เวลาเป็นเงินเป็นทอง แต่เวลาที่ใช้อ่านหนังสือสามารถให้สิ่งที่มีค่ากว่าเงินทองแก่เราได้
Group Blog
 
All Blogs
 

แฉด้วยภาพ : กองดองที่หมักบ่มในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากบล็อกที่แล้วที่ จขบ. รายงานถึงสัดส่วนหนังสือที่อ่านแล้วต่อหนังสือที่อยู่ในกองดองว่าเป็น 4 : 5
บล็อกนี้ก็เลยจะแฉตัวเองค่ะ ว่าบัญชีกองดองนั้นมีอะไรบ้าง แต่ถ้าขืนระบุเป็นรายการหนังสือ มันจะยาวมากแน่นอน ดังนั้น แฉด้วยภาพน่าจะเห็นภาพชัดเจนกว่าค่ะ (เอ๊ะ .. งงๆ มั้ยคะนี่ )

นี่เป็น 80% ของกองดองค่ะ จริงยังมีอีกกองนึงที่ไม่ได้เก็บภาพมา เพราะคิดว่าแค่นี้ก็เยอะพอแล้ว





กองแรกเป็นหนังสือแนวรักหวาน ๆ (โตกว่าลูกกวาดขึ้นมาหน่อยนึง สาเหตุที่ดอง เพราะตอนไปเจอกองนี้ มันลดราคาแบบกระหน่ำจน จขบ. อดใจไม่ไหว ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่แนวที่ถูกจริตตัวเองสักเท่าไหร่ ก็ยังซื้อมา ดังนั้นสมควรแล้วที่จะถูกกองดองนี้ทับหัวค่ะ







ต่อมาเป็นนิยายที่ส่วนใหญซื้อมาจากงานหนังสือค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะดองเลย แต่ตัวเป็นขน เป็นความผิดของ จขบ. เต็ม ๆ







นี่ก็นิยายอีกกอง ตั้งใจจะเคลียร์ แต่ก็...







กองสุดท้ายที่นำมาแฉ (แต่ไม่ใช่กองสุดท้ายที่ดองไว้ ) เป็นหนังสือแนวที่เริ่มมีสาระค่ะ แต่ว่าแม้แต่หนังสือนิยายยังถูก จขบ. ดองไว้เยอะขนาดนั้น ดังนั้นหนังสือสาระนั้นแม้ว่าจะน่าอ่านแค่ไหน ก็ไม่สามารถรอดพ้นไปจากกองดองของ จขบ. ได้ค่ะ

แล้วพบกันใหม่สิ้นเดือน พร้อมด้วยสรุปรายการหนังสือที่อ่านจบไปแล้วใน 2 เดือนแรกแห่งปี 52 ค่ะ อ่านจบไปแล้ว 5 เล่ม
(แต่จขบ. กลุ้ม เพราะว่าที่อ่านจบไม่ใช่หนังสือในกองดอง แต่มันดันเป็นหนังสือที่พึ่งซื้อมาใหม่ค่ะ )




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2552 13:04:18 น.
Counter : 316 Pageviews.  

สรุปกองดอง ปี 51 ยังคงกองสูงมากเหมือนเดิม

อ่า ในที่สุดปี 51 ก็ผ่านไปแล้ว
ก็เลยอยากสรุปกองดองประจำปีกับเขาบ้างค่ะ

แต่ครั้นจะสรุปว่าเหลืออะไรบ้างเกรงว่าบัญชีทรัพย์สินจะยาวเป็นหางว่าว เลยขอสรุปว่าอ่านอะไรไปแล้วบ้างก่อนดีกว่า ส่วนที่เหลือ ค่อยฟ้องด้วยภาพในภายหลัง

เน้นที่หนังสือที่ซื้อมาจากงานหนังสือค่ะ เพราะมักจะมีอาถรรพ์ให้ต้องลงไปสถิตอยู่ในกองดองเป็นประจำ ของแรงจริงๆ หนังสือจากงานหนังสือเนี่ย

เริ่มที่ 4 เล่มสุดท้ายของปี 51 ที่อ่านจบ





ต่อมาเล่มอื่น ๆ ที่กวาดมาจากงานหนังสือครั้งก่อน ๆ ที่อ่านจบแล้วในปีนี้
แล้วไม่ได้เล่าถึงไว้ในบล็อก















