*** พื้นที่ส่วนตัวของ พันตำรวจเอก ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ รองผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี นี้ จัดทำขึ้นเพื่อยืนหยัดในหลักการที่ว่า คนเรานั้นจะมีความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อมีเสรีภาพในการแสดงความคิดโดยบริบูรณ์ และความเชื่อที่ว่าคนเราเกิดมาเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่มีอำนาจใดจะพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเราได้ ไม่ว่่าด้วยวิธีการใด ๆ และอำนาจผู้ใด ***
*** We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable rights, that among these are life, liberty and the pursuit of happiness. That to secure these rights, governments are instituted among men, deriving their just powers from the consent of the governed. That whenever any form of government becomes destructive to these ends, it is the right of the people to alter or to abolish it, and to institute new government, laying its foundation on such principles and organizing its powers in such form, as to them shall seem most likely to effect their safety and happiness. [Adopted in Congress 4 July 1776] ***
Group Blog
 
All Blogs
 
คิดเล่น ๆ กับ กรณีเขาพระวิหาร ภาค ๒

Blog นี้ก็ไม่มีอะไร นอกจาก ตัดแปะ เช่นเดิมครับ ต้องขอประทานโทษที่ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาค้นคว้า และเขียนด้วยตนเอง เลยใช้วิธีการตัดแปะ นำบทความที่คิดว่ามีประโยชน์มาเก็บไว้ใน Blog ส่วนตัว หากใครผ่านมา ก็อาจจะได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย สำหรับคราวหน้า คิดว่า ถ้ามีเวลาจะเขียน โต้แย้งกับสิ่งที่ ศ.ดร. บวรศักดิ์ ฯ ได้เขียนไว้ในมติชน ว่า การกระทำของรัฐบาล เป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาเสียก่อน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งผมเห็นว่า ท่านเขียนไม่ตรงกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศเท่าไหร่ ไม่ทราบเป็นเพราะสาเหตุใด




วันที่ 30 มิ.ย.51 นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้สัมภาษณ์ในรายการทีวีออนไลน์ประชาไท บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา (ออนไลน์ในวันที่ 2 ก.ค.นี้) กรณีที่นายสุวัตร อภัยภักดิ์ มอบอำนาจให้นางอัจฉรา แสงขาว ทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองกลางออกหมายเรียก รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์, น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้จัดการเว็บไซต์ประชาไท และนายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการเว็บไซต์ประชาไท มาสอบถามเพื่อดำเนินการลงโทษในข้อหาละเมิดอำนาจศาล กรณีที่นายวรเจตน์ได้ให้ความเห็นต่อคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง


ทั้งนี้ นายสุวัตร เป็นหนึ่งใน 9 ผู้ฟ้องนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรีกระทำการมิชอบด้วยกฎหมายโดยไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร และต่อมาศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว



วรเจตน์กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นในทางวิชาการซึ่งถือเป็นกระบวนการตรวจสอบอำนาจศาลที่พึงมี และเป็นเรื่องที่สังคมสามารถถกเถียงได้ว่าความคิดเห็นของเขาถูกต้องตามหลักวิชาหรือไม่ นอกจากนี้ใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาทางปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 65 ยังระบุชัดว่า ผู้ใดวิพากษ์วิจารณ์การพิจารณาของศาลโดยสุจริตด้วยวิธีการทางวิชาการ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล



วรเจตน์ กล่าวว่า กรณีของการละเมิดอำนาจศาลนั้นเป็นข้อยกเว้นที่ไม่ต้องมีผู้ฟ้องร้อง แต่เป็นเรื่องที่ศาลพิจารณาและดำเนินการเอง การมีคนอื่นไปจัดการแทนทั้งที่ศาลยังไม่ได้ทำอะไรดังที่เกิดขึ้นจึงนับเป็นเรื่องประหลาดมาก



