*** พื้นที่ส่วนตัวของ พันตำรวจเอก ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ รองผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี นี้ จัดทำขึ้นเพื่อยืนหยัดในหลักการที่ว่า คนเรานั้นจะมีความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อมีเสรีภาพในการแสดงความคิดโดยบริบูรณ์ และความเชื่อที่ว่าคนเราเกิดมาเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่มีอำนาจใดจะพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเราได้ ไม่ว่่าด้วยวิธีการใด ๆ และอำนาจผู้ใด ***
*** We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable rights, that among these are life, liberty and the pursuit of happiness. That to secure these rights, governments are instituted among men, deriving their just powers from the consent of the governed. That whenever any form of government becomes destructive to these ends, it is the right of the people to alter or to abolish it, and to institute new government, laying its foundation on such principles and organizing its powers in such form, as to them shall seem most likely to effect their safety and happiness. [Adopted in Congress 4 July 1776] ***
Group Blog
 
All Blogs
 
ตู้เกมส์ ไม่ใช่เครื่องเล่นการพนัน จริงหรือ (?)

บทความเรื่อง "ตู้เกมส์กับการพนัน" นี้ ผม [1] ได้เขียนไว้นานแล้ว และได้โพสต์ลงในเวปไซต์ของผู้บังคับบัญชาผู้มีพระคุณอย่างสูงสุดของกระผม คือ พล.ต.ท.วันชัย ศรีนวลนัด ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อประมาณปีเศษ ที่ผ่านมา ผมเห็นว่า มันคงจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง จึงขอนำมาโพสต์ไว้ที่นี่ อีกครั้งหนึ่งครับ


กระผมได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๗ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๔ ซึ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่ ๕๗/๒๕๔๔ คดีหมายเลขแดงที่ ๓๐๙๙/๒๕๔๔ ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวตู้เล่นเกมส์ไฟฟ้า ซึ่งมีกฎกระทรวงกำหนดไว้ให้ตู้เล่นเกมส์ดังกล่าว การพนันประเภทที่ระบุไว้ในบัญชี ข อันดับที่ 28 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน 2478 แล้ว รู้สึกแปลกใจในการวินิจฉัยและการตีความกฎหมายของศาลพอสมควร และไม่ทราบว่าขณะนี้ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวไปในแนวทางใดบ้าง

คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาว่า
“พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 2 เช่าซื้อเครื่องเล่นหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติมาตั้งไว้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าซันนี ถนนคฑาธร อำเภอเมืองราชบุรี ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมจำเลยที่ 1 ขณะกำลังเล่นเครื่องดังกล่าว เครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติของกลางสามารถใช้เล่นได้โดยใช้ไฟฟ้าเป็นสื่อให้ระบบเครื่องทำงานโดยผู้เล่นต้องหยดเหรียญ 10 บาท 1 เหรียญ เข้าไปในช่องหยอดเหรียญ จากนั้นผู้เล่นจะทำการควบคุมโดยการกดปุ่มเพื่อให้เครื่องคนตุ๊กตาให้เข้ากัน แล้วผู้เล่นต้องจับคันโยกเพื่อหาตำแหน่งที่ต้องการ เมื่อได้ตำแหน่งที่ต้องการจึงกดปุ่มเพื่อสั่งให้ตัวหยิบทำการหยิบจับตุ๊กตา หากหยิบได้จะได้ตุ๊กตาไป หากไม่ได้ก็จะได้คูปอง 1 ใบซึ่งนำไปแลกสิ่งของได้

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติของกลางเป็นเครื่องเล่นการพนันที่ผู้เล่นจะต้องมีความผิดตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข ลำดับที่ 28 ท้าย พรบ การพนัน 2478 ซึ่งแก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 23 (2530) ออกตามความใน พรบ การพนัน 2478 ดังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่า กฎกระทรวงฉบับที่ 23 (2530) ออกตามความใน พรบ การพนัน 2478 ไว้ว่า “เครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกลไฟฟ้า พลังแสงสว่าง หรือพลังอื่นใดที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใดซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้ไม่ว่าจะโดยมีการนับแต้มหรือเครื่องหมายใดๆ หรือไม่ก็ตาม”

ความหมายของเครื่องเล่นตามกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว กำหนดไว้ว่าเป็นเครื่องเล่นซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้นั้น บ่งบอกความหมายอยู่ในตัวว่าเป็นการแพ้ชนะกันระหว่างบุคคลซึ่งเป็นผู้เล่นด้วยกัน หรือบุคคลอื่นตั้งแต่สองฝ่ายด้วยกัน สำหรับเครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติของกลาง

โจทก์นำสืบโดยมีพันตำรวจโทอนันต์ ทวีปัญญสกุล และร้อยตำรวจเอกเจษฎา ปิ่นชูทอง เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมเบิกความว่า ลักษณะเครื่องทำไว้สำหรับเล่นคนเดียว แต่สามารถเล่นหลายคนได้ โดยแต่ละคนช่วยกันกดปุ่มเครื่องเล่นได้ แต่ไม่สามารถเล่นเพื่อให้แพ้ชนะกันเองได้