มีเท่านี้เองค่ะ หลาย ๆ เล่มก็อัพลงบล็อกไปแล้ว

เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เกิดนอนไม่หลับ ก็เลยจัดชั้นหนังสือก่อนนอนเล่น ๆ โดยแยกหนังสือที่อ่านแล้วกับยังไม่ได้อ่านออกจากกัน ผลคือทำให้พอจะประมาณสัดส่วนระหว่างหนังสือ 2 ส่วนนี้ได้เป็น

หนังสือที่อ่านจบแล้ว : หนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน = 4 : 5

หมายความว่าในบรรดาหนังสือที่ซื้อมาตลอดปี อ่านจบไปได้ไม่ถึงครึ่งค่ะ แงๆๆๆ

และส่วนใหญ่หนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน จะเป็นหนังสือที่ซื้อจากงานหนังสือค่ะ

ไม่ไหวแล้วค่ะ เห็นทีจะต้องท้าทายตนเองด้วยโครงการ TBR 2009 บ้างแล้ว

บล็อกหน้าพบกับรายการหนังสือที่ จขบ. จะต้องอ่านให้จบภายในปีนี้ให้ได้กันค่ะ ตั้งใจไว้แล้วว่าจะยึดหลัก First In - First Out (ฮา) และเน้นหนังสือกลุ่มเป้าหมายเป็นหนังสือที่ซื้อจากงานหนังสือเป็นหลักค่ะ




 

Create Date : 09 มกราคม 2552    
Last Update : 9 มกราคม 2552 19:22:09 น.
Counter : 249 Pageviews.  

แค้นพรางใจ : ซย่าอี (มากกว่ารักเล่มแรกที่ลงทุนซื้อ)





แค้นพรางใจ
โดย : ซย่าอี
แปลโดย : มดแดง
จำนวนหน้า : 232
ราคา : 159

รายละเอียด : คำว่า ‘หมองูตายเพราะงู’ เกือบเป็นจริงเมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านพิษอย่างเยี่ยตันเฟิงดันเลินเล่อกินยาพิษที่ตัวเองปรุงขึ้นกับมือเข้าไป แถมยาถอนพิษยังไม่สามารถทำขึ้นมาได้เพราะขาดวัตถุดิบสำคัญ...ตำรับยาลับซึ่งสืบทอดกันมาในราชวงศ์เก่าที่ถูกล้มล้างไป

เจ้าข่ายอินคือทายาทคนสุดท้ายที่หลงเหลือ เพียงผู้เดียวที่มีตำรับยาลับในครอบครอง นางจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อชิงมันมาให้ได้ เพียงแต่เขาไม่ใช่ตัวโง่งม หากเป็นถึงหัวหน้าพรรคอสูรซึ่งฉลาดหลักแหลม ฆ่าคนไม่กะพริบตา

แผนการซับซ้อนมากมายจึงถูกหยิบเอามาใช้ ต่างฝ่ายต่างผลัดกันรุกรับชนิดไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำให้ใครอย่างแท้จริง เยี่ยตันเฟิงต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะนาฬิกาชีวิตของนางกำลังนับถอยหลังสู่จุดวิกฤตเข้าไปทุกที

(รายละเอียดจากเว็บไซต์ สนพ. แจ่มใสค่ะ)
----------------------

เท้าความ

จัดว่าเป็นนิยายเล่มที่ 2 ที่ซื้อมาจากงานหนังสือแล้วอ่านจบค่ะ พึ่งอ่านจบสด ๆ ร้อน ๆ วันเสาร์ที่ 15 ค่ะ (เล่มแรกที่อ่านจบไปตั้งแต่วันแรกที่ซื้อมาคือ ถั่วงอกกับหัวไฟ เล่ม 2 ถ้าจะนับว่าถั่วงอกฯ เป็นนิยายได้)

แต่เล่มนี้เป็นซีรีส์มากว่ารักเล่มแรกที่ยอมลงทุนควักเงินซื้อค่ะ ก่อนหน้านี้ซีรีส์ชุดนี้ จขบ. จะยืนอ่านแบบสแกนในร้านมากกว่า ส่วนใหญ่เท่าที่ผ่านมา เล่มที่บาง ๆ ก็อ่านจบในร้านค่ะ แฟน ๆ ซีรีส์นี้อย่าพึ่งเอารองเท้าปา จขบ. นะคะ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ซื้ออ่านเพราะส่วนใหญ่บุคลิกนางเอกแบบซื่อ ๆ เรียบร้อยมันไม่ถูกจริต จขบ. น่ะ

