Group Blog
 
All blogs
 
เจแปนไม่รู้เบื่อ ตอนที่ 4 ตะลุยเกียวโตเที่ยว FUSHIMI INARI & ARASHIYAMA

สวัสดีประจำกลางเดือนตุลาคมค่ะ หายหน้าไปนานนิดนุงรอบนี้ มัวแต่ยุ่งทำชุดตุ๊กตาอยู่ค่ะ ตอนนี้เคลียงานหมดแล้วค่ะ แอนเลยแว๊บมาอัพเรื่องเที่ยวในญี่ปุ่นกันสักหน่อยค่ะ หายไปนานจะอัพไม่เสร็จเดี๋ยวจะได้ดองเค็มกันอีกละค่ะ  

หลังจากที่เรามาถึงเกียวโตเรียบร้อยและเดินเล่นพักผ่อนซื้อของกันพอหอมปากหอมคอแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้น ตามแพลนที่แอนทำไว้เราจะไปเที่ยว FUSHIMI INARI แล้วตามต่อด้วย Arashiyama กันค่ะ


เช้าวันที่ 13 /3/58 วันนี้เราตื่นนอนกันประมาณ 7.30 โมงค่ะรีบกุลีกุจออาบน้ำกัน แล้วมารวมพลด้านล่างหน้าLobbyของโรงแรมแล้วออกเดินทางไป Fushimi Inari Shrine เราจะไปทานข้าวที่โน่นกันค่ะ เหตุเพราะพี่สาวของเราคนนึงบอกว่าที่โน่นมีร้านข้าวหน้าปลาไหลอร่อย ให้หิ้วท้องรอ เค้าจะเปิดประมาณ 11 โมง เราก็ไปถึงโน่นแล้วไปชมศาลเจ้าเสร็จแล้วก็ค่อยไปทานกันก็น่าจะพอดีค่ะ รวมพลกันครบแล้ว 8 คนค่ะเราออกเดินทางกันเลย

9.18น.จาก Kyoto Track9>>>JRnara Line Local(3 นาที)>>> Tofukuji9.21/9.26 Keihan Main Line Sub-EXP (3นาที) >>>ถึง Inari 9.29 น. ค่าโดยสาร 270 เยน

***เวลาเพื่อนๆหาจาก Hyperdia จุดหมายที่เราต้องลงก็คือ Inari นะค่ะ


ถึงฟูชิมิอินาริ ออกมาด้านหน้าจะเจอศาลเจ้า ดี๊ดีไม่ต้องเดินไกลเราเดินเล่นโต๋เต๋กันด้านหน้าสักพักค่ะ เพราะแอนนัดเพื่อนไว้ เพื่อนสาวจะมาเที่ยวด้วย นางอุตส่าห์นั่งรถมาจากโตเกียวเชียว แอนงี้ดีใจสุดๆ เพราะตอนแรกที่บอกเพื่อนว่าจะไปญี่ปุ่น แรกๆ เลยวางแผนว่าจะเข้าโตเกียวด้วย แต่เพื่อนสมาชิกร่วมแก๊งค์ว่า เหนื่อยเกินไปเราไปไม่กี่วันเอง เที่ยวในละแวกนี้ก็พอ แค่นาโงย่า เกียวโต โอซาก้าก็พอแระ เพื่อนสาวของแอนได้ยินดังนั้นนางเลยว่าจะมาโอซาก้านอนบ้านแม่แฟน  แล้วจะมาแจมในบางวัน แถมนางจะมาคนเดียว แอนก็ห่วงน่าดูค่ะ





ในรุปเห็นแบบนี้แสดงว่าเรามาถึงแล้ว  ของจริงแต่ยังไม่เข้าไปนะ รอแป๊บเพื่อนสาวกำลังมา รอได้สักอึดใจเดียว 5 นาที แอนเหลือบไปมองทางซ้ายทีขวาที  ก็เห็นหน้าขาวๆ ตัวยาวๆ กิึ่งวิ่งกิ่งเดินเห็นมาแต่ไกลแอนเลยวิ่งไปรับ  กลัวไม่ใช่ว่ามาถึงเป็นลมล้มพับไปแอนจะแย่ อุ้มนางไม่ไหว  นางยิ่งผอมๆ อยู่ค่ะ





