All Blog
หยิบฝันมาปัดฝุ่น : เสริมสิน







หยิบฝันมาปัดฝุ่น


ผู้เขียน : เสริมสิน


หนังสือทำมือ. รวมเล่มครั้งแรก พฤษภาคม 2559.

จำนวน 92 หน้า ราคา 80 บาท


---------------------------------------------------------------------------------

ใครบ้างจะตื่นเต้นขึ้นมาเจอวันพรุ่งนี้

มีเพียงแต่ตื่นขึ้นมาเจอวันนี้

พรุ่งนี้เป็นเพียงจินตนาการ

- หยิบฝันมาปัดฝุ่น

---------------------------------------------------------------------------------


ผมชื่นชอบบทกวี แต่ไม่เคยตามซื้อหนังสือเกี่ยวกับกลอนกวีมาอ่าน แต่สำหรับ หยิบฝันมาปัดฝุ่น บทกวีของ เสริมสิน ผมได้มาเพราะอยากสนับสนุนความฝันของหญิงสาวคนหนึ่ง เพราะเล่มนี้เป็นหนังสือทำมือ (ทำกับมือจริงๆ นะครับ) ซึ่งผู้เขียนบันทึกบทกวีของเธอทั้งเล่มด้วยลายมือตัวเอง แล้วใช้วิธีก็อปปี้ต้นฉบับ นำมารวมเล่ม พร้อมทั้งเย็บเล่มด้วยการร้อยเชือก เพียงแค่เปิดอ่านคำนำ ก็ทำให้ผมนึกเอ็นดูผู้เขียนขึ้นมาทีเดียว


“ตั้งแต่อ่านนิยายแจ่มใสตอนมัธยมต้น

ฉันก็ฝันว่าอยากมีหนังสือเป็นของตัวเองบ้าง

ฉันเขียน แต่ไม่เคยสำเร็จ

โตขึ้นมา ฉันก็ยังคงเขียนอยู่

เวลาและความขี้เกียจ

ปล่อยฝุ่นเกาะฝันของฉันจนหนา

แต่โชคดีที่ฝันยังคงอยู่ที่เดิม

หนังสือรวมผลึกความคิดเล่มนี้จึงเกิดขึ้น

หลังจากนี้

ฉันก็หวังจะเขียนนิยายให้ถึงตอนอวสาน

บ้างสักครั้ง...”


แด่...กลิ่นหอมของความจริง ผมอมยิ้มนับแต่คำอุทิศ ที่โปรยอยู่กลางหน้ากระดาษ

หยิบฝันมาปัดฝุ่น เรียงร้อยด้วยบทกวีอย่างที่เรียกกันว่า แคนโต้ (Canto) มีลักษณะเป็นกลอนเปล่า ไม่มีสัมผัส หนึ่งบทมี 3 บาท บาทละ 1 วรรค แต่ละวรรคไม่กำหนดจำนวนพยางค์ เน้นการใช้คำน้อย แต่ให้ความหมายลึกซึ้งกินใจ หรืออาจเรียกง่ายๆ ว่า บทกวี 3 บรรทัด คล้ายกับบทกวีไฮกุ (Haiku) ของญี่ปุ่น

เสริมสินบรรจงเขียนแคนโต้ของเธอทั้งหมด 260 บท เพื่อถ่ายทอดห้วงอารมณ์และประสบการณ์ชีวิต ส่วนใหญ่เป็นการบอกเล่าความรู้สึกนึกคิดต่อสิ่งต่างๆ ที่เธอได้พบปะ ทั้งความรัก มิตรภาพ สัจธรรม และชีวิตประจำวัน หลายๆ บทกล่าวแบบนามธรรม (ผมต้องตีความเอาเอง) และหลายๆ บทกล่าวเปรียบเทียบได้อย่างซาบซึ้งกินใจ เมื่อได้อ่านจนจบตลอดทั้งเล่มแล้ว ผมได้ข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า ความนึกคิดของผู้เขียนคงเต็มไปด้วยความเศร้า เหงา และอิ่มเอมใจกับความสุขในบางช่วงเวลา หากแต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด คือเธอมีพลังใจด้านบวก มองโลกในแง่ดี และไม่ได้ปล่อยให้ความเหงาในใจทำลายเธอได้เลย