จนกระทั่งมาเจอเล่มนี้ก็สนใจขึ้นมาทันที เพราะความแสบของนางเอกนี่ล่ะค่ะ ทำให้ไม่ยอมยืนอ่านในร้าน แต่ไปซื้อในงานหนังสือที่พึ่งผ่านมาแทน

------------------------------------------------

ความรู้สึกหลังจากที่ได้อ่าน

ก็โอเคนะคะ ถ้าจะอ่านเล่น ๆ ก็เพลินๆ ดี (มันก็เป็นหนังสือตามสไตล์ของแจ่มใสนั่นเอง) เพียงแต่เล่มนี้จะมีฉากหลังเป็นกลิ่นอายของนิยายกำลังภายในมากสักหน่อย แล้วก็นางเอกจะแสบได้ใจ จขบ. มากอยู่พอสมควร

ก็ชอบที่นางเอกเธอสามารถเอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์ค่ะ แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือ (แม้แต่พระเอกด้วย) ทั้งด้วยความสามารถในการปรุงยาพิษและความลื่นของนางเอกที่ไหลไปได้เรื่อย ๆ

มีบางฉากที่ จขบ. อ่านแล้วขำมาก ทั้ง ๆ ที่กำลังมีอันตรายเกิดขึ้นกับพระเอกแท้ ๆ คงเป็นเพราะมันเป็นฝีมือของนางเอกด้วยมั้งก็เลยทำให้ขำ (ขำที่นางเอกบ่นว่าวางยาพระเอกทีไร พระเอกก็มักจะมีอันตรายอยู่เรื่อย แล้วลงท้ายนางเอกก็ต้องมาช่วยพระเอกน่ะค่ะ) ลงท้ายบางฉากที่ควรจะซาบซึ้ง จขบ. ก็ดันไปอ่านแล้วขำเสียอย่างนั้น

แต่ก็อ่านเพลินได้รวดเดียวจบค่ะ






 

Create Date : 13 ธันวาคม 2551    
Last Update : 13 ธันวาคม 2551 18:19:02 น.
Counter : 1277 Pageviews.  

ทวิดารา (Double Star ) : Robert A. Heinlein




ทวิดารา
Double Star
ผู้แต่ง : Robert A. Heinlein
ผู้แปล : ดร. ยรรยง เต็งอำนวย
ราคา : 199 บาท

ยามค่ำคืนธรรมดาในบาร์แห่งหนึ่ง ลอเรนโซ สมิธนักแสดงตกงานนั่งดื่มอยู่ตามปกติ จนกระทั่งเขาไปเลี้ยงเหล้านักบินอวกาศคนหนึ่งเข้า ด้วยเรื่องเล็กๆแค่นี้แหละที่จะพลิกผันชีวิตเขาไปตลอดกาล เมื่อนักบินอวกาศคนนั้นได้เสนองานแสดงชิ้นหนึ่งให้ลอเรนโซ ซึ่งจะเป็นบทบาทที่ท้าทายและยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการแสดงของเขา อีกทั้งอาจจะเป็นบทบาทสุดท้ายของเขาด้วยก็ได้

ที่มา : //www.askmedia.co.th/book/index.php

เท้าความ ---

อันที่จริงเรื่องนี้ซื้อมาตั้งแต่งานหนังสือเมื่อ เม.ย. ที่ผ่านมา แต่พึ่งจะหยิบมาอ่านเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง จัดว่าดองไว้นานพอสมควร

ผลงานเรื่องนี้เป็นของผู้เขียนคนเดียวกับที่เขียนเรื่อง ลุยอุตลุดไปกับชุดอวกาศ : Have Space Suit - Will Travel ที่เคยเล่าถึงแล้วค่ะ

ความรู้สึกหลังจากที่ได้อ่าน ----

พออ่าน ๆ ไปสักประมาณ 1 ใน 4 ของเรื่อง ก็สงสัยตัวเองว่าทำไม จขบ. ไม่หยิบเล่มนี้มาอ่านให้เร็วกว่านี้ เพราะเรื่องนี้มันถูกจริต จขบ. มากกว่าที่คิดเอาไว้ตอนที่ซื้อมาเสียอีกค่ะ

