Group Blog
 
All Blogs
 

หลวงตาพระมหาบัว 2



“...ไปที่ไหนทุกวันนี้มักจะเทศน์ทางภาวนา เพราะความสงสาร

อยากให้ตั้งหลักตั้งเกณฑ์ไว้ในจุดภาวนา

ถึงจะไม่ได้ความแปลกประหลาดอัศจรรย์

การภาวนานี้มีอานิสงส์มากยิ่งกว่าการสร้างบุญทั้งหลายนะ

จะได้สร้างสมบุญตลอด จะรู้เห็นอะไร ไม่เห็นอะไรก็ตาม

ส่วนบุญกุศลเกิดขึ้นจากการภาวนา เป็นฐานรากสำคัญ และมีอานิสงส์มากด้วย

จึงขอให้พากันตั้งอกตั้งใจทำภาวนา บำรุงลำต้นให้ดี

กิ่งก้านสาขาดอกใบ จะแตกกระจายออกไป ...”



ภาวนามีอานิสงส์มากกว่าบุญทั้งหลาย : ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

คัดจากหนังสือ จิตตภาวนา ๒๕๕๒ : หน้า ๕๐







ถ้าขาดสติวรรคใดตอนใด เรียกว่าขาดความเพียรแล้ว

เดินจงกรมอยู่ไม่มีความหมาย นั่งสมาธิอยู่ก็ไม่มีความหมาย

อิริยาบทต่าง ๆ ถ้าขาดสติแล้ว

เรียกว่าขาดความเพียรในการชำระกิเลส

มีสติกำกับอยู่เท่านั้น

เรียกว่าเจริญภาวนาเพื่อทำจิตให้สงบ...”



ฝากมรดก (วัดแพร่ธรรมาราม) ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๒) : ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

คัดจากหนังสือ ญาณสันปันโนบูชา ๒๕๕๒ : หน้า ๔๑







“...ถ้านักบวชเราปฏิบัติตนไม่ได้แล้ว ไม่มีใครจะไปได้อย่างง่ายดาย

เพราะนักบวชนี้โอกาสอำนวยทุกอย่าง

ทุกสิ่งทุกอย่างโลกเขายอมรับหมด

ยังถือเป็นสรณะเป็นที่พึ่งที่ยึดที่เกาะอีกด้วย

ถ้าใครมีความเพียรมากมีความเด็ดเดียวอาจหาญทางหลักธรรมหลักวินัยเท่าไร

ก็ยิ่งเป็นที่เคารพเลื่อมใสของประชาชน
ถ้าเราปฏิบัติต่อธรรมเหล่านี้ไม่ได้แล้ว

มันก็หมดหนทางที่จะก้าวออกจากกองทุกข์ทั้งหลายได้…”



เรื่องของกิเลส (๑๕ สิงหาคม ๒๕๓๗) : ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

คัดจากหนังสือ อะไรจริงยิ่งกว่าธรรม ๒๕๓๗ : หน้า ๗๑





 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2554 12:35:01 น.
Counter : 555 Pageviews.  

หลวงตาพระมหาบัว 1



“…สมบัติอะไรก็ตามในโลกนี้ สู้ธรรมสมบัติภายในใจไม่ได้
สมบัติภายในใจเลิศเลอสุดยอด

ขอเพียงให้ใจกับธรรมได้สัมผัสกัน มันจะแสดงฤทธิ์เดชเป็นที่อัศจรรย์
เมื่อ “หัวใจได้ความสง่างาม” แล้ว

อยู่ใต้ร่มไม้ร่มใด ภูเขาลูกใด ถ้ำหรือเงื้อมผาแห่งใด
สถานที่แห่งนั้นย่อมพลอยสง่างามตามไปด้วย

“สติ” นี่เองจะเป็นกุญแจดอกสำคัญ
ไขไปสู่ประตูพระไตรปิฏกภายใน เพื่อเปิดเข้าไปสู่ประตูพระนิพพาน...”



ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

คัดจาก คำปรารภ ในหนังสือ ๒๘ พระอรหันต์แห่งกรุงรัตนโกสินธทร์ ๒๕๕๒ : หน้า ๗






“...ผู้ปฏิบัติจงตั้งสติและปัญญาให้เข้าใกล้ชิดต่อนามธรรม คือขันธ์สี่นี้
ทุกขณะที่ขันธ์นั้นๆ เคลื่อนไหว คือ

ปรากฏขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป และไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ประจำตน...

ขันธ์ทั้งห้าเป็นบ่อหลั่งน้ำตาของสัตว์ผู้ลุ่มหลงนั่นเอง

การพิจารณาให้รู้ด้วยปัญญาชอบในขันธ์ และสภาวะธรรมทั้งหลาย
ก็เพื่อจะประหยัดน้ำตาและตัดภพชาติให้น้อยลง
ให้ได้รับสุขอย่างสมบูรณ์นั้นเอง…”



ปัญญาอบรมสมาธิ : ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

คัดจากหนังสือ ปัญญาอบรมสมาธิ (ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์) : หน้า ๒๙-๓๐.







