เวลาเป็นเงินเป็นทอง แต่เวลาที่ใช้อ่านหนังสือสามารถให้สิ่งที่มีค่ากว่าเงินทองแก่เราได้
Group Blog
 
All Blogs
 

อาทิตย์แรกแห่งพันต์ : W. Maple



รายละเอียด
ชื่อหนังสือ: อาทิตย์แรกแห่งพันต์ [หนังสือแนวเดียวกัน]
ISBN: 978-974-7446-59-3
ผู้เขียน: W. Maple (เมเปิ้ลสีขาว)
จำนวนหน้า: 304
ราคา 189 บาท
รายละเอียด: เมืองพันต์ ณ วันนี้เปลี่ยนไปแล้ว... จากนครที่เคยเจริญรุ่งเรือง
กลับกลายเป็นดินแดนอันไร้ซึ่งอิสรภาพ เมื่อกำลังทหารเข้ายึดครองอำนาจ
ส่งผลให้พลังต่อต้านกลุ่มเล็กๆ รวมตัวกันเป็นฐานกำลังลับๆ เพื่อรอวันที่จะเรียกความสุขกลับคืน
เดฟ...โจรสลัดหนุ่มผู้มีเบื้องหลังอันคลุมเครือ พึงใจเพียงได้มีอิสระบนผืนน้ำ
แม้มิอาจใช้ชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินก็ตาม
ดายา...สาวน้อยคนจร นักมายากลเร่ร่อน หนึ่งเดียวที่รอดพ้นจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
เธอมีชีวิตอยู่ด้วยความหวังที่จะต้องชำระหนี้แค้นกับใครบางคน
เมื่อโชคชะตาพาพวกเขามาพบกัน ลิขิตให้การต่อสู้คือการปลดปล่อยบ้านเมือง
ท่ามกลางการศึก หนึ่งคนต้องพ่ายแพ้แก่รัก แต่อีกคนกลับรู้จักคำนั้นโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาจะทำเช่นไร เมื่อศึกครั้งนี้ มีทั้งต้องรบให้ชนะ และเรื่องรักก็ไม่ต้องการความพ่ายแพ้เช่นกัน



อาทิตย์แรกแห่งพันต์ เป็นหนังสือที่อ่านจบสด ๆ ร้อน ๆ ล่าสุดเลยค่ะ คือ เมื่อวานนี้เอง อ่านจบแล้วก็เกิดอาการกรี๊ดกร๊าดค่ะ อยากประกาศให้โลกรู้ว่า ชอบหนังสือเล่มนี้ซะแล้ว เป็นเล่มที่ 6 ที่ได้อ่านในเซต Dreamland of Love แต่เป็นเล่มแรกที่รู้สึกประทับใจจริงจังค่ะ

เรื่องย่อของเรื่องนี้ก็มีอยู่ว่า อ่า...ขอไม่เล่าดีกว่าเดี๋ยวจะเผลอสปอยล์ ก็เอาเป็นว่าหลังจากที่ 2 คนนี้เจอกันแล้วเรื่องวุ่นวายที่เรื้อรังมานานของพันต์ก็ได้คลี่คลายไปสู่จุดจบแล้วกันค่ะ (จะโดนตีหัวไหมเนี่ย)

ว่าเข้าเรื่องความรู้สึกที่มีต่อหนังสือเล่มนี้หลังจากที่อ่านจบดีกว่า

เป็นหนังสือที่อ่านสนุกอีกเล่มค่ะ โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกชอบมาก เหตุผลที่ชอบนอกจากเพราะเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างจะลงตัวพอดี และดำเนินเรื่องแบบสนุกสนาน แล้วก็ดังนี้ค่ะ

1. พระเอกหล่อ 555 เป็นเหตุผลของหนังสือแนวเลิฟ ๆ อยู่แล้วเนอะ แต่ป๋าเดปป์ เอ๊ย..คุณเดฟเนี่ยรู้สึกว่าจะถูกสเปคจขบ.เป็นพิเศษ อาจเป็นด้วยบุคลิกด้วย และที่สำคัญคงเป็นสีตา ก็เล่นเอานางเอกเผลอไม่รู้ตัวไปเลยทีเดียวในตอนแรกที่ได้พบกัน แรกพบสบตาทำนองนั้น

2. คู่หูโจรสลัด คือ เดฟ กับสหายสนิท คาวี กัปตันแห่งเรือลมเหนือ เวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันเนี่ย ส่งมุขกันได้แม่นมาก ผลคือฮาตลอด คาวีก็มีความสามารถยียวนกวนอารมณ์ได้ทุกคน ยกเว้นเดฟค่ะ เวลาคาวีเล่นงานเดฟทีไร รู้สึกว่าดาบนั้นคืนสนองทุกที และที่สำคัญมีเหตุการณ์ที่อ่านแล้วรู้สึกว่าสองคนนี้เป็นเพื่อนกันจริง ๆ ค่ะ

3.บุคลิกของคาวี รู้สึกว่าเป็นตัวละครที่มีสีสันแพรวพราวมาก อ่านแล้วฮาได้ตลอด บางทีแทนที่จะเอาใจช่วย กลับอยากให้เผชิญเคราะห์กรรมหนักกว่าเดิม เรานี่ช่างมีความสุขบนความทุกข์ของคาวีจริง ๆ

4. ดายา เป็นผู้หญิงที่แปลกดี เพราะรู้สึกว่าบางทีเธอก็ดูเยือกเย็น มั่นคงดี ยกเว้นเรื่องของเดฟนี่ล่ะ (หุหุ) กับอีกเรื่องที่ทำให้เธอ"หลุด" ได้ ก็คือเรื่องความเคียดแค้นแต่อดีตคะ อีกอย่างคือชอบที่ดายาไม่ใช่พวกปวกเปียก บางทีก็เป็นคนช่วยเดฟให้รอดด้วยซ้ำ ชอบ ๆ พระนางผลัดกันพลาด ผลัดกันช่วยกัน เทคะแนนให้เลยค่ะ