จากข้อนำสืบของโจทก์แสดงให้เห็นว่า เครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติของกลางเป็นเครื่องเล่นเกมส์ที่มุ่งประสงค์จะให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินและเพิ่มทักษะให้แก่ผู้เล่นเพียงอย่างเดียวมิได้มุ่งประสงค์ให้ใช้เป็นเครื่องเล่นการพนันแต่อย่างใด แม้ผู้เล่นจะต้องหยอดเหรียญชนิดราคา 10 บาท เข้าไปในเครื่องก่อนที่ผู้เล่นจะเริ่มเล่นเพื่อให้เครื่องทำงานตามที่โจทก์นำสืบก็ตาม แต่การหยอดเหรียญดังกล่าวก็ถือได้ว่าผู้เล่นได้จ่ายในจำนวนนั้นเป็นค่าตอบแทนการเล่นเท่านั้น เงินที่ว่าหาใช่เป็นสินพนันไม่ ส่วนในกรณีผู้เล่นสามารถหยิบตุ๊กตาได้ก็จะได้ตุ๊กตาดังกล่าวเป็นสิ่งตอบแทนนั้นก็ปรากฎข้อเท็จจริงว่าหากไม่ได้ตุ๊กตาจะได้คูปองแทน 1 ใบ เพื่อไปแลกสิ่งของต่างๆ ได้ ซึ่งจำเลยทั้งสองนำสืบว่าสิ่งของดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 10 บาท

ดังนั้นการที่ผู้เล่นจะได้ตุ๊กตาหรือไม่ก็ตามก็เป็นเพียงสิ่งที่ผู้คิดสร้างสรรค์เกมส์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อความเพลิดเพลินหรือฝึกซ้อมทักษะของผู้เล่น ไม่ทำให้เกิดผลแพ้ชนะกันได้ ทั้งไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เล่นเครื่องเล่นดังกล่าวนำผลของการได้หรือไม่ได้ตุ๊กตาไปเล่นการพนันเพื่อการแพ้ชนะกันระหว่างบุคคลซึ่งเป็นผู้เล่นด้วยกันหรือบุคคลอื่นตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป

เกมส์นั้นจึงมิใช่เกมส์การพนันแต่อย่างใด ดังนั้นเครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติของกลางจึงมิได้มีคุณสมบัติที่มีไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องเล่นการพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข ลำดับที่ 28 ท้าย พรบ การพนัน 2478 ซึ่งได้แก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 23 (2530) ออกตามความใน พรบ การพนัน 2478 จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น”

กระผมไม่อาจจะกล่าวได้ว่า คำพิพากษาดังกล่าวถูกหรือผิดหรือไม่ ประการใด แต่อย่างไรก็ตามกระผม ไม่เห็นพ้องด้วยเป็นอย่างยิ่งสำหรับคำพิพากษาข้างต้น และเห็นว่าพนักงานอัยการในฐานะผู้แทนแห่งรัฐหรือทนายแผ่นดินควรที่จะต้องฎีกาคัดค้านคำพิพากษานี้ไปยังศาลฎีกาเพื่อทำการวินิจฉัยต่อไป

คำถามที่จะต้องพิจารณา คือ คำพิพากษานี้ ขัดหรือแย้งต่อหลักการ The Principle of Legality หรือไม่ The Principle of legality เป็นมรดกทางความคิดที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยปฎิวัติทางความคิดอันรุ่งโรจน์ (Enlightenment) ของยุโรป ซึ่งมีหลักการพื้นฐานบนหลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers)[2] ซึ่งหลักการนี้ จะยอมรับให้ศาลเป็นผู้บังคับใช้และตีความกฎหมายที่ออกมาโดยฝ่ายนิติบัญญัติ (Legislatures) หรือ องค์กรที่ได้รับมอบอำนาจมาจากฝ่ายนิติบัญญัติ (Administrative agency) การตีความกฎหมายของศาลจึงมีข้อจำกัดอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่กฎหมายเป็นการกำหนดนโยบายสาธารณะ (Public Policy) อันเป็นอำนาจหน้าที่ในฝ่ายบริหาร (Executive Function)แล้ว ศาลจะไม่แทรกแซงการใช้ดุลพินิจที่อยู่บนพื้นฐานของหลักความสมเหตุสมผลนั้น เว้นแต่กรณีดังกล่าวจะเกี่ยวพันกับการออกฎหมายและตีความกฎหมายซึ่งมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างร้ายแรง (Clearly erroneous) จนกระทั่งขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ (Unconstitutional)หรือกรณีที่องค์กรฝ่ายปกครอง (Executive agency) ออกกฎหรือตีความกฎโดยอำเภอใจไม่แน่นอน (Arbitrarily interpretation) ไม่อยู่บนพื้นฐานของหลักเหตุผล (Unreasonable interpretation) ฉะนั้น หากไม่มีความผิดพลาดอย่างร้ายแรงข้างต้นแล้ว อำนาจของศาลที่จะเข้ามาตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าว (judicial review) ย่อมเป็นไปอย่างจำกัด หรือไม่เข้ามาแทรกแซงการดำเนินการดังกล่าวเลย

