เวลาเป็นเงินเป็นทอง แต่เวลาที่ใช้อ่านหนังสือสามารถให้สิ่งที่มีค่ากว่าเงินทองแก่เราได้
Group Blog
 
All Blogs
 
ลุยอุตลุดไปกับชุดอวกาศ : Have Space Suit - Will Travel




เขียน : Robert A. Heinlein
แปลโดย ดร.ยรรยง เต็งอำนวย
พิมพ์ที่ เอเอสเค มีเดีย
พิมพ์ปี 2549
269 หน้า
ราคา 219 บาท

แนะนำ
กลับมาอีกครั้งกับผลงานของแกรนด์มาสเตอร์แห่งวงการหนังสือ Robert A. Heinlein ผู้เขียนจันทราปฏิวัติ (The Moon is a Harsh Mistress) นี่คือเรื่องราวของคิป หนุ่มน้อยผู้อยากไปเหยียบดวงจันทร์ ในยุคที่ฝันจะเป็นจริงได้ ก็ต้องจ่ายแพงหูฉี่ แต่แล้วโชคชะตาก็จับพลัดจับผลูให้คิปได้มาพบกับ พีวี เด็กสาวผู้มากับจานบินพร้อมด้วยเรื่องราววุ่นๆ ให้ลุ้นกันอีกเพียบ ติดตามการผจญภัยทะลุจักรวาลของยายตัวร้ายกับนายชุดอวกาศได้ใน ลุยอุตลุดไปกับชุดอวกาศ

ข้อมูลจากเว็บ thaispecial.com
และเว็บ เอเอสเคมีเดีย

----------------------------------------------------------------------------

มาถึงไซไฟเรื่องล่าสุดที่ได้อ่านบ้างค่ะ ปกติจขบ.จะเกิดอารมณ์อยากอ่านไซไฟขึ้นมาเป็นพัก ๆ และพักนี้ก็เลยได้ทำความรู้จักกับเรื่องนี้ จขบ.ไม่เคยอ่านจันทราปฏิวัติมาก่อน ก็เลยอ่านเรื่องนี้แบบไม่คิดอะไร ดูจากปก+แนะนำก็คิดว่าคงเป็นไซไฟที่ไม่หนักเท่าไร

แต่ปรากฏว่าผิดดาดนิดหน่อยค่ะ คือ เรื่องนี้เป็น Hard Sci-fi การเดินเรื่องไม่หนักมากหรอกค่ะ แต่รายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องละเอียดมากจนจขบ.ทึ่งไปเลย

เรื่องมันเริ่มจากคิป หนุ่มน้อยที่ด฿เหมือนจะธรรมดาค่ะ แต่ไม่ธรรมดา เพราะเขาบังเอิญมีป๊ะป๋าที่ดูภายนอกก็เหมือนจะธรรมดาเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วป๊ะป๋าไม่ธรรมดาเลย

คุณป๋าเลี้ยงคิปแบบให้อิสระเต็มที่ อยากได้อะไรก็ให้ค่ะ แต่ต้องไปทำงานเก็บเงินเอาเอง และที่ทำเอาจขบ.ทึ่งที่สุดก็คือ คุณป๋าเอาหนังสือทั้งหมดที่คิปต้องเรียนตามหลักสูตรม.ปลายของที่ร.ร. มานั่งอ่าน หลังจากที่ได้รู้หัวข้อการบ้านของลูก สิ่งที่คิปต้องเรียนใน 3 ปี คุณป๋าอ่านจบในหนึ่งอาทิตย์ (ขอทีนึงค่ะ)

หลังจากนั้นคุณป๋าก็วิเคราะห์หลักสูตร และคุยเปิดอกกับคิปว่า หากหลักสูตรมันเป็นอย่างนี้ (เท่าที่อ่านดูเข้าใจว่ามันไม่เน้นวิชาการเอาเสียเลย) คิปจะไม่มีความรู้พอที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริการได้แน่นอน (พวก MIT อะไรทำนองนั้น) แล้วคุณป๋าก็มอบหนังสือแนว ๆ วิศวกรรมเบื้องต้น ไฟฟ้า ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ ให้ลูกอ่านค่ะ (แต่ไม่ได้บังคับนะคะ)

ผลออกมา มันยากในตอนแรกสำหรับคิป แต่หลังจากนั้น มันก็เริ่มง่ายขึ้น และทำให้คิปมีความรู้ และโตเป็นผู้ใหญ่ รวมทั้งมีสติมากกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกันค่ะ กิจกรรมยามว่างของคิปเลยกลายเป็นพวกซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ทดลองต่อวงจรสารพัด แทนที่จะเป็นประเภทเที่ยว+หลีหญิงแบบวัยรุ่นทั่วไปค่ะ จขบ.ปลาบปลื้มทั้งคิปทั้งวิธีเลี้ยงลูกของคุณป๋ามาก

หลังจากนั้น คิปก็เริ่มคิดว่าอนาคตจะทำอะไรค่ะ ปรากฏว่าอย่างแรกที่อยากทำคือ แน่นอนเรียนมหาวิทยาลัย แต่คิปก็รู้สึกว่าที่บ้านอาจจะไม่มีเงินพอ (เนื่องจากพ่อไม่เคยฟุ่มเฟือยให้เห็น) ก็เลยไปทำงานพิเศษ และในตอนนั้นเขาก็พบว่ามีอีกเรื่องที่อยากทำ นั่นคือ การไปดวงจันทร์ พอบอกพ่อ แน่นอนว่าพ่อก็ไม่ว่าอะไร แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนเงินทุน (ตามเคย)

