ตะลุยไปเรื่อย....กับนายจิวยี่
Group Blog
 
All Blogs
 

หลงใหลวัฒนธรรมกับผองเพื่อนที่บาหลี

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับทริปประหยัดเช่นเคย คราวนี้เราก็บินแอร์เอเชียในราคาสบายกระเป๋ากันอีกครั้งในราคา 2800 บาท (ไม่ถึงกับถูกที่สุด) ไม่รวมภาษีสนามบินที่บาหลีอีก 150,000 รูเปี๊ยะ (อัตราแลกเปลี่ยน ประมาณ 280 รูเปี๊ยะ = 1 บาท แลกเงินทีนึงกลายเป็นเศรษฐีกันไปเลย)

ก่อนอื่นแนะนำสมาชิกในทริปกันก่อน เริ่มจากตัวผม, ตุ๊กตา, เจิ้ล, กู้ ส่วนอีก1 สมาชิกที่ไม่ได้ไปก็คือ อ้น เนื่องจากติดภารกิจที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยสมาชิกเหล่านี้บินแอร์เอเชียไปถึงประมาณเที่ยง ส่วนสมาชิกอีกคนที่บินตามมาคือพี่ปอนด์ บินมาโดยสายการบินไทย

ก่อนออกเดินทางไปบาหลีมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆเลยคือ จะขับรถเที่ยวเอง หรือเช่ารถพร้อมคนขับ เนื่องจากบาหลีขึ้นชื่อเรื่องถนน 2 เลนที่แคบและการขับรถที่ค่อนข้างสับสน ประกอบป้ายบอกทางที่ไม่ดี เราจึงตัดสินใจจ้างคนขับด้วยดีกว่า โดยเรารบกวนให้พี่ปอนด์เป็นผู้ประสานงานให้ คนขับรถของเราชื่อว่า ป๊ะ นิสัยดี แนะนำทุกอย่างทั้งร้านอาหารและโปรแกรมได้ดี ภาษาอังกฤษก็ดี ส่วนราคาก็ตกลงที่วันละ 450,000 รูเปี๊ยะ รวมทุกอย่างยกเว้นค่าเข้าสถานที่ซึ่งค่อนข้างเป็นราคาที่มาตรฐาน

เริ่มต้นก็มีปัญหาติดขัดเล็กน้อย เนื่องจากไฟต์แอร์เอเชียดีเลย์ 1 ชั่วโมง กว่าเราจะออกจากสนามบินงูราไรห์ (สนามบินที่บาหลี) ก็บ่ายโมงแล้ว ขนาดเข้าแถว non-visa ที่ยาวน้อยกว่า + ต้องรอสแกนกระเป๋า ซึ่งแถวยาวมากๆ หลังออกมาก็เจอป๊ะมายืนรออยู่แล้วตอนแรกเราตั้งใจว่าจะไปแลกเงินก่อนแล้วค่อยมารอพี่ปอนด์ แต่จากการดีเลย์ทำให้เราใช้เวลารอพี่ปอนด์อีกไม่นานเลยตัดสินใจรอแล้วออกเดินทางพร้อมกันเลยดีกว่า

เบื้องต้นเลยเอากระเป๋าไปเก็บที่รถและแวะแลกเงินเล็กน้อยเพื่อหาอะไรกินที่สนามบินก่อน ก็ไปจบที่ร้านแบล็คแคนยอนที่มีเมนูภาษาไทยด้วยแต่คนที่นู่นก็ฟังไม่ออกอยู่ดี จนพี่ปอนด์มาถึงเราจึงเดินทางไปแลกเงินกัน แล้วจึงแวะไปเที่ยวที่ทานาลอตทันที

