(*This is ISLAM*)



Create Date : 05 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 12 กันยายน 2553 0:09:01 น.
Counter : 248 Pageviews.

1 comment
สู้เพื่อมลายู หรือเพื่ออิสลาม
ได้รับเมลล์จากเพื่อนคนหนึ่ง ด้วยตัวเราเองก็เป็นคนในพื้นที่ มันเลยโดนใจมาก เพราะเคยแอบๆ คิดเหมือนกัน อืม.... นั่นนะซิ พวกเค้าต่อสู้เพื่อใครกันแน่ พระผู้เป็นเจ้า หรือพวกเค้าเอง

จากศูนย์ข่าวอิศรา

กลุ่มอุสตาซเพื่ออิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้
(real1_islam@hotmail.com)
หมายเหตุ : กองบรรณาธิการโต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันข่าวอิศรา ได้รับเอกสาร “สู้เพื่อมลายู... หรือเพื่ออิสลาม?” จากองค์กรที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มอุสตาซเพื่ออิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้(real1_islam@hotmail.com) ทางกองบก.พิจารณาแล้ว เห็นว่า บทความที่น่าสนใจและอาจนำไปสู่การถกเถียงพูดคุยในประเด็นปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างสร้างสรรค์โดยสถาบันข่าวอิศรา ยินดีเป็น “พื้นที่สาธารณะ” เพื่อสานเสวนาระหว่างกลุ่มที่มีความคิดหลากหลาย โดยสุภาพและสันติ




อัสลามูอาลัยกุมวาเราะห์มาตุลลอฮีวาบารอกาตุหฺ อัลฮัมดุลิลาฮฺ


แท้จริงมวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮแต่เพียงผู้เดียว เราขอสรรเสริญพระองค์ เราขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ เราขอการชี้นำจากพระองค์ เราขออภัยโทษต่อพระองค์ และเราขอกลับคืนสู่พระองค์ ขออัลลอฮทรงโปรดประทานพรแห่งสันติสุขแด่ศาสดา มูฮัมมัด (ศ็อล) และวงศ์วานของท่านตลอดจนบรรดาเศาะหาบะฮฺผู้ทรงธรรม

ขณะนี้พื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องลุกเป็นไฟ ผู้คนล้มตาย การฆ่าและทำลายล้างกันเป็นสิ่งที่เห็นและได้ยินเสมอ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาวันแล้ววันเล่า ถึงแม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุและผู้กระทำหลายฝ่าย แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การกระทำของผู้ที่เรียกตนเองว่า นักรบกอบกู้เอกราชรัฐปัตตานี หรือเหล่า นักรบอิสลามแห่งปัตตานี นักรบมูญาฮิดีนปัตตานี พวกเขาแสดงตนเป็นมุสลิม เป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม พวกเขาอ้างว่านับถือศรัทธาใน อัลลอฮฺ (ซบ.) และเดินตามแนวทางของศาสนทูตของพระองค์ แต่ในหลาย ๆ การกระทำพวกเขากลับเดินตามความเชื่อของบรรดาสุลต่านและผู้ปกครองปาตานีในอดีต รวมทั้งข้าทาสของเจ้าเมืองเหล่านี้ที่หวังจะกลับคืนการปกครองที่อธรรม (ซอเล็ม) เพื่อชาติตระกูลตนเอง ด้วยความช่วยเหลือจากอังกฤษจึงต้องหลอกลวงประชาชนของพวกเขาเองให้ทำการต่อสู้โดยอ้างว่าเพื่อมลายู ซึ่งก็คือ พวกเราลูกหลานชาวมลายูปาตานีตลอดมา
พวกเรารับรู้มาว่าปาตานีในอดีตเจริญรุ่งเรืองและมีการปกครองแบบอิสลาม แต่ความจริงการปกครองของปาตานีกลับถูกปกครองโดย สุลต่าน หรือ ตวนกู ต่าง ๆที่เห็นแก่ตัวและพร้อมด้วยเครือญาติของพวกเขา สร้างพระราชวังไพลิน(อิสตานานิลัม)ใหญ่โตมโหฬารกว่ามัสยิดกรือเซะ และโดยเฉพาะการปกครองโดยสตรีเกิดขึ้นหลายสมัย หลายชั่วอายุคน เช่น ราชินีฮิเยา ราชินีบีรู ราชินีกูนิง

สตรีเหล่านี้นางอ้างสิทธิอะไรหรือในการปกครองบ้านเมือง เพราะนางมีความรู้ในหลักการของอิสลามหรือ ? ไม่เลย เป็นไปไม่ได้ เพราะตัวนางเองยังไม่คลุมผม ซึ่งเป็นกฎพื้นฐานที่สตรีมุสลิมจะต้องปฏิบัติ และถือเป็นฮารอม หากสตรีมุสลิมคนใดละเลยกฎเกณฑ์นี้

นี่เป็นเพียงประการหนึ่งที่เราสามารถมองเห็นและคิดเองได้ แม้จะยังไม่ต้องค้นคว้าในด้านอื่นๆ หรือเราจะตรวจสอบจากคำถามเหล่านี้ เช่น

ก)พวกนางใช้กฎหมายอิสลามในการตัดสินคดีความที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองสมัยนั้นหรือไม่?

ข) มีหลักฐานปรากฏหรือไม่? ว่ามีผู้รู้ศาสนาชั้นสูงเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการปกครองของพวกนาง ?


หากพวกเราพิจารณาเพียงแค่ประเด็นเหล่านี้ไม่กี่ประการ เราจะเห็นได้ว่า ไม่มีเลยและไม่ควรกล่าวด้วยซ้ำว่าพวกนางปกครองแบบอิสลาม และที่สำคัญที่สุดที่เราสามารถเห็นได้ทันที คือ อิสลามปฏิเสธและไม่ยอมรับให้สตรีเป็นผู้นำในการปกครอง ถ้าเช่นนั้นพวกนางเหล่านี้เป็นผู้นำของมุสลิมปาตานีได้อย่างไร? เรายอมรับว่าเป็นรัฐอิสลามหรือ? แล้วมีนักการศาสนาคนใดกล้ารับรองรัฐบาลของพวกนางว่าปกครองแบบอิสลาม แม้แต่ตัวผู้ปกครองเองยังกระทำผิดต่ออิสลามและถือเป็นผิดบาปซ้ำซาก

หรือนี่ ? แท้จริงแล้วมันคือ การปกครองของหญิงชาวมลายูนับถือศาสนาอิสลามที่ปกครองเพื่อตระกูลของนางเอง หาใช่เพื่ออิสลามไม่ และตัวอย่างหนึ่งที่บอกได้ว่าพวกนางปกครองด้วยความอธรรมและตามใจตนเองเช่น เรื่องของมุสลิม ๒ คนที่ฝ่าฝืนคำสั่งของพวกนาง ที่ห้ามไม่ให้นำทองเหลืองออกนอกเมืองปาตานี ต่อมาเมื่อถูกจับกุมได้ พวกนางสั่งประหารชีวิตและให้นำศพไปทิ้งทะเล อย่างนี้เป็นแบบอย่างของอิสลามหรือ? ดูรายละเอียดได้จากประวัติราชอาณาจักรมลายูปะตานี(สยาเราะกือราญาอันมลายูปัตตานี) เขียนโดย อิบรอฮิม ซุกรี แปลโดย มะหามะซากี เจ๊ะหะ และผศ.ดลมนรรจน์ บากา เป็นผู้เรียบเรียงจัดพิมพ์โดยโครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี พย. ๒๕๔๑

จะเห็นได้ว่าการตัดสินเช่นนี้ขัดกับหลักการของอิสลาม ถึงแม้คนทั้งสอง จะทำผิดร้ายแรงแค่ไหน อิสลามก็สั่งสอนให้จะต้องจัดการศพให้เรียบร้อย และต้องให้เกียรติ ไม่ใช่เอาไปทิ้งทะเล และยิ่งเป็นมุสลิมด้วยถือเป็นบาปใหญ่มากๆที่กระทำเช่นนี้ ท่านนบีมูฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้สั่งให้ชาวมุสลิมลุกขึ้นยืนให้เกียรติต่อศพที่ไม่ใช่มุสลิมที่ถูกหามผ่านมา

ดังมีระบุในรายงานฮาดิษ ซอเฮี้ยะ ของท่าน บุคอรี ซึ่งได้บันทึกว่า ท่านนบี (ศ็อล) ได้กล่าวว่า “เมื่อพวกเจ้าเห็นแคร่หามศพ(ผ่านมา) ก็จงลุกขึ้นยืนให้เกียรติเขา(ศพ)จนกว่าจะเลยผ่านพวกเจ้าไปหรือถูกวางลง” อยู่มาวันหนึ่งได้มีศพถูกหามผ่านมาทางท่านนบี (ศ็อลฯ) ท่านจึงลุกขึ้นยืนเพื่อให้เกียรติศพดังกล่าว ซึ่งมีคนกล่าวแก่ท่านว่า “นั่นเป็นศพของชาวยิว” ท่านศาสดาจึงตอบกลับไปว่า “มันไม่ใช่ร่างกายของมนุษย์หรอกหรือ?”

นี่คือ อิสลามของจริง แม้แต่ศพเรายังต้องให้เกียรติ แล้วราชินีฮิเญา ของปาตานี ทำอย่างไรกับศพ มุสลิมทั้ง ๒ คน น่าเศร้าที่นางนำไปทิ้งทะเลใช่มั้ย? และจนวันนี้พวกเรายังได้เห็นพฤติกรรมเช่นนี้อีก

การฆ่าตัดคอแล้วเอาไปทิ้ง ที่เกิดกับบ้านเราในปัจจุบันเท่ากับเป็นการลบหลู่เกียรติชัดเจน

หากพิจารณาฮะดิษดังกล่าว พวกเขาทำลายภาพลักษณ์ของอิสลามมากเกินไปแล้ว และอีกประการ เรื่องนี้ตามประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่า ราชินียังตัดสินคดีความเองโดยไม่ปรากฏว่ามี “อาลิมอุลามาอฺ” หรือ“กอฎี” ทำการพิพากษาเลย เพราะเมื่อนางรู้เรื่องก็สั่งให้นำตัวคนทั้งสองไปประหารทันที ซึ่งความจริงความผิดเช่นนี้ กำหนดโทษที่อิสลามว่าไว้ จะถึงขั้นประหารชีวิตหรือ ? เราจะไม่ขอยกคัมภีร์ อัล-กุรอาน มาอ้าง แต่จะขอยกตัวอย่างของท่านศาสดามูฮัมมัด (ศ็อลฯ) ซึ่งได้กล่าวอบรมสั่งสอนว่า

