Love Lives Forever...I do it for u, Michael Jackson...You're always in my heart...
Group Blog
 
All Blogs
 

ไมเคิล แจ๊คสัน คนดีที่โลก "เกือบ"ลืม

ผมเคยเขียนไว้ในนิตยสาร SECRET ฉบับก่อนๆว่า"คนเรามักไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ จนกว่าจะสูญเสียไป" กรณีไมเคิล แจ๊คสัน ก็เช่นกัน มีผู้ร่ำไห้รำลึกถึงความดี ความสุขที่เขาได้มอบให้ในช่วงที่มีชีิวิตอยู่อย่างมากมาย

ไมเคิล แจ๊คสัน เป็นซูเปอร์สตาร์เจ้าของรางวัลแกรมมี่13รางวัล และยากที่มนุษย์คนไหนทำได้เช่นนี้อีก นักร้องใจบุญผู้บริจาคเงินก้อนใหญ่ช่วยบำบัดผู้ติดยาเสพติด จนได้รับรางวัลจากประธานาธิบดีสหรัฐฯและเป็นเจ้าของมูลนิธิ HEAL THE WORLD ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็กยากจนทั่วโลก รวมทั้งเป็นผู้แต่งเพลง WE ARE THE WORLD ทำเป็นอัลบั้มขาย โดยนำกำไรที่ได้ไปแก้ไขปัญหาความอดอยากของเด็กๆในทวีปแอฟริกา เมื่อครั้งที่เขาออกเดินสายแสดงคอนเสิร์ตตามประเทศต่างๆ (รวมทั้งประเทศไทย)เป็นเวลาสองปีในชื่อว่า DANGEROUS WORLD TOUR ปรากฎว่าเขายกรายได้จากการแสดงรวม 67รอบในส่วนของเขาทั้งหมดให้มูลนิธิการกุศล แต่เรื่องเชิงบวกแบบนี้สื่อมวลชนไม่ค่อยสนใจกลับไปกระพือข่าวในเรื่องที่เขาไปทำศัลยกรรม ทั้งๆที่เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

นอกจากบริจาคเงินจำนวนมหาศาลแล้ว เขายังได้ลงทุนสร้างสวนสนุกส่วนตัวนับร้อยล้านบาท ชื่อว่า เนเวอร์แลนด์ โดยตั้งชื่อเลียนแบบดินแดนในเทพนิยายเพื่อให้เด็กๆได้เข้ามาเ่ล่นฟรี และรู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้เห็นเด็กๆสนุกกัน ซึ่งเขาไม่เคยมีโอกาสเช่นนั้นเพราะเกิดมาในครอบครัวกรรมกรโรงเหล็กที่ยากจน และมีพ่อที่โมโหร้ายมาก เขาถูกจับเฆี่ยนตีเป็นประจำตั้งแต่อายุ3ขวบ มีอยู่ครั้งหนึ่งไมเคิลได้ออกรายการโทรทัศน์พิธีกรพยายามซักถามถึงชีวิตในวัยเด็ก เขาเอามือปิดหน้าร่ำไห้ และบอกว่ามันเป็นบาดแผลที่อยู่ในใจเขาเสมอมา

ไมเคิล แจ๊คสัน ยังมีความเป็นเด็กเหลืออยู่มากซึ่งเป็นลักษณะปรกติของอัจฉริยะบุคคล ทำให้บางครั้่งเขาแสดงพฤติกรรมบางอย่างที่ผู้ใหญ่ทั่วไปจะไม่เล่นกับเด็กขนาดนั้น เป็นเหตุให้ต้องถูกกล่าวหาในคดีล่วงละเมิดเด็กชาย และด้วยการพิจารณาคดีแบบคณะลูกขุนในสหรัฐอเมริก ซึ่งบางครั้งก็ตัดสินไปตามความรู้สึก ทำให้เขาเสียเปรียบ แม้จะได้พยานอย่างเอลิซาเบท เทย์เลอร์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยมาช่วยยืนยันว่าไมเคิลนอนเตีียงเดียวกับเด็กก็จริง แต่ดูภาพยนตร์ของวอลต์ดิสนีย์ด้วยกันเท่านั้น เขาไม่ได้ทำอะไรเด็กเลย แต่คณะลูกขุนเชื่อคำให้การของเด็กมากกว่า

ครั้งนั้นเขายอมตัดปัญหาด้วยการมอบเงินให้ครอบครัวเด็กที่ฟ้องร้องไปกว่า500ล้านบาท แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นก็มีคนจ้องจะฟ้องเขาตามมาอีกมากมาย จนต้องถูกดำเนินคดีอีกหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 1993และศาลเพิ่งจะตัดสินให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดเมื่อปี 2005 แต่สิบกว่าปีที่ตกเป็นจำเลยต้องหยุดการแสดงและหันเข้าหายากล่อมประสาทเพื่อระงับเวทนาที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับมาริลีน มอนโร ที่เคยใช้ยานอนหลับเพื่อตัดอุปาทาน(ตัวตน)และแม้ในที่สุดศาลจะตัดสินให้พ้นผิดแต่สุขภาพใจ สุขภาพกายของเทรุดโทรมเกินกว่าที่จะเยียวยาแล้ว

นอกจากนั้นเขามักจะถูกค่อนขอดเรื่องการไปทำสีผิวและผ่าตัดศัลยกรรมทั้งๆที่เป็นสิทธิส่วนบุคคล และการที่เขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะสังคมในยุคนั้นรังเกียจคนผิวดำมากแม้แต่ไทเกอร์ วู้ดส์ ในวัยเด็กก็เคยถูกไล่ออกจากสนามกอล์ฟมาแล้ว และไมเคิลเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เรียกว่าด่างขาว เขาจึงต้องทำศัลยกรรมเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยผิวที่ขาวขึ้นเพื่อจะได้ทำให้มองเห็นรอยโรคได้ไม่ชัดเจน

เนื่องจากอัจฉริยบุคคลจะใช้สมองซีกขวาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่่งสมองส่วนนี้จะไม่ชอบเรื่องเกี่ยวกับตัวเลขและการคำนวณ ทำให้เขามีจุดอ่อนในเรื่องการใช้จ่ายเงินและการดูแลผลประโยชน์ แม้ไมเคิล แจ๊คสัน จะสามารถหาเงินได้อย่างง่ายดายมากมายมหาศาล แต่เขาก็บริจาคไปจำนวนมากให้คนใกล้ชิดอย่างไม่เสียดาย รวมไปถึงจ่ายค่าเสียหายในคดีต่างๆส่งผลให้มีปัญหาทางด้านการเงินเป็นหนี้เป็นสิน แต่ก็คาดว่าเขาจะสามารถล้างหนี้ได้ทั้งหมดหลังจากคอนเสิร์ตที่จะจัดในเดือนกรกฎาคมนี้จบลง แต่ก็โชคร้ายที่เขาต้องมาเสียชีวิตอย่างคาดไม่ถึง

น่าเสียดายกับการจากไปก่อนวัยอันควร โลกนี้ยังตอบแทนให้เขาไม่สมกับความดี ความสุขที่เขาเคยให้แก่โลกเช่นเดียวกับแวนโก๊ะ,ปีกัสโซ,เอลวิส เพรสลีย์,มาริลีน มอนโร,เลดี้ไดอานา ที่เคยประสบกับเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วเช่นกัน และชื่อของไมเคิล แจ๊คสัน ก็จะได้รับการกล่าวขานให้เป็นตำนานอันยิ่งใหญ่ของโลกอีกคนหนึ่ง

ขอขอบคุณ นิตยสาร ซีเคร็ต คอลัมภ์ News Remark
โดยทันตแพทย์สม สุจีรา
เครดิต : MR.ROOF MJFC




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2552 15:36:28 น.
Counter : 767 Pageviews.  

