-=Jfk=- Blog ดินแดน แห่ง มิตรภาพ ใน Cyber Space ที่ไร้พรมแดน
Group Blog
 
All Blogs
 
=== ลุยอียิปต์ ค้นหาปริศนา แดนไอยคุปต์ ตอนที่ 1 Cairo และ มหาปิรามิด Giza===

การเดินทางไปอียิปต์เที่ยวนี้ ค่อนข้างฉุกละหุก นิดหน่อยทั้งที่เตรียมการล่วงหน้าไว้ตั้งประมาณ หนึ่งเดือน

เพราะว่าทัวร์ที่จองไว้ตอนแรกนั้น กรุ๊ปที่จะเดินทางไปด้วยกับเรา เค้ายกเลิก ก้อเลยเหลือ อยู่แค่ครอบครัวเราครอบครัวเดียว ก็เลยให้เค้าจัดทัวร์ให้เรา เฉพาะครอบครัวแค่ 7 คน

Visa ที่ปกติ ที่ไหนก็ขอได้ง่าย แต่ที่นี่ขอเอกสารจุกจิก กว่าจะครบ วีซ่าผ่าน ก็วันที่ 15 ก่อนเดินทางแค่วันเดียว

วันที่ 16 มีนา เก็บกระเป๋าเตรียมออกจากบ้านตอนเย็นเข้าไปทานข้าวที่ กทม.ก่อนแวะไปแอร์พอร์ต แต่ทางทัวร์โทรมาบอกว่า ให้แต่งตัวให้เรียบร้อยเสื้อคอปก เพราะว่าเที่ยวบิน MS961 ของ Egypt Air ที่จะบินตรงไปไคโร คืนนี้ สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา จะเสด็จตามคำทูลเชิญของรัฐบาล อียิปต์เดินทางไป เยือนอียิปต์ด้วย

ทั้งบ้านก็เลย สรุป ใส่เสื้อ โปโล เรารักในหลวงกันไปทั้งทีม

ถึง สุวรรณภูมิ สี่ทุ่มกว่า ทางสนามบิน ขอให้เช็คอินเร็วหน่อยเพื่อเตรียมรับเสด็จ

แต่เข้าไปแล้ว เครื่องที่ มาจากปักกิ่ง แวะรับ พวกเราที่สุวรรณภูมิ เกิดดีเลย์ไปอีก 30 นาที เครื่องเลยออกช้าจาก 00:45 น.ไปเป็น 01:15 น.

พอเที่ยงคืน กว่าๆเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ก็มาเตรียมรอส่งเสด็จกันที่ห้องรับรอง VIP ตรงใกล้ Gate D4 ที่เรารออยู่



พอสมเด็จพระเทพฯเสด็จมาถึง และ เข้าสู่ห้องรับรอง VIP ซักครู่ ทางแอร์พอร์ต ก็เรียก ผู้โดยสารทั่วไปรวมทั้งผม ขึ้นเครื่องจนเรียบร้อย ก่อนทูลเชิญท่านเสด็จประทับที่เครื่องบินส่วนหน้าที่จัดไว้ เป็นที่ประทับเดินทางของพระองค์

เครื่องเดินทาง ถึง สนามบิน Cairo ตอน 6:15 น.เวลาท้องถิ่นที่ไวกว่าไทย เราอยู่ 5 ชม. รวมใช้เวลาเดินทาง 10 ชม.พอดีๆ

ก่อนให้ผู้โดยสารอื่นลงไป ทางสายการบินได้ทูลเชิญให้สมเด็จพระเทพฯ เสด็จลงจากเครื่องก่อน จนเรียบร้อย ก่อนที่จะให้พวกเราลงตาม

อากาศที่อียิปต์ตอนแรกคิดว่าจะร้อน เพราะว่าเห็นว่าอยู่อาฟริกา ไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวกันไปเลย มีแต่เสื้อบางๆ

