ตะลุยไปเรื่อย....กับนายจิวยี่
Group Blog
 
All Blogs
 

สิงคโปร์รอบ 2 ด้วยความตั้งใจอยากไปสวนสนุก

สวัสดีครับผมนายจิวยี่เจ้าเก่า งวดนี้ก็ได้ตระเวนเที่ยวกันอีกแล้ว เหตุเกิดจากพึ่งกลับมาจาก Universal Japan เลยอยากจะไป Universal Singapore บ้าง ว่าจะมีอะไรแตกต่างกันรึเปล่า ทริปนี้ก็อาศัยโปรแอร์เอเชียเช่นเคย ตั๋วราคาประมาณ 3000 นิดๆ Smiley

ก่อนจะไปก็โชคดีที่ Asiatravel มีโปรสำหรับตั๋วเข้ายูินิเวอร์แซลสิงคโปร์พอดีเป็นส่วนลด 20 เหรียญสิงคโปร์ เลยได้ราคาถูกกว่าช่วงก่อนที่มีลด 10% ถือว่าคุ้มจริงๆ Smileyงวดนี้เป็นการไปสิงคโปร์รอบที่ 2 เลยไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากมาย (ครั้งแรกยังทำไม่เสร็จเลย หุๆๆ)

ไปเที่ยวคราวนี้สาวน้อยไม่ได้ไปด้วย เลยชวนแมวเหมียวไปเป็นเพื่อนแทน เอาล่ะๆเราออกเดินทางกันเลยดีกว่า ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิแต่เช้า ทำการเช็คอินเรียบร้อยก็เข้าไปรอที่เกท นั่งเครื่องไม่นานก็มาถึงสิงคโปร์ เจ้าแมวเหมียวไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยโดนตม.ถามคำถาม ดันฟังอิงลิชของคนสิงคโปร์ไม่ออกเกือบโดนกักตัวซะแล๊ะ ดีนะที่มีตั๋วเครื่องบินขากลับเลยรอดมาได้

ออกจากตม.เราก็เดินไปยัง MRT เพื่อซื้อบัตร EZ Link จากนั้นนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานี Tanjong pagar เพื่อเดินไปโรงแรม M hotel ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานี MRT หลังจากเก็บกระเป๋าและพักผ่อนซักครู่ ก็ออกเดินไปหาอะไรกินกันที่ Maxwell Food court เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ด้วยความตั้งใจอยากจะกินข้าวมันไก่เจ้าดัง แต่ปรากฏว่าไปเจอคิวที่ยาวมากๆเลยต้องยอมไปหาอย่างอื่นกินดีกว่า สุดท้ายได้มาเป็นข้าวหมูแดง+หน้าเป็ด น้ำราดของเค้าไม่หวานมากแต่เป็ดหนังกรอบ ส่วนหมูแดงก็หอมอร่อย (ลืมถ่ายรูปมาเพราะหิว)

พออิ่มแล้วก็เดินข้ามถนนไปยังวัดพระเขี้ยวแก้วเพื่อเข้าชม แต่จากครั้งแรกที่มาเที่ยวแล้วก็เลยไ่ม่ได้ขึ้นไป เราเดินผ่านย่านไชน่าทาวน์ไปขึ้น MRT เพื่อไปสถานี City hall จากนั้นเดินผ่าน esplanade เพื่อไปดูเจ้า merlion กับตึกมารีน่าเบย์แซนด์ หลังเดินกันจนเหนื่อยประกอบกับแดดร้อนๆ เราก็ย้อนกลับไปยัง esplanade เพื่อนั่งตากแอร์เย็นๆพร้อมกับฟังเพลงเพราะๆ (มีจัดแสดงเพลงพอดี) เจ้าแมวเหมียวเจออากาศร้อนๆหนาวๆเข้าไปเลยรู้สึกจะมีไข้ เราจึงตัดสินใจกลับโรงแรมเพื่อไปพัก โดยระหว่างทางก็แวะซื้อแฮมเบอร์เกอร์ติดมือไปด้วยเพื่อเป็นมื้อเย็น สรุปวันนี้เจ้าแมวเมียวก็ป่วยจนได้