5. มีการเล่าถึงอดีตของตัวละครหลัก ทำให้รู้ที่มาที่ไปว่าทำไมตัวละครถึงพัฒนามาเป็นแบบนี้ ก็คือ นาธาน นายพลแห่งเมืองพันต์ค่ะ อ่าน ๆ แล้วก็สงสาร แต่ก็นะนาธานก็โหดใช่ย่อย

6. เดินเรื่องไวดีค่ะ ดึงให้รู้สึกอยากอ่านจนจบ ก็อ่านรวดเดียวจนจบเลยค่ะ

ที่นี่มาถึงเรื่องที่ต้องขอทักท้วงบ้าง

เรื่องแรกคือการสลับมุมการเล่าเรื่องของตัวละครที่มีค่อนข้างบ่อย ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอกค่ะ คนเขียนทำได้ดี แต่ว่าจขบ.ตามไม่ค่อยทันน่ะ บางทีก็มีอาการขัดใจคือ กำลังอ่านฉากเดฟ ดายา แต่พอขึ้นบทใหม่กลับตัดไปที่คนอื่น จขบ.เลยขัดใจนิดหน่อยเพราะว่าอยากอ่านเรื่องของพระนางต่อมากกว่า (- -")

มีการเล่าอดีตของนาธาน แต่ไหงอดีตของดายา กับเดฟมันน้อยมากเลย เลยเสียดาย น่าจะมีมากกว่านี้อีกหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งน่าจะเล่าถึงความผูกพันของดายากับครอบครัวให้มากกว่านี้ เพราะตามเหตุผลแล้ว คนที่เสียคนรอบข้างไปหมดอย่างดายา ควรจะดูหม่นเศร้ากว่านี้ แล้วก็น่าจะคิดถึงครอบครัวบ่อยกว่านี้น่ะค่ะ

แล้วเดฟก็ใช่ย่อย เพราะปมในตัวก็ไม่เล็ก แต่กรณีเดฟพออนุโลม เพราะเรื่องของเดฟมันเกิดขึ้นตั้งแต่ยังเด็กมาก แล้วเดฟก็เป็นผู้ชาย จะให้มาคร่ำครวญก็กระไรอยู่

แล้วก็น่าจะมีฉากการพบกันของเดฟกับโยคินค่ะ เพราะจะทำให้เรื่องนี้ดูมีความหนัก+จริงจังขึ้นเยอะเลย ฟังจากเหตุผลที่เดฟอุตส่าห์อธิบายจนคานั้นยอมรับนั่น แต่จขบ.รู้สึกว่าเดฟน่าจะเอาเหตุผลที่พูดนั่นไปเกลี้ยกล่อมให้โยคินหันมาสนใจบ้านเมืองมากกว่า

อีกอย่างค่ะ ตอนสุดท้ายที่คาวีออกล่องเรือตามไปทวงหนี้แค้นคืน(ฮา)น่ะ บรรดาลูกเรือลมเหนือหายไปไหนคะ ไม่เห็นมีการกล่าวถึงเลย

ต่อมาเป็นคำผิดที่เจอค่ะ
1. หน้า 239 บรรทัดที่ 16 ร่างสูงในชุดทหารของวามัน ----> ตรงนี้ต้องเป็นวารุนนี่คะ
2. หน้า 280 บรรทัดที่ 13 ดูจากประโยคแล้วดูจะมีคำตกไปนะคะ
3. เหมือนจะมีอีกแต่ลืมแล้วค่ะว่าอยู่ตรงไหน ขออภัยค่ะ

สรุปว่า ยังไงเรื่องนี้ก็ยังชอบมากกกกกกกกกอยู่ดี ที่ไม่ได้ยกเหตุผลทั้งหมดมาอธิบายว่าทำไมถึงชอบเป็นเพราะความชอบมีเยอะ +อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูกค่ะ

ตั้งตารอภาคของคาวีอยู่ค่ะ




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2550 13:10:12 น.
Counter : 412 Pageviews.  

กลิ่นการเวก : พงศกร



รายละเอียดของหนังสือค่ะ
กลิ่นการเวก
โดยผู้แต่ง: พงศกร
250.00 บาท
สำนักพิมพ์ : เพื่อนดี
พิมพ์ครั้งที่ : 1
ISBN: 974-94074-9-0

โปรยปกหลัง-----------

เมื่อต้นฉบับนวนิยายที่ส่งมาอย่างสม่ำเสมอเกิดขาดหายไป ‘อรรำไพ’ ในฐานะบรรณาธิการนิตยสารรวี จึงจำเป็นต้องบุกบั่นไปจนถึงวังเทวินทร์ เพื่อติดตามเอาต้นฉบับตอนต่อไปมาให้ได้ ทั้งที่ผู้คนรอบข้างพากันห้ามเอาไว้ ใครจะคิดว่าชีวิตของหล่อนจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล นับแต่วินาทีแรกที่ย่างเท้าเข้าสู่สถานที่แห่งนั้น

----------------------------------------------------------------------------------

เป็นผลงานของคุณพงกรเรื่องแรกที่จขบ.มีโอกาสได้อ่านค่ะ ตอนแรกเรื่องย่อจากปกหลังทำให้ จขบ. เข้าใจผิดเล็กน้อย นึกว่าจะเป็นเรื่องที่นางเอกเป็นคนแก้ปมปริศนาเสียอีก ที่ไหนได้พออ่านเข้าจริง ๆ กลับเป็นอีกแนวค่ะ

เรื่องมันเริ่มจากที่ "อายุธ" นักเขียนดังแห่งยุคที่ส่งต้นฉบับตรงเวลาไม่เคยขาด กลับไม่ส่งต้นฉบับมาตรงเวลา จนอรรำไพ บรรณาธิการนิตยสารรวีสงสัยมากว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอไม่สามารถติดต่อสอบถามถึงอายุธโดยตรงได้ เนื่องจากอายุธ หรือก็คือคุณชายอายุธไม่เคยให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ เวลาที่ติดต่อจะผ่านทางไปรษณีย์เท่านั้น คุณชายอายุธเป็นผู้ที่เก็บตัว ไม่ออกงานสังคม ไม่เคยให้สัมภาษณ์นิตยสาร ไม่เคยแม้แต่จะมีรูปปรากฏในข่าวสังคม ทำให้อรรำไพได้แต่รอคอยต้นฉบับจากอายุธอย่างกระวนกระวายว่ามันจะมาถึงทันกำหนดพิมพ์เล่มต่อไปได้หรือไม่ โดยที่ทำอะไรแทบไม่ได้เลย