ตอนแรก จขบ. คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นไซไฟแอคชั่นผสมการเมืองเล็กน้อยธรรมดาค่ะ (ประมาณสตาร์วอร์) ที่ไหนได้ เรื่องนี้กลับมีการเมืองผสมอยู่มากกว่าที่ จขบ. คาดไว้เยอะเลยค่ะ

บทบาทที่ลอเรนโซได้รับ คือ การต้องแสดงเป็นนักการเมืองซึ่งกำลังงจะมีงานพิธีสำคัญที่ต้องไปปรากฏตัวให้ได้ เพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกระทบกระเทือนถึงความสัมพันธ์ระหว่างดวงดาว ซึ่งก็คือโลกและดาวอังคาร เพราะนัการเมืองคนนี้ถูกลักพาตัวไป ไม่สามารถมาร่วมพิธีได้ และไม่สามารถเปิดเผยข่าวการถูกลักพาตัวได้ เพราะชาวดาวอังคารมีธรรมเนียมที่ว่าผู้ที่จะมาเข้าร่วมพิธีของเขาจะต้องมาเข้าพิธีให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ถ้ามาไม่ได้จะถือว่าไม่ให้เกียรติ ยกเว้นแต่ว่าจะตายก่อนเข้าพิธีเท่านั้นค่ะ

ตอนแรกที่อ่าน จขบ. นึกว่าลอเรนโซเป็นแค่นักแสดงที่เก่งและกะล่อนในระดับธรรมดาค่ะ ที่ไหนได้พออ่าน ๆ ไป และเจอกับสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการถูกจับได้มากขึ้นเรื่อย ๆ กลับพบว่าว่าลอเรนโซเนี่ยเก่งมาก ๆ เลยค่ะ ถ้าเกิดเป็นคนจริง ๆ ระดับนี้คงได้ออสการ์ไปแล้ว เพราะแค่ต้องมานั่งเรียนรู้ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับต้นแบบและคนที่รู้จักกับต้นแบบ ต้องศึกษาภาษาดาวอังคารเพิ่มเติมแล้วเลียนแบบวิธีการออกเสียงให้เหมือนต้นแบบ แล้วยังต้องเรียนวิชาการเมืองอีกด้วย ก็เหนื่อยแล้วค่ะ

(ยังไม่นับที่ต้องเผชิญหน้ากับบรรดาผู้ช่วยคนสนิทของต้นแบบ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้วางแผนในการให้ลอเรนโซมาแสดงแทนในครั้งนี้ เพราะแต่ละคนก็มาหลายแนวค่ะ แบบที่ดีและคอยช่วยเหลือก็มี แบบที่ไม่ยอมรับก็มี แบบที่เหยียด ๆ ลอเรนโซไปเลยก็มี)

นอกจากการต้องสวมบทบาทเข้าพิธีสำคัญของชาวดาวอังคารให้ผ่านพ้นไปให้ได้แล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ลอเรนโซต้องเผชิญค่ะ ทั้งการต้องไปเข้าเฝ้าพระจักรพรรดิ (เป็นประมุขในเชิงสัญลักษณ์ของระบบสุริยะในเรื่องค่ะ) การปราศัย การหาเสียง และอื่น ๆ อีกมากมาย

ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ที่ผ่านไปก็แสดงให้เห็นว่าลอเรนโซมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อย ๆ จนชักจะเหมือนนักการเมืองอาชีพเข้าไปทุกทีค่ะ อ่านๆ ไปก็ลุ้นอยากให้ลอเรนโซมาเล่นการเมืองจริง ๆ เพราะลอเรนโซเองก็เล่นการเมืองเก่งไม่ใช่ย่อยเลยค่ะ

อ่านแล้วสงสัยจริง ๆ ค่ะว่านักแสดงมีสัญชาตญาณการเมืองหรือว่านักการเมืองมีสัญชาตญาณนักแสดงกันแน่ (น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า)

ประโยคนึงในเรื่องที่ชอบมากคือ "นักการเมืองไม่ใช่แค่คนคนเดียว แต่คือกลุ่มคนที่มาร่วมมือกันเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน"

ถ้าใครชอบนิยายแอบการเมืองก็ลองเรื่องนี้เลยค่ะ เพราะเรื่องนี้ส่วนประกอบหลักของเรื่องเป็นการเมืองค่ะ และที่สำคัญคือเล่มนี้บางมาก ไม่ยืดเยื้อ อ่านแค่ไม่เกิน 2 วันก็จบค่ะ แถมเต็มไปด้วยความประทับใจรายทางในระหว่างอ่านค่ะ (อันนี้เนื่องจากเรื่องนี้ถูกจริต จขบ. เป็นพิเศษค่ะ อาจเป็นกับ จขบ. คนเดียวก็ได้)

