Library @ Kaewdiary.com ห้องสมุด HIV/AIDS
Group Blog
 
All blogs
 

++ MooKaew ++

เริ่มต้น เรื่องแรกของ "ชีวิตจริง ยิ่งกว่าละคร " ก็ต้องเริ่มด้วยเรื่องของตัวเองอ่ะเนอะ อิอิ

หัวข้อ ชีวิตจริง ยิ่งกว่าละคร จะนำเสนอเรื่องของเพื่อนๆที่ติดเชื้อ HIV หรือ เรื่องของผู้ที่อยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อ โดยมุ่งหวังอยากให้เพื่อนๆคนอื่นๆได้อ่านเพื่อจะได้เรียนรู้ชีวิตของคนอื่น

เพราะบางทีช่วงที่เราเศร้า เราทุกข์ เรามักคิดว่า ทุกข์ของตัวเองนั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ถ้าได้อ่านชีวิตคนอื่น อาจจะเห็นว่า คนอื่นเขาลำบากกว่าเราอีกมากมาย เขายังสู้เลย ทำไมเราจะไม่สู้หล่ะ

มาลองอ่านเรื่องของเรานะ แล้วคุณอาจจะคิดได้เลยว่า ชีวิตยัยแก้วนี่ บัดซบสุดๆ เขายังอยู่มาถึงปัจจุบันได้อย่างมีความสุขพอสมควรเลยนะ

ย้อนไป ตั้งแต่วันที่เราเกิด ก็ซ่าส์มาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้วจ้า เราเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด (โดยที่แม่ไม่ได้ท้องก่อนแต่งนะ) ตอนเราเกิด เราเพิ่งอยู่ในท้องแม่ เกือบๆ 7 เดือนเอง

ดังนั้น จึงออกมาในสภาพ ทุเรศมาก (ตามที่ย่าและอา เล่าให้ฟัง) คือน่าเกลียดสุดๆ ตัวดำปี๋ ผิวเหี่ยวย่น ขา 2 ขางก็บิดงอ หายใจเองไม่ค่อยได้ ผลก็คือ ต้องเข้าไปนอนในตู้อบ พร้อมสายระโยง ระยาง

อยู่ในสภาพนั้น เกือบๆ 2 เดือน ไม่เคยกินนมแม่ ไม่เคยมีใครอุ้ม (รันทดตั้งแต่เกิดเลย) ตอนแรกๆ ทุกคนไม่มีใครคิดว่าเราจะรอดตาย ชื่อเขายังไม่กล้าตั้งให้เลย

แต่เราก็รอดแฮะ อยู่ในตู้อบ 2 เดือน สุกกำลังดีก็ได้กลับบ้าน ในสภาพตัวโตกว่าฝ่ามือนิดหน่อย ขางอๆ ต้องนวด ต้องดัด แล้วเอาผ้าพันไว้ กลับบ้านก็ได้อยู่กับแม่ไม่กี่วัน แม่ก็ออกเดินทางไปอยู่กับพ่อ

เราก็อยู่กับย่า กับ อา และหมา ตั้งแต่บัดนั้น ไม่เคยได้อยู่กับพ่อแม่เลย

ตอนเป็นเด็กเล็กๆ ป่วยบ่อยมาก 3 วันดี 4 วันไข้ ย่าลำบากในการเลี้ยงดูเรามาก เพราะที่บ้านไม่ค่อยมีเงิน หรือ เรียกอีกอย่างว่า "จน" ต้องใช้เงิน พาเราไปหาหมอเยอะ บางทีก็ไม่มีเงิน ย่าก็ใช้การรักษาเอง รูปเราตอนเด็กๆ ก็เลยมักมีหัวหอมโปะอยู่บนหัว แก้ไข้ แก้หวัด มีใบพลับพลึงพันขา เพื่อดามขาให้ตรง

ก็ล้มลุกคลุกคลานมาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ค่ะ แต่ก็รอดมาได้ด้วยความรักจากย่า และ อา เติบโตมาแบบหลานคนแรก และ คนเดียวของครอบครัว เป็นแก้วตาดวงใจของที่บ้านเลยหล่ะ

เราเริ่มแข็งแรงตอนอยู่อนุบาล 3 แล้วก็แข็งแรงมาตลอด ไม่เคยป่วย ไม่เคยไข้ ตอนเด็กๆที่บ้านจน แต่ ย่าก็กัดฟันส่งเราเรียนโรงเรียนดังๆ เปิดเทอมทีไร ทีวี วิทยุ ในบ้านก็เดินเข้าโรงจำนำเป็นแถว

