Group Blog
 
All blogs
 
ลั้นลาเจแปน ตอนที่ 3 ลาก่อน NOBORIBETSU





เช้าของวันที่ 27/4/56 วันนี้แอนตื่นเช้ามากประมาณ ตี4กว่าๆ เกือบตี 5 ปรกติแอนไม่ได้ตื่นเช้าขนาดนี้ค่ะ อาจะเป็นเพราะแปลกที่นอนเลยทำให้ตื่นขึ้นมา หรืออาจเป็นเพราะความสว่างจากด้านนอกก็เป็นได้ ไม่น่าเชื่อประมาณตี4กว่าๆ ท้องฟ้าของญี่ปุ่นที่โนโบริเบตซึนี่สว่างเหมือน 7-8 โมงบ้านเรา นอนเกลือกกลิ้งไปมาอยู่นานเป็นชั่วโมงนอนเท่าไหร่ก็นอนไม่หลับ เลยตื่นขึ้นมาจัดแจงเตรียมเสื้อผ้าลองไปออนเซ็นอีกรอบ เอาให้คุ้มค่ะแถมอาบน้ำแต่เช้าแบบนี้ไม่มีคนด้วยไม่ต้องอายกันเลย อิอิ


พออาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาแช่น้ำประมาณสัก 10-15 นาทีไม่เกินนี้ ก็แต่งตัวเป่าผมให้เรียบร้อย กินเวลาประมาณ เกือบ 1 ชั่วโมงจึงมาเรียกสมาชิกอีกสามให้ตื่นด้วย ส่วนแอนก็เก็บของไปพลางๆ



เราทั้ง 4 เตรียมพร้อมประมาณ เกือบ 8 โมงเช้าจึงพากันลงลิฟท์ไปยังชั้น 2 เพื่อไปทานอาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดไว้ หน้าตาเป็นอย่างไรเดี๋ยวได้ดูกันค่ะ อาหารเช้าของโรงแรมนี้ เริ่มที่เวลา 7.30 น. และปิด 9.30 น. ฉะนั้นหมายถึงว่าเราต้องเข้ามารับประทานอาหารกันก่อน 9.30 น. นะค่ะ




ภาพนี้เรามาถึงแล้วที่ด้านหน้าก่อนเข้าไปยังห้องอาหารของโรงแรม





อีกรูปนึงก่อนเข้าไปค่ะ ด้านในกว้างขวาง คนมาใช้บริการกันพอประมาณสำหรับเช้าวันนี้แต่มีแต่เช้าญี่ปุ่นนะค่ะ ไม่มีคนไทยเลยสักคนเดียว





เอาคูปองให้คุณป้าเจ้าหน้าที่ด้านหน้าเรียบร้อย เราเข้าไปลุยกันเลยว่ามีอะไรทานบ้าง อันแรกเลย เต้าหู้โฮมเมดสีเขียวดูน่าทานค่ะ





อันนี้เป็นปลาแมคคอเรลกับปลาแซลมอล กระจุ๋มกระจิ๋มเชียวค่ะ





จานนี้เป็นไก่คาราอาเกะกับไข่ม้วนก้อน





อันนี้เป็นไส้กรอกต้มกับอะไรสักอย่างทอด 555 ไม่ได้ทานค่ะแอนไม่ค่อยชอบกินของทอดกลัวเจ็บคอ





ต่อไปเป็นเบค่อนกับมันบดที่ไม่ค่อยเละเป็นก้อนๆ











เครื่องเคียงต่างๆมากมายแล้วแต่จะหยิบ




อันนี้เป็นไข่ปลาเมนไตโกะ อันนี้ผ่านค่ะ ไม่ชอบเลยไม่ได้ทาน






ส่วนอันนี้เป็นปลาหมึก คุณพ่อบ้านทานแล้วก็ว่าไม่เหม็นคาวเย็นๆ หน่อย





ส่วนอันนี้เป็นไข่ต้มองเซ็นกะโนริ





ต่อยไข่เรียบโร้ยออกมาเป็นเยี่ยงนี้ น่าทานมั้ยเอ่ย





มิโซะซุปปุ




เครื่องปรุงของซุปมิโซะ




ตักกันเรียบร้อยแล้วมาหาที่นั่งได้เลย กว้างขวางไม่ต้องแย่ง คนพอประมาณไม่น้อยแต่ก็ไม่เยอะเกินจนไม่มีที่นั่ง สบายๆ ค่ะ ในรูปบางคนอาบน้ำองเซ็นกันเสร็จเรียบร้อยแล้วแวะลงมาทานอาหารเช้ากันเลย