เช้าวันที่ 2 วันนี้เราจะไปยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์กัน เช้านี้อากาศดีแต่อาการเจ้าแมวเหมียวยังไม่ดีนัก แต่ก็ดีกว่าเมื่อวาน หลังกินอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วก็ออกเดินทางโดยนั่ง MRT ไปต่อสายสีม่วงแล้วลงที่สถานีฮาร์เบอร์ฟร้อนท์ ตอนที่ไปถึงร้านในห้าง vivo city ยังไม่เปิดเลย เราขึ้นไปชั้นบนสุดของห้างที่มีสถานีรถไฟฟ้าเพื่อจะนั่งรถต่อไปยังเกาะ sentosa (คราวที่แล้วเคยไป cable car แล้ว) บังเอิญเงินในบัตรมีไม่พอก็เลยต้องไปซื้อบัตรที่สามารถใช้กับรถไฟฟ้าใน sentosa ได้ทั้งวันในราคา 3 เหรียญ วันนี้คนค่อนข้างเยอะเพราะเป็นวันเสาร์

หลังนั่งรถเพียงสถานีเดียวก็ถึงสถานี waterfront เราเดินตามป้ายบอกทางเพื่อไปยังทางเข้ายูนิเวอร์แซล สิงคโปร์ จากนั้นเราต้องหาตู้ที่เราจะเอาวอชเชอร์ไปแลกเป็นตั๋ว แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เราเลยลองสอบถามเจ้าหน้าที่หน้าทางเข้า เค้าบอกให้เดินลงบันไดไปที่จอดรถ จะเห็นมีตู้เรียงๆกันอยู่ น่าจะเป็นตู้ที่ 9 หรือ 10 นี่ล่ะครับ เราก็เดินไปตามทางที่บอก พอลงไปจะสังเกตเห็นที่หน้าตู้จะมีเขียน Asiatravel อยู่ พอเรายื่นวอชเชอร์ให้เค้าไปก็จะได้ตั๋วกลับมา

เมื่อเราเดินกลับมาที่ทางเข้าก็ 10 โมงพอดีเลยได้เข้าไปเป็นคนแรกๆ เป้าหมายแรกของเราก็ต้องเป็นไฮไลท์ของที่นี่นั่นก็คือ Tranformers the ride ตอนเราไปปรากฏว่ายังไม่เปิด เราเลยเดินย้อนกลับมาที่ Lights, Camera, Action จะเป็นการแสดงโชว์ สเปเชียลเอฟเฟค ของสตีเว่น สปีลเบิร์ก ในเรื่องจะเป็นการจำลองโกดังสินค้าที่โดนพายุเข้า การแสดงทำได้อลังการตื่นตาตื่นใจมากครับ

พอชมเสร็จเราเลยลองเดินย้อนกลับไปดูทรานส์ฟอร์เมอร์สอีกที ปรากฏว่าเปิดแล้วก็เลยรีบเข้าไปเล่น รอไม่นานมากก็ได้เล่นครับ ลักษณะจะเหมือนสไปเดอร์แมนที่ยูนิเวอร์แซลที่ญี่ปุ่น สนุกมากๆ ใครไปก็อย่าลืมเล่นนะครับ (ว่าจะไปเล่นซ้ำแต่ก็คิดว่าคนต้องเยอะแน่ๆ) เครื่องเล่นถัดมาจะเป็นถ้วยหมุนซึ่งถ้าเล่นแมวเหมียวได้อ๊วกแน่เพราะไม่สบายอยู่ เลยเดินมาอีกนิดก็จะเป็นเครื่องเล่นรถไฟเหาะ อันนี้ผมขอผ่านไม่ถนัดจริงๆ

หลังนั่งพักให้แมวเหมียวอาการดีขึ้นก็ไปต่อที่โซนอียิปต์ เราเอากระเป๋าไปฝากและเล่นเครื่องเล่น Revenge of the Mummy เป็นรถไฟเหาะ (ไม่ตีลังกา) ในที่มืด ก็หวาดเสียวหน่อยๆ จากนั้นก็เล่น Treasure Hunters เป็นรถให้นั่งเพลินๆเหมือนหลุดเข้าไปในหนังเดอะมัมมี่ (อาจจะให้ความรู้สึกห่างไกลไปหน่อย 555) เล่นเสร็จก็กลับมาเอากระเป๋า