แต่ที่ไหนได้ ลงไปถึงแอร์พอร์ต ตลอดจนอากาศทั้งวัน ค่อนข้างเย็น ลมแรง แม้จะมีแดด แต่อุณหภูมิแค่ 14 C หนาวเย็นใช้ได้พอๆกับหน้าหนาวทางเหนือ บ้านเราเลย เสื้อบางๆที่ใส่ไป นี่ทำให้หนาวได้ใจเหมือนกัน

ที่สนามบินไคโร นี่ แปลกว่าที่อื่น ที่เค้าให้ Local Guide มาคอยรับ ลูกทัวร์ ตั้งแต่ตอนเข้าสู่ สนามบิน ก่อนผ่าน ตม. และ รับกระเป๋าเลย แทนที่จะไป รอตอนผ่านออกไปแล้ว ในว่าช่วยเรื่องเอกสารที่เป็นภาษาอาหรับให้เรา

ไปเข็นรถ ขนกระเป๋ามา เห็นแล้ว ประทับใจ จนต้องถ่ายรูปรถเข็น สนามบิน อินเตอร์แห่งนี้ไว้ดูเลย



ที่เห็นอันบนนั่นเค้าทำเอง(มั้ง) มีเยอะหน่อย เห็นแล้ว อย่านึกว่ารถเข็นผักนะ

ส่วนแบบทันสมัยเหมือนทั่วไป อันล่างก็พอมี แต่น้อยหน่อย และเก่ามาก

แต่พอผ่านตม. และรับกระเป๋า ออกมาแล้ว ค่อยเข้าสู่โถงผู้โดยสารขาออก ค่อยดูทันสมัยหน่อย



อียิปต์ มักเป็นอย่างนี้ตลอดมีอะไรที่ Contrast กัน ระหว่างเก่า ใหม่ ทันสมัย โบราณ สะอาด และสกปรก คละกันไป)

จากนั้นเราก็เริ่มเดินทางเข้าสู่ Cairo และ ต่อไปยังเมือง Giza เพื่อชม มหาปิรามิด ที่ Giza

จริงๆ แล้ว Cairo ซึ่งเป็นเหมือนหลวง กับ Giza นั่น อยู่ติดกัน กั้นกลาง ด้วยแม่น้ำไนล์แค่นั้น มีสะพานเชื่อมผ่าน สองเมืองนี้ รวมกัน บางครั้งก็เรียกว่า Great Giro ซึ่งปัจจุบันมันก็ถูกเรียกเป็น Cairo รวมกันไปหมดแล้ว คล้ายกับ กรุงเทพฯ กับ ธนบุรี บ้านเราที่รวมเป็นกรุงเทพมหานครเลย แต่ประชากร ของเค้าเยอะกว่า เราคือ 17 ล้านคน (ในขณะที่ทั้งประเทศ มี 70 ล้านคน)

ระยะทางจากรร.ที่พักผม Zozer ที่อยู่บนถนน ปิรามิด นั่นห่างจากปิรามิด แค่ ประมาณ 5 กม.

โบราณสถานเกือบทุกแห่งในอียิปต์ เมื่อจะเข้าไปจะต้องผ่าน Security Checked กันทุกแห่ง แม้แต่รร.ส่วนใหญ่ และร้านอาหาร ก็ยังตรวจ เช่นกัน

The Great Pyramid of Giza มีทั้งหมด สามอัน(หรือจะเรียกองค์ หรือ หลังดี หว่า) เป็น ของ ฟาโรห์ สามองค์ สามรุ่น คือ ปู่ พ่อ และ ลูก

ปิรามิด พวกเราคงรู้กันดีแล้วว่ามันเป็นสุสานเก็บศพ ของฟาร์โรห์ ในอียิปต์ มีมากมายหลายร้อยแห่ง แต่ที่มีชื่อเสียง และใหญ่ที่สุด ก็คือ ที่ Giza นี่แหละ ที่ได้รับยกย่องเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

