“A path is made by walking on it.”
Group Blog
 
All blogs
 

การเดินทางในบูคูเรชต์ (บูคาเรสต์)

[ข้อมูลเขียนมาหลายปีแล้ว อาจล้าสมัยขอให้ตรวจสอบก่อนเดินทางจริง]


การเรียกแท๊กซี่จากสนามบินเข้ามาในตัวเมืองค่อนข้างแพง เพราะเสียค่าธรรมเนียมหลายอย่าง ขนาดรถไม่ติด ราคายังอาจถึง 150 รอน (1 รอน = ประมาณ 10 บาท) ซึ่งราคานี้ถือว่าแพง เพราะค่าครองชีพที่นี่พอๆ กับไทย ทางเลือกคือมันจะมีรถบัสที่รับผู้โดยสารออกจากสนามบินไปต่อรถไฟที่สถานีใกล้เคียง สถานที่ขายตั๋วจะอยู่บริเวณอาคารขาเข้า ลองสอบถามเจ้าหน้าที่ในสนามบินดูครับ เมื่อขึ้นรถไฟแล้วรถไฟจะพามาลงที่สถานีหลักคือ Gara de nord อีกที จากการ่า เด นอร์ด ก็สามารถเลือกเดินทางตามแผนการณ์ของท่านได้ตามอัธยาศัย

หรือจะเลือกเดินทางออกจากสนามบินโดยรถบัส (Autobuz = ออโตบุซ) ก็ได้ครับ มีรสบัสด่วนสาย 780 และ 783 ที่วิ่งเชื่อมเส้นทางระหว่างสนามบินกับตัวเมือง ราคาตั๋วประมาณ 7 รอน (2 ขา) ซึ่งจะแพงกว่าตั๋วรถบัสทั่วไปในเมือง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3 รอน (2 ขา) สถานที่ขายตั๋วจะอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารขาเข้าใกล้กับป้ายรถบัสในสนามบิน (รสบัสขากลับมาสนามบินควรระวังการใช้บริการในช่วงเย็นนะครับ เพราะรถติดมากโดยเฉพาะวันศุกร์)

โดยรถบัสสาย 780 ถ้ามาจากสนามบิน จะวิ่งผ่านสถานีรถไฟ การ่า เด นอร์ดเลย
แต่สาย 783 จะวิ่งผ่านใจกลางเมือง หากจะไปสถานีรถไฟก็ต้องลงที่ป้าย เปียซ่า วิคตอรีเย (Piata Victoriei) หรือป้าย เปียซ่า อูนิรี (Piata Unirii) แล้วต่อรถไฟใต้ดินไปสถานีรถไฟ การ่า เด นอร์ด


ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่ได้คิดจะแวะไปไหนในบูคูเรชต์ แต่จะจับรถไฟไปเมืองอื่นเลย ก็ขึ้นสาย 780 ไปลงสถานีรถไฟเลยครับสะดวกดี แต่ถ้าอยากแวะเที่ยวแถวใจกลางเมืองก่อนก็ไปกับสาย 783 (เปียซ่า ก็คือจัตุรัสที่ถนนมาตัดกันนะครับ อีกความหมายนึง piata แปลว่า ตลาด)

สำหรับท่านที่ต้องการไปสถานทูตไทยในบูคูเรชต์ก็นั่งรถบัสสาย 783 มาลงที่เปียซ่าอูนิเวร์ซิเติซซิ (Piata Universitatii) ซึ่งอยู่ตรงหน้ามหาวิทยาลัยบูคูเรชต์ (Universitatea din Bucuresti) แหงนหน้ามองหาตึกสูงๆ คือโรงแรม Intercontinental แล้วก็เดินขึ้นไปตามถนนบูเลวาร์ดุล นิโคลายเย เบิลเชสคู (B-dul N. Nicolae Balcescu) เดินชิดขวาเข้าไว้ พอเลยโรงแรมไปหน่อยให้เลี้ยวขวาไปตามถนนเตรยยาน วุยยา (Strada Traian Vuia) นิดเดียวก็จะเจอทางแยกให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนวาซิเล่ คอนตะ (Strada Vasile Conta) ก็จะเห็นธงชาติไทย ทีนี้ก็เดินไปเคาะเรียกลุงยามที่อยู่ในป้อมหน้าสถานทูต เดี๋ยวลุงยามแกจะเป็นคนจูงมือพาเข้าไปเอง