พอสมาชิกครบแล้วก็แนะนำตัวกันก่อนใครเป็นใครบ้างเพื่อนแอนยังไม่รู้จักกับเพื่อนในแก๊งค์ที่มา แนะนำตัวกันเรียบร้อยก็พร้อมออกเที่ยวกันเลยค่ะ ลั้นลาสุดๆ อากาศก็ดี๊ดี ไม่ถึงกับหนาวมากเท่าทาคายาม่า แต่ก็ไม่ร้อนค่ะ




น้องสาวเกือบเล็กสุด เก็บภาพหมู เอ้ย ภาพหมู่ทั้ง 9 คนไว้ได้ ชอบจังภาพนี้





ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ หรือศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว 
สถานที่ตั้ง  :  อยู่ทางใต้ของสถานีเกียวโต 
วิธีเดินทาง :  นั่งรถไฟ JR Nara Line จากสถานี KYOTO มาลงที่สถานี INARI ใช้เวลาไม่นานค่ะแค่ 2 สถานีเอง ใครที่ไม่มี JR Pass เสียเงินค่าโดยสารประมาณ 270 เยนคะ
ค่าเข้าชม :  ฟรี


ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโตที่มีความเก่าแก่มาก เป็นศาลเจ้าหลักบนภูเขาอินาริด้วยค่ะ จุดเด่นก็คือเป็นศาลเจ้าที่มีเสาโทริอิให้ดูเป็นจำนวนมาก เรียงรายกลายเป็นอุโมงค์เสาโทริอิหลากหลายขนาด รวมกันแล้วน่าจะประมาณ 4 กิโลเมตรได้ มีเรื่องเล่าว่าศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นโดยชาวนาเพื่อบูชาสุนัขจิ้งจอก ที่เชื่อว่าเป็นทูตส่งสารของเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว พื้นที่บริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ ปลูกข้าวได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ จึงเป็นแหล่งที่ผลิตสาเกชั้นเยี่ยมด้วยเช่นกัน 
TRIP : การเดินไปกลับตลอดอุโมงค์โทริอิ ใช้เวลาประมาณ 2 -3 ชั่วโมง
เดินทางจนถึงจุดชมวิวYotsutsuji ใช้เวลาประมาณ 30 – 40 นาที และเดินทางกลับอีก 30 นาที 




เรื่มเคลี่อนพลกันแล้วค่ะ เดินเข้าไปด้านในล้างมือกันก่อนค่ะ





เก็บภาพชาวแก๊งค์กันโหน่ยค่ะ 




ผ่านมาถึงตรงนี้แล้วเราจะเห็นรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกค่ะ เค้าว่าเป็นผุ้นำสารค่ะ สังเกตดูสีหน้า เข้มเชียวแถมคิ้วขมวดด้วย  คราวก่อนนะที่มาญี่ปุ่นยาวๆมาหาแม่   แอนหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะมาค่ะ   แต่เนื่องคราวก่อนแอนเที่ยวจากฮอกไกโดแวะมาเรื่อยๆ กว่าจะมาถึงโอซาก้าก็เหลือวันที่จะใช้ JR pass ได้แค่วันเดียวเท่านั้นคือวันที่มาถึงค่ะ ที่นี่จะถ้ามาเที่ยวที่นี่ก็ต้องซื้อตั๋วเพิ่ม คุณพ่อบ้านก็ไม่ยอม มาหลายคนก็หลายสตางค์อยู่ เลยต้องเบนเข็มไปเที่ยวช้อปปิ้งในเมืองแทนเป็นผลให้อดมาเที่ยวที่นี่ค่ะ  ดังนั้นจึงตั้งใจว่าถ้ามาญี่ปุ่นคราวหน้าอีก จะมาที่นี่ให้ได้จะไม่พลาดแน่นอน สวยออกอย่างนี้ค่ะ เพื่อนๆ ท่านไหนที่ยังไม่ได้มา แนะนำว่าต้องมา ห้ามพลาดคะ




