แม้จะร้าวรานแค่ไหน? ใจดวงเดิมก็ยังแกร่งเสมอ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคู่รัก ที่กำลังเจอกับหายนะทางธรรมชาติ ความรักกำลังหมดอายุ ยังไงชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ขอให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปพร้อมๆกันทุกๆคู่ค่ะ ธรรมชาติเป็นมิตรกับเราเสมอ กลับสู่ธรรมชาติ กลับสู่ทางเลือกที่ดีที่สุด myspace layouts

myspace layouts

lozocat
????????????????????????????????????????????????????????????
Group Blog
 
All blogs
 

ติดต่อวัด การเดินทาง แผนที่ วัดมเหยงคณ์

วัดมเหยงคณ์

              วัดมเหยงคณ์ ในปัจจุบันเป็นอารามหลวงฝ่ายวิปัสสนาธุระ
เปิดปฏิบัติธรรม วิปัสนา-กรรมฐาน สำหรับบุคคลทั่วไป คือวัดมเหยงคณ์ที่สร้างขึ้นใหม่ด้านในทิศตะวันออกถัดจากวัดเก่าเข้าไปด้านใน มีถนนเล็กๆเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างวัดเก่า-ใหม่ ซึ้งก่อนหน้านั้นเป็นที่รกร้างว่างเปล่าด้านทิศตะวันออกของวัดเก่า แต่เป็นชัยภูมิที่ดีมากๆเนื่องจาก อาณาเขตของวัด ทิศตะวันออก-เหนือ-ใต้ มีลำคลองสาธารณะล้อมรอบและอยู่ห่างไกลจากชุมชน จึงเงียบ สงบ เป็นส่วนตัว เหมาะกับการปฏิบัติธรรมมาก จะพุกพล่านบ้างก็ช่วงวันหยุดต่อเนื่องและ เสาร์-อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-เทศเข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ ทั้งวัดเก่าและใหม่ ปะปราย ไม่รบกวนจนเกินไป โดยรวมแล้วถือว่าผ่าน

ติดต่อวัดมเหยงคณ์

  วัดมเหยงคณ์ ๙๕ หมู่ ๒ ต.หันตรา
  อ. พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ๑๐๓๐๐
  ประชาสัมพันธ์   เบอร์โทร
. 035-881601-2 , 035-881605         

การเดิมทางก็สะดวกมากไม่ว่าจะมาจากไหนๆ เพราะอยุธยาเป็นเมือง    ท่องเที่ยวมีรถผ่านมากมาย ทั้งรถตู้ รถบัส รถไฟ

การเดิทาง ด้วยรถตู้
คิวรถตู้ที่กรุงเทพฯมี 2  ที่คือ อนุสาวรีย์ชัยฯ และ ฟิวเจอร์
รถออกตีห้า- สองทุ่มทุกวัน ไม่จอดรับกลางทาง  ต้องขึ้นที่คิวรถเท่านั้น

ที่กรุงเทพฯเบอร์   089-4895626 เช้า - เที่ยง
ที่อยุธยาเบอร์      085-9949251   เช้า - เที่ยง
                         081-7741530
เที่ยง - ค่ำ
เบอร์ ร้องเรียน    085-1916849  

รถตู้ คิว
ST.  จาก จ.อยุธยา  จะเข้ากรุงเทพฯโทรจองรถได้
ที่เบอร์  
085-9949251 (เช้า-เที่ยง)  081-7741530  (
เที่ยง-ทุ่มครึ่ง)
 ส่วนที่
 อนุสาวรีย์ชัยฯจอดที่ข้างๆห้างแฟชั่นมอลล์ หรือ โรบินสันเก่า (ราชวิถี ซอย 10)

ค่ารถ 60 บาท ฝากของไปอยุธาก็ได้  กล่องละ/ชิ้นละ 60 บาทเท่านั้น
วิ่งตั้งแต่ 05.00-19.00น.สอบถามที่  เบอร์โทร 089-4895626

ทางรถโดยสารประจำทาง  
กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา มีรถโดยสารทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ รถออกจากสถานีขนส่ง สายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 (หมอชิต 2) ทุกวันๆละหลายเที่ยว รถธรรมดาและรถปรับอากาศ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.02- 936-1972  

  

ทางรถไฟ  
สามารถใช้ขบวนรถโดยสารสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะผ่านจ.พระนครศรีอยุธยาในเขตอำเภอบางปะอิน อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอภาชี ทางรถไฟจะแยกไปสายเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีชุมทางบ้านภาชี ในแต่ละวันจะมีรถไฟขนส่งผู้โดยสารขึ้นล่องวันละหลายเที่ยว
สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 02 223-7010, 223-7020  

สถานีรถไฟอยุธยา

 จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไป จ.พระนครศรีอยุธยา
 ได้หลายเส้นทางดังนี้ 
 (สำหรับรถส่วนบุคคล)
 

       ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์ แล้วแยกเข้าทาง หลวงหมายเลข 32 แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  

    ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) ข้ามสะพานนนทบุรี หรือสะพานนวลฉวี ไปยังจังหวัดปทุมธานี ต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวง หมายเลข 3111) แล้วแยกขวาที่อำเภอเสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  

ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานีทางหลวงหมายเลข 306 ถึงทางแยก สะพานปทุมธานี เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 แล้วไปแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3309 ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

แผนที่วัดมเหยงคณ์

แผนที่วัดมเหยงคณ์

             ถ้ามาจากถนนสายเอเชีย แยกเข้าสู่ถนนโรจนะเพื่อมุ่งเข้าเกาะเมือง พอมาถึงเจดีย์วัดสามปลื้มเลี้ยวขวาอ้อมวงเวียนมาตามถนนระยะทางประมาณ ๑.๕ ก.ม ก็จะถึงทางเข้าวัดมเหยงคณ์ ฝั่งขวามือเข้ามา 700 เมตร จะมองเห็นผนังอุโบสถก่อด้วยอิฐสีแดงตระหง่าน(กำแพงอิฐแดงของวัดเก่าทางขวามือ)
              หน้าวัดเป็นสามแยกรูปตัว T ให้เลี้ยวซ้ายขับตรงไปจนเจอทางเข้าวัดอยู่ขวามือ เข้าประตูวัดซ้ายมือจุดแลกที่พบเป็นประชาสัมพันธ์ของวัดค่ะ เป็นเรือนหลังคามุงจาค กลมกลืนกับธรรมชาติดีมาก จะมีแบบฟอร์มวางไว้ให้เรากรอกรายละเอียด ที่วัดอนุญาติให้อยู่ปฏิบัติธรรมต่อเนื่องกัน 7 วัน ถ้าเราจะอยู่นานกว่านั้นหลังครบ7วันแล้ว ให้ไปขออนุญาติเพิ่มวันได้ที่ธุระการ



ประชาสัมพันธ์ของวัดมเหยงคณ์
 
วัดมเหยงคณ์ ๙๕ หมู่ ๒ ต.หันตรา 
อ. พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ๑๐๓๐๐
ประชาสัมพันธ์   เบอร์โทร. 035-881601-2 , 035-881605     


ข้อมูล ณ วันที่ 10- กรกฎาคม-2556 โดย จุลลา

  




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2556    
Last Update : 13 ธันวาคม 2556 19:44:00 น.
Counter : 18887 Pageviews.  