หนังจอกว้าง : Michael Jackson's This is It

เครดิต:คม ชัด ลึก 19 พย.52
ขอขอบคุณ คุณ surrender13

คำโปรยประโยคสุดท้ายก่อนหนังฉายที่บอกว่า ‘For the Fans’ หาก ไมเคิล แจ็กสัน ยังมีชีวิตอยู่ เขาคงต้องการจะสื่อความหมายไปถึงแฟนเพลงของเขาเช่นนั้นจริงๆ เพราะตลอดความยาวเกือบสองชั่วโมง ที่หนังได้บันทึกภาพเบื้องหลังการฝึกซ้อมคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดใน ชีวิตของนักร้องเจ้าของฉายาราชาเพลงป๊อปคนนี้

(หากมันเกิดขึ้นจริง อาจถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเพลง เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีศิลปินคนไหน สร้างสถิติด้วยการเปิดแสดงคอนเสิร์ตได้ต่อเนื่องถึง 50 รอบ) เราได้เห็นถึงความทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ สติปัญญา ความรู้ความเชี่ยวชาญนานาประการ ที่สั่งสมในตัว ‘MJ’ เพื่อให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ออกมาดีที่สุดอย่างที่เขาตั้งใจ

หนังเริ่มด้วยการที่ไมเคิล แจ็กสัน ถึงกับลงทุนนั่งคัดเลือกแดนเซอร์ เพื่อเข้าร่วมในคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วยตัวเองเลยทีเดียว และก็อย่างที่ เคนนี่ ออร์เตก้า ‘Show Director’ (ซึ่งมารับหน้าที่ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ด้วย) กล่าวแก่ผู้ที่มาออดิชั่นว่า ‘แดนเซอร์ ที่จะได้ร่วมงานครั้งนี้ ต้องสามารถสะท้อนตัวตนและความสามารถของไมเคิล แจ็กสัน ออกมาให้เห็นบนเวทีด้วย’ บางคนบินมาไกลจากออสเตรเลีย บางคนมาจากยุโรป และอีกหลายคนมีไมเคิล แจ็กสัน เป็นแรงบันดาลใจให้ลุกขึ้นมาเต้นรำ และเมื่อถึงวันหนึ่งพวกเขาก็อยากจะได้ร่วมงานกับไอดอลที่เคยฝันถึงในวัยเด็ก



“Michael Jackson’s This is It” เป็นสารคดีที่โดดเด่นมากในเรื่องของการตัดต่อ ไม่เพียงภาพ Footage บันทึกการซ้อมของแจ็กสัน ซีเควนซ์ถัดมาหนังก็ย้อนกลับไปเล่าในช่วงเวลาที่แจ็คสันออกมาประกาศเปิด คอนเสิร์ต ‘This is It’ จำนวน 50 รอบ ที่โอทูอารีนา กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของแฟนเพลง ก่อนจะวกกลับมาเล่าเรื่องในสเตเปิ้ล เซ็นเตอร์ สถานที่ฝึกซ้อมคอนเสิร์ตของเขาในลอส แองเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่มาของฟุตเทจส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ โดยตัดทอนจากความยาวร่วม 100 ชั่วโมง

หนังนำเสนอให้เห็นภาพความมุ่งมั่นของไมเคิล แจ็กสัน ในแบบ ‘Perfectionist’ ที่ตั้งใจทำงานเต็มที่เพื่อให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ออกมาดีที่สุด เขาจ้ำจี้จ้ำไชกับมือคีย์บอร์ด ให้กดคีย์อย่างที่ต้องการในการสื่อสารอารมณ์ผ่านบทเพลง ‘Human Nature’ หรือออกอาการหัวเสียเมื่อมีปัญหากับการใช้หูฟังระหว่างร้องเพลง ‘I Want You Back’ และเพลงเก่าๆของ แจ็กสันไฟว์ โดยเฉพาะ ‘I’ll Be There’ที่เจ้าตัวตั้งใจมาก นักดนตรีแบ็กอัพทุกคนต่างยกย่องถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด และชื่นชมถึงความเป็นมืออาชีพโดยเฉพาะการรู้จักเพลงของตัวเองทุกเม็ด ทุกโน้ต ทุกเมโลดี้ ชนิดที่หาศิลปินคนไหนทำได้เทียมเท่า



ไม่เพียงแต่เล่นกับภาพ และจังหวะการตัดต่อเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมไปพร้อมๆกับเพลงฮิตที่ถูกหยิบนำมา ซ้อมบนเวทีเท่านั้น ทุกๆเพลงใน “Michael Jackson’s This is It” ยังถูกนำมามิกซ์เสียงใหม่ เพื่อให้ได้อรรถรสที่เร้าใจ นอกจากนี้ยังใส่ความตื่นตาด้วยลูกเล่นทางภาพยนตร์ด้วยการโชว์เทคนิคใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซ้อนภาพเข้ากับฟุตเทจหนังเก่าๆ ในเพลง ‘Smooth Criminal’ เราได้เห็นไมเคิล แจ็กสัน ปรากฏร่วมกับดารานักร้องอมตะอย่างริต้า เฮย์เวิร์ธ, ฮัมฟรีย์ โบการ์ต, อิงกริด เบิร์กแมน ผ่านภาพขาวดำในรูปแบบหนังคลาสสิกอย่างกลมกลืน เห็นเหล่าผีร้ายฟื้นคืนชีพจากหลุมฝังศพในเพลง ‘Thriller’ แต่คราวนี้พวกเขามาพร้อมเทคโนโลยีสามมิติ เห็นเหล่ากองทหารนับพันนับหมื่นที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคซีจีที่เริ่มต้นจาก เหล่าแดนเซอร์เพียงไม่กี่คนในเพลง ‘They Don’t Care About Us’ หรือจะเป็นไฮไลท์สำคัญกับเพลง ‘Earth Song’ ที่ลงทุนถ่ายทำอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้หนังทั่วไป ที่เล่าถึงการทำลายโลก ทำร้ายธรรมชาติของมนุษย์ และหากคอนเสิร์ต ‘This is It’ เกิดขึ้นจริง มันน่าจะกลายเป็นซีเควนซ์สำคัญ ที่จะถูกจารึกไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ดนตรี เพราะเราจะได้เห็นรถไถขนาดยักษ์กวาดเอาร่างของไมเคิล แจ็คสันในตอนจบ (ในคอนเสิร์ตมีการทำภาพสามมิติจำลองการแสดงในช่วงนี้เอาไว้ได้น่าทึ่งมาก)



ไม่เพียงการใส่ใจในทุกเพลงที่ตัวเองร้อง งานด้านวิชวล เอฟเฟกท์ ที่ตระเตรียมมาอย่างดี ในระหว่างการซ้อมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ไมเคิล แจ็กสัน ยังดูแลทุกข์สุขเพื่อนร่วมงาน จริงใจและให้โอกาสพวกเขาได้แสดงความสามารถเสมอ ‘MJ’ ถึงกับเข้าไปยืนดูจุดปล่อยตัวของเหล่าแดนเซอร์ ที่จะเปิดตัวในเพลง ‘Jam’ ด้วยการพุ่งออกมาจากพื้นเวที การเปิดโอกาสให้ จูดิธ ฮิลล์ คอรัสสาวได้แสดงความสามารถทางการร้อง เมื่อเธอได้มายืนร้องเพลงดูเอ็ทหน้าเวทีกับไมเคิล ในเพลง ‘I Just Can’t Stop Loving You’ และ ‘Man in the Mirror’ หรือการปล่อยให้มือกีตาร์สาวน้อย โอเรียนธี พานาการีส วาดลวดลายโชว์โซโล่เดี่ยวในเพลง ‘Black or White’ และ ‘Beat It’ เหมือนที่เคยเปิดโอกาสให้มือกีตาร์ระดับโลกอย่าง ‘สแลช’ และ ‘เอ็ดดี้ แวน เฮเลน’ โชว์ความสามารถอันเอกอุบนเวทีของเขาเมื่อนานมาแล้ว

ภายใต้การทำงานอย่างจริงจัง และทุ่มเท เราแทบไม่เคยได้เห็นรอยยิ้มของ ‘MJ’ ปรากฏบนใบหน้า จวบจนเมื่อเขาครวญเพลง ‘Billie Jean’ เดี่ยวๆ บนเวทีโดยมีเหล่าแดนเซอร์คอยให้กำลังใจอยู่เบื้องล่างจบลง สีหน้าเปื้อนยิ้มด้วยความเขินอายก็ปรากฎให้เห็นเป็นครั้งแรกเมื่อทีมงานทุก คนพร้อมใจปรบมือด้วยความทึ่งและชื่นชมในความสามารถของ ‘คิง ออฟ ป๊อป’ คนนี้... ‘ขอพระเจ้าคุ้มครอง’ ดูจะเป็นประโยคที่เขาพูดบ่อยที่สุด ในระหว่างซ้อมคอนเสิร์ตครั้งนี้ และภาพที่เขาสวมกอดเพื่อนร่วมงานทุกคน ต่างยืนยันถึงข้อความสุดท้ายก่อนที่หนังจะจบลงว่า ‘Michael Jackson King of Pop Love Lives Forever" แน่นอนว่า เขาจะเป็นที่รักตลอดกาลในใจแฟนเพลงและคนที่ได้รู้จักเสมอ

...มันต้องอย่างนี้สิ ไมเคิล แจ็กสัน... ประโยคนี้ดังกังวานอีกครั้งระหว่างเพลง ‘This is It’ บรรเลงควบคู่ไปกับ End Credit ที่ทำให้เรายังนึกถึงเขาอยู่ไม่ลืมเลือน

ณัฐพงษ์ โอฆะพนม




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2552 9:50:22 น.
Counter : 649 Pageviews.  

