</a

Group Blog
 
All blogs
 

ความผิดใคร? 3G สะดุดไทยเสียโอกาสแสนล้าน

การเมืองเตะถ่วงมือถือระบบ 3G เสียโอกาสในการทำธุรกิจต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ไร้สาย คอนเทนต์ โพรวายเดอร์ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและทั่วถึง เม็ดเงินในการลงทุนชะงัก รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย

ในการสัมมนาเรื่องวิกฤต 3G จุดเปลี่ยนธุรกิจไทยที่จัดโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สัปดาห์ที่ผ่านมา มีบางมุมมองที่น่าสนใจ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยหลังไม่มีการประมูล 3G ว่า การมี 3G หรือ 4G จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ เพราะเวลาจะพาธุรกิจไปทิศทางไหนต้องมีการเช็กข้อมูลข่าวสาร ที่สามารถกดดูได้จากอุปกรณ์สื่อสารที่มีอยู่ในมือ ซึ่งก็คือการลดต้นทุน นอกจากนี้ ยังสร้างรายได้ประมาณ 1 แสนล้าน หรือคิดเป็น 0.5-1% ของจีดีพีเพราะไม่ต้องใช้ระบบลอจิสติกส์

การระงับ 3G กระเทือนกำไรของประเทศ เพราะการทำอี-คอมเมิร์ซ การท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วก็สร้างโอกาสทางธุรกิจได้มาก หรือหากเปรียบเทียบถ้าประเทศอื่นไป 3G หรือ 4G ขณะที่ไทยยังอยู่ที่ 2G ภาพลักษณ์ของประเทศก็เสียหาย

'การมี 3G จะทำให้คนต่างจังหวัดเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้เร็ว สามารถทำธุรกิจโดยมีคลังสมอง เพราะขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคคลาวด์ คอมพิวติ้ง ถ้ามีบรอดแบนด์เข้าถึงข้อมูลได้เร็วจะทำให้ธุรกิจก้าวหน้าเร็ว เพราะเทคโนโลยีทำให้เกิดเศรษฐีอายุไม่ถึง 30 ปีมากมาย อย่างบิล เกตส์ก็มาจากเทคโนโลยี การที่ 3G ไม่เกิดไทยเสียโอกาสมากมาย และรัฐบาลไม่ค่อยใส่ใจต้องกดดันรัฐบาลทำให้เกิด'

ถ้าไปต่างประเทศอย่างจีนจะรู้เลยว่าแต่ละที่เป็นอะไร เช่น เสินเจิ้นเป็นแหล่งกอปปี้ ฮ่องกงเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ ไทยต้องการเป็นอะไร ขบวนการทำงานต้องเป็นกลยุทธ์ซุนวู รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ดังนั้น จุดแรกที่ไทยต้องทำคืออนาคต เพราะโลกต้องแข่งขันที่ความเร็ว เทคโนโลยี ธุรกิจต้องมีการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์เพราะเป็นยุคของคลาวด์ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา หากไทยทำตรงจุดนี้เงินจะมาเอง

'เทคโนโลยีจะอยู่กับมนุษย์คือมือถือกับไอแพด ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้น ไทยต้องวางแผนให้มีความมั่นคงกับธุรกิจ สังคมต้องเป็นสังคมความรู้ ฐานข้อมูลต้องหลากหลาย ต้องเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์แล้วใช้โทรศัพท์ลิงก์'

ดร.ธนวรรธน์กล่าวว่า อินเทอร์เน็ตเข้ามาเปลี่ยนโลกได้เร็ว การอยู่คนเดียวเป็นไปไม่ได้ ต้องติดต่อต่างประเทศ โกลบอลไลเซชันมาจากอินเทอร์เน็ตทั้งนั้น พอโลกเชื่อมต่อกันต้องใช้ความเร็ว อย่างนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย แล้วเกตเวย์เชื่อมต่อใครไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน แม้กระทั่งจีนยังให้ความสำคัญกับไทยมาก ไทยต้องฉวยโอกาสตรงนี้ เพราะความเร็วเป็นสิ่งสำคัญ