ในตอนที่กำลังคิดว่าจะหาเงินไปดวงจันทร์ได้ยังไงนั้น เป็นโชคดีของคิปที่มีสบู่ยี่ห้อหนึ่งออกมาจัดชิงโชค รางวัลใหญ่แพ็คเกจทัวร์ดวงจันทร์พอดี กติกาคือเขียนคำขวัญให้สบู่นี้ แล้วส่งชิ้นส่วนไปค่ะ

คิปก็เลยใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยความช่วยเหลือของหลายคนค่ะ ทั้งเจ้าของร้านที่คิปไปทำงานด้วยที่ชื่นชมคิป (ถึงขนาดจะส่งเรียนเภสัช เพื่อมาสืบทอดร้านยาเพราะเขาไม่มีลูก แต่คิปอยากเรียนทางวิศวะเลยได้แต่ขอบคุณ) ก็ช่วยรับสบู่มาขาย และให้คิปดำเนินกลยุทธ์โฆษณาขายสบู่ได้เต็มที่ แถมคิปยังคิดโปรโมชัน ลดราคาแต่ต้องคืนกระดาษห่อ (ที่ต้องเอาไว้ชิงโชคนั่นล่ะค่ะ)

คิปก็ได้ชิ้นส่วนมาเยอะมาก ส่วนคุณป๋าก็ช่วยด้วยการใช้หลักทางสถิติเข้าช่วยในการคิดคำขวัญและคำนวณจำนวนชิ้นส่วนที่ต้องหาเบื้องต้น (อ่านแล้วอึ้ง)

สุดท้าย คำขวัญที่คิปส่งไปก็ได้รางวัลชนะเลิศค่ะ แต่เขาไม่ได้รางวัลเพราะมีคนส่งไปซ้ำกันหลายคน เลยตัดสินให้คนแรกที่ส่งไป ได้รางวัลใหญ่ ส่วนคิปและคนอื่น ๆ ได้รางวัลปลอบใจ คิปก็เลยได้ชุดอวกาศมาค่ะ

คิปจะแลกชุดอวกาศรุ่นเก่าที่ได้มากับเงินรางวัล แต่ก็เปลี่ยนใจมาซ่อมมันจนมันใช้ได้เหมือนของจริงแทน จนเจ้าชุดอวกาศนี่เองที่ทำให้เขาได้พบกับพีวี และเรื่องราวใหญ่โตเกินกว่าที่เขาจะคาดถึง

-----------------------------------------------------------------------------

ความรู้สึกหลังจากที่ได้อ่าน

คิปมันเก่งมากกกก แล้วก็เป็นเด็กดี อ่านแล้วปลื้ม ปลื้มคุณป๋าที่เลี้ยงคิปน่ะค่ะ(โอจิค่อนกำเริบอีกแล้ว)

เรื่องนี้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์แทรกอยู่ตลอดเวลา จนมันจะกลายเป็น hard sci-fi แล้ว แต่เหตุการณ์การดำเนินเรื่องจะออกเป็นแนวผจญภัย การคลี่คลายปัญหาก็ดูจะเหมือนเหตุการณ์พาไป ทำนองว่ามีคนช่วย เพราะไปช่วยเขาไว้ อะไรแบบนี้ค่ะ คงเพราะผู้เขียนเขียนเรื่องนี้โดยเน้นให้เป็นหนึ่งในซีรีส์สำหรับเยาวชน ก็เลยลุ้นพอประมาณ ไม่มากเท่าไหร่ แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าประเด็นของเรื่องนี้อยู่ที่คล้าย ๆ จะสอนเด็ก ๆ ว่าให้เตรียมตัวให้มีความรู้พร้อมไว้เสมอและให้เป็นเด็กดี (แล้วจะมีคนมาช่วย) มากกว่าค่ะ

แต่โดยรวมก็ประทับใจค่ะ ว่านี่ขนาดเขียนให้เด็กอ่านนะนี่ จนทำให้อยากอ่านเรื่องอื่น ๆ ในซีรีส์บ้าง อ่านชื่อเรื่องดูก็มีน่าสนใจอย่างเช่น Space Cadet เป็นต้นค่ะ

อยากให้เมืองไทยมี sci-fi ให้อ่านเยอะ ๆ บ้างจัง




Create Date : 11 มกราคม 2551
Last Update : 11 มกราคม 2551 12:58:52 น. 2 comments
Counter : 311 Pageviews.

 
อ๊ายย เห็นปกแล้วเพิ่งนึกได้ว่าดองเล่มนี้ไว้

ถ้าอยากอ่านแนวไซไฟนิด ๆ แนะนำ "ดอกไม้แด่อัลเกอร์นอน" อีกเล่มค่ะ (สนพ. SciFi)


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 11 มกราคม 2551 เวลา:23:02:35 น.  

 
คุณยาคูลท์ ---- ถ้าถึงกับลืมนี่ แสดงว่าดองไว้นานเหมือนกันนะคะ ^^"
ดอกไม้แด่อัลเกอร์นอน ตอนแรกอ่านโปรยปกนี่ไม่รู้เลยว่าเป็นไซไฟ ตอนนี้อยากอ่านจันทราปฏิวัติค่ะ ^^


โดย: จินตานุภาพ วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:10:38:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จินตานุภาพ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Imagination is more important than knowledge
Friends' blogs
[Add จินตานุภาพ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.