เข้ามาด้านในเรียบร้อยแล้วค่ะ ใครไม่รู้จะไปทางไหนก็ เดินๆ ตามเค้าไปแหละ ^^





เข้ามาด้านในปุ๊บจะเจอซุ้มขายของค่ะจะเป็นของที่ระลึกแบบต่างๆ มากมายระหว่างที่รอเพื่อนๆ ในแก๊งค์ซื้อของที่ระลึก แอนหมุนไปหมุนมาเห็นด้านหลังเห็นไม่มีคนเข้ามาเลยเก็บภาพมาได้ 1 ใบค่ะแหมวันนี้ช่างอากาศดีจริๆ  ท้องฟ้าสีฟ้าสวยสด ตัดกับสีส้มๆของศาลเจ้าเลย เด่นมากค่ะ 





นี่เป็นป้ายโทริอิ ไว้เขียนขอพร ราคา 800 เยน




อันนี้คาดว่าจะเป็นเซียมซีค่ะ (ไม่แน่ใจนะ เดาเอาค่ะ ) เห็นวางไว้ แอนไม่ได้จับแค่ถ่ายรูปมาเฉยๆค่ะ




ผ่านซุ้มขายของๆทางศาลเจ้ามา กำลังจะเดินขึ้นไปด้านบนค่ะ รอบนี้อย่างที่บอกเป็นแก๊งค์ตุ๊กตาค่ะ แอนก็เป็นคนนึงที่ชอบตุ๊กตาค่ะรอบนี้พาน้องคนนี้ ชื่อลิกกะจัง พามาจากบ้านค่ะเลยควักออกมาถ่ายรูปด้วย ตัวคนหน่ะ ถ่ายรูปน้อยมากค่ะ 555 บ้าว่างั้น







แผนที่รูปวาดด้านในทางขึ้น สวยค่ะ สีก็สวย เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ น่ารักจัง





เห็นแล้วเสาโทริอิมากมาย เพื่อนๆในแก๊งค์ก็ถามกันใหญ่ งั้นงู้นงี้ แอนโบ้ยให้เพื่อนสาวตอบเลยค่ะ ส่วนตัวเองถ่ายแต่รูปตุ๊กตา 555  ความจริงโทริอิที่เห็นมากมายแบบนี้เป็นการบริจาคเงินจากผู้ที่แวะเวียนมาขอพรค่ะ  อย่างที่บอกเค้าว่ากันว่าที่นี่เป็นเทพเจ้าที่ให้โชคลาภทางเกษตรกรรมและธุรกิจ  บริษัทห้างร้านที่มาขอพรมักประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ให้ผลดีมั่งคั่ง กิจการเจริญก้าวหน้า เลยทำให้มีผู้บริจาคกันเยอะ ทางศาลเจ้าก็เลยสร้างเสาโทริอิขึ้นมาพร้อมกับติดชื่อผู้บริจาคอยู่ด้านหลังค่ะ  คิดดูนะว่าศักดิ์สิทธิ์กันแค่ไหน ให้สังเกตจากเสาโทริอิทั้ง 40,000 ต้นค่ะ ใครมีโอกาสได้มาลองขอพรดูสิค่ะ แอนเองก็ขอไปแล้วค่ะ  ^^





นี่ค่ะ เสาแต่ละต้นพร้อมชื่อของผู้บริจาคค่ะ  ลืมบอกไปเสาโทริอิแต่ละต้นมีราคาอยู่ที่ 4 แสนเยน- 1 ล้านเยนเชียวค่ะ   