ระเบียบการและตารางวัตรปฏิบัติของวัดมเหยงคณ์ สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม


ปฏิบัติธรรมวัดมเหยงคณ์

กฎระเบียบและข้อปฏิบัติของแม่ชี – อุบาสก อุบาสิกา  วัดมเหยงคณ์
ควรมาถึงวัดก่อน ๑๗.๐๐ น. ของทุกวัน

 ๑. การเข้ามาอยู่อาศัยทุกท่านจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสเสียก่อนและลงทะเบียน  กรอกใบสมัครให้ถูกต้อง พร้อมสำเนาบัตรประชาชน   

๒.ทางวัดอนุญาตให้อยู่ปฏิบัติธรรมต่อเนื่องกันได้ไม่เกิน
7วัน แต่หากมีความประสงค์จะอยู่นานกว่านั้น ให้ขออนุญาติเพิ่มวันได้หลังจากอยู่ครบแล้วที่ธุรการ

-  จะต้องได้รับอนุญาติจาก  มารดา บิดา สามี-ภรรยา หรือผู้ปกครอง 
    สำหรับผู้ที่ยังไม่   บรรลุนิติภาวะ

-  ห้ามกินหมากพลู ไม่ใช้ยานัตร์ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ติดสิ่งเสพติดทุกชนิด 
-  มีสุขภาพดี  ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงสังคมรังเกียจ
 

- ไม่มีสติฟั้นเฟือน ประสาทหลอน หรือผู้ป่วยจิตเภทที่อยู่ในระหว่างการรักษา
- ไม่ได้หลบหนีทางราชการหรือ
  ทางบ้านมา  ไม่เป็นผู้ต้องหาคดีอาญา  

  -  เพศหญิง ไม่ตั้งครรภ์หรือมีลูกอ่อนติดมาด้วย
  -  เป็นผู้มีความประพฤติดี  เรียบร้อย 
 

-  ไม่เป็นคนทุพพลภาพหรือชราภาพจนดูแลตัวเองไม่ได้และ


ปฏิบัติธรรมที่วัดมเหยงคณ์

 ๓.  ห้ามเข้าไปในเขตสังฆาวาสและเขตหวงห้ามอื่นๆเช่น เขตกรรมฐาน เขตอุบาสก  ยกเว้นมีกิจจำเป็น  ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาต จากหัวหน้าฝ่ายปกครองเสียก่อน และจะต้องมีผู้อื่นอยู่ร่วมด้วย 

๔. ระหว่างมาฝึกอบรมอยู่ที่วัด แม้ยังไม่ได้บวช ก็ให้ใส่ชุดขาว นุ่งผ้าถุงดำ รักษาศีล ๘  ทำกิจวัตร เช่นเดียวกับผู้ที่บวชแล้ว    

๕. หากมีญาติ หรือมิใช่ญาติก็ตาม มาขอพักค้างคืนที่วัดด้วย  จะต้องพาตัวไปพบหัวหน้าฝ่ายปกครองเสียก่อนเพื่อขออนุญาติ เมื่อได้รับอนุญาติแล้ว ต้องแจ้งให้แผนกบุคคลทราบก่อนจะพักอาศัยอยู่ได้    

๖. ห้ามอยู่ร่วมพูดคุยกับบุรุษ (พระ เณร อุบาสก และคฤหัสถ์) สองต่อสอง หรือเดินทางไปด้วยกันสองต่อสองใกล้ชิด

๗.
ห้ามรับแขกในเขตที่พักอาศัย  ยิ่งถ้าเป็นบุรุษ จะถือเป็นความผิดร้ายแรง  
   

. การเดินทางออกนอกเขตวัด จะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าฝ่ายปกครอง และแจ้งแผนกบุคคลเสียก่อน  และไม่ควรไปคนเดียว  


ปฏิบัติธรรมที่วัดมเหยงคณ์

ตัวอย่างชุดแม่ชี

๙. ในเมื่อยังไม่ได้ลาสิกขา  ห้ามนุ่งห่มสีอื่น  หรือมีลวดลายต่างๆ สำหรับเวลาจำเป็นตอนทำงาน ให้ใช้ผ้านุ่งสีดำแทนได้ และห้ามถอดผ้าครอง หรือผ้าสไบออกนอกเขตที่พักอาศัย ยกเว้นเวลาทำงาน    

๑๐. ห้ามบอกบุญเรี่ยไรเงินทองแจกซองฎีกาทั้งหลาย โดยไม่ได้รับอนุญาต  

๑๑. ห้ามเป็นหมอดู ทรงเจ้าเข้าผี บอกใบ้ให้หวย  หรือแจกเครื่องรางของขลังทุกชนิด  

๑๒. ห้ามเปิดวิทยุเทป ฟังเพลงและดนตรีต่างๆ  อนุญาตมีไว้เปิดฟังธรรมะได้  แต่ไม่ไห้เปิดเสียงดังรบกวนผู้  

๑๓. ต้องสำรวมกิริยามารยาทให้เรียบร้อย  ห้ามวิ่ง กระโดด หรือมีกิริอันไม่สำรวม ห้ามคลุกคลีด้วยหมู่คณะ  จับกลุ่มพูดคุยกันเสียงดัง   อันมิใช่วิสัยของนักบวช 
 



เวลารับประทานอาหาร ห้ามพูดคุย และให้นั่งราบกับพื้นในที่ที่จัดให้ (ยกเว้นผู้ขาไม่ดี)หรือปวดเข่าให้นั่งเก้าอี้ได้ ห้ามยืนรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ และเครื่องดื่มอื่นๆ  ต้องนั่งให้เรียบร้อย