ทานาลอตเป็นวัดที่อยู่กลางทะเลแต่ไม่ไกลจากฝั่งมาก ในตอนที่เราไปคนเยอะมากและน้ำก็ลงทำให้สามารถเดินไปได้ แต่เราก็ได้แต่ถ่ายรูปอยูไกลๆเพราะคนเยอะ แถมที่สำคัญได้ลองทำแพลงกิ้งด้วย เหอๆๆๆ คนมองกันเพียบ หลังถ่ายรูปจนหนำใจ เราก็เดินทางสู่อุบุด

ก่อนที่จะเข้าที่พักเราตัดสินใจไปดูการแสดงพื้นเมืองของบาหลีนั่นก็คือ เคจั๊กแดนซ์ เป็นการแสดงในเรื่องราวของรามายณะ เริ่มต้นการแสดงจากคนจำนวนมากทั้งเด็กและผู้ใหญ่ออกมาล้อมวงแล้วร้องจั๊กๆๆๆๆ ซึ่งคงเป็นการแสดงถึงความเป็นเคจั๊กแดนซ์นั่นเอง โดยที่วงนี้ยังแสดงถึงสิ่งของประกอบฉากเช่น กำแพงเมือง ลม รวมถึงบางคนยังเป็นคนพากย์แทนนักแสดงแต่ละคนด้วย แต่ก็ยังพากย์เป็นภาษาพื้นเมืองอยู่ดีครับ

จากนั้นก็เริ่มต้นแสดงในตอนที่พระราม พระลักษณ์ ที่มาจับกวางทองให้นางสีดา จนถึงพระรามยิงศรฆ่าทศกัณฑ์ตาย ตอนต่อมาเป็นการแสดงของนักแสดงที่แสดงเป็นม้าวิ่งตะลุยกองไฟ และปิดท้ายด้วยพิธีที่ช่วยให้คนแสดงได้รับความเป็นมงคลจากการแสดง เป็นอันจบการแสดง

หลังการแสดงเราก็เดินทางเข้าสู่ที่พัก โดยคืนแรกที่พักของเราชื่อว่า okawati hotel ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองอุบุดเลยทีเดียว เราพักห้องซูพีเรีย สไตล์ของห้องเป็นแบบบาหลีแท้ๆ เสียอย่างเดียวห้องน้ำไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่สภาพโดยรวมของโรงแรมค่อนข้างดี มีต้นไม้หลากหลายที่ทำให้อากาศสดชื่น มีวิวนาข้าว สระว่ายน้ำก็สวย แถมยังเลี้ยงกระต่ายตัวใหญ่ให้วิ่งเล่นอยู่ในสวนด้วยน่ารักจริงๆ

เสร็จจากเช็คอินเราก็เดินออกจากซอย ก็มาเจอร้านอาหารที่ป๊ะแนะนำไว้พอดี (ไม่ต้องวเดินไปไหนไกล ) ร้านอาหารเย็นของเราในวันนี้ก็คือร้าน เมนูที่เราสั่งเป็นอาหารสไตล์ฝรั่ง สั่งมาหลายๆอย่างแบ่งกันกิน (ลองดูรูปเอาละกันนะครับ) หลังกินอิ่มเนื่องจากวันนี้เรานั่งเครื่องและรถมานานทำให้รู้สึกเพลียเลยคิดว่า รีบนอนน่าจะดีกว่า ไว้พรุ่งนี้เย็นๆค่อยมาเดินเที่ยวในเมืองอุบุด

หลังตื่น(สาย) ประมาณ 8.30 น. เราก็ออกมาสั่งอาหารเช้ากันโดยทางโรงแรมมีเมนูให้เลือกคือ ขนมปังกับไข่ดาวหรือออมเลตพร้อมแยม น้ำผลไม้ 1 แก้ว โยเกิร์ตกับน้ำผึ้ง และฟรุตสลัด (ผลไม้หลายๆอย่างนั่นเอง) เมื่ออิ่มดีแล้วก็ออกมาพบกับป๊ะที่มาจอดรถรออยู่แล้ว เพื่อออกเดินทางไปเที่ยวกัน

