ตะลุยไปเรื่อย....กับนายจิวยี่
Group Blog
 
All Blogs
 

ผึ้งหวานรีสอร์ต ไทรโยค

สวัสดีขอรับเพื่อนๆ พึ่งกลับจากกาญจนบุรีมาเมื่อวานนี้เองครับ กับทริปราคาถูกในงบประมาณแค่ 1000 บาท ก่อนอื่นต้องขอบคุณ hotelclub ที่ให้การสนับสนุนห้องพักฟรีและพี่ๆในพันติ๊บ ที่กรุณามาเผยแพร่ ให้ผมและเพื่อนๆมีความสุขกับทริปราคาประหยัด

หลังจากเกริ่นมาแล้ว ก็ออกเดินทางกันตอน 07.00น. มีผู้ร่วมชะตากรรม 7 คนครับ ก่อนหน้า 1 วันมีอาการฉุกละหุกจะล้มโครงการซะงั้น นำโดยเพื่อนกู้ ผู้เบี้ยวทุกงานแต่ทริปนี้เพราะเขาคนนี้เลยไม่ล่ม ตามมาด้วย เพื่อนซี้กอล์ฟ แว็กซ์ เจิ้ล หลิว เรา และผู้มาท้ายสุด เพื่อนอ้นจ้า (อุตส่าห์ตามมาเลยเชียว)

สถานที่ๆเราไปพักครั้งนี้ก็คือ ผึ้งหวานรีสอร์ตไทรโยค ที่มีข่าวไม่ดีมาก่อน พวกเราเองก็มีระแวงบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะมีครั้งที่ 2 หรอกนะ หุๆ ก่อนอื่นก็แวะปั๊มน้ำมันหาข้าวเช้ากินกัน ก่อนจะรอเพื่อนอ้นที่ตามมาทีหลังด้วยการชมอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ที่เราไม่รู้ความเป็นมาเลย เน้นสโลแกนเพื่อนเยอะถ่ายรูปแยะ

เมื่อเพื่อนอ้นตามมา เราก็เข้าเช็คอินก่อนที่จะกินข้าวเที่ยงและเล่นน้ำที่น้ำตกไทรโยคน้อย เมื่อกินข้าวกลางวันเสร็จ (761บาท) เดินไปเล่นน้ำตกแล้วก็พบว่า ..... น้ำตกมีนิดเดียว เด็กๆเล่นน้ำกันเพียบ แถมน้ำยังไม่ค่อยสะอาดอีก ผิดกับน้ำตกเอราวัณที่ไปมาเลยอะ (คอตก)

เลยคิดกันว่าไหนๆก็อยากเปียกอยู่แล้ว เห็นกิจกรรมที่ผึ้งหวานบอกว่ามีล่องแพไม้ไผ่ด้วย เลยตัดสินใจลุยกันเลย ดีกว่ามานอนแต่ในห้องพัก หลังจากขึ้นรถโฟร์วิล (สองแถวบ้านเรานี่ล่ะ) ก็ไปถึงแพไม้ไผ่ ปรากฎว่าแพรับน้ำหนักไม่ไหว 555555 น้องคนพายแพบอกปกติรับได้ 10 คนนะเนี่ย

น้องเค้าเลยต้องโทรประชุมด่วนกับหัวหน้า เวรกรรม เพื่อตัดสินใจจะเอาแพอันใหม่ใหญ่กว่าเดิม แต่ดูๆไปก็เหมือนกันนั่นล่ะ แล้วก็ออกเดินทางชมวิวกัน 2 ข้างทางก็จะเป็นป่าเขียวๆ สลับกับรีสอร์ตต่างๆที่ติดกับแม่น้ำแควน้อย พวกเราก็เหมือนเคย ทริปไหนก็เฮลั่นป่าสนุกสนานกับการเล่นน้ำที่ไหลเชี่ยวบวกกับอากาศที่ร้อน ทำให้มีฝนตกช่วยสร้างบรรยากาศได้ดีมากๆ รวมเวลาก็ประมาณ 1 ชั่วโมง (ราคา 2000 บาท)