๑๔.  ถ้าผมยาวต้องรวบผม  มัดให้เรียบร้อยด้วยกิ๊บหรือหนังยางสีดำเท่านั้น

๑๕.  เมื่อลาสิกขาแล้ว  ให้เปลี่ยนชุดทันที  
ห้ามนุ่งห่มชุดของนักบวชอยู่  (หากมิกริยาใดไม่เหมาะสมอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้และดูไม่เหมาะสม)  

๑๖. ต้องปฏิบัติกิจวัตรประจำวันตามตารางปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

๑๗. หากเจ็บป่วย ไม่สบาย ต้องการนอนพักผ่อน ต้องแจ้งแม่ชีที่ดูแลหอพัก 
 

๑๘. ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบโดยเคร่งครัด  หากมีการฝ่าฝืน  เจ้าอาวาสหรือคณะกรรมการสงฆ์จะพิจารณาลงโทษ   ไปตามพระธรรมวินัย  ลงโทษสถานหนักให้ลาสิกขา หรือออกไปจากวัด

๑๙. ชุดแม่ชีใส่ผ้าถุงและเสื้อคอกลมแขนทรงกระบอก  ไม่บางเกินไป หรือใส่ซับในได้  กางเกงอนุญาติให้ใส่นอนได้เท่านั้น 
 

๒๐. ก่อนบวช (โกนผม)จะต้องมาอยู่ฝึกอบรมที่วัดก่อน จนกว่าจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้บวชได้
(ยกเว้นผู้บวชระยะสั้น) หรือเนกขุมมะ 
 
  

     - ถ้าบวชระยะสั้นไม่ถึง ๑๕ วัน  ให้มาอยู่วัดก่อน ๑-๒ วัน  

     - ถ้าบวชระยะ ๑๕-๓๐ วัน  ให้มาอยู่วัดก่อน ๓ วัน   


 เสขสูตรที่ ๑  ธรรม๕ ประการ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม๕ ประการนี้ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุผู้เสขะ ธรรม๕ ประการ คือ

- ความเป็นผู้ยินดีในการก่อสร้าง

- ความเป็นผู้ยินดีในการเจรจาปราศรัย

- ความเป็นผู้ยินดีในการนอน

- ความเป็นผู้ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ

- ไม่พิจารณาจิตตามที่หลุดพ้นแล้ว

ธรรม๕ ประการเหล่านี้แลย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุผู้  และผู้ถือบวชเนกขัมมะ 


 ปฏิบัติธรรมที่วัดมเหยงคณ์

 ตารางวัตรปฏิบัติ ของผู้บวชเนกขัมมภาวนา ช่วงเวลาปกติ  
ทุกกิจกรรมให้รอฟังเสียงระฆัง  หลังจากได้ยินเสียงระฆังภายในครึ่งชั่วโมง  ทุกคนจะเริ่มทยอยมา ณ จุดนัดหมายทำวัตรปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน
๐๓.๓๐ น.  ตื่นนอนทำภารกิจส่วนตัว
๐๔.๐๐ น. ทำวัตรเช้าสวดมนต์ – นั่งเจริญกรรมฐาน ณ ศาลา เขมรํสี
๐๕.๔๕-๐๖.๑๕ น.  ทำความสะอาดเสนาสนะ  ปัด กวาด เช็ด ถู  ศาลา เขมรํสี
 
                           กวาดลานวัด หอฉันท์ และที่อื่นๆที่ได้รับมอบหมาย
๐๖.๐๐ น. ลาสิกขาพร้อมกัน  หน้าถ้ำพระนอนทุกวัน  สำหรับผู้อยู่ครบตามกำหนดแล้ว (ถ้ำใหญ่ด้านหลังสุดทิศตะวันออกของสวนป่า)
๐๖.๓๐ น.เตรียมตัวใส่บาตรหน้าวัดพร้อมกัน
๐๗.๐๐ น.  ช่วยจัดเตรียมอาหารที่พระสงฆ์ บิณฑบาตรมา 
๐๗.๔๕ น.  พร้อมกันที่หอฉันท์ ถวายอาหารแด่พระสงฆ์  แล้วเตรียมตัก      อาหาร 
รับประทานอาหารด้วยการเจริญสติ ด้วยกิริยาที่สำรวม งดการพูดคุย
๐๘.๔๕ น.ล้างภาชนะที่ตัวเองใช้ หลังรับประทานอาหารเสร็จ
๐๙.๓๐ น. เดินจงกลม  ฟังธรรม พร้อมการเจริญสติ ณ ลานอมตธรรม
                ลานธรรมจักษุ   สวนแสนสบาย  สวนสุขสงบ
๐๙.๓๐-๑๐.๐๐ น. รับศีล ๘ สำหรับผู้มาบวชใหม่ ในศาลา เขมรํสีทุกวัน
๑๑.๐๐ น.  พักฉันท์อาหารเพล  (สำหรับผู้ฉันท์ 2 มื้อ)
๑๒.๐๐ น.  พักผ่อนตามอัธยาศัย / อาบน้ำ
ทำกิจส่วนตัวอื่นๆ
๑๓.๓๐ น.  เดินจงกลม ณ ลานธรรมจักษุ  ลานอมตะธรรม  สวนแสนสบาย
๑๔.๑๕ น. นั่งเจริญกรรมฐาน - ฟังธรรม ณ  ลานอมตธรรม 
๑๕.๓๐ น.พักดื่มน้ำปานะ-ทำความสะอาด บริเวณวัด-อาบน้ำ ทำกิจส่วนตัว
๑๗.๐๐ น. เดินจงกรม นั่งเจริญกรรมฐาน ณ ลานอมตธรรม
ลานธรรมจักษุ      
                         
๑๘.๓๐ น.  ทำวัตรสวดมนต์เย็น  เจริญกรรมฐาน ณ  ศาลา เขมรํสี
  
๒๐.๑๕ น.  นั่งฟังธรรม ณ  ศาลา เขมรํสี
  
๒๑.๓๐ น.  แยกย้ายกลับสู่ที่พัก (เตรียมพักผ่อน) เข้านอน

ข้อมูล ณ วันที่ 10- กรกฎาคม-2556 โดย จุลลา




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2556    
Last Update : 13 ธันวาคม 2556 19:25:49 น.
Counter : 2067 Pageviews.  