ภาพมุมต่ำบ้างค่ะ




มาแล้วไม่ถ่ายรูปได้ไงเนอะ




ผ่านมา 1 สเต็ปแล้วจะเจอที่ทำบุญซื้อแผ่นป้ายขอพร เก๋มากค่ะเป็นรูปจิ้งจอก





ส่วนใหญ่ก็จะเขียนชื่อตัวเองและครอบครัว พร้อมกับแต่งเติมหน้าในแบบที่ตัวเองต้องการค่ะ เสร็จแล้วจึงนำไปแขวนไว้แบบนี้ พี่สาวคนโตของเราจัดไป 1 ป้ายขอให้กิจการเจริญรุ่งเรืองค่ะ






ใกล้ๆกันมีบ่อน้ำอีกแต่คนไม่เยอะเท่าด้านล่างค่ะ




ภาพมุมกว้างๆ บ้าง ถ่ายจากไอ 6 ค่ะ




นี่ก็เหมือนกัน ไอ6 เค้าจัดค่ะ





จากจุดนี้ไปเดินมาก็จะมีทางเดินเสาโทริโอไปทางซ้ายอีกมากมายค่ะ รอบนี้เรามากับผู้สูงวัยทั้งหลาย พี่ๆก็ว่าไม่เดินแล้ว เดินไปก็มีแต่เสาโทริโอ ลงๆ กันเถอะไปกินข้าว อ้าวเป็นซะงั้นไป หลายเสียงว่าไม่เดินก็ต้องยอมศิโรราบแต่โดยดี อาจเพราะเริ่มหิวก็เป็นได้ค่ะ ไว้มีโอกาสมาคราวหน้าแอนจะเดินตะลุยไปให้สุดเลยอยากเห็นปลายทางเป็นอย่างไรค่ะ รอบนี้เอาตามใจพี่ๆ กันก่อนก็แล้วกัน




จะกลับออกไปแล้วระหว่างทางกลับก็ เก็บภาพไว้อีกเหมือนเคยค่ะเรามากันเยอะอย่างกับมาทัวร์หน่ะค่ะ 555




เดินออกจากศาลเจ้ามาด้านข้างเดินตรงมาเรื่อยๆ ไปทางขวา





ข้ามถนนเล็กตรงหน้าแล้วมองซ้ายจะเจอร้านขายข้าวหน้าปลาไหลชื่อดัง พี่สาวเราเค้าว่างั้น คราวที่แล้วนางมากับลูกแล้วมากิน นางบอกอร่อยติดใจเลยแนะนำให้พวกเรามาทานกันค่ะ




คนยังไม่เยอะค่ะ โชคดีไม่ต้องรอคิว เข้าไปได้นั่งเลย น้องสาว2 คนหายไปไหนไม่รู้เดียวไปตามค่ะ




ครบองค์ประชุมทั้ง 9 แล้ว เอ้า ถ่ายได้ค่ะ ^^




มาแล้วค่ะ ข้าวหน้าปลาไหลชื่อดัง ลองชิมดูแล้วก็เหมือนกันค่ะ เจ้าไหนแอนว่าก็เหมือนกันค่ะ กลิ่นคาวมีนิดหน่อยไม่มาก แต่ราคานี่สิค่ะทานไปแล้วสะอึกกันทีเดียวแอนว่าแพงค่ะ แต่มาแล้วก็เพื่อส่วนรวมค่ะ เอาตามข้างมากไว้ก่อน


ทานอาหารเรียบร้อยแล้วเราจะไปที่ต่อไปค่ะคือ Arashiyama ค่าโดยสารคนละ 240 เยน วิธีเดินทางก็กลับไปที่สถานีเดิมค่ะ 12.19 Inari>>>JR nara Line Local ( 5 นาที)>>> Kyoto 12.24 Track 9 / 12.37 Track 32 JR Sagano Line (16 นาที) >>>Saga Arashiyama 12.53น.