“ผู้ใดได้ถูกทดสอบด้วยการตัดสินปัญหาระหว่างมนุษย์ ดังนั้นเขาจงปฏิบัติอย่างยุติธรรมระหว่างพวกเขา ทั้งในการใช้สายตาชำเลือง การชี้ การนั่ง” จาก al-Daraqutni Ali:al-Sunan 1966:Medina:Sharikat al- Tiba’ah al-Fanniyahal-mutahidah คัดจากหนังสืออิสลามกับสันติภาพ เขียนโดย ดร.อิสมาแอล ลุฏฟี จะปะกิยา

นี่เป็นประวัติศาสตร์อิสลามและเป็นแบบฉบับที่มาจากศาสดาของอิสลาม และยังเน้นย้ำให้ดำรงความยุติธรรมแม้แต่ที่นั่งหรือการใช้สายตา หมายถึงว่าจะต้องแสดงออกอย่างไม่ลำเอียงต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แล้วพี่น้องลองนำมาเทียบกับการกระทำของเจ้าเมืองปาตานีในอดีตว่าเป็นอย่างไร?

พวกที่ก่อการร้ายต่าง ๆ ในวันนี้ พวกเขาเอาอะไรมาตัดสินความเป็นความตายของมนุษย์ ?

จากคำสั่งของอัลลอฮ์และรอศูล (ศ็อลฯ)ของพระองค์หรือ ?

มีเรื่องมากมายที่เป็นความอธรรมของผู้ปกครองปาตานีในอดีต และการหลอกลวงที่โกหกบอกกับประชาชน เช่น มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาในหมู่พวกเราว่า เมื่อสยามยึดเมืองปัตตานีแล้วได้เจาะหวายที่ข้อเท้าเพื่อต้อนไปเป็นเชลยที่กรุงเทพ พวกเราหลงเชื่อเช่นนี้มานานโดยไม่ได้คิดไตร่ตรอง

แต่ความจริงหากถามหมอสักคนว่าการทำเช่นนี้จะทำให้มนุษย์เดินได้หรือไม่?

ถ้าหากเส้นเอ็นร้อยหวายที่ขาขาด มนุษย์คนนั้นจะอยู่จะเป็นอย่างไร? พวกเราเอาเรื่องเล่าเช่นนี้ มาบอกต่อลูกหลานของเราจนลืมความจริง ซึ่งหากเราพิจารณาดีๆลองนึกดูเพียงแค่เดินเฉย ๆ ไม่ต้องผูกอะไร จาก ปัตตานีไป กรุงเทพมันจะเป็นอย่างไรแล้ว? แต่เพื่อให้โกรธเกลียดต่อสยาม ทำสงครามกับสยาม ตามคำสั่งของอังกฤษเพื่ออังกฤษจะได้ปกครองมลายูโดยไม่ต้องกังวลสยาม จึงยุยงให้ปาตานีต่อสู้กับสยาม แล้วพวกมันอังกฤษจะได้ปกครองมาลายูและตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

พวกเขาเหล่าเจ้าเมืองปาตานีร่วมมือกับไซออนิสต์อังกฤษ ช่วยให้มันกดขี่พี่น้องมลายูในที่อื่นๆ เพียงเพื่อขอให้ไซออนิสต์อังกฤษ ยอมให้พวกเขาปกครองปาตานีและกดขี่ประชาชนได้อีกต่อไป จึงเล่าเรื่องโกหกปลุกชาวบ้านให้สู้กับสยามตามคำสั่งและการวางแผนการของไซออนิสต์อังกฤษ แต่ไม่ปลุกชาวบ้านให้สู้กับอังกฤษเลย มาชาอัลลอฮ์

คัมภีร์ อัล-กุรอาน ซูเราะห์ อัลมาอิดะห์ อายะห์ที่ ๘ กล่าวว่า “และจงอย่าทำให้ความเกลียดชังต่อพวกหนึ่งพวกใด กลายเป็นอาชญากรที่ทำให้พวกเจ้าไม่ปฏิบัติอย่างยุติธรรมต่อพวกเขา”

ทั้งหมดที่เราเขียนมานี้ เพื่อหวังเตือนสติพี่น้องทั้งหลายให้กลับคืนมาสู่อิสลามและอย่าหลงเป็นเครื่องมือของกลุ่มบุคคลที่ก่อความไม่สงบ ที่มีเป้าหมายเพื่อความยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธ์มลายู มิใช่เพื่อความยิ่งใหญ่ของอิสลาม พวกเขาดูถูกพี่น้องมุสลิมในส่วนอื่น ๆ ของโลก พวกเขายกย่องและเรียกร้องแต่ “มลายู” และยังจะเรียกร้องให้ตัวเองเป็น “มลายูมุสลิม” ให้มลายูใหญ่กว่าอิสลาม เห็นได้ชัดนี้คือแผนการร้ายของ ไซออนิสต์ ศัตรูของอิสลาม ซึ่งไซออนิสต์พยายามแยกสลายความเข้มแข็งของอิสลามด้วยการให้มุสลิมยกย่องและเชิดชูเผ่าพันธุ์ตนเอง “อัศศอบิยะห์” และทะเลาะกันแม้จะเป็นมุสลิม แต่ถูกแบ่งเป็นมลายู เป็นไทย เป็นอาหรับ แล้วมาถึงวันนี้แผนการร้ายนี้ยังมีอิทธิพลในหมู่ชาวมลายูซึ่งเคยถูกอังกฤษครอบครอง พวกนี้ได้ทิ้งเมล็ดพันธ์เชื้อชาตินิยมและเผ่าพันธุ์นิยมไว้

วันนี้ของพวกเราจึงพยายามเอาคำว่า มลายูนำหน้ามุสลิม แต่เราไม่เคยเรียกชาติอื่น เช่น บังคลาเทศมุสลิม อัฟกันมุสลิม แต่เรามุสลิมเรียกทั้งหมดว่า มุสลิม เช่น มุสลิมบอสเนีย มุสลิมอินเดีย ไม่มีใครเขาใช้เชื้อชาติขึ้นนำหน้าเผ่าพันธุ์เช่นที่เป็นอยู่ในบ้านเราที่ชอบเรียก “มลายูมุสลิม”


มลายูยิ่งใหญ่กว่าอิสลามหรือ ?