บรรยากาศและสถานที่ต่างๆภายในวัดมเหยงคณ์

  บรรยากาศและสถานที่ต่างๆภายในวัด

นี่แหละค่ะประชาสัมพันธ์

จากถนนใหญ่เข้าวัด ระยทาง  700 เมตร มาเจอแยกหน้าวัดรูปตัว T ให้เลี้ยวซ้ายขับตรงไปจนเจอทางเข้าวัดอยู่ขวามือ เข้าประตูวัด  ซ้ายมือจุดแลกที่พบเป็นประชาสัมพันธ์ของวัดค่ะ เป็นเรือนหลังคามุงจาค กลมกลืนกับธรรมชาติดีมาก จะมีแบบฟอร์มวางไว้ให้เรากรอกรายละเอียด ที่วัดอนุญาติให้อยู่ปฏิบัติธรรมต่อเนื่องกัน 7 วัน ถ้าเราจะอยู่นานกว่านั้นหลังครบ7วันแล้ว ให้ไปขออนุญาติเพิ่มวันได้ที่ธุระการ



ป้ายหน้าเรือนกรรมฐาน (เขตกรรมฐานหญิง)



  วัดมเหยงคณ์ใหม่ค่ะ

วัดมเหยงคณ์ในปัจจุบันเป็นอารามหลวงฝ่ายวิปัสสนาธุระ เปิดปฏิบัติธรรม
วิปัสนา-กรรมฐาน สำหรับบุคคลทั่วไป คือวัดมเหยงคณ์ที่สร้างขึ้นใหม่ด้านในทิศตะวันออกถัดจากวัดเก่าเข้าไปด้านใน มีถนนเล็กๆเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างวัดเก่า-ใหม่ ซึ้งก่อนหน้านั้นเป็นที่รกร้างว่างเปล่าด้านทิศตะวันออกของวัดเก่า แต่เป็นชัยภูมิที่ดีมากๆเนื่องจาก อาณาเขตของวัด ทิศตะวันออก-เหนือ-ใต้ มีลำคลองสาธารณะล้อมรอบและอยู่ห่างไกลจากชุมชน จึงเงียบ สงบ เป็นส่วนตัว เหมาะกับการปฏิบัติธรรมมาก จะพุกพล่านบ้างก็ช่วงวันหยุดต่อเนื่องและ เสาร์-อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-เทศเข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ ทั้งวัดเก่าและใหม่ ปะปราย ไม่รบกวนจนเกินไป โดยรวมแล้วถือว่าผ่าน

แนวทางปฏิบัติของที่นี่ค่อนข้างมาตรฐาน คือทางสายกลาง (มัชฌิมา)ไม่หย่อนเกินไป ไม่เคร่งเกินไป มีเวลาให้พักผ่อนตามสมควร เหมาะสำหรับคนที่เริ่มฝึกใหม่ ต้องการสถานที่และบุคลแวดล้อมเป็นตัวกำหนด ควบคุมตัวเองจากปัจจัยภายนอก บรรยากาศอบอุ่น ไม่เหงาและวังเวงอย่างที่คิด ได้มรรค-ผลตามสมควร
การเดิมทางก็สะดวกมากไม่ว่าจะมาจากไหนๆ เพราะอยุธยาเป็นเมืองท่องเที่ยวมีรถผ่านมากมาย ทั้งรถตู้ รถบัส รถไฟ  


ถ้ำพระนอนหรือถ้ำพระใหญ่อยู่ด้านทิศตะวันออกของสวนป่า ใกล้กับบริเวณก่อสร้างอุโบสถ หลังใหม่  ใช้สำหรับลาสิกขาของผู้บวชเนกขัมมะ เวลา05.30 น.ของทุกวัน


บริเวณด้านหน้าถ้ำเรียกอีกชื่อว่าถ้ำพยญานาค

ภายในวัดมีการบริหารจัดการสถานที่ได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพ พยายามปรับทัศนียภาพของสถานที่ให้เอื้อกับการปฏิบัติธรรม เช่น ลานอัมตะธรรม ร่มรื่น และเย็นสบาย ด้วยป่าปลูกนานาชนิดเพื่อจำลองป่าเสมือนจริง มีสระน้ำขนาดใหญ่ช่วยให้เย็นสบาย สงบและผ่อนคลาย ริมสระน้ำ สามารถเดินจงกรม นั่งสมาธิได้ช่วงแดดร่ม ลมตก หลังสี่โมงเย็นไปแล้ว และมีลานธรรมจักร หน้าพระใหญ่ พระพุทธรูปปางปฐมเทศนาก็ร่มรื่นไปด้วยแมกไม่นานาพันธุ์ อยู่ข้างศาลาเขมรังสีทางทิศใต้ สำหรับเดินจงกรม-นั่งสมาธิ ช่วงกลางวัน และมีการแบ่งเขตอุบาสก-อุบาสิกาอย่างชัดเจน ไม่เปิดโอกาสให้คลุกคลีกันเหมือนที่อื่น ถ้าแม่ชีเห็นท่านจะทักเลย เตือนสติเราว่าอยู่ในศีลควรอยู่ห่างกันชั่วคราว  

วัดมเหยงคณ์

ศาลาเอนกประสงค์ เขมรํสี สำหรับทำวัตรเช้า-เย็น เฉพาะแม่ชี และศาสนกิจอื่นๆ หลังจากทำความสะอาดศาลาเสร็จตอนเช้า ตรงเวลา 06.15 น. ทุกวัน 

บรรยากาศและสถานที่ต่างๆภายในวัดมเหยงคณ์

บรรยากาศตอนกลางคืนหลังทำวัตรเย็นและนั่งสมาธิเสร็จแล้ว นั่งฟังธรรมเทศนาของท่านพระครูเกษมธรรมทัต  (เขมรํงสี ) เปิดเป็นวีดีโอผ่านจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ ประมาณ 1 ชม. ทุกวัน ยกเว้นในวันพระหรือวันสำคัญอื่นๆ จะมีพระครูที่ได้รับมอบหมายให้มาเทศนาให้ฟังแบบสดๆ

บรรยากาศและสถานที่ต่างๆภายในวัดมเหยงคณ์

ถ้าเป็นวันสำคัญทางศาสนา  จะมีผู้ปฏิบัติธรรมเยอะมากเกือบพันคน ท่านเจ้าอาวาส  จะออกแสดงธรรมเองที่ ลานอมตธรรมเป็นประเพณี เว้นแต่ท่านติดภารกิจหรืออาพาสเท่านั้น จึงจะให้พระครูท่านอื่นมาแทน

ลานอมตธรรม ตอนกลางคืน  บรรยากาศในวันสำคัญทางศาสนา  ส่วนที่พระสงฆ์นั่งอยู่เรียกว่าถ้ำอมตธรรม ถือเป็นเขตสังฆาวาส