ผมจึง (ขออนุญาต) คัดลอกบทกวีในเล่มมาให้อ่านกันสักเล็กน้อย


มนุษย์

ใช้ไม้บรรทัดพิการเป็นอาวุธ

ไว้ฆ่าคนอื่น


เธอจมอยู่กับเขา

ส่วนฉันจมอยู่กับ

ความเศร้าของเธอ


ตะวันไม่จริงจัง

สาดแสงล้อเมฆเล่น

ยามเหงา


หัวใจฉันเหมือนกระดาษที่ว่างเปล่า

เธอ

มีพู่กันสักอันไหม


ไม่กล้าเปิดเพลงเสียงดัง

กลัวคนแอบฟัง

จะได้ยินว่าฉันเศร้า


เวลาเราตั้งคำถาม

เราต้องการคำตอบ

หรือคำปลอบประโลม


บางครั้งก็นึกเกลียดเวลา

ที่ทำให้เรา

ลืมกัน


เรามักตกหลุมรักคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ

พอเมื่อรู้จักเขาดีแล้ว

บางทีแค่ชื่อก็ไม่อยากได้ยิน


ความเจ็บปวดของการอยู่ในกรง

คือมองเห็นประตู

แต่ออกไปไม่ได้


ฉันไม่ใช่คนที่จะจมอยู่กับอดีต

แต่ฉันเป็น

นักสะสมความผูกพัน


ไม่เป็นไร

หากคนที่อยู่ในเพลงของเธอ

ไม่ใช่ฉัน


อยากให้การรอคอยมีความหมาย

มากกว่าความรู้สึกเสียดาย

เมื่อถึงจุดสิ้นสุดของเวลา


ความซาบซึ้งและลึกซึ้งในบทกวี ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกที่เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวเป็นแรงขับเคลื่อน ทุกคนล้วนมีบทกวีหรือถ้อยคำที่กินใจ หรือกระทบความรู้สึกของตัวเอง และเราไม่อาจวิพากษ์บทกวีสักบท เพียงเพราะเราไม่อาจเข้าใจหรือเข้าถึงมัน ด้วยแท้จริงแล้ว "บทกวี" คือถ้อยคำที่กลั่นออกมาจากใจเป็นสำคัญ ดังนั้น ต้องลองใช้ใจอ่าน แล้วค่อยตัดสินใจเอาเองนะครับ ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร


เพิ่มเติมเล็กน้อยเกี่ยวกับ...แคนโต้

แคนโต้ (Canto) มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า Cantus แปลว่า เพลง ใช้เรียกตอนหนึ่งของบทกวียาวๆ ในวรรณกรรมตะวันตก เช่น The Divine Comedy ของ Dante Alighieri ที่เรียงร้อยด้วยกวีแคนโต้ 100 บท เป็นต้น แต่ในประเทศไทยหมายถึงกลอนเปล่า 3 บรรทัด ซึ่งบางคนแสดงทรรศนะไว้ว่า


“แคนโต้ เป็นบทกวีไทยร่วมสมัย เกิดขึ้นโดยคนไทย มีลักษณะเป็นลูกผสมระหว่างตะวันออกและตะวันตก รูปแบบคล้ายกวีไฮกุของญี่ปุ่น มีความหมายแตกต่างกันเล็กน้อย ตรงที่ไฮกุจะเน้นไปทางการแสวงหาความหลุดพ้น แต่แคนโต้นั้นเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย” – Alpha [จาก klonthaiclub.com]


ความคิดเห็นข้างต้นนั้น ผมเข้าใจว่า นักกวีคนไทยน่าจะนำรูปแบบการเขียนบทกวี “ไฮกุ” มาเขียนเป็นถ้อยคำภาษาไทย แล้วคงยืมชื่อ “แคนโต้” จากภาษาอิตาเลียนมาใช้เรียกบทกวีสามบรรทัดแบบไทย ทำให้แคนโต้ของไทยไม่เหมือน Canto แบบตะวันตก และไม่ใช่ Haiku แบบญี่ปุ่นเสียทีเดียว

ฟ้า พูลวรลักษณ์ กวีแคนโต้รุ่นบุกเบิกคนหนึ่งของเมืองไทย ได้ให้คำจำกัดความ “แคนโต้” ในเว็บไซต์ thaicanto อย่างน่าสนใจ ช่วยให้เราอ่านแคนโต้ได้อย่างเข้าใจ ซาบซึ้ง และบรรลุเจตจำนงของผู้เขียน ในที่นี้จึงขอขอบคุณ littlewizard [จาก Oknation] ที่นำถ้อยความมาเผยแพร่ด้วยครับ


“...แคนโต้ คือ บทกวีประเภทหนึ่ง มีลักษณะเป็นกลอนเปล่า 3 บรรทัด

แคนโต้เป็นเพียงบทกวีที่ประกอบไปด้วยกลุ่มถ้อยคำสั้นๆ

แต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือ เมื่อกลุ่มคำเหล่านี้ ถูกจัดเรียงเป็นสามบรรทัดแล้ว

กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

เมื่อได้อ่านแคนโต้ของใครผู้ใดก็ตาม เป็นความยาวต่อเนื่องจำนวนมาก

คุณจะกลายเป็นผู้ล่วงล้ำเข้าไปรับรู้ถึงอารมณ์

และห้วงความคิดคำนึงของชีวิตใครผู้หนึ่ง ในลักษณะปะติดปะต่อ

และในยามที่คุณเผชิญหน้ากับถ้อยคำสั้นๆ เหล่านั้น

คุณจะได้พบกับความหมายบางอย่าง

ผ่านความอ่อนไหว จากชีวิตเล็กๆ บนโลกนี้...”