หลังกลับมาอาบน้ำก็เตรียมหาข้าวเย็นกินกันเลยกะว่าจะออกไปกินข้างนอกรีสอร์ต ปรากฏว่าฝนตกหนักมากจนทางขาดช่วงเล็กๆ เลยออกไปไม่ได้ต้องกลับเข้ามากินในรีสอร์ต แต่อาหารก็อร่อยมากๆ (1200 กว่าๆ) ก่อนจะพักผ่อน หลับสบาย

เช้ามาก็ทานบุฟเฟ่ฟรี และเช็คเอาท์ตอน 11 โมงก็คิดว่าจะไปไหนกันต่อดี หมดมุขเที่ยว เลยใช้นโยบายเดิมไปตลาดดอนหวานก็แล้วกัน ขับกันไปถึงประมาณบ่าย 2 โมง กินข้าวเที่ยงหมดไปอีก 761 บาท ตัวเลขคุ้นๆเนอะ ว่าจะไปซื้อหวยซะหน่อย ก่อนที่จะแวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือ และไหว้พระที่วัดไร่ขิง แล้วจึงเดินทางกลับ สนุกมากๆ งวดหน้าไปไหนกันต่อดีก็ยังไม่ทราบ ไว้ติดตามกันต่อนะครับ ขอบคุณที่แวะเยี่ยมชม

เริ่มต้นก็รวมตัวกันที่ร้านกาแฟก่อนครับ



จากนั้นก็ไปปราสาทเมืองสิงห์ แดดแรงมากๆ



ส่วนที่สมบูรณ์



ตรงกลางปราสาท



ริมด้านข้าง



เยี่ยม ถ่ายกันทุกมุม 55555



มุมหน้าต่างก็ยังจะถ่าย (รูป)



ขอเดี่ยวบ้างสิ



บรรยากาศ



ภาพแนวอาร์ต มุมกว้าง



เท่กันเหลือเกิน



สามสาวทรีสเกิร์ต เก่าไปมั๊ยเนี่ย



มุมสูงกันบ้าง



แม่น้ำแคว บรรยากาศสวยๆ



เอ้าหันหน้ามา มืดเชียว



รวมตัวหน้าป้ายที่พัก เพื่อให้รู้ว่าอยู่ที่หนายยยยยย



มีรถไฟรับส่งด้วยครับ



ไฟภายในห้องครับ



รวมสมาชิกบนที่นอนนุ่มๆ



ที่ระเบียงอีกห้องนึงติดแม่น้ำ



บรรยากาศรอบๆห้อง



มีบึงบัวด้วย สวยงามมากๆ ธรรมชาติร่มรื่นสุดๆ



ต่อจากนั้นก็ไปน้ำตกไทรโยคน้อยกัน



อ๊ากรถไฟจะชนแล้ว



น้ำตกไทรโยคน้อย น้ำน้อยสมชื่อ 5555



แต่เด็กๆเต็มเลย



ขอซักแช๊ะ



เมื่ออดเล่นน้ำเราจึงไปล่องแพกัน เพราะอยากตัวเปียก



บรรยากาศสบายๆ



เปียกจนได้



เปียกยกแก็งค์



ต่อแถวๆ



หลังจากสนุกสนานกันแล้วก็ต่อด้วยมื้อเย็นครับ



ตบท้ายด้วยของหวาน



ปิดท้ายด้วยการไปกินข้าวที่ดอนหวายก่อนกลับ เหมือนคราวที่แล้วครับ




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2555 21:04:45 น.
Counter : 238 Pageviews.  