อันนี้เป็นแผนที่เส้นทางเดินรถไฟนะค่ะ แปะไว้ให้เพื่อนๆ ดูประกอบการทำแผนการเดินทางค่ะ





ถึงอาราชิยาม่าแล้วแต่ลืมถ่ายป้ายค่ะ เราเดินออกมาจากสถานีกันแล้ว เดินไปอีกหน่อยจะเห็นภาพหัวรถไฟในภาพถัดไปค่ะ ให้เราเข้าไปด้านในไปซื้อตั๋วกัน เราจะนั่งรถไฟจาก ซากะ-โทร็อคโกะ ไป โทร็อคโกะ คาเมโอกะกัน




Saga Arashiyama อาราชิยาม่า ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกียวโต สามารถนั่งรถไฟ Sagano Romantic Train or Sagano Torokko รถไฟจะผ่านแม่น้ำ Hozugawa ระหว่าง arashiyama กับ Kameoka .ใช้เวลา 25 นาที ระยะทาง 7 กิโลเมตร ต้องจองที่นั่งด้วย ค่าโดยสาร 620 เยน ระหว่าง Torokko Saga and Torokko Kameoka Station




ซื้อตั๋วมาแล้วค่ะ รอรถไฟมา





มาแล้วรถเรามาแล้ว เค้าปล่อยให้เราเข้าไปแล้วเย้ เราโชคดีค่ะ ได้นั่งตรงนี้ติดกับหัวรถไฟ รถไฟขบวนนี้เป็นแบบย้อนยุคค่ะ เราได้นั่งแบบหลังคาเปิดโล่ง เราจะได้เห็นทัศนียภาพอันสดชื่น พร้อมวิวข้างทางอย่างใกล้ชิด




ถ่ายป้ายหน่อยเดี๋ยวไม่รู้ว่ามาเที่ยวที่ไหนกันบ้าง




นั่งเรียบร้อย รอรถไฟออก




รถไฟจะวิ่งผ่านแม่น้ำHozugawa น้ำใสนะค่ะ แต่ถ่ายรูปออกมาเป็นสีเขียวอ่อนเลย





สะอาดค่ะ ลมเย็นๆ พัดสบายๆ ไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง สนุกสุขใจค่ะ




ระหว่างรถไฟแล่นไปชมวิวไป ก็ถ่ายภาพไป ถ้ามีโอกาสได้มาตอนซากุระบานพอดีหรือใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยมากค่ะ นั่นๆ แปลว่าจะมาอีกค่ะ 555





ใกล้ถึงจุดหมายเราแล้ว kameoka


นิดนึงค่ะ เราสามารถนั่งรถราง Randen จากกลางเมืองเกียวโตที่ Shijo Omiya มาลง Arashiyama Keifuku Railway Arashiyama (Randen Station)
และมีรถไฟ Hankyu ที่มาลงสถานี Arashiyama ได้เลยค่ะ





เอาแผนที่อย่างย่อมาให้ดูด้วยจะได้เห็นภาพประกอบค่ะ


สถานที่ท่องเที่ยวที่อาราชิยาม่าที่น่าสนใจและพลาดไม่ได้มีดังนี้ค่ะ

-สะพาน Togetsukyo หรือสะพานข้ามจันทร์ ถือเป็นสัญลักษณ์ของ Arashiyama ตั้งตาชื่อตามคำพูดของจักรพรรดิ์ Kameyama
พิกัด : เดินขึ้นเหนือจากสถานี Hankyu Arashiyama ประมาณ 8 นาที ( 600 เมตร)หรือเดินลงใต้จาก Keifuku Arashiyama ประมาณ 2 นาที

-วัด Tenryu-Ji และป่าไผ่ พิกัด : ให้เดินไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 12 นาที จากสถานีรถไฟ Hankyu Arashiyama หรือเดินไปทางเหนือจากสถานีรถราง Keifuku Arashiyama ประมาณ 1 นาที ทางเข้าวัดอยู่ทางซ้ายมือ หรือเดินไปทางฝั่งตะวันตกจากสถานี JR Saga ประมาณ 5-10 นาที หากเดินทางมาด้วยรถบัส ให้ลงที่ป้ายหน้าวัดเทนริวจิที่อยู่เกือบติดทางเข้าวัด ส่วนป่าไผ่ อยู่ติดกับทางออกทางเหนือของวัดเทนริวจิ