การกำหนดให้การกระทำใดถือเป็นการพนันนั้น ย่อมเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารโดยตรง หาใช่อำนาจหน้าของศาลที่จะเข้ามาเป็นผู้กำหนดนโยบายไม่ เนื่องจากฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติได้พิจารณาปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และปัจจัยอื่น ๆ ในการกำหนดและดำเนินรัฐประศาสโนบายให้ไปตามทิศทางที่ต้องการ

ด้วยเหตุนี้การกำหนดให้สิ่งใดเป็นการพนันหรือไม่ จึงเป็นความชอบธรรมของผู้แทนปวงชนอันแสดงถึงเจตนารมณ์ของประชาชน(General Will) ว่าต้องการจำกัดการเล่นการพนันให้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และการเล่นประเภทใดที่เป็นสิ่งผิดกฎหมายบ้าง ในกรณีนี้ ฝ่ายบริหารได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เครื่องจักรกลในลักษณะนี้ ก่อให้เกิดปัญหาสังคม ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของชาติ เพราะนักเรียนจะหลบหนีการเรียน และเข้าไปเล่นเกมส์ดังกล่าว จำนวนมาก จึงได้มีการออกกฎกระทรวงดังกล่าวมาบังคับใช้

สำหรับในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น การตีความกฎหมายของที่เป็นการขัดหรือแย้งกับเจตนารมณ์กับฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรที่ได้รับมอบอำนาจมาจากฝ่ายนิติบัญญัติ หากไม่มีการผิดพลาดอย่างร้ายแรงข้างต้นแล้ว ย่อมไม่อาจจกระทำได้ โดยศาลจะจำกัดขอบเขตการวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ ไว้ เนื่องจากไม่มีความความเชี่ยวชาญหรือความชำนาญเฉพาะด้านอย่างเช่นที่ฝ่ายบริหารพึงจะกระทำ

ในคดีนี้ ศาลได้ตีความว่า การเล่นเครื่องกลไฟฟ้าดังกล่าว จะต้องเป็นการเล่นเพื่อแพ้ชนะระหว่างผู้เล่นด้วยกัน หาใช่ผู้เล่นกับเครื่องกลดังกล่าวไม่ [3] ซึ่งประเด็นปัญหาคือ ศาลควรที่จะตีความเช่นว่านั้นหรือไม่ ในประเทศสหรัฐนั้น หากบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีความชัดแจ้งในตัวเองแล้ว ศาลจะไม่แทรกแซงการใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครองเลย แต่หากบทบัญญัติของกฎหมายนั้น มีความไม่ชัดแจ้งในตัวของมันเองแล้ว ศาลจะเข้ามาตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครองว่ามีความสมเหตุสมผลหรือไม่ประการใด หากการตีความดังกล่าวไม่ขัดต่อหลักการแห่งเหตุผลแล้ว ศาลจะยอมรับและบังคับใช้ (Deference) การตีความกฎหมายของฝ่ายปกครองนั้น [4] โดยศาลจะไม่แทรกแซงการใช้ดุลพินิจดังกล่าวเลย

แต่หากว่าการใช้ดุลพินิจหรือตีความไม่สอดคล้องกับหลักเหตุผลแล้ว ศาลจะเข้ามาตรวจสอบการกระทำดังกล่าวโดยศาลจะศึกษาวิจัยว่าเหตุใดรัฐสภาหรือฝ่ายปกครองจึงออกกฎหมายดังกล่าว โดยจะพิจารณาถ้อยคำในตัวบทกฎหมาย รายงานการประชุมและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนั้น โดยศาลจะไม่ตีความตามความเห็นของตนเอง แม้ว่าศาลจะเห็นว่า แนวทางของตนเองน่าจะเหมาะสม หรือเป็นวิธีที่ชาญฉลาดกว่าที่ฝ่ายปกครองกำหนดไว้ก็ตาม

เหตุผลประการที่สองนั้น หากจะพิจาณาจากตัวอย่างของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเกี่ยวกับเรื่องเดียวกันนี้แล้ว ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างยอมรับว่า เครื่องเล่นประเภทดังกล่าว ซึ่งว่าเป็น Slot Machine โดยมีกลไกการทำงานในลักษณะเดียวกัน คือ การหยอดเหรียญ และเล่นเกมส์ตามวิธีการที่กำหนด (indicator) ของเครื่องจักรกลนั้น โดยมีวัตถุหรือสิ่งของที่จะได้รับเป็นสิ่งล่อใจให้ผู้เล่นเข้ามาเล่นเกมส์นั้น ประเทศต่าง ๆ ล้วนถือเป็นเครื่องมือสำหรับการเล่นการพนัน (Gambling Device) ทั้งสิ้น

หากฝ่ายบริหารกำหนดให้เครื่องมือดังกล่าว เป็นการพนันแล้ว ผู้เล่นย่อมมีความผิดตามกฎหมายทั้งสิ้น แต่หากประเทศดังกล่าว กำหนดให้สิ่งดังกล่าวเป็นการพนันโดยถูกกฎหมาย ผู้เล่นเกมส์ดังกล่าว ย่อมไม่มีความผิดกฎหมายแต่ประการใด แล้วเหตุใด ศาลไทยจึงตีความที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของฝ่ายบริหารที่มุ่งคุ้มครองประโยชน์ต่อผู้เยาว์ที่ง่ายต่อการถูกยั่วยุจากสิ่งจูงใจของเครื่องกลไฟฟ้าในคดีพิพาทนี้ อันอาจจะนำไปสู่การกระทำผิดในลักษณะต่าง ๆ จนอาจจะก่ออาชญากรรมเพื่อให้ได้เงินมาเล่นเกมส์การพนันต่อไปได้