ควันหลง การไว้อาลัย จากดาราและคนดัง แด่ The King of Pop "MJ" by STARPICS

กระทู้เราขอนำ......ข้อความจากเหล่าดารา นักร้อง คนดัง ทั่วทุกมุมโลก และสิ่งที่บรรดาแฟนเพลงทั่วโลกทำเพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัย แด่ The King of Pop ตลอดกาล Michael Jackson จากนิตยสาร STARPICS ฉบับที่ 755 และ 756 มาให้ทุกคนได้อ่านกัน ค่ะ...

การจากไปของ Michael Jackson สร้างความตกตะลึงแด่ประชาชนทั่วโลก ไม่เพียงแต่ผู้ใกล้ชิดเขาเท่านั้นที่ประหนึ่งว่าดวงใจแตกสลาย ทั้งแฟนเพลง และบรรดาศิลปินต่าง ๆ เองก็รู้สึกโศกเศร้าไม่แพ้กัน ถ้อยคำแถลงและการอุทิศเหล่านี้อาจมากจากผู้คนที่แตกต่าง ทั้งสีผิว เพศ และศาสนา แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเหมือนกันคือ "พวกเขาต่างมี Michael Jackson เป็นที่รักยิ่ง"

The President Statementบารัค โอบาม่า ..(ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐอเมริกา) "ไมเคิล แจ๊คสันจะถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะเอ็นเตอร์เทนเนอร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของเรา ผมโตขึ้นมาพร้อมกับเพลงของเขา ถึงทุกวันนี้ผมก็ยังมีเพลงของเขาอยู่ใน IPod ของผมอยู่เลย ผมคิดว่าเขาเป็นนักแสดงโชว์ที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่เขาพ่วงมากับเรื่องเศร้าหลาย ๆ อย่างในชีวิตส่วนตัวของเขา ผมดีใจที่เห็นเขาถูกจดจำในฐานะผู้ที่นำความสุขอย่างมหาศาลมายังประชาชนมากมาย ผ่านทางพรสวรรค์อันพิเศษของเขาในฐานะเอนเตอร์เทนเนอร์"

เนลสัน แมนเดลา (อดีตประธานาธิบดีประเทศแอฟริกาใต้ และนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน)
"นี่คือความโศกเศร้าครั้งใหญ๋หลวงที่เราได้รับรู้ถึงการจากไปอย่างกระทันหันของ ไมเคิล แจ็คสัน เขากลายเป็นเพื่อนคนสำคัญของเรา หลังจากที่เขาได้เริ่มเดินทางมาเยี่ยมเยียนและจัดแสดงที่แอฟริกาใต้บ่อย ๆ เรารักเขามากขึ้นทุกวัน และใกล้ชิดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นคนครอบครัวเดียวกัน เรามีความชื่นชมอย่างมากในพรสวรรค์ ของเขาและชื่นชมที่เขาสามารถจะผ่านพ้นเหตุการณ์ ร้าย ๆ มากมายในชีวิตของเขาได้"

อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์
.."โลกเราได้สูญเสียหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดและเป็นต้นแบบให้กับวงการเพลงไปเสียแล้วบุคคลซึ่งไม่เคยที่จะหยุดผลักดันและพัฒนาความสร้างสรรค์ ถึงแม้ว่าจะมีคำถามมากมายเกี่ยวชีวิตส่วนตัวของเขา ผมขอส่งกำลังใจและภาวนาให้กับครอบครัวของเขา ทั้งเพื่อน และแฟน ๆ"

คิม แด จุง..(อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ)..
"เราได้สูญเสียฮีโร่ของโลกไปเสียแล้ว"



Celebrities React

มาดอนน่า
.."ฉันหยุดร้องไห้ไม่ได้เลย ฉันชื่นชมไมเคิลแจ็คสันมาตลอด โลกเราได้สูญเสียบุคคลที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งไป แต่เสียงเพลงของเขาจะอยู่คู่โลกไปตลอดกาล ฉันได้แต่ส่งกำลังใจให้ลูก ๆ ทั้งสามและครอบครัวของเขา ขอพระเจ้าคุ้มครองพวกเขาด้วย"

เจมี่ ฟอกซ์..
"คุณไม่สามารถพูดได้หมดหรอกเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้มอบให้กับเราไม่ว่าจะเป็นทางด้านงานเพลงหรือด้านวัฒนธรรม เราหาประโยชน์จากคนแบบเขามามาก ในขณะที่สิ่งที่เขาอยากได้ก็แค่เพียงมอบบทเพลงที่เยี่ยมยอดให้กับเรา ทุก ๆ วันในชีวิตของเขา เขาทุ่มเทให้กับเรา ผมจะบอกอะไรให้นะ การได้ดูเขาในคอนเสิร์ปี 1983 งาน The Victory Concert ได้เห็นผู้ชมเป็นลม มันทำให้ผมจะเป็นลมตาม ผู้หญิงหลายคนเป็นลม เพราะเขาช่างพลิ้วไหว สิ่งที่คุณสามารถทำได้ก็เพียงแต่หวังว่าเราจะสามารถโอบกอดปลอบประโลมครอบครัวของเขาได้ มันสับสนเกินไปที่ชีวิตเขาจบลงแบบนี้ ผมคิดว่าสิ่งเดียวที่คุณสามารถที่จะหวังได้นั่นก็คือสุดท้ายแล้วเหตุการณ์จะจบลงอย่างสงบ"

ทีน่า เทอร์เนอร์.."ฉันช็อกมาก และเสียใจมากที่เขาจากไปเหมือน ๆ กับแฟนนับล้านของเขาที่ตั้งตารอคอยการออกทัวร์ของเขาอีกครั้งตอนนี้ขอให้เขาหลับให้สบายนะ"



เจซี ชาเซส(อดีตสมาชิกวง N'sync) ..."ไม่มีคำอธิบายใดๆถึงความรู้สึกสูญเสียนี้ได้ ผมได้รับเกียรติอันทรงค่าที่ได้แสดงร่วมกับเขาหลายครั้ง และเขาก็กลายมาเป็นอิทธิพลสำคัญต่ออาชีพของผม ไมเคิลเปลี่ยนโลกไปตลอดกาลด้วยเพลงของเขา และความบันเทิงที่เขามอบให้ และผมจะจดจำทุกห้วงขณะของความอ่อนโยนของเขา และจิตวิญญาณที่ดีงามของเขาไปตลอดกาล"

คริส บราวน์(นักร้องดาวรุ่ง) ).."ไมเคิล แจ๊คสัน คือเหตุผลที่ผมทำเพลง และอยากเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ ผมเศร้ามากกับการจากไปครั้งยิ่งใหญ่นี้ ผมจะทำเพลงต่อไป ด้วยแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่เขามอบให้ ขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวของเขาด้วย ไมเคิลจะได้รับการคิดถึง และไม่มีวันใดที่จะลืมเขาได้ เขาคือสุดยอดเท่าที่เคยมีมา และไม่มีใครที่จะดีไปกว่านี้แล้ว"

วิล.ไอ.แอม(Black Eyed Peas) ).."ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่เคยได้ร่วมงานกับราชา เขาคือของขวัญแห่งโลก เขาเป็นแสงสว่าง ผมไม่แปลกใจเลย หากโลกจะหยุดหมุนพรุ่งนี้"

มารายห์ แครี่) .."ใจของฉันแตกสลาย ฉันขอส่งใจให้กับครอบครัวแจ็คสัน ลูก ๆ ของเขา เราจงจดจำเขาในฐานะผู้ที่ทุ่มเทให้กับวงการเพลงอย่างไม่มีใครเหมือนจิตวิญญาณอันเอื้อเฟื้อของเขาที่จะช่วยเยียวยารักษาโลกใบนี้ และความสุขที่เขานำพามาสู่แฟน ๆ นับล้านทั่วโลกของเขา ฉันรู้สึกเหมือนได้รับพรล้ำค่าที่ได้ร่วมแสดงกับเขาหลายครั่งและเรียกเขาว่าเพื่อน ไม่มีศิลปินคนไหนจะมาแทนที่เขาได้ เขาจะเป็นดวงดาวที่ฉายแสงไปตลอดกาล"

พอล แมคคาร์กนีย์) .."ผมเศร้าและช็อกมาก ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวและร่วมงานกับไมเคิล เขาเป็นผู้ชายที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่งยอดและมีจิตใจที่ดีงาม เพลงเขาจะถูกจดจำไว้ในความทรงจำของผมตลอดกาล ในช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันช่างมีความสุขยิ่งนัก"