พวกเราไม่ยอมรับพี่น้องมุสลิมจากส่วนอื่นๆของโลก พวกเราสนใจเฉพาะปัญหาของเรา พวกเราเห็นแก่ตัว พวกเราไม่สนใจความเป็นพี่น้องอิสลาม พวกเรามองไม่เห็นความเดือดร้อนของมุสลิมที่อื่นๆเลย เพราะพวกเรารู้จักอิสลามเฉพาะบ้านเรา เฉพาะคนมลายูเท่านั้น และคิดว่าอิสลามที่ดีและถูกต้องที่สุดมีที่ปาตานีเท่านั้น ทั้ง ๆที่คำสั่งสอนของอิสลาม สอนว่า “มุสลิมทั้งหลายนั้นเป็นพี่น้องกัน”


เรามักดูถูกมุสลิมที่เป็นเผ่าพันธุ์อื่น ทั้ง ๆ ที่มุสลิมในประเทศไทยสามารถเข้าไปมีบทบาทระดับประเทศทั้งทางการเมืองและในระบบราชการ นับตั้งแต่สมัยอยุธยามาแล้ว แต่เรากลับหลงตามแผนการที่ล้ำลึกของศัตรูอิสลาม แผนการซึ่งเพื่อไม่ให้มุสลิมมีอิทธิพลต่อประเทศไทยมากนักจึงปลุกกระแส “มลายูนิยม” ขึ้นมาและสนับสนุนให้ก่อความรุนแรงเพื่อให้คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยรังเกียจอิสลามและไม่วางใจมุสลิม เกิดการปราบปรามมุสลิมและควบคุมอิสลามควบคุมปอเนาะ โรงเรียนศาสนา เข้าแผนกับดักของ ไซออนิสต์

รายละเอียดที่ลึกซึ้งกว่านี้ เราจะนำเสนอภายหลัง อินชาอัลลอฮฺ

เราขอยกตัวอย่าง คำวินิจฉัย คำฟัตวาของที่ประชุมใหญ่ของอุลามาอฺโลกเป็นที่ประชุมของทุก มัซฮับทุกนิกาย มีผลสรุปชัดเจน ถึงการเกิดสงครามและการต่อสู้ของมุสลิมในแผ่นดินต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะมีการพูดถึงความไม่สงบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของประเทศไทย ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า “ไม่ใช่การต่อสู้ในเรื่องความขัดแย้งในทางศาสนา ไม่เป็นการทำสงครามญิฮาด ผู้ตายไม่ได้อยู่ในฐานะ ชะฮีด และยังเน้นว่าเป็นการก่อการร้ายและทำร้ายมุสลิมด้วยกันอีกด้วย โดยแอบอ้างว่าทำตามคำสั่งสอนของอิสลาม ซึ่งความจริงกลับเป็นการทำลายอิสลามมากกว่า”

และการต่อสู้เช่นนี้ มักจะได้รับเงินสนับสนุนลับๆจากศัตรูอิสลามโดยพวกเขาไม่รู้ตัว และหากพิจารณาจริงตามกฎเกณฑ์อิสลาม พวกเขาไม่มีลักษณะของการต่อสู้เพื่ออิสลามเลย ซึ่งเราพิจารณาได้ง่าย ๆ เช่น

- กลุ่มก่อความไม่สงบได้แสดงให้ปรากฏว่าพวกเขามีผู้รู้ในศาสนาอิสลามในระดับสูงหรือไม่?

เราจะเห็นได้ว่าไม่ปรากฏ ผู้รู้ศาสนาคนใดกล้าประกาศตัวเป็นผู้นำ และที่ได้ยินได้รู้ มีเป็นเพียง คนระดับอุสตาซ ซึ่งยังไม่มีความรู้พอที่จะวินิจฉัยศาสนาได้เลย และตัวของอุสตาซเหล่านั้นเองก็ยังต้องปฏิบัติตามผู้อื่นที่มีความรู้มากกว่า แล้ววันนี้ใครกล้าฟัตวาว่าการฆ่าคนอื่น ฆ่า อส.,ฆ่า ชรบ.,ฆ่าครู ไม่ผิดบาป ทั้งๆที่อิสลามห้ามการฆ่าชีวิตผู้อื่นโดยไม่ยุติธรรม