ตัวอย่างที่เป็นที่รู้จักได้แก่ การสร้างบ่อนการพนันที่ Las Vegas มลรัฐ Nevada ซึ่งล้วนแต่มีอุปกรณ์เครื่องจักรกลประเภทเดียวกับเครื่องจักรกลในคดีนี้ทั้งสิ้น ซึ่งก็ไม่เห็นมีผู้ใดจะเถียงได้ว่ามันไม่ใช่เครื่องจักรกลอันถือเป็น Gambling machine แต่ประการใด

เหตุผลประการที่สาม คือ ตัวอย่างคดีที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา แม้ว่าข้อเท็จจริงจะไม่ตรงกันกับคดีนี้นัก แต่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า การกำหนดให้สิ่งใดเป็นการพนันหรือไม่ ศาลจะไม่พยายามตีความให้กฎหมายนั้นไร้ผล แต่จะพยายามตีความนั้นกฎหมายบังคับได้ ตามเจตนารมณ์ของฝ่ายบริหาร คดีนี้ เป็นคดีเมื่อเกือบร้อยปีก่อน ระหว่าง State of Iowa v. Pete Ellis, 200 Iowa 1228, 206 N.W. 105 (1925)

คดีนี้ เจ้าของร้านอาหารได้ติดตั้งเครื่องจักรในการซื้อขายมิ้น[5] ในร้านอาหารของตน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นมาตรวจยึดเครื่องจักรและฟ้องร้องเจ้าของร้านตามกฎหมายเกี่ยวกับการพนัน ศาลสูงสุดของ Iowa ได้พิจารณาพิพากษาโดยมีเนื้อความสรุปว่า

“คดีนี้ มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่า เครื่องจักรกลที่ใช้ในการขายมิ้นท์นี้ เป็นเครื่องมือสำหรับการเล่นการพนัน(Gambling device) ตามกฎหมาย มาตรา ๑๓๒๐๒ และ ๑๓๒๐๓ ของประมวลกฎหมายปี ๑๙๒๔ หรือไม่

เครื่องจักรกลนี้ เป็นเครื่องมือที่เรียกว่า Slot Machine ผู้เล่นจะหยอดเหรียญเข้าไปในเครื่องจักรกลนี้ จากนั้นผู้เล่นจะดึงอุปกรณ์ (Lever) หลังจากนั้น ผู้เล่นจะได้รับมินท์ หรือ ในบางครั้งผู้เล่นจะได้รับ chips ซึ่งมีมูลค่า ๕ เซ็นต์แทน ซึ่งเป็นเรื่องของการเสี่ยงโชค ฝ่ายจำเลยโต้แย้งว่า เครื่องเล่นนี้ได้บ่งบอกถึงวิธีการเล่นและสิ่งที่จะได้รับเมื่อเล่นเกมส์นี้ ฉะนั้น จึงไม่มีสิ่งที่เรียกว่า การเสี่ยง (Element of Chance) เพราะผู้เล่นทราบว่าดีตั้งแต่ก่อนหยอดเหรียญและโยกอุปกรณ์ว่าจะได้รับสิ่งของใด ด้วยเหตุนี้ เครื่องจักรกลนี้ จึงไม่ใช่เครื่องมือสำหรับการเล่นการพนัน

อย่างไรก็ตาม ข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ขึ้น เนื่องจากวิธีการเล่นที่จำเลยอ้างนั้น เป็นสิ่งที่เรียกว่าสิ่งจูงใจที่ผู้เล่นไม่ได้หวังที่จะได้รับเพียงแค่มิ้นท์ แต่หวังที่จะได้รับ Chips ดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ในการเล่นแต่ละครั้ง เครื่องจักรกลนี้ จะไม่มีรางวัลดังกล่าวให้แต่ประการใด ฉะนั้น เครื่องเล่นนี้ จึงเป็นการดึงดูดผู้เล่นโดยโอกาสการเสี่ยงโชคจากการโยกอุปกรณ์ของผู้เล่นเป็นสำคัญ การมีสิ่งจูงใจเหล่านี้ จึงถือเป็น Gambling Machine

อนึ่ง เครื่องจักรกลในลักษณะนี้ ศาลสูงสุดในสหรัฐ ไม่น้อยกว่า ๒๒ มลรัฐ ได้พิจารณาและพิพากษาว่า เป็นเครื่องมือเล่นการพนัน หรือ Gambling Machine และไม่เคยปรากฎว่ามีศาลใดในสหรัฐพิพากษาเป็นอย่างอื่น”


