Group Blog
 
All blogs
 
เจแปนไม่มีขา part 7 : ASAKUSA สองเวลา



ตอนสุดท้ายที่เกือบลืมแล้วของทริปญี่ปุ่นในวันนี้ เป็นตอนที่เราทั้งสามเดินทางไปวัดกันค่ะ แรกๆ คุยกันไว้กับคุณแม่ว่าถ้าคุณแม่มาหาเราในโตเกียวก็จะพาแม่ซึ่งไม่ได้เข้ามาโตเกียวนานแล้วไปไหว้พระที่อะสะกุสะพร้อมกับน้องและพี่ที่เดินทางมาด้วยพร้อมกัน แต่การเดินทางหวานเย็นมันมาพร้อมกับสภาพอากาศที่เป็นใจให้ง่วงนอนตลอดเวลา จึงทำให้เราพลาดไม่ได้เดินทางไปในวันที่คุณแม่มา แต่เรากลับเลือกที่จะไปไหว้พระใหญ่ที่คามากุระกัน ฉะนั้นจึงต้องมาตามเก็บในวันอื่น


วันอื่นคือวันที่เราตั้งใจไว้ว่าจะแวะในวันที่เราไปเที่ยวเอโดะมูระกัน เช่นเคยเราไม่ได้มาคนเดียวจะสามารถทำอะไรได้รวดเร็วดังที่ใจเราปรารถนา เราจึงเรื่อยๆ เอื่อยๆ แต่ก็เป็นวันที่ตื่นเช้านะไม่สายประมาณเจ็ดโมงเช้า แต่กว่าจะออกจากที่พักได้ก็ร่วมแปดโมงกว่าเกือบเก้าโมงได้ค่ะ เราเดินทางมาต่อรถไฟระหว่างที่จะไปเที่ยวนิกโก้ ก็ผ่านอะสะกุสะอีกเช่นเคย ตกลงกันอีกตามฟอร์มว่าจะกลับมาไหว้เมื่อตอนที่เรากลับจากนิกโก้กันแล้วด้วยเหตุผลที่ว่านิกโก้อยู่ไกล อะซะกุสะอยู่ใกล้ เดี๋ยวขากลับมาค่ำๆ ค่อยแวะ จึงเป็นเหตุให้เรามีภาพของอะสะกุสะยามค่ำคืน


อะสะกุสะที่เราแวะกันในภาพนี้เป็นตอนกลางคืนค่ะตอนกลางคืนที่ว่านี้ดึกแค่ไหน ก็ประมาณ 4-5 ทุ่มหล่ะค่ะ คงจะไม่มีใครมาวัดกันในเวลานี้ แต่มีกระเหรี่ยงสามคนนี้แวะค่ะ ภาพจะเป็นอย่างไรตามมาดูกันค่ะ


รูปแรกเลย กับโคมไฟยามค่ำคืน ตอนนี้เชื่อว่าผู้คนคงจะเข้าบ้านเตรียมนอนหลับกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากฝนที่ตกลงมาทำให้ไม่มีอยากออกมา นอนอยู่บ้านสบายกว่าคะ



เดินผ่านร้านรวงต่างๆ มากมายแต่ปิดประตูกันหมดแล้ว เลยได้ดูภาพที่เค้าเพ้นท์ที่บานประตูแทนก็สวยไปอีกแบบค่ะ เพราะแต่ละร้านไม่เหมือนกัน ญี่ปุ่นนี่ทำอะไรน่ารักดีดููเสมอ...




ภาพติดในตู้โชว์ ระหว่างเดินทางเข้าไปในวัด ยามค่ำ ดูสวยดี แต่จะดีถ้ามากตอนเช้าเพราะจะถ่ายภาพออกมาสวยกว่าค่ะ




บุกเข้าไปถึงด้านในได้เท่านี้ ก็เก็บภาพเท่านั้น เราทั้งสามมาด้วยใจแต่ผิดเวลาไปหน่อยค่ะ







น้ำบริเวณรอบๆ ถูกปล่อยออกจนหมด แห้งเหือดเลยค่ะ











เดินไปเดินมาได้สักครู่ หันมาตกลงกันอีกเช่นเคยว่า วันนี้เรากลับไปพักและทานข้าวเอาแรงกันดีกว่า พรุ่งนี้แวะมาช่วงตอนเช้าก่อนที่เราจะกลับเมืองไทยกัน ไหนๆ มาแล้ว พี่และน้องทั้งสองคนยังไม่ได้เข้าไปไหว้พระกันด้านในเลย เหมือนมาไม่ถึงญี่ปุ่น เราทั้งสามจึงจับรถไฟกลับที่พักกัน

เช้าวันต่อมารีบตื่นมาเพราะว่าจะไปไหว้พระกันในตอนเช้า เรียกได้ว่านอนกันไม่กี่ชั่วโมงเองค่ะ เพราะต้องแพ็คกระเป๋าก่อนจะได้ไม่ยุ่ง ในบรรดาสามคนที่เหลือ คาดว่าแอนจะเป็นคนเดียวที่ไม่ค่อยได้ซื้ออะไร จึงสามารถเก็บกระเป๋าได้เรียบร้อยและไวกว่า แต่น้องสาวตัวดีขนซื้อของซะมากมาย ผลปรากฎว่าเก็บกระเป๋าไม่ได้ยัดไม่ลง โชคช่วยที่ยังมีกล่องของริงโงะที่คุณแม่ส่งมาจากนากาโนะ เราจึงสามารถยัดเอาสมบัิตที่กระหน่ำซื้อมาของน้องสาวตัวดีใส่ไปได้จนหมด เสร็จจากเก็บของเราจึงรีบออกเดินทางไปไหว้พระกันอีกครั้ง เรียกว่ารีบร้อน รีบเร่ง ปวดหัว มึนๆ ผสมกับหิวๆ และเหนื่อยๆ ทุกอย่างครบถ้วนกระบวนความค่ะ