แต่ถ้ามาจากสถานีรถไฟการ่า เด นอร์ด จะไปสถานทูตฯ ก็ต้องนั่งรถบัสหรือรถไฟใต้ดินไปลงให้ใกล้ที่สุดแล้วเดินครับ มาเส้นนี้ลำบากนิดนึง ผมเคยนั่งรถบัสและมันต้องเปลี่ยนรถสองต่อ แต่นั่งแค่ครั้งเดียวตอนนี้ลืมไปแล้วว่าสายไหน แนะนำให้มารถไฟใต้ดินดีกว่าครับไม่ต้องกลัวหลง ตามนี้

จากสถานีรถไฟให้ลงมาขึ้นรถไฟใต้ดินสาย M1ไปลงที่สถานีเปียซ่า วิคตอรีเย (Piata Victoriei) แล้วเปลี่ยนขบวนไปสาย M2 แล้วลงที่สถานี เปียซ่า โรมาน่า (Piata Romana) ซึ่งอยู่ถัดไปอีกแค่สถานีเดียว หรือจะนั่งเลยไปลงที่สถานี เปียซ่าอูนิเวร์ซิเติซซิ (Piata Universitatii) ก็ได้

สถานทูตไทยอยู่กึ่งกลางระหว่างสองสถานีนี้ ถ้าไปลงที่ Piata Universitatii ก็เดินย้อนขึ้นมาหาโรงแรม Intercontinental ตามที่ให้รายละเอียดไว้ข้างบนครับ แต่ถ้าลงที่ Piata Romana ก็เดินไล่ลงไปตามถนนเส้นเดียวกันคือบูเลวาร์ดุล นิโคลายเย เบิลเชสคู (B-dul N. Nicolae Balcescu) ที่สำคัญคือต้องหาถนนนี้ให้เจอครับ เพราะมันมีทางเดินออกจากสถานีรถไฟใต้ดินได้หลายจุด อาจไปออกบนถนนเส้นอื่น


ภาพจาก wikipedia.org

สถานีรถไฟการ่า เด นอร์ด ถือเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทาง จากจุดนี้มีทั้งรถไฟระหว่างเมือง รถไฟใต้ดิน รถบัส รถแท๊กซี่ (ทั้งถูกกฏหมายและเถื่อน) ไว้รอบริการ ถ้าจะใช้รถเถื่อนก็ต้องต่อให้หนักครับเพราะบอกราคาผ่านมาก ผมเองเคยใช้บริการรถเถื่อนจากสถานีรถไฟไปสนามบินเพราะรีบ ราคาที่เค้าเดินมาเสนอจะอยู่ที่ประมาณ 100 รอนหรือมากกว่านั้น ซึ่งถือว่าแพงครับ ถ้าเล่นเกมต่อรองตามทฤษฎีเกม 50-60 รอนถือเป็นราคาที่พวกนี้ยอมรับได้และไม่ขาดทุนครับ เพราะฉะนั้นจาก 100 รอนก็ต้องต่อให้เหลือ 50-60 รอนให้ได้

ผมเองตอนนั้นก็ต่อจนเหลือ 50 รอน ถ้าต่อเก่งๆ ก็อาจได้ราคาดีกว่านี้ ตอนนั่งไปคนขับเสนอบริการเสริม จะพาขับเที่ยวตามสถานที่สำคัญสามสี่แห่งในบูคูเรชต์แต่ต้องเพิ่มเงินอีก 50 รอน ผมปฏิเสธเพราะรีบครับ แต่ถ้าท่านอื่นสนใจก็ถือว่าไม่แพงนะครับ สำหรับการไปชมสถานที่ต่างๆ แบบสบายๆ ด้วยราคาแค่ 50 รอน




 

Create Date : 04 มีนาคม 2554    
Last Update : 18 มิถุนายน 2557 18:34:58 น.
Counter : 539 Pageviews.  