กล่าวโดยสรุปแล้ว การตีความกฎหมายใด ๆ ของศาลยุติธรรม จะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตอันจำกัดพอสมควร ดังเช่น ในสหรัฐอเมริกานั้น ศาลสูงสุด (The United States Supreme Court) จะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ หลายประการ ในการวินิจฉัยและตีความกฎหมาย เช่น การตีความกฎหมายที่เกี่ยวกับกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้นจะกระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารมากน้อยเพียงใด และในขณะเดียวกันการตีความกฎหมายนั้นจะกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนหรือไม่ หากเป็นสิทธิที่กำหนดว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือ Fundamental rights ที่ปรากฎใน Bill of Rights ซึ่งได้แก่ รัฐธรรมนูญของสหรัฐที่ได้รับการแก้ไขภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญสหรัฐ (Amendment) มาตรา ๑ ถึง ๑๐ แล้ว ศาลจะตีความอย่างเคร่งครัดมาก และขณะเดียวกันการตีความดังกล่าวจะต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารมากจนเกินไปด้วย

มีหลายตัวอย่างที่น่าสนใจ แต่กระผมขอยกตัวอย่างสักตัวอย่างหนึ่ง เช่น การอ้างสิทธิป้องกันตนเองของการประชาชนในการต่อสู้และขัดขวางการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในอดีตศาลสูงสหรัฐเคยตัดสินว่า ผู้ต้องหาสามารถต่อสู้ขัดขวางการจับกุมโดยไม่มีหมายค้นและหมายจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ตามหลักการเรื่อง Self-defense อันส่งผลให้ ผู้ต้องหาไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และต่อสู้ขัดขวางการจับกุม

แต่อย่างไรก็ตาม การตีความเช่นนี้ ก่อให้เกิดการยั่วยุก่อให้เกิดความรุนแรงและเสียหายต่อชีวิตร่างกายของทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก ในที่สุดศาลสูงสหรัฐ และใน Model Penal Code ก็ได้กำหนดออกมาเป็นแนวทางให้รัฐต่าง ๆ นำไปออกเป็นกฎหมายอาญาของแต่ละรัฐ ซึ่งกำหนดไว้สอดคล้องกันว่า ผู้ต้องหาไม่อาจจะอ้างการป้องกันตนเองได้อีกต่อไป แม้จะการจับกุมจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเหตุแห่งการจับและค้นโดยไม่มีหมายก็ตาม เพราะประชาชนมีหน้าที่ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงคำสั่งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร แต่หากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารกระทำละเมิดต่อสิทธิของประชาชนแล้ว ประชาชนก็ชอบที่จะฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป

ที่ยกตัวอย่างมานั้น ก็ต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่า การวินิจฉัยกฎหมายใด ๆ อาจจะต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน และหากเห็นว่าการวินิจฉัยดังกล่าวจะเป็นผลร้ายและกระทบต่อสังคมแล้ว ศาลเองก็ชอบที่จะทบทวนและวินิจฉัยไปในทางอื่นได้เช่นกัน

ในสหรัฐอเมริกานั้น ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติจะคอยสอดส่องและออกมาตรการในการแก้ไขคำพิพากษาของศาลในสหรัฐอยู่ตลอดเวลา หากว่าฝ่ายนิติบัญญัติเห็นว่าศาลตีความกฎหมายหรือพิพากษาสิ่งใดไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการบัญญัติกฎหมายนั้นแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติจะออกกฎหมายออกมาแก้ไขหรือลบล้างคำพิพากษานั้นโดยพลัน ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติจึงมีการออกกฎหมายมาเกือบทุกวัน หากเป็นคำพิพากษาของศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกา แล้ว คำพิพากษาของศาลสูงสุดนี้ ถือเป็นกฎหมายที่สูงกว่ากฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่มีลำดับต่ำกว่ารัฐธรรมนูญสหรัฐ หากฝ่ายนิติบัญญัติต้องการลบล้างคำพิพากษานั้น ก็จะต้องมีการออกบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ที่เรียกว่า Amendment แต่ถ้าเป็นคำพิพากษาของศาลอื่น ๆ ของระดับมลรัฐแล้ว โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมายอาญาทั่ว ๆ ไปแล้ว มลรัฐต่าง ๆ มีสิทธิกำหนดและออกกฎหมายอาญาของตนได้อย่างอิสระ[6] จึงสามารถบัญญัติแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ได้ และ ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติสามารถเสนอและพิจารณาได้อย่างรวดเร็ว และหากเป็นเหตุการณ์ดังคำพิพากษาของไทยข้างต้นแล้ว น่าเชื่อว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

ประการที่สำคัญที่สุดของศาลสูงสุดของสหรัฐนั้น คือ การที่ผู้พิพากษาแต่ละท่านสามารถทำความเห็นแย้งคำพิพากษาของเสียงข้างมากได้ ทำให้ฝ่ายเสียงข้างมากต้องระมัดระวังในการทำคำพิพากษาเป็นอย่างมาก คำพิพากษาของศาลสูงสหรัฐ จึงละเอียดและอ้างทั้งคดีตัวอย่างและทฤษฎีต่าง ๆ ทั้งทฤษฎีทางกฎหมาย อาชญาวิทยา และสหวิทยาการ ซึ่งมีผลทำให้ความรู้ทางกฎหมายและข้อโต้แย้งทางกฎหมายนั้น ได้รับการพัฒนาและมีหลายครั้งที่ความเห็นแย้งในคำพิพากษาคดีก่อน ๆ กลายมาเป็นหลักกฎหมายและเป็นแนวทางใหม่ ๆ ในคดีหลัง แต่ในกฎหมายไทยนั้น ต้องห้ามมิให้ผู้พิพากษาทำความเห็นแย้งในชั้นคำพิพากษาศาลฎีกา ก็น่าคิดเหมือนกันว่า แนวทางใดจะมีผลดีต่อการพัฒนาหลักกฎหมายกว่ากัน ระหว่างให้ทำความเห็นแย้งได้ กับแนวทางของประเทศไทยเรา