และแล้วต้นฉบับที่เธอรอคอยก็มาถึงจนได้ในวันสุดท้ายของกำหนดปิดเล่มพอดิบพอดี แต่ต้นฉบับที่ถึงมือเธอนั้นกลับมีสิ่งผิดปกติไป นั่นคือการดำเนินเรื่องที่วกวนไปมาไม่ได้ดำเนินไปจากตอนที่แล้วเลย และมิหนำซ้ำสำนวนภาษาก็ดูจะแปลกไปจากที่เคยในแง่เลวร้ายเสียด้วย อรรำไพคิดจะระงับการตีพิมพ์ตอนใหม่ลงในนิตยสาร แต่ผู้ช่วยของเธอจัดการส่งลงเรียงพิมพ์ไปแล้วด้วยความหวังดี และรอบการพิมพ์ปกติที่เคยเป็นของสำรักพิมพ์ก็จำเพาะมามีเหตุให้เปลี่ยนแปลงเอาในวันนี้ อรรำไพจึงไม่อาจหยุดการพิมพ์ได้ เพราะว่านิตยสารฉบับล่าสุดพิมพ์เสร็จไปเรียบร้อยแล้ว

บ.ก.สาวแทบโยนระเบิดลงกลางกองบ.ก. แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น เพราะเจ้าของนิตยสารยังได้ตั้งกฎเหล็กไว้ว่าห้ามใครไปรบกวนคุณชายอายุธโดยเด็ดขาด การรบกวนที่ว่านั้นครอบคลุมรวมถึงการไปหาถึงที่พำนักด้วย อรรำไพจึงได้แต่รอต้นฉบับตอนต่อไปพร้อม ๆ กับยาดมเท่านั้นเองค่ะ

ข้างฝ่ายวังเทวินทร์ก้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเช่นกันค่ะ โดยเรื่องนี้เริ่มจากที่...อ่า แย่แล้วจขบ.จำชื่อจริงของเขาไม่ได้ จำได้แต่ชื่อเล่นแท้ ๆ พ่อแม่ตั้งให้ได้ว่า ...อาหมง... อ้อ...สืบได้จากบล็อกรีวิวของคุณผู้สาวเมืองยศ ได้ว่า เขาชื่อหัสดินทร์ จขบ.เป็นอะไรไม่รู้ จำได้แม่นแต่ชื่อเล่น กับนามสกุลที่อ่านแล้วรู้สึกขำมากจากจดหมายที่คุณชายเขียนถึงอาหมงว่า

...คุณหัสดินทร์ เกียรติก้องกังวานไกลไพศาล...

ก๊ากกกกก... อ่านแล้วขำนามสกุล ขอโทษนะอาหมง ก็แหม...ก้อง...กังวานแล้วยังไกล...ไพศาลอีก ส่วนชื่อเล่นนี้ เจ้าตัวเขาก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่าอาหมงค่ะ เพราะเจ้าตัวดันรู้สึกว่าหน้าตี๋ ๆ ของตัวเองนี้เป็นปมด้อย ทั้ง ๆ ที่เพื่อน ๆ ก็ปลอบว่าสมัยนี้หล่อตี๋นั้นกำลังอันเทรนด์ เจ้าตัวก็ไม่ยอม บอกให้เพื่อนว่ารักกันจริงต้องเรียกชื่อเล่นตั้งเองว่า "ยอร์ช" ค่ะ โธ่...อาหมง ชื่อนี้ฟังดูตลกกว่าชื่อเล่นแท้ ๆ พ่อแม่ตั้งให้อีก

นอกเรื่องไปเยอะ กลับมาเข้าเรื่องดีกว่าค่ะ หัสดินทร์เนี่ยเป็นวิศวกรหนุ่มที่กำลังวิจัยฝุ่นอยู่ เนื่องจากบริษัทปิดกิจการ แล้วเจ้าตัวก็ไม่ยอมกลับบ้านไปหาอาปาซึ่งเป็นถึงเศรษฐีใหญ่ประจำจังหวัด แต่กลับเลือกที่จะเสี่ยงดวงหางานใหม่เพราะอยากอยู่กรุงเทพฯ เพื่อจีบสาว - -

และดูเหมือนสาวที่ว่าก็ไม่รู้ว่าอาหมงเนี่ยเป็นถึงลูกชายคนเดียวของเศรษฐีภูธรเสียด้วย อาหมงเลยยังไม่ถึงกับจีบติดสักที เงินเก็บก็ใกล้หมด อาหมงเลยประชดชีวิตค่ะ ด้วยการสมัครไปเป็นเลขานุการตามที่อ่านประกาศเจอ

ท่ามกลางเสียงซ้ำเติมของเพื่อน ๆ ว่าใครที่ไหนเขาจะบ้าจี้รับวิศวกรไปเป็นเลขาฯ แต่แล้วก็มีคนบ้าจี้จนได้ เพราะตอนที่อาหมงไปเล่าให้เพื่อนฟังนั้น อาหมงได้รับจดหมายตอบกลับว่ายินดีรับเขาเป็นเลขาฯ เรียบร้อยแล้ว และว่าที่นายจ้างของเขาก็คือคุณชายอายุธนั่นเอง พอเพื่อนได้ฟังก็อึ้งตะลึงว่านักเขียนใหม่เนี่ยนะจะจ้างอาหมงไปเป็นเลขา เลยพากันคาดเดาเหตุผลไปต่าง ๆ นานา แต่อาหมงก็ตัดสินใจแล้วค่ะว่าจะไปเป็นเลขาฯ

