ทะเลทุกข์...กว้างไกล กลับใจ......คือฟากฝั่ง

การทำสมาธิ





นั่งหลับตา ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรง

ให้ดูพระพุทธรูปเป็นตัวอย่าง นั่งให้สบายๆ พอดีพองาม

หายใจให้สบายๆ กำหนดรู้ลมเข้า ลมออก โดยสม่ำเสมอ ให้ติดต่อกัน



ในเวลานั้น ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องทำอะไร

การกำหนดรู้ลมเข้าลมออก เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

อย่างอื่นในโลกไม่สำคัญ

หน้าที่ของเรามีแค่นี้ ให้เอาใจใส่ทำให้ดีที่สุด



อาตาปี สัมปชาโน สติมา มีความเพียรเครื่องเผากิเลส

มีสัมปชัญญะ มีสติ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม กำหนดๆ ๆ

ต่อไปจิตก็จะสงบ ลมก็จะละเอียดเข้าๆ น้อยเข้าๆ จิตก็เบา กายก็เบา



เป็นกายที่ควร แก่การงาน เป็นจิตที่ควรแก่การงาน

ให้ปฏิบัติต่อไปเรื่อยๆ



การนั่งสมาธิ ให้ทำเป็นปกติ นั่งสงบก็นั่ง นั่งไม่สงบก็นั่ง

ไม่สงบไม่เป็นไร นั่งให้เป็นศีล สงบกาย สงบวาจา

นั่งอดนั่งทนก็แล้วกัน

ให้อยู่ในท่านั่งก็แล้วกัน

สงบหรือไม่สงบก็ไม่เป็นไรคือให้ได้นั่งนั่นแหละ

พยายามรักษาใจ อดทนเข้าไว้



อยากทำหรือไม่อยากทำก็ต้องทำ

การปฏิบัติต้องฝืนนะ

การปฏิบัติคือการฝืน คือการทวนกระแส

ระวังอย่าทุกข์ใจกับจิตที่ไม่สงบนะ

ไม่สงบก็ให้รับรู้ไว้

สงบเอา ไม่สงบไม่เอา ไม่ได้นะ

อยากแต่สงบ ไม่อยากไม่สงบไม่ได้

ดีใจเพราะสงบ เสียใจเพราะสงบก็ไม่ถูก



เรื่องจิตมันเป็นอย่างนี้มาตลอด ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว

จิตของเราต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ควรเป็นอย่างนั้น

เราบังคับมันไม่ได้หรอก

เรามีหน้าที่เพียงแต่กำหนดรู้ว่าสงบหรือไม่สงบเท่านั้น

มันเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา



เทศนาธรรม โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก




 

Create Date : 14 มีนาคม 2553    
Last Update : 14 มีนาคม 2553 15:29:43 น.
Counter : 210 Pageviews.  

การปฏิบัติธรรมยามเช้าเมื่อตื่นนอน



เช้าเมื่อตื่นนอน

เช้าก่อนไปทำงาน

ควรฝึกหัดตัวเองให้เป็นผู้มีสติในการที่จะกระทำการงาน

ทุกสิ่งทุกอย่าง เริ่มต้นด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 คือ

ให้ตั้งสติพิจารณากาย

เวทนา จิต ธรรม เน้นการชำระจิตก่อนไปทำงาน
ในช่วงนี้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงาน

ถ้าคิดก็ให้เน้นสติปัฏฐาน 4

เพื่อถอนความพอใจและไม่พอใจในโลกให้สิ้นไป

ตั้งแต่ตื่นนอนให้เจริญสติไว้

ให้มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา

ทำอะไรไม่ต้องรีบทำ ทำช้าๆ เพื่อเน้นการฝึกสติ



พอรู้สึกตัวตื่นก็ให้กำหนดดูจิต ดูกาย ว่ามีอาการอย่างไร

ดูกายว่าอยู่ในลักษณะอย่างไร นอนในลักษณะอย่างไร

ให้มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา

กายเคลื่อนไหวก็ให้รู้สึกตัว
พับผ้า เก็บที่นอน นุ่งห่มผ้า ก็รู้สึกอยู่ตลอด

ไม่ต้องรีบ ทำช้าๆ ให้รู้สึกตัว ตลอดเวลา…..นะ



เข้าห้องน้ำ ก็ให้ดูกาย ดูกายข้างนอกว่ามีอะไร มีลักษณะอย่างไร

และดูกายข้างในมีอะไร มีลักษณะอย่างไร มีอะไรออกจากกายบ้าง

สิ่งที่อยู่กับกายและออกจากกายมีแต่สิ่งที่สกปรกโสโครกทั้งนั้นใช่ไหม



อาบน้ำชำระร่างกาย สระผม หวีผม ก็ให้พิจารณากาย พิจารณาผม

ผมดำ ผมขาว ผมยาว ผมสั้น ผมหยิก ผมร่วง พิจารณาให้ละเอียด

ถ้าเราไม่ชำระไม่ล้าง ไม่สระ ไม่หวี สิ่งเหล่านี้จะเป็นอย่างไร

ให้ระมัดระวัง ตามดู ตามรู้ เห็นมือที่หวีผม

เห็นอิริยาบถ ทุกอิริยาบถ



แปรงฟัน ให้กำหนดรู้สัมผัสของแปรงกับฟัน
ให้พิจารณาฟันว่ามีลักษณะอย่างไร มีอะไรอยู่ที่ฟัน

ถ้าไม่แปรงฟันจะเป็นอย่างไร ฟันไม่สะอาด เราจึงต้องแปรงอยู่บ่อยๆ



ถ้าไม่แปรง ฟันจะเน่า จะเหม็น จะผุ จะโยกคลอน

ในที่สุดก็หลุดร่วงไป

ฟันให้ความสุขแก่เราได้มากเท่าใด

ฟันก็จะให้ความทุกข์แก่เราได้มากเท่านั้น
การแปรงฟันเป็นงานที่จำเป็น เป็นงานที่สำคัญมาก

แปรงฟันช้าๆ ไม่ต้องรีบแปรง



กำหนดดูตามอิริยาบถการเคลื่อนไหวของแปรง

ดูแปรงสัมผัสฟัน กำหนดดูฟัน ดูฟันเรา ฟันเขา

ดูให้เห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา



อนิจจัง ไม่เที่ยง มันเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

ทุกขัง มันเป็นทุกข์ต้องเอาใจใส่ดูแลรักษา

อนัตตา ที่สุดก็ร่วงไป ไม่ใช่ของเรา



งานทุกอย่าง ให้ค่อยๆ ทำไปโดยมีสติสัมปชัญญะ

มีความพอใจ ทำสบายๆ
งานทุกชิ้นที่กำลังทำอยู่มีความสำคัญที่สุดทั้งนั้น

ทั้งการพับผ้า การเก็บที่นอน การแปรงฟัน การเข้าห้องน้ำ

ไม่ต้องรีบทำเพื่อจะไปทำอย่างอื่น

การรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ตลอดเวลา

เป็นงานที่สำคัญที่สุดของผู้ปฏิบัติธรรม



ไม่ต้องรีบนะ ให้ทำไปเรื่อยๆ
..... ..... สำคัญให้จิตอยู่กับปัจจุบัน

เอาใจใส่กับสิ่งที่ทำในปัจจุบัน

ทำอะไรก็คอยดูด้วยสติสัมปชัญญะ

พิจารณากาย พิจารณาจิตไปด้วยตลอดเวลา



เสร็จแล้ว จึงนั่งสมาธิ เดินจงกรมครึ่งชั่วโมง หรือหนึ่งชั่วโมง
ตามแต่จะมีเวลาและตามความเหมาะสมของแต่ละคน

นี่คือการเตรียมจิตเตรียมกายเพื่อให้เหมาะแก่การงานต่อไปตลอดวัน


: เทศนาธรรม โดย พระอาจารญ์มิตซูโอะ คเวสโก




 

Create Date : 14 มีนาคม 2553    
Last Update : 14 มีนาคม 2553 15:17:29 น.
Counter : 218 Pageviews.  