การศึกษาในประเทศโรมาเนีย

Note จากการเข้าไปตอบกระทู้ มีท่านใดอยู่ที่โรมาเนียหรือเรียนต่อที่นั้นหรือเปล่า

ค่าครองชีพโดยทั่วไปพอๆ กับเมืองไทย ถ้าเป็นนักเรียนจะมีสิทธิพิเศษหลายอย่าง

ระบบการศึกษาแบ่งเป็น

ปริญญาตรี 3 ปี เรียก Licenta (ลิเช่นเสอะ)
ปริญญาโท 2 ปี เรียก Masterat (มาสเตรัต)
ปริญญาเอก 3 ปีขึ้นไป เรียก Doctorat (ด็อกตอรัต)

มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพดี ถ้าเป็นสาขารวมๆ ทั่วไปมีที่
อิยัช (Iasi)
คลูช (Cluj)
บูคูเรช (Bucuresti)
ติมิชชัวร่า (Timisoara)

ที่โรมาเนียสาขาที่มีชื่อเสียงก็จะเป็นพวก แพทย์ กับเทคนิค ซึ่งจะทำการสอนแยกออกไปคือมีมหาวิทยาลัยเป็นของตัวเอง
ที่มีชื่อเสียงเช่น
โปลีเทคนิคที่อิยัช ที่บูคูเรช และที่คลูช
มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเช่น
มหาวิทยาลัยแพทย์ที่เมืองคลูช บูคูเรช และติมิชชัวร่า

มหาวิทยาลัยแพทย์กับโปลีเทคนิคจะมีนักศึกษาจากอาหรับและแขกมอร๊อคเยอะ

สาขาเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงก็ที่ คลูช กับสถาบัน อาเซ (ASE) ในบูคูเรช

การเรียนการสอนถ้าเป็นปริญญาตรีส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรภาษาโรมาเนียน แม๊กยาร์ ฝรั่งเศสก็พอมีบ้าง
โดยเฉพาะถ้าเป็นสาขายอดฮิตอย่างการแพทย์จะมีให้เลือกเป็นสายหรือลีเหนี่ย (Linia) คือลีเหนี่ยโรมาเนียน ลีเหนี่ยฝรั่งเศส เป็นต้น

ถ้าเป็นปริญญาโทก็พอมีสอนเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ตามมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ที่กล่าวไปแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาเศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ หรือ European studies

สรุปคือส่วนใหญ่นักศึกษาต่างชาติจะถูกบังคับให้ไปเรียนภาษาโรมาเนียนก่อนหนึ่งปี เรียกหลักสูตรเตรียมตัว Anul pregatitor (Preparatory year) แล้วสอบให้ผ่านจึงสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกที

แต่ในทางปฏิบัติแล้วการสมัครเข้าเรียนของนักศึกษาต่างชาติต้องสมัครผ่านกระทรวงศึกษาธิการของโรมาเนียเท่านั้น ปัจจุบันบางมหาวิทยาลัยอำนวยความสะดวกให้นักศึกษาโดยเปิดรับสมัครเอง แล้วมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้รวบรวมเอกสารยื่นให้กระทรวงศึกษาฯ อีกต่อหนึ่ง

ค่าเทอมของนักศึกษาต่างชาติจะแพงกว่านักศึกษาโรมาเนียนหลายเท่า

มหาวิทยาลัยมีหอพักเพียงพอแต่อยู่กันแบบแออัดนิดหน่อย และมี Academic facility พร้อม ดังนั้นถ้าถามเรื่องคุณภาพการศึกษา อยู่ที่ตัวคุณเองว่ามีความใฝ่รู้ใฝ่เรียนแค่ไหน

อุปสรรคในการเรียนคือภาษา ที่คุณอาจต้องเรียนเป็นภาษาโรมาเนียนซึงเป็นภาษาที่ยากมาก




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2554 15:37:04 น.
Counter : 1154 Pageviews.  