น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ พูดถึงเรื่องเที่ยวแล้วก็ย้อนนึกไปถึงการไปเที่ยวเมืองกาญที่ยังไม่ได้เล่าให้เพื่อนๆอ่านกันเลย วันนี้ก็เลยมาเล่าให้ได้อ่านกัน การไปเที่ยวครั้งนั้นเกิดจากการที่ตัวผมอยากไปเที่ยวกับเพื่อนมากๆ ก็เลยนัดแนะกันตอน 7.30 ที่หอไอ้หนุ่ม ก่อนออกเดินทางก็มีเรื่องฉุกละหุกกันนิดหน่อย เนื่องจากไอ้กู้ตัวดีกับหนึ่งเกิดไม่ไป ทำให้พวกเราต้องเสียค่าห้องไปฟรีๆ เฮ้อ ! เอาเถอะ

จากนั้นเราออกเดินทางกันด้วยพาหนะ 2 คัน ไปด้วยกัน 7 คน ได้แก่ เรา เอลฟ์ ทน กอล์ฟ เกด ดาว เปิ้ล มุ่งตรงสู่น้ำตกเอราวัณ ที่จังหวัดกาญจนบุรีกันเลย การเดินทางของเราใช้เส้นทางตรงจากกรุงเทพออกสู่นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ก่อนจะใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3199 เลี้ยวซ้ายผ่านป้อม รปภ. เขื่อนศรีนครินทร์ข้ามสะพานแม่น้ำแควใหญ่ เลี้ยวซ้ายผ่านตลาดศรีนครินทร์ ตรงไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เราใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 2-3 ชั่วโมง

เมื่อเราถึงอุทยานก็แวะไปติดต่อที่พักซึ่งเราจองผ่านอินเตอร์เนตไว้ แล้วนำสัมภาระไปเก็บที่ที่พักก่อนจะออกมากินข้าวกันที่เขื่อนศรีนครินทร์พร้อมกับกินวิวไปด้วย หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็ตั้งใจว่าจะขึ้นไปลุยน้ำตกกันเลย ไหนๆเราก็จะไปเที่ยวกันแล้วเราน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับสถานที่กันนิดนึงนะครับ

อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาหินปูนสลับซับซ้อน ป่าโดยรอบเป็นป่าเบญจพรรณ ซึ่งเป็นต้นน้ำของลำห้วยที่ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยและอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ที่ทำการตั้งอยู่ในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์

น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดของผืนป่าตะวันตก และเป็นน้ำตกยอดนิยมที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดกาญจนบุรีตั้งแต่ยุคแรกๆ จวบจนปัจจุบันก็ยังคงมีผู้นิยมมาเยือนสม่ำเสมอ มีชื่อเดิมว่า น้ำตกสะด่วงม่องล่าย ตามชื่อของลำห้วยม่องล่าย ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกที่เกิดจากยอดเขาตาม่องล่ายในเทือกเขาสลอบ ลำธารที่ไหลทอดยาวลงมาจากภูเขาระยะทางประมาณ 1.5 กม. เกิดเป็นน้ำตก 7 ชั้นที่มีลีลาชั้นเชิงสวยงามไม่ซ้ำแบบ ลักษณะโดยรวมเป็นน้ำตกหินปูนสีเหลือง สายน้ำใสสะอาด บางช่วงที่เป็นแอ่งน้ำจะมีสีเขียวมรกต ยามแดดส่องจึงเกิดสีสันที่งดงามภายใต้ป่าใหญ่ร่มรื่น ตัวน้ำตกชั้น 7 นั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 400 เมตร มีความสวยงามมากที่สุดและเป็นที่มาของชื่อน้ำตก เพราะลักษณะของสายน้ำไหลบ่ามองดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณซึ่งมี 3 เศียร