สแลช อดีตมือกีตาร์วง Guns N'Roses .. "ไมเคิลแจ็คสันเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่งและเป็นทั้งนักแสดง นักร้อง นักแต่งเพลงที่เยี่ยมมากที่สุดเท่าที่ผมเคยมีโอกาสได้ทำงานด้วย เขาช่างน่าทึ่ง โชคร้ายที่เรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขาในช่วงปีหลัง ๆ นี้ทำให้บดบังความเป็นผู้ที่ทุ่มเทให้กับวงการเพลงของโลกอย่างเทียบไม่ได้ของเขาไป ซึ่งมันเป็นเรื่องเศร้านัก แต่อย่างไรบทเพลงของเขาก็จะคงอยู่ไปตลอดกาลไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม และความทรงจำเกี่ยวกับเขาก็จะได้รับการรักใคร่และชื่นชมไปเสมอ"

เซลีน ดิออน "ฉันรู้สึกย่ำแย่มากเมื่อได้ยินข่าวร้ายนี้ จากจุดเริ่มต้นอาชีพของฉันเขาเป็นขวัญใจของฉันตลอดในวงการนี้ เขาเป็นอัจฉริยะ และเป็นศิลปินที่สุดวิเศษ ฉันจำได้เมื่อตอนที่ฉันเติบโตขึ้นและได้ดูเขาทางทีวี และมิวสิควีดิโอของเขา ฉันมีโปสเตอร์ของเขาแปะอยู่บนผนังห้องของฉัน เขาช่างน่าทึ่ง การร้องเพลงของเขา การแต่งเพลงของเขา การเต้นของเขา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาไม่อยู่กับเราอีกแล้ว"

บียอนเซ่ "ไมเคิล แจ๊คสันคือผู้ที่ไม่มีใครสามารถเทียบเคียงได้ เขาได้สร้างจุดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ต่อดนตรีและต่อศิลปินคนอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์ของวงการเพลง เขาเป็นเหมือนดั่งเวทมนตร์ เขาเป็นทุกสิ่งที่เราดิ้นรนอย่างหนักเพื่อที่จะเป็น เขาจะเป็นราชาแห่งเพลงป๊อบตลอดไป ชีวิตได้ขึ้นอยู่กับจำนวนที่คุณหายใจ แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนห้วงขณะที่คุณรู้สึกแทบลืมหายใจต่างหาก สำหรับทุกคนที่เคยได้ยินเพลงของเขา ได้เห็นเขา ได้รู้สึกถึงผลงานของเขา เราต่างได้รับเกียรติที่ได้มีชีวิตร่วมยุคเดียวกับเขาเพื่อที่จะได้รู้จักเวทมนตร์แห่งไมเคิล แจ๊คสัน ฉันรักคุณไมเคิล"

นี-โย .."ไมเคิล แจ๊คสัน จะมีชีวิตอยู่ตลอดกาลผ่านสิ่งที่เขาทุ่มเทใช้ชีวิตสร้างมันมานั่นก็คือ เพลงของเขา ผมจะทำหน้าที่ในส่วนของผมคือการทำให้บทเพลงมีชีวิตต่อไป เขาไม่ได้จากพวกเราไปไหนเพียงแต่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเท่านั้น ไมเคิล แจ๊คสัน จงเจริญ"

นีล พอร์ทนาว ประธานของ Recording Academy .."ยากนักที่โลกจะได้รับของขวัญซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเป็นศิลปะอันยิ่งใหญ่ นั่นก็คือความสามารถและวิสัยทัศน์ของ ไมเคิล แจ๊คสัน เขาผู้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางดนตรีอย่างแท้จริง ด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ การเต้นอันสร้างสรรค๋สิ่งใหม่ ๆ ดนตรีที่น่าทึ่ง จากดาราดาวเด่นในวัยเด็กสู่ระดับโลกที่ทุกคนรู้จัก เราเสียใจอย่างสุดซึ้งกับข่าวร้ายนี้ขอส่งใจไปยังครอบครัวของเขา ผู้ที่รักในเสียงเพลงทุกคนต่างก็คงต้องเสียใจกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้"

Celebs go to Twitter
ดาราและคนดังต่าง ๆ ส่งข้อความไว้อาลัยผ่าน Twitter เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิต

แอชตัน คุทเชอร์ นักแสดง .."ขอให้เขาไปสู่สุคติ ผมขอส่งความรักและกำลังใจไปยังครอบครัวของเขาและเพื่อน โดยเฉพาะลูก ๆ ของเขา"

จอห์น เมเยอร์ .."เกิดความวุ่นวายขึ้นในสตูดิโอเลยทีเดียว เส้นเลือดสายหลักและต้นแบบวัฒนธรรมของเราได้จากไปแล้ว สู่สุคตินะ MJ ผมคิดว่าเราคงต้องร้องไห้ถึงเขาจำนวนครั้งเท่ากับที่เราได้คลั่งไคล้และร้องเพลงตามเขายามที่ได้ฟังเพลง Thriller สมัยเด็ก ๆ เลยล่ะ"

ดิ๊ดดี๊ นักร้อง .."ไมเคิล แจ๊คสันได้แสดงให้เห็นถึงจังหวะดนตรี เขาทำให้เสียงเพลงมีชีวิตขึ้นมา เขาทำให้ผมเชื่อในเวทมนตร์ ผมจะคิดถึงเขาแน่ ๆ"

ลูดาคริส นักร้องนักแสดง .."ถ้าไม่ใช่เพราะไมเคิล ก็คงไม่มีผมในวันนี้เพลงของเขาเป็นมรดกที่จะสืบทอดต่อไปชั่วกาลนาน ขอให้พระคุ้มครองครอบครัวของเขา สู่สุคตินะไมเคิล"

MC Hammer .."ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี ผมรักไมเคิล แจ๊คสัน ขอให้เขาสู่สุคตินะ"

เคลลี โรวแลนด์.. "ไมเคิล คุณได้ทิ้งมรดกชิ้นสำคัญให้กับโลกนี้ซึ่งได้เข้าไปสัมผัสใจคนมากมาย เราขอขอบคุณที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับดนตรีและชีวิตของพวกเราจะไม่มีวันใดที่เศร้าเท่านี้อีกแล้วในวงการเพลง ไมเคิลหลับให้สบายนะคะ เราคิดถึงคุณ"

Bollywood on MJ ..คำไว้อาลัยจากดาราและนักร้อง ชาว Bollywood....

อมาริตา เรา.. .. "ฉันเป็นแฟนตัวยงคนหนึ่งของไมเคิล แจ๊คสันค่ะ ข่าวนี้ทำให้เสียใจมาก เขาเป็นคนที่มีการแสดงออกทางร่างกายได้เยี่ยมที่สุด ในเพลง Thriller ท่าทางของเขา การแสดงออกของเขา ความมั่นใจของเขา ทำให้เขาดูเหมือนกับผู้ชายที่หล่อเหลาที่สุดในโลก โลกจะต้องคิดถึงเขา เหมือนกับพวกเราฉันรู้สึกเหมือนกับสูญเสียเพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็กเลยค่ะ"

เอ อาร์ ราห์มาน(นักร้อง นักแต่งเพลงรางวัลออสการ์จาก Slumdog Millionaire)..

"ผมช็อคมากเลย กับการจากไปอย่างฉับพลันของไมเคิล แจ๊คสัน นักดนตรีผู้ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของยุค MJ เป็นไอคอนของยุค ผู้สร้าตำนานแห่งเสียงเพลง เขาได้สร้างหลักไมล์ใหม่แห่งเพลงป็อป ให้แก่ยุค 80 และ 90 เขายังเป็นศิลปินผู้เปี่ยมไปด้วยพลังและวิสัยทัศน์ ผมได้เจอกับเขาอย่าเป็นส่วนตัวหลังงานออสการ์ในลอสแองเจอลิส และเราเข้ากันได้ดีมาก เขาบอกว่า เขารักอินเดีย และ คนอินเดีย เขาได้ยินเรื่องดีๆมากมายเกี่ยวกับผม และกล่าวชมเพลง Jai Ho ของผม

เขากล่าวว่า ทุกครั้งที่เขาเต้น เขาเต้นออกมาจากจิตวิญญาณ แล้วเขาก็เต็นให้ผมดู ผมทึ่งมาก มันเหมือนกับโดนฟ้าผ่า เขายังกังวลเกียวกับเรื่องต่างๆ เช่น โลกร้อน และเกี่ยวกับสงคราม เขาถามผมว่า ผมจะแต่งเพลงให้เขาซักเพลงได้ไหม เพลงแบบ We Are The World ผมพยักหน้าแทบจะทันที

เขาแนะนำผมให้รู้จักกับลูกๆที่น่ารักของเขาทั้งสามคน เด็กๆบอกเขาว่า "หนูรักพ่อ" เขาก็ตอบกลับว่า "พ่อรักหนูมากกว่า" ผมอวยพรให้กับเขาเกี่ยวกับงานคอนเสิร์ต แล้วเขาตอบผมว่า "ขอให้พระเจ้าคุ้มครองครับ" หลังจากที่ได้ยินข่าวเศร้านี้ ผมได้แต่หวังว่ามันจะเป็นเพียงแค่ข่าวลือแย่ๆ และจะจางหายไป มันต้องใช้เวลา ที่จะเชื่อว่าเขาไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ผมยังจำได้ถึง ซาวน์ เอนจิเนียร์ ผู้เก่งกาจ เอช สริดาร์ ผู้ที่ทำให้ผมรู้จักกับเพลง Remember the Time มันเป็นแรงบันดาลใจที่สุดยอดของเราเลยในวันนั้น"