ตัวอย่างแผนการท่องเที่ยวประเทศโรมาเนีย

พอดีได้เข้าไปในกระทู้นี้ "ตอนเเรกที่ถามว่าจะไปตุรกีหรือโรมาเนียดี ผมตัดสินใจเเล้วครับว่าจะไปโรมาเนีย ใครช่วยเเนะนำที่เที่ยวทีครับ" และตอบไว้ยาวพอสมควร อาจจะมีประโยชน์กับท่านอื่นๆ ที่สนใจไปเที่ยวโรมาเนีย จึงนำมาลงไว้ในบล๊อกพร้อมปรับปรุงข้อมูลเพิ่มเติมครับ

จากประสบการณ์ส่วนตัว

สิ่งที่พึงต้องระวังในโรมาเนีย คือในบูคูเรชเมืองหลวงจะมียิปซีบางกลุ่มหากินกับชาวต่างชาติ เช่น ตามสถานีรถไฟหรือไม่ว่าที่ใดก็ตาม ถ้ามีคนเข้ามาช่วยคุณถือของ หรือพาไปซื้อตั๋วรถไฟ ให้ปฏิเสธทันที เพราะพวกนี้จะเรียกเก็บเงินค่าบริการมหาโหดภายหลัง แต่พวกนี้จะไม่ทำร้ายร่างกายใคร

ถ้าออกจากบูคูเรชแล้ว ความปลอดภัยอยู่ในขั้นดีถึงดีมาก ชาวต่างชาติน้อย ผู้คนเป็นมิตร

โรมาเนียเข้าร่วมยูโรโซน ที่น่าสนใจคือบริษัทห้างร้านในโรมาเนียมักจ่ายเงินเดือนเป็นยูโร แต่ส่วนใหญ่การจับจ่ายในตลาดยังใช้เงิน รอน (Ron) ของประเทศตนเองอยู่ จึงมีออฟฟิสรับแลกเงินอยู่ทั่วไป ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการแลกเงิน มีที่รับแลกทั่วไปทั้งในสนามบิน สถานีรถไฟ ธนาคาร และตามท้องถนน

การเรียกแท๊กซี่จากสนามบินเข้ามาในตัวเมืองค่อนข้างแพง เพราะเสียค่าธรรมเนียมหลายอย่าง ขนาดรถไม่ติด ราคายังอาจถึง 150 รอน (1 รอน = ประมาณ 10 บาท) ซึ่งราคานี้ถือว่าแพง เพราะค่าครองชีพที่นี่พอๆ กับไทย ทางเลือกคือมันจะมีรถบัสที่รับผู้โดยสารออกจากสนามบินไปต่อรถไฟ แล้วรถไฟจะวิ่งไปสถานีหลักคือ Gara de nord อีกที ราคาจะถูกกว่ามาก คือประมาณ 7 รอน สามารถซื้อตั๋วได้ตรงอาคารขาเข้า

ที่พักคุณคงจองไว้แล้ว (หรือเปล่า?) แต่ Hostel ที่นอนรวม ราคาอย่างต่ำคืนละ 50-70 รอน แต่ถ้าเป็น Hotel ก็ 100 รอนขึ้นไป

ความจริงสถานที่ท่องเทียวในโรมาเนีย อยู่กระจายๆ กันไป ทำให้เวลาหนึ่งอาทิตย์คุณคงเที่ยวได้ไม่ทั่ว ก็ขอตอบแบบคร่าวๆ นะครับ