พลิกนิดเดียว แล้วอยู่อย่างมีความสุข



คนเราจะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์อยู่ที่ความคิดนิดเดียว

พลิกนิดเดียวเราก็จะไม่เป็นทุกข์

พลิกนิดเดียวก็จะเปลี่ยนจากมิจฉาทิฏฐิมาเป็นสัมมาทิฏฐิ

จากความคิดผิดเป็นความคิดถูก

จากทางโลกมาสู่ทางธรรม

พลิกนิดเดียวเราก็จะอยู่ได้อย่างไม่มีทุกข์

อยู่กับปัจจุบันได้อย่างสงบ

ยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นแต่ละขณะอย่างสมบูรณ์



การเจริญสติปัฏฐาน คือการอยู่อย่างไม่มีความทุกข์ที่จะต้องดับ ***

การเจริญสติปัฏฐาน หรือการเจริญสมาธิวิปัสสนา
ก็เพื่อหัดเปลี่ยนจาก

การอยู่อย่างมีทุกข์เป็นพื้นฐานมาเป็นการอยู่อย่างมีความสุขเป็นพื้นฐาน



เพียงแต่มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้เต็มที่ในขณะนั้นๆ

ไม่อยู่กับอดีตบ้าง อนาคตบ้าง

รับรู้และเสวยอารมณ์แต่ละขณะอย่างเต็มบริบูรณ์

เห็นความงดงามของปัจจุบัน อย่ามัวแต่อยู่กับอดีตและอนาคต



ยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแต่ละขณะอย่างสิ้นเชิง

มีความสุขเต็มอิ่มอยู่ในตัวทุกๆ ขณะ

นี่คือการอยู่อย่างไร้ทุกข์

มีความสุขบริบูรณ์อยู่ในตัวตลอดเวลา

อยู่ในภาวะไร้ทุกข์ตลอดเวลา

และก็ไม่มีทุกข์จะต้องดับ






 

Create Date : 09 มีนาคม 2553    
Last Update : 9 มีนาคม 2553 18:39:40 น.
Counter : 168 Pageviews.  

เขานินทาเรา



เขานินทาเรา ด่าเรา เขาแย่งของเราไป ฯลฯ

เราไม่พอใจ เรากำลังจะโกรธเขา ต้องรีบแก้ไขทันที

"เขา" ไม่สำคัญ สำคัญที่ ใจ เรากำลังจะเป็นทุกข์

เรากำลังจะผิดศีล กำลังจะผิดข้อวัตรของเรา

ระวังนะ..... ถ้าเราเป็นทุกข์ เราก็ผิดข้อวัตรของเราแล้ว

ผิดศีล เราก็บาปแล้ว

เราต้องมี หิริ โอตตัปปะ ละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป

ถ้าเราเป็นทุกข์ เราผิดศีล เราก็บาป



ใครเขานินทาเราก็ไม่สำคัญ เขาทำอะไรๆ เราก็ไม่สำคัญ

สำคัญที่ใจเรา

สำคัญที่ใจเราอย่าเป็นทุกข์เท่านั้นก็พอแล้ว

ไม่ต้องดูใคร ไม่ต้องฟังใคร ดูกายกับใจของเรานี่แหละ

เราต้องเป็นที่พึ่งของเราเอง

อัตตา หิ อัตตโน นาโถ นะ

เราขึ้นอยู่กับคำพูดหรือการกระทำของคนอื่นไม่ได้หรอก

ระวังนะ….. คนโน้นคนนี้ก็ไม่สำคัญหรอก สำคัญที่จิตของเรานี่แหละ

ใครทุกข์ก็ไม่ต้องทุกข์ตามเขา ไม่ต้องโต้ตอบ ไม่ต้องชี้แจง

ไม่ต้องกลัว

สำคัญที่ใจเราอย่าเป็นทุกข์นะ

ถ้าเราทุกข์เราผิดแล้วนะ ไม่ใช่เขาผิดหรอก

ต้องรีบพิจารณาแก้ไขทันที





 

Create Date : 09 มีนาคม 2553    
Last Update : 9 มีนาคม 2553 18:36:42 น.
Counter : 140 Pageviews.  