เราขอย้ำคำว่า ไม่ยุติธรรม คือ ซอเล็ม ตามที่ อัลลอฮฺกล่าวไว้ใน คัมภีร์ อัลกุรอาน ซูเราะห์ อัลมาอิดะห์ อายะห์ที่ ๑๑๙ และหากพวกเขาจะอ้างบอกว่าเป็นการแก้แค้นแทนคนปัตตานีในอดีตที่ถูกสยามฆ่าตอนยึดเมือง ถ้าเช่นนั้น กฎหมายอิสลามบทไหนที่บอกให้แก้แค้นได้ และทำการแก้แค้นกับคนอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้ที่กระทำโดยตรง ดั่งเช่น อัล-กุรอานกล่าวไว้ในซูเราะห์ อัลอิสรออฺ อายะห์ที่ ๓๓

- พวกเขาถูกคนที่มีความรู้ศาสนาอิสลามเพียงเล็กน้อยหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวบางอย่าง ทำให้อิสลามต้องตกต่ำ พวกเขาสร้างความวุ่นวายขึ้นบนหน้าแผ่นดิน พวกเขาสร้างฟิตนะห์มากมายซึ่งเป็นแบบฉบับของ ฏอฆูต และเมื่อประชาชนมากมายไม่ยอมเข้าร่วมและไม่เห็นด้วย พวกเขาข่มขู่และฆ่า

อย่างนี้เป็นการต่อสู้ของ อิสลามหรือ?

การห้ามไม่ให้กรีดยางหรือขายของในวันศุกร์ มีที่ไหนบ้างในโลกอิสลามที่บังคับเช่นนี้ ? แม้แต่ประเทศอิสลามยังไม่บังคับจนถึงขนาดนี้

โดยเฉพาะการขู่ฆ่าหรือการฆ่าเพราะเหตุไม่เห็นด้วย ไม่ยินยอมคล้อยตามกับพวกเขานั้น อัลลอฮฺได้เตรียมการลงโทษพวกนี้ไว้แล้วดังที่ได้กล่าวในคัมภีร์ อัล-กุรอาน ซูเราะห์ อันนิซา อายะห์ที่ ๙๓ ความว่า “ผู้ใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยจงใจ(และโดยมิชอบ) ผลตอบแทนที่จะได้รับคือนรกญะฮันนัม ซึ่งเขาจะคงอยู่ในนั้นตลอดกาล ยิ่งกว่านั้น อัลลอฮฺก็ทรงกริ้วโกรธและ ทรงสาปแช่งละอฺนัตเขา และได้ทรงเตรียมไว้สำหรับเขาซึ่งโทษทรมานอันใหญ่หลวง” และถ้าหากดูคำอธิบายของท่านศาสดาที่กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

“เลือดของบุคคลที่ปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และฉันเป็นศาสนฑูตของอัลลอฮฺ จะไม่เป็นที่อนุญาตให้ผู้ใดล่วงละเมิด( สังหาร) ” แล้วเช่นนี้การกระทำทั้งหลายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหรือควรเรียกว่าพวกสร้างฟิตนะฮฺบนหน้าแผ่นดินมากกว่า

แต่พวกเขายังกล้าบอกว่าตนเองเป็นนักรบมูญาฮิดีนผู้เดินตามแนวทางของอิสลามอีกหรือ?

แต่ในบางกลุ่มของพวกเขาก็ยอมรับว่าเขาไม่ใช่นักรบเพื่ออิสลามแต่พวกเขาสู้เพื่อกอบกู้เอกราชฟาฏอนีไม่ใช่เพื่ออิสลาม

ดังนั้นพวกเขาคือ พวกสร้างฟิตนะห์บนหน้าแผ่นดินพวกเขาคือพวกถูกหลอกใช้จากไซออนิสต์ศัตรูของอิสลามนั้นเอง พวกเขาจึงกลายเป็นพลพรรคของฏอฆูต

อีกประการ อิสลามไม่เคยบังคับให้ศรัทธาในศาสนา ดั่งที่คัมภีร์อัล-กุรอานซูเราะห์อัล-บากอเราะห์อายะห์ที่ ๒๕๖ กล่าวว่า

“ไม่มีการบังคับใดๆใน(การเข้ารับนับถือ)ศาสนาอิสลาม แน่นอนทางนำ(แห่งอิสลาม)นั้นได้เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วจากความหลงทาง” จะเห็นได้ว่าแม้แต่เรื่องศาสนาอิสลามยังไม่มีการบังคับแล้วการต่อสู้ที่ไม่ถูกต้องตามแนวทางอิสลามจะบังคับให้พวกเรายอมร่วมมือได้อย่างไร? และพวกเขาเองไม่เคยแสดงความคิดเห็นหรือไม่เคยกล้าที่จะอภิปรายถกเถียงกับผู้รู้ศาสนาคนอื่นๆ เลย ทั้งๆที่อิสลามสอนให้ทุกคนจะต้องปรึกษาหารือกัน และจะต้องพูดจาด้วยความสุภาพถ้าจะให้ใคร ๆเข้าใจอิสลาม อัล-กุรอานซูเราะห์อัลบากอเราะห์ อายะห์ที่ ๘๓ กล่าวว่า

“และพวกเจ้าจงพูดจากับมนุษย์ด้วยความสุภาพ” แต่พวกเขาทำบาปต่ออิสลาม นอกจากไม่พูดจาด้วยความสุภาพแล้ว พวกเขาฆ่าคนเพียงเพราะไม่เห็นด้วยกับพวกเขา โดยคนเหล่านั้นไม่ได้ต่อสู้กับพวกเขาด้วยซ้ำไป พวกเขาทำให้ภาพพจน์ของอิสลามต้องเสียหาย แท้จริงพวกเขาคือผู้ทำลายอิสลามต่างหาก