มันก็สอนให้เราเป็นเด็กที่เจียมตัว รู้ค่าของเงิน และต้องอดทน มาตลอด

ตอนเด็กๆกดดันเยอะ เพื่อนชอบล้อว่า ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ บ้านก็จน จนที่สุดในห้องอ่ะ แต่ย่า ให้กำลังใจมาตลอด เราสู้ด้วยการตั้งใจเรียน สอบได้ที่ 1 หรือ เลขตัวเดียวมาตลอด ได้รางวัลมารยาทดีเป็นประจำ ไปเรียนคนแรกเสมอ ทั้งๆที่บ้านไกลมาก

โตมา จนเข้ามหาวิทยาลัย ก็สอบได้มหาลัยอันดับต้นๆของประเทศ ฐานะทางครอบครัวเริ่มดีขึ้น ชีวิตสบายขึ้น เราเรียนจบมาด้วยคะแนนเกือบๆเกียรตินิยม ชีวิตเป็นเด็กเรียน อยู่ในกรอบ ในระเบียบมาก เพราะคุณย่าค่อนข้าง หวง และ เจ้าระเบียบ

ตอนเรียน ไม่เคยได้ทำกิจกรรม เลิกเรียนก็กลับบ้าน ไม่มีแฟน เพราะที่บ้านไม่ให้คบผู้ชาย เพื่อนชายโทรเข้าบ้าน ไม่มีทางได้พูดกับเรา

เรียนจบ ก็ได้งานทำ ในบริษัทใหญ่โต ได้เงินเดือนเยอะมากๆๆๆ ชีวิตเริ่มมีอิสสระขึ้น เริ่มกล้าขึ้น และ เริ่มมีแฟน แน่นอนที่บ้านไม่ยอมรับ กีดกันสารพัด ด้วยเหตุผลเหมือนในละครว่า "แฟนเราจน "

ก็แอบๆคบกันไป อุดมการณ์ความรักยังแรงกล้า รักด้วยใจ ไม่ได้ใช้สมอง หลบๆซ่อน คบกันไปเรื่อยๆ แฟนเราเป็นคนน่าน นิสัยดี เรียบร้อย เชยๆ ก็พยายามต่อสู้ฝ่าฟันให้ที่บ้านยอมรับ แต่ก็ไม่ค่อยสำเร็จ

เราสองคนก็พยายามเก็บเงิน เพื่อจะแต่งงาน เราลาออกจากงานเพื่อมาดูแลคุณย่าที่ป่วย และเรียนต่อปริญญาโท ไปด้วย แฟนก็ไปเรียนต่อเนื่องปริญญาตรี (เขาจบมาแค่ ปวส.) เพื่อหวังจะลดช่องว่างทางการศึกษา

ในปี 2544 เรากำลังเรียนจบปริญญาโท แฟนก็จบปริญญาตรี เงินที่ส่งไปสร้างบ้านที่น่าน บ้านก็กำลังจะเสร็จ ก็วางแผนกันว่า รับปริญญาแล้ว จะแต่งงาน

แต่ฝันก็ไม่เป็นจริง เรียนจบปริญญาโท เราก็ได้งานในบริษัทใหญ่โต ก่อนเข้างาน เขาสั่งให้ตรวจสุขภาพก่อน มีให้ตรวจ HIV ก็ตรวจไป ไม่เคยคิดว่าจะเป็น

แต่มันก็เป็น ตอนหมอบอกว่า ผลเลือดเป็นบวกนะ คุณมีเชื้อ HIV....... รู้สึกเหมือนโลกถล่ม ความหวัง ความฝัน ทุกสิ่งอย่างในชีวิต มันพังอยู่ตรงนั้น

งานที่ได้ก็ต้องสละสิทธิ์ เคว้งคว้างไปหมด ไม่มีงานทำ เป็นเอดส์ แถมไปตรวจภูมิคุ้มกันครั้งแรกก็มีแค่ 69 เขาวงตัวแดงมาว่า เอดส์ระยะสุดท้ายแล้วนะน้อง

ไปหาหมอครั้งแรก หมอก็รังเกียจ บอกว่าค่ายาเดือนละ 4 หมื่น มีจ่ายรึเปล่า

ก็ทำใจ คิดว่าคงตายในปีนั้น เพราะไม่มีเงินซื้อยากิน ส่วนแฟนเรา รู้ผลเลือดพร้อมๆกัน อีก 3 เดือนต่อมาก็ตายเลย...............