ติมิชชัวร่า (Timisoara) อยู่ทางตะวันตก เมืองสวยมาก แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษ

บราชอฟ (Brasov) อยู่ตรงกลางๆ ประเทศ ก็มีปราสาทบราน ที่นักเขียนเอาไปแต่งเรื่องแดรกคูล่านั่นแล เมืองสวย เข้าถึงง่าย เดินทางโดยรถไฟจากบูคูเรชมาบราชอฟใช้เวลาไม่นาน แต่จากสถานีรถไฟบราชอฟไปปราสาทบรานคงต้องนั่งรถประจำทาง หรือเช่ารถไป

ซิบิว (Sibiu) เมืองโบราณที่สวยงามมาก สภาพบ้านเมืองยังเป็นแบบโบราณ มีอาคารเก่าๆ อายุหลายร้อยปี พิพิธภัณฑ์บรุคเค่นธาล ก็มีภาพศิลปะสะสมไว้เยอะมากๆ จากสถานีรถไฟเมืองซิบิวสามารถเดินเท้าไปยังเขตเมืองเก่า และพิพิธภัณฑ์บรุคเค่นธาลได้โดยไม่ต้องนั่งรถ แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้ามาจากบราชอฟ รถไฟเที่ยวเช้ามืดที่มาเมืองซิบิวเป็นรถไฟแบบโลคอล บรรยากาศก็บ้านๆ วิถีชีวิตคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง รถไฟแวะรับคนตลอดทาง คนก็เยอะพอสมควรเพราะเป็นเที่ยวเช้า ความสะอาดก็พอๆ กับรถไฟไทย เพียงแต่มันจะมีกลิ่นอับๆ เพราะอากาศมันหนาวเย็นและชื้น แต่ระยะทางมันสั้นอดทนไปเถอะ ไม่นานก็ถึง

คลูช (Cluj) ความจริงก็ไม่มีอะไรมาก แต่แอบเชียร์เมืองนี้ในฐานะที่เคยอาศัยเป็นเรือนนอน..อิอิ เมืองสวยดี โรแมนติกอ่ะ ถ้าได้มาเดินเล่นในเมืองวันอากาศดีๆ ก็โอเชแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญทางวัฒนธรรมของแคว้นทรานซิลวาเนีย มีโบราณสถานเยอะอยู่เหมือนกัน ส่วนใหญ่อยู่ในเมือง เดินจากสถานีรถไฟไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว มาแล้วอย่าลืมแวะไปโรงแรม Belvedere ตั้งอยู่บนเนินเขา มีจุดชมวิวสวยมากๆ เห็นเมืองคลูชได้ทั้งเมือง ระหว่างเดินจากสถานีรถไฟเข้ามาในเมือง ก็ลองแหงนๆ ดูทางขวามือ หาไม่ยาก เพราะมันอยู่กลางทาง อิอิ

มารามูเรช (Maramures) อยู่ทางเหนือ มารามูเรชมีความเป็นชนบทมากๆ ทิวทัศน์สวยขึ้นชื่อมาก บรรยากาศเหมือนเมือง Salzburg ประเทศออสเตรียยังไงยังงั้น (ลองนึกถึงฉากในหนังเรื่อง The Sound of Music) ยังพอมีผู้คนที่ใส่ชุดประจำท้องถิ่นสวยๆ แต่ความที่มันเป็นชนบท การเข้าถึงจึงยากสักหน่อย คือจากสถานีรถไฟ ก็ต้องหาเช่ารถขับถึงจะตระเวนไปเที่ยวได้ทั่ว ถ้าดั้นด้นมาได้ถึงที่นี่ก็อย่าลืมแวะไปสุสานหรรษานะ รับรองอมยิ้มกลับมากันทุกคน