หลายคนเข้าใจว่าปิรามิด สร้างด้วยหินแกรนิต แต่จริงๆไม่ใช่ ความจริงมันสร้างด้วย หินปูน (Limestone) ซึ่งมีมากในอียิปต์

เวลาสร้างจะสร้างเป็นทรงปิรามิดตัน มีทางเดินแคบๆต่อจ้างข้างนอกเข้าไปยังห้องว่างๆเล็กๆที่ใช้เก็บโลงศพ และสมบัติ ของฟาร์โรห์ ข้างใน



ที่เห็นด้านขวามือสุด คือ

ปิรามิด ของฟาร์โรห์ Cheops องค์ใหญ่สุด

ปิรามิดอันกลาง เป็นของฟาร์โรห์ Chefren ลูกชาย ฟาร์โรห์ Cheops อันนี้ มีลักษณะพิเศษตรงที่ผิวที่ยอดของปิรามิดยังไม่สึกกร่อนไปมากเห็นเป็นรอย ทำให้แยกกับอันอื่นได้ง่ายเมื่อดูจากไกลๆ

อันเล็กสุด คือ ด้านซ้ายมือเป็นปิรามิด ของฟาร์โรห์ Mycerinus ลูกชาย Chefren อีกที

ปิรามิดอันเล็กสุดนี่ว่ากันว่าค่าก่อสร้างแพงสุด เพราะว่า เอาแกรนิตมาหุ้มชั้นนอกไว้ แต่ผิวนอกที่เป็นแกรนิต พังไปเกือบหมดแล้วเหลือแต่แกนหินปูน ด้านใน

ปิรามิดทั้งสาม แม้จะอยู่บริเวณเดียวกัน ห่างกันไม่มาก แต่เวลาเข้าไปใกล้ แล้ว มักจะเห็นแค่ อันเดียว หรือ 2 อัน ไม่ค่อยเห็นครบ 3 อัน เพราะว่า พื้นที่มันเป็นเนินดินบดบัง อยู่ ต้องนั่งรถขึ้นมาบนเนิน ถ่ายจากมุมนี้ ถึงจะเห็นได้ครบสามอัน

แต่ยังคงไม่เห็นสฟิงค์ใหญ่อยู่ดี หามุมให้เห็นครบทั้งหมดยากแฮะ

อันนี้เอาภาพจาก google มาให้ดู Location ของ veiw point เทียบกับ ตำหน่ง ของ Great Pyramid of Giza ทั้งสาม และ Great Sphinx



เข้ามาดู Cheops Pyramid ใกล้ๆ สังเกตุด้านบน มีเสาล่อฟ้า กันฟ้าผ่าอยู่ด้วย

ปิรามิดองค์นี้ เป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุด ภายในต่างกับ ปิรามิดอื่นคือ มีห้องเก็บพระศพ 3 ห้อง แทนที่จะเป็นห้องเดียวเหมือนปิรามิดอื่น บางคน ก็เชื่อว่า มีสามห้องเพื่อเก็บศพ คนอื่นร่วมด้วย บางคน ก็บอกว่า อาจจะเป็นแบบห้องลวง ไว้หลอกพวกขโมย ขุดสุสาน แต่ไม่มีใครชี้ชัดได้ เพราะว่าตอนขุดพบนั้น ทั้งสามห้องนั้นถูกขุดขโมยไปแล้วเหลือแต่ห้องว่างปล่าว

สำหรับการเข้าชมห้องในตัวปิรามิดนั้นต้องเดินก้มเข้าไปตามทางเดินแคบๆในปิรามิด ก่อนเข้าไปชมห้องว่างภายในนั้น

ค่าเข้าชม สำหรับ ปิรามิด Cheops คือคนละ 100 LE ( Egyptian Pounds) หรือ ประมาณ 620 บาทไทย แต่ว่าจำกัดแค่วันละไม่เกิน สองร้อยคน แล้วต้องไปจองบัตร ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่ทันคิวกัน