นั่งเรียบโร้ยเตรียมตัวหม่ำ เช้าๆ ยังไม่หิวแต่ทานรองท้องไว้ก่อนค่ะ





ส่วนของพวกชากาแฟที่มีบริการ





มีน้ำส้ม ชาเขียว และนมของเมืองโนโบด้วย





ซุ้มนี้เป็นซาระดะ (สลัด)





ทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ออกมาด้านนอกก่อนขึ้นข้างบนเตรียมเช็คเอ้าท์
ในโรงแรมทุกแห่งทุกหนทุกที่มีตู้น้ำดื่มหลากหลายยี่ห้อ ไม่ต้องกลัวจะหาไม่ได้ มีตู้กดทุกที่ เรียกว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีตู้กดน้ำบริการมากที่สุดก็ว่าได้นะค่ะ






เบียร์ซับโปโร กับอาซาฮี ใครหนาวอยากน้ำดื่มแก้หนาวก็จัดกันไปตามแต่สะดวกค่ะ





ป้ายองเซ็น ข้างๆ ลิฟท์ค่ะ




หลังจากทานอาหารเรียบร้อย เช็คเอ้าท์เรียบร้อย เราสอบถามเจ้าหน้าที่ว่ารถเที่ยวบัสจะมีมาจอดกี่โมง ได้ความว่ารถจะมาตอน 9.30 น. ฉะนั้นเราเตรียมตัวออกไปยืนรอรถก่อน รถที่นี่ตรงเวลาเราต้องรีบไม่งั้นเดี๋ยวมีตกรถค่ะ
ยืนรอสักครู่ประมาณ 10 นาทีเห็นจะได้รถบัสก็มาจอด แอนถามดูอีกครั้งว่ารถบัสมุ่งหน้าไปยังเอกิหรือไม่ ได้รับคำตอบจากคุณลุงขับรถว่า ไฮ้..... เราทั้งสี่ก็รีบขึ้นไปเลยค่ะ รถบัสขับกลับไปยังเส้นทางเดิมที่เรามา ผ่านเมืองนินจาย้อนยุคไปสู่สมัยเอโดะ(Noboribetsu Date Jidamura) แต่เราไม่ได้แวะ คุณพ่อบ้านไม่ยอม เราก็มุ่งหน้าตรงไปยังสถานี JR NOBORIBETSU กันเลย





รถแล่นมาได้สักประมาณ 20 นาที แวะป้ายต่างๆ มากมาย และสุดท้ายก็มาจอดที่หน้าเอกิ ยามเช้าแบบนี้เมืองโนโบริเบตซึเงียบสงบ สมกับเป็นเมืองชนบทอย่างแท้จริง ใครที่ต้องการพักผ่อนไม่ต้องการความวุ่นวาย แนะนำให้มาที่นี่นะค่ะจะได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นดีค่ะ



ลงจากรถบัสแล้วที่จุดเดิมที่เราขึ้นมาตอนแรก ทางขวามือมองไปยาวๆ จะเห็นที่นี่ค่ะ





หลังจากรถบัสไปแล้ว ตรงด้านหน้าเยื้องไปทางซ้าย จะมีรูปปั้นของยักษ์อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโนโบริเบตซึ สีแดงและสีฟ้าค่ะ
ยืนอยู่ด้านนอกนานไม่ได้ เช้าวันนี้อากาศยังคงหนาวเหมือนเช่นเคยประมาณ 6-8 องศา แดดไม่มี บรรยากาศแบบนี้น่านอนมากๆ ค่ะ ว่าแล้วเราเข้าไปด้านในเอกิกันค่ะ