แล้วเดินเข้าสู่โซนฟาร์ฟาร์อเวย์เพื่อไปดูหนังเชร็ค 4D จากนั้นก็ไปหาอะไรกินที่โซน The Lost world จูราสิคพาร์ค ที่โซนนี้คนต่อคิวเครื่องเล่นกันนาน ก็เลยไม่ได้เล่นเครื่องเล่นอะไรเลยเสียดายจริงๆ หลังจากกินอิ่มแล้วก็เดินไปดูวอร์เตอร์เวิล์ด พอจบการแสดงแล้วเราจึงเดินย้อนเข้าสู่โซนฟาร์ฟาร์อเวย์อีกครั้ง ไปเล่น Enchanted Airways เป็นรถไฟเหาะรูปมังกร (ไม่ตีลังกา) ก็ตื่นเต้นดี เล่นเสร็จก็เดินเข้าสู่โซนมาร์ดากัสก้า เล่นเครื่องเล่นง่ายๆอย่าง King Julien’s Beach Party-Go-Round ชื่อย๊าวยาว แต่จริงๆก็คือม้าหมุนนั่นเอง เพียงแต่เอาสัตว์ในมาร์ดากัสก้ามาแทนม้า เล่นเสร็จก็ไปต่อที่ Madagascar: A Crate Adventure เป็นการนั่งเรือพร้อมๆกับชมเนื้อเรื่องของมาร์ดากัสก้า สนุกและน่ารักดี

หลังเดินครบโซนแล้วก็ย้อนกลับมาดู Donkey LIVE เป็นการเอาคนมาสัมภาษณ์โดยดองกี้ เกือบซวยโดนเรียกสัมภาษณ์ซะแล๊ะ ถ้าโดนเรียกสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษงูๆปลาๆแบบเราคงจะตลกไปเลย เมื่อดูจบก็ใกล้ได้เวลาพาเหรดแล้ว เลยรีบกลับไปจองที่สำหรับนั่งชมพาเหรด ในพาเหรดจะประกอบไปด้วยนักแสดงในโซนต่างๆมากันจนครบทุกโซน เป็นอันจบความสนุกในยูนิเวอร์แซล พอเรากำลังจะกลับก็ดูท่าทีแมวเหมียวจะไม่ไหวจริงๆ เลยแวะไปที่ห้องพยาบาลเพื่อขอยาลดไข้มากิน (ขากลับคนเยอะมากๆ) ก่อนจะกลับมาพักที่ห้องเป็นอันหมดวันพอดี

วันสุดท้ายตอนเช้าฝนตกหนักมากๆ ดีนะที่ไม่ใช่เมื่อวานคงจะเซ็งไปเลย วันนี้เลยไม่ได้ไปไหนกัน หลังกินอาหารเช้าเสร็จก็ขึ้นไปเก็บของแล้วค่อยลงมาเช็คเอาท์อีกทีตอนเที่ยง แมวเหมียวอาการยังไม่ค่อยดีเลยตัดสินใจไปรอที่สนามบินเลยดีกว่า หลังเช็คอินเสร็จหาอะไรกินเป็นมื้อเย็นก็บินกลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ แล้วค่อยแยกย้ายกันกลับเป็นอันจบทริปครับ ขอบคุณที่ติดตามเช่นเคยครับ บายครับ Smiley