กระผมขอจบบทความยาว ๆ ไว้เพียงเท่านี้ครับ โอกาสหน้า คงจะได้เขียนอะไรเกี่ยวกับกฎหมายในสหรัฐอเมริกาที่น่าสนใจต่อไปในโอกาสหรัฐฯ ในโอกาสหน้าครับ

----------------------------------------


Reference

[1] รป.บ.(ตร.), นบ.(เกียรตินิยม) มธ., น.บ.ท., นม.(กฎหมายมหาชน) มธ., รม.(บริหารรัฐกิจ) มธ., LL.M. (Indiana University-Bloomington), LL.M. ( University of Illinois at Urbana-Champaign), กำลังศึกษาปริญญาเอกทางกฎหมาย(JSD) ที่ Universty of Illinois At Urbana-Champaign ประเทศสหรัฐอเมริกา

[2] Richard J. Bonnie, et al., Criminal Law, 2nd ed., 85-88, New York: Foundation Press: 2004

[3] ศาลวินิจฉัยว่า “เครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติของกลางเป็นเครื่องเล่นการพนันที่ผู้เล่นจะต้องมีความผิดตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข ลำดับที่ 28 ท้าย พรบ การพนัน 2478 ซึ่งแก้ไขโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 23 (2530) ออกตามความใน พรบ การพนัน 2478 ดังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่า กฎกระทรวงฉบับที่ 23 (2530) ออกตามความใน พรบ การพนัน 2478 ไว้ว่า “เครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกลไฟฟ้า พลังแสงสว่าง หรือพลังอื่นใดที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใดซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้ไม่ว่าจะโดยมีการนับแต้มหรือเครื่องหมายใดๆ หรือไม่ก็ตาม” ความหมายของเครื่องเล่นตามกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว กำหนดไว้ว่าเป็นเครื่องเล่นซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้นั้น บ่งบอกความหมายอยู่ในตัวว่าเป็นการแพ้ชนะกันระหว่างบุคคลซึ่งเป็นผู้เล่นด้วยกัน หรือบุคคลอื่นตั้งแต่สองฝ่ายด้วยกัน”

[4] หลักการนี้ เป็นหลักการทั่วไปในการตีความกฎหมายของศาลสูงสหรัฐอเมริกา เช่นในคดี Haggar Apperel Co. v. The United States, 222 F. 3d 1337 (2000) โดยศาลได้วางหลักการที่เป็น Authoritative ว่า “Defendant’s statutory interpretation was reasonable and entitled to deference. Defendant’s application of its regulation to the permapressing operation conducted on plaintiff’s imported articles was not incorrect. Defendant’s determination that the pants did not qualify for a partial exception from duty had to be sustained.”

นอกจากนี้ ยังมีคดีบรรทัดฐาน ที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้วางหลักการในการพิจารณาคดีของศาลไว้ว่าจะต้องยอมรับการตีความและการกำหนดกฎเกณฑ์ของฝ่ายปกครอง หากการตีความกฎหมายดังกล่าว มีเหตุผลอันสมควร ไม่เป็นไปตามอำเภอใจของฝ่ายปกครอง เช่น คดี Skidmore v. Swift & Co., 323 U.S. 134 (1944) และคดีที่สำคัญที่สุด คือ คดี Chevron, Inc. v. National Resources Defense Council, 467 U.S. 837 (1984) ซึ่งศาลในสหรัฐฯ จะต้องยึดถือปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมาย

[5] คดีนี้ สืบเนื่องจากข้อเท็จจริง ที่เจ้าของร้านอาหาร ได้ติดตั้งเครื่องขายมิ้นท์ซึ่งถูกกำหนดไว้ว่าเป็นเครื่องมือเล่นการพนัน ซึ่งได้มีการฟ้องร้องคดีกันจนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นของรัฐ Iowa ว่า เครื่องจักรกลดังกล่าวไม่ถือเป็น Gambling device ต่อมา State of Iowa ได้มีการฟ้องร้องและต่อสู้คดีกันจนในที่สุดศาลได้พิพากษากลับว่า เครื่องจักรกลดังกล่าวเป็น เครื่องมือในการเล่นการพนัน เจ้าของร้านจึงได้มีการต่อสู้คดีเป็นสองทาง คือ คดีแรก ต่อสู้คดีเพื่อที่จะได้รับนิรโทษกรรม (Defense) เพราะตนได้ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่คดีนี้ ศาลสูง Iowa ปฏิเสธที่จะให้นิรโทษกรรม โดยอ้างว่า คำพิพากษาของศาลอื่นที่ไม่ใช่ศาลสูงสุดไม่อาจยึดถือเป็นบรรทัดฐานเพื่ออ้างเหตุนิรโทษกรรมได้ สำหรับการต่อสู้คดี อีกคดีหนึ่ง เป็นการต่อสู้ว่า เครื่องจักรกลที่ขายมิ้นโดยให้ผู้เล่นหยอดเหรียญ แล้วโยกเพื่อที่จะได้รับมิ้นหรือมิ้นและชิบ(chips)นี้ ไม่ได้เป็นเครื่องมือเล่นการพนัน ซึ่งศาลในคดีนี้ก็พิพากษายืนยันว่า เครื่องจักรกลในการขายมิ้น เป็นเครื่องมือเล่นการพนันเช่นกัน