ทุกข์



"เคยทุกข์แทบจะตายไหม" ท่านอาจารย์ถาม

ถ้าทุกข์หรือหดหู่ ให้รู้อยู่ว่าทุกข์หรือหดหู่ ไม่ต้องปรุงแต่ง

ให้อดทนเพ่งความทุกข์ความหดหู่ใจอยู่อย่างนั้น

ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย

ประคับประคองจิต ไม่ให้เอียงไปทางซ้าย

ไม่ให้เอียงไปทางขวา ทำใจให้เป็นกลางๆ

กำหนดรู้อยู่อย่างนั้น นั่งก็รู้ เดินก็รู้

กำหนดไป กำหนดไป ก็จะรู้ชัดขึ้นๆ

จะเห็นเป็นความว่าง ต่างหาก



เห็นว่าความทุกข์ก็ดี ความหดหู่ก็ดี

เป็นสักแต่ว่าความรู้สึกเท่านั้น

ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา

เป็นเพียงอุปาทานเท่านั้น

อุปาทานว่าเราหดหู่ อุปาทานว่าเราทุกข์นั่นแหละ

จริงๆ แล้วมันก็เปลี่ยนแปลงได้ และจะเปลี่ยนไปเอง

เมื่อมีอารมณ์ใหม่เข้ามาแทนที่

เพราะมันเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

เราทุกข์ เราหดหู่ เพราะอุปาทาน ความยึดมั่นนั่นแหละ



อาศัยความอดทน อดกลั้น ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์วิปัสสนา

เพ่งพิจารณาความไม่เที่ยง ไม่แน่นอน

แล้วความรู้สึกทุกข์ ความรู้สึกหดหู่ใจ ก็จะเปลี่ยนไปเอง

เพราะ สัพเพ ธัมมา อนัตตา

ธรรมทั้งปวง ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน

แล้วเราจะรู้ชัดขึ้นๆ



ความหดหู่เป็นอาคันตุกะ

เขามาเยี่ยมเฉยๆ แล้วก็ไป ไปแล้วก็มาใหม่

ถ้าเราหยุด วางเฉย เขาก็อยู่ไม่ได้

อย่าเพลิดเพลินกับการตามอารมณ์นะ



แขกมาหา จะไล่เขาไปก็ไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะโกรธเอา

ต้อนรับก็ไม่ได้ เขาจะอยู่เลย

เราเฉยเสีย เขาก็จะไปเอง

เพราะเขาเป็นอาคันตุกะ ไม่ใช่ผู้อยู่ประจำ

ถ้าเขามาก็รู้ว่า อ้อ เขามาแล้ว กำหนดรู้ แล้วก็เฉย

ทำใจให้เป็นอุเบกขา ทำใจให้เป็นกลางๆ

ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย ไม่ตกใจ ไม่กลัว ไม่รังเกียจ

เอาก็ไม่ใช่ ไม่เอาก็ไม่ใช่

กำหนดรู้ไปเรื่อยๆ

จุดหมาย คือความไม่มีทุกข์ และจิตที่สงบ สะอาด สว่าง



ให้เอาทุกข์เป็นอาจารย์

อย่ารังเกียจทุกข์นะ อย่าหนีทุกข์นะ อย่ากลัวทุกข์

ทุกข์นั่นแหละเตือนเราไม่ให้ประมาท

ให้เกิดปัญญา ให้รู้ ให้เห็น ตามความเป็นจริง ให้เห็นสัจธรรม

ยิ่งทุกข์มากยิ่งดี เมื่อผ่านไปได้ ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวอะไร

ต้องอดทนต่อสู้ ด้วยจิตใจที่กล้าหาญ

ทุกข์ที่ไหน กำหนดดูที่นั่น

ทุกข์เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้ ต้องตามรู้ ตามศึกษา

ค้นหาดูทุกข์

ดูๆ ไปก็จะพบตัณหา อุปาทาน



ตัณหา อุปาทาน นี่แหละ ทำให้เป็นทุกข์

ตัณหา อุปาทาน นี่แหละ ปิดบังไม่ให้เห็นทุกข์

เป็นทุกข์ แต่ไม่เห็นทุกข์


เราจึงต้องทำจิตใจให้เข้มแข็ง มุ่งหน้าเข้าไป (พิสูจน์) ดู

จึงจะเห็นทุกข์ เมื่อเห็นแล้วก็จะรู้แจ้ง

เกิดญาณทัสสนะ ทั้งรู้ ทั้งเห็น ตามความเป็นจริงว่า



ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น

ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่

ทุกข์เท่านั้นดับไป

นอกจากทุกข์แล้ว ไม่มีอะไรเกิด

นอกจากทุกข์แล้ว ไม่มีอะไรดับ



สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ

ธรรมทั้งหลายทั้งปวงอันใครๆ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

สัพเพ ธัมมา อนัตตา

ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน

สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา

เมื่อวางเฉยได้ วางทุกข์ได้ ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย

ทุกข์ก็จะไม่มี หรือมีเหมือนไม่มี



อย่าคิดว่าเราทุกข์

ทุกข์ไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ทุกข์

ทุกข์ไม่ใช่อยู่ในเรา เราไม่ใช่อยู่ในทุกข์

ทุกข์เขาก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

เรามีหน้าที่เพียงกำหนดรู้ทุกข์ที่เกิดขึ้น

กำหนดรู้ทุกข์ที่ตั้งอยู่

กำหนดรู้ทุกข์ที่ดับไป

ทำอย่างนี้เราก็สามารถรับทุกข์ได้

ทุกข์แค่ไหนก็รับได้

ต้องอดทนนะ คนมีปัญญาทนทุกข์ได้



ถ้าเรายังเป็นทุกข์ ก็ยังใช้ไม่ได้ ยังผิดอยู่

ให้พิจารณาอริยสัจ 4 เสมอๆ

ถ้าเรายังเป็นทุกข์ แสดงว่าเราไม่มีสัมมาทิฏฐิ

เวลาทุกข์เกิดขึ้นให้ดูเข้าข้างใน (ดูจิต)

อย่าไปดูข้างนอก อย่าไปโทษคนโน้นคนนี้


ให้ดูกายกับใจของเรานี่แหละ

ดูให้เห็นว่า ตัณหา อุปาทาน นี้แหละ

เป็นตัวต้นเหตุให้ทุกข์เกิด เป็นมาร

เป็นศัตรูที่ร้ายแรงที่สุด

ให้มีขันติ อดทนสู้อารมณ์นั้นๆ

ตามรู้อารมณ์นั้นๆ รู้แล้วก็ไม่หวั่นไหว

ไม่เดือดร้อนเป็นทุกข์ รู้แล้วไม่หลง ไม่ติด

มีแต่ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน



นั่นแหละ พระพุทธเจ้าอยู่ที่นี่เอง

ไม่ต้องไปหาที่ไหน

แม้จะต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันก็ยอม

ต้องเอาชนะให้ได้

อาศัย ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นอาวุธ

ดูให้เห็น อนิจจัง ความไม่เที่ยงแท้ ความไม่แน่นอน




 

Create Date : 09 มีนาคม 2553    
Last Update : 9 มีนาคม 2553 18:32:00 น.
Counter : 169 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Jingjoknoi
Location :
Fl United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Jingjoknoi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.