โดยวันที่ 2 นี้เราเริ่มออกเดินทางไป tegallalang ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องของของแกะสลักและของตกแต่งบ้านราคาถูก แต่เนื่องจากของส่วนใหญ่เป็นงานชิ้นใหญ่ๆ ถึงแม้จะสวยน่าซื้อแต่เราไมมีปัญญาจะแบกกลับ เราก็เลยแวะไปชมนาขั้นบันไดกัน จากนั้นก็ไปวัดกุนุง กาวี เซบาตู ตอนที่เราไปเค้ากำลังพึ่งเสร็จพิธีกรรมพอดี เราก็แวะชมความงามของวัดสไตล์บาหลี

เมื่อชมความงามของวัดสไตล์บาหลีกันจนอิ่มใจแล้วก็ได้เวลาอิ่มท้องกันบ้าง แน่นอนว่าเราไปทานอาหารบุฟเฟ่พร้อมชมความงามของภูเขาไฟกุนุงอากุง และ กุนุงบาตอร์ ที่ร้าน sari อาหารรสชาติก็แค่พอใช้ ไม่ได้อร่อยอะไร แต่เยี่ยมก็ตรงวิวนี่แหละ

หลังอิ่มท้องและอิ่มตาอิ่มใจกันแล้ว เราก็ออกมุ่งหน้าต่อเพื่อไปลองชิมกาแฟขี้ชะมดกลิ่นก็หอมดี แต่สุดท้ายก็ดื่มกาแฟผสมโกโก้อร่อยกว่า 5555 เมื่อได้ลองชิมขี้ชะมดแล้วเอ๊ยไม่ใช่! กาแฟแล้ว เราก็ออกเดินทางต่อไปยังวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่จะเห็นคนพื้นที่รวมทั้งนักท่องเที่ยวมาอาบน้ำกันเยอะ น้ำจะผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ภายในเป็นวัดที่มีการแกะสลักหินสไตล์บาหลี ออกจากวัดเราจะเจอตลาดปราบเซียน อยากจะบอกว่าที่นี่แม่ค้าจะแทบดึงและรั้งแขนไว้เลยทีเดียว แต่ราคาสินค้าก็จะถูกที่สุด ให้ต่อราคาไปประมาณ 6 -7 เท่าได้เลย ส่วนพวกเราทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่าถูก แต่เนื่องจากแม่ค้าลดราคให้แบบน่ากลัวผสมกับการถูกลากเข้าร้านเหมือนจะเสียค่าโง่ให้แม่ค้า เราจึงซื้อมากันคนละเล็กคนละน้อยเท่านั้น (พอไปที่อื่นเลยไม่กล้าซื้อเลยเพราะที่นี่ถูกกว่ามาก )

เมื่อช้อปเสร็จก็มุ่งตรงไปที่อุบุดเพื่อกลับที่พักก่อนจะไปกินอาหารเย็นกัน พออิ่มแล้วเราก็ออกเดินย่อยพร้อมหาของหวานร้านดังทานกัน นันก็คือร้าน casa luna ที่มีคนบอกว่าเค้กอร่อยเราก็เลยสั่งมาชิมกัน หลังเม้ากันไปกินกันไปเสร็จก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อน

วันถัดมาหลังเรากินอาหารเช้าและเก็บข้าวของกันแล้ว (เพราะวันนี้เราจะเปลี่ยนไปพักที่คูต้ากัน) ก็ออกเดินทางสู่วัดอูลันดานุบาตูซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบบาตูร์ และยังมีส่วนหนึ่งของวัดที่สร้างยื่นเข้าไปในทะเลสาบ ซึ่งที่นี่นับเป็นไฮไลต์นึงของบาหลีเลยทีเดียว เสียดายที่วันนี้มีหมอกทำให้ไม่ได้เห็นวิวภูเขาไฟบาตอร์เป็นฉากหลังด้วยเลย แต่ก็ให้บรรยายกาศอีกแบบพร้อมกับอากาศเย็นๆ