หลังจากรู้ว่าตัวเองติดเชื้อได้ 2 เดือน ก็เริ่มหาข้อมูล หาหมอคนใหม่ เริ่มกินยาป้องกันโรคแทรกซ้อน แล้วใช้ชีวิตแบบคนเตรียมตัวตาย คือ ไม่ได้หางานทำ ตระเวณทำบุญอย่างเดียว ก็ใครจะคิดว่าจะรอดหล่ะ ภูมิคุ้มกันก็แทบไม่มี งานไม่มี เงินไม่มี

เรื่องการติดเชื้อ ไม่กล้าบอกเพื่อน บอกแต่คุณอา เราจึงมีชีวิตอยู่ในโลกอินเตอร์เนท ทั้งห้องสวนลุม pantip.com ในช่วงแรก จนมีคนทำเว็บ kaewdiary ให้

มีเพื่อนๆในเนทเยอะ เริ่มทำกิจกรรมเยอะขึ้น เพราะไปเจอบ้านแกร์ด้า ซึ่งเป็นบ้านพักเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอดส์ ก็เลยเริ่มเป็นอาสาสมัครช่วยงานเขามาตั้งแต่ต้น จนปัจจุบัน

ก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาเรื่อยๆ คิดว่าคงอยู่ไม่นาน แต่ดันอยู่มา 8 ปีกว่าแล้ว ไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่ตาย 6 ปีแรกที่รู้ว่าติดเชื้อ ก็ไม่กินยาต้าน มาเริ่มกินยาตอน CD4 เหลือ 9 เมื่อ 2 ปีก่อน

อยู่ตัวคนเดียว อยู่กับคุณอา(คุณย่า ตายแล้ว) หมา และ เพื่อน ก็เหงา โดดเดี่ยว แต่ก็ยอมรับในชะตากรรม พยายามไม่ฟุ้งซ่าน ไม่โหยหา พยายามทำตัวให้มีคุณค่า และ มีประโยชน์ แต่บ่อยครั้งก็ร้องไห้คนเดียว เศร้า และเหนื่อยกับชีวิต

บางช่วงก็จิตตก ซึมเศร้า ร้องห่มร้องไห้ มันเหนื่อยกับชีวิต มันท้อแท้ มันเหงา น้อยใจในชีวิต ทำไมเราต้องเป็นเอดส์ ทั้งๆที่เรามีแฟนคนเดียวในชีวิต ไม่เคยแรด ไม่เคยมั่ว ทำไมเราต้องเป็นอย่างนี้

อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น เพื่อชดเชยชีวิตในวัยเด็กที่ไม่เคยมีพ่อแม่ ก็ไม่สามารถมีได้ อยากมีลูกหลายๆคน ก็ไม่มีโอกาส

บางทีเพื่อนเก่าๆโทรมาคุย วางสายปุ๊บ ร้องไห้เลย น้อยใจในชีวิต

ทุกวันก็อยู่แบบนี้อ่ะ อยู่ไปวันๆ อยู่แบบโดดเดี่ยว แต่ก็มั่นใจในตัวเอง พยายามทำประโยชน์เพื่อนคนอื่น มีคุณอา มีเพื่อนๆในเว็บเป็นกำลังใจ มีเด็กๆบ้านแกร์ด้า เป็นเครื่องปลอบใจว่า "ยังมีคนที่ซวยกว่ากู"

งานในปัจจุบัน ก็เป็นงานอาสาทำงานให้บ้านแกร์ด้า ก็ได้เบี้ยเลี้ยงนิดหน่อย กับบัตรประกันสังคม ที่เหลือก็มีเขียนหนังสือเอดส์ไดอารี่ ดูแลเว็บแก้วไดอารี่ รับโทรศัพท์ให้คำปรึกษาเรื่องเอดส์ เป็นวิทยากรตามโรงเรียนบ้าง

ยุ่งวุ่นวายทุกวัน ทั้งๆที่ไม่มีงานประจำกับเขา

ชีวิตต้องเปลี่ยนไปเยอะ ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน เบี้ยเลี้ยงน้อยนิด ทำให้ต้องประหยัด พออยู่พอกิน ปรับชีวิตให้เรียบง่าย พยายามไม่คบเพื่อนเก่า เพราะอาย ไม่กล้าบอกว่าทำงานอะไร กลัวเพื่อนรู้ว่าเป็นเอดส์ และ น้อยใจด้วยว่าทำไมชีวิตเราเป็นอย่างนี้

