*** พื้นที่ส่วนตัวของ พันตำรวจเอก ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ รองผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี นี้ จัดทำขึ้นเพื่อยืนหยัดในหลักการที่ว่า คนเรานั้นจะมีความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อมีเสรีภาพในการแสดงความคิดโดยบริบูรณ์ และความเชื่อที่ว่าคนเราเกิดมาเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่มีอำนาจใดจะพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเราได้ ไม่ว่่าด้วยวิธีการใด ๆ และอำนาจผู้ใด ***
*** We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable rights, that among these are life, liberty and the pursuit of happiness. That to secure these rights, governments are instituted among men, deriving their just powers from the consent of the governed. That whenever any form of government becomes destructive to these ends, it is the right of the people to alter or to abolish it, and to institute new government, laying its foundation on such principles and organizing its powers in such form, as to them shall seem most likely to effect their safety and happiness. [Adopted in Congress 4 July 1776] ***
Group Blog
 
All Blogs
 
คลิปวีดีโอ การชุมนุมวันที่ 1 พ.ย. 2551 We shall overcome ?

ข้อมูล และ วิดิโอ ต่อไปนี้ เอามาจากประชาไท ครับ เห็นว่า น่าสนใจ เลยนำมาแสดงไว้ใน บล๊อกตนเองด้วยครับ คราวหน้า จะเอาเรื่องที่สนใจ ตรงกันข้ามกับ "ตำรวจฆ่าประชาชน" ที่แจกเป็นซีดีของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง มาเสนอครับ อันนี้ เขาใช้คำว่า "พันธมิตรฆ่าประชาชน" ไม่ทราบว่าใครจัดทำ เหมือนกัน ....













แน่นอนว่า มวลชนจำนวนมาก ย่อมถูกตั้งคำถามเรื่องการจัดตั้ง และยิ่งเป็นมวลชนที่สวมเสื้อสีแดงด้วยแล้ว คำถามเรื่องความบริสุทธิ์ผุดผ่องของมวลชนในหน้าสื่อ กลับดังเสียยิ่งกว่าเสียงของมวลชน แต่การตั้งคำถามขณะที่ละเลยหรือจงใจละเลยที่จะบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นนั่นต่างหากที่ควรจะเป็นคำถามที่ใหญ่กว่า



ไม่ว่าจะรักหรือชังหรือสังกัดกลุ่มการเมืองใดๆ ก็ปฏิเสธได้ยากเหลือเกินว่า มวลชนจำนวนมากที่รวมกันอยู่ ณ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมานั้นมหาศาล โปรดยอมรับเถิดว่า มวลชนที่มากนั้นมีอยู่จริง



‘ประชาไท’ บันทึกภาพในสนามวันนั้น ด้วยความทึ่งและสะเทือนใจไม่ต่างจากที่เราเคยบันทึกการชุมนุมของ ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’ ช่วงแรก ก่อนการเรียกร้องนายกพระราชทาน และเนื้อหาการอภิปรายยังคงรัดกุมมุ่งหมายซักฟอกรัฐบาลที่ทุจริตและละเมิดสิทธิมนุษยชน



วันนี้ สถานการณ์ผลิกผัน และมวลชนหมู่มากออกมาร่วมชุมนุมกับฝ่ายของรัฐบาลที่ถูกขับไล่ไปโดยการรัฐประหารและยังถูกรุกไล่อยู่โดยต่อเนื่องจากกฎหมายและองค์กรตามกฎหมายอันมีที่มาจากการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 และกลับผลักให้ฝ่ายที่เคยถูกกล่าวหากลายมาเป็นวีรบุรุษประชาธิปไตยไปโดยปริยาย



เราบันทึกความยิ่งใหญ่ของมวลชนในวันที่ 1 พ.ย. 2551 เอาไว้ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เราจะได้ชื่มชมภาพของประชาชนรวมตัวกันอย่างสงบ สันติ และงดงาม



และยิ่งไปกว่านั้น เราหวังว่าสักวันหนึ่งประชาชนจะเป็นเจ้าของชัยชนะอย่างแท้จริง ไม่ถูกเอาไปบิดเบือน และอ้างเป็นฐานความชอบธรรมอย่างไม่จำกัดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างที่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประวัติศาสตร์การเมืองไทย





Create Date : 04 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 18 มิถุนายน 2553 13:19:47 น. 15 comments
Counter : 359 Pageviews.