หลังกินบรรยากาศจนอิ่มแล้วก็ออกไปหาของอร่อยกินต่อไม่ไกลจากวัด ซึ่งก็อยู่ตรงข้ามวัดนี้เองมีทั้งไก่หมักทอด หรือที่นี่เรียกว่าไก่ดำ ไก่ทอดธรรมดา ไก่สะเต๊ะ ข้าวผัด ทุกอย่างอร่อยมากๆ ผมกินจนกระดูกไก่จะติดคอเลย ไก่ค่อนข้างตัวเล็ก คนละตัวยังไม่อิ่มเลย ^^

เมื่ออิ่มขาลงจากเขาก็แวะซื้อสตรอเบอรี่มากินกัน หวานและนิ่มกว่าสตรอเบอรี่แต่ก็ออกเปรี้ยวๆถึงจะสู้ของยุโรป หรือเกาหลี ญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ก็อร่อยกว่าบ้านเราอยู่ดี จากนั้นก็ไปที่วัดทามานอายุน ที่นี่จะเป็นวัดสำหรับกษัตริย์ ภายในเราไม่สามารถเข้าไปได้ แต่เราสามารถเดินดูได้จากภายนอกเท่านั้น โดยที่นี่จะมีศาลที่มีหลังคาซ้อนหลายชั้นเรียงรายกันอยู ทำให้รู้สึกถึงความสวยงามมากกว่าวัดอื่นๆในบาหลี

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าเข้าสู่คูต้า ซึ่งบริเวณคูต้ารถติดมากๆ ทำให้กว่าจะถึงโรงแรมที่พักของเราก็มืดพอดี โดยทีพักคืนสุดท้าของเราก็คือที่ Flora Kuta Hotel ถึงแม้จะตั้งอยู่ในซอย แต่ก็ไม่ลึกมากแถมยังตั้งอยู่ใจกลางคูต้าเดินไม่ไกลก็ถึงชายหาดแล้ว หลังเช็คอินเราก็ออกไปเดินหาซื้อของ ก่อนจะกลับมากินร้านอาหารพื้นเมืองใกล้ๆโรงแรม โดยลักษณะเป้นร้านข้าวแกง กับก๋วยเตี๋ยวสไตล์อินโด (น่าจะใช่มั้ง ^^) ซึ่งอยากบอกว่าอร่อยมากๆ

เมื่ออิ่มแล้วเราก็ไปนวดเท้าเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า ก่อนจะเข้าที่พักเพื่อพักผ่อน

วันสุดท้ายเราต้องตื่นแต่เช้าเพราะกลัวจะไปเที่ยวก่อนจะกลับไม่ทัน ผมเลยแวะไปดูชายหาดคูต้าซักหน่อย คลื่นแรงมากและชายหาดไม่สะอาด แต่ก็เห็นมีคนเล่นน้ำอยู่บ้าง จากนั้นกลับไปกินอาหารเช้าที่โรงแรมแต่ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่ากินซักเท่าไหร่ เมื่อเช็คเอาท์เรียบร้อยก็ออกเดินไปเที่ยวอูลุวาตู ซึ่งเป็นวัดที่สร้างอยู่บนหน้าผา ในบริเวณวัดจะมีลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก ต้องระวังไม่ใส่ของแวววาว และอะไรที่ลิงสามารถดึงไปได้ เท่าที่เห็นลิงมักจะชอบดึงรองเท้า สาเหตุที่ลิงที่นี่ค่อนข้างเกเร เพราะเวลาลิงแย่งของได้จะมีคนพื้นที่เอากล้วยไปแลก จากนั้นก็เอาของมาแลกเงินกับนักท่องเที่ยวอีกที ทำให้ลิงที่นี่ติดนิสัยที่ไม่ดีถึงจะเป็นลิงป่าก็ตาม