หลังจากทำวัตรเช้าเสร็จ ประมาณ 05.45 น.  ทุกคนจะต้องช่วยกันทำความสะอาด เสนาสนะ ศาลา หอฉันท์ กวาดลานวัด แม่ชีจะแบ่งหน้าที่ให้ทุกคนทำ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เสร็จไปรวมตัวกันที่ลานเอนกประสงค์หน้าวัด ดื่มชา กาแฟ ตามแต่อัธยาศัย และซื้ออาหารเตรียมใส่บาตร ในเวลา 06.30 น. ของทุกวัน จะมีพ่อค้า-แม่ค้า นำขนมหวาน-อาหารสด-ผลไม้-ดอกไม้ มาขายทุกวัน บางวันทางวัดก็จะจัดอาหารเจจำหน่ายให้เลือกใส่บาตรได้ตามอัธยาศัย ถ้าวันไหนมีแม่ชีท่านจะประชาสัมพันธ์  ท่านเจ้าอาวาสจะออกนำบิณทบาตรทุกวัน ท่านถือเป็นวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัดของสงฆ์  หลังใส่บาตรเสร็จ ไปรวมตัวกันที่หอฉันท์ กล่าวคำให้พรและรอพิจรณาอาหารพร้อมกัย 08.30 น.โดยประมาณ หลังฉันท์เสร็จ เวลา 09.30 น. เดินจงกลม-นั่งสมาธิที่ลานอัมตะธรรม จนถึงเวลา 11.00 น. ฉันท์ก่อนเที่ยงพร้อมกันอีกครั้ง ที่หอฉันท์ เที่ยงตรง-บ่ายโมง พักผ่อนตามอัธยาศัย


ในบริเวณวัดมีตู้น้ำดื่มฟรีไว้บริการหลายจุดค่ะ

บริเวณภายในวัด วันธรรมดาจะเงียบ สงบมาก  แต่ไม่วังเวงค่ะ ถ้าเป็นวันหยุดต้องทำใจ พุกพล่านไปด้วยผู้คนและเสียง-แสงแฟรชจากกล้องถ่ายรูป ไม่ต้องกลัวเหงา  ปฏิบัติธรรมที่นี่สะกดคำว่าเหงาไม่เป็น จะมีทั้งผู้มาบวชใหม่ที่ศาลาเขมรํสี เวลา 09.30 น.และลาสิกขา(ลาศีล) 06. 00น. ที่ถ้ำพระนอนด้านหลังของสวนป่าทุกวัน ที่นี่ไม่เคยขาดผู้มาปฏิบัติธรรม อุ่นหนาฝาคั่งเสมอ

ห้องน้ำอุบาสิกา สะอาด ประทับใจมาก เข้าเมื่อไหร่ก็สบายใจและมีความสุขทุกที ได้ใจไปเต็มๆ ให้คะแนนเต็มร้อย เพราะปกติเวลาเข้าห้องน้ำวัด รู้สึกกังวลและลำบากใจเหมือนห้องน้ำในตลาดนัด จตุจักร วัดแห่งนี้ทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปค่ะ ขอชมและปรบมือให้ดังๆ




ในห้องน้ำค่ะการันตีความสะอาดด้วยภาพ ห้องน้ำจุดนี้ทางวัดจ้างคนงานจากข้างนอกมาดูแลเป็นกรณีพิเศษ เป็นจุดที่ใช้ต้อนรับแขกและนักท่องเที่ยวอื่นๆ รวมทั้งแม่ชีด้วย

ถ้ำอมตธรรม

ลานอมตะธรรม วัดมเหยงคณ์

ลานอมตธรรม สำหรับเดินจงกรม-นั่งสมาธิเวลากลางวัน ใครชอบตรงไหนเลือกได้ตามใจชอบ ใช้ผ้ายาง-เสื่อ-อาสนะ ที่เตรียมมาเองปักหลักได้เลย ถ้าปวดเข่าไม่สะดวกนั่งกับพื้นก็มีเก้าอี้ให้เลือกนั่งได้ตามอัธยาศัย จะมีแม่ชีคอยกำกับดูแลอยู่หนึ่งท่าน บ่ายโมงครึ่ง ได้เวลาเดิจงกลม-นั่งสมาธิ ฟังธรรมเทศนาจากพรรครูเกษมธรรมทัต เปิดเป็นเสียงตามสาย สองเวลาคือ 09.30 น.-11.00 น. และ 13.30 น.-15.30 น. ทุกวัน ยกเว้นวันที่มีศาสนกิจสำคัญ หรือวันสำคัญทางศาสนาอื่นๆ

ลานอมตธรรม  เต็มไปด้วยต้นไม้ป่าปลูกเสมือนจริง เพื่อให้เอื้อต่อการปฏิบัติธรรม  มุมมองจากด้านทิศใต้ติดกับสระน้ำขนาดใหญ่




สระน้ำอยู่ติดกับลานอมตธรรมทางทิศใต้ ใช้เดินจงกลม-นั่งสมาธิช่วงแดดร่มลมตก หลังสี่โมงเย็นไปแล้ว ระหว่างรอเสียงระฆัง ทำวัตรเย็นเวลา 06.00 น.

มีศาลาในสระน้ำให้นั่งพักผ่อน และผ่อนคลายอารมณ์ นั่งสมาธิได้ด้วยแตไม่ค่อยสงบเพราะมีคนเดินขึ้น-ลงบ่อย


ลูกศรของป้ายชี้ไปทางทิศตะวันออกค่ะ เป็นบริเวณที่กำลังก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ อยู่ระหว่างตอกเสาเข็ม มีเสียงรบกวนบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ไปถ้ำพระนอน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิพพาน เรียกอีกชื่อว่าถ้ำพญานาค

พระพุทธรูปปางประทานพร  ลานหน้าพระใหญ่  เรียกว่าลานธรรมจักรษุ สำหรับเดินจงกรม-นั่งสมาธิ ช่วยแบ่งเบาภาระจากลานอมตะธรรม ช่วงเทศกาลและวันสำคัญทางศาสนาอื่นๆที่จะมีผู้บวชเนกขัมมะหลั่งไหลเข้าวัดเยอะมาก สำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบจริงๆและได้มรรค-ผลเต็มที่ ขอให้หลีกเลี่ยงเวลาดังกล่าวทุกกรณี (ทุกวัด)

