เที่ยวสุขใจสไตล์เก๋ๆ
Group Blog
 
All Blogs
 
มือใหม่หัดขึ้นเครื่องบิน ฟังทางนี้


ไม่เคยขึ้นเครื่องบินไม่ใช่ล่ะมันไม่ยากอย่างที่คิด

เชื่อว่าหลายๆ คน ที่ยังไม่เคยเดินทางโดยเครื่องบินเหตุผลไม่ใช่มาจากราคาเครื่องตั๋วเครื่องบินที่แพงจนหูฉี่เอื้อมไม่ถึงแต่เหตุผลที่ไม่กล้าจะบอกใคร ก็คือกลัวการขึ้นเครื่องบินใช่มั้ยล่ะคำว่ากลัวขึ้นเครื่องบินนั่นคงไม่ได้หมายถึงกลัวเครื่องตก แต่เป็นเพราะเริ่มตั้งแต่ซื้อตั๋วเลย ฉันจะซื้อยังไง ล่ะ พอได้ตั๋วฉันต้องทำยังไงต่อไปล่ะเขาจะตรวจอะไรฉันบ้าง จะไปติดต่อใคร เดินไปทางไหน ขึ้นเครื่องตรงไหน ต้องเตรียมอะไรไปบ้างแล้วที่เค้าว่าไอ้ของเหลวอะไรอีกนั่น ขึ้นเครื่องแล้วนั่งตรงไหน นั่งทางไหนทำยังไง ลงเครื่องอีกล่ะ โอ้ยยยย สารพันปัญหา

ทำตามวิธีต่อไปนี้แล้วคุณจะหมดปัญหา

1. จองตั๋วเครื่องบิน 

ถ้าการเดินทางนั้นไม่ฉุกละหุกจนเกินไปถึงขั้นต้องเดินทางเดี๋ยวนั้น วันนั้นไม่แนะนำอย่างยิ่งให้ซื้อตั๋วแบบปัจจุบันทันด่วน แน่นอนที่สุด ราคามันแพงถ้าพอมีเวลาได้หายใจหายคอซักนิด แนะนำให้คอยติดตามโปรโมชั่น อย่างที่รู้ๆ หลายๆสายการบิน มีโปรโมชั่นลดราคาตั๋วเครื่องบินมากมาย อย่างเช่น โปรโมชั่น 0 บาท,ลดราคาพิเศษ, ลดครึ่งราคา, ยกเว้นธรรมเนียม แต่ยิ่งถูกก็ยิ่งต้องจองล่วงหน้านานๆหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหวังซะทีเดียว วันธรรมดาๆ เช่น จันทร์ – พฤหัสบดี ก็ยังมีตั๋วราคาน่าคบอยู่อีกมากถ้าแพลนจะไปเที่ยวก็หาวันลาที่เหมาะๆ ซะ เท่านี้ก็จะได้ตั๋วราคาถูกแล้ว



มาพูดถึงวิธีการจองกันบ้าง เดี๋ยวนี้ถ้าคุณมีอินเตอร์เน็ตการจองตั๋วไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปจะจองผ่านทางเว็บไซด์ของสายการบินเอง หรือ ผ่าน application ในมือถือก็ยังได้จองเสร็จจะจ่ายเงินออนไลน์ หรือ ตัดบัตรเครดิต หรือ จ่ายที่ร้านสะดวกซื้อก็ได้เลยที่เหลือก็นั่งนับวันรอเตรียมบิน

คำเตือน : หลังจากที่ได้รายละเอียดการจองแล้วตรวจชื่อ นามสกุล วัน เวลา จุดหมายปลายทางให้ถูกต้อง หากผิดพลาดจะได้แก้ไขได้ทัน



2. ขั้นตอนการเช็คอิน

เอาละได้เวลาเดินทางแล้วขั้นตอนต่อไปคือการนำตั๋วเครื่องบินไปที่เค้าท์เตอร์เช็คอินของแต่ละสายการบินที่คุณทำการจองมา ส่งตั๋วเครื่องบินพร้อมบัตรประชาชนให้พนักงานถ้ามีกระเป๋าที่น้ำหนักเกินก็ให้พนักงานเอาไปชั่งเค้าก็จะเอาไปโหลดให้แต่เดี๋ยวนี้บางสายการบินอำนวยความสะดวกด้วยการนำตู้เช็คอินมาตั้งไว้ให้ถ้าคุณไม่จำเป็นต้องโหลดกระเป๋าก็ทำการเช็คอินผ่านตู้นี้ได้เลยสะดวกและรวดเร็วไม่ต้องรอคิว เพียงใส่เลข booking no. ลงไป เครื่องก็จะปริ้นท์ Boarding pass ให้คุณเจ้าตัว Boarding pass นี้ก็คือบัตรโดยสารหรือใบผ่านทางเพื่อเข้าประตูที่จะไปรอขึ้นเครื่องนั่นเองตรวจสอบรายละเอียดใน boarding pass ให้เรียบร้อยนะ ชื่อนามสกุล สนามบินปลายทาง แล้วก็จำให้ขึ้นใจ ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) ที่เท่าไหร่ เวลาขึ้นเครื่องตอนไหน พลาดละก้อ ต้องกลับไปขึ้นรถทัวร์กันเลยทีเดียว