แต่บรรยากาศของวัดบนหน้าผาก็เป็นอะไรที่สวยดีคล้ายๆกับวิวที่ได้เห็นจากที่ออสเตรเลีย แต่แน่นอนวัดที่นี่ก็ไม่ให้เข้าไปด้านในเช่นกัน ถึงแม้จะเสียดายนิดๆเพราะจริงๆแล้วคนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่จะมาตอนเย็นเพื่อนชมพระอาทิตย์ตกไปด้วย

เมื่อชมเสร็จเรียบร้อยเราก็ต้องรีบมุ่งหน้ากลับมาที่สนามบินเห็นรถติดก็กลัวอยู่เหมือนกัน แต่เราก็สามารถมาถึงก่อนได้อย่างสบายๆหลังเช็คอินแล้วก็ต้องไปผ่านด่านจ่ายค่าภาษีสนามบินที่เกริ่นไว้ข้างต้นแล้วจากนั้นก็ไปละลายเงินรูเปี๊ยะที่เหลืออยู่ที่ร้านอาหาร ก่อนมุ่งหน้ากลับเมืองไทยเป็นอันจบทริปบาหลีครับ จากนั้นเชิญติดตามชมรูปได้เลยครับ

เริ่มต้นด้วยป้ายต้อนรับ เย้! ถึงบาหลีแล้วครับ



แวะซื้อของกินเล่นของคนบาหลี (คล้ายๆกล้วยทอด เผือกทอด มีหลายอย่าง) ดูถุงที่ใส่สิ ถุงพลาสติกใส่ของแบบบ้านเรานี่ล่ะ



มาถึงแล้วครับทานาลอต



รูปปั้นผีเสื้อสมุทร (ผมคิดเอง) ดูท่าเธอแอ็คสิ 5555



สาวสวยกับทางเข้าวัด



วัดทานาลอตกลางทะเล แต่ตอนนี้น้ำลง



รวมกลุ่มซักรูปบังทานาลอตซะมิด



โดดกันซักที



สองหนุ่มกังฟู



วิวรอบตอนตะวันจะตกดิน



ท้องฟ้าสวยๆ เมฆรูปร่างเหมือนนกเลย



งานแกะสลักประตูที่ทานาลอต



นางรำที่โชว์บางเคจั๊กแดนซ์



การแสดงตอนหนุมานรอบเอาแหวนมาให้นางสีดาที่กรุงลงกา



จบแล้วก็ต้องถ่ายรูปกับนักแสดง



เจ้แกกล้าแพลงกิ้งมาก นักแสดงถึงกับงง



จากนั้นไปทานอาหารค่ำ



จานแรกมิกซ์กิล มีกุ้ง เนื้อ และไก่



สเต็กเนื้อน่าหม่ำ



สลัดกุ้งกับอาโวคาโด



สปาเก็ตตี้กับเนี้อไก่



ของหวานเป็นไอศครีมกับแพนเค้กกล้วยราดน้ำเชื่อม



ไฟตกแต่งร้านสไตล์สวยงาม



หน้าที่พักที่อุบุด โรงแรมโอกาวาตี



ของตกแต่งสไตล์บาหลี



ประตูทางเข้าห้องก็ยังมีลวดลายมากมาย



เตียงนอน นอนไปหลอนไป 55555



หม่ำๆอาหารเช้า



บรรยากาศของโรงแรม



มีสระว่ายน้ำน่าว่าย



ถึงไม่ได้ว่ายก็ได้ถ่ายรูปแทน ^^



แพลงกิ้งมาแล้วก็ต้องสไตล์ไทยบ้าง พับเพียบไทยแลนด์



จัดไปแพลงกิ้งอีกซักที



แพลงกิ้งหมู่ หรือ หมูหว่า 5555



จีจ้ามาเอง



อ้าว เพื่อนผมหิวน้ำซะแล้ว



นาขั้นบันไดที่ทากาลาลัง



รวมกลุ่มซักรูป



ชื่นชมความงามของนาขั้นบันได (เอ่อ หันกันผิดด้านรึเปล่าเนี่ย)