“...จิตที่บริสุทธิ์นี้ฟอกขันธ์ ฟอกธาตุฟอกขันธ์
ฟอกโดยหลักธรรมชาติฟอกอยู่อย่างนั้น
แล้วเวลาเข้าที่เดินจงกรม นั้งสมาธิภาวนา จิตส่งเข้าข้างในนี้ยิ่งเป็นการฟอก
ภาวนาเท่าไรก็ยิ่งฟอกเข้าไปเรื่อย ๆ มันสะอาด

ในเวลาตายแล้วอัฐิก็กลายเป็นพระธาตุได้
แต่ถ้าหากว่าท่านอธิษฐานไม่ให้เป็นพระธาตุนี้อาจไม่เป็นนะ
มันก็ไม่แน่นักนะ เพราะจิตของท่านมีอำนาจนี่...”



เพชรน้ำหนึ่ง (๑๓ ตุลาคม ๒๕๓๙) : ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
คัดจากหนังสือ เพชรน้ำหนึ่ง ๒๕๔๐ : หน้า ๙๔






 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2554 12:31:00 น.
Counter : 460 Pageviews.  

อบรมการปฏิบัติธรรม ครั้งแรก

ระหว่างวันที่ 18-20 มิย.ที่ผ่านมา ได้ไปอบรมการปฏิบัติและขัดเกลาจิตตนเอง ที่วัชรธรรมสถาน ซึ่งนับเป็นประสปการณ์ที่มีค่ายิ่งของชีวิตนี้ ที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา จึงได้เอามาเขียนไว้โดยย่อๆ เตือนความรู้สึกตนเอง และเล่าสู่กันฟังกับท่านที่ได้บังเอิญมาอ่านเข้า

ก่อนหน้านี้มีความสนใจในการปฏิบัติแต่ไม่ได้เริ่มเป็นกิจจลักษณะ ได้แต่อ่านเอง ฝึกเอง เอาตามที่โอกาสอำนวย

ที่วัชรธรรมสถานนี้ เป็นสถานที่ที่ดีมาก นอกจากมีความเป็นสัปปายะและมีความร่มรื่นมากแล้ว ยังมีกฎระเบียบที่เหมาะสม และมีความสะดวกสบายทั้งที่พัก ห้องน้ำ และอาหารการกิน ข้อสำคัญคืออยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ในส่วนของกลุ่มคนที่ร่วมกันจัดสร้างสถานที่นี้ขึ้นมา ก็ล้วนเป็นผู้มีจิตสาธารณะ และมีความซาบซึ้งในศาสนา ต่างร่วมกันทำโครงการต่างๆ และประกอบกิจการมากมายเป็นที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง

ในครั้งนี้ที่ไป มีหลวงปู่อุทัย สิริธโร ได้ให้ความเมตตามาอบรมให้ เป็นเวลาสามวัน สองคืน ในทุกเช้าจะได้ใส่บาตรและถวายภัตตาหารแด่ท่านและพระที่ติดตามมา

ที่นี้จะเชิญครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และมีวัตรปฏิบัติอันงดงามมาสั่งสอนอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ(รับ 20-50 คนเท่านั้น) ซึ่งตามปกติคงแทบเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะไปหาท่านเองที่วัด ซึ่งมีคนไปกราบท่านกันมากมาย

หลายวันก่อนหน้าที่จะไปอบรม บังเอิญว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงทำให้ระหว่างการฝึก ก็มักจะตกอยู่ในถีนมิทธะ ความง่วงเหงาหาวนอนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็พยายามที่จะแก้ด้วยการเดินจงกรมให้มาก....สิ่งที่ได้คือ เห็นได้ชัดว่ามีความรู้สึกในกายมากขึ้น กายขยับ หรือเคลื่อนไหวก็จะเห็นได้ง่ายกว่าเดิม ทำให้เมื่อใจฟุ้งไปคิดเรื่องอื่นก็ดึงกลับมาได้

ในระหว่างอบรม ทั้งหลวงปู่และธรรมะบริกรได้ให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์กับชีวิตมากๆ ทำให้รู้สึกว่าการได้เกิดมาเป็นพุทธศาสนิกชนนั้นเป็นบุญอันล้นเหลือ บุญที่จะได้จากการปฏิบัติแก้ไขและพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพของความเป็นมนุษย์ ให้ไม่เสียทีที่ได้เกิดในภพชาตินี้

สำหรับมือใหม่ : การปฏิบัติธรรมไม่เป็นเรื่องที่ยากอย่างที่เคยคิด ขอให้แค่มีการเริ่มต้น และมีความเพียรในการปฏิบัติให้ต่อเนื่อง

เริ่มต้นง่ายๆ หากยังไม่สามารถปลีกเวลา ก็พยายามรักษาศีลทั้งห้าข้อให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง พยายามอย่าให้ขาด อย่าให้ด่างพร้อย และสำรวมกาย วาจา ใจให้มาก ซึ่งต่อไปผลแห่งศีลนี้ก็จะน้อมเป็นฐานสู่การทำภาวนาต่อไป

สรุปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดขับ หรือมือเก่าชั้นเซียน....โดยส่วนตัวแล้วขอแนะนำให้มาลองดูที่นี้ โดยสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ที่ต้องเตรียมมา คือ :
- กำลังกาย พักผ่อนมาให้เพียงพอ
- กำลังใจ มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติ
- ศรัทธา ในพระศาสนา

ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรมะ และมีความพากเพียรไม่ย่นย่อย้อท้อต่ออุปสรรคทั้งหลาย
//www.duangkaew.org/index.php?option=com_content&task=view&id=18&Itemid=36




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2553    
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 12:50:25 น.
Counter : 520 Pageviews.  