อื่น ๆ --- >
มีจุดร่วมนึงที่ จขบ. สังเกตเห็นในเรื่องทวิดารากับลุยอุตลุตไปกับชุดอวกาศค่ะ นั่นคือ ตัวเอกจะนึกถึงคำสอนของพ่อตลอดเวลา อ่าน ๆ ไปก็ขำดี

ชื่อเรื่อง ทวิดารา (Double Star) ถ้าไม่คิดมาก ก็อาจจะหมายถึงดาวสองดวงนี้ (โลกกับดาวอังคารซึ่งถือเป็นดาวเคราะห์ฝาแฝดของโลก) ก็ได้ แต่เมื่อ จขบ. อ่านจบแล้วกลับรู้สึกว่ามันน่าจะมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นค่ะ เพราะ จขบ. คิดว่ามันหมายถึงคนสองคนค่ะ

ใครที่เคยอ่านเรื่องนี้ รู้สึกเหมือนกับ จขบ. ไหมคะ
ถ้าใครไม่เคยอ่าน ลองอ่านแล้วเดาดูสิคะว่า จขบ. หมายถึงใคร




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2551 20:49:02 น.
Counter : 379 Pageviews.  

งานหนังสือที่ Double A Book Tower (25 ต.ค. 51)

และแล้วก็มาถึงวันที่รอคอยค่ะ เงินเดือนออกแล้ว เลยมีปัญญา+ทุนทรัพย์ไปเดินงานหนังสือที่ DBT (มีความสุขจริง ๆ)

เริ่มจากเดินทางด้วย BTS ค่ะ ไปลงช่องนนทรี (เป็นการไปครั้งที่ 2) เพราะเก็งไว้ว่าน่าจะใกล้กว่าสุรศักดิ์ งานลดราคาคราวก่อนไปลงสุรศักดิ์ค่ะ (เป็นการไปครั้งแรก) แล้วไกลมาก ก็เลยลองลงที่ช่องนนทรีดู ปรากฏว่าระยะทางต่างกันไม่เยอะเลย

แต่ยังไงก็จัดว่าเดินไม่นานเกินรอค่ะ แต่ไปถึงเอาตอนบ่าย เพราะเมื่อเช้ามัวทำความสะอาดที่ห้องอยู่เลยออกเดินทางช้าไปหน่อย พอไปถึงก็รีบหยิบใบปลิวประชาสัมพันธ์ออกมายื่นที่ทางเข้าทันทีค่ะ เพราะในนั้นบอกว่าจะได้หนังสือฟรี/สมุดฟรี และได้สิทธิสมัครสมาชิกฟรี ปรากฏว่าก็ได้สมัครสมาชิกฟรีและได้เลือกหนังสือฟรีเล่มนึงค่ะ (ดูหนังสือฟรียังเหลืออยู่เยอะสงสัยคนจะไปงานน้อยกว่าที่คิดหรือไม่ก็คงไปเลือกเป็นสมุดกันหมด)

หนังสือที่ได้มา (ฟรี) เป็นเล่มแรกของงาน คือ "เรื่องเล่าจากข้าวของเครื่องแต่งกาย" โดย ส.พลายน้อย สนพ. พิมพ์คำ ค่ะ พลิก ๆ ดูแล้วน่าอ่านดี

ต่อมายังไม่ทันได้เข้างานค่ะ เพราะหิวค่ะ ก็เลยออกไปกินข้าวข้างนอกก่อน มีร้านข้างทางเรียงราย ก็ดีค่ะที่มีของกินราคาถูก พอกินข้าวแล้วก็มีพลังงานในการเดินงานต่อไป

เริ่มสำรวจที่หนังสือใหม่ชั้นล่างก่อนค่ะ ส่วนใหญ่จะลดแค่ 15% ก็มีหลากหลายแนวค่ะ แต่เล่มที่เห็นแล้วโดดคว้าหมับคือ

1. Mimic เลียนแบบทำไม โดย แทนไท ประเสริฐกุล -- เล่มนี้ลด 20% ค่ะ เลยตัดสินใจคว้าเลย



ต่อมาก็มาเจอเล่มที่ไม่คิดว่าจะเจอค่ะ เพราะปกติจะเห็นวางขายแต่ใน B2S ซึ่งแทบจะไม่เคยลดราคาเลย (และ จขบ. ก็ไม่ได้เป็นสมาชิก) ดังนั้น ถึงแม้จะลดแค่ 15% ก็หยิบมาค่ะ