ตอนนี้ไม่มีทั้ง สริดาร์ และแจ๊คสัน อีกต่อไปแล้ว ผมหวังว่าพวกเราจะเคารพและให้ค่าแก่บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ ในเมื่อพวกเขายังมีชีวิต ชีวิตนี้มันสั้นนัก แต่ศิลปินและผลงานของเขาจะคงอยู่ตลอดกาล Jai Ho MJ! (โชคดีนะไมเคิล) เรารักคุณและบทเพลงของคุณ ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม"

ซานเจย์ ดัตต์ นักแสดงและนักการเมือง.. .."ผมช็อกมากเมื่อได้ทราบข่าวการตายของเขา มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก ผมไม่เคยเห็นศิลปินคนไหนมีความสามารถเท่านั้นมาก่อน ผมเคยได้ดูการแสดงของเขาที่นิวยอร์กและที่บอมเบย์ เขาเป็นนักแสดงและเอนเตอร์เทนเนอร์ที่เยี่ยมยอด"

หริทิ โรชาน นักแสดงชื่อดังและแฟนพันธุ์แท้คนหนึ่งของ MJ "ไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้จริง ๆ ที่เขาจากไปแล้วเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับเอนเตอร์เทนเนอร์ทุกคน ใครที่อยากจะเป็นนักเต้นล้วนแต่ต้องเคยดูการแสดงของเขาทั้งนั้น "Thriller" เป็นเพลงโปรดที่สุดของผมมาตลอด และไมเคิล แจ๊คสันก็เช่นกัน เขาจะมีชีวิตอยู่ตลอดกาลในทุก ๆ เสียงเพลง"

K-Pop on MJ ..คำไว้อาลัยจากนักร้อง จากประเทศเกาหลี ถึง MJ

เรน (นักร้องชื่อดังและศิลปินผู้ได้แรงบันดาลใจ จากMJ) .."ผมรู้สึกเศร้ามากๆ และเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ได้รับข่าวนี้ สำหรับผมแล้ว ไมเคิล แจ๊คสันเป็นเหมือนกับครูของผม เขาเป็นคนที่ผมเคารพ เพราะเขาเป็นแรงบันดาลใจทำให้ผมเริ่มเต้น เขาเป็นตำนาน เพราะเขาเป็นเหมือนกับครูของนักเต้นทุกคน

ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะเขา หัวใจของผมรู้สึกเจ็บปวดมาก ผมรู้สึกเสียใจมากที่เขาจากไป ผมหวังว่าเขาจะมีความสุขในสรวงสวรรค์ เขาจะอยู่ในใจผมตลอดไป"

ปาร์คจินยอง (ศิลปินและเจ้าของค่าย JYP) .."อัลบั้มแรกในชีวิตที่ผมซื้อคือ อัลบั้ม Off the Wall ของ ไมเคิล แจ๊คสัน เขากลายเป็นนิยามของเสียงเพลง สำหรับผม กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตผมในวันนี้ มาจากเขาทั้งสิ้น"

โบอา .."สู่สุคตินะคะไมเคิล แจ๊คสัน ฉันคงจะคิดถึงคุณมาก ๆ เลย ฉันเศร้ามาก ๆ ตอนนี้"

ยุนโฮ (หัวหน้าวงบอยแบรนด์ TVXQ ) .."เขาเป็นแรงบันดาลใจของผม ผมเศร้ามากเมื่อได้รับข่าวนี้"

ไบรอัน จู (นักร้องวง Fly to the Sky) .."ยังช็อกอยู่เลยกับการจากไปของไมเคิล แจ๊คสัน เขาเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากเป็นศิลปิน ตั้งแต่ตอนอายุ 3 ขวบ เขาจะได้รับการจดจำไปเสมอ"

แจบอม (หัวหน้าวงบอยแบนด์ 2pm) .."ตอนที่ผมได้เห็นข่าวจากทีวีผมช็อกมาก เราจะไม่เจอเรื่องที่ช็อกและน่าเสียใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว"

จากเหล่าแฟน ๆ ทั่วโลก

เกาหลีใต้

..มีการเต้นเป็นการคารวะแด่ไอดอลคนสำคัญของพวกเขา เมื่อแรงบันดาลใจของพวกเขาจากไป เช่น วง Shinhwa วง Super Junior สำหรับวง Shinee เต้นเพลง Heartbreaker ก่อนขึ้นแสดงในงาน MBC Music Core หลังจากการเสียชีวิตของไมเคิล เพื่อเป็นการสดุดี

ฝรั่งเศส

..ในวันที่ 27 มิถุนายน ฝรั่งเศสกลางกรุงปารีส ใต้หอไอเฟล ถูกบุกยึดโดยเหล่าแฟนเพลงนับพันคน ของไมเคิลแจ๊คสัน ที่มาร่วมไว้อาลัยด้วยการร้องเพลงและเต้นไปตามถนน โดยเฉพาะร่วมกันเต้นท่า Moonwalk โดยพวกเขาเรียกกิจกรรมนี้ว่า Mass Moonwalk

แม้ว่าจะทำให้จราจรติดขัด โดนบีบแตรไล่ พวกเขาก็ไม่สน พากันเต้น และร้องเพลงไปตามถนนอย่างสนุกสนาน แม้บางคนจะทำได้แค่ เดินถอยหลังตามเพื่อน ๆไปก็ตาม..

จีน

..ที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่แฟนๆ ต่างโศกเศร้า และมีงานไว้อาลัย ไม่แพ้กับที่อื่น
แต่ข่าวที่น่าสนใจคือ จีนมีแผนจะสร้างสวนสนุก Neverland ของไมเคิล ขึ้นที่นี่เลยทีเดียว!! โดยวางแผนว่า จะสร้างขึ้นที่เกาะ Chongming Island ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ราวๆ 7.2 ล้านตารางฟุต(หรือ 667,000ต.ร.ม.) ซึ่งจะใช้เงินประมาณ 100 ล้านหยวน ในการก่อสร้างสวนสนุกแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการสดุดีให้กับไมเคิล โดยจะมีทะเลสาบ โรงภาพยนต์ สวนสัตว์...

อังกฤษ

..เด็กนักเรียนร่วมกันทำลายสถิติเต้นเพลง Thriller บรรดานักเรียนและอาจารย์โรงเรียน Oasis Acadamy จำนวน 376 คน ร่วมกันเต้นเพลง Thriller ของไมเคิล แจ็คสัน เพื่อทำลายสถิติโลกเดิมที่ โรงเรียน William & Mary College ทำไว้จำนวน 242 คน เพื่อเป็นการอุทิศให้กับไมเคิล แจ๊คสันในวันที่ 7 กรกฏาคมเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับเขา

สวีเดน

...แฟนเพลงชาวสวีเดนไว้อาลัยการจากไปของไมเคิล ในวันที่ 8 กรกฎาคม ด้วยการรวมตัวกันกลางกรุงสต๊อกโฮล์มที่ลาน Segels Torg และที่ Central Station โดยกลุ่มนักเต้น Bounce และเพื่อน ๆ กว่า 300 คน ทั้งหมดร่วมกันเต้นเพลง "Beat it" ของไมเคิล ไปตามถนน..

ฟิลิปปินส์ นักโทษจากคุก CPDRC เมื่อวันที่ไมเคิล แจ๊คสันจากไปทุกคนในคุกต่างก็ตกตะลึงเช่นเดียวกันกับทั่วโลก ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังทุกคนต่างร่วมใจกันซ้กซ้อมครั้งใหญ่และปล่อยคลิบวีดีโอการเต้นสดุดีไมเคิล ออกมาในวันที่ 27 มิถุนายน โดยร่วมกันเต้นเพลง Ben, I'll Be There และ We are the World เป็นการสดุดีและแสดงความอาลัยต่อการจากไปของราชันย์เพลงป๊อบผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาตลอดมา

เป็นการพิสูจน์ว่าถึงแม้พวกเขาจะถูกจองจำในคุกด้วยการกระทำผิด แต่ก็ไม่อาจกักขังหัวใจที่รักในเสียงเพลงได้ บทเพลงของไมเคิล แจ๊คสัน ก็ยังสมารถเข้าถึงจิตใจของพวกเขาและทำให้พวกเขาไม่ได้เป็นเป็นแค่คนคุกที่ชาวบ้านต่างรุมประณาม แต่พวกเขากลายเป็นผู้ที่เคยพลาดพลั้งและได้รับการให้อภัยด้วยเสียงเพลง...