 
เอกคิดว่า เป็นสักวันหนึ่งที่ยาวนานนะครับ


โดย: Marvellous Boy วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:04:06 น.  

 
ไม่แน่ใจว่าเหล่านี้คืออำนาจความศรัทธา ที่ความดั้งเดิมมาจากอำนาจ... เงิน หรือเปล่า


โดย: . IP: 124.120.9.173 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:17:41 น.  

 
ทำไมคนเราต้องประเมินค่าคนอื่นเขาต่ำทุกครั้งไป ทำไมจึง

คิดว่าศักดิ์ศรีความเป็นคนของเขาถูกซื้อได้ด้วยเงินทุกทีสิ

น่า ทั้งๆที่ จขกท.เขาเปิดประเด็นมาดี มองทุกอย่างเป็น

กลาง เราก็มองว่าดีแล้ว เหมาะสมแล้วกับสังคมยุคนี้ คือเปิด

ใจให้กว้าง มองเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยการให้เกียรติของ

ความเป็นคนเสมอเหมือนกัน นี่แหละคือผู้มีโลกทัศน์ กว้าง

ไกล แต่ก็ไม่วายถูกพวกที่มีความคิดครงข้าม ออกมาแสดง

โลกทัศน์และมุมมอง ทีแสนจะแคบและอับทึบ เหมือนกัน

หมด เสียดายจริงๆ เขาไม่น่าใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์เลย

เพราะมันตรงกันข้ามกับพวกเขาเสียจริง เขาน่าจะสีดำหรือ

เทามอๆ จึงจะเหมาะกับแนวคิด ในทางจิตวิทยาพัฒนาการ

เขาจะบอกว่า คนที่ถูกวางเงื่อนไขมาชั่วชีวิต ก็จะมองสิ่งอื่นๆ

ว่ามีการวางเงื่อนไขเหมือนตนเองร่ำไป จะไม่เชื่อ เป็นอื่น

หรือความคิดเป็นอื่นไปไม่ได้ เหมือนสุนัขที่เขาทดลอง ว่า

เมื่อได้ยินเสียงชามข้าว น้ ำลายก็จะไหลทุกครั้ง แม้เขาไม่

ใส่ข้าวให้น้ำลายก้ไหลอีก เพราะเคยถูกวางเงื่อนไขว่า

เสียงชามข้าว ก็ต้องมาพร้อมอาหารในชาม ทั้งๆที่ไม่มีอาหา

รมา็ก็ยังคิดว่ามีอยู่ร่ำไป คนพวกนี้ก็เหมือนกัน คิดได้คิดดี

ว่าคนถูกซื้อมา ไม่เคยคำนึงถึงเหตุ ถึงผลเลยว่า เขามา

เพราะอะไร ไม่เคยให้คุณค่าแก่คนอื่นที่ไม่ใช่พวกตนเอง

เลย ที่เขาบอกว่า พวกนี้เป็นนักวิชาการมั่ง มีความรู้สูงมั่ง

แต่

ฉันว่ามันทะแม่งๆ ถ้าคนมีความรู้จริง ทำไมจึงขาดวุฒิภาวะ

อย่างนี้


โดย: Paviewเองจ๊ะ วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:5:27:18 น.  

 
มองโลกให้เป็นกลาง ..... ฟังความทุกฝ่าย


โดย: POL_US IP: 58.8.184.144 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:56:15 น.  

 
มองโลกให้เป็นกลาง ..... ฟังความทุกฝ่าย


โดย: POL_US IP: 58.8.184.144 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:56:25 น.  

 
มองโลกเป็นกลาง.....

