love me - love my blog

คนๆ นั้น -- ที่ฉันไม่เคยได้เป็น

"หล่อนเป็นหญิงที่เรียบร้อย สวยหวาน หมดจด เธอช่างดีพร้อมสำหรับชายหลายๆ คนที่หมายปองเธอ"


"กับอีกหล่อนที่กระโตกกระตาก มารยาททรามราวกับไม่ได้รับการอบรมมา"


คงเป็นเพราะพื้นฐานที่บ้านเธอนั้นช่างต่ำต้อย และเป็นเพียงครอบครัวธรรมดาหาเช้ากินค่ำกระมัง  เธอไม่ได้สวยหวานแต่ก็มีความเป็นตัวของ


ตัวเอง  เธอไม่เคยท้อในการที่จะต้องต่อสู้กับสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย  แล้วผิดด้วยเหรอที่จะทำให้หล่อนเกิดมาลักษณะนิสัยเช่นนี้  


แม้ไม่มีชายใดหมายปองเธอก็อยู่ต่อสู้ด้วยตัวเองมาตลอด


--- SmileySmileySmiley --- 


จนวันหนึ่งมีชายหนุ่มที่มองเห็นความพยามยามในการมีชีวิตอยู่ของเธอกระมัง  เค้าเข้าหาหล่อนด้วยความเอ็นดู  สงสารแต่มันมิใช่ความรัก 


สิ่งที่เค้าต้องการคือการเปลี่ยนแปลง  ให้หญิงสาวมีความเพียบพร้อมในแบบที่ไม่ใช่วิถีทางของเธอ  แรกๆ หล่อนก็ปรับปรุงและปฎิบัติตาม 


จนหล่อนรู้สึกว่าหล่อนก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความเพียบพร้อม  หล่อนเริ่มยกยอปอปั้นตัวเองด้วยความเขลาหรือความเหตุใดมิทราบ  หล่อน


ได้เปรียบตัวหล่อนกับสาวผู้เพียบพร้อมของชายผู้นั้น  แล้วหล่อนก็ได้รู้ความจริงที่ชายหนุ่มนั้นปิดบังมานาน  เพียงเพราะว่าเธอไม่สามารถ


เทียบชั้นกับเค้าคนนั้นได้เลยแม้แต่นิดเดียว  เธอไม่เคยรู้ -- ไม่เคยรู้จากปากของชายผู้นี้  จนถึงวันนี้วันที่ทุกอย่างเฉลยออกมา 


--- SmileySmileySmiley --- 


เธอนั่งร้องไห้และเฝ้าถามตัวเองว่า แล้วเธอจะเปลี่ยนตัวเองไปทำไม? เปลี่ยนเพื่อใคร?  ในเมื่อเธอพยายามเท่าไหร่ก็ไม่เคยดีเท่าหรือแม้แต่


ดีพอ  ทุกอย่างที่ผ่านมามีเพียงความว่างเปล่า  สิ่งที่พยายามเพื่อให้ชายคนนั้นประทับใจสุดท้ายมันก็เป็นแค่การแสดงตลก ที่ชายผู้นั้นจัดให้


หล่อนแสดงเพียงแค่หล่อนไม่รู้สึกตัว  และกลับคิดว่าที่ชายผู้นั้นยิ้มและหัวเราะเกิดขึ้นเพราะความยินดี  ตอนนี้เธอได้รู้ว่ามันเป็นเสียงแห่ง


ความขบขัน  และเสียงหัวเราะนี้มันจะตามหลอกหลอนเธอไปตลอดชีวิต  --


--- SmileySmileySmiley ---


สิ่งที่เธอภาคภูมิใจ  -- มันถูกตอกจนละเอียด  มันไม่มีความเข้มแข็งเช่นเคย  มันเคยตั้งตระหง่านกลางความคิดของเธอมาตลอด  แต่


ตอนนี้มันเป็นเพียงธุลีที่เพียงสายลมอันบางเบาก็ทำให้มันหายไปหมดภายในเสี้ยววินาที  เธอกลับมายังที่เดิมที่ๆ เธอเคยอยู่  แต่เธอไม่มีวันที่


จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม  ไม่มีวัน  เธอเริ่มสร้างอนุสาวรีย์แห่งความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่  แต่ตอนนี้เธอรู้แร้วว่าอนุสาวรีย์แห่งนี้มีไว้เพื่อ


อะไร??