เดินผ่านร้านนี้แล้ว อยากแวะจริงๆค่ะ แต่แวะไม่ได้ กลิ่นหอมฉุยๆ ลอยมาปะทะจมูก ต้องรีบจ้ำให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว เรามีเวลาไม่มาก ต้องกลับมาเพื่อเอากระเป่าไปที่โรงแรมที่เราจองรถบัสเพื่อไปสนามบินกันค่ะ




มาถึงแล้ว สายฝนยังตกโปรยปรายแม้ไม่หนักไม่ใหญ่แต่ก็ไม่สบายหล่ะค่ะ



ผ่านร้านรวงยามเช้า น้องสาวตัวดีบ่นๆ อยากเดินเข้าไปซื้อของอีก โอ้ว!!! พระเจ้า อีชั้นช่วยเธอเก็บกระเป๋า อีชั้นไม่เห็นมีช่องว่างที่จะยัดสิ่งใดๆ ลงไปได้อีกแล้วนะ !!









โคมไฟยามเช้า ถ่ายออกมาดูดีกว่ากลางคืนค่ะ



น้ำมาแล้วค่ะ ตักน้ำล้างมือได้แล้ว เย้



แอบถ่ายรูปมาหนุ่มน้อยแอบชำเลืองเรา



ฝนตก คนยังไม่เยอะ สังเกตุได้จากธูป



คราวนี้ได้ไหว้พระแล้ว สมใจอยาก






ผู้คนยังคงเดินทางมาเรื่อยๆ



ผ่านรูปนี้อีก เมื่อตอนกลางคืนถ่ายมาไม่ชัด อากาศชื้น ฝ้าขึ้นเลย เช้านี้ไม่พลาด แวะเก็บมาซะหน่อยค่ะ




ไหว้พระเสร็จเดินกลับ ผ่านร้านนี้ เจอพนักงานมาส่งเสียงร้องเชิญชวนให้เข้าไปทาน อยากทานจังเลย




" พี่แอน ขอ 5 นาที " อีคุณน้องตัวดีไม่รอเสียงตอบรับใดๆ สาวเท้าก้าวเข้าร้านไปเลย สอยมาได้สองชุด ไม่รู้จะเอาไปใส่ที่เมืองไทยตอนไหน!!


เสร็จจากร้านนี้แล้ว เรารีบจ้ำไม่คิดชีวิต เพราะกลัวจะไปไม่ทันรถบัสที่จะไปสนามบิน แต่ก็คิดไว้ล่วงหน้าแล้วถ้าไม่ทันรถบัสคงต้องจับรถด่วนๆ ไปสนามบินกันหล่ะคราวนี้ แต่อาราม ทันเจ้าค่ะ แต่เหนื่อยมากกกก



ควักตั๋วที่เราจองไว้ตั้งแต่เรามาถึงญี่ปุ่นวันที่สองค่ะ จองไว้แต่เนิ่นๆ จะได้สบายว่ามีที่นั่งกลับแน่นอน



หน้าตารถบัสที่เราต้องขี้นด้านข้างมีเขียนไว้ไม่มีหลง



ตารางเวลาที่มีรถมารับ สะดวกสบาย แน่นอน เพราะก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรับจองเค้าจะสอบถามเราว่ากลับวันไหนไฟล์ทกี่โมง แค่เรามาให้ทันก็พอค่ะ ขึ้นรถบัสที่นี่สะดวกดีค่ะ มีเจ้าหน้าที่คอยยกกระเป๋าให้เรา แม้กระทั่งลงจากรถไปแล้ว แต่หลายคงอาจจะเลือกรถไฟ ก็แล้วแต่สะดวกค่ะ



ขึ้นรถแล้ว



ผ่านแวะรับหลายโรงแรม หลายจุดเหมือนกันแต่ถึงที่หมายสบาย นอนรอกันไปก่อน



บ้าย บาย ญี่ปุ่น คราวหน้าคงได้พบกันใหม่ กับทริปเดินทางที่มากกว่า 7 วันแน่นอน แต่จะเป็นกี่วันคงบอกไม่ได้.....ซาโยนาระ..มาตะเนะ


ตบท้ายด้วยหน้าตาอาหารบนเครื่อง



หลังทานเสร็จอิ่ม สลบ ไม่มีใครได้คุยกันเลย นอนๆ เอาแรงดีกว่า


ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม อัพบล็อคแต่ละทีช่วงนี้อาจจะไม่ติดต่อกัน อาจจะข้ามบ้างกระโดดบ้าง แต่ก็จบนะค่ะ ดองกันข้ามปีเชียว


Create Date : 05 ตุลาคม 2554
Last Update : 7 มกราคม 2558 23:33:07 น. 0 comments
Counter : 909 Pageviews.

ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.