-ศาลเจ้า Nonomiya เป็นศาลเจ้าที่ช่วยให้สมหวังในเรื่องความรักและการแต่งงาน ,มี Shirafuku Inari เทพเจ้าที่เชื่อว่าจะช่วยให้คลอดบุตรให้ปลอดภัย บริเวณวัดมี Okame-ishi หินเต่า ซึ่งเชื่อกันว่าหากมาเคาะหินขอพร จะทำให้สมหวังภายใน 1ปี จุดที่น่าสนใจอื่นก็มี Torii เป็นต้นไม้โอ๊ดที่ใช้โดยไม่ลอกเปลือกไม้ออก มาทำเป็น โทริอิ ลักษณะนี้เรียกว่า Kuroki Torii ถือว่าเป็นแบบที่เก่าแก่ที่สุด

-บ้านพัก Okochi Sansou ที่มีสวนสวยและบริเวณสถานี Keifuku Railway Arashiyama เป็นแหล่งขายอาหารและของที่ระลึก




ถึงสถานีปลายทางคาเมโอกะกันแล้วก็ลงไปด้านล่างค่ะ แล้วก็เดินไปตามป้ายเราจะไปป่าไผ่กันค่ะ ระยาะทางหลายร้อยเมตรอยู่ค่ะ แต่อากาศเย็นเดินกันไปเพลินๆ คุยกันไปเรื่อยก็ไม่เบื่อค่ะ หลายคนหลายเสียงคุยไปขำไปสนุกดีค่ะ ในรูปผ่านดอกไม้อะไรไม่ทราบ สวยแปลกตา ถ่ายมาเก็บไว้เหมือนเดิมค่ะ





เดินไปเรื่อยๆ ตามทางจะมีร้านค้าชุมชนบ้างประปรายค่ะ







ทางเข้าวัดค่ะแต่เรายังไม่เข้าค่ะ เดินเลยไปก่อน น้องๆ ว่าจะไปหาขนมทานก็ตามนั้นเลยค่ะ




เดินผ่านป่าไผ่มาแล้วค่ะ มีร้านรวงขายของกันเยอะทีเดียว ในละแวกนี้เรียกว่าอะไรดีหล่ะ คล้ายๆ Community Mall บ้านเราเลยค่ะตรงนี้คนเยอะมากค่ะเพราะเป็นสถานีรถไฟอีกอันนึงค่ะ





มาถึงตรงนี้แล้วน้องสาว2คนเล็กบอกจะไปหาอะไรทานพวกของหวานแล้วจะไปวัดทองกับวัดเงิน พี่ๆ ก็อยากไปด้วย เพื่อนสาวว่าถ้าแอนจะไปกับเพื่อน ตัวเค้าจะอยู่เที่ยวที่นี่คนเดียวแอนเห็นไม่ได้การ ใครจะทิ้งเพื่อนหล่ะ อุตส่าห์มาหาจากโตเกียวแถมมาคนเดียว แค่นี้ก็ซึ้งแล้วได้ใจชั้นไปเต็มๆ ใครจะยอมก็ยอมไปแต่ช้านไม่ยอม เมื่อเห็นเป็นดังนี้เลยต้องไปตกลงเจรจาว่าแอนจะขอแยกตัวไปเที่ยวกับเพื่อน ซึ่งพี่ๆ ก็ยอมให้แอนแยกออกมาโดยดี ดีใจสุดๆ เลยค่ะ ความจริงแอนก็แอบเป็นห่วงอยู่ ทำอย่างกับตัวเองเก่งซะอย่างนั้น 555 แต่ความจริงวันนั้นเอ๋อค่ะนอนน้อย นอนไม่หลับอาจเพราะตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อน( มีลางสังหรณ์มาว่าจะต้องร้อนในแน่ๆงวดนี้ ) เมื่อแยกตัวเองออกมาได้แล้ว เราก็เดินข้ามมาฝั่งตรงข้ามสถานี แวะมาหาซื้อไรทานบ้าง เห็นร้านไอติมชาเขียวน่าทานดี แวะซื้อมนั่งทานหน่อยอร่อยดี รสชาติชาเขียวจริงๆเลยค่ะ มี่ภาพของจริงกับโมเดลให้ดูเปรียบเทียบด้วยค่ะ ไม่ได้โม้วววนะ 555