ลานธรรมจักรษุ คือที่เดียวกันกับลานหน้าพระใหญ่

กองอำนวยการของวัดมเหยงคณ์ค่ะอยู่หน้าศาลาเอนกประสงค์ เขมรํสี ทิศตะวันออก เป็นจุดที่เราแจ้งความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพทำบุญทุกอย่างภายในวัด เช่นผ้าป่า กฐิน ถมที่ สร้างโบถส์ ศาลา หอฉันท์ จิปาถะ



ที่นั่งพักผ่อนอิริยาบถหรืออ่านหนังสือ ระหว่างรอเพื่อนๆทำวัตรปฏิบัติพร้อมกัน หน้ากองอำนวยการค่ะ

อุโบสถหลังเล็กด้านใน อยู่ทิศตะวันออกของเรือนกรรมฐานเดี่ยว  ใช้ทำวัตรสำหรับพระสงฆ์ กลุ่มกรรมฐาน (ปิดวาจา) อุบาสก บวชพระใหม่ และศาสนกิจอื่นๆของพระสงฆ์


 ร้านสวัสดิการของวัดค่ะ ครบครันด้วยของกิน-ใช้ที่จำเป็นทุกอย่างเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม เช่นชุดแม่ชี-อุบาสก ผ้าสไบ  รองเท้าแตะ ร่ม ไฟฉาย ฯลฯ และมีตู้ ATM ให้บริการเกือบทุกแบงค์เลยค่ะ สบายใจได้

เรือนสาวิกา วัดมเหยงคณ์

ที่พักอุบาสิกา และแม่ชี เป็นอาคารสามชั้น มีห้องน้ำในตัว เป็นห้องนอนรวม สร้างด้วยอิฐแดงทั้งหลังเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของสิ่งปลูกสร้างเดิมที่เป็นวัดมเหยงคณ์เก่าในอดีต สะดวกสบายดีค่ะ

บรรยากาศในหอพักในช่วงเวลาปกติ ไม่ใช่เสาร์-อาทิตย์หรือเทศกาล ก็จะไม่แออัด สบาย สบาย อากาศเย็นสบายค่ะ เพราะด้านหน้าเป็นที่ว่างโล่ง ด้านหลังติดคลองสาธารณะ
ลมเย็นทั้งวัน



ด้านหลังติดคลองสาธารณะ


ด้านหน้าหอพัก อุบาสิกา(เรือนสาวิกาอาศรม) เป็นที่ว่างโล่ง กำลังจะมีสิ่งปลูสร้างอีกเพรียบในอนาคต 

ที่วัดจะมีตารางกรรมฐานทั้งปีให้จองล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี ถ้าช้าจะหมดโอกาสทันทีต้องรอปีถัดไป เพราะเรือนกรรมฐานมีจำกัด ไม่เกิน 50 ที่ ต่อรอบๆละ10 วันแต่คนที่ต้องการเขากรรมฐานเดี่ยวมีเยอะมากต้องรอคิวข้ามปีเลยทีเดียว โอกาสมีน้อยมากถึงมากที่สุด แต่ว่ามีวัดสาขาอยู่ที่ดอยภูโอบ เชียงใหม่เป็นจุดรองรับอีกที่หนึ่ง เหมาะกับผู้ปฏิบัติที่ต้องการปลีกวิเวกจริงๆ

เครื่องใช้ต่างๆภายในเรือนกรรมฐาน ถือว่าสะดวกพอสมควร เพราะบางวัดไม่มีอะไรให้เลยต้องเตรียมมาเองทั้งหมด ซึ่งเป็นภาระมากสำหรับผู้ไม่มีรถส่วนตัว


สาขาวัดมเหยงคณ์ แห่งที่ ๒
ปรมัตถภาวนา (ดอยภูโอบ) วัดสาขาอยู่ที่ดอยภูโอบ ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่  50330
เลย “วัดพระพุทธบาทสี่รอย” ขึ้นไปเพียง ๑.๕ กิโลเมตร เป็นจุดรองรับอีกที่หนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกวิเวกจริงๆ

กำหนดการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน ประจำปี 2557
โดย พระครูเกษมธรรมทัต (สุรศักดิ์ เขมรํสี) เป็นพระวิปัสสนาจารย์
ณ สำนักกรรมฐาน ปรมัตถภาวนา (ดอยภูโอบ)
ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 50330
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
วัดมเหยงคณ์ ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
โทร.035-881-601-2
Fax.035-881-603
www.mahaeyong.org , www.watmahaeyong.net

รับสมัครทั้ง ชาย-หญิง ทั้งคฤหัส แลบรรพชิต รุ่นละ 40 ท่าน
ครั้งที่ 1, 2 สมัครที่วัดมเหยงคณ์
โทร. 035—881-601 -2, Fax. 035-881-603


ข้อมูล ณ วันที่ 10- กรกฎาคม-2556 โดย จุลลา


 ข้อมูล ณ วันที่  18 กรกฎาคม 2556 โดยจุลลา





 

Create Date : 05 ธันวาคม 2556    
Last Update : 8 กันยายน 2557 22:08:50 น.
Counter : 3617 Pageviews.  

ประวัติเจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ องค์ปัจจุบัน

 

ประวัติท่านพระครูเกษมธรรมทัต (สุรศักดิ์ เขมรังสี )


ประวัติท่านพระครูเกษมธรรมทัต (สุรศักดิ์ เขมรังสี )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขต ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักผู้คนในถิ่นนั้นจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับเรือนแพหลังหนึ่งซึ่งจอดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเป็นที่ทราบกันว่า เจ้าของเรือนแพหลังนี้คือ สามี-ภรรยา ผู้ใจบุญ นามว่า นายบัวขาว – นางมณี เพ็งอาทิตย์ ผู้ให้กำเนิน เด็กชาย สุรศักดิ์ เมื่อเด็กชายสุรศักดิ์ เพ็งอาทิตย์ เจริญวัยขึ้นก็ได้เข้ารับการศึกษาทั้งในระดับประถม และมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนครหลวงวิทยาคาร โรงเรียนนครหลวงพิบูลย์ประเสริฐวิทย์ และโรงเรียนอุดมรัชวิทยา ในเขตอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เด็กชายสุรศักดิ์เป็นนักเรียนที่เอาใจใส่การเล่าเรียนเป็นอย่างดี มักได้รับคำชมเชยจากครูที่ทำการสอนอยู่เสมอ แต่ก้จะด้วยวิบากกรรมหรือมหากุศลบันดารให้เป็นไป ก็สุดจะคาดเดาได้ จึงทำให้เด็กชายสุรศักดิ์เกิดประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นต้องหยุดพักการเรียนไปช่วงหนึ่ง