...ลาก่อน ราชาแห่งวงการเพลงและวัฒนธรรมป๊อบ

ในปีนี้ โลกทั้งโลกได้ร่ำไห้อีกครั้งกับการจากไปอย่างกระทันหันของไมเคิล แจ๊คสัน ราชาเพลงป๊อบที่โด่งดังทั้งในแง่ความสามารถทางด้านดนตรีและข่าวคราวมากมายที่สื่อโหมกระพือเพื่อเรียกความสนใจ แต่ในทุกข่าวที่มี ในทุกกระแสลบที่เกิดขึ้น เราสามารถกล่าวได้ว่าไม่มีข่าวใดเลยที่พิสูจน์ได้อย่างแจ้งชัดว่าแจ๊คสันเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ตามแรงที่โหมกระพือของข่าว แต่เขาเองกลับนิ่งสงบและคงภาพของ "ราชา" แห่งเพลงและวัฒนธรรมป๊อบไว้ได้อย่างสง่างาม

..ภาพของแจ๊คสันที่ถ่ายร่วมกับเด็ก ๆ ชาวแอฟริกันที่หิวโหยและอดอยากแสนลำเค็ญยังอยู่ในใจของแฟนเพลงและสามารถรับรู้ได้ว่าความอ่อนโยนของแจ๊คสันนั้นไม่มีวันที่จะทำให้นักบุญคนนี้กลายร่างเป็นซาตานที่จะล่วงละเมิดเด็กได้เลย

ทุกลีลาของบทเพลงที่แจ๊คสันร้องเพื่อขับกล่อมโลกใบนี้ ต่างแฝงไว้ด้วยแง่มุมดี ๆ ของชีวิต เขาได้ฝากรอยจังหวะแห่งศิลปะไว้มากมายทั้งในบทเพลง ท่าเต้นและมิวสิควีดีโอ เพื่อทั้งโลกจะไม่มีลืมผู้ชายคนนี้ ราชาเพลงป๊อบและผู้นำโลกใหม่ของวัฒนธรรมป๊อบที่ผูกตรึงโลกทั้งโลกใบนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อมอบความรักจากมุมหนึ่งของโลกไปยังอีกมุมหนึ่งที่ขาดรัก เพื่อเติมเต็มความหิวโหยของเด็ก ๆ ให้อิ่มหนำและกลับคืนชีวิตชีวา เพื่อสร้างบทเพลงเพื่อเยียวยาโลกแห่งความเศร้าหมองให้ลีลาของชีวิตได้โลดแล่นอีกครั้ง

...แม้วันนี้แจ็คสันจะจากโลกใบนี้ไป แต่ทุกสิ่งที่เขาได้เพียรสรรสร้างไว้จะยังคงอยู่ และเติมเต็มโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้ให้เป็นโลกแห่งสีสันและความสนุกสนานในทุกครั้งที่ได้ยินบทเพลงของเขา....

...You are not alone
Though we're far apart,
You're always in my heart,
Your are not alone...

ขอขอบคุณ นิตยสาร STARPICS อีกครั้งค่ะ

ขอขอบคุณ คุณลูกโป่งสีน้ำเงิน ผู้รวบรวมไว้ที่นี่ค่ะ
//topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2009/08/A8194778/A8194778.html




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2552 13:56:27 น.
Counter : 574 Pageviews.  

Michael Jackson ระลึกถึงเขา และสะท้อนมาที่เรา

Posted by เมธา วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2552
ที่มา : //www.oknation.net/blog/talkwithMetha

เก็บตกจากการสนทนาของเพื่อนมิตรทางอีเมล์ ต่อการจากไปของ Michael Jackson มีหลายอย่างน่าสนใจ เลยขออนุญาตนำมาบันทึกไว้ที่นี่ครับ..



เพื่อนบางคนบอกว่า... คนคนหนึ่งหยุดหายใจไปวันก่อน แต่เขาเป็นคนที่เคยหยุดลมหายใจคนอื่นมาแล้วหลายครั้ง ด้วยความอัศจรรย์ของเขา Michael Jackson ...

แม้ใครหลายคนอาจจะเฉยๆ กับการจากไปของเขา แต่อีกหลายคนก็ถึงกับตกใจดุจญาติมิตร.. เหมือนคนใกล้ชิดเพราะมักคุ้นกันมาเกินทศวรรษ..
หลายคนนับถือผู้ชายคนนี้ถึงกับว่าเป็นพระเจ้าแห่งการเต้น บทเพลงที่เมโลดี้และจังหวะชวนให้อยากขยับแข้งขา และเขาคือโคตรแห่งเอนเตอร์เทนเนอร์ ตัวจริง !!!!!

บางคนก็บอกว่าเขาป็นตำนาน..
อะไรสักอย่างของโลกเรา
เสมือนว่า มันคือ การเริ่มต้นของความเป็นอมตะ คลาสสิค
และเป็นโชคดีของโลกศิลปะ ได้มีศิลปินผู้นี้ ที่คงไม่มีใครไม่รู้จักเขา
และอาจไม่มีใครรู้จักเขา ..

สิ่งที่เกิดขึ้นผ่านชีวิตเขา
เป็นภาพสะท้อนสังคมที่ไม่ดำเนินตามรากฐานธรรมชาติอย่างขีดสุด
โดยเอาคนเป็นที่ตั้งแทน กี่ครั้งแล้ว ที่ความเป็นธรรมชาติ
ไม่สามารถอยู่รอดในสังคมอเมริกา และมันได้ทำลายความล้ำค่าที่ควรจะได้รับการดูแล ให้อยู่รอดและเติบโต ประวัติศาสตร์จะจารึกเขาไว้อย่างไร..

บางคนบอกว่าโลกใบนี้ก็เหมือนเขา..
งดงาม แตกต่าง
แต่คนที่กำหนดทิศทางบอกว่าไม่เข้าใจ แปลกประหลาด และทิ้งขว้าง

เพื่อระลึกถึงเขา และสะท้อนมาที่เรา...



"Childhood"

Lyrics by: Michael Jackson


Have you seen my Childhood?
I'm searching for the world that I come from
'Cause I've been looking around
In the lost and found of my heart...
No one understands me
They view it as such strange eccentricities...
'Cause I keep kidding around
Like a child, but pardon me...

People say I'm not okay
'Cause I love such elementary things...
It's been my fate to compensate,
for the Childhood
I've never known...

Have you seen my Childhood?
I'm searching for that wonder in my youth
Like pirates in adventurous dreams,
Of conquest and kings on the throne...

Before you judge me, try hard to love me,
Look within your heart then ask,
Have you seen my Childhood?

People say I'm strange that way
'Cause I love such elementary things,
It's been my fate to compensate,
for the Childhood I've never known...

Have you seen my Childhood?
I'm searching for that wonder in my youth
Like fantastical stories to share
The dreams I would dare, watch me fly...

Before you judge me, try hard to love me.
The painful youth I've had

Have you seen my Childhood



มีบ้างอีกหลายคนที่ชื่นชอบเพลงนี้
Michael Jackson อำลาจากไป แต่ใจคุณยังคงมีความเชื่อ และความหวังแบบเดียวกับเพลงนี้อยู่หรือไม่...

Heal the world
Lyrics by: Michael Jackson

There's a place in your heart, and I know that it is love
And this place could be much brighter than tomorrow
And if you really try, you'll find there's no need to cry
In this place you'll feel, there's no hurt or sorrow

There are ways to get there
If you care enough for the living
Make a little space, make a better place

* Heal the world make it a better place
For you and for me and the entire human race

** There are people dying if you care enough for the living
Make a better place for you and for me

If you want to know why, there's a love that cannot lie
Love is strong, it only cares for joyful giving if we try
We shall see in this bliss, we cannot feel fear or dread
We stop existing and start living

Then it feels that always love's enough for us growing
So make a better world, make a better world

And the dream we were conceived In will reveal a joyful face
And the world we once believed in will shine again in grace
Then why do we keep strangling life wound this earth crucify
Its soul though it's plain to see this world is heavenly be God's glow

We could fly so high let our spirits never die in my heart
I feel you are all my brothers create a world with no fear
Together we'll cry happy tears see the nations turn
Their swords into plowshares

We could really get there if you cared enough for the living
Make a little space, to make a better place


Gone Too Soon

Like A Comet
Blazing 'cross The Evening Sky
Gone Too Soon

Like A Rainbow
Fading In The Twinkling Of An Eye
Gone Too Soon

Shiny And Sparkly
And Splendidly Bright
Here One Day
Gone One Night

Like The Loss Of Sunlight
On A Cloudy Afternoon
Gone Too Soon

Like A Castle
Built Upon A Sandy Beach
Gone Too Soon

Like A Perfect Flower
That Is Just Beyond Your Reach
Gone Too Soon

Born To Amuse To Inspire To Delight
Here One Day
Gone One Night

Like A Sunset
Dying With The Rising Of The Moon
Gone Too Soon




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 15:23:58 น.
Counter : 511 Pageviews.  