--- SmileySmileySmiley ---


เธอสร้างมันเพียงเพื่อจะเก็บมันไว้เป็นอนุสรณ์ที่แสดงให้คนทั้งโลก  คนที่นอกจากชายคนนั้น  เธอตั้งใจท้าทายคนทั้งโลกให้เข้ามาเพื่อ


ทำลายอนุสรณ์แห่งนี้  เธอพร้อมที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ถ้าเกิดโดนทำลาย  และเธอก็จะท้าทายใหม่อีกครั้ง  ซึ่งแต่ละครั้งหล่อนคิดว่ามันคง


ทำให้เธอกลับมาเป็นคนเดิมที่เความแข็งกร้าวในจิตใจเพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน 


"แล้วจะจดจำทุกคนไว้ในความทรงจำ – ว่าคุณคือผู้ทำลายอนุสาวรีย์แห่งความเชื่อมั่น"


หล่อนหวังในใจเพียงว่าคงไม่ต้องจารึกชื่อใครลงบนอนุสรณ์มากนัก  เพราะชื่อแรกที่เธอบันทึกจะเป็นชื่อชายผู้นั้นเพียงคนเดียว 





--- SmileySmileySmiley ---






Free TextEditor




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2552 3:39:35 น.
Counter : 61 Pageviews.  

ตักน้ำใส่กะโหลก -- แล้วชะโงกดูเงา

ปัญหาโลกร้อนในปัจจุบันก็ยังเป็นที่น่ากังวลอยู่ในสายตาชาวโลกไม่น้อย โลกมันร้อนนี่นะ อะไรๆมันก็คงร้อนตาม เลยทำให้ประเทศที่กำลัง (ด้อย)พัฒนาอย่างบ้านเราเกิดภาวะกระจก - - ไม่ได้พิมพ์ผิดหรอกค่ะ

ภาวะกระจกเกิดจากที่เค้าว่ากันว่าระบบของประเทศนั้นมันมีอยู่สองมาตรฐาน ทำเหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่ตามมานั้นต่างกัน ส่วนจะต่างกันเช่นไร ต่างกันมากเพียงไหน เราคงต้องจับตาดูต่อไปกับผู้นำประเทศยุคนี้ หากสังเกตให้ดีมันเหมือนยังกับว่าได้เกิดเหตุการณ์เดจาวูในด้านการเมืองอีกครั้ง สิ่งที่เคยเห็น เคยผ่านตามันก็จะมาให้เห็นกันอีกรอบ แต่ที่ต้องพูดถึงภาวะกระจกนี้มิใช่เพราะเหตุใด เพียงอยากกระตุ้นต่อมของผู้ที่เคยเรียกร้องกดดันประเทศก่อนหน้านี้ได้มอง -- มองเห็นตัวตนของพวกท่านผ่านสายตาของคนอื่นที่มองท่านก่อนนี้ เห็นรึยัง?? ถ้ายังไม่ชัดล่ะก็ลองปรับเปลี่ยนทัศนคติดูบ้างก็จะดีไม่น้อย

ทีใครทีมันดูจะเป็นคำพูดที่ใช้กันบ่อยในระยะนี้ แต่เดิมพันที่ใช้กันคงสูงไปหน่อย ประเทศทั้งประเทศไม่ได้อยู่ในมือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คนพวกนี้กำลังสร้างวัฎจักรการเมืองนรกโดยไม่รู้ตัว ทีมใครชนะก็ได้ขึ้นเป็นรัฐบาล ชนะแบบประชาธิปไตยก็ว่าไปอย่าง ไม่ใช่ชนะมาโดยการบีบคอประเทศเช่นนี้ หายใจไม่ออกแล้วรู้บ้างมั้ย??

** ว่าแล้วไปรับเงินซื้อเสียงล่วงหน้าซัก 2000 ดีกว่า (เห็นเค้าว่าจะได้เป็นเด็กดี ช่วยชาติและรักษาสถาบันได้) 555 **

.... สีสันสรรพล้วนประโลมโลก
แต่งแต้มโศกให้ลืมเศร้าเบาสลาย
มิใช้แข่งแก่งแย่งแบ่งข้านาย
สาดทำลายใส่ร้ายกันและกัน ....





 

Create Date : 27 มีนาคม 2552    
Last Update : 27 มีนาคม 2552 10:02:15 น.
Counter : 96 Pageviews.  