          เมื่อได้ตัดสินใจเข้าสู่ ร่มกาสาวพัสตร์ แล้วโยมบิดา-โยมมารดา จึงได้จัดพิธีอุปสมบทให้ เมื่อ วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๑๘ ณ วัดพร้าวโสภณาราม ตำบลนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี ท่านพระครูอดุลธรรมประกาศ เป็นพระอุปัชฌาจารย์ พระอธิการป่วน โสภโณ เป็นกรรมวาจารย์ พระครูสำเริง เป็นพระอนุสาวณาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมรํสี (ประทีปธรรม นำความสงบ และหลุดพ้น)ต่อมาท่านได้ลองไปปฏิบัติกรรมฐาน ณ สำนักวิปัสสนานครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการแนะนำจากญาติฝ่ายโยมบิดา ทำให้ท่านได้ประจักษ์ถึงพุทธดำรัส ที่ว่า   สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ รสพระธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง
          ในช่วงเวลานั้นท่านได้พบกับความสงบร่มเย็นแท้จริงของชีวิตและรู้สึกลึกซึ้งในคุณค่าของพระธรรมมากยิ่งขึ้น จนทำให้เปลี่ยนความตั้งใจจากเดิม ที่คิดว่าจะบวชเรียนเพียงพรรษาเดียวเพื่อทดแทนคุณบิดามารดา เป็นตั้งมั่นที่จะอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ต่อไป เพื่อค้นคว้าศึกษาหลักธรรมให้แตกฉานยิ่งขึ้น

 

          กาลต่อมาท่านได้มีโอกาสเข้ากราบนมัสการ พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน แห่งวัดเพลงวิปัสสนา เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ท่านรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในปฏิปทาของท่านพระครูรูปนี้ยิ่งนัก
           ท่านพระครูสังวรสมาธิวัตร ได้เมตตารับพระภิกษุสุรศักดิ์ไว้เป็นศิษย์ทั้งยังได้แนะนำให้เข้ารับการอบรมในสำนักปฏิบัติกรรมฐาน ณ สำนักวัดเพลงวิปัสสนา จนมีศรัทธาแรงกล้าใคร่ที่จะศึกษาพระอภิธรรมคัมภีร์ จึงได้ไปสมัครเรียนที่อภิธรรมโชติกวิทยาลัย ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ กรุงเทพมหานคร โดยเรียนที่ระเบียงวิหารคด
           ณ ที่นี้เอง พระภิกษุสุรศักดิ์ ก็ได้ใช้ความเพียรในการศึกษาพระอภิธรรมคัมภีร์ จนมีความรู้แตกฉานสามารถสอบได้คะแนนสูงสุดเป็นที่หนึ่งของประเทศ จึงได้รับความไว้วางใจแต่งตั้งให้เป็นครูสอนพระอภิธรรม ซึ่งในขณะนั้นท่านมีอายุพรรษาเพียง ๓ พรรษาเท่านั้น แต่ต้องเป็นทั้งครูสอนและนักเรียนในชั้นสูงต่อไปด้วย
           สำหรับครูที่ถ่ายทอดวิชาพระอภิธรรม ที่พระภิกษุสุรศักดิ์มีความประทับใจในวิธีการสอนเป็นอันมากก็คือ ท่านพระครูธรรมสุมนต์นนฺทิโก เจ้าอาวาสวัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ


           พระภิกษุสุรศักดิ์ได้ศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ และค้นคว้าศึกษาในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาพร้อมทั้งหาโอกาสออกไปสู่ความวิเวกตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกฝนปฏิบัติในพระธรรมกรรมฐานอยู่เสมอเป็นนิจและนั่นคือการสั่งสมปัญญาบารมีไว้เป็นปัจจัย ในการเผยแพร่พระพุทธธรรมเป็นผลให้กาลต่อมาได้บังเกิดพระสุปฏิปันโน ผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์ยิ่งอีกรูปหนึ่งในพระพุทธศาสนาซึ่งฉายานามว่า “เขมรังสี ภิกขุ”
           ณ ที่นี้คือจุดเริ่มต้นของ สำนักปฏิบัติกรรมฐาน วัดมเหยงคณ์ ซึ่งแต่เดิมเป็นอาณาบริเวณของวัดที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ หรือเจ้าสามพระยาได้ทรงสร้างไว้เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๘๑ ซึ่งในปัจจุบันวัดนี้เป็นวัดร้างตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลหันตรา (ทุ่งทหารกล้า) อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีสภาพเสื่อมโทรมลงเป็นอันมาก กรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีไว้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ และเป็นมรดกโลกที่ล้ำค่าอีกแห่งหนึ่ง
            ด้วยปฏิปทาอันดีงามของท่านพระอาจารย์ สุรศักดิ์ จึงทำให้พระอาจารย์ของท่านคือท่านพระครูสังวรสมาธิวัตร ได้มีบัญชาให้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดคูบางหลวงอนุกิจวิธูร ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ โดยทำหน้าที่ควบคู่ไปกับการเป็นผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติกรรมฐาน วัดมเหยงคณ์ นับเป็นภาระรับผิดชอบที่หนักไม่น้อย แต่ด้วยผลงานที่ปรากฏชัด จึงทำให้ท่านพระอาจารย์ได้รับเกียรติคุณยิ่งนานัปการคือ
            สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้โปรดประทาน ปสาทนียบัตรสาขาผู้มีศรัทธาบำเพ็ญประโยชน์ ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมแก่เยาวชน  เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๓
            ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ๕ ธันวาคม ท่านได้รับพระราชทาน  สมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโท โดยได้รับพระราชทินนามว่า
 พระครูเกษมธรรมทัต
 
   


    

 




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2556    
Last Update : 8 ธันวาคม 2556 3:11:47 น.
Counter : 950 Pageviews.  