- และพวกเขาต้องพึงระวังและทำความเข้าใจ อิสลาม โดยเฉพาะอัล-กุรอาน ซูเราะห์ อันนิซา อายะห์ที่ ๙๓ ความว่า “และผู้ใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยจงใจ การตอบแทนแก่เขาก็คือนรกญะฮันนัม โดยที่เขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล และอัลลอฮฺก็ทรงโกรธกริ้วเขา และทรงละอฺนัตเขา และได้ทรงเตรียมไว้สำหรับเขาซึ่งการลงโทษอันใหญ่หลวง”

และ อัล-กุรอานซูเราะห์ อัลฟุรกอน อายะห์ที่ ๑๙ กล่าวว่า

“และผู้ใดในหมู่พวกเจาที่ปฏิบัติอธรรม (ซอเล็ม)แน่แท้เราจะให้เขาได้ลิ้มรสแห่งการลงโทษที่สาหัสยิ่ง” และซูเราะห์ อัลอะหฺซาบ อายะห์ที่ ๓๖ กล่าวว่า “ไม่เป็นการบังควร(อย่างยิ่ง)สำหรับผู้ศรัทธาชายและหญิง เมื่ออัลลอฮฺและรอศูลของพระองค์ได้กำหนด(ให้กระทำ)สิ่งใดแล้ว พวกเขายังจะมีทางเลือกอื่นอีกในกิจการของพวกเขาและผู้ใดฝ่าฝืนอัลลอฮฺและรอศูลของพระองค์แน่นอนว่าเขาได้หลงผิดอย่างชัดแจ้งแล้ว”

ท้ายนี้พวกเราขอเอกองค์อัลลอฮฺ (ซบ.) ได้โปรดเปิดหัวใจของผู้ไม่หวังดีและทำร้ายประชาชน ได้หันกลับมาน้อมรับแนวทางที่ถูกต้องของอิสลาม และขอได้โปรดให้พวกเขาได้สำนึกตนและขออภัยโทษในความผิดบาปทั้งหลายที่พวกเขาได้ก่อความเสียหายขึ้นบนหน้าแผ่นดินและกระทำผิดบาปต่อเพื่อนมนุษย์ ขอพระองค์ได้โปรดตอบรับการกลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์ ได้โปรดให้มีทางออกสำหรับพวกเขา หากแม้พวกเขาขออภัยโทษต่อพระองค์และกลับตัวสู่พระองค์ ด้วยความกรุณาปราณีและเมตตายิ่งเสมอ

“ แท้จริงเรามาจากพระองค์และต้องคืนกลับยังพระองค์ ”


วาบิลลาฮิเตาฟิกวัลฮิดายะห์วัสลามุอาลัยกุม






Create Date : 18 กันยายน 2550
Last Update : 19 เมษายน 2553 10:57:37 น.
Counter : 272 Pageviews.

1 comment
Nasheed~Islamic Songs
"Allah Knows" by Zain Bhikha featuring Dawud Wharnsby




เนื้อร้อง/Lyric


When you feel all alone in this world
And there’s nobody to count your tears
Just remember, no matter where you are
Allah knows
Allah knows
When you carrying a monster load
And you wonder how far you can go
With every step on that road that you take
Allah knows
Allah knows
CHORUS
No matter what, inside or out
There’s one thing of which there’s no doubt
Allah knows
Allah knows
And whatever lies in the heavens and the earth
Every star in this whole universe
Allah knows
Allah knows
When you find that special someone
Feel your whole life has barely begun
You can walk on the moon, shout it to everyone
Allah knows
Allah knows
When you gaze with love in your eyes
Catch a glimpse of paradise
And you see your child take the first breath of life
Allah knows
Allah knows
CHORUS
When you lose someone close to your heart
See your whole world fall apart
And you try to go on but it seems so hard
Allah knows
Allah knows
You see we all have a path to choose
Through the valleys and hills we go
With the ups and the downs, never fret never frown
Allah knows
Allah knows
CHORUS (x2)
BRIDGE:
Every grain of sand,
In every desert land, He knows.
Every shade of palm,
Every closed hand, He knows.
Every sparkling tear,
On every eyelash, He knows.
Every thought I have,
And every word I share, He knows.
Allah knows.







"Your mother” by Rashid Bhikha"(Dedicated to all mothers)




เนื้อร้อง/Lyric


Who should I give my love to?
My respect and my honour to?
Who should I pay good mind to – after Allah
And Rasul-Allah?
Comes your mother,
Who next? Your mother,
Who next? Your mother,
And then your father

Cause who used to hold you
And clean you and clothe you?
Who used to feed you
And always be with you?
When you were sick, stay up all night
Holding you tight?
That’s right no other, my mother

Who should I take good care of,
Giving all my love?
Who should I think the most of – after Allah
And Rasul-Allah?
Comes your mother,
Who next? Your mother,
Who next? Your mother,
And then your father

Cause who used to hear you
Before you could talk?
Who used to hold you
Before you could walk?
And when you fell, who’d pick you up?
Clean your cut?
No one but, you mother, my mother

Who should I stay right close to?
Listen most to?
Never say no to – after Allah
And Rasul-Allah?
Comes your mother,
Who next? Your mother,
Who next? Your mother,
And then your father

Cause who used to hug you
And buy you new clothes?
Comb your hair and blow your nose?
And when you cried who wiped your tears?
Knows your fears? Who really cares?
My mother