หลัจบวิชาการไปแล้วเราก็มาลุยน้ำตกกันต่อดีกว่า เริ่มต้นจากที่ทำการอุทยานเดินไปตามทาง เมื่อเราเดินทางมาถึงน้ำตกชั้นแรกจะพบหลายๆครอบครัวนั่งปูเสื่อทานข้าวและเด็กๆมาเล่นน้ำกัน ที่ชั้นนี้จะเป็นชั้นน้ำตกเล็กๆลดหลั่นกันลงมาเป็นทางยาว เมื่อเราขึ้นไปสู่ชั้นที่ 2 ชั้นนี้จะมีลักษณะของน้ำตกไหลผ่านหน้าผาหินปูนลงสู่แอ่งกว้างเบื้องล่างกลายเป็นแอ่งสีเขียวมรกตที่สวยงามไม่ต่างจากสีของน้ำทะเลเลยทีเดียว จนหลายๆคนบอกว่าชั้นนี้ถือว่าเป็นชั้นที่สวยที่สุดของน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ที่นี่จะพบคนไทยและชาวต่างชาติเยอะมากเล่นน้ำกันอยู่ เนื่องจากวันที่เราไปเป็นวันหยุดด้วยล่ะมั้ง แต่ด้วยความตั้งใจของเราจึงรีบมุ่งหน้าออกเดินกันต่อ

อ้อ! ขอบอกนิดนึงครับ จากชั้นที่ 2 ขึ้นไปไม่สามารถนำอาหารและเครื่องดื่มขึ้นไปได้ จะต้องฝากเจ้าหน้าที่เอาไว้ก่อน พอเราเดินข้ามสะพานไม้มาก็จะพบกับน้ำตกชั้นที่ 3 เราจะเห็นน้ำตกสีขาวสายเล็กๆ ไหลลงสู่แอ่งกว้าง ซึ่งน้ำที่ใสนี้กลมกลืนเข้ากับป่าสีเขียวทำให้ดูร่มรื่นมาก แต่เราไม่มีเวลามากนักจึงต้องก้าวกันต่อไป ผ่านชั้นที่ 4 ที่มีลักษณะของสายน้ำตกไหลผ่านหินปูนรูปหน้าอก ลงแอ่งน้ำสีเขียวเช่นเดียวกับชั้นอื่นๆ สภาพทางเดินที่เราเดินต่อขึ้นไปจะค่อนข้างลำบากขึ้น ทางเดินจะค่อนข้างชันพอสมควร พอเดินๆไปทางเดินจะเป็นธรรมชาติมากขึ้นเพราะผู้คนที่ขึ้นไปมีจำนวนน้อยลง บางครั้งเราก็ต้องช่วยกันหาทางเดินต่อขึ้นไปเอง เนื่องจากทางเดินจะไม่ใช่ทางเดินแบบปกติ จนเราผ่านชั้นที่ 5 และ 6 ไป ส่วนทางที่จะขึ้นสู่น้ำตกชั้นที่ 7 ต้องขึ้นบันไดไม้ไผ่และเดินลอดต้นไม้ที่ล้มอยู่ซึ่งเกิดจากฝนตกเมื่อวานนี้

ในที่สุดก็มาถึงจุดมุ่งหมายของเราที่น้ำตกชั้นที่ 7 ความรู้สึกของผมนั้นประทับใจมากๆ ไม่ใช่ประทับใจเพียงแค่ความสวยงามของน้ำตกเท่านั้น แต่เป็นความรู้สึกประทับใจในตัวเพื่อนๆทุกคนที่ร่วมเดินทางกันมา น้ำตกชั้นที่ 7 เป็นชั้นที่สวยมากกว่าที่หลายๆคนคิด เพราะสายน้ำตกที่ไหลจากเบื้องบนผ่านชั้นหินปูนรูปช้าง 3 เศียรสีเหลืองออกขาว (จากแสงแดดที่สาดส่องลงมากระทบ) ไหลลงสู่แอ่งน้ำ 2 แอ่งที่มีต้นไม้งอกย้อยลงมาเหมือนมีถ้ำอยู่ใต้น้ำตก แอ่งหนึ่งมีสีเขียวมรกต และอีกแอ่งดูเป็นสีขาวจากหินปูนใต้น้ำ