ในที่สุดหัสดินทร์(เรียกอาหมงบ่อย ๆ เดี๋ยวเขาโกรธ) ก็ได้ก้าวเข้าไปสู่วังเทวินทร์จนได้ เมื่อแรกที่เขาได้เข้าวังนั้นก็เริ่มสัมผัสได้ว่าบรรยากาศของวังแห่งนี้ช่างเย็นเยือกเหมือนไร้ชีวิต วังที่กว้างใหญ่แห่งนี้มีเพียงคุณชายอายุธผู้เป็นเจ้าของวังและลุงกล่ำ ข้ารับใช้เก่าแก่คอยดูแลวังอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น

ลุงกล่ำให้การต้อนรับหัสดินทร์เป็นอย่างดีและตอบว่าในวังไม่มีใครอีกแล้ว เพราะหลานชายดคนเดียวของลุงก็ไปเข้าค่าย หัสดินทร์จึงอดรู้สึกว่าวังนี้ช่างให้ความรู้สึกวังเวง และที่สำคัญวังแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นการเวก ซึ่งเป็นปัญหากับหัสดินทร์อยู่ไม่น้อยเพราะเขาเคยมีความทรงจำอันน่าหวาดกลัวในวัยเด็กที่มีการเวกเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเล่าตรง ๆ ก็คือหัสดินทร์เคยเจอผีที่ซุ้มต้นการเวกในวัยเด็กนั่นเองค่ะ ~~บรื๋อ~~

และหัสดินทร์ก็ได้เจอกับเหตุการณ์ประหลาด ๆ ที่ชวนให้หลอนจิตมากมาย ทั้งเสียง กลิ่นการเวก เด็กชายผมจุกที่แต่งตัวเหมือนเด็กโบราณ และที่ประหลาดที่สุดก็คือนายจ้างของเขา คุณชายอายุธ ที่ไม่เคยปรากฏตัวออกนอกห้องสักครั้ง สั่งงานเขาผ่านจดหมาย และที่น่าหวาดหวั่นที่สุดก็คือ อาหารที่คุณชายกิน มันดูแล้วไม่น่าเป็นอาหารของมนุษย์เลย เพราะมันคือไก่ดิบ เครื่องในดิบ....

นอกจากนั้นงานที่คุณชายสั่งก็เป็นงานที่ทำให้เขาปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นที่สุด เพราะมันคืองาน.... ให้เขาช่วยเขียนต้นฉบับไปจนกว่าคุณชายจะหายดี...

ฝีมือของหัสดินทร์นั้นร้ายกาจจนบ.ก.อรรำไพต้องดมยาดมเลยค่ะ - -"

และเรื่องราวยิ่งดำเนินไปในทางแปลกขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง.......................
-----------------------------------------------------------------------------------

ไปอ่านต่อในเล่มค่ะ ไม่อยากสปอยล์
ทีนี้มาถึงความรู้สึกที่จขบ.มีต่อหนังสือเล่มนี้บ้าง

กลิ่นการเวกเป็นเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติและหลอนค่ะ แต่จขบ.เล่าแล้วดูเหมือนนิยายตลก - -" ต้องขออภัยค่ะ แต่ที่เล่าเป็นแบบนั้นเพราะบรรยากาศของหัสดินทร์และอรรำไพในช่วงแรกมันอ่านแล้วออกฮา ๆ ค่ะ ก็เลยทำให้เรื่องนี้มีบรรยากาศสลับกันระหว่างขำตัวหัสดินทร์กับบรรยากาศยะเยือกชวนให้หลอนในบรรยากาศของวังเทวินทร์ที่อวลด้วยกลิ่นการเวกค่ะ

จขบ.ชอบบรรยากาศชวนหลอนในช่วงแรกไปจนถึงเกือบท้ายเรื่องมาก ๆ เลยค่ะ ทั้งกลิ่นการเวกเอย ลมเย็นที่ออกยะเยือกในบางคราวเอย เสียงประหลาดที่มาจากชั้นบนเอย

รวมความแล้วชอบบรรยากาศนั้นมากค่ะ แต่พอรู้ความจริงว่าคุณชายเป็นอะไรแล้ว ความหลอนตกฮวบเลยค่ะ คงเพราะรู้แล้วมันเลยไม่หลอนเท่าตอนเราจินตนาการเอง

ส่วนในด้านตัวละครนี่ชอบทุกตัวเลยค่ะ ดูมีสีสันดี อาหมงเป็นพระเอกที่ฮา ๆ แต่เป็นคนดีมาก ๆ เลย ถ้าเป็นจขบ. เจอความหลอนตอนเอาอาหารไปวางหน้าห้องคุณชายเข้าไปขนาดนั้นก็โบกมือบ๊ายบายแล้วค่ะ - -"

แต่นี่อาหมงยังอุตส่าห์มีน้ำใจเป็นห่วงว่าคุณชายไม่สบายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีก(นั่นน่ะนะช่วยตัวเองไม่ได้) เฮ้อ...จะว่าไม่ยอมรับความจริงเราะความกลัวก็คงพอได้ เลยทำให้เกิดเรื่องร้ายตามมาค่ะ

ส่วนอรรำไพก็ใช่ย่อยค่ะ ชอบ ๆ เป็นสาวมั่นที่มีความรับผิดชอบสูงปรี๊ดดี และยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ต่างก็มีชีวิตชีวาดี

อีกคนที่จขบ.ทั้งชอบทั้งสงสารก็คือ คุณชายอายุธค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นนักเขียนที่เก่ง มีความสามารถ รักการเขียนขนาดที่ว่าถึงจะตายก็ยังห่วง (อันนี้ออกแนวน่ากลัว) และตอนที่คุณชายได้ปรากฏตัวทีแรกก็บรรยายไว้เท่ห์มากเลย จขบ. ยิ่งเป็นโรคแพ้ตัวละครชายรุ่นลุงแบบเท่ห์ ๆ ด้วยสิ แต่คุณชายน่าสงสารมาก ทั้งที่เป็นคนดีแต่คนรอบตัวกลับไม่ดีกับคุณชายสักคนทั้งภรรยา ทั้งญาติ - -
จนกลายเป็น...แบบนั้นไป

โดยรวมแล้วชอบเรื่องนี้มากค่ะ อ่านแล้วได้อะไรหลายอย่างดี ได้ข้อคิดเรื่องปล่อยวางด้วย

ทำให้อยากหาเรื่องอื่น ๆ ของคุณพงศกรมาอ่านอีกค่ะ








 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2550 17:18:50 น.
Counter : 3080 Pageviews.  