ทั้งนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีกับโครงสร้างพื้นฐานต้องแน่น หากอยู่ในธุรกิจไอซีที รับรองไม่จน ไทยอย่าตกยุค เพราะสิ่งสำคัญคือซอฟต์แวร์ ถ้าวางระบบ 3G จะช่วยให้ธุรกิจซอฟต์แวร์โต

'โครงสร้างพื้นฐานไทยเรื่องอินโนเวชันแฟกเตอร์ต่ำมาก ซึ่งไทยด้อยกว่ามาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไทยมีปัญหาด้านกฎหมาย นี่คือความสูญเสียอย่างมหาศาล เกิดความเสียหายด้านการลงทุนรวมกับแอปพลิเคชันกว่า 2 แสนล้านบาท แต่ด้วยปัญหาการเมืองเราก็ต้องถอยก้าวหนึ่ง แต่ถ้าไป 4G ได้ ก็ควรไปเลย'

สำหรับการลงทุนขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับระบบ 3G ในช่วง 3 ปีแรก เป็นเงินลงทุนด้านโครงข่ายประมาณ 5 หมื่นล้านบาทถึง 1 แสนล้านบาท แอปพลิเคชันลงทุน 5 หมื่นล้านบาท ธุรกิจต่อเนื่องอย่างอี-คอมเมิร์ซ 3 หมื่นล้านบาท รวมแล้วเกือบ 2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ถ้าทีโอทีลงทุนทำ 3G 2 หมื่นล้านบาท แอปพลิเคชันไม่กระทบ แต่เสียโอกาสมากถ้าใช้เวลาดำเนินการ 5-6 เดือน ถ้าคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 5-7 หมื่นล้านบาท แต่ยังพอช่วยได้บ้าง ส่วนคุณภาพการให้บริการดีแค่ไหนยังไม่สามารถประเมินได้ ภาคเอกชน กทช. ต้องเร่ง 3G เกิดให้เร็ว หรือถ้าบอกว่ากทช.ไม่มีอำนาจให้ไลเซนส์ รัฐบาลก็ควรผลักดันให้กสทช.เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีสามารถทำได้โดยการเข้าไปเจรจากับทุกหน่วยงาน

ดร.ธนวรรธน์กล่าวว่า ปกติต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยโดยรวมเป็นเม็ดเงินประมาณ 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นธุรกิจด้านไอซีทีประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น ต้องกดดันรัฐให้เกิดกสทช. โดยเร็ว แล้วเร่ง 3G ให้เกิดประเทศอื่นไป 4G ไทยก็น่าจะอยู่แถบนั้นเพราะจะทำให้ธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการ สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ จะรับหรือไม่รับก็ต้องมาและไม่ได้ถูกบังคับให้ใช้ แต่ 3G เป็นทางเลือก ถ้ามองในมิติผู้บริโภค ถ้ามี 3G ผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์ เช่น มีผู้ให้บริการเพิ่มขึ้น แม้จะมองว่าเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่แต่ธุรกิจก็ต้องแข่งขันกัน แต่จะแตกต่างในเชิงธุรกิจ เพราะเป็นบริการแบบไลเซนส์กับสัญญาสัมปทาน

นอกจากนี้ บริษัทที่ทำคอนเทนต์ไม่ว่าจะเป็นค่ายเพลงต่างๆ สื่อหนังสือพิมพ์ รวมถึงคอนเทนต์ โพรวายเดอร์ก็เสียโอกาสหาก 3G ไม่เกิด เพราะไม่สามารถขายผ่านมือถือได้อย่างรวดเร็ว ค่าโทร.จะลดลง 20% เพราะผู้ให้บริการไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐ รวมถึงผู้พิการหูหนวก ตาบอด เพราะมีวิดีโอคอลล์ ที่สื่อสารกันด้วยภาษามือแทนการส่ง SMS คนตาบอดก็ใช้โทรศัพท์ส่องป้ายแล้วให้ญาติอ่านแทน