[6] ความผิดตาม ที่มีโทษทางอาญาของสหรัฐอเมริกานั้น โดยปกติแล้ว รัฐต่าง ๆ จะเป็นผู้กำหนดเอง โดยอิสระ และรัฐต่าง ๆ จะยอมรับเอา Model Penal Code ซึ่งได้รับการเสนอโดยกลุ่มนักกฎหมายอิสระ ตั้งแต่ประมาณระหว่างช่วงปี ค.ศ.๑๙๖๐ มาเป็นต้นแบบในการร่างกฎหมายของแต่ละรัฐ ซึ่งจะมีวิธีการตีความและหลักการวินิจฉัยที่แตกต่างจาก ระบบกฎหมาย Common Law ที่ได้รับมาจากประเทศอังกฤษ และปัจจุบัน มีประมาณ ๑๒ รัฐที่ยังยึดถือแนวทางการตีความกฎหมายแบบวิธีการ Common Law แบบอังกฤษ และ ในระดับ Federal Government หรือ รัฐบาลกลางของสหรัฐแล้ว ก็ยังยึดถือแนวทางตามระบบ Common Law รวมถึง การวินิจฉัยและการตีความของ Supreme Court ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ระบบกฎหมายอาญาของสหรัฐ จึงเป็นระบบที่สลับซับซ้อน และไม่ได้เป็นระบบ Common Law โดยแท้ ตามที่บุคคลทั่วไปเข้าใจ โดยเฉพาะการวินิจฉัยและการตีความของศาลยุติธรรม และนักวิชาการของไทยหลายท่าน เช่น ดร. เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ ท่านได้เขียนคำอธิบายกฎหมายอาญา โดยผสมผสานการตีความตามระบบ Common Law กับ Model Penal Code ไว้อย่างกลมกลืม และอธิบายประมวลกฎหมายของไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของ Defense และ Accuse ซึ่งแตกต่างจาก ดร. คณิต ณ นคร อย่างสิ้นเชิง เพราะท่านอธิบายตามแบบฉบับกฎหมายของประเทศเยอรมันนี ที่เรียกว่า Tripartite theory ซึ่งอธิบายโครงสร้างความรับผิดทางอาญาว่า จะต้องประกอบด้วย (๑) ต้องมีกำหนดให้เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา (definition of the offense) (๒) การกระทำนั้นเป็นความผิด ( the wrongfulness or unlawfulness) และ (๓) การกระทำนั้นต้องมีความชั่ว (culpability or blameworthiness) และหากการกระทำใดไม่มีความลักษณะที่เรียกว่าเป็นความชั่วแล้ว ผู้กระทำไม่ต้องรับผิด

โปรดอ่านรายละเอียดเรื่องความรับผิดทางอาญา ในบทความของท่านศาสตราจารย์ George P. Fletcher,Theoretical Inquiries in Law, 2 THEORILAW 265, 269-276 (2001)



Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 18 มิถุนายน 2553 13:21:33 น. 12 comments
Counter : 1670 Pageviews.

 
เป็นไปได้ ๆๆๆ เล่นแล้วหยุดไม่ค่อยได้เลยง่ะ


โดย: ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:54:30 น.  

 


มาเยี่ยมบ้าน


โดย: Mr.Vop วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:11:45 น.  

 
โอยยย ...ยาววว animal อ่ะคุณ Pol


ผมว่า มันก็แบบนี้แหละครับ
หลายเรื่องสำหรับสังคมไทย
แล้วแต่การตีความนะ..กฏหมายไม่ว่ากฏหมายสูงสุด
หรือกฏหมายลูกๆ หลานๆ...มักมีช่องโหว่เสมอ


โดย: กุมภีน วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:55:22 น.  

 
มาเก็บความรู้ครับ

แต่อ่านจบทำไมเงยหน้าขึ้นมาเห็นดาวระยิบระยับอ่ะ


โดย: T_Ang วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:29:39 น.  

 
มาเยี่ยมเฉยๆครับท่านพี่


โดย: นายกาเมศ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:00:48 น.  

 
ยาวจังค่ะ


โดย: rebel วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:01:08 น.  

 
ไม่จิง...มีเพื่อนทำอยู่...ไม่ค่อยชอบที่มันทำ แต่ทำงัยได้อ่ะ เนอะ


โดย: ตี๋สีชมพู วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:04:18 น.  