ส่วนของ ปิรามิด Chefren นั้น ค่าเข้าไปคนละ 25 LE ไม่ได้กำหนดเวลา แต่เห็นคิว คนรอยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ผมเลยถอดใจไม่อยากรอ



อันนี้ คือ ปิรามิดของ ฟาร์โรห์ Chefren จุดสังเกตุ อย่างที่บอก ตรงยอดยังมีรอยผิว ที่ไม่ถูกกัดเซาะมากอยู่ ดูคล้ายหิมะปกคลุมยอดภูเขาไฟ ฟูจิ



เข้าไปดูหินที่ประกอบเป็นปิรามิดใกล้ๆ ก้อนหินค่อนข้างใหญ่เห็นเค้าเคลมว่า หนักก้อนล่ะกว่า สองตัน

แต่ที่บอกว่า ผิวเรียบสนิท ต่อกัน แนบแน่นขนาดกระดาษรอดไม่ได้นั่น จริงๆไม่ได้เรียบนัก แต่ว่าที่กระดาษรอดไม่ได้ ก็เพราะว่าดินมันเข้าไปอุดเต็มมากกว่า อิๆ

สังเกตุ แถวปิรามิด จะมีตำรวจท่องเที่ยว ขี่อูฐ ตรวจตราดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันก็มี พวกให้เช่าขี่อูฐ ชมปิรามิด เช่นกัน แต่เค้าเตือนว่าระวังพวกนี้ให้ดี

พอเราไปขี่จ่ายตังค์เสร็จ ไอ้คนที่รับตังค์เราไป จะหายตัวไป แล้วมีคนอื่นมาทวงตังค์ ว่าเป็นเจ้าของอูฐตัวจริง เป็นอย่างนี้ประจำ

การเที่ยวชมรอบๆปิรามิด นอกจากการเดินชม และอาศัยรถขับไปยังจุดต่างๆแล้ว อีกทางเลือกที่คนนิยมกันก็คือ การนั่งรถม้า เหมือนในภาพ



ซึ่งรถม้าลาก รวมทั้งรถลาลาก นี่ในอียิปต์ มีใช้กันเยอะ รวมทั้งถนนกลางเมือง แต่ว่า เป็นแบบโทรมๆ ไม่ได้หรูเหมือนกับคันนี้ ไว้จะเอาภาพมาฝากตอนเข้าไปดูจารจร จารจล ใน Cairo

ระหว่างที่กำลังเดินชมปิรามิด มาที่ข้างปิรามิด Cheops หันไปเจอกลุ่ม VIP กลุ่มใหญ่ กำลังเดินชมปิรามิดเช่นกัน

ตกใจนิดๆ แต่ดีใจมากๆ ครับ ที่เห็น พระเทพฯ กับคณะผู้ติดตาม ที่เสด็จ มาในเที่ยวบิน เดียวกัน ท่านลงเครื่อง แล้ว ก็เสด็จมาที่นี่เลย เหมือนกัน

และรู้สึกดีใจจัง ที่เห็นคนไทย สิบกว่าคนที่กำลังเดินชม หยุดลงนั่งยองๆ ชื่นชมบารมีพระองค์กัน คนต่างชาติหลายคนเห็นแล้ว ก็ถามว่า เรานั่งทำไม มองใคร พอบอกว่า Our Princes เค้าก็ดีใจ และชื่นชมคนไทยที่ เคารพรักพระองค์เช่นกัน

หลังจากแวะชม และถ่ายรูปปิรามิดทั้งสาม เราก็นั่งรถต่อไปยังเป้าหมายต่อไปคือ รูปสลัก Sphinx ที่อยู่ตรงทางเข้า ปิรามิด ฟาโรห์ Chefren




ไปถึงจัดการ ถ่ายรูปหมู่กันหน่อย เพระว่า Location นี้ เป็นบริเวณเดียว ที่จะได้เห็น ทั้ง sphinx และ ปิรามิดทั้งสามพร้อมๆกัน