โอลีน มินนอร์ไซน์ เจ้าหญิงยอดนักสู้แห่งไมน์



รายละเอียดหนังสือค่ะ
โอลีน มินนอร์ไซน์ เจ้าหญิงยอดนักสู้แห่งไมน์

ผู้เขียน : MOONY
ISBN : 974-94659-4-6
บาร์โค๊ด : 9789749465943
สำนักพิมพ์ : Enjoyread
จัดจำหน่าย : สนุกอ่าน
จำนวนหน้า :488 หน้า
ขนาดหนังสือ : 14.5x20.7 cm.
กระดาษ : ถนอมสายตา
ราคาปก :295 บาท


เรื่องย่อ --- เป็นเรื่องของอาณาจักรไมน์ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา เพราะบรรพบุรุษ อังกาล จอมขมังเวท เคยหักหลังมนุษย์และเอลฟ์ในการทำสงคราม ไปเข้ากับฝ่ายจอมมาร แล้วเมื่อเวลาผ่านมาเนิ่นนาน จนจอมมารที่เคยถูกปราบเริ่มทวีอำนาจจะกลับมาก่อสงครามอีกครั้ง กษัตริย์โอลันแห่งไมน์ซึ่งพาราชธิดาโอลีน ไปส่งเพื่อให้เรียนกับเอลฟ์ที่เคยเป็นอาจารย์ของตนเอง แต่ระหว่างการเดินทางก็ถูกกองทัพผีร้ายซุ่มโจมตี จนสิ้นพระชนม์ เหลือรอดแต่โอลีน กับนายกองและทหารอีกจำนวนน้อยนิด เนื่องจากทหารเอลฟ์แห่งวาเลไรเวน(เพิ่งโผล่)มาช่วย

ไฮเดน หัวหน้าเอลฟ์ไพรช่วยโอลีน และดูแลจนโอลีนโตจากเด็กเจ็ดขวบเป็นเด็กสาวเข้าวัยสิบสาม ในระหว่างนั้นโอเร น้องของไฮเดนมีท่าทีไม่เป็นมิตรกับโอลีนเลย เพราะเห็นว่าจากเป็นสายเลือดของอังกาล ผู้ทรยศในกาลก่อน ต่างกับมินเร น้องชายอีกคนของไฮเดนที่สนิทสนมกับโอลีนดี วันหนึ่งไฮเดนก็ได้รับคำสั่งเลดีไลธ์เธอเรียน เทวีแห่งไพรทองให้พาโอลีนไปพบ เพราะนางตัดสินใจจะเลี้ยงดูโอลีน โอลีนกับไฮเดนจึงต้องจากกันไป

จนผ่านไป 4 ปี ทั้งสองก็ได้พบกันอีกครั้ง โอลีนเติบโตขึ้น ทำให้ไฮเดนและโอเรเริ่มเกิดความหวั่นไหว โอลีนกับไฮเดนเกิดความผูกพันต่อกัน แต่ชะตากรรม หน้าที่และไฟสงครามก็ทำให้ทั้งสองต้องตัดสินใจเลือกและต้องพรากจากกันอีกครั้ง

--------------------------------------------------------

จริงๆ แล้วยังมีอีกยาว แต่ขอไม่เล่าหมดค่ะ เรื่องนี้เป็นหนังสือเล่มรองล่าสุดที่อ่าน เห็นมานานมากแล้ว แต่ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะอยากอ่าน เพราะอ่านแล้วเห็นว่า "มีกลิ่น" หลายเรื่องมาจากลอร์ดออฟเดอะริงส์ แต่พอมีโอกาสได้อ่านก็เลยคิดว่าน่าจะลองอ่านดูสักหน่อย

พออ่านดูปรากฏว่าใช้ภาษาได้ดีกว่าที่คาด บรรยายได้ดี โทนภาษาก็เหมาะกับบรรยากาศของเรื่อง แต่ว่าบางจุดก็เจอพิมพ์ผิด+อ่านแล้วสะดุดเรื่องการใช้คำอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่

บทสนทนาของพวกเอลฟ์อ่านแล้วรู้สึกว่าดีกว่าการสนทนาระหว่างมนุษย์ในบางจุด แล้วก็คำราชาศัพท์บางจุดก็เหมือนผู้เขียนจะจงใจไม่ใช้เพื่อให้อ่านง่าย แต่จขบ.ชอบแบบเต็มยศมากกว่า(มันให้ความรู้สึกเหมือนเล่าเรื่องโบราณดี) เลยไม่ค่อยชอบตรงจุดนี้เท่าไหร่

มีจุดจับผิดคือ ไฮเดนน่ะเดี๋ยวก็เรียกสรรพนามบุรุษที่ 2 แทนโอลีน ว่า ท่าน เดี๋ยวก็เรียกว่า เจ้า เลยเง็ง ไม่รู้จะเอาไงแน่ แถมบางทีเรียกไม่เหมือนกันในหน้าเดียวกันด้วย

การดำเนินเรื่อง จะไปแบบเรื่อย ๆ ค่ะ ไม่มีการหักมุมให้ผิดคาดหรือตื่นเต้นเท่าไหร่ คงเพราะปมขัดแย้งในเรื่องมีไม่ค่อยเยอะ แต่ในแง่ของการแสดงความสามรถของโอลีนตัวเอกก็ดีค่ะ อ่านแล้วก็รู้สึกว่าโอลีนเธอได้"ทำ"อะไรจริงจัง ไม่ใช่บอกแต่ว่าเก่งอย่างนั้นอย่างนี้แต่ไม่ได้โชว์เลย