เริ่มต้นก็มาถึงโรงแรมเลยครับ โรงแรม M



เคาเตอร์เช็คอิน



บรรยากาศรอบๆ



บริเวณล็อบบี้



สัญลักษณ์ของโรงแรม



ภายในห้องนอน



ฝั่งโทรทัศน์



มีกระจกบานใหญ่




โต๊ะทำงานนั่งสบาย



มาดูในห้องน้ำกันบ้าง



มีอ่างอาบน้ำด้วย



วิวนอกห้องพัก



ไปวัดพระเขี้ยวแก้วกันดีกว่า



ขอถ่ายรูปด้วยซักรูป



ภายในวัด



ตึกที่คนอยู่อาศัย เค้าตากผ้ากันแบบนี้เลย



มาถึงเอสพลานาสแล้ว



ถังขยะสวยมาก



งานแสดงดนตรีภายในเอสพลานาส



ตึกมาริน่าเบย์แซนด์



เจ้าเมอร์ไลอ้อน



รูปปั้นน่ารักๆ



มาถึงแล้วยูนิเวอร์แซล สิงคโปร์



ร้านของเจ้าเชร็ค



วงเวียนน้ำพุ



แท็กซี่สีเหลืองสดใส



รอดู Lights, Camera, Action







ไฮไลต์ทรานฟอร์มเมอร์



ซักรูปหน้าทางเข้า



ภายในมีของจัดแสดงเกี่ยวกับในหนัง



คำเตือนๆ



เจ้าแมวเหมียว ^^



รถสวยมากๆ จากในหนัง



หุ่นทรานฟอร์มเมอร์



เครื่องเล่นถ้วยหมุน




หมุนๆๆๆๆๆๆๆ



ห้องน้ำทรานฟอร์มเมอร์




รถไฟเหาะตีลังกา Galactica




มะนาวต่างดุ๊ด (มนุษย์ต่างดาว) Smiley



มันเป็นแบบนี้ล่ะครับ



โซนเดอะมัมมี่



แผ่นป้ายจารึก



ร้านขายของ ชอบมากๆ น่ากลัวดี Smiley



ร้านอาหาร



ตัวใหญ่บิ๊กบึ้ม



ป้ายสีแจ๊ดสดใส



หน้าทางเข้าเครื่องเล่นรถไฟเหาะ



ชอบจัง



เด็กๆชอบตัวประหลาด



ชาบูชาบู



เก๊กท่ากับสุนัขเฝ้าประตูนรกอานูบิส



นั่งรถชมฉากในเดอะมัมมี่



อุปกรณ์ประกอบฉาก



แบบนี้อะครับ



ภาพแกะสลักมากมาย



หัวงูเหมือนกัน 5555



วอเตอร์เวิลด์



ฉากการแสดง



ปราสาทในฟาร์ฟาร์อเวย์



ซักแช๊ะ



ทางเข้าโซน



ไปดูเชร็ค 4D



โอ๊ะ! มีเชร็ค 2 ตัว




ฉากภายในปราสาท



เจ้าหมู 3 ตัว



กล่องขังเจ้าหมู 3 ตัวกับพีน็อคคีโอ



มุมด้านข้าง



โคมไฟสวยๆ



ตู้ขายตั๋วรถไฟมังกรเหาะ



พนักงานเมาแอร๋



ชิงช้าน้อย Smiley



รถเจ้าหญิง



เจ้าหญิง เอ๊ะ หรือคนขับรถม้า



สาวชาวเกาะ



บรรยากาศน่านั่ง



เจ้าลาดองกี้



เตรียมพร้อมรึยัง



สัมภาษณ์ สดๆ



เอ้า แดนซ์



ไปต่อโซนจูราสิคพาร์ค



เดอะลอสต์เวิลด์



ไดโนเสาร์กัดกัน



บินกับไดโนเสาร์หน่อยมั๊ยครับ



เครื่องซักแห้ง



รถไดโนเสาร์



ม้าหมุนในโซนมาดากัสก้า



เจ้าม้าลาย



มาล่องเรือกันบ้าง



มากันครบ



พร้อมลุย



เจ้าลิงกำลังขำ



ห้อยต่องแต่งจนแห้งเชียว



เรือในโซนนิวยอร์ค



อาคารสีแดงแปร๊ด