เป็นความรู้สึกของตัวเองเท่านั้นหรือเปล่า
ดูจากข้อเขียนที่ผ่านมา
ไม่เคยพบสิ่งที่กล่าวมาแม้แต่น้อย

การชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นความดีอย่างหนึ่ง
แต่เมื่อเป็นไปในทางตรงกันข้าม รวมทั้งจูงใจให้คนเชื่อในสิ่งที่ตนเชื่อ ประณามในสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วย ถือเป็นความเสื่อม

การยึดถือข้อกฎหมายอย่างเหนียวแน่น เล่นกันแต่ข้อกฎหมาย
โดยที่เอาจริยธรรมไปวางไว้ข้างหลัง น่าจะเป็นความเสื่อมได้เช่นกัน

ความเสื่อมของบุคคล
ความเสื่อมขององค์กร
ความเสื่อมของชาติ
ไม่ต้องไปดูไกลถึงที่ไหน



โดย: NickyNick วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:44:26 น.  

 
ผมเป็นนักกฎหมาย ไม่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพนักกฎหมาย แล้วจะซื่อสัตย์ต่อสิ่งใด แม้แต่โจร ผมก็ต้องให้ความยุติธรรมกับเขา ผมไม่ทำตัวแบบคนบางอาชีพ ไม่รู้จักจรรยาบรรณของตนเองหรอกครับ


โดย: POL_US IP: 58.8.183.131 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:25:28 น.  

 
Happily ever after is not a static state of being . Fairy tales would have us belive that the lovers enter a perpetual state of bliss from the moment they find each other and continuing on forever . I have never seen a fairy tale that discloses the reality of true love - - that it require a constant infusion of fresh energy to sustain itself...

May i deaf and blind ??

When a gap arise between how you imagined life would be and how it actuallly turn out , your level of commitment will be tested. can or will you go the distance , even thiugh the course is differrent from the one you anticipated ?? Not an easy question to answer , but one that you will be required to consider when change arise.

May I deaf and blind ??


โดย: T-- nemesis IP: 124.120.11.62 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:45:29 น.  

 
If wishes were horses, Beggars might ride.

คงเข้าใจและตีความหมายและมุมมองใหม่ได้มากขึ้นกับประโยคนี้...


โดย: rear view IP: 124.120.13.8 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:02:32 น.  

 
จริงๆคุณจขบ (เจ้าของบลอค) ก็พูดไม่ถูกว่า "มองโลกอย่างเป็นกลาง" เพราะจริงๆ สำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่มีจุดยืนจุดใดที่ "เป็นกลาง" เพราะถ้าจะ "ฟังความจากทุกฝ่าย" แล้วมาเอาความเหล่านั้นมาตัดสิน ก็ต้องใช้ "มุมมอง" เฉพาะอันใดอันหนึ่งหรือหลายอัน มาช่วยเป็นกรอบในการตัดสินความเหล่านั้น เช่น มุมมองทางกฎหมาย ทางศีลธรรม... แต่จุดที่สำคัญคือ หนึ่ง กฎหมาย ไม่ใช่จุดที่เป็นกลาง (มันเป็นข้อตกลงที่กลุ่มทางสังคมกลุ่มหนึ่งตั้งขึ้นเพื่อใช้ควบคุมสังคมให้เป็นไปตามเกณฑ์และอยู่อย่างสงบสุข แต่ตัวกฎหมายเองไม่ใช่มุมมองที่ "เป็นกลาง" ในตัวมันเองสักหน่อย) และ สอง แต่ละ "ฝ่าย" ที่เราฟังความมานั้น ไม่จำเป็นต้องใช้มุมมองเดียวกันกับคนที่ฟังความ ถูกไหมครับ ดังนั้นความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นเสมอในสังคม...