ทานไอติมกันเสร็จเรียบร้อยเราก็เดินเล่นสำรวจดูค่ะ เราจะเดินเลาะๆไปป่าไผ่กัน เดินไปคุยไปก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆค่ะ มีตุ๊กตาเป็นนางแบบแทนคนนะค่ะเปลี่ยนบรรยากาศจะได้ไม่น่าเบื่อ ^^





ถ่ายสลับกับสถานที่บ้างไรบ้างค่ะ




เดินเข้ามาบริเวณวัดค่ะ ภายในวัดสวย ร่มรื่น เงียบสงบค่ะ





ดอกบ๊วยเริ่มบานแล้ว เรามาเร็วไปหน่อยค่ะ ตามพยากรณ์ว่าปลายเดือนมีนาคมซากุระจะบาน เรามาเร็วกันไปสัปดาห์นึงค่ะ ไม่งั้นจะได้เห็นดอกซากุระบานสะพรั่งสวยกว่านี้อีก




ตุ๊กตาที่พกมา แอนเอาจากบ้านมา 2 ตัวค่ะ ส่วนอีก 2 ตัวก็เป็นของเพื่อนสาว นัดแนะกันจากบ้านมาดิบดีจะมาเล่นตุ๊กตาค่ะ 555




ถัดจากวัดไปเราก็ไปป่าไผ่ค่ะ ( อยู่ติดกันค่ะ ) สองข้างทางก็เต็มไปด้วยไผ่สูงค่ะ เดินไปเรื่อยๆ เดินไปสักพักใหญ่เราก็คุยกันว่าพอเถอะไม่เดินแระ มีแต่ไผ่ ยังเดินไม่สุดเลย เริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวเรากลับกันดีกว่าไปเดินเล่นแถวที่พักในเกียวโตต่อ




ออกจากป่าไผ่จะกลับไปสถานีรถไฟ แต่เราเดินผ่านของดังขึ้นชื่อของเมืองเกียวโต เป็นร้านขายเครื่องสำอางค์ประทินผิว โลโก้เป็นรูปหน้าสาวญี่ปุ่นเค้าว่ากันว่าดี แอนเป็นคนแพ้ง่าย ไม่ค่อยใช้อะไรที่มันแปลกไปจากเดิม คนเยอะพอสมควรก็เดินวน2รอบดูไปดูมาก็ไม่ได้อะไรติดมือ เพราะไม่รู้จะใช้อะไรก่อนดี เอาเป็นว่ายังไม่ซื้อแล้วกัน ฮี่ๆ





ออกจากร้านเครื่องสำอางค์ฝั่งตรงข้ามก็มีมาเจอตั้งร้านขายลูกพลับ สองสาวของเราก็จัดไป ความจริงแอนชอบมากนะค่ะลูกพลับแต่ขี้เกียจแบกขี้เกียจขน ไว้มาซื้อเยาวราชบ้านเราก็ได้เหมือนกันแหละแอนว่า ^^




เดินเรื่อยๆ จนกลับมาที่สถานีรถไฟเดิม แวะถ่ายรูปด้านหน้ากันให้หนำใจสักหน่อย




รูปหัวรถไฟโบราณ ใครไปใครมาก็ต้องถ่าย ถือเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ด้วยค่ะ เอากับเค้าซะหน่อย 1 ภาพ เดี่ยวจะหาว่ามาไม่ถึง ^^