ประวัติและความเป็นมาของวัด

ประวัติวัดมเหยงคณ์พอสังเขป

วัดมเหยงคณ์
           

เดิมเป็นพระอารามหลวง
สร้างขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา)เมื่อ พ.ศ. ๑๙๘๑ หลักฐานสำคัญที่สอดคล้องกับสมัยการสร้างคือ ลักษณะทาง
ศิลปกรรมของเจดีย์ทรงระฆังที่มีรูปช้างรอบฐาน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับแบบอย่างในเจดีย์ช้างล้อมในศิลปะสุโขทัย 
พ.ศ. ๒๒๕๒ ในแผ่นดินของพระเจ้าท้ายสระ มีการปฎิสังขรณ์ครั้งใหญ่ที่วัดแห่งนี้ พระองค์เสด็จมาทอดพระเนตรการนั้นเนืองๆ รวมทั้งโปรดมาประทับสำราญพระราชหฤทัย เช่นทรงเบ็ดในหน้าน้ำ



             กลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ วัดนี้ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ ๕ ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่นอกเขตเมืองมาทางทิศตะวันออก ถ้ามาจากถนนสายเอเชีย แยกเข้าสู่ถนนโรจนะเพื่อมุ่งเข้าเกาะเมือง พอมาถึงเจดีย์วัดสามปลื้มเลี้ยวขวาอ้อมวงเวียนมาตามถนนระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ก็จะถึงทางเข้าวัดมเหยงคณ์ ฝั่งขวามือจะมองเห็นผนังอุโบสถก่อด้วยอิฐสีแดงตระหง่าน
            ปัจจุบันนี้กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียน ให้วัดมเหยงคณ์เป็น โบราณสถานของชาติ ตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ และอยู่ในการดูแลของกรมศิลปากร   



 นมัสการพระพุทธรูปหินทราย อยู่ตรงกลางพระอุโบสถเก่า

วัดมเหยงคณ์เก่า   

บริเวณวัดมเหยงคณ์เก่า กว้างขวางมากค่ะ มีมนต์ขลัง ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่มีอายุ
ในวันอาสาฬหบูชาทางวัดมักจะประกอบศาสนพิธี และจุดตะเกียงน้ำมัน 5,000 ดวงในเขตวัดเก่าเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่ออุทิศส่วนกุศลและบูชาดวงวิญญาณวีรชน


ทางเดินเข้าวัดมเหยงคณ์เก่าด้านในสุดทิศตะวันออกหันหน้าทางทิศใต้อยู่ขวามือ ตรงข้ามกับทางเข้าวัดมเหยงคณ์ใหม่ซ้ายมือ จะมีเค้าเตอร์ Touris Information ตรงหน้าประตูทางเข้าวัดใหม่ทางทิศตะวันออก

เค้าเตอร์ Touris Information ตรงหน้าประตูทางเข้าวัดใหม่ทางทิศตะวันออก

เป็นทางเข้าวัดมเหยงคณ์เก่าและใหม่ที่อยู่ตรงข้ามกันพอดี

มีถนนเล็กๆเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างวัดเก่า-วัดใหม่ หันหน้าทางทิศใต้ วัดเก่าอยู่ขวามือ

  

มเหยงคณ์ แปลว่าอะไร?
ความหมายของชื่อ มเหยงคณ์ มาจากศัพท์บาลีว่า มหิยังคณ์ แปลว่า ภูเขา หรือ เนินดิน พิจารณาชัยภูมิของวัดมเหยงคณ์ก็เห็นว่าใช่เลย เพราะวัดมเหยงคณ์ โดยเฉพาะส่วนพุทธาวาสตั้งอยู่บนเนินดินสูง มเหยงคณ์
ยังเป็นชื่อสถานที่และพระธาตุสำคัญแห่งหนึ่งของ
ประเทศ ศรีลังกา เรียกว่า มหิยังคณ์เจดีย์ 

วัดมเหยงคณ์

      ศาลา เขมรํสี  เงียบสงบ ร่มเย็น สำหรับทำวัตรเช้า-เย็น และศาสนกิจอื่นๆ

  
วัด
มเหยงคณ์ ในปัจจุบันเป็นอารามหลวงฝ่ายวิปัสสนาธุระ
เปิดปฏิบัติธรรม วิปัสนา-กรรมฐาน สำหรับบุคคลทั่วไป คือวัดมเหยงคณ์ที่สร้างขึ้นใหม่ด้านในทิศตะวันออกถัดจากวัดเก่าเข้าไปด้านใน มีถนนเล็กๆเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างวัดเก่า-ใหม่ ซึ้งก่อนหน้านั้นเป็นที่รกร้างว่างเปล่าด้านทิศตะวันออกของวัดเก่า แต่เป็นชัยภูมิที่ดีมากๆเนื่องจาก อาณาเขตของวัด ทิศตะวันออก-เหนือ-ใต้ มีลำคลองสาธารณะล้อมรอบและอยู่ห่างไกลจากชุมชน จึงเงียบ สงบ เป็นส่วนตัว เหมาะกับการปฏิบัติธรรมมาก จะพุกพล่านบ้างก็ช่วงวันหยุดต่อเนื่องและ เสาร์-อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-เทศเข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ ทั้งวัดเก่าและใหม่ ปะปราย ไม่รบกวนจนเกินไป โดยรวมแล้วถือว่าผ่าน


วัดมเหยงคณ์

โบถส์หลังเล็กด้านใน สำหรับกลุ่มกรรมฐานปิดวาจา ศาสนกิจของสงฆ์และอุบาสก

 วัดมเหยงคณ์        
 

 บริเวณของวัดร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธ์  ร่มรื่นมาก

 
วัดมเหยงคณ์

เขตกรรมฐานของวัดหันหน้าไปทางทิศตะวันออกอยู่ซ้ายมือ ล้อมรอบไปด้วยคูน้ำสี่ทิศแทนรั้วกั้น เพื่อความเงียบสงบ และเป็นส่วนตัวของผู้เข้ากรรมฐาน ไม่อนุญาติให้บุคคลภายนอกเข้า

ข้อมูล ณ วันที่ 10- กรกฎาคม-2556 โดย จุลลา

 

 




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2556    
Last Update : 13 ธันวาคม 2556 21:05:38 น.
Counter : 1164 Pageviews.  


Jullaa
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีค่ะชาวบล็อคแก๊งที่น่ารักทุกท่าน ว่างๆก็แวะมาทักทายกันบ้างนะค่ะ โดยเฉพาะสาวยุคใหม่หัวใจอินเทรนด์
ที่ใส่ใจดูแลสุขภาพหัวใจและผิวพรรณเป็นพิเศษ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายและเยี่ยมชมค่ะ

ขอบคุณค่ะท่แวะเข้ามาเยี่ยม ถ้าบทความไหนอ่านแล้วประทับใจอย่าลืมให้ทิปด้วยนะค่ะ เงินทุกบาทที่ได้จะร่วมสมทบทุนซื้อคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดาร ได้ทำบุญร่วมกันค่ะ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add Jullaa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.