Sprinx ตัวนี้ แกะสลักจากเนินหิน บริเวณนั้น ขนาดสูง 21 เมตร (ประมาณตึก 7 ชั้น) ยาว 73 เมตร หน้าเป็นฟาร์โรห์ ลำตัวเป็นสิงโต อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ยกเว้นตรงดั้งจมูกหักไปบ้าง ทำให้ นกอาศัยเข้าไปทำรัง อยู่ตรงนั้น

จะไม่หักได้ไงล่ะ ใครมาที่นี่ก็ชกปาก ชกดั้งจมูกกันทั้งนั้น อิๆ



ส่วนความสูง sphinx ที่ว่าสูง 21 เมตรนี่ก็ยังสงสัยว่า จะสูงถึงเร้อออออออออ

เพราะว่ายืนเทียบกับลูกสาวผม มันยังต่ำกว่าอยู่อีก ฝ่ามือนึง



อีกรูปที่ เราแอบเล่นกับ Sphinx จนฝรั่งหลายคนที่ต่อคิวถ่ายรูปเลียนแบบกันเป็นแถว คือ ท่านี้



กลับจาก ปิรามิด Local Guide พาเราไป ขี่อูฐเล่น เป็นประสพการ ในการมาเยือนอียิปต์ กันซะหน่อย ตอนขึ้น ไม่เท่าไร แต่ตอนมันย่อเข่าทิ้งตัวให้เราลง สิ ถ้าเกาะไม่แน่น กระเด็นข้ามหัวมันได้เลย อิๆ ค่าขี่อูฐ ทัวร์เค้าจ่ายให้ แต่ ค่าทิป 5 LE นี่ค่อนข้างบังคับ่ทิป อิๆ

แต่ว่าดูๆแล้วสงสัย ทัวร์ท้องถิ่นก็คงไม่ได้จ่ายหรอก แต่ว่า เค้าคงได้จากทิปนี่แหละ



แต่เห็นอูฐอียิปต์แล้วต้องบอกว่ามันแกร่งๆ แต่ไม่สวยเลย ไม่เหมือนอูฐ ที่ ฮาร์บิ้นทางตอนเหนือของจีน ที่ อยู่ติดรัสเซ๊ย ที่นั่นหนาว ลบ 20 C อุฐขนยาวสวย กว่าเยอะเลย (อันนี้ ถ่ายเมื่อตอนไปดูแกะสลักโคมหิมะปราสาทหิมะที่ฮาร์บิ้น เมื่อเดือนก่อน)



ตอนแรกพอแค่นี้ก่อน

เด๋วว่างๆ จะมาต่อ ภาคต่อไป ลุยเมือง Alexandria แผ่นดิน ของคลีโอพัตรา และ โบราณสถานอีกหลายแห่ง ในไคโร

ตลอดจนกลโกง คนอียิปต์ และจารจร จารจล ในอียิปต์ อิๆ


Create Date : 22 มีนาคม 2550
Last Update : 26 มีนาคม 2550 14:47:44 น. 1 comments
Counter : 1169 Pageviews.
Share to Facebook

 
ท่าขี่อูฐเทห์สุดยอดเลยครับ


โดย: Jump.Jr วันที่: 25 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:15:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

-=Jfk=-
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




มิตรภาพ อาจจะเป็นสิ่งเดียว ที่เราแจกจ่ายออกไปเท่าไรก็ไม่มีวันหมด

ยิ่งให้ออกไป มอบออกไป มากเท่าไร ก็ยิ่งผลิบาน ไปทั่ว และย้อนกลับคืนมามากเท่าทวีคูณ

ขอบคุณ Internet ที่ช่วยหว่านเมล็ดพันธ์แห่งมิตรภาพให้กระจายไปทั่วใน Cyber Space ที่ไร้พรมแดนนี้
Friends' blogs
[Add -=Jfk=-'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.