พึ่งสังเกตเห็นมีรูปปั้นนี้อยู่ด้วยค่ะ




กลับมาถึงเกียวโตเรียบร้อยแล้วที่หอคอยเกียวโตจะมีร้านค้ามากมายขายของที่ระลึกค่ะ เราก็เดินเล่นแถวนั้นและในละแวกนี้ ตัวหอคอยสูง 131 เมตร ภายในมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ถ้าต้องการขึ้นไปเยี่ยมชมวิว ค่าบริการ 770 เยน เปิด 9.00-21.00 น. ทุกวัน นิดนึงใครที่นอนโรงแรมเดียวกับแอนเค้ามีคูปองแจกเป็นส่วนลดในการขึ้นไปเที่ยวชมหอคอยค่ะ






เดินเล่นซื้อของนิดหน่อยท้องก็เริ่มหิว มองเวลาก็หลายโมงอยู่นะ หาข้าวกินกันดีกว่าเราแวะร้านนี้กัน FUGETSU ค่ะขายโอโคโนมิยากิชื่อดัง มีหลายสาขา เราเลยเลือกทานที่นี่ค่ะ สนนราคาก็ไม่แพง ทานไปคุยไปหัวเหม็นด้วยกันดี 555




ภาพประกอบเป็นหลักฐานค่ะ มาทานจริงๆ แต่ไม่ได้ค่าโฆษณา





ทานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยังพอมีเวลาก่อนที่เพื่อนสาวจะกลับไปโอซาก้า เราแวะไปดูผ้ากัน รอบนี้ดูอย่างเดียว ความจริงอยากได้ผ้าลิเบอร์ตี้แต่ราคาแพงจับใจไม่กล้าซื้อ ถึงตอนนี้กลับมาเมืองไทยแล้ว ร่ำๆ อยากจะได้ คราวหน้าไปจะกัดฟันซื้อเลยค่ะ ทีอย่างอื่นล่ะซื้อได้



ดูผ้า ดูร้าน 100 เยน ร้านค้าก็ใกล้จะปิด เห็นแฟนเพื่อนสาวโทรมาหา คงว่าภรรยาตัวเองอยู่ไหนแล้ว นางนั่งคุยสักพักแอนเลยเกลี้ยกล่อมให้นอนกับแอนอยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง นอนด้วยกันแล้วพรุ่งนี้ไปเที่ยวด้วยกัน แต่นางไม่ยอมจะกลับบ้านท่าเดียว เลยต้องพาไปส่งขึ้นรถไฟ นี่ถ้าแอนมี JR PASS นะ แอนไปส่งถึงบ้านเลย แต่นี่ไม่มีนางเลยไม่ยอม เลยได้แต่โม้อย่างเดียว ฮี่ๆ จบ 1 วันของเกียวโตค่ะ คืนนี้ยังคงนอนที่เกียวโตเหมือนเดิ่ม พรุ่งนี้จะไปไหน โปรดติดตามค่ะ แพลนที่ทำไว้มีเปลี่ยนอีกแล้วครัช 555 แก๊งค์ตามใจฉันก็งี้ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ


Create Date : 15 ตุลาคม 2558
Last Update : 15 ตุลาคม 2558 23:51:40 น. 2 comments
Counter : 827 Pageviews.

 
คุณแอนตามเที่ยวด้วยค่ะ ขอบคุณที่แวะไปปายด้วยกันค่ะ. แม่โมแอบมาเก็บข้อมูลเกียวโตค่ะ. ฟุชิมิก็อยู่ในลิตส์ด้วยค่ะ. สวยค่ะ ครั้งที่แล้วไม่ได้แวะแอบเสียใจ. อิ อิ

ไว้จะตามมาอ่านเรื่อยๆนะคะ


โดย: mariabamboo วันที่: 16 ตุลาคม 2558 เวลา:12:53:42 น.  

 
ขออนุญาติฝาก Club ท่องเที่ยวหน่อยครับ

"เที่ยว 5 ดาว แต่จ่ายเพียง 2-3 ดาว แถมมีรายได้"

ดูรายละเอียดที่

https://sites.google.com/site/worldclasstravellers/


โดย: Osabem (สมาชิกหมายเลข 2748126 ) วันที่: 22 ตุลาคม 2558 เวลา:10:01:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.