ถ้าการพูดของผมทำให้ทางพันธมิตรฯ ไม่พอใจหรือไม่ชอบ ผมก็ช่วยไม่ได้เพราะผมแสดงความเห็นโดยสุจริตในทางวิชาการ เรื่องแบบนี้จะต้องใจกว้างและดูเหตุดูผลประกอบกัน ไม่ใช่ใช้วิธีการในลักษณะแบบนี้มาปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของบุคคล ซึ่งผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง ผมไม่ได้พูดถึงตัวเองแต่กำลังพูดถึงคนอื่นๆ ซึ่งหลายคนในวันนี้ไม่กล้าพูด เพราะกลัวว่าพูดแล้วจะโดนด่า ถูกประณามอย่างสาดเสียเทเสีย ทุกคนกลัวหมด ก็ปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งมีความถูกต้องอยู่ในมือ วรเจตน์กล่าว



อย่างไรก็ตาม หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มธ.ยังคงยืนยันว่าศาลปกครองไม่มีเขตอำนาจเหนือคดีที่รัฐบาลไทยจะไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับรัฐบาลกัมพูชา ด้วยเหตุที่ว่าศาลปกครองมีหน้าที่ตรวจสอบการกระทำหรือคำสั่งในทางปกครอง แต่กรณีที่รัฐบาลไทยไปตกลงในแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชานั้นไม่ถือเป็นการกระทำในทางปกครอง แต่เป็นการกระทำในทางรัฐบาล ซึ่งมีกลไกการตรวจสอบผ่านระบบรัฐสภาอยู่แล้ว หากศาลเข้ามาตรวจสอบในการกระทำทางรัฐบาลจะกลายเป็นว่าศาลเข้ามาบังคับบัญชาฝ่ายบริหาร ซึ่งขัดกับหลักการแบ่งแยกอำนาจ



เวลาพูดถึงฝ่ายบริหารมี 2 ส่วนใหญ่ คือ ฝ่ายการเมือง เช่น คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี กับฝ่ายประจำ เช่น ปลัด ข้าราชการประจำ คดีที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายประจำอยู่ในขอบเขตของศาลปกครองทั้งหมด แต่พวกที่เป็นคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กระทำการได้ 2 ลักษณะ คือ การกระทำในทางรัฐบาล เป็นการบริหารโดยแท้ เช่น การวางนโยบายต่างๆ กับอีกลักษณะหนึ่งคือการกระทำทางปกครองคือ ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติออกคำสั่งหรือสั่งการ ถ้าเป็นการกระทำทางปกครองสามารถฟ้องศาลปกครองให้มาตรวจสอบว่าการใช้อำนาจนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่การกระทำทางรัฐบาล ถ้าศาลเข้ามาควบคุมตรวจสอบในด้านนโยบายก็จะกลายเป็นศาลเข้ามาบังคับบัญชาฝ่ายบริหารในทางนโยบาย วรเจตน์กล่าว



วรเจตน์ขยายความเรื่องนี้ว่า กฎหมายมีความจำกัดในตัวเอง ไม่สามารถนำไปตัดสินทุกเรื่องในสังคมได้ ดังนั้นในทางกฎหมายจึงต้องทำให้ชัดเจนที่สุด เรื่องในระดับนโยบาย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือการประกาศสงครามเป็นเรื่องในทางการเมือง เป็นการกระทำในทางรัฐบาล โดยหลักวิชาแล้วการกระทำแบบนี้ปลอดจากการตรวจสอบโดยตุลาการ เพราะการกระทำเหล่านี้ไม่ได้ก่อให้เกิดการกระทบสิทธิของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยตรง แต่เป็นเรื่องของส่วนร่วม การกระทำทางรัฐบาลโดยปกติจะตรวจสอบกันทางรัฐสภา ถือเป็นการตรวจสอบกันทางการเมือง แต่อาจมีบางเรื่องที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ



นอกจากนี้เขายังยกตัวอย่างที่คล้ายคลึงกัน เมื่อปี 2550 ภาคประชาชนเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวกรณีเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น ให้รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ระงับการลงนาม แต่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 178/2550 ไม่รับคำร้องโดยให้เหตุผลว่าการฟ้องคดีนี้ผู้ฟ้องคดีต้องการให้มีการระงับการลงนาม ซึ่งเป็นการกระทำที่คณะรัฐมนตรีใช้อำนาจในทางรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องในทางปกครอง ศาลจึงไม่รับพิจารณา



วรเจตน์กล่าวต่อว่า สภาพการณ์ของกรณีปราสาทเขาพระวิหารก็มีลักษณะแบบเดียวกันกับกรณี JTEPA คือ เป็นเรื่องในทางระหว่างประเทศ แต่คราวนี้ตัวผู้ฟ้องใช้เทคนิคในการฟ้อง ไม่ได้ฟ้องตัวแถลงการณ์ แต่เลี่ยงไปฟ้องขั้นตอนก่อนเกิดแถลงการณ์ อาจเพราะคนฟ้องรู้ว่าตัวแถลงการณ์ร่วมนั้นฟ้องไม่ได้เพราะยังมีปัญหาว่านับเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตาม วรเจตน์เห็นว่ามันเป็นกระบวนการอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่สามารถจะไปตัดแบ่งฟ้องกระบวนการก่อนหน้านั้นได้ แต่ศาลปกครองก็อธิบายว่าอันนี้เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีใช้อำนาจตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งหากอธิบายเช่นนี้ครม.ก็ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.การบริหารราชการแผ่นดินทั้งสิ้น ทำให้สามารถฟ้องศาลปกครองได้ทุกเรื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ศาลปกครองเข้ามาคุมฝ่ายบริหาร ทั้งๆ ที่ในเชิงความรับผิดชอบในระบบประชาธิปไตย ฝ่ายบริหารรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร



ที่แย้งเรื่องนี้ก็แย้งตามหลักที่ศาลปกครองสูงสุดเคยตัดสินไว้และคิดว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์แล้ว ทำไมวันนี้ศาลปกครองกลางจึงพิจารณาอีกอย่างหนึ่ง เรื่องนี้คงต้องขึ้นถึงศาลปกครองสูงสุด และเป็นที่น่าจับตาดูว่าศาลสูงจะตัดสินอย่างที่ตนเองเคยตัดสินไว้ไหมในปี 2550 เพราะเป็นเรื่องแบบเดียวกัน วรเจตน์กล่าว




Create Date : 07 กรกฎาคม 2551
Last Update : 18 มิถุนายน 2553 13:24:57 น. 6 comments
Counter : 482 Pageviews.

 
แสดงว่าที่ฝ่ายค้านยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นการถูกต้องแล้ว? อย่างไรก็ดี หลังจากได้ฟังเบื้องลึกกรณีเขาพระวิหารจากบางคนในกระทรวง รวมทั้งข้อมูลจากสื่อและกรรมการมรดกโลก ก็สมควรที่จะถูกเบรคไว้ก่อนนั่นแหละ...


โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:03:31 น.  

 
เรื่องที่ไม่เคยเป็นเรื่อง(ยุ่ง)ก็มากลายเป็นเรื่อง(ยุ่ง)
ผมก็ไม่มีความรู้เื่รื่องกฎหมาย สนธิสัญญาอะไรดอกครับ
ถ้าเค้าตัดสินว่าขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้
ก็คงต้องรับรู้และยอมรับกันไปล่ะครับ ส่วนใครจะผิดใครจะถูก
ผมว่าเจ้าตัวก็คงจะรู้อยู่แกใจล่ะครับ ว่าควรจะได้โบว์แดง หรือจะได้ก้อนอิฐ