ขณะที่ธุรกิจอื่นไม่ว่าจะเป็นอี-คอมเมิร์ซก็จะมีการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีคนใช้บรอดแบนด์มากขึ้น บริการข้อมูลจะโตขึ้น นอกจากนี้ ยังมีบริการใหม่ๆ เช่น ซื้อตั๋วหนัง บัตรรถไฟฟ้า หรือธุรกรรมอื่นๆ ที่สามารถทำผ่าน 3G ได้ ซึ่งจะส่งผลให้จีดีพีของประเทศโตตาม

ด้านหัวเรือใหญ่ 3G อย่าง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้ความเห็นแบบแผ่นเสียงตกร่องว่า หากมีการประมูล 3G รัฐบาลจะสามารถสร้างโครงข่ายไร้สายเข้าถึงทุกครัวเรือน โดยเป็นบรอดแบนด์ไร้สาย 75% ผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสงที่ให้บริการแบบไฟเบอร์ทูเดอะโฮม 25% โดยรัฐต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 1.8-2.5 แสนล้านบาท ดังนั้นการพัฒนาธุรกิจโดยเทคโนโลยี 3G ไวแมกซ์ การให้ใบอนุญาตจึงมีความสำคัญ

'เรากำลังปล่อยทรัพยากรที่สำคัญไว้เฉยๆ แทนที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งทำให้ไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ การชะลอ 3G สิ่งที่เกิดขึ้นคือวัฏจักรของเทคโนโลยีที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป ไม่เกี่ยวอะไรกับไทย เพราะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ เพราะจะไป 4G แล้ว ซึ่งจะทำให้ราคาเครื่อง 3G ถูกลง'

พ.อ.นทีกล่าวว่า มี 3G ไม่ใช่จะเลิก 2G แต่ไม่มีเหตุผลว่า 3G ไม่จำเป็นต้องเกิด เพราะ 3G ถ้าเป็นถนนก็เปรียบเหมือนโทลเวย์ 2G เหมือนวิภาวดี อยู่ที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้ และเครื่องลูกข่ายที่ออกมาขณะนี้ก็เป็น 3G แต่ใช้ฟีเจอร์ 2G จึงเป็นการใช้ของแพงเกินประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหาคือต้องเร่งออกไลเซนส์ 3G เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการให้บริการบรอดแบนด์เข้าถึงประชาชน อย่างมาเลเซียใช้เวลา 2-3 ปี สามารถให้บริการบรอดแบนด์จาก 10% เป็น 50% ได้ หลังจากมีการให้ไลเซนส์ 3G ไวแมกซ์

'การประมูล 3G ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการในไทยที่สนใจ ต่างชาติก็ให้ความสนใจเช่นกัน ไม่ว่าเป็นผู้ประกอบการจากเกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย หลังมีการโรดโชว์ แต่ที่ต่างชาติไม่เข้าร่วมประมูลเพราะไม่มั่นใจในเรื่องการเมือง เพราะการลงทุนถ้ามีความเสี่ยงต่างชาติก็จะไม่สนใจ'




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 5 ธันวาคม 2553 16:25:47 น.
Counter : 114 Pageviews.  

Commart 2/2010

Pix



New playstation 3 controler





หลังจากที่เดินผ่าน booth playstation 3 แล้วขึ้นไปชั้นบน เดินตรงไปสาม

ช่อง เลี้ยวขวา เดินตรงไปอีกสองช่อง ก็พบกับ สาวแสนเซ็กซี่เต้นโชว์เลย

รีบ...ทันที







 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 5 ธันวาคม 2553 16:26:00 น.
Counter : 116 Pageviews.  


kaka491
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แนะนำติชมได้ครับ

ไม่ว่ากัน

ฟังเพลงออนไลน์ CodeRadio
เพื่อนที่กำลังชมบล็อก




คนเราซื้อเวลา(นาฬิกา)ได้ แต่ไม่สามารถซื้อเวลาในอดีตได้

เวลาไม่เคยรอใคร

คุณจะรู้ว่าชีวิตคุณมีค่าที่สุด คือเวลาที่คุณใกล้สิ้นลมหายใจ

หนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีตัวเองมันไม่ได้

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับคนที่มีความพยายาม

เลือกหนทางของตัวเอง เพื่อความสุขที่แท้จริง

อย่าพูด ทำเลย



Friends' blogs
[Add kaka491's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.