ดังนั้น เมื่อผมได้อ่านบทกวีแคนโต้ของเสริมสินจนครบทุกบท ผมจึงได้ร่วมเข้าไปรับรู้เรื่องราวในชีวิตของเธอ หลายเรื่องเข้าใจ หลายเรื่องไม่เข้าใจ หากแต่ปะติดปะต่อกันแล้ว ผมเห็นภาพชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีความฝันมากมาย อันประกอบด้วยความรัก ความสุข ความเหงา และการมีชีวิต ทุกถ้อยคำมีความหมายที่ถ่ายทอดผ่านความอ่อนไหว จากชีวิตเล็กๆ ของผู้เขียนอย่างที่คุณฟ้า พูลวรลักษณ์ นิยามไว้ และเช่นเดียวกับความตั้งใจที่เสริมสินย้ำเอาไว้บน “ปกหลัง” ของหนังสือว่า


ทุกท่วงทำนองของชีวิต

ฉันร่ายจังหวะความคิด

บรรเลงในสามบรรทัด

๗๗


ผมแนะนำให้ลองอ่าน หยิบฝันมาปัดฝุ่น ของ เสริมสิน กันดูนะครับ

ไม่แน่ว่า...คุณอาจค้นพบบทกวีสักบทของเธอ ที่กระทบใจคุณ หรือทำให้คุณอิ่มเอมใจก็ได้ 


Jim-793009 

29 : 01 : 2017




Create Date : 29 มกราคม 2560
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2560 21:54:51 น.
Counter : 1007 Pageviews.

3 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณแม่ไก่

  
ชื่อเรื่องเพราะมากเลยครับ แถมความหมายดีอีกด้วย
อดนึกถึงชื่อหนังสือบทกวี อีกเรื่อง ที่เล่นคำสไตล์นี้เลยครับ ผมไม่แน่ใจว่า ของคุณประเสิรฐ จันดำ หรือเปล่า ชื่อเรื่อง "ฝอยฝนบนม่านฝุ่น" ครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 มกราคม 2560 เวลา:15:00:24 น.
  
ช่วงหนึ่งเคยชอบเขียนอะไรๆ ทำนองนี้ค่ะ จนโตขึ้น(แก่ลง)กลับไปย้อนอ่านแล้วแอบอายตัวเอง แหะ ๆ

แต่บทกวีข้างบนที่ยกมา แต่ละบทๆ อ่านแล้วกระทบใจค่ะ ชอบ ๆ
โดย: แม่ไก่ วันที่: 31 มกราคม 2560 เวลา:12:22:25 น.
  
คุณสามปอยหลวง --- "ฝอยฝนบนม่านฝุ่น" ชอบชื่อนี้เหมือนกันครับ ใช้สัมผัสอักษรได้ไพเราะมาก เหมาะสมจะเป็นชื่อหนังสือรวมบทกวีจริงๆ

คุณแม่ไก่ --- ผมก็เคยแต่งเพลงเอง ร้องเอง พอกลับไปค้นเจอต้นฉบับเพลง แอบอายตัวเองเหมือนกันครับ แต่ก็เป็นความทรงจำที่ทำให้อมยิ้มได้เสมอเลย --- ส่วนบทกลอนในเล่ม ยังมีอีกหลายบทที่น่าจะชื่นชอบครับ
โดย: Jim-793009 วันที่: 31 มกราคม 2560 เวลา:20:26:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



Jim-793009
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



"เขียน" ถ้าสิ่งนั้นคือความสุขอย่างแรกที่เรามองเห็นและนึกถึง ^_^

วรรณกรรมจึงงามกว่าเพชร คมกว่าดาบ เป็นโอสถอันประเสริฐยิ่งของชาวโลก
- กฤษณา อโศกสิน

"หนังสือบางเล่มผมไม่ได้อ่านเพราะชอบหรือไม่ชอบ เมื่อเป็นนิยายรักยอดนิยม ถ้าไม่อ่านก็เสียโอกาสทำความเข้าใจคนอื่น...ดีสำหรับผม ไม่ได้หมายความว่าคุณอ่านแล้วจะเข้าใจ หรือชอบในระดับเดียวกัน"
- ประชาคม ลุนาชัย [ร้านหนังสือที่มีแต่นิยายรัก]

"...สำหรับนักอ่าน หนึ่งในการค้นพบที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิต คือการพบว่าตัวเองเป็นนักอ่าน ไม่ใช่แค่อ่านออก แต่ตกหลุมรักมัน ตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ตกหลุมรักหัวปักหัวปำ หนังสือเล่มแรกที่ทำให้เกิดผลเช่นนั้นจะไม่มีวันถูกลืม..."
- Finders Keepers, Stephen King
New Comments