 
สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกที่เคารพ

อันนี้ ผมเพียงแต่สำเนา เรื่องเก่า ที่เขียนในเวปกฎหมาย มาแปะไว้ที่นี่ ..... แค่หวังว่า จะมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บังเอิญผ่านมา แล้วอ่านมัน.... พอเก็บแนวคิดเล็ก ๆ ของผมออกไป ....

ท่านแจ้น อย่าได้ถือโทษเอาเรื่องเอาราว อะไรของผมเลยครับ ผมไม่ได้มุ่งที่จะทำลายความรื่นรมในการชื่นชม blog งาม ๆ มีเพลงเพราะ ๆ ของท่านหรอกครับ ขอโทษด้วย

ในทางตรงกันข้าม ... ผมได้ยึดถือ คำ ๆ หนึ่งเป็นสรณะ ... "ที่จัดทำบล๊อก เพราะอยากจะบันทึกสิ่งที่(ตัวเองคิดว่า) ดี ๆ ไม่ให้ลืมเลือน" แค่นั้นแหละครับ

จะผ่านมาดม หรือ อ่านหรือไม่อ่าน ก็ไม่อาจจะบังคับกันได้อยู่แล้วครับ .....

บุญรักษา ชีวาเป็นสุขครับผม


โดย: POL_US วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:06:54 น.  

 


ผมก็เพิ่งรู้ว่าศาลฎีกาไทย ห้ามทำความเห็นแย้งนะครับเนี่ย มิน่า อ่านฎีกามาตั้งนานไม่เคยเจอความเห็นแย้งซะที
ส่วนเรื่องตู้ตุ๊กตา ด้วยความเคารพ ศาลท่านคงคิดว่าเหมือนเครื่องขายของมั้งครับ คือขายคูปอง ส่วนตุ๊กตาเป็นของแถมที่บังเอิญติดมาเป็นบางครั้ง
ปล. Logic ของคนเราก็มีหลายแบบนะครับ คนข้างบนก็แบบนึง


โดย: praphrut608 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:03:37 น.  

 
ปิดบล๊อกนี้แล้ว .... เหอ เหอ หวัดดีทุกท่านอีกหน ถ้าเข้ามาแล้วเก็บเกี่ยวอะไรไปได้บ้าง ก็ยินดีอย่างยิ่งครับ แต่ถ้าเข้ามาแล้วรู้สึกรำคาญใจ ต้องขอโทษแล้วกันครับ......


โดย: POL_US วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:4:51:22 น.  

 
ผมเห็นว่ากรณีดังกล่าวจะถือว่าเป็นการแข่งขันระหว่างคนกับตู้คงจะไม่ถูกต้องนัก เพราะแท้จริงแล้วเป็นการแข่งขันกันระหว่างผู้เล่นกับเจ้าของตู้มากกว่า โดยอาศัยตู้เป็นอุปกรณ์การแข่งขัน หากผู้เล่นเล่นได้เก่ง มีโชคก็ได้รับตุ๊กตาไป ในทางตรงข้ามหากหยิบตุ๊กตาไม่ได้เงินที่เสี่ยงโชคก็ตกแก่เจ้าของตู้ไป ดังนั้นจึงน่าจะเป็นการพนันครับ

เช่นเดียวกันกับตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ จะบอกว่าทำการซื้อขายกับตู้ก็คงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันกินเหรียญไปก็คงฟ้องไม่ได้ เพราะไม่มีสภาพบุคคล


โดย: tao_oasis IP: 139.222.233.70 วันที่: 30 มีนาคม 2549 เวลา:0:59:18 น.  

 
อ้าว
เราหยอดไป 10 บาท แต่ตุ๊กตาตัวตั้ง 200 นะ
เราหยอด ประมาณ 3 เหรียญ อ่ะ
คุ้มจะตาย
หนุกดี
ฝึกทักษะ การคำนวณ การคาดคะเน

เฮ่อ พอบ้านเมืองเราพอจะมีอะไร hi tech กะเค้าบ้าง
ก้อเป็นงี้เนอะ

ไม่งั้น ไอ้ที่ตีไก่ เอาปลากัดมากัดกัน ยิ่งปาลูกดอกใส่ลูกโป่งในงานวัด นิยิ่งหนัก 10 บาท ได้น้ำส้มห่วย ๆ ขวดละ 2 บาท ถึงป่าว ไม่รู้
มันดีตายอ่ะ


โดย: not fair IP: 222.123.200.68 วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:17:06:46 น.  

POL_US
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




คลิ๊ก เพื่อ Update blog พ.ต.อ.ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ได้ที่นี่
http://www.jurisprudence.bloggang.com






รู้จักผู้เขียน : About Me.

" Anti-Fucking Coup Forever "










University of Illinois

22 Nobel Prize & 19 Pulitzer Prize & More than 80 National Academy of Sciences (NAS) members







***คำขวัญ : พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า

ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ

ชาติหวังกำลังฝีมือ

เจ้าคือความหวังทั้งมวล



*** ความสุข จะเป็นจริงได้ เมื่อมีการแบ่งปัน :

Happiness is only real when shared!














ANTI-COUP FOREVER: THE END CANNOT JUSTIFY THE MEANS!






Online Users


Locations of visitors to this page
New Comments
Friends' blogs
[Add POL_US's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.