ไมเคิล แจ๊คสัน แผลกายอาศัยยาแก้ปวด แต่แผลใจบำบัดด้วย...การให้

ปี ค.ศ.1993

บนความยิ่งใหญ่แห่งบัลลังค์ของราชาเพลงป็อป "ไมเคิล แจ๊คสัน" กลับมาเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกอีกครั้ง กับ Dangerous Tour ที่ Olypiastadium มูนิค ประเทศ เยอรมัน

ระหว่างนี้เขาต้องเลื่อนการแสดง คอนเสริตใน วิมบรีย์(อังกฤษ) เนื่องจากความเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก หลังการแสดงจบ เขาถูกนำกลับที่พักด้วยรถพยาบาล...

ข่าวเกี่ยวกับ สุขภาพของเขาร่ำลือไปทั่ว ลือกันว่า เขามีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเสียงอย่างรุนแรง สุดท้ายโฆษกของเขาได้ออกมาเปิดเผยว่า ไมเคิลต้องใช้ยาแก้ปวด เพื่อพยุงตนให้ทำการแสดงได้ตลอดรอดฝั่ง

ระหว่างนี้ มีแฟนเพลงคนหนึ่งขู่จะกระโดดตึก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมที่พักของไมเคิล ถ้านักร้องดังไม่ออกมาแสดงตัวที่ระเบียงห้องพัก ทำให้ไมเคิลต้อง(ลากสังขาร)มาพูดปลอบเขาทางโทรศัพท์ และยับยั้งการฆ่าตัวตายของเขา

ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ ทำให้ไมเคิลร่างกายอ่อนล้ามาก แต่ละครั้งเขาสร้างแรงใจ และเยียวยาตนเอง ด้วยการไปพบกับเด็กๆ ไปเยี่ยมเด็กๆตามโรงพยาบาล ไปสวนสัตว์ หรือดิสนีย์แลนด์

เขาถึงกับสั่งตรงมิกกี้เมาส์และมินนี่เมาส์จากดิสนีย์แลนด์ปารีส เพื่อมาเล่นกับเด็กๆ ที่โรงพยาบาลในกรุงลอนดอนเลยทีเดียว



ที่ประเทศอังกฤษ
ไมเคิล ได้เข้าเฝ้าเจ้าฟ้าชายชาร์ลและได้มอบเช็คมูลค่ากว่า 200,000 เหรียญ เพื่อเป็นสินส่วนพระองค์

เมื่อ กลับมาอเมริกา ที่สนามบินนิวยอร์ก เขากำกับการขนส่งสิ่งของน้ำหนัก 43 ตัน ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ผ้าห่ม เสื้อผ้า และ รองเท้า เพื่อส่งมอบให้แก่เด็กๆใน ซาราเยโว นอกจากนี้ มูลนิธิ ฮีลเดอะเวิร์ลของเขา ร่วมกับองกรณ์การกุศลอื่นๆได้ส่งความช่วยเหลือไปยูโกสลาเวียอีกด้วย

ใน เวลาเดียวกันนี้ โครงการ Michael Jackson scholarship program ยังได้ให้ความช่วยเหลือ ชายหญิงชาวผิวดำ อีกจำนวนนับไม่ถ้วนในการที่จะให้พวกเขาได้มีการศึกษาที่ดี

(จขกท) แม้จะเหนื่อยกายขนาดไหน แต่ไมเคิลก็มีความสุขบ้าง อย่างน้อยโลกก็ยังสวยงามสำหรับเขา จนกระทั่ง..ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น

เดือนสิงหาคม ปี 1993

ไมเคิล เปิดการแสดงทัวร์คอนเสิร์ตทั่วเอเชีย บางอย่างเกิดขึ้นและกลายเป็นข่าวพาดหัวตามสื่อต่างๆทั่วโลก ไมเคิล แจ๊คสัน ถูกกล่าวหา ว่ากระทำอนาจารทางเพศเด็กอายุ 13 ปี ถึงกระนั้น ไมเคิลยังคงเปิดการแสดงต่อไป

เขานอนใจว่า มันเป็นแค่อีกข่าวลือหนึ่ง ที่เดี๋ยวก็คงจางหายไปในไม่ช้า เฉกเช่นเดียวกันกับข่าวลือต่างๆ ที่เขาเคยเผชิญมาตลอดชีวิต...น่าเสียดายที่ครั้งนี้..มีคนหวังผลมากกว่านั้น แถมเป็นคนที่เขาไว้ใจและให้ความช่วยเหลือมาตลอดอีกด้วย

หลายวัน ต่อมา เขาอาการไม่ดี คอนเสิร์ตรอบแรก ต้องเลื่อนออกไป ร่างกายไมเคิลขาดน้ำอย่างรุนแรง และไม่สามารถทำการแสดงได้ตามกำหนดการเดิม(ไม่แน่ใจว่า เป็นที่ประเทศไทยหรือเปล่านะคะ/จขกท)

ที่สิงคโปร์ เขาล้มลงด้านหลังเวที ไม่กี่นาทีก่อนการแสดง เขาถูกจู่โจมด้วยอาการไมเกรน แต่เขาก็ยังฝืนขึ้นเวทีแสดง...และถ้าคุณสังเกตุดีๆ คุณจะเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้าของเขา ว่ากันว่าเขาต้องรับอ๊อกซิเจนตลอด เพื่อให้สามารถแสดงจนจบ


ไมเคิลจำต้องอาศัยยาคลายเครียด(tranquilizer) และยาแก้ปวด มากขึ้น มากขึ้น เพื่อที่จะทำการแสดงทั้งหมด และ เพื่อทำให้จิตใจเขาสงบ

ขณะ อยู่ตามลำพังในห้องพักของโรงแรมที่มอสโคว เขาได้เขียนเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง ต่อมาเพลงนี้ได้กลายมาเป็นเพลงฮิตชื่อ Stranger in Moscow. ที่มีเนื้อหาบอกถึงความเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างของเขาได้เป็นอย่างดี

แม้นในยามที่เขาพบกับความทุกข์อันหนักหน่วง ไมเคิลยังไม่ลืมหน้าที่ที่เขาทำด้วยความเต็มใจ... "การให้"

อีกครั้งที่มูลนิธิ Heal the World ของเขา ส่งของบริจาคไปยัง ซาราเจโว ในขณะที่สภาพร่างกายของเขาอ่อนล้าลงเรื่อยๆ เขามักเป็นลมบ่อยๆ รับประทานได้น้อย

ที่แย่ที่สุดคือ สภาพจิตใจ ที่ตกต่ำถึงที่สุด เขารู้สึกโดดเดี่ยว และรู้สึกถูกทอดทิ้งจากคนทั้งโลก โฆษกของเขาเผยว่า "ไมเคิลเค้าไม่ทราบว่าตอนนี้ สถานการณ์ที่อเมริกาไปถึงไหนแล้ว แต่แค่สิ่งที่เค้ารู้มาก่อนหน้านี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาแย่จนถึงที่สุด..."

ปลายเดือน พฤศจิกายน เขายกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตในที่สุด พร้อมทั้งออกมายอมรับอย่างเป็นทางการว่า เขาติดยาแก้ปวดและจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดอาการดังกล่าว


The King of Pop หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และการตามล่าหาตัวเขาของบรรดาสื่อก็เริ่มขึ้น

และเพราะการยกเลิกการแสดง ทำให้ทางบริษัท เป๊ปซี่ ประกาศความสิ้นสุดการร่วมงาน และหยุดการให้ความสนับสนุนแก่นักร้องดังทันที

ด้วย ความเข้มแข็งทั้งหมดที่ยังพอหลงเหลือ ไมเคิลตัดสินใจพาตัวเองหายหน้าไปจากสื่อ และหาสถานที่บำบัดอาการติดยาแก้ปวดของเขา

เขาเข้ารับการรักษาตัวในกรุงลอนดอนอย่างลับๆ แม้สื่อจะพยายามไล่ล่าหาตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง ถึงขนาดตั้งรางวัลผู้แจ้งเบาะแสที่อยู่ของเขา เป็นเงินรางวัลสูงถึง 50,000 ปอนด์

...โชคชะตาดูเหมือนจะยิ่งโหดร้ายสำหรับเขา

แม้ การบำบัดจะลุล่วงไปด้วยดี แต่ไมเคิลก็ไม่สามารถกลับมายืนได้อย่างแข็งแรงอีกแล้ว เมื่อเขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายระลอกใหม่...หมายเรียกตรวจค้นร่างกาย จาก Santa Barbara County Sherrifff's Department

ช่วงปลายปี ไมเคิลต้องกลับไปยัง สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าสู่ กระบวนการที่น่าขายหน้าที่สุด "การสำรวจร่างกายทั้งหมดทุกส่วน" โดยผู้สำรวจจะทำการสำรวจรอยด่างบนผิวหนังของเขา ซึ่งเป็นผลมาจากโรคผิดปกติทางผิวหนังชื่อ Vitiligo เนื่องจากเด็กชายได้บรรยายถึงลักษณะของพื้นที่สงวนของเขาเอาไว้

ในการกล่าวอย่างเป็นทางการของเขา ไมเคิลไม่สามารถระงับน้ำตาได้

"(...) มันเป็นสิ่งที่น่าอับอายที่สุดในชีวิตของผม เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นไม่ว่ากับใครก็ตาม แม้หลังจากปล้นศักดิ์ศรีจากการตรวจค้นอันน่าอับอายนั้นแล้ว พวกเขาดูเหมือนจะยังไม่พอใจ...พวกเขายังต้องการจะถ่ายรูปให้มากที่สุด มันเป็นฝันร้าย..ฝันร้ายอันน่าสยดสยอง แต่ถ้านี่เป็นสิ่งที่ผมต้องจำทนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผม บริสุทธิ์อย่างไร้ข้อกังขา ผมก็ต้องจำทน(...)"