Say al-hamdu li-Allah
Thank you Allah
Thank you Allah for my mother







"Al-khaliq" by Yusuf Islam




เนื้อร้อง/Lyric


(Chorus): La illaha Ill Allah Muhammad Dur-Rasullullah Sall-Allahu Alayhi Wa Sallam

Al Khaaliq made the oceans
Rivers, lakes, streams and rain
Bow their waves in pure submission
Upon the earth to praise his name

Chorus

There is no creature among us
Upon the air or in the sea
That does no sing with wonder
Praising in community

Chorus

The dry earth is a sign
To all of mankind
Brought to life with peaceful rain
And to us Allah will do the same

Seal Of The Prophets
He was a guide for all people
And the mercy to the universe
He was a guide for all people
God's peace and blessings on him

He was a seal of the prophet
The last brick in the house of prophethood

He was the last of the prophets
God's peace and blessings on him

He was a patron of the poor
Always helping widows and orphans
A great patron of the poor
God's peace and blessings on him

He was a striver against evil
And he fought and he won
To give rights all people
God's peace and blessings on him

He was a stranger to this world
For his aim was the hereafter
He kept little for this world
God's peace and blessings on him






"God is the Light" by Yusuf Islam




เนื้อร้อง/Lyric


How great the wonders of the heavens
And the timeless beauty of the night
How great -- then how great the creator?
And its star like priceless jewels far beyond the reach of kings
Bow down for the shepard guiding him home

But how many eyes are closed to the wonder of this night?
Like pearls, hidden, deep beneath a dark stream of desires
But like dreams vanish with the call to prayer
And the dawn extinguishes night - here too are signs
God is the light
God is the light

How great the beauty of the Earth and the creatures who dwell on her
How great -- then how great the creator?
As it's mountains pierce the clouds hight about the lives of men
Weeping rivers for thousands of years

But how many hearts are closed to the wonders of this sight?
Like birds in a cage, asleep with closed wings
But as work stops with the call to prayer
And the birds recite - here too are signs
God is the light
God is the light

How great the works of man and the things he makes
How great -- then how great the creator?
Though he strives to reach the heavens he can barely survive
The wars of the world he lives in

Yet how many times he's tried, himself to immortalize?
Like his parents before him in the garden of Eden
But like the sun sets with the call to prayer
And surrenders to the night here too are signs
God is the light everlasting
God is the light everlasting
God is the light everlasting
God is the light everlasting






"Don't Talk to me about Muhammad" by Dawud Wharnsby Ali




เนื้อร้อง/Lyric


There is a hadith about the following incident when an old lady was helped with her load by a young man...
The young man being Muhammad (SAW)...
Would be appreciated if someone could locate this hadith..

___________


It would be such a pleasure to have you come along with me
I accept your gracious offer
Kindness and company
But as we walk along young man
And as you help me with my load
I've only one request as we travel down this road

Don't talk to me about Muhammad
Because of him there is no peace
And I have trouble in my mind
So don't talk to me about Muhammad
And as we walk along together
We will get along just fine
As we walk along together
We will get along

That man upsets me so
So much more than you could know
I hear of his name and reputation everywhere I go
Though his family and his clan once knew him as an honest man
He's dividing everyone
With his claim that God is One

So don't talk to me about Muhammad
Because of him there is no peace
And I have trouble in my mind
So don't talk to me about Muhammad
And as we walk along together
We will get along just fine
As we walk along together
We will get along

He's misled all the weak ones
And the poor ones and the slaves
They think they've all found wealth and freedom
Following his ways
He's corrupted all the youth
With his twisted brand of truth
Convinced them that they all are strong
Giving them somewhere to belong

So don't talk to me about Muhammad
Because of him there is no peace
And I have trouble in my mind
So don't talk to me about Muhammad
And as we walk along together
We will get along just fine
As we walk along together
We will get along

Thank you now young man
You've really have been so kind
Your genorosity and smile are very rare to find
Let me give you some advice
Since you've been so very nice
From Muhammad stay away
Don't heed his words or emulate his way

And don't talk about Muhammad
You will never have true peace
And trouble is all you will find
So don't talk about Muhammad
And as you travel down life's road
You will get along just fine

Now before we part and go
If its alright just the same
May I ask my dear young man
Who are you, what's your name
Forgive me what was that?
Your words weren't very clear
My ears are getting old
Sometimes its difficult to hear
It's truly rather funny though I'm sure I must be wrong
But I thought I heard you say
Your name is Muhammad
Muhammad

Ashaadu anlah ilaha illalla
Wa ashadu ana muhammadur rasululla

O talk to me, Muhammad
Upon you I pray for peace
For you have eased my troubled mind
O talk to me, Muhammad
And as we walk along together
We will get along just fine
As I travel down life's road
I will get along
Just fine





"A is for Allah" by Yusuf Islam




เนื้อร้อง/Lyric


A is for Allah, nothing but Allah;
Ba is the beginning of Bismillah;
Ta is for Taqwa, bewaring of Allah;and Tha is for Thawab, a reward;
Ja is for Janna, the Garden of Paradise;
Ha is for Hajj, the blessed pilgrimage;
Kha is for Khaatem, the seal of the prophethood given to the Prophet, Muhammed (SAW);
Da is for Deen, Al-Islam, religion with Allah since time began;
Dha is for dhikr, remembering Allah;
And Ra is for the month of Ramadhan, ohh Ramadhan;
Za is for Zakat to pure our greed, when we give our money to those in need;
Sa is for Salamu alaikum, peace be with you wa'alaikum assalam;
Sha is for shams, the shining sun, which Allah placed for everyone;
And Sua is for salat, for when we pray facing him, everyday, facing him, till we meet our lord;