ตัวละคร ดูสมจริงใช้ได้ แต่บางตัวโผล่มาให้เราอยากรู้แล้วก็หายไปไม่ได้กล่าวถึงต่อ คือธิดาของลอร์ดพราย ท่านหญิงที่ว่าเลือกความรักแทนที่จะมีชีวิตนิรันดร์ แล้วก็เลยอยากรู้ว่าเธอรักกับใคร แต่ผู้เขียนไม่ได้กล่าวถึง
ตัวละครที่ชอบคือมินเร รู้สึกว่าเป็นพรายที่ขี้เล่นดี

จุดจับผิดที่ 2 ไฮเดนตาสีอะไรกันแน่ ตอนแรกอ่าน ๆ ไปเหมือนจะสีน้ำตาล พอไป ท้าย ๆ เรื่องไหงกลายเป็นเขียว (อาจจะเราอ่านไม่ดีเองมั๊ง)

สรุปว่าเรื่องนี้ก็โอเคค่ะ โดยรวมแล้วจัดว่าก็ดี เสียดายแต่ไม่น่ากล่าวถึง ฮอบบิท ไชน์(ในลอร์ดฯเป็น ไชร์) แล้วก็การตามหาของสำคัญเลย มันดูจะโยงไปเข้ากับลอร์ดฯมากไปค่ะ

แต่สุดท้ายอยากชมเรื่องการใช้กลอนเข้ามาประกอบเพลงที่เอลฟ์ร้องค่ะ ส่วนใหญ่แต่งได้ดี อ่านแล้วชอบค่ะ




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2550    
Last Update : 31 ตุลาคม 2550 13:35:34 น.
Counter : 253 Pageviews.  

งานหนังสือ 26 ต.ค. เสียเงินปิดท้ายแล้ว(จริง ๆ)

ในที่สุดค่ะ จขบ.ก็ไม่เจียมสังขารและงบประมาณในกระเป๋าตังค์ ไปงานอีกหนจนได้ในวันที่ 26 ต.ค. วันศุกร์ที่ผ่านมา จขบ.หอบร่างที่ยังไม่หายไข้ไปพร้อมด้วยเงินน้อยนิด กะว่าจะไม่ให้ถึง 1000 บาทแน่ๆ ไปงานทั้งที่เพื่อนไม่ไปด้วยแล้ว เรียกว่าไปบุกเดี่ยวส่งท้ายค่ะ

และก็เริ่มที่โซน C1 เหมือนเดิม ได้มาจากบูธสสท. เป็นที่แรกค่ะ


1. ลานมรณะ รวมเรื่องสั้นระทึก 8 เรื่องของอาคากาวะ จิโร เล่มนี้คุ้มมาก ๆ ราคาปก 175 บาท ลด 50% เหลือ 88 บาทและจขบ.ยังเก็บตกคูปองลดราคาของที่นี่ได้อีก 10 บาท สรุปว่าได้มาในราคาเพียง 78 บาทเท่านั้นค่ะ

ต่อมาก็แวะบูธนวนิตา กะจะสอยนิยายแจ่มใส แต่ที่บูธนี้ไม่มีแจ่มใสค่ะ มีแต่ไฟน์บุ๊คส์ และนิยายของคุณอาริตาเป็นส่วนใหญ่ ก็เลยได้มาอีก 2 เรื่อง 3 เล่ม



2. เพลิงสีน้ำเงิน ของคุณศรีสุรางค์ ราคาปก 190 บาท ติดใจนักเขียนมาตั้งแต่เรื่อง"วินธัย" แล้วค่ะ เลยตัดสินใจหยิบเรื่องนี้แบบไม่คิดมากเท่าไหร่



3. แม้ความตายมาพราก ของคุณศุภร บุนนาค เป็นงานชั้นครูของครูอีกทีค่ะ กำลังอยู่ในอารมณ์เบื่อ ๆ นิยายลูกกวาดที่เกลือ่นตลาดพอดี เลยอยากลองงานระดับนี้ดูบ้าง มีคำนิยมจากป้าอี๊ด ทมยันตีด้วยค่ะ ว่าเป็นงานที่ป้ายกให้เป็นงานครูค่ะ (ป้าบอกว่างานของป้าแค่ชั้นศิษย์เท่านั้น) ชุดนี้ 2 เล่มจบ ราคาปก 595 บาทค่ะ

ต่อไปก็วิ่งขึ้นไปชั้น 2 โซน C อยู่ แวะที่อมรินทร์ จด ๆ จ้อง ๆ อยู่นาน สุดท้ายก็ตัดใจยังไม่ซื้ออะไร แวะผ่านบูธฟิสิกส์เซ็นเตอร์ ไปยืนคุย(กวน)น้อง ๆ ที่บูธอยู่นานจน ตัดสินใจเลือกแฟนตาซีที่มืดที่สุดในบูธมาเล่มหนึ่ง



4. ไอรอนไซด์ ศึกภูตชิงบัลลังก์ ของฮอลลี แบล็ก แปลโดย เครซี แคท ค่ะ ราคาปก 190 บาท ลด 20 % เหลือ 152 บาท มืดไหมคะ (ฮา)

จากนั้นข้ามไปฝั่งพลาซ่า เพราะจำได้ว่าสนุกอ่านมีโปรโมชั่นนิยายชุด/เล่ม 99 บาท เลยไปสอยมาได้อีก 3 เรื่อง หมดไป297 บาท



หารูปได้แค่ 2 เรื่องค่ะ
5.กรงมังกร โดย ภัคมัย พระคุณ จริง ๆ แล้วคือนักเขียนที่หลาย ๆ คนคงรู้จักดีค่ะ เล่มนี้ตามหามานานมาก กว่าจะเจอ ก็เลยพลาดไม่ได้ค่ะ ต้องสอย
6. รอยสาป โดยชลนิล
7. ต่างเวลา โดย ชลนิล
2 เล่มนี้ก็หายากอีกเหมือนกัน ใครชอบแนวนิยายแฟนตาซีไทย ๆ ประมาณอย่างคุณแก้วเก้า ก็อยากให้ลองอ่านงานของคุณชลนิลดูค่ะ จขบ. ปลื้มอยู่หลายเรื่อง ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องยังอ่านไม่จบเลย ใครชอบแนวนี้ก็ลองอ่านของคุณชลนิลดูค่ะ เรื่องอื่น ๆ ก็เช่น เพลิงนาคา ม่านมนตรา เรือนเวลา (แต่ทั้ง 3 เรื่องนี้จขบ.ก็ยังไม่ได้อ่านค่ะ ^^" )