ตึกเก่าในอเมริกา



เหมาะแก่การถ่ายรูป



มาลิลิน มอนโล มาเองเลย



สี่เต่าทองอะเปล่า



รถเก่าสวยๆ



พาเหรดมาแล้ว




มอนสเตอร์ร็อค



ฮอลลีวู๊ดดรีม



สาวสวย



ตากล้อง เีราถ่ายเค้า เค้าถ่ายเรา



นกหัวขวาน วูดดี้




เอ้า ถ่ายเข้า



คนป่า มาดากัสก้า



นำมาโดยสิงโต



นกเพนกวิน



ฮิปโป



มาครบแก็งค์จากเรื่องเชร็ค



พีน็อคคีโอ



มาถึงเรื่องจูราสิคปาร์คแล้ว



รถขนไดโนเสาร์



เจ้าตัวใหญ่ ไทแรนโนซอรัส




พันธุ์กิ้งก่า



เจ้าแมงป่องจากเรื่องเดอะมัมมี่




น่ากลัวมาก



โดยเฉพาะเจ้าตัวนี้



มีการต่อสู้ระหว่่างมนุษย์กับมัมมี่ให้ดูด้วย



แมลงสีสวย



สาวน่ารักกกกก



คนขายาวววว



ตัวการ์ตูน จำชื่อไม่ได้อะ



เล่นหูเล่นตาน่าดู



คัทททททท



เปิดแชมเปญฉลอง จบแล้วครับขอบคุณที่ติดตามครับ Smiley




 

Create Date : 02 มีนาคม 2555    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2555 3:14:25 น.
Counter : 650 Pageviews.  

สิงคโปร์ เมืองเล็กๆที่แสนวุ่นวาย

สวัสดีครับเพื่อนๆที่รัก กลับมาคราวนี้พร้อมทริปครั้งใหม่ที่เพื่อนๆอาจจะไปกันจนเบื่อแล้ว หรือแม้กระทั่งบางคนบอกว่าไม่เห็นมีอะไรน่าเที่ยวเลย

ทริปที่ไปนี่ก็คือ สิงคโปร์ นั่นเองครับ ในทริปนี้มีสมาชิกถึง 7 คนเลยทีเดียว แต่แบ่งทริปกันไป คือ ทริป 4 วัน 3 คืน 3 คน ส่วนคนที่เหลือตามไปวันถัดไป ดังนั้นตามเคยหลังจัดของเรียบร้อย ตีสี่ก็ออกจากบ้าน ถึงสนามบินตีห้า และเครื่องขึ้นเวลา 7 โมง การที่ได้บินเที่ยวเช้าสุดมีข้อดีคือไฟต์ไม่ค่อยดีเลย์ ตั้งแต่บินหางแดงโชคดีไม่เคยโดนดีเลย์เลย (พูดไปงวดหน้าจะโดนมั๊ยเนี่ย)

ไปถึงสนามบินชางกี ก็ 10 โมงกว่าๆรอเพื่อนที่ตามมาก็บ่ายโมงกว่าพอดี สนามบินที่สิงคโปร์ค่อนข้างจะมีระบบที่สะดวกสบายเชื่อมโยงกันทั้งหมด ทำให้สะดวกในการเดินทางเพื่อไปต่อรถไฟฟ้า จากนั้นก็ซื้อบัตร EZ Link ที่ใช้ได้ทั้งรถเมล์ และรถไฟฟ้า ในราคาไม่เกินเที่ยวละ 2 เหรียญ

เมื่อเรามาลงที่สถานีรถไฟฟ้า Kallang แล้วเดินทางต่อไป 2 แยกก็จะถึงที่พักของเรานั่นก็คือ โรงแรม Fragrance Emerald ก็เกือบๆบ่าย 3 โมง ก่อนเก็บของออกไปหาข้าวกินที่ตึกซันเท็กซิตี้ โดยการไปลงรถไฟฟ้าที่สถานี City hall เมื่ออิ่มกันดีแล้วก็เดินทางต่อเพื่อมุ่งสู่จุดหมายของวันนี้ที่ Night safari โดยการเดินทางไปลงสถานี Ang mo kaio แล้วนั่งรถเมล์สาย 134 จากต้นสายไปลงสุดสาย