2.กลยุทธ์ในชีวิตประจำวัน



3. โอกาสและความน่าจะเป็น



เท่านี้ก็มีผลงานของผู้เขียนไว้ในครอบครองครบทุกเล่มแล้วค่ะ จขบ. ชอบอ่านหนังสือแนวเศรษฐศาสตร์ที่อ่านง่าย ๆ แบบนี้น่ะค่ะ (แล้วคงได้เล่าถึงเล่มอื่น ๆ ด้วยในวันหลัง)

ตอนนี้มี 3 เล่มในมือ ชักจะเยอะแล้วค่ะ เลยมองซ้ายมองขวาหาตะกร้าใส่หนังสือ แต่ไม่เจอ เลยถามพนักงาน ซึ่งก็บริการดีมาก เพราะเดินไปหยิบจากทางออกอีกฝั่งหนึ่งมาให้เลย (บริการดีมากเลยค่ะขอชม)

หลังจากนั้นก็ได้อีกเล่มจากชั้นนี้ค่ะ คือ

4. พระเจ้าและผีห่าซาตาน --- เล่มนี้เป็นเล่มใหม่ของ openbook ค่ะ เมื่อตอนไปเดินงานมหกรรมหนังสิอฯ ไมได้แวะบูท openbook เลยไม่เจอเล่มนี้ค่ะ ไม่งั้นคงได้สอยตั้งแต่ที่งานมหกรรมฯ แล้ว เพราะเปิด ๆ ดูแล้วน่าอ่านดี ว่าด้วยเรื่องภูตผีปีศาจในมุมมองของแต่ละวัฒนธรรมค่ะ



แต่แค่เดินชั้น 1 ก็รู้สึกได้แล้วค่ะ ว่าคนมาเดินกันบางตามาก ทั้ง ๆ ที่ก็บ่าย 2 โมงกว่า ๆ แล้ว แต่ก็ถ้าคิดว่าแม้แต่งานมหกรรมหนังสือที่ศูนย์ประชุมฯ ยังมีคนมาเดินกันน้อยลง งานที่ DBT จะยิ่งมีคนมาเดินกันน้อยลงไปอีกก็ไม่แปลกค่ะ (ก็สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ )

ต่อมาขึ้นชั้นที่ 2 ค่ะ เป็นโซนวรรณกรรม ก็เลยคิดว่าคงจะเดินให้ทั่ว และจะดูแบบค่อนข้างละเอียด แค่ที่หน้าบันไดก็เสียเงินแล้วค่ะ ได้มาอีกเล่มคือ

5. ฮาเร็ม แปลโดย มนันยา สนพ. พลอยแกมเพชร แต่เป็นอีกปกหนึ่งค่ะ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นปกรูปนางในฮาเร็ม (รูปนี้จากเว็บวีเลิฟบุ๊คค่ะ)



ตอนแรกคิดว่าจะซื้อของ ณ บ้านวรรณกรรมด้วย เพราะที่นี่ก็ลดเท่ากับในงานหนังสือคือ 25% แต่เนื่องจากมาเจอกองซื้อ 1 ได้ถึง 4 แผนการซื้อนิยายเก็บก็เลยโดนโรคเลื่อนค่ะ (เพราะว่าแพงด้วย ซื้อเรื่องหนึ่งก็ปาเข้าไปเกือบ 400 แล้ว ก็เลยต้องเก็บไว้ก่อนค่ะ)

แต่กองซื้อ 1 ได้ 4 ก็ไม่ได้คุ้ยละเอียดค่ะ เพราะแค่เมียง ๆ มอง ๆ ดูก็รู้แล้วว่าเป็นแนวที่ จขบ. ไม่อ่าน (พวกเล่มเล็ก ๆ บาง ๆ เรื่องทั่ว ๆ ไป) ก็เลยไม่ได้คุ้ยค่ะ แต่ไปคุ้ยอีกฝั่งหนึ่งที่เป็นพวกคู่มือเตรียมสอบ ม.ปลาย ของ พศ. แทน เพราะจะซื้อไปให้น้องค่ะ คุ้ยไปคุ้ยมา ได้มา 4 เล่ม ซึ่งเป็นหนังสือตะลุยโจทย์ที่หนายิ่งกว่าเขียง 3 เล่ม ส่วนอีกเล่มบางลงมาหน่อย แต่แค่นี้ก็แบกจนหลังอานแล้วค่ะ (โฮ่ง)