สุดท้าย ท้ายสุด งานจะปิดแล้ว จขบ.เลยได้มาอีกแค่เล่มเดียว คือ จากแจ่มใส ณ แพลนนารีค่ะ




8. Love Spell ต้องมนตร์กลใจ โดย Clear Ice นั่นเอง (139 บาท) สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ตบะแตกกับเล่มนี้จนได้ ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วไม่ใช่แฟนแจ่มใสเลย เนื่องจาก
1. ปกสวย (ทุกเล่มในดรีมแลนด์)
2. เชื่อมือคุณไอซ์ (นักเขียนแจ่มใสก็รู้จักอยู่ไม่กี่คน)
3. ช่วงนี้อยากอ่านแฟนตาซีมาก

สรุปแล้ววันที่ 26 หมดไป 1190 บาท ได้มา 8 เรื่อง 10 เล่มค่ะ

ทั้งงานเกินงบตอนแรกไป 1000 บาท แต่ยังเหลืออีกหลายเล่มที่วางแผนไว้ว่าจะสอย แต่ถ้าสอยก็เกินงบไปอีกหลายตังค์แน่ คงต้องรอไว้สอยงานหน้าแล้วล่ะค่ะ

ขอบคุณงานหนังสือ แล้วพบกันใหม่งานหน้าค่ะ (แค่นี้ก็มีที่ยังไม่ได้อ่านเป็นตั้งแล้ว)

ส่วนใครอยากอ่านรีวิวจอมโจรยูเจนิดิส ที่ปกชวนอ่านมาก ๆๆๆๆ
ขอให้รอไปก่อนค่ะ จขบ. นอนจนหายไข้แล้วจะรีบอ่าน - -"




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2550    
Last Update : 29 ตุลาคม 2550 17:04:22 น.
Counter : 212 Pageviews.  

งานหนังสือ 25 ต.ค. (เสียเงินจริงจังแล้ว)

ก่อนวันที่ 25 เมื่อ 23 ที่ผ่านมา ก็ไปปฏิบัติภารกิจก่อนรอบหนึ่งแล้วค่ะ วันนั้นได้เดินทั่วงานจริง ๆ เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้นได้เดินแต่โซน C กับพลาซา แต่ก็ได้เล็ก ๆ น้อย ๆ มาแค่ไม่กี่เล่มค่ะ


1. พื้นที่สีเขียวบนโลกใบนี้หายไปวินาทีละหนึ่งสนามฟุตบอล จากบูธสสท.N46 โซน C 1 ค่ะ เป็นเล่มที่อ่านแล้วรักมาก เลยอดไม่ได้ต้องซื้อเก็บ ราคา 159 บาท ลดเหลือ 135 บาท 88 หน้า พิมพ์สี่สี กระดาษอาร์ตมันทั้งเล่มค่ะ

บูธนี้เต็มไปด้วยหนังสือสาระ วิชาการค่ะ แต่อีกส่วนหนึ่งก็มีพวกวรรณกรรมแปลญุ่ปุ่นลด 50 % ด้วยใครยังไม่ได้แวะ น่าจะลองไปสำรวจหน่อยนะคะ พวกคู่ซ่าส์หลังคาเดียวกัน สารวัตรโอนุกิ ฯลฯ ค่ะ เล็งไว้อีกเล่มคือลานมรณะ เดี๋ยวคิดอีกทีว่าจะเก็บไหม

2. มิติคู่ขนาน โดยชัยคุปต์
3. พิจิก
4. พลัดมิติ นิยายวิทยาศาสตร์เล่มไม่หนาของวีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์ค่ะ 3 เล่มนี้ 10 บาท ได้จากบูธอะไรไม่ทราบจำไม่ได้ - -" อยู่โซน C1 ใกล้กับ บูธสสท.นั่นแหล่ะค่ะ



5. ไอน้ำ เล่ม 30 ราคา 45 จาก 60 บาท จากศรีสยามการพิมพ์ โซนแพลนนารี



และในที่สุด จากที่นัดกับเพื่อนไว้วันอาทิตย์ก็ทนไม่ไหว เลือนขึ้นมาไปกันเมื่อวาน (25 ต.ค.) แทน ก็จขบ.ตบะแตกอยากเสียเงินแล้ว ก็ไปทั้ง ๆ ที่ไข้ขึ้นอยู่

ออกไปช้าโดนเพื่อนบ่นเล็กน้อย แล้วก็เริ่มที่โซน C1 เลยค่ะ ไม่เสียเวลา

บูธแรกที่เสียเงินคือ บูธเรือนบุญ ซึ่งพิมพ์หนังสือเกร็ดประวัติศาสตร์สมัยก่อนค่ะ ไปได้มาอย่างคุ้มสุดคุ้ม 2 เล่ม คือ
1. อานาสตาเซีย โดยเสฐียร พันธรังษี พิมพ์ปี 2543 275 หน้า ราคาปก 200 บาท
2. วิคทอเรีย เมลิต้า จักรพรรดินีไร้บัลลังก์แห่งรัสเซีย โดยจิตพะงา วาระศิริ (ผู้แปล ราชินีอังกฤษ อำนาจหลังราชบัลลังก์) พิมพ์ปี 2542 582 กน้า ราคาปก 380 บาท
เหลือเชื่อค่ะ 2 เล่มนี้สอยมาได้ในราคา 50 บาท / เล่ม ถูกมาก ๆ ใครชอบอ่านแนวนี้แวะไปอุดหนุนได้ค่ะ อยู่ในสุดของโซน C 1 เลย

