*** พื้นที่ส่วนตัวของ พันตำรวจเอก ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ รองผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี นี้ จัดทำขึ้นเพื่อยืนหยัดในหลักการที่ว่า คนเรานั้นจะมีความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อมีเสรีภาพในการแสดงความคิดโดยบริบูรณ์ และความเชื่อที่ว่าคนเราเกิดมาเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่มีอำนาจใดจะพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเราได้ ไม่ว่่าด้วยวิธีการใด ๆ และอำนาจผู้ใด ***
*** We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable rights, that among these are life, liberty and the pursuit of happiness. That to secure these rights, governments are instituted among men, deriving their just powers from the consent of the governed. That whenever any form of government becomes destructive to these ends, it is the right of the people to alter or to abolish it, and to institute new government, laying its foundation on such principles and organizing its powers in such form, as to them shall seem most likely to effect their safety and happiness. [Adopted in Congress 4 July 1776] ***
Group Blog
 
All Blogs
 
ผู้ต้องขังหญิง กับ มาตรฐานเกี่ยวกับการคุมขังของสหประชาติ

ประเทศไทย ได้แสดงบทบาทที่จะเสนอตัวเป็นผู้ผลักดันเกี่ยวกับร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติ สำหรับการการปฎิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิงให้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่ดีกว่าความเป็นอยู่ของคนปกติ หรือ ดีกว่าผู้ต้องขังชาย ซึ่งกระทรวงยุติธรรม ได้รับกระแสพระดำรัสมาจาก พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ในการดำเนินการดังกล่าวตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นต้น

เมื่อวันที่ ๕ ก.พ. ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องจตุรทิศ โรงแรมเรดิสัน ถนนพระราม ๙ กรุงเทพฯ ทางกระทรวงยุติธรรม ได้บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม เข้าร่วมประชุม เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างข้อเสนอดังกล่าว ผมจึงหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังครับ

๑)การดำเนินการเกี่ยวกับร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติฯ ในครั้งนี้ ดำเนินการโดยกระทรวงยุติธรรม เพื่อสนองพระดำรัสของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ซึ่งมีพระประสงค์จะพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง ที่ในปัจจุบัน อยู่ภายใต้ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติ ปี ค.ศ.๑๙๕๕ ซึ่งเรียกว่า The United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners)

๒)กระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินการนำมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติดังกล่าว มาพิจารณา และได้ร่างข้อกำหนดดังกล่าวขึ้นใหม่ ตั้งแต่ กลางปี พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นต้นมา เพื่อร่างกำหนดใหม่เสร็จสิ้นแล้ว กระทรวงยุติธรรม โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากทุกภูมิภาคทั่วโลก จำนวน ๒๑ ประเทศ มาประชุมและพิจารณาร่างข้อกำหนดดังกล่าว ในระหว่างวันที่ ๒ – ๕ ก.พ. ๕๒ คณะผู้เชี่ยวชาญได้พิจารณา ทำให้ร่างข้อกำหนดดังกล่าวมีความกระชับและสั้นลงจาก ๙๐ ข้อ เหลือ ๗๑ ข้อ เมื่อร่างข้อเสนอดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ และ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากบุคลากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ประเทศไทย จะส่งร่างนี้ไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อพิจารณาอีกครั้ง เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะส่งเข้าพิจารณาและผลักดันในการประชุม UN Congress on the Prevention of Crime ครั้งที่ ๑๒ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ประเทศบราซิล เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุม เพื่อยอมรับร่างข้อเสนอนี้ เป็น UN Standard Minimum Rules for the Treatment of Female Inmates ต่อไป

๓) นายวิทยา สุริยะวงศ์ รอง ผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรม / ผอ.สำนักงานโครงการจัดทำข้อเสนอในนามประเทศไทย ได้ชี้แจงต่อผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า ในปัจจุบัน นักโทษหญิง มีจำนวนสูงขึ้นจาก ร้อยละ ๕ เป็นร้อยละ ๑๘ ของนักโทษทั้งหมด ทำให้ที่คุมขังไม่เพียงพอ ในปัจจุบัน ยังไม่มีการจัดที่คุมขังสำหรับผู้ต้องขังหญิงเป็นการ เฉพาะ กฎเกณฑ์และข้อปฏิบัติต่าง ๆ สำหรับผู้ต้องหาขังชาย ก็จะถูกนำมาใช้กับผู้ต้องขังหญิงด้วย ซึ่งมีความไม่เหมาะสม การใช้กฎระเบียบและแนวคิดในคุมขังผู้ต้องขังโดยไม่มีการแบ่งแยกเพศให้ชัดเจน จึงไม่เหมาะสม เพราะผู้ต้องหาขังหญิงอาจจะมีภยันตรายต่อสังคมน้อยกว่าผู้ต้องขังชาย จึงอาจจะนำวิธีการผันคดีออกจากระบบหรือการนำวิธีการกำหนดโทษทางเลือกมาใช้กับผู้ต้องขังหญิงได้และเหมาะสมกว่าใช้กับผู้ต้องขังชาย