ไปเที่ยวต่อกันที่วัดกุนุง กาวี เซบาตู



เจ้ เจ้าถิ่นมาเอง หน่าหลาย นารายณ์



พึ่งเสร็จจากพิธีกรรมพอดี



สองสาวสวย (เอ๊ะ เจ้เปลี่ยนไป)



บริเวณลานพิธี



สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างบนน้ำ



ขอบ้างซักรูป



สถาปัตยกรรมภายในวัด



น่าจะเป็นรูปนกในแบบบาหลีมั้ง (ไม่แน่ใจ)



รูปปั้นยักษ์



สาวน้อยกับป้ายวัด



ขอ love ซักที



ไปกินข้าวพร้อมชมวิวภูเขากุนุงอากุงและกุนุงบาตอร์



ภูเขาไฟกุนุงบาตอร์



ก๋วยเตี๋ยวที่อินโด มีเส้นสีฟ้าด้วย แต่ไม่ได้ลองชิม



แวะกินข้าวกลางวันพร้อมชมวิวที่นี่ ร้านอาหาร Sari



รูปบริเวณร้านอาหาร



ลายรูปมนุษย์ต่างดาวที่เก้าอี้น่ารักดี



อาหารบุฟเฟ่ห์ น่ากินๆ



ทะเลสาบบาตูสีเขียวสวยงาม



อดไม่ได้ต้องขอถ่ายซักรูป



รูปคู่ซักรูปนึง หุๆๆๆ



รวมแก็งค์อีกรูป



ตอนเดินขึ้นทำเอาคนแก่เหนื่อย



จากนั้นก็ไปดื่มกาแฟชะมด เจ้าตัวนี้แหละกำลังหลับสบาย



อันนี้ล่ะครับ กาแฟชะมด ต้องไปล้างแล้วเอาไปคั่ว



กาแฟก่อนคั่ว



เอ้าดื่ม โอ้เย้



จากนั้นไปต่อที่วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์



หน้าทางเข้า แอ็คกันอีกแล้ว



ดูสดชื่นตั้งแต่ทางเข้า ตะไคร่บนกำแพง



บริเวณสระน้ำด้านหน้า



เลี้ยงปลาตัวใหญ่มากๆ



ก่อนจะเข้าก็พันผ้าคาดเอว เจ้แกจัดซะผ้า 3 สีเลย



ประตูทางเข้า



สาวน้อยน่ารัก กำลังร้องไห้เลย แต่ก็สู้กล้องนะจ๊ะ



เค้ากำลังทำพิธีกัน แต่สังเกตคนหลังผ้าคาดเอวเขียวเข้าไปเนียนเชียว 555



น่าจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรซักอย่าง



กำแพงรอบๆน้ำพุศักดิ์สิทธิ์



2 หนุ่มสาวทำรูปหัวใจซะนึกว่าเป็นแฟนกัน



ขบวนการเพาเวอร์เรนเจอร์อะเปล่า



ปริศนาธรรม ปิดหู ปิดตา ปิดปาก และปิดแก้ม (อันสุดท้ายนี่อะไรเนี่ย)



จากนั้นก็เป็นหมูอ้วน 8 มือ 5555



อันนี้แหละน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ จะมีน้ำจากใต้ดินผุดออกมาตลอดเวลา



คนมาอาบน้ำที่สระกันพอสมควร



เห็นสถาปัตยกรรมสวยๆไม่ได้



มื้อเย็น พร้อมกิน



บรรยากาศโรแมนติค แต่บนโต๊ะเน้นเสียงฮา



อาหารพื้นเมืองข้าวกับกับข้าวหลายๆอย่าง



ของผมเป็นเสต็กปลาทูน่า น้ำจิ้มตรงกลางรสเปรี้ยวเหมือนพริกน้ำส้มเข้ากันดีแก้เลี่ยนได้