ด้วยความสวยงามของน้ำตกเราจึงกลับไปเป็นเด็กกันอีกครั้ง โดดเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานประกอบกับเรามีช่างกล้องชั้นดี ก็ไอ้กอล์ฟนั่นแหละคร้าบ เลยถ่ายรูปเก็บมาฝากให้เพื่อนๆได้ดูกัน เมื่อเล่นน้ำและเก็บรูปกันเต็มที่แล้วก็พากันกลับ ขาลงไม่ลำบากเท่าไหร่เพียงแต่ต้องระวังทางเดินลื่นๆเท่านั้น

ลืมบอกไปอีกเรื่องหนึ่ง น้ำตกเอราวัณจะมีเวลาปิดคือ 16.30 น. ยังไงตอนจะขึ้นไปก็ต้องกะเวลาหน่อยเพราะเราต้องเดินกันอย่างน้อยประมาณชั่วโมงนึงกว่าจะไปถึงชั้นบนสุด พอเราลงมาก็กลับที่พักเพื่ออาบน้ำ แล้วออกมาหาข้าวเย็นกินกันที่อุทยานนั่นแหละ เมื่ออิ่มแล้วก็กลับที่พักไปเล่นไพ่ ดื่มเบียร์กันซักนิดก่อนจะเมาหลับกันไปตั้งแต่ 5 ทุ่มกว่าๆ

ตอนเช้าหลังจากตื่นนอน เนื่องจากไม่ได้วางโปรแกรมอะไรไว้ก็เลยออกจากที่พักกันตอนเที่ยง หาอะไรกินกันที่ตลาด ก่อนจะแวะเขื่อนอีกแห่งเพื่อถ่ายรูป จากนั้นก็ขับรถกลับเข้ากรุงเทพ โดยเราแวะซื้อของฝากและกินข้าวเย็นกันที่วัดดอนหวาย แล้วค่อยแยกย้ายกันกลับบ้าน สำหรับทริปนี้หมดงบประมาณไปไม่เกินคนละ 2000 บาท ไว้คราวหน้าไปเที่ยวที่ไหนมาจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังกันอีก แต่โอกาสที่จะได้ไปคงน้อยลง เพราะผมต้องไปเรียนโทในวันเสาร์อาทิตย์แล้วล่ะ แต่คงจะมีแว่บโดดเรียนกันบ้างเพื่อไปเที่ยว 555 บ๊ายบายจ้าคุณผู้อ่านทุกท่าน


เปิดด้วยป้ายอุทยาน ทำไมไปที่ไหนต้องถ่ายทุกที กลัวจำไม่ได้ว่าไปไหนมาบ้าง



ต่อด้วยที่พักในอุทยานแห่งชาติเอราวัณจ้า



ตามด้วยหนทางที่เราต้องฟันฝ่าน้ำตกเอราวัณทั้ง 7 ชั้น แล้วจะบังกันทำไม



จากนั้นก็ลุยกันเลยกับน้ำตกชั้นที่ 2 ที่เค้าว่าสวยที่สุด น้ำสีมรกตสวยเชียว



ระหว่างทางเห็นวิวสวยเป็นไม่ได้ปีนเข้าไปถ่ายรูปซะอย่างงั้น



สวยมากๆอยากจะโดดลงไป บรรยากาศดีจริงๆ



และแล้วคุณก็มาถึงชั้นที่ 7 แล้วคร้าบ



ขอซักแอคที่ชั้น 7 ซะหน่อย



แล้วจะไปทำบ้าอะไรกันข้างบนคร้าบ เหอๆๆๆๆ



อายมั๊ยเนี่ยเอารูปเพื่อนๆมาเผา ทำใจซะเถอะนะ อิๆ สุดท้ายท้ายสุดก็แวะเขื่อนท่าทุ่งนาก่อนกลับบ้านจ้า



ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ไว้ติดตามชมทริปมันส์ๆกันในโอกาสหน้าอีกนะครับ




 

Create Date : 02 มกราคม 2551    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2555 3:01:32 น.
Counter : 1291 Pageviews.  


jiwyeefun
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฟังเพลง
Friends' blogs
[Add jiwyeefun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.