บทกวี shit แตก

กวีเก่ากลางกรุง ศิวิไล

ระรัวส่ง e-mail ไป ในหล้า

หวังปั่น weblog ขึ้น หน้าหนึ่ง

แต่ต้องอึ้งทึ่งแท้ แล (com)ment -- เป็นศูนย์ T_T


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

จึงได้คิดติดตามกลบท

นั่งจับจดท่านเทพ save มาสอน

อ่านแล้ว print ปลิ้นดูทุกๆ ตอน

แล้วจึงถอน เอ้ย!! ถอยหมอนมานิทราไป

ตื่นตอนเช้า อ้าววเฮ้ย!! กลอนทะลึ่ง

ตกตะลึง แม่เจ้า!! ทำไปได้

เค้าจะด่าว่ามารดาเราอย่างไร

จึงแก้ใหม่แล้ว delete รีบ shutdown


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

กลอนก่อน delete บทที่1 (ชุดกวี - กระวาดแต่ง)

นั่งchill ผิวเพลงรัก ยุค hitech

ดูทีวีมีแต่ sex เด็กดูได้

เหมาะสำหรับอายุ 18+ บอกทำไม

เด็กจัญไรมันจะได้ ยิ่งอยากดู (55)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

พอเที่ยงสาย บ่ายเบี่ยง เลี่ยงเหลาะแหละ

เดินเจ๊าะแจ๊ะ เสวนา ประชาทั่ว

ระเริงร่า หลั่นลัลล้า รั่วระรัว

งานท่วมตัว เหงื่อท่วมตา เมื่อสายันต์ (สมน้ำหน้า 55)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เปิด IE ผลีผลามตาม hi 5

ว่าวันนี้มีใคร on(line)บ้างหนา

อ๊ะ - - นั่นไงกิ๊กเก่าเราตามมา

มันเม้นต์ว่า "ยืมตังมาโปรดใช้คืน"T_T


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

กวีเก่าขอลาหลบลี้ พี่เอย

กลับเขียนกลอนคุ้นเคย ครุ่นแคล้ว

วันนี้เพียงนึกสนุก ให้สุข ทั่วนา

ขำ - - ขำ แอบแอ๊บแบ๊ว แนวแนว - - ภาษา





 

Create Date : 10 มีนาคม 2552    
Last Update : 10 มีนาคม 2552 23:23:16 น.
Counter : 140 Pageviews.  

บทที่หนึ่ง -- ถึงความรัก

เคยสงสัยว่า “ทำไมเราถึงได้มาพบกันมั้ย?”


ตอนนี้ไม่เคยสงสัยในสิ่งแบบนั้นเลย เพราะสนใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างเรามากกว่า มันมีความงามในความชุ่มชื่น อ่อนหวานในความอ่อนโยน ทุกสิ่งกำลังสดใสในความมืดมน แค่นี้ชีวิตของคนๆหนึ่งที่ได้รับรู้ความงามในมุมแบบนี้ก็น่าอิจฉาจะแย่อยู่แล้ว


ต้องขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่นำพาให้เรามาเจอกัน มีทั้งเรื่องที่ดีงามและมุมที่มืดมัวแต่มันก็คงเป็นจุดที่ทำให้เราได้รู้จักกันและกันมากขึ้น ความรักที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่รักแรกพบไม่หวานซึ้งยามเจอกัน แต่มันเป็นความอ่อนไหว อ่อนแอ และความอ่อนเยาว์ และสิ่งที่เกิดขึ้นมานี้มันค่อยๆหล่อหลอมรวมกันจนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “รัก”


คนๆหนึ่ง ที่ไม่เคยรับรู้ในคุณค่าของตัวเอง ใช้ชีวิตด้วยความไร้จุดหมาย มองทุกสิ่งในโลกเป็นเพียงเรื่องสนุก ผิวเผิน ง่ายดาย และไร้ค่า เป็นการใช้ชีวิตในความเสี่ยงทุกชั่ววินาที จนเมื่อมีอีกคนที่เข้ามาทำให้เราได้รับรู้ในอีกมุมหนึ่งของชีวิต มันจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น มันเป็นมุมมองที่เราไม่เคยพบเห็นแต่ทุกสิ่งนั้นมันมีอยู่รอบตัวตั้งแต่เริ่มแล้ว แต่ทำไมไม่เคยสังเกตเลยซักครั้ง ไม่เคยแม้แต่จะสนใจ จนมีเค้าคนนั้นเข้ามา---


คนๆนั้น เป็นเหมือนพี่ เป็นเหมือนเพื่อน เหมือนทุกๆอย่างที่ดีสำหรับชีวิต ทำให้รักทำให้หลง จมอยู่ในภวังค์เหมือนอยู่ในฝันทุกวันคืน หากอยู่ใกล้ก็ไม่เคยที่จะอยากไปไหนไกล อยากสัมผัส อยากลึกซึ้ง อยากมีมุมที่ตรึงใจ สิ่งที่คิดเสมออยู่ในใจคือ “ไม่อยากให้เค้าจากเราไป-- แลัวเราจะไม่ไปจากเค้า--”