ส่วนมุมอื่น ๆ ในชั้นนี้ก็ไม่ได้อะไรมากนักค่ะ เพราะภูมิต้านทานความอยากได้เริ่มพุ่งขึ้นสูงปรี๊ดทันทีตั้งแต่หอบหิ้วคู่มือ 4 เล่ม ลงไปฝากที่มุมฝากกระเป๋าแล้วพบว่ามันหนักมาก ได้มาเล่มนึงบาง ๆ ที่สำคัญลด 50% ค่ะ

6. อารมณ์กาแฟ --> เล่มนี้เล็งมานาน ตั้งแต่เคยไปเจอในกองหนังสือช็อกโซนในงานมหกรรมหนังสือฯ แล้วไม่ได้ซื้อ พอกลับไปอีกทีก็ไม่มีแล้ว ตอนนั้นจำได้ว่าแค้นมาก ตอนนี้ก็เลยต้องรีบหยิบค่ะ



อันที่จริงอยากได้ ลำนำหกพิภพ, โยงใยที่ซ้อนเร้น ของสวนเงินมีมา กับ นัสรุสดิน ฉ.การ์ตูน มาด้วย แต่สุดท้ายก็ตัดใจไปก่อนค่ะ กลัวไปเจอเล่มไหนที่อยากได้มากกว่าจากชั้นอื่น ๆ

และแล้วก็ผ่านชั้นที่ 2 ไปได้โดยไม่เสียเงินเพิ่มค่ะ แต่อันที่จริงหนังสือในชั้นนี้ก็เยอะมากจริง ๆ ค่ะ กว่าจะเดินทั่วก็เสียเวลาไปมากเลย ก็เลยเดินชั้นอื่นแบบผ่าน ๆ เพราะชั้นอื่น ๆ ก็จะเป็นหนังสือหมวดอื่น ๆ หรือความรู้เฉพาะด้านเสียเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ได้หนังสือที่อยากซื้อเก็บมาอีกเล่ม คือเหรียญอาถรรพ์ ซามาร์คันด์ จากชั้น 4 หรือ 5 (ไม่แน่ใจค่ะ ) แล้วก็ได้คู่มือเตรียมสอบมาให้น้องอีก 2 เล่ม

ส่วนชั้น 6 ซึ่งเป็นหนังสือเยาวชน (พวกบรรดานิยายหวานแหววทั้งหลายก็อยู่ชั้นนี้ค่ะ ครบทุก สนพ. เลย รวมทั้งแจ่มใส Come-on ไฟน์บุ๊คส์ และอื่น ๆ ด้วย) ก็เดินสำรวจแต่ก็ไม่ได้อะไรติดมือมาค่ะ และก็เป็นชั้นสุดท้ายแล้ว

แต่แล้วก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งค่ะ ตอนจะกลับแล้ว ฝนเกิดตก กว่าจะมาถึง BTS ได้ ก็ทุลักทุเลมากค่ะ (นึกสภาพหิ้วถุง 2 ใบด้วยมือเดียว และมีถุงผ้าใบที่ 3 สะพายอยู่ที่ไหล่ และอีกมือนึงถือร่ม)

สรุปงานหนังสือที่ DBT ก็ถือว่าดีค่ะ ได้เดินสำรวจจนทั่วจริง ๆ ได้หนังสือที่น่าสนใจมาหลายเล่ม (หนังสือก็เยอะดีค่ะและมีหลายหมวดให้เลือก) จะเสียอยู่อย่างก็คือที่นี่อยู่ไกลมากเลยค่ะ ทำให้ไม่สะดวกที่จะแวะมาบ่อย ๆ เพราะมันไม่ใช่ทางผ่าน (ยกเว้นสำหรับคนที่ทำงานแถวสีลมที่อาจจะแวะมาได้บ่อย) อาจจะไม่ได้อะไรสุดพิเศษเท่ากับในงานมหกรรมฯ แต่อย่างน้อยก็เดินสบายไม่มีใครเบียดค่ะ




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2551 15:06:20 น.
Counter : 446 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

จินตานุภาพ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Imagination is more important than knowledge
Friends' blogs
[Add จินตานุภาพ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.