ที่ Night safari มีการจัดฉากให้ร้สึกเหมือนเข้ามาอยู่ในอารยธรรมเผ่ามายา ที่ดูลึกลับดำมืด ที่นี่นักท่องเที่ยวเยอะมาก ก่อนอื่นก็ต้องไปซื้อตั๋วเข้า + ตั๋วรถ Tram เผื่อนั่งไปดูโดยจะมีไกด์บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งพวกผมก็งูๆปลาๆ ในระหว่างที่นั่งรถเข้าไปลักษณะ 2 ข้างทางจะเป็นป่าลึกที่ดำมืด ได้ยินแต่เสียงสัตว์ ดูน่ากลัวเหมือนทะลุมิติเข้าไปในจูราสิคปาร์คยังไงอย่างงั้นเลย

ในไนท์ซาฟารี จะมีสัตว์ที่น่าสนใจที่เราไม่ได้เห็นบ่อยๆออกมาหากินกัน เช่น ไฮยีน่า แรด หมูป่ากับลูกๆจำนวนมาก และมีกวางอีกหลายสายพันธุ์
หลังจากนั่งรถไปได้ซักพัก ก็จะให้ลงไปเดินชมสัตว์ในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาสัตว์ออกมากินอาหาร ที่เป็นไฮไลต์และชอบมากๆก็คือห้องค้างคาว เพราะเค้าสามารถให้เราเดินเข้าไปผ่านค้างคาวที่บินโฉบผ่านหัวไปมา ขนาดเราเองยังกลัวมันจะบินมาชนเลยครับ ตัวใหญ่มากๆ ( ไอ้เราก็จบวิทยาศาสตร์มาก็ลืมไปว่ามันใช่คลื่นเสียงคงบินมาชนเราไม่ได้ง่ายๆหรอก เหอๆๆ)

หลังจากนั้นก็เดินย้อนกลับมารอขึ้นรถต่ออีกรอบ ก็จะเห็นสัตว์อีกหลายชนิด จนครบรอบ กลับออกมาก็มีการแสดงควงกระบองไฟ คล้ายๆที่เสม็ดบ้านเรา ซึ่งก็สนุกสนานดี มีการเชิญฝรั่งขึ้นไปลองด้วย หลังจากนั้นเราก็ออกมารอรถเมล์ที่เดิมที่เราเข้าไป นั่งสายเดิม แล้วต่อรถไฟฟ้ากลับที่พัก

วันที่ 2 วันนี้เราตื่นกันสายหน่อยเพราะที่พักไม่มีอาหารเช้า และเราก็รอเพื่อนๆที่จะตามมากันวันนี้อีกชุดนึง หลังจากนั้นก็พาเพื่อนๆไปเก็บกระเป๋าที่ห้องก่อนออกเดินทางไปกินข้าวกลางวันที่ไชน่าทาวร์ แล้วช็อปปิ้งของฝากเพราะที่นี่ถูกที่สุด

ต่อจากนั้นก็ไปช็อปปิ้งต่อที่มุสตาฟาโดยเราออกจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลิตเติ้ลอินเดียซึ่งค่อนข้างไกล ที่นี่น้ำหอมถูกมากๆซึ่งก็ขึ้นอยู่กับช่วงที่มีลดราคาด้วย หลังช็อปปิ้งกันเสร็จ ก็ย้อนกลับไปทีตึกซันเทคซิตี้เพื่อกินข้าว และรอชมน้ำพุแห่งความมั่งคั่ง ที่มีการยิงแสงเลเซอร์ไปบนพื้นฉากซึ่งเป็นน้ำพุ พร้อมดนตรีประกอบ เป็นรูปต่างๆ ก่อนช็อปปิ้งสั่งลาด้วยรองเท้าและกระเป๋าแบรนด์สิงคโปร์ Charles & Keith ซึ่งสาวๆบอกว่าถูกกว่าบ้านเราพอสมควร แล้วจึงกลับไปนอน