โครงการจัดซื้อที่ดินขยายเขตสงฆ์ สำนักสงฆ์สติปัฏฐานธรรม

สำนักสงฆ์สติปัฏฐานธรรม ศาลายา









 

Create Date : 11 มิถุนายน 2553    
Last Update : 11 มิถุนายน 2553 17:53:41 น.
Counter : 352 Pageviews.  

เกือบปีแล้ว จิตยังเป็นลิงอยู่

จาก //agaaligo.blogspot.com โดยท่านภิกขุโย

ถาม กระผมเคยปฏิบัติธรรมมาก่อนที่จะอ่านหนังสือของอาจารย์ ปฏิบัติจริงจังอยู่ประมาณ 1 ปี ปฏิบัติเองโดยอ่านในหนังสือเล่มหนึ่ง ขณะปฏิบัติกรรมฐาน จิตใจไม่เคยสงบเลยครับ คิดโน่น คิดนี่ พอดึงกลับมาได้แป๊บเดียวก็เป็นอีก แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกกิเลสน้อยลงอยู่พักหนึ่ง พอมามีครอบครัว ก็กลับมามีกิเลสเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นหนทางนำไปสู่อบายได้ คือยึดโน่น ยึดนี่ อยากโน่น อยากนี่ ต่อมาพบหนังสือของอาจารย์โดยบังเอิญ อ่านเข้าใจดี ถูกจริตกระผม รู้สึกไม่กดดัน เป็นอิสระ จึงลงมือปฏิบัติอีก นี่ก็เกือบปีแล้ว จิตใจก็ยังคิดโน่น คิดนี่ อยู่ร่ำไป ดึงกลับมาได้แป๊บเดียว ไปอีกแล้ว แต่ก็รู้สึกว่า ความยึดมั่นน้อยลงไปบ้าง โลภะ โทสะ โมหะ ลดลงได้บ้าง แต่จิตใจยังเหมือนลิงเหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตาม กระผมก็ตั้งใจว่าจะปฏิบัติไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพระอย่างไรเกิดเป็นคนก็ต้องทำความดีอยู่แล้ว ทั้งเดินจงกรม นั่งสมาธิ จิตใจไม่เคยสงบเลยครับท่าน ทำอย่างไรดีครับ ช่วยตอบให้ทราบด้วยครับ จักเป็นพระคุณอย่างสูง

ตอบ ถ้าอย่างนั้นก็เอาอย่างนี้ จงให้รู้ตัวอยู่เสมอถ้าคิดโน่นคิดนี่ จงรู้เมื่อจิตคิด จงรู้ให้ทันเมื่อจิตไม่คิด ตามรู้มันให้ทัน ไม่ต้องไปอยากให้มันหายหรืออยากให้มันสงบก็ได้ เมื่อนั่งสมาธิ เมื่อเดินจงกรม ก็จงนั่ง จงเดิน และเมื่อจิตมันคิด เมื่อจิตมันเตลิดเป็นลิงไปไหนต่อไหน จงตามมันให้มัน จงมองเห็นการเปลี่ยนแปลงให้ทัน มองให้เห็นการเกิดดับของการคิดนั้น เมื่อมีสติ เห็นจิต นั่นก็เท่ากับว่าหยุดการเตลิด และเมื่อมันเตลิดเป็นลิงอีก ก็จงรู้มัน รู้ว่ามันเกิด และก็ดูการดับของมัน ลืมตาบ้างก็ได้เวลานั่งสมาธิ ไม่ต้องหลับตาเสมอไป เมื่อพร้อมแล้วค่อยหลับตาอีกทีก็ได้ หรืออย่างเวลาเดินจงกรม ถ้าเดินแล้วมันคิด ก็ลองเปลี่ยนมาเดินไวๆ หน่อย เดินเร็วขึ้นหน่อย หรืออย่างกลับหนอ ถ้าพยายามแล้วยังคิด ยังเตลิดอยู่ ลองกลับหนอเร็วๆ หมุนตัวเร็วๆ ตามรู้อิริยาบถเมื่อหมุนตัวเร็วๆ เดินเร็วๆ หรือเดินจงกรมถอยหลัง ลองปรับใช้ดู




 

Create Date : 22 เมษายน 2553    
Last Update : 22 เมษายน 2553 17:38:40 น.
Counter : 259 Pageviews.  

1  2  3  

jenas79
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add jenas79's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.