เสต็กเนื้อ



เสต็กอะไรซักอย่างจำมิได้แล๊ะ



จากนั้นไปกินของหวานที่ร้าน Casa Luna มีดนตรีฟังด้วย



บรรยากาศในร้าน



น่านั่งมากๆ



มาแล้วครับเค้ก 3 ชิ้นกับคน 5 คน



เช้าวันถัดมาที่วัดอูลันดานุบาตู มีจัดงานอะไรซักอย่าง



สิงโตบารอง ใช้พวกพืชพรรณมาทำ



นี่ละครับตัววัดกลางทะเลสาบบาตู



ลมแรงหนาวมากๆ



รูปคู่อีกซักที



วัดสวยงามท่ามกลางทะเลสาบ



ตัดกับดอกไม้สีแดง



สวยจริงๆ



เจ้ผมอดไม่ได้ที่ต้องแพลงกิ้ง โปรดสังเกตคนด้านหลัง 555



รูปหมู่



เสี่ยเพื่อนผมทำยังกับถ่ายแบบ



เท่จริงๆๆๆๆๆ



วิ่งกลางอากาศซักหน่อย



เห็นทิวต้นไม้สวยๆไม่ได้ ต้องโดด



จากนั้นก็ไปหม่ำไก่ดำที่ร้านนี้



สั่งเลยอร่อยทุกอย่าง



ไปต่อที่วัดเม็งวี หรือวัดทามานอายุน ประตูทางเข้า


เอ้าโดด!



ที่นี่มีหลังคาหลายชั้นมากๆ



รวมกลุ่มๆๆๆๆๆ



สวยมากๆๆๆๆ



ที่วัดมีหมีโคอาล่าด้วย 555555



เรียงกันแล้วดสวยมาก



รูปคู่อีกซักหน่อย



ดอกลีลาวดี ดอกไม้ประจำเกาะบาหลี



คืนสุดท้ายพักที่นี่ ที่คูต้า



บริเวณห้องอาหาร



บรรยากาศของโรงแรม



สระว่ายน้ำน่าว่ายมาก



วิวสระว่ายน้ำจากห้องพัก



ที่นอนน่านอน



วิวริมระเบียง



อาหารเย็นแบบพื้นเมืองอร่อยมาก บะหมี่แห้งใส่ถั่วกับน้ำซุปลูกชิ้น



ข้าวกับไก่ทอด



แวะนวดคลายเมื่อยกันหน่อย



ลายบนท่อน้ำที่คูต้า บาหลี



ชายหาดคูต้า



เหมือนศาลพระภูมิเมืองไทย



วันสุดท้ายที่วัดอูลุวาตู ลิงเพียบ



ลิงๆๆๆๆๆๆๆ



วิวหน้าผาสวยๆ ที่เห็นไกลๆบนหน้าผาคือวัด



ลิง 2 ตัว เอ๊ะ หรือ 3



วัดบนหน้าผา



สวยมาก



ที่ถ่ายไกลๆไม่ใช่อะไรเสียวตก



ลายกำแพงวัด



ประตูทางเข้า แต่ห้ามเข้า



ต้นไม้ลายๆ ของจริงสวยกว่านี้เยอะ



ทางลงบันได 2 ข้างทางมีต้นลีลาวดีเพียบ



เจ้าจ๋อแอบงีบ



หันกลับไปถ่ายวัดอีกซักที



บนหน้าผา



วิวหน้าผา เหมือนออสเตรเลียเลย แต่ต้นไม้เยอะมากๆ



ปิดท้ายด้วยรูปรวมกลุ่มก่อนกลับ ขอบคุณที่ติดตามชมครับ




 

Create Date : 17 มิถุนายน 2554    
Last Update : 4 สิงหาคม 2554 0:50:25 น.
Counter : 839 Pageviews.  


jiwyeefun
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฟังเพลง
Friends' blogs
[Add jiwyeefun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.