ต้องขอบคุณในสิ่งที่ผ่านมา และมองผ่านในทุกวันที่ก้าวไป ให้เป็นบทเรียน เก็บเกี่ยวความรัก ความห่วงใย ความคิดถึง ที่มันงอกงามขึ้นทุกๆ วัน อาจเติบโตช้าแต่ก็มั่นคง ไม่ใช่ความเพ้อฝันที่แค่พัดพามาแล้วก็จากไป


ไม่เคยหวังความรักทั้งหมด ขอแค่ส่วนหนึ่งที่เต็มใจให้เรา เป็นส่วนที่เตรียมไว้เพื่อเราโดยเฉพาะ -- แค่นั้นพอ-- ไม่ต้องเสียสละสิ่งที่เป็นตัวเองเพื่อเรา ขอเพียงมีที่ให้เราแทรกเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของชีวิต โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งใดๆ รักที่ให้ไปนั้นถูกตอบกลับมาด้วยความจริงใจเสมอ ขอบคุณอย่างมากมายที่มีวันดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตบ้าๆ ของคนแบบเรา


ไม่รู้จะรักกันไปอีกนานแค่ไหน แต่ตอนนี้มีความสุขที่ได้รักคนๆนี้ ทุกๆวัน รักมากเท่าที่จะมากได้ สิ่งที่รู้อย่างเดียวในตอนนี้ คือไม่อยากเสียคนนี้ไปแม้แต่วินาทีเดียว... ขอบคุณค่ะ



-- สุดที่รัก --

เป็นแค่คนบนพื้นดินเพียงคนหนึ่ง
คนที่ซึ่งไม่มีวันพบเธอได้
โลกของเธอกับชั้นต่างเกินไป
แต่ทำไมฟ้ากว้างใหญ่พาพบเจอ
---
อาจเป็นเพราะดวงดาวบนฟากฟ้า
ที่ให้ความเมตตามาเสมอ
เพียงให้เราพบกันฉันและเธอ
ไม่พร่ำเพ้อโดดเดี่ยวและเดียวดาย
---
แต่เมื่อพบคบกับเธอในวันนี้
ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาฟ้าพลันใส
นอนหลับฝันก็แสนอุ่นกรุ่นหัวใจ
หากจากไกลใจคงหยุดสุดที่เธอ
---
ลมคงพัดใจเธอมาจากฟากฟ้า
สายฝนรักปล่อยปลดมาจากฟ้าเผลอ
ความห่วงหาอ้อนวอนดินละเมอ
ให้ฉันนั้นเคียงคู่เธอตลอดไป
---




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2551    
Last Update : 22 ตุลาคม 2551 11:58:03 น.
Counter : 86 Pageviews.  

ใครกันเจ้าของประเทศ

ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ใคร่สนใจเรื่องด้านการเมือง หรือระบบระบอบอะไรที่มันซับซ้อนมากนัก รู้แค่เพียงว่ามันทำให้ประเทศขับเคลื่อนไปได้ อาจสะดุดบ้างแต่ก็ยังดำเนินต่อไปได้อย่างไม่ทุลักทุเลนัก นี่กระมังเลยทำให้ฉันรู้สึกว่าชีวิตเล็กๆ ที่เป็นล้อเฟืองส่วนหนึ่งของประเทศนี้ไม่ค่อยมีความสำคัญนัก หรือว่าการประเมินคุณค่าของตนที่ต่ำไปนี่เองทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าสิทธิ และเสรีภาพที่ตนมีนั้นมันช่างยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร

------


ฉันไม่เถียงหรอกและไม่อยากจะเถียงเพราะฉันไม่สนใจอยู่แล้วนี่มันไม่เคยมีผลกระทบกับชีวิตฉันหรอก ใครจะเป็นจะตายช่างหัวมันปะไร ฉันทำงานดำเนินธุรกิจของชั้นไป -- แต่ใครจะรู้ สิ่งที่ฉันละเลยมันได้กลับมาแว้งกัดชั้นอย่างโหดเหี้ยม...

------


คำถามคือ – คนพวกนี้เป็นใครกัน ทำไมถึงมีอำนาจในการตัดสินใจแทนคนทั้งประเทศ และสิ่งที่พวกเค้าเหล่านี้ได้กระทำ ได้นำเอาสถาบันมาแอบอ้างไม่ใช่หรือ และเมื่อสิ่งที่ทำเพื่อสถาบันนั้นได้สร้างผลกระทบให้ชาวบ้านที่ทำมาหากินให้เดือดร้อนคนพวกนี้ไม่ผิดซักนิดเลยใช่มั้ย??