ถึงแม้ว่าจะไม่มีอะไรเป็นกลาง แต่ในขณะเดียวกัน จขบ ก็ตรงไปตรงมาที่บอกถึงมุมมองที่ใช้และหลักที่ยึด (คือหลักกฎหมาย) เพื่อความโปร่งใส ในมุมมองของตัวเอง และตรวจสอบได้ ดังนั้น ถ้าจขบ จะไม่เป็นกลาง และความเห็นจขบ จะ"ค่อนข้าง" ไปทางใดทางหนึ่ง ก็ถือได้ว่าจขบ ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว

ในขณะเดียวกัน คุณ NickyNick ข้างต้น ได้เรียกร้องให้ใช้หลักอย่างอื่น (ศีลธรรม) มันก็คือ ความไม่เป็นกลางของคุณเองด้วยเช่นกัน ที่จะ "เลือก" ใช้หลักเหล่านั้นเพื่อสนับสนุนความคิดของตนเอง...ดังนั้น คุณก็ไม่ต่างอะไรมากจากจขบในด้านความไม่เป็นกลาง แต่ที่ต่างคือ คุณก็มีสิ่งที่คุณยึดถือเป็นหลัก และมีสิ่งที่คุณเชื่อเป็นหลัก แต่คุณไม่ได้เปิดเผยออกมา (อย่างน้อยๆ ในหน้านี้)

ผมว่าสิ่งที่ผู้อ่านบลอคจะทำได้ ก็คือ ดูว่าสิ่งที่จขบ เปิดเผยมาอย่างโปร่งใสนั้นมัน consistent กับเหตุผลที่เค้าเขียนไว้ข้างต้นหรือเปล่า (อีกนัยหนึ่ง พูดง่ายๆ คือ จขบ เอาหลักกฎหมายไปตีประเด็นต่างๆที่เค้าพูดขึ้นอย่างถูกต้องหรือเปล่าเท่านัน้เอง) ถ้าถูก ก็จบ ถ้าไม่ก็ว่ากันไปตามเรื่อง

การจะมาพูดว่าหลักเธอไม่เป็นกลาง หลักฉันเป็นนะ และดีกว่า ผมว่าเถียงไปก็ไม่มีวันจบ...



โดย: krisdauw IP: 98.200.239.77 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:52:29 น.  

 
Comment Hi5 Glitter

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

หวัดดีค่ะ แวะมาทักทายกันก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์นะคะ และมาให้กำลังใจ จขบ. เด้อ


โดย: หอมกร วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:37:51 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่พล

ตั้งแต่มีปัญหาคาราคาซังเรื่องที่คนในชาติแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย เมืองไทยก็ดูเหมือนน่าอยู่น้อยลงไปทุกทีๆ

เห็นใจ จนท.ที่ต้องทำหน้าที่ของตนตามปกติไปทุกวี่วัน

พี่โชคดีมากๆเลยค่ะ ที่หลุดพ้นจากบ่วงกรรมไปแล้ว

อย่างน้อยก็ภูมิใจนะคะ ที่เมืองไทยมี นักกฏหมายเก่งๆ ไฟแรง อย่างพี่ คนที่รู้ดีว่าวงการการเมืองไทย วงการ ตร.ไทย เป็นอย่างไร

ยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้องนะคะ สู้ๆค่ะ


โดย: paninee วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:26:29 น.  

 
บุคคลไม่ควรใส่ใจข้อความของคนทุศีล


โดย: วิญญูแมน IP: 125.27.151.119 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:47:13 น.  

 
now i am in Dubai krub


โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า IP: 86.96.228.84 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:47:58 น.  

 
รูปโฟรไฟล์ถ่ายที่เวียงจันทร์หรือเปล่าครับ สวยดี


โดย: jamba_juice IP: 125.27.6.156 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:42:44 น.  

POL_US
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




คลิ๊ก เพื่อ Update blog พ.ต.อ.ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ได้ที่นี่
http://www.jurisprudence.bloggang.com






รู้จักผู้เขียน : About Me.

" Anti-Fucking Coup Forever "










University of Illinois

22 Nobel Prize & 19 Pulitzer Prize & More than 80 National Academy of Sciences (NAS) members







***คำขวัญ : พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า

ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ

ชาติหวังกำลังฝีมือ

เจ้าคือความหวังทั้งมวล



*** ความสุข จะเป็นจริงได้ เมื่อมีการแบ่งปัน :

Happiness is only real when shared!














ANTI-COUP FOREVER: THE END CANNOT JUSTIFY THE MEANS!






Online Users


Locations of visitors to this page
New Comments
Friends' blogs
[Add POL_US's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.