เรื่องความรัก ก็ไม่ค่อยเปิดโอกาสคบใคร ยิ่งถ้าเขาไม่ติดเชื้อนี่ไม่คบ ไม่อยากดึงใครมาตกนรกด้วย เคยมีคนไม่ติดเชื้อมาจีบ แต่เราจะเป็นคนตรงๆ ถ้ามีแววว่าจีบ เราบอกหมดว่าเราเป็นเอดส์นะ เขาก็ไปหมดเหมือนกัน

ก็ไม่เป็นไร มันเป็นสิทธิ์ของเขา และ เราก็ภูมิใจที่เราไม่เห็นแก่ตัว เรากล้าบอกความจริงถึงแม้บอกแล้วจะโดนทิ้ง

เคยมีคนที่เราแอบชอบเขา ก็บอกไปว่าเราเป็นอะไร เสียใจ แต่ก็ดีว่าปิดๆบังๆ หลอกกันไปวันๆ

ชีวิตทุกวันนี้ก็ลุ่มๆดอนๆ สุขๆ ทุกข์ๆ แต่ก็ต้องทนอยู่ไป พยายามดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด เพราะไม่อยากเป็นภาระคุณอา พยายามทำประโยชน์เพื่อคนอื่น เพราะถือว่าเป็นการทำบุญ และ อยากให้คุณอาภูมิใจว่าหลานคนนี้ ถึงมันจะเป็นเอดส์ งานการไม่มีทำ ไม่มีโอกาสหาเลี้ยงคุณอา แต่ชีวิตนี้ก็ยังเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆได้บ้าง

พยายามปฏิบัติธรรม แอบๆหวังว่าจะใช้หนี้กรรมที่ทำไว้แต่ชาติไหนไม่รู้ได้บ้าง กับได้สร้างบุญบ้าง ชาติหน้าได้ไม่ลำบากแบบนี้อีก

พยายามดูแลเว็บแก้วให้ดี จะได้เป็นที่พักพิงแก่คนอื่นๆ พยายามสร้างภาพพจน์ผู้ติดเชื้อให้ดี อยากให้สังคมรู้ว่า คนติดเชื้อ ไม่ได้แปลว่า เขาชั่ว มั่ว หรือ เลว กันทุกคนนะ คนดีๆก็มี และ อยากให้รู้ว่า ผู้ติดเชื้อก็คิดอะไรได้มากกว่าเรื่องบนเตียงนะ

เราคิดว่า ถ้าผู้ติดเชื้อไม่พยายามทำตัวให้สังคมยอมรับ ไม่พยายามทำตัวเป็นคนดี สังคมเขาก็เขาใจผู้ติดเชื้อผิดๆต่อไป ไม่มีทางที่เขาจะให้การยอมรับ

เราไม่ค่อยอยากอยู่นาน มันเหนื่อยมากนะ ในการรักษาสภาพตัวเองให้ดูเหมือนคนปกติ เหนื่อยที่มีชีวิตไม่เหมือนคนอื่น น้อยใจในโชคชะตา อยู่นานๆ มันเหนื่อย มันเหงานะ

แต่ในเมื่อไม่ตายสักที ก็ต้องอยู่กันต่อไป และ อยู่อย่างมีคุณค่า มีประโยชน์

ก็หวังว่า ชีวิตเราจะเป็นบทเรียนให้คนอีกหลายคน หวังว่าชีวิตเราจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆบ้าง




 

Create Date : 25 กันยายน 2552    
Last Update : 25 กันยายน 2552 20:35:08 น.
Counter : 983 Pageviews.  


Valentine's Month


 
++MooKaew++
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




++Mookaew++ เป็นผู้ติดเชื้อ HIV ค๋ะ มีบ้านอบอุ่นที่เพื่อนๆสร้างให้ชื่อ http://www.kaewdiary.com

ส่วน Blog นี้ ทำเองค่ะ ตั้งใจจะทำเป็น "ห้องสมุด" ของเว็บแก้ว พยายามจะรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาให้เพื่อนๆชาวเอช และผู้ที่กำลังสงสัยตัวเองว่าจะมีน้องเอช แอบเข้ามาอยู่ด้วย

ติดต่อหมูแก้วได้ที่ kaew@kaewdiary.com หรือ 086 -905 5584 นะจ๊ะ ไม่ก็เข้าไปหาในห้องรับแขกเว็บแก้วไดอารี่ค่ะ ไม่ต้องหลังไมค์มา เพราะคงไม่ค่อยได้เปิด ไม่ต้องโพสอะไรใน Blog ให้ไปคุยกันที่กระดานข่าวเว็บแก้วนะคะ



Friends' blogs
[Add ++MooKaew++'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.