เช้าวันที่ 3 วันนี้ฝนตกหนักแต่เช้า สำหรับสาวๆที่เมื่อวานเดินช็อปกันจนปวดขาก็ขอพัก ส่วนตัวผมเองก็ออกตะลุยเดี่ยวกลางสายฝนพรำๆ เริ่มต้นจากเอสพลานาด ชมโบสถ์เซนต์แอนดรูว ก่อนจะเดินเรียบริมแม่น้ำชมบริเวณคลากคีย์ ที่มีตึกหลายสี เหมือนลูกกวาด แวะถ่ายรูปท่านเซอร์สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลสีขาว เรียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ จนถึงโรงแรมฟูลเลอร์ตัน และแวะรูปปั้นท่านเซอร์สแตมฟอร์ดสีดำ

ฝนก็เริ่มหลงหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ จนเปียกมะล่อกมะแล่ก แต่ยังไปจนถึงเมอร์ไลอ้อนพาร์คจนได้ ก่อนตัดสินใจเดินข้ามสะพานกลับมาที่ตึกเอสพลานาด เพื่อกลับโรงแรมเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อถึงเวลาใกล้เที่ยงฝนก็ซาลงมากจนเกือบหยุด วันนี้เราตั้งใจจะไปเกาะเซ็นโตซ่ากัน

ทั้งหมดออกเดินทางไปยังตึก vivo city เพื่อกินข้าวกลางวัน (มื้อแรกของวัน เหอๆๆๆ ) หลังทานข้าวเสร็จ เราตัดสินใจจะข้ามไปเกาะเซ็นโตซ่าด้วยกระเช้า ซึ่งต้องเดินไปขึ้นค่อนข้างไกลจากตึก vivo city พอสมควร หลังจากข้ามเกาะมาแล้วเราก็ตัดสินใจไปที่หาด siloso และแวะไปเมอร์ไลอ้อนยักษ์ตัวพ่อโดยรถบัสฟรี

ที่เกาะเซ็นโตซ่าเราไม่ค่อยได้เข้าชมอะไรนักเพราะค่อนข้างแพง อาศัยเก็บบรรยากาศต่างๆมากกว่า ช่วงที่ไปมีการก่อสร้าง uss อยู่พอดี ก่อนจะนั่งกระเช้ากลับมา และตั้งใจจะแวะไปเมอร์ไลอ้อนพาร์คที่เมื่อเช้าผมหนีไปคนเดียวมา มาถ่ายตอนกลางคืน คนเยอะมากๆครับ

สำหรับอาหารเย็นเรากะจะไปกินใกล้ๆโรงแรมก็ตัดสินใจกันซักพัก ในที่สุดก็เลือกบุฟเฟ่ต์สุกี้ หัวละประมาณ 400-500 บาท แต่มีกุ้งตัวใหญ่ และก้ามปู กินกันจนจุใจ ก่อนจะหลับแบบอิ่มมากที่สุดในชีวิต คุ้มราคาที่จ่ายไปแน่นอน

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้าย หลังจากเช็คเอาท์และฝากกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว วันนี้ต่างคนต่างแยกกันเดินเพื่อช็อปปิ้งกันตามอัธยาศรัย เนื่องจากเราไม่ใช่ขาช็อปเราจึงตัดสินใจไปสถานีบูกิต เพื่อตามหาบันไดวนสีลูกกวาด หลังเดินวนอยู่พักใหญ่ ก็หาเจอครับ แต่มันถูกบุกรุกด้วยกันสาดของร้านขายของต่างๆจนไม่สวยงามซะแล้ว หรือผมไปผิดด้านก็ไม่รู้ครับ

แล้วก็เลยไม่รู้จะไปไหนดี จึงแวะกินข้าวกลางวันเป็นข้าวหน้าเป็ด ก่อนมานัดเจอกันตอนบ่ายโมง เพื่อแวะช็อปปิ้งย่านถนนออร์ชาร์ดเป็นการปิดท้าย กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม และมุ่งสู่สนามบินชางกี เพื่อบินกลับกรุงเทพ เป็นอันจบทริป ขอบคุณที่ติดตามเช่นเคยครับ ไปชมรูปกันได้เลยครับ





























































































































































































 

Create Date : 09 กันยายน 2552    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2555 14:42:45 น.
Counter : 208 Pageviews.  


jiwyeefun
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฟังเพลง
Friends' blogs
[Add jiwyeefun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.