นายวิทยาฯ ยังได้แนะนำโครงสร้างของร่างข้อเสนอแนะที่จะเสนอเป็นข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ (Guidelines for the Treatment of Women Prisoners and Alternatives to Imprisonment for Women Offenders) ต่อผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยข้อเสนอแนะดังกล่าว ประกอบด้วย ๓ ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ ๑ เป็นข้อกำหนดมาตราฐานทั่ว ๆ ไป เริ่มตั้งแต่การรับตัวผู้ต้องขังที่จะต้องมีการตรวจค้นตัว การแบ่งแยกประเภทของผู้ต้องขังหญิงเพื่อปฏิบัติให้เหมาะสมกับหญิงมีครรภ์ หรือเพื่อการบำบัดสำหรับผู้ติดยาเสพติด และ มาตรฐานสถานที่คุมขัง รวมถึง มาตรฐานการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เรือนจำ ที่จะต้องมีการฝึกอบรมเป็นพิเศษ รวมทั้ง วิธีการร้องเรียน และ การติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก

ส่วนที่ ๒ เป็นข้อแนะนำที่ใช้กับผู้ต้องหาขังหญิงที่มีลักษะพิเศษ กรณีนี้ ใช้สำหรับผู้ต้องขังที่เป็นชนกลุ่มน้อย หรือ ชาวพื้นเมือง หรือ ชาวต่างชาติ รวมถึง ผู้ต้องขังหญิงที่พิการ หรือ สูงอายุ หรือ เป็นวัยรุ่น ที่จะต้องรับการปฏิบัติที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะ ได้เสนอว่า ผู้ต้องหาขังหญิง ควรจะถูกจองจำในเรือนจำพิเศษที่ใกล้กับภูมิลำเนาของผู้ต้องขังหญิง เพื่อให้ญาติเข้ามาดูแลได้มากขึ้นเนื่องจากในปัจจุบันผู้ต้องขังหญิง ถูกจองจำห่างไกลจากภูมิลำเนามาก ญาติไม่อาจดูแลได้

ส่วนที่ ๓ เป็นการใช้มาตรการอื่นแทนการจำคุกสำหรับผู้ต้องขังที่เป็นเพศหญิง โดยมีหลักการว่า โทษจำคุกควรจะใช้น้อยที่สุดและเท่าที่จำเป็น สำหรับผู้ต้องหาขังหญิงที่มีลักษณะการกระผิดติดเป็นนิสัยเท่านั้น โดยอาจจะนำวิธีและกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ หรือ การผันคดีออกจากระบบปกติ ไปสู่การกำหนดวิธีการลงโทษที่เหมาะสม รวมถึง ในกรณีที่มีการจำคุกผู้ต้องขังหญิง ก็อาจจะพิจารณาปล่อยตัวผู้ต้องขังหญิงก่อนกำหนดได้

๔) ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้เสนอข้อมูลที่น่าสนใจ เด็กหญิงเมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ก็จะถูกนำไปฆ่าทิ้ง หรือฆ่าตัดตอน เพื่อมิให้มีการสอบสวนถึงตัวการสำคัญ โดยเฉพาะในคดียาเสพติด ดังนั้น ควรจะมีนักจิตวิทยา หรือให้คำแนะนำแก่เด็กหญิงหรือเยาวชนที่ถูกจับกุมและส่งสถานพินิจว่า แท้จริงแล้ว เจ้าหน้าที่สถานพินิจ อยู่ในสถานะที่จะปกป้องชีวิตและร่างกายของพวกเขา การปล่อยตัวชั่วคราว ตามนโยบาย “ปล่อยตัวชั่วคราวเป็นหลัก ควบคุมเป็นข้อยกเว้น” นั้น อาจจะมีผลร้ายถึงชีวิตได้

๕) การประชุมสัมมนา อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของ ตร. ในอนาคต ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดที่ควบคุมผู้ต้องหาหญิงด้วยเช่นกัน รวมถึงนโยบายในเรื่อง การผันคดีออกจากระบบ หรือ การประนีประนอมยอมความในชั้น พงส. แทนการฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมอย่างเป็นทางการ ในอนาคต

นอกจากนี้ ตร. ยังควรจะได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับข้อมูลในเรื่อง การที่ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัวชั่วคราว แล้วถูกฆ่าปิดปาก ดังนั้น หากมีการอบรม พงส. ให้มีทัศนคติที่ดีในการเป็นผู้อำนวยความยุติธรรม โดยทำให้ผู้ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา มีความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อ พงส. ว่าอยู่ในฐานะที่จะปกป้องสิทธิของบุคคลดังกล่าวด้วย การประกันตัวหรือการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีสำคัญ ๆ อาจจะมีภยันตรายต่อชีวิตได้ การมีระบบชี้แจงทำความเข้าใจแก่ผู้ต้องหาที่ดี น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม




Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 18 มิถุนายน 2553 13:19:13 น. 0 comments
Counter : 1268 Pageviews.

BlogGang Popular Award#14


 
POL_US
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




คลิ๊ก เพื่อ Update blog พ.ต.อ.ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ได้ที่นี่
http://www.jurisprudence.bloggang.com






รู้จักผู้เขียน : About Me.

" Anti-Fucking Coup Forever "










University of Illinois

22 Nobel Prize & 19 Pulitzer Prize & More than 80 National Academy of Sciences (NAS) members







***คำขวัญ : พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า

ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ

ชาติหวังกำลังฝีมือ

เจ้าคือความหวังทั้งมวล



*** ความสุข จะเป็นจริงได้ เมื่อมีการแบ่งปัน :

Happiness is only real when shared!














ANTI-COUP FOREVER: THE END CANNOT JUSTIFY THE MEANS!






Online Users


Locations of visitors to this page
New Comments
Friends' blogs
[Add POL_US's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.