แต่่ผมติดใจอยู่เรื่องหนึ่ง ก่อนหน้านั้นท่าน นพดล
ออกมาเสียงดังฟังชัดใน TV ในทำนองว่า เค้าควรจะได้รับการขอบคุณจากคนไทยด้วย ที่ไม่ทำให้เสียดินแดนเพิ่ม
ประมาณว่าควรจะได้รางวัลมากกว่าก้อนอิฐ

แต่หลังจากอภิปายไม่นาน สื่อก็เสนอข่าวกันหลากหลาย
นักวิชาการก็ให้ความเห็นหลายรูปแบบ ผมฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี
ข้อมูลแต่ละค่าย แต่ละท่านฟังแล้วก็คล้อยตามไปหมด

จนเมื่อ 3 วันก่อนอ่านข่าวจาก นสพ.ว่า
ท่าน นพดล บอกว่าทำไปนั้นก็เพราะว่ารัฐบาลยุคท่านพล.อ.สุรยุทธ์
ได้ทำการในลักษณะเห็นชอบก่อนหน้านั้นแล้ว

ผมอ่านแล้วก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆเลยครับ

ท่าน นพดล นี่เป็นลูกผู้ชายตัวจริงเลยครับ
ตอนแรกก็บอกว่าเป็นความสำเร็จของเค้า (นพดล) จะเอาดอกไม้
พอมันเริ่มมีปัญหา ดอกไม้ดันจะกลายเป็นก้อนอิฐ
ก็กลับบอกว่าที่ทำไปนั้นเป็นเพราะทำตามน้ำของนโยบายของยุคท่าน พล.อ.สุรยุทธ์

ดู่ ดู๊ ดู้ ดู เธอทัมมม.... ทำไมถึงทำอย่างนั้นด้ายยยย
ดู่ ดู๊ ดู้ ดู เธอทัมมม.... ทำไมถึงทำอย่างนั้นด้ายยยย

ท่าน(นพดล)เหมาะที่จะเป็นนักการเมืองจริงๆครับ (ฮา)



โดย: merf1970 วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:07:52 น.  

 
ติดตามข่าวตลอดค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:27:32 น.  

 
ศาลปกครอง มิได้ ก้าวล่วง อำนาจฝ่ายบริหารนะครับ
แต่นี่คือ การ "คาน" กัน ของฝ่ายต่างๆ
ตามหลักการของระบบ

การวินิจฉัย ไปในทำนองที่ว่า ศาล ก้าวล่วง อำนาจของฝ่ายบริหาร
ฟังไม่ขึ้น โดยสิ้นเชิง

ด้วยความเคารพ ครับ

ป.ล.

ลองคิดเล่นๆ เหมือนกันว่า
เป็นไปได้ไหม
ที่คณะกรรมการทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
จะเรียกทุนคืนจาก นายนพดล ปัทมะ



โดย: กุมภีน วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:40:08 น.  

 
ปล. ของคุณกุมภีนด้านบน น่าสนใจมาก


โดย: rebel วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:25:55 น.  

 
เขาพระวิหารรอบนี้ ทำเสียผู้เสียคนไปเยอะใช้ได้

เรื่องผ่านมาหลายปีแล้ว ยังจะมาทะเลาะกันอีก


โดย: cykqoo วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:30:53 น.  

POL_US
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




คลิ๊ก เพื่อ Update blog พ.ต.อ.ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ได้ที่นี่
http://www.jurisprudence.bloggang.com






รู้จักผู้เขียน : About Me.

" Anti-Fucking Coup Forever "










University of Illinois

22 Nobel Prize & 19 Pulitzer Prize & More than 80 National Academy of Sciences (NAS) members







***คำขวัญ : พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า

ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ

ชาติหวังกำลังฝีมือ

เจ้าคือความหวังทั้งมวล



*** ความสุข จะเป็นจริงได้ เมื่อมีการแบ่งปัน :

Happiness is only real when shared!














ANTI-COUP FOREVER: THE END CANNOT JUSTIFY THE MEANS!






Online Users


Locations of visitors to this page
New Comments
Friends' blogs
[Add POL_US's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.