บูธชนนิยม หนังสือดีมากอีกเช่นกัน ได้ภารตนิยายแบบปกเก่าสีชมพูมา สภาพมุมปกยับเล็กน้อย สีซีดเล็กน้อย และเพื่อนก็แสดงความสนใจอีกเล่มที่เหลือ คือที่บูเหลือแค่ 2 เล่มน่ะค่ะ ตอนแรกเขาจะลดให้จากปก 750 เหลือ 350 บาท จขบ.เลยต่อราคาอย่างไม่อายเด็ก(ที่เป็นคนขาย)ค่ะ ว่า 2 เล่ม เล่มละ 300 ได้ไหม น้องเขาก็ประมาณว่า พี่กล้าขอ น้องจัดให้ ตกลงค่ะ เลยสอยมาได้คนละเล่ม เล่มนี้มีแต่รูปปกใหม่ค่ะ



3. ภารตนิยายโดย อาจารย์ ศ.ดร. ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา เป็นการรวบรวมตำนานรักจากวรรณคดีสันสกฤตได้ 100 เรื่องค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นตำนานฮินดูที่เราอาจเคยได้ยินบ้าง และมีบางส่วนมาจากเรื่องมหาภารตยุทธ รออยากซื้อเก็บมานาน ในที่สุดก็ได้ มี 943 หน้า พิมพ์ปี 2544 ราคาปก 750 ได้มา300 บาทเท่านั้น

ต่อที่บูธนวนิตา มีนิยายหลายสนพ.ค่ะ ถ้าไม่อยากเบียดแย่งที่บูธหลักสนพ. ก็แวะที่นี่ได้ นิยายคุณอาริตาเกือบครบทุกเล่มค่ะ สนพ.สถาพร ของคุณกิ่งฉัตรและคุณดวงตะวันก็มีค่ะ บูธนี้เป็นที่หลักที่จะมาเสียเงินค่ะ ดังนี้



4. ดรากอน เดลิเวอร์รี่ เล่ม 2 โดย พัณณิดา ภูมิวัฒน์ 140 บาท เล่มนี้คงไม่ต้องบรรยายมากนะคะ ตอนได้ยินว่าจะออกงานนี้ ดีใจสุด ๆ เลย ก็สอยแบบไม่คิดอะไรเลย



5. คีตธร โดย ฯคีตกาล 170 บาท นี่อีกเล่มที่ดีใจมาก ๆ ที่ได้สอย กรี๊ด ๆ แฟน ๆ ไอน้ำ+คุณฯคี คงทราบสรรพคุณกันดีแล้วนุ



6.มอญซ่อนรัก โดย กนกณัชชา 199 บาท นี่ก็อีก รอนานมากแล้วกว่าจะได้สอยมาครอบครอง แต่ไปไม่อาจพบคนเขียนได้เลย เพราะเวลาไปงานไม่เคยตรงกัน จขบ.ก็ไปไม่ไหวแล้วค่ะ ต้องนอน เพราะไข้ยังไม่หาย



7. ปวงเทพผู้นิราศ โดย พัณณิดา ภูมิวัฒน์ 220 บาท นี่ก็เช่นกัน นานมาแล้วกว่าจะได้ซื้อพอได้มาแล้วดีใจจัง แฟนๆ คุณพัณณิดา ไปสอยได้ที่บูธนวนิตา และบูธจิตจักรวาล M 14 ค่ะ (มีเสื่อแมวข้าวปั้นด้วย + ผลงานอื่น ๆ ของคุณพัณณิดา)


8. สูตรเสน่หา ของคุณกิ่งฉัตร 349 บาท นี่ก็บรรยายสรรพคุณไว้แล้ว ที่ สูตรเสน่หา ชอบ ๆ

ต่อมาก็บูธสุดท้ายที่เสียเงิน คือ อัมรินทร์ ณ C2 เพราะบูธอื่นไม่อาจทำให้จขบ.เสียเงินได้อีกแล้ว



9. จอมโจรยูเจนิดิส 175 บาท
10. ราชินีแห่งแอตโทเลีย 215 บาท
11. ราชันแห่งแอตโทเลีย 255 บาท
ชุดนี้เป็นชุดที่ยั่วน้ำลายตั้งแต่เห็นปกแล้วค่ะ พออ่านคำโปรยปกเท่านั้นแหล่ะ เสียเงินทันที ซื้อทีเดียว 3 เล่ม ลด 20% ค่ะ อัมรินทร์ช่างทำหนังสือได้ยั่วน้ำลายจริง ๆ ปกน่ะช่างยั่วยวนชวนอ่านเป็นที่สุด

มีคนถามว่าอ่านเล่มไหนก่อน พนักงานก็ตามว่าอ่านตามวรรณะ จากโจร ไปราชัน แต่จขบ.แซวพนักงานที่บูธอัมรินทร์ว่าอ่านตามราคาต่างหากล่ะ (ดูได้ที่ราคาด้านบนค่ะ)

สรุปว่าเดินงานหนังสือเสียเงิน 3 หน ไปประมาณ 2300 บาท ได้มา 11+5+7 = 23 เล่ม ที่จำนวนเล่มเยอะเพราะเป็นประเภทเล่มละ 10 บาทไปเสีย 7 เล่มค่ะ เป็นชิ้นเป็นอันแค่ 15-16 เล่มเอง

ไม่รู้ว่าวันนี้จะไปอีกดีไหม ต้องรอเพื่อนเลิฟก่อนว่าจะไปรึเปล่า เพราะเมื่อวานไม่ซิ้ออะไรเลยนอกจากภารตนิยาย แล้วก็ให้จขบ.ซื้ออยู่คนเดียว พอออกจากงาน เธอก็หันมามองจขบ.พร้อมกับหนังสือ 11 เล่มที่ล้วนแต่ไม่บางทั้งสิ้น แล้วถามว่า ...ตกลงจขบ.ป่วยจริง ๆ เหรอ ทำไมดูสดชื่นยิ่งกว่าเธอซึ่งไม่ป่วยเสียอีก... 5555




 

Create Date : 26 ตุลาคม 2550    
Last Update : 26 ตุลาคม 2550 13:21:27 น.
Counter : 326 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

จินตานุภาพ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Imagination is more important than knowledge
Friends' blogs
[Add จินตานุภาพ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.