ซูจาว่า (Suceava) เป็นอีกเมืองที่มีทิวทัศน์สวยงาม ไม่ต่างจากมารามูเรช แต่จุดเด่นคือที่นี่มีโบสถ์และวิหารออร์ธอด็อกซ์สวยๆ เยอะมาก ที่ขึ้นชื่อก็คือวิหารโวโรเนซ (Manastirea Voroneti) แล้วก็มีมรดกโลกเช่น โบสถ์ไม้หลายแห่งที่มีอายุมากกว่า 500-700 ปี ซูจาว่าเคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นมอลโดว่ามาก่อน ทำให้มีศิลปกรรมงามๆ เยอะ

อิยัช (Iasi) เป็นเมืองใหญ่ในภาคอีสาน สถาปัตยกรรมสวยดี จากสถานีรถไฟสามารถเดินเข้าเมืองได้สบายๆ ครับ

แผนการเดินทาง

สมมติว่าเป็นผมนะครับ เจ็ดวันถ้าอยากเที่ยวหลายๆ ที่ ผมว่าทำได้นะครับ จากบูคูเรช นั่งรถไฟไปบราชอฟอยู่ที่นี่หนึ่งวันเต็ม แล้วพักหนึ่งคืนตอนเช้ามืด ประมาณหกโมงเช้าจะมีรถไฟต่อไปซิบิว ไปถึงประมาณเก้าโมงกว่าๆ ก็สามารถเดินเที่ยวถ่ายรูปได้ทั้งวัน พอซักห้าโมงเย็นจะมีรถไฟแบบด่วนไปเมืองคลูช (แวะเปลี่ยนรถไฟที่วินตู เด โจส: Vintu de jos) ประมาณสามสี่ทุ่มก็ถึงคลูช แล้วค่อยไปหาที่นอนในเมืองคลูชเอา ตื่นเช้าก็เดินเล่นในเมือง จากจตุรัสกลางเมืองบนถนน Memorandumului นั่งรถเมล์สาย 24 แวะไปซื้อเสบียงไว้ตุนได้ที่ยูลูส มอลล์ (Iulius mall)

พอสักตอนสามสี่ทุ่ม จะมีรถไฟจากคลูชไปซูจาว่า ไปถึงตอนเช้าประมาณตีห้า ก็ใช้เวลาในเมืองนี้ได้เต็มที่ เดินเที่ยวดูโบสถ์ดูวัด ดูเมืองได้สบายๆ จนพอใจ เสร็จแล้วตอนเย็นๆ สักสี่ห้าโมงจะมีรถไฟไปอิยัช สองชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง แล้วไปหาที่นอนในเมืองอิยัชต่อ รุ่งขึ้นก็เดินชมเมืองไปเรื่อยเฉื่อยแฉะ จากอิยัชกลับมาบูคูเรชมีรถไฟเที่ยวประมาณ 5 ทุ่ม ใช้เวลาแค่ 6-7 ชั่วโมง มาถึงบูคูเรชก็ประมาณแปดโมงเช้าพอดี และเป็นคนละเส้นทางกับขามา ได้ชมวิวแปลกตาด้วย

งบที่มีอยู่ประมาณ 20000 ถ้าใช้ประหยัดๆ ก็พอแน่นอนครับ



ข้อแนะนำคือควรหาข้อมูลที่พักจากอินเทอร์เน็ตไว้ก่อน ลองทำลิสต์ชื่อที่พักสำหรับเมืองที่จะแวะไป สักเมืองละ 2-3 แห่ง จดชื่อที่พัก เลขที่ และชื่อถนนไว้ให้เรียบร้อย พอไปถึงสถานีรถไฟถ้าขี้เกียจเดินหาที่พักเอง ก็ยื่นลิสต์ให้คนขับแท๊กซี่พาไปได้ ค่าแท๊กซี่ในต่างจังหวัดไม่แพง

ส่วนสำหรับเวลาเดินรถที่แน่นอนของรถไฟในแต่ละเมือง สามารถดูได้ที่แต่ละสถานี เขาจะมีป้ายบอกตารางเดินรถไฟชัดเจนครับ สังเกตคำว่า