------


มีคนหนึ่งได้บอกฉันว่า “คนพวกนี้ผูกขาดความดี” เมื่อได้ยินในครั้งแรกฉันยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เมื่อการกระทำของคนเหล่านี้กระทำได้อธิบายคำจัดความนี้ได้ชะงัดนัก หลังจากนั้นฉันจึงได้มาพินิจถึงความดีที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้กระทำ เหตุการณ์ที่พวกเค้ากระทำเปรียบเหมือนระลอกคลื่น จากวงเล็กก็กลายเป็นวงกว้าง ตอนแรกฉันคิดว่าหากเป็นเพียงระลอกคลื่นมันคงจะหายไปเอง แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นคนเหล่านี้กลับจะทำให้มันกลายเป็นซึนามิ เพียงเพื่อทำลายคนร่วมชาติเท่านั้นเอง

------


เหตุการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฉันนั่งดูเหตุการณ์จากสื่อต่างๆ ราวกับว่าฉันไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศนี้ ฉันรู้สึกอยากออกไปต่อต้านกลุ่มคนเหล่านี้เสียเหลือเกิน แต่จะทำอะไรได้เล่าเพราะขนาดคนมีปัญญา เหล่านักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยยังไม่กล้าพูดถึงการกระทำของกลุ่มคนดีพวกนี้เลย เพียงเพื่อเอาใจสื่อที่ไม่รู้เหมือนกันว่ากลัวกลุ่มคนดีหรือเป็นฝ่ายคนดี จึงไม่เคยที่จะลงความเห็นที่คัดค้านการกระทำของกลุ่มคนดีพวกนี้เลย คงเพราะการเป็นคนชั่วเป็นสิ่งที่คนไทยอย่างเราๆ รับไม่ได้กระมัง

------


ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ฉันยอมเป็นคนชั่ว คนชั่วที่ยอมอดทนอดกลั้นให้ระบอบประชาธิปไตยเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่สืบต่อกันมานับศตวรรษ สิ่งที่ฉันคาดหวังให้เกิดอาจจะไม่ได้เห็นในรุ่นของฉัน ลูกของฉัน หลานของฉันหรืออาจจะรุ่นเหลน แต่ทว่ามันจะดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่วันนี้เราคงต้องมานั่งหวั่นๆ คอยลุ้นเหมือนวันหวยออกกระมังว่าการเมืองไทยจะมีการเปลี่ยนระบอบหรือไม่

------


ทุกวันนี้ฉันยังไม่เข้าใจเลยว่าที่กลุ่มคนดีพวกนี้มาชุมนุมเพื่อเหตุใด เริ่มจากเรียกร้องอย่างหนึ่งเมื่อได้แล้วก็คิดเรียกร้องขั้นต่อไป ต่อไป และต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนพวกบ้าอำนาจ ใช้สิ่งที่คิดว่าเป็นความดีหนุนหลัง เบียดบังให้คนที่ไม่ร่วมอุดมการณ์เป็นคนชั่ว แถมยังทำตัวเป็นเจ้าของประเทศซะเต็มประดา ฉันอยากจะบอกพวกนี้เหลือเกินว่า ฉันรักประเทศ เคารพในสถาบัน เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ถึงแม้จะมีนักการเมืองชั่วๆ มาทำให้มัวหมองเป็นครั้งคราว แต่ฉันก็เคารพในการเลือกของประชาชน เพราะฉันหวังให้ความผิดพลาดจะเป็นบทเรียนให้คนไทยเอง

------


สิ่งที่กล่าวมามันก็เป็นเพียงการระบายของคนความรู้ต่ำ หาเช้ากินค่ำอย่างฉัน ที่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครก็ได้สื่ออินเตอร์เนตนี่แหละเป็นที่ระบาย เดี๋ยวฉันก็ต้องออกไปขายไข่ปิ้งแล้วไม่มีเวลาไปนั่งชุมนุมแบบพวกมีอันจะกินเค้าหรอก ถึงจะเลือกตั้งคนพวกนี้เค้าไม่ยอมรับเพียงเพราะว่า เค้าคิดว่าเสียงของคนแบบฉันมันเป็นเสียงของคนไร้ค่า เสียงของคนรากหญ้า แต่อย่าลืมสิ ..
“ฉันก็เป็นเจ้าของประเทศคนหนึ่ง”


------




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2551    
Last Update : 9 ตุลาคม 2551 8:35:56 น.
Counter : 92 Pageviews.  

1  2  

matemejib
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add matemejib's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.