นอกจากนี้ บ้านของเขายังถูกค้นอีกด้วย สิ่งของส่วนตัวบางอย่างของเขาถูกริบ เทปวิดิโอ หนังสือ ทุกอย่าง แต่ถึงขนาดนั้น ก็ไม่มีสิ่งใดอันจะเป็นหลักฐานแห่งการกระทำผิด เด็กผู้ชายหลายสิบคนที่เคยมาเล่นที่บ้านกับไมเคิลถูกเรียกสอบ พวกเขาต่างยืนยัน ว่าไม่เคยมีสักครั้ง ที่ไมเคิลจะแตะต้องพวกเขาในทางอนาจาร

ธันวาคม ปี 1993

ไมเคิลได้รับทั้งความเจ็บปวดและอับอายที่สุดในชีวิต..

และ ช่วงเดียวกันนี้เอง อีกครั้งที่ มูลนิธิ Heal the World ของไมเคิล ได้สนับสนุน เด็กที่ต้องผ่าตัดในช่วงคริสมาสต์ และ เครื่องบินที่จุไปด้วยของเล่นขนม และของขวัญเต็มลำก็บินไปหาเด็กๆในยูโกสลาเวีย


ทุกครั้งที่เขาเจ็บปวด เขาจะมอบสิ่งดีๆให้ผู้อื่นเสมอ โดยเฉพาะมอบความสุขให้กับเด็กๆที่กำลังป่วย หิวโหย ยากไร้ ดิฉัน(จขกท)ยังจำได้ว่า หลังประสบอุบัติเหตุไฟไหม้บริเวณศีรษะตอนถ่ายโฆษณาเป๊ปซี่ ไมเคิลได้รับบาดเจ็บรุนแรงระดับ2 เขาคงเจ็บปวดมาก แต่เขากลับไม่ถือโกรธโทษใคร สิ่งที่เค้าเรียนรู้จากความเจ็บปวดนี้ก็คือ ความเจ็บปวดนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว มันควรได้รับการเยียวยารักษาอย่างดีที่สุด และเมื่อทาง บ.เป๊ปซี่ จ่ายค่าทำขวํญให้กับเขาเป็นเงินถึง 1.5ล้านเหรียญ เขานำเงินทั้งหมดนั้น บริจาคให้กับสถาบันการแพทย์บรอทแมน เพื่อพัฒนาให้ความช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป...



และก็อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนไม่รู้...

ไมเคิล แจ๊คสัน มอบรายได้ส่วนของเขาทั้งหมด (ประมาณห้าร้อยล้านเหรียญสหรัฐ) จากการแสดง Dangerous Would Tour ของเขาให้กับการกุศลทั้งหมด

(หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ได้ซื้อตั๋วชมหนึ่งในคอนเสิร์ตชุดนี้ละก็ ภูมิใจได้เลย คุณได้ทำบุญร่วมกับเขาแล้วล่ะค่ะ/จขกท)



เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

จุดเริ่มต้นแห่งความสุข ในการเป็นผู้ให้ของไมเคิล

ย้อนกลับไปในปี 1977 แม้เขาจะเป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง แต่ความคิดความอ่านของเขานั้น เกินตัวมากนัก เขาเคยกล่าวไว้ว่า

"ผม ได้พบเจอผู้คนมากมาย ทั้งคนจน และคนรวย แต่ส่วนใหญ่ผมมักให้ความสนใจคนจนเสมอ (...)ผมรู้สึกพอใจในสิ่งที่ผมมี และอยากที่จะช่วยเหลือผู้อื่นด้วย เวลาที่ได้ไปต่างประเทศ ผมมักใฝ่หาส่วนที่ยากจนของประเทศนั้นๆ ผมอยากทราบถึงความอดอยากว่าเป็นยังไง ผมไม่อยากเพียงแค่ได้ยินหรือได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมต้องการได้ไปเห็นกับตาตัวเอง มันต่างกันมากเมื่อคุณได้ไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง (...)คุณต้องเรียนรู้ให้มากขึ้นอีก"

ไมเคิล ต้องทนทุกข์จากผลลัพธ์ ที่เกิดจากความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยของเขา

"ผู้คน ไม่พูดกับผมเหมือนที่เขาพูดกับคนอื่น เหมือนเวลาพวกเขาคุยกับเพื่อนบ้าน ผู้คนทำให้ผมรู้สึก แปลก ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ...จนบางครั้ง ผมเดินออกไปนอกถนน หาใครซักคน ใครก็ได้ ที่จะคุยกับผม(เหมือนคนปกติ)" แต่ทุกครั้งที่เขาทำแบบนั้น เขาจะพบว่า เป็นความพยายามที่สูญเปล่า...

ไมเคิล รักเด็กๆ และสัตว์ มากกว่าสิ่งใดในโลก เพราะกับสองสิ่งนี้เท่านั้น ที่เขาอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ชื่อเสียงของเขาไม่เป็นสิ่งสำคัญอีกต่อไป..



"แผลใจของไมเคิล บำบัดด้วยการ"ให้" และ มอบความสุขให้ผู้อื่น..."

แต่เมื่อคิดในทางกลับกับ นั่น....ดิฉันอาจคิดในแง่ร้ายเกินไปสักหน่อย

เพราะ หากการให้ของเขาเป็นแค่การบำบัดความเจ็บปวดทางใจของเขาจริง... เขาคงเป็นศิลปินที่ทุกข์ทนที่สุดในโลก

เพราะ ไมเคิล แจ๊คสัน ได้รับการบันทึกใน Guinness book of World Records เมื่อปี ค.ศ. 2000 ว่าเป็นศิลปินที่บริจาคมากที่สุดในโลก จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีใครทำลายสถิติได้...

ความจริง สิ่งเหล่านี้ อาจเกิดขึ้นเพียงเพราะมโนสำนึกของเขาเอง ความรักต่อเพื่อนร่วมโลก ความปราถนาดีต่อผู้อื่นอย่างจริงใจ ซึ่งเหล่านี้มันคงเป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด

ประสบการณ์ อันเลวร้ายในวัยเด็ก...ความกักขฬะรุนแรงที่เขาเคยได้รับในช่วงวัยเยาว์ ไม่ได้กลายเป็นเบ้าหลอมให้เขาสืบต่อ และไม่อาจทำลายสิ่งงดงามที่เติบโตอยู่ภายในจิตใจของเขาได้เลย..



Credit to :
//www.mjfriendship.de/en/index.php?option=com_content&task=view&id=8&Itemid=10

ขอขอบคุณ คุณ Better Off MJFC
//topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2009/08/A8240125/A8240125.html




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 15:24:35 น.
Counter : 1155 Pageviews.  

1  2  3  4  

Jeeup
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




แดุ่ไมเคิล ที่รัก.... ตั้งใจทำบล็อกนี้ เพื่อเป็นการเก็บรวบรวมบทความดี ๆ ที่เขียนเรื่องราวของคุณ.. ผลงานที่งดงาม.. ภาพแห่งความประทับใจที่ทิ้งร่องรอยของคุณไว้ ณ โลกใบนี้... โลกที่คุณใช้เวลาทั้งชีวิตที่จะปกป้อง...หวงแหน... ด้วยความรักและปรารถนาทีุ่ลึกซึ้งต่อผู้คนทั้งหลาย... สิ่งที่ฉันทำได้เพื่อคุณช่างเล็กน้อยราวหยดน้ำในมหาสมุทร เมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณทำเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ... พักให้สบายนะ... สักวันเราคงได้พบกันอีกครั้งในบ้านของพระเจ้า.....
Friends' blogs
[Add Jeeup's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.