระซัง Futarasan shrine ถัดจากเศาสเจ้าโทโชกุมีทางเดินอันร่มรื่นภายใต้ร่มเงาของต้นสนใหญ่สองข้างทางไปถึงศาลเจ้าฟูตาระซัง อันเป็นสถานที่สถิตของเทพเจ้า 3 องค์ ชื่อ โอคุนินุชิ , ทาโงะริมิเฮะ และ อาจิสุคิตากะฮิโกเนะ โนะ มิกิโตะ ซึ่งเป็นเทพที่นำความเจริญรุงเรืองมาสู่ญี่ปุ่น
5. วัดไทยูอิน Taiyuinbyo จากศาลเจ้ามีทางเดินเชื่อต่อไปยังวัดไทยูอิน ซึ่งมีศาลางามๆ สถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นละจีนโบราณตั้งกระจายอยู่หลายหลัง

6. ทะเลสาบซูเซ็นจิ หากต้องการไปที่นี่ให้ดักรอขึ้นรถบัสที่ป้ายตรงสะพานชินเคียวเดินทางไปอีกประมาณ 50 นาทีก็ถึง เมื่อถึงท่ารถซูเซ็นจิ Chuzenji Onsen สามารถเดินไปชมน้ำตกเคง่อน ได้อย่างไม่ลำบาก หากต้องการชมน้ำตกอย่างใกล้ชิดก็สามารถลงลิฟท์ไปด้านล่างได้ ราคา 530 เยน

7. น้ำตกเคง่อน Kegon Falls

Pass สำหรับรถบัสในเขต Nikko
กลุ่มนี้เหมาะกับกลุ่มที่ใช้ JR Pass เดินทางมายัง Nikko และซื้อเฉพาะ WORLD HERITAGE PASS ของ Tobu มา Pass รถบัสนี้จะมีทั้งหมด 6 แบบคือ เป็นพาสสำหรับการเดินทางเท่านั้น ไม่รวมค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ทุกประเภท

1. Pass รถบัสไป WORLD HERITAGE - ราคา 500 เยน
สามารถขึ้นรถบัสระหว่างสถานีรถไฟไปลงที่ป้ายรถบัสมรดกโลกได้ไม่จำกัดจำนวนภายใน 1 วัน
สถานที่เที่ยวที่พาสคลุมไปถึง : สะพาน Shinkyo และ มรดกโลก (ด้านบนมรดกโลก)
หมายเหตุ : ซื้อ WORLD HERITAGE PASS และ ALL NIKKO PASS จาก Asakusa มา - ครอบคลุม


2. Pass รถบัสไป ทะเลสาบ CHUZENJI - ราคา 2,000 เยน
สามารถขึ้นรถบัสระหว่างสถานีรถไฟไปลงที่ป้ายรถบัส CHUZENJI ได้ไม่จำกัดจำนวนภายใน 2 วัน
สถานที่เที่ยวที่พาสคลุมไปถึง : สะพาน Shinkyo / มรดกโลก (ด้านข้าง) / กระเช้า Akechidaira Ropeway (ไม่รวมค่าขึ้นกระเช้า 710 เยน) / ทะเลสาบ Chuzenji และ น้ำตก Kegon
หมายเหตุ : ซื้อ ALL NIKKO PASS จาก Asakusa มา - ครอบคลุม


3. Pass รถบัสไป เขต SENJO-GA-HARA - ราคา 2,650 เยน
สามารถขึ้นรถบัสระหว่างสถานีรถไฟไปลงที่ป้ายรถบัส SANBON-MATSU ได้ไม่จำกัดจำนวนภายใน 2 วัน
สถานที่เที่ยวที่พาสคลุมไปถึง : สะพาน Shinkyo / มรดกโลก (ด้านข้าง) / กระเช้า Akechidaira Ropeway (ไม่รวมค่าขึ้นกระเช้า 710 เยน) / ทะเลสาบ Chuzenji / น้ำตก Kegon / น้ำตก Ryuzu / น้ำตก Yudaki และทะเลสาบ Yunoko
หมายเหตุ : ซื้อ ALL NIKKO PASS จาก Asakusa มา - ครอบคลุม



Create Date : 18 สิงหาคม 2558
Last Update : 5 กันยายน 2558 1:01:17 น. 0 comments
Counter : 3840 Pageviews.

BlogGang Popular Award#13


 
ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.