Allah there's only one God and Muhammed is his Messenger.
Allah, La ilaha illa'allah;

Dua is for duha, the morning light, the sun has turned from red to white;
Tua is for tareeq, the path to walk upon;
And Dhua is for dhil, a shadow;
And Aa is for ilm, the thing to know, to make our knowledge grow, in Islam;
Gha is for ghaib, a world unseen and that we know is not a dream;
Fa is for, the Opening, Al-Fatiha;
And Qua for the Qur'an, the book of God;
And Ka is for kalima, a word we're taught to teach us what is good and what is not;a
Nd La is for the beginning of La ilaha illa'allah;
Ma is for the Messenger Muhammed-ur-Rasoolillah.

La ilaha illa'allah, Muhammed-ur-Rasulilllah;
Allah, there's only one God and Muhammed is his Messenger.
Allah, la ilaha illa'allah;

Na is for nawm, the sleep God gave to give us rest after the day;
Ha is for the Hijra, the journey that, the Prophet made;
And Wa for wudu before we pray to help us wash our sins away;
And Ya for Yawm-mid-Deen;

Allah, there's only one God and Muhammed is his Messenger.
Allah, La ilaha illa'allah;
Allah, there's only one God and Jesus was his Messenger.
Allah, La ilaha illa'allah;
Allah, there's only one God and Moses was his Messenger.
Allah, La ilaha illa'allah;
Allah, there's only one God and Abraham was his Messenger.
Allah, La ilaha illa'allah;
Allah, there's only one God and Noah was his Messenger.
Allah, La ilaha illa'allah;
Allah, there's only one God and he created Adam, and we are the children of Adam.
Allah,La ilaha illa'allah;
Allah, there's only one God and Muhammed is his Messenger.
Allah, La ilaha illa'allah.






"Give Thanks to Allah" by Zain Bhikha




เนื้อร้อง/Lyric


Give thanks to Allah,
for the moon and the stars
praise Him all day for
what is and what was.
Take hold of your imaan
dont give it to shaitan
oh you who believe please give thanks to Allah.
Allahu Ghafur Allahu Rahim Allahu yuhibu al Mohsinin,
huwa Khalikhuna huwa Razikhuna wa hua ala kulli shaiin qadir

Allah is Ghafur Allah is Rahim Allah is the one who loves the Muhsinin,
He is a Creater, He is a Sustainer and He is the one who has power over all.

Give thanks to Allah,
for the moon and the stars
praise Him all day for
what is and what was.
take hold of your imaan
dont give it to shaitan
oh you who believe please give thanks to Allah.
Allahu Ghafur Allahu Rahim Allahu yuhibu al Mohsinin,
huwa Khalikhuna huwa Razikhuna wa hua ala kulli shaiin qadir


Allah is Ghafur Allah is Rahim Allah is the one who loves the Muhsinin,
He is a Creater, He is a Sustainer and He is the one who has power over all.






"The Prophet" by Dawud Wharnsby Ali







"The Story of Ibrahim" by Dawud Wharnsby Ali





Create Date : 07 มิถุนายน 2550
Last Update : 19 เมษายน 2553 11:01:09 น.
Counter : 740 Pageviews.

16 comment
* )..มัสยิดจากทุกมุมโลก_The mosques around the world..* )

Mecca Great Mosque ใน Mecca, Saudi Arabia


The Prophet's Mosque ใน Medina, Saudi Arabia (กลางคืน)


The Prophet's Mosque ใน Medina, Saudi Arabia (กลางวัน)


Xian Mosque ใน China


Xian Mosque ใน China


The minaret (หออะซาน) ของ The Great Mosque ใน China


Brunei


Malaysia


Putra Jaya, Malaysia


Chongju Mosque ใน Korea


Pusan, Korean


Seoul, Korea


Istanbul, Turkey


Casablanca, Morocco


Djenne Mosque ใน Mali,Africa


Guinea,Africa


Kenya


WashingtonDC, USA


Masjid Omar ใน Los Angeles,USA


New Mexico, USA


Janissaries Mosque ใน Greece


Spain


Italy


Germany


England


Ghosia Jamia Mosque ใน England


Riyadh,Saudi Arabia


The Great Mosque ใน Samarra,Iraq


ที่มาของรูป
//en.wikipedia.org/wiki/Islam_in_China
//www.islamicity.com
//www.islamkorea.com/english/
//www.2mfm.org
//islamglobe.com
//www.planetware.com
//www.islamicity.com
//pictures.traveladventures.org
//www.islamicfinder.org



Create Date : 20 ตุลาคม 2549
Last Update : 19 เมษายน 2553 11:02:27 น.
Counter : 1266 Pageviews.

2 comment
Do you really know what Islam is....?
ทางเลือกอีกทางของการนำเสนอ "Islam" ดูเหมือนเล่นๆ แต่ชวนให้คิด






How Islam Deals with Atheist - by Zakir Naik





Create Date : 31 สิงหาคม 2549
Last Update : 19 เมษายน 2553 11:03:11 น.
Counter : 202 Pageviews.

0 comment
1  2  

ibafay
Location :
ยะลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Creative Commons License
ผลงานวิจารณ์ต่างๆบน http://ibafay.bloggang.com ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.


*RighHere*RightNow*