ก่อนเข้าไปมีเจ้าหน้าที่ยืนต้อนรับอยู่ค่ะ










เรามาก่อนเวลาที่เรา Book ไว้ ฉะนั้นต้องเดินสำรวจกันก่อนค่ะ ด้านในสถานีรถไฟมีตู้สำหรับฝากสัมภาระค่ะ ใครที่ต้องการแวะแต่ไม่ต้องการค้าง สามารถเอากระเป๋ามาฝากกันไว้ได้ค่ะ ขนาดก็คือสามารถใส่ได้ทั้งใบกลาง 24 นิ้ว และใบใหญ่ 29 นิ้วได้





ส่วนตรงนี้เป็นเค้าน์เตอร์ของเจ้าหน้าที่ อยากจะสอบถามอะไรก็สอบถามตรงนี้กันค่ะ สำรองที่นั่งก็ตรงนี้ แต่แอนจองมาเรียบร้อย แค่เอาเจอาร์พาสยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูก็ผ่านสะดวกโยธินค่ะ






นิดนึงสำหรับสถานีเล็กๆ แห่งนี้ มีแค่ 2 ลานชาลาเท่านั้น เราไม่สามารถออกไปยืนรอขบวนรถไฟด้านนอกได้ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ให้เราออกไปค่ะ ผู้โดยสารที่สามารถออกไปได้จะเป็นผู้โดยสารที่จะนั่งขบวนที่มาถึงก่อนเท่านั้นโดยจะออกไปยืนรอเพียงแค่ 1-2 นาทีเท่านั้น เราสามารถดูป้ายบอกขบวนรถไฟที่กำลังจะมาภายใน 5 นาที 10 นาทีและมีขบวนได้บ้างที่บอร์ดนี้ค่ะ ขบวนของแอนที่จองเป็นขบวน LTD. SUPER HOKUTO3 ค่ะ มุ่งหน้าสู่ Sapporo ใช้เวลาเดินทาง 66 นาที ออกเดินทางเวลา 10.41 น.และจะถึงเวลา 11.47 น.ค่ะ ฉะนั้น ต้องรออีกสักพักใหญ่เลยหล่ะค่ะ ระหว่างนี้ก็เดินสำรวจกันไปก่อน






ระหว่างรอแอนก็ยืนดูนั่นนี่ไปเรื่อยๆ ด้านบนข้างๆ บอร์ดไฟมีตารางรถไฟสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังเมืองโอตารุ( OTARU )ค่ะ เริ่มกันตั้งแต่ 7.27 น.เป็นขบวนซูซูรัน1 เส้นทางที่วิ่งผ่านจะมีขบวน ซูซูรัน , โฮคุโต และ ซุปเปอร์โฮคุโต ตามภาพค่ะ ดูออกกันมั้ยค่ะ ช่องแรกจะเป็นเวลาที่รถไฟออก ช่องที่สองจะเป็นขบวนรถไฟ ช่องที่สามจะเป็นเวลาที่ไปถึงซับโปโร (SAPPORO) ช่องที่สี่จะเป็นเวลาที่ออกจากซับโปโร และช่องสุดท้ายจะเป็นเวลาที่ไปถึงยัง โอตารุค่ะ






นี่เป็นตั๋วรถไฟที่เราทำการจองไว้นะค่ะสำหรับสี่คน





รถไฟของเรามาแล้ว เป็นสีฟ้าน้ำเงิน อากาศหนาวๆ ยามเช้า คนไม่เยอะค่ะ แต่เราก็ไม่ได้ชะล่าใจ จองมาเรียบร้อยจะได้ไม่ต้องกังวลค่ะ





รูปนี้ริมทางรถไฟ เห็นต้นไม้เล็กงอกขึ้นบนหินก้อนเล็กๆ ความสดใสสีเขียวๆ ของต้นไม้กำลังจะผลิแล้วค่ะ





ขึ้นนั่งเรียบร้อยแล้วตอนแรกคิดว่าคนไม่เยอะ แต่ขึ้นมาบนรถไฟก็มีคนมากอยู่นี่ขนาดยังไม่ใช่ช่วงเทศกาลนะค่ะ ฉะนั้นจองๆที่นั่งกันเถิด กันพลาด







กว่าจะถึงซับโปโรอีกหลายป้าย คงต้องนอนพักเอาแรงกันก่อนอีกอย่างบรรยากาศน่านอนมากๆค่ะ ทิ้งท้ายกับวิวริมทางรถไฟข้างทางที่หิมะยังคงปกคลุมอยู่บนภูเขานะค่ะ แล้วติดตามต่อกันบล็อคหน้าค่ะ




สรุปสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองโนโบริเบตซึ (NOBORIBETSU) กันสักหน่อยค่ะเผื่อมีใครสนใจอยากไปเที่ยวจะได้ประกอบการตัดสินใจนะค่ะ


เมืองโนโบริเบตซึเป็นเมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยบ่อน้ำแร่ องเซ็น เหมาะสำหรับการพักผ่อน ตัวเมืองอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซับโบโรค่ะ เป็นเมืองที่มีทิวทัศน์สวยงาม ป่าเขา และทะเลสาบ เป็นเมืองที่น้ำแร่มีความหลากหลายมากมายถึง 9 ประเภท ( Sulfur Spring , Aluminum Spring , Salt spring , Iron spring , Acidic Iron spring , Mirabilite spring , Melanterite spring , Alkaline spring , Radium spring ) ซึ่งเป็นบ่อที่มีคุณภาพได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ บ่อน้ำแร่ที่ขึ้นชื่อของเมืองได้แก่ Jigoku Vally ที่อัดแน่นไปด้วยแร่ธาตุมากมายจากภูเขาไฟ



นอกจากนี้ยังมี NOBORIBETSU BEAR’S PARK เป็นสวนหมีที่มีสัตว์ป่าหายากของญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับการดูแลอย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมและสามารถให้อาหารพวกผลไม้และขนมปังกับเจ้าหมีที่แสนรู้ได้ สวนหมีจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดย 21 เมษายน – ประมาณวันที่ 20 ตุลาคม จะเปิดเวลา 8.00 – 18.00 น. แต่จะจำหน่ายบัตรเข้าประตูถึงแค่ 15.50 น.เท่านั้น ค่าเข้าชมถ้าเป็นผู้ใหญ่ ราคา 2520 เยน และถ้าเป็นเด็ก อายุ 4-12 ปีเสียค่าเข้าชม 1260 เยนค่ะ




หุบเขา จิโกคุดานิ หุบเขานรก ( NOBORIBETSU JIGOKUDANI = Hell Valley ) เปิดทุกวัน แต่ในช่วงเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม จะมีไกด์อาสาสมัครของท้องถิ่นนำเที่ยวชมในช่วงเวลา 10.00-15.00 น.ค่ะ



โอยุนูมะ ฟุตบาธ ( Oyunuma Brook Nataural Footbath) บ่อแช่เท้า และทะเลสาบโอยุนุมะ



โนโบริเบตซึ ดาเตะ จิไดมุระ ( NOBORIBETSU DATE JIDAMURA ) เป็นหมู่บ้านโบราณย้อนยุคในสมัยเอโดะ ที่ให้บรรยากาศคล้ายๆ หมู่บ้านนินจา ที่นี่เราจะได้พบกับเหล่านินจาและซามูไรมาต้อนรับนักท่องเที่ยวค่ะด้านในมีร้านอาหารอาหาร การแสดงของโออิรันน การแสดงของเหล่านินจา มีการปาอาวุธลับของนินจา ( ชูริเคน) และการแสดงอื่นๆ เวลาทำการ ตั้งแต่ 1เมษายน - 31 ตุลาคม เปิด 9.00-17.00 น. และในช่วง 1 พฤศจิกายน - 31 มีนาคม เปิด 9.00-16.00 น. เสียค่าเข้าชม 2900 เยน ปิดทุกวันพุธค่ะ




NOBORIBETSU Marine Park มีการแสดงของสัตว์น้ำต่างๆ เสียค่าผ่านประตู ผู้ใหญ่หมายถึงอายุมากกว่า 13 ปี ราคา 2400 เยน เด็กนักเรียน 1200 เยน และเด็กอายุ 4-6 ปี ราคา 600 เยนค่ะ





Create Date : 15 สิงหาคม 2556
Last Update : 15 สิงหาคม 2556 19:37:26 น. 1 comments
Counter : 2128 Pageviews.

 
ง่ะ ไม่น่าแวะมาเลยค่ะ เล่นเอาหิวเลย ฮือออออ ออกไปหาไรกินก่อนละคะ


โดย: mariabamboo วันที่: 22 สิงหาคม 2556 เวลา:14:20:12 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.