Sosire (โซชิเร) = เที่ยวรถไฟขาเข้า
Plecare (เปลกาเร) = เที่ยวรถไฟขาออก

พอไปถึงสถานีรถไฟในแต่ละเมือง ก่อนเดินออกจากสถานีโปรดสละเวลาสักนิด เล็งตารางดูให้ดีว่าเที่ยวรถไฟที่เราจะนั่งไปเมืองอื่นมันตรงตามเวลาที่เราวางแผนมาหรือเปล่า จะได้ไม่เกิดเหตุผิดพลาด

เพิ่มเติมนิดนึงครับ ถ้าใครอยากไปทางสายตะวันตก จากคลูช ไปซาเลอว (Zalau) ไปซาตุมาเร (Satu-Mare) ก็สวยสุดยอดไปอีกแบบครับ เคยไปเส้นทางระหว่างคลูชกับซาเลอว ถนนโค้งไปโค้งมาเลียบเลาะไปตามแนวเขาคาร์ปาเธียน บรรยากาศชื้นๆ หลังฝนตกเต็มไปด้วยไอหมอก รู้สึกเหมือนอยู่บนสวรรค์เลยจริงๆ นะ แถมเมืองซาเลอวยังตั้งอยู่กลางหุบเขาอีกต่างหาก..สวยแท้ จึงขอแนะนำให้ไปกับรถบัสดีกว่า ได้ชมวิวเต็มๆ มีวิ่งทุกวันพุทธและศุกร์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลง) สองเที่ยวต่อวัน คือเที่ยวบ่ายโมงกับห้าโมงเย็น คิวรถอยู่หน้าโรงแรมนาโปค่า ค่าตั๋ว 25 รอน อันนี้เป็นคิวรถเอกชน ถ้าเป็นของรัฐสถานีขนส่งหลักจะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ อันนั้นไม่ทราบข้อมูลเพราะไม่เคยใช้บริการ

Drum bun!
(เดินทางโดยสวัสดิภาพ!)




 

Create Date : 03 มกราคม 2554    
Last Update : 4 มีนาคม 2554 19:38:10 น.
Counter : 1573 Pageviews.  

“Let’s do it, Romania!”



Clujul a fost pe locul I la numărul de voluntari care au participat la “Let’s do it, Romania!



โครงการ “Let’s do it, Romania!” เป็นโครงการในลักษณะ "Country clean-up Project" ที่ทำสืบต่อกันมาจากประเทศแรกที่ริเริ่มโครงการคือ เอสโตเนีย ในปี 2008 และประเทศลัตเวีย ในปี 2009 ส่วนในปีนี้ประเทศโรมาเนียได้กำหนดให้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25 กันยายน 2010 โดยมีการรณรงค์มาก่อนหน้านี้นานพอสมควร ซึ่งเนื้อหาหลักๆ ของโครงการก็จะเป็นประเด็นที่กำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน คือการดูแลเอาใจใส่สิ่งแวดล้อม การลดปริมาณขยะ และกระบวนการในการกำจัดขยะที่ถูกต้อง โดยส่อนัยไปถึงเรื่อง Climate change

โดยในวันนั้นมีประชาชนเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร ในการจัดเก็บขยะและทำความสะอาดพื้นที่อย่างล้นหลาม เนื้อหาของข่าวระบุว่า เมืองคลูช มีจำนวนอาสาสมัครมากที่สุด ถึง 11,000 คน ตามมาด้วย มารามูเรช บูคูเรชต์ และบราชอฟ


26 กันยายน 2553
Antwerpen




 

Create Date : 26 กันยายน 2553    
Last Update : 26 กันยายน 2553 16:51:49 น.
Counter : 271 Pageviews.  


Varalbastra
Location :
จันทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




My spirit listens and my yearning eyes
Strain to discover things they may not see.

《Chin Hwa》





..................
Friends' blogs
[Add Varalbastra's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.