3. ขั้นตอนการขึ้นเครื่องบิน

เอาไงดีกลัวละสิก็จริงอยู่มันไม่ง่ายเหมือนการขึ้นรถทัวร์ส่งตั๋วให้ดูแล้วขึ้นไปนั่งแต่ก็ใช่ว่ามันจะยากอะไรขนาดนั้น เอา boarding pass ที่ได้มาพร้อมบัตรประชาชน ส่งให้เจ้าหน้าที่ ตรวจ แต่ไปให้ถูกช่องนะ มันมีในประเทศและนอกประเทศเจ้าหน้าที่ก็ตรวจๆ เท่านั้นก็เป็นอันจบเดินผ่านเข้าไปได้ แต่เดี๋ยวเดินไปซักพักจะมีตรวจอีกรอบ ตอนนี้ตรวจด้วยเครื่องสแกน หาวัตถุระเบิดของผิดกฎหมายอะไรประเภทนี้ เราก็เอากระเป๋า หรือ โลหะที่ติดตัว โทรศัพท์มือถือหรือ นาฬิกา ใส่ในตระกร้าที่พนักงานเตรียมไว้ ของเราก็จะผ่านเข้าเครื่องไปส่วนตัวเราก็เดินไปตรงประตูที่เค้ากำหนดไว้ พนักงานจะเอาเครื่องสแกนมาสแกนตัวเราถ้าไม่มีอะไรผิดปกติก็เดินผ่านไปได้

ตามภาพที่ไฮไลท์ คือ เลข Gate (ประตูขึ้นเครื่อง)และเวลาที่พนักงานจะเรียกไปขึ้นเครื่อง เพราะฉะนั้นจะทำธุรอะไรก็ไปทำให้สำเร็จเสร็จสิ้นจะกิน เข้าห้องน้ำ ก็ทำให้เรียบร้อย แล้วก็เดินไปที่ Gate ตามที่Boarding pass แจ้งไว้



เรายังสามารถดูตารางบินได้จากที่หน้าจอดิจิตอลที่ทางสนามทำไว้ให้ได้อีกด้วย


นี่ๆ ป้ายบอกทางไป Gate ก็มีนะ เดินตามไปกันเลย


จากนั้นก็รอ ร๊อ รอ รอให้พนักงานเรียกไปขึ้นเครื่องส่ง boarding pass และบัตรประชาชนให้พนักงานตรวจ บางไฟลท์ก็ขึ้นผ่านงวงช้างเราก็เดินตามทางไป บางไฟลท์ ก็ต้องเดินออกจาก Gate ไป เพื่อขึ้นรถบัสมารับไปขึ้นเครื่องอีกที อันนี้ไม่ต้องตื่นเต้นพนักงานบอกตลอดอ่ะเดินขึ้นเครื่องเลย



4. เมื่อขึ้นเครื่องบินแล้ว

กระเป๋าที่นำติดตัวมาเราก็นำไปไว้บนช่องวางสัมภาระด้านบนนั่งตามที่นั่งที่ระบุ รัดเข็มขัดให้เรียบร้อยขั้นตอนนี้พนักงานจะมาสาธิตถึงเวลาเครื่องขึ้นเราก็ปิดโทรศัพท์มือถือ รอจนกว่าสัญญาณเตือนจะดับถึงจะเปิดเครื่องได้เพราะสัญญาณอาจไปรบกวนการบิน ขั้นตอนนี้ล่ะตื่นเต้นนักขณะที่เครื่องขึ้นก็จะมีแรงกดอากาศนิดนึงหูอาจจะอื้อก็ไม่ต้องตกใจแก้ไขได้ด้วยการกลืนน้ำลายหรือเคี้ยวหมากฝรั่งต่อจากนั้นเมื่อเครื่องตั้งตรง ใครที่สั่งอาหารไว้ก็กินใครใคร่ซื้อของที่ระลึกซื้อ นั่งแป๊บเดียวเครื่องก็ลงพนักงานแจ้งให้เตรียมตัวอีกครั้ง เครื่องลง ก็ค่อยทยอยกันลงจากเครื่องใครที่มีกระเป๋าที่โหลดไว้ก็ไปรอรับกระเป๋า ใครไม่มีก็เดินออกจากสนามบินได้เลยค่ะ


เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับของเหลวที่จะนำขึ้นเครื่อง

ของเหลว (รวมเจลต่างๆ)แต่ละชิ้นจะต้องบรรจุในภาชนะขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อให้มีปริมาณเหลือน้อยแต่ถ้าปริมาตรบรรจุเกิน 100 มิลลิลิตรก็เอาขึ้นเครื่องไปไม่ได้

- ของเหลวทั้งหมดรวมกันไม่เกิน 1000 มิลลิลิตร

- ของเหลวทั้งหมดต้องรวมกันใส่ถุงพลาสติกใสโดยต้องนำใส่ถุงพลาสติกแบบZip-Lock ขนาด20 x 20 เซนติเมตร


ไปเจอคลิปการขึ้นเครื่องบินมา เลยเอามาฝากค่ะ 



เท่านี้การขึ้นเครื่องบินก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วแล้วจะรออะไร หาที่เที่ยว ออกเที่ยวไกลๆ ไปเครื่องบินกันดีกว่า จะจองตั๋วก่อนลางานหรือ ลางาน แล้วค่อยไปส่องตั๋วถูกๆ ก็ได้

ขอให้มีความสุขกับการขึ้นเครื่องบินนะคะ


--------------------------------------------




Create Date : 01 กรกฎาคม 2558
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 17:53:26 น. 0 comments
Counter : 818 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jikkegodhji
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Doll is my dream